Monday, 5 December 2016
Severity 1/2 #minsoon
“เอายาติดไปด้วยนะ เผื่อหนาว ไปเข้าป่านี่ใช่มั้ย?”
“ซูน..”
“งั้นเอาผ้าปิดปากไปด้วยแล้วกัน เผื่อไม่สบายเดี๋ยวไปจามใส่คนอื่นเขาอีก"
“ซูน..”
“ทิชชู่.. เอาไปเยอะๆ ไว้ก่อน อาจจะแวะซื้อได้แต่ก็ใส่ๆ ไป ไม่ได้ต้องถือนี่ใช่มั้ย? นั่งรถเข้าไปนะ?”
“ซูน..”
“ถุงเท้าด้วยละกัน เผื่อนายนอนดิ้น จะได้ไม่หนาวเท้า-แอ่ก!”
“ซูนนนนนนนน!!!!!”
ซูนยองที่กำลังนั่งเรียงของบนพื้นเตรียมจัดลงกระเป๋าลมคะมำไปด้านหน้าเพราะถูกมินกยูที่กระโดดลงมาจากเตียงด้านหลังกอดเข้าเต็มรัก จะพูดก็พูดไม่ได้หน้าจมกองเสื้อผ้าซะมิด มินกยูที่ไม่รู้เรื่องก็ได้แต่ส่งเสียงฮือๆ ในลำคอแล้วเอาหน้าถูแผ่นหลังพี่ชายที่แสนดีอย่างรุนแรงจนเสื้อแทบขาด
“ไม่อยากไปปป ไม่อยากไปๆๆๆๆ ไม่อยากไป๊ปปปป!!”
“ฮื่อออ อื้ออออ่ออกฮื่อออ!!!!”
ได้ยินเสียงอัดอั้นปนคับแค้นใจของพี่ชายถึงรู้สึกตัวแล้วกลิ้งลงมานั่งข้างกันดีๆ ซูนยองเงยหน้ายับๆ ขึ้นมาจากกองเสื้อหนาวแล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่แต่พอเห็นหน้าตาจ๋อยๆ ของน้องชายก็ต้องใจอ่อน ถึงจริงๆ จะไม่ควรก็เถอะ ก็แค่ไปเข้ากึ่งๆ ค่ายทหารกับที่โรงเรียนเท่านั้นเอง แต่มินกยูงอแงเหมือนต้องไปเรียนต่อปริญญาตรีโทเอกที่เฮลซิงกิ
“อย่างอแงน่ามินกยู แป๊ปเดียวเอง เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว"
“แป๊ปที่ไหนล่ะ! ตั้งเจ็ดวันนนน ฮืออออ ไม่เอาอะ ไม่ไปปป"
“เจ็ดวันเอง เดี๋ยวนายอยู่ไปๆ ก็สนุกแล้ว อาจจะไม่อยากกลับด้วยซ้ำ"
“ไม่อยากกลับได้ไง! ผมติดบ้านจะตายซูนก็รู้อะ.. ไม่เคยออกไปค้างที่ไหนคนเดียวนานๆ แบบนี้มาก่อนเลยด้วย"
“เอาหน่า ถือว่าได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ไงถ้างั้น ดีมั้ย? อยู่ติดกับบ้านทุกวันใช้ได้ที่ไหนกัน"
“...ไม่ได้ติดแค่บ้านสักหน่อย ซูนก็รู้"
พูดเสียงอ่อยแล้วเอนหัวลงมาซบไหล่ซูนยองแถมยังกอดแขนซะแน่น ริมฝีปากล่างยื่นออกมาหน่อยๆ เบะพอประมาณ เข้าสู่โหมดอนุบาลเต็มตัว ซูนยองได้แต่ถอนหายใจแล้วลูบหัวน้องชายเบาๆ นี่แหละที่น่าเป็นห่วงที่สุด มินกยูชักจะติดเขามากไปแล้ว ปกติก็ไม่รู้สึก แต่พอมาครั้งนี้รู้เลยว่าผิดปกติ เพื่อนๆ ชั้นเดียวกันตอนนี้คงนั่งจัดกระเป๋าเองอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีใครมีปัญหากับการออกไปค้างคืนข้างนอกหนึ่งอาทิตย์ และแน่นอน ไม่น่ามีใครงอแงไม่อยากไปเพราะติดพี่ชายขนาดนี้ด้วย
“ไม่เอาน่า สิบแปดแล้วนะมินกยู โตได้แล้ว ขืนนายติดฉันไปตลอดแบบนี้ แล้ววันที่ฉันไม่อยู่จะทำยังไง?”
“ทำไม!? ทำไมซูนจะไม่อยู่! ไม่เอานะอย่าพูดแบบนี้ ผมไม่ชอบ!"
ซูนยองตาโตอย่างตกใจเมื่ออยู่ดีๆ น้องชายก็ยันตัวขึ้นมานั่งประจันหน้ากันแล้วพูดเสียงดังด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ไม่นานก็อ่อนลงแล้วไถลตัวลงมากอดหลวมๆ แทน ซูนยองที่ยังตั้งตัวไม่ถูกก็ตบหลังน้องชายเบาไปอย่างมึนๆ นอกจากเวลางอแงแล้วซูนยองโดนมินกยูตะคอกใส่หน้าแบบเมื่อกี๊นับครั้งได้เลย แทบจะไม่เคยโดนโกรธด้วยซ้ำ แต่ถ้างอนล่ะก็นับไม่ถ้วน
“ขอโทษที่เสียงดังครับ ผมก็แค่.. ไม่ชอบที่ซูนพูดแบบนั้น พูดเหมือน จะทิ้งผมไป"
“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ฉันเองไม่ได้จะทิ้งนายไปไหนซักหน่อย แต่ทุกคนในโลกก็ต้องอยู่คนเดียวให้ได้ทั้งนั้นแหละ เพราะไม่มีใครอยู่กับเราได้ตลอดหรอก นะ?”
“ทำไมอยู่ด้วยกันตลอดไม่ได้ล่ะ? ซูนแค่ไม่ทิ้งผม แค่นี้ก็อยู่ด้วยกันได้แล้วนี่นา"
ซูนยองยกมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกเริ่มปวดหัวเหมือนเวลาพ่อแม่ต้องตอบคำถามลูกเล็กเด็กแดง พูดไปแล้วก็งงๆ พูดไปก็ไม่เข้าใจ จะพูดยังไงให้ชัดเจนได้ก็ไม่รู้ มินกยูทำปากยื่นพลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยฝ่ามือพี่ชายเล่นเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ซูนยองก็พยายามหาคำอธิบายมาพูดต่อจนได้ จะปล่อยให้เป็นเด็กติดพี่แบบนี้ไม่ได้แล้ว ต้องสอนจริงๆ จังๆ กันสักที
“เอาอย่างงี้ เดี๋ยวนายก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัยใช่มั้ย? นายอาจจะไม่ได้อยากเรียนแถวนี้ นายก็ต้องไปอยู่หอจริงมั้ย? นายก็ต้องอยู่คนเดียวให้ได้ หรืออนาคตนายอาจจะทำงาน-”
“ผมก็เลือกที่ที่อยู่ใกล้ซูนได้สิ ไม่เห็นยากเลย"
เงิบ ซูนยองอ้าๆ หุบๆ ปากอย่างตกใจ แบบนี้ไม่ดีแน่ นี่มันติดเขาขั้นรุนแรงแล้ว ตัดสินอนาคตด้วยเรื่องแค่นี้ได้ยังไงกัน ซูนยองฝังใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของน้องชายในอ้อมกอดก่อนจะเอนหลังกลับไปพิงเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน โดยที่ปล่อยให้มินกยูจิ้มแขนตัวเองเล่นไปเรื่อยๆ ซูนยองเหลือแค่คำอธิบายสุดท้ายแล้ว
“มินกยู โตขึ้นนายก็ต้องมีแฟน จริงมั้ย ถ้านายเจอใครที่นายรัก นายก็จะอยากอยู่กับเขา วันนึงนายจะแต่งงานมีลูก ออกไปมีครอบครัวเป็นของตัวเอง นายจะติดฉันแบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะ"
ซูนยองถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อน้องชายเงียบไป ท่าทางจะสำเร็จจนได้ แต่มินกยูจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหนซูนยองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ลูบหลังลูบหัวอยู่พักหนึ่งอยู่ๆ มินกยูก็เงยหน้าจากที่ซบอกซูนยองอยู่ขึ้นมาจ้องตานิ่ง เพราะระยะห่างค่อนข้างน้อยทำให้ซูนยองเอนหัวไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ มินกยูเงียบอยู่ครู่หนึ่งจนซูนยองเริ่มอึดอัดเลยยกมือขึ้นมาดันไหล่อีกฝ่ายออก แต่ถูกดึงมือไปจับอย่างรวดเร็วจนสะดุ้ง
“เอาเป็นว่าเรื่องผมเอาไว้ก่อน"
“...?”
“แล้วถ้าผมถามซูนกลับบ้างล่ะ? ว่าซูนจะไปเรียนต่อที่มหาลัยไกลๆ รึเปล่า? งานที่ซูนอยากจะทำ จะอยู่ไกลจากที่นี่มั้ย?”
“หะ หา?”
“แล้ว ซูนคิดจะทิ้งผม ไปแต่งงานกับใครรึเปล่า?”
“ทะ ทิ้งนาย?”
ซูนยองรู้สึกหัวตื้อไปหมด สีหน้าเรียบนิ่งของมินกยู กับเสียงทุ้มต่ำที่ไม่ถูกดัดให้งุ้งงิ้งเหมือนปกติทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ไม่คุ้นเคย แล้วก็ เกรงอยู่หน่อยๆ นั่นสินะ เรื่องที่เขาพูดน่ะ ไม่ใช่แค่มินกยูคนเดียวหรอก ตัวเขาเองก็ด้วย ไม่ว่าจะเพราะใครสักวันก็คงจะต้องแยกกัน แต่เรื่องพวกนี้สำหรับตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดมาก่อน เพราะปกติในหัวเขามีแต่เรื่องของ-
“ฮื้ออออ แต่ไม่ให้ไปน้าาา ไม่ให้ไปปปปป ไม่ให้ซูนทิ้งผมไป ไม่ใหหหหห้!!”
โป๊ก!!!
อยู่ๆ มินกยูก็เบะปากร้องงอแงเสียงดังแล้วเอาหัวโหม่งเขาอย่างแรงก่อนจะกลิ้งหนีไป ซูนยองที่เดิมมึนอยู่แล้วยิ่งมึนเข้าไปใหญ่ ดาวเต็มห้องไปหมดจนต้องสะบัดหัวแรงๆ หลายที พอมองชัดอีกครั้งก็เห็นมินกยูนั่งกอดเข่าทำหน้ามู่ทู่อยู่ข้างๆ กระเป๋าเดินทาง ก่อนจะใช้เท้าถีบๆ อยู่สองสามที
“ปัดโถ่ ถ้าพังๆ ไปซะจะได้ไม่ต้องไป!”
“นี่ๆๆ อย่าถีบสิเห้ย! เดี๋ยวพัง!! เอ้อ เด็กนี่!”
ซูนยองบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อยล้าจากการนั่งหลังขดหลังแข็งเตรียมของให้มินกยูอยู่นานก่อนจะเคลื่อนตัวมาอยู่กลางดงเสื้อผ้าอีกครั้ง เหลือบไปเห็นมินกยูนั่งมองเขาอยู่นิ่งๆ ก็รีบกวักมือให้มาช่วยกัน จะให้เขาจัดให้แบบนี้ไม่ได้แล้ว ก็อย่างที่เขาว่านั่นแหละ สิบแปดแล้ว ป่านนี้คนอื่นเขานอนตีพุงเล่นเกมส์กันหมดแล้ว ไม่มานั่งอ้อนพี่ชายให้จัดของให้แบบนี้หรอก จัดของต่อก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะไม่เสร็จพอดี ห้ามคิดเรื่องอื่นเด็ดขาด ซูนยองย้ำกับตัวเองซ้ำๆ แล้วตวาดใส่น้องชายที่หน้าบูดต่อยกองเสื้อผ้าอยู่
“มานี่!! ของของ ตัวเองแท้ๆ เลยให้ฉันจัดได้ยังไง!”
“ไม่!! ไม่อยากไป!! ไม่อยากจัด!!!”
“จะมาไม่มา? ถ้าไม่มา คืนนี้นอนพื้น! ไม่มีผ้าห่ม ไม่มีหมอน!! แอร์อุณหภูมิ -10!!”
“ใจร้ายยยยยยยยยย!!!!!”
วันรุ่งขึ้นซูนยองตื่นแต่เช้าตรู่มาช่วยมินกยูเช็คของอีกครั้ง น้องชายที่เมื่อวานงอแงโวยวายวันนี้กลายเป็นเงียบสนิท ท่าทางซึมๆ หงอยๆ นั่นทำให้ซูนยองรู้สึกสงสารอยู่หน่อยๆ ข้าวเช้าก็ไม่ค่อยกินทั้งๆ ที่ปกติสามชามกินคนเดียวยังไม่อิ่ม พอคะยั้นคะยอให้กินหน่อยก็คอตกบอกว่ากินไม่ลง เพราะงั้นซูนยองก็เลยออกปากจะเดินไปส่งที่โรงเรียนซึ่งอยู่ไม่ไกล อาสาช่วยหิ้วของ แต่มินกยูก็ส่ายหน้าไปมาปฏิเสธอยู่ดี และเหตุผลที่น้องชายให้ทำให้ซูนยองอึ้งไปเล็กน้อย
“ก็โตแล้ว ให้ซูนไปส่งที่โรงเรียนมันน่าอาย"
“อ่า อย่างงั้นเหรอ ไม่ต้องช่วยหิ้วแน่นะ?”
“ไม่ต้อง ผมตัวใหญ่กว่าซูน แรงเยอะกว่าด้วย"
“อ่ะ อ่อ.. โอเค"
ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน มินกยูมองซูนยองนิ่งจนเจ้าตัวเริ่มอึดอัดเลยโน้มตัวไปดึงน้องชายมากอดแน่นแล้วตบไหล่ปุๆ ไม่นานมินกยูก็กอดตอบแล้วซุกหน้าลงกับไหล่อย่างที่ชอบทำ นั่นทำให้ซูนยองสบายใจขึ้นนิดหน่อย มินกยูดูแปลกๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว แต่อย่างน้อยก็กอดตอบ หมายความว่าคงไม่ได้ติดใจอะไรเรื่องเมื่อคืน
“โชคดีนะ เดินทางปลอดภัย"
“อื้อ"
“อยู่ค่ายเขาไม่ให้ใช้โทรศัพท์ใช่มั้ย? งั้นพอไปถึงก่อนเอาโทรศัพท์ให้ครูฝึกก็โทรบอกฉันแล้วกัน"
“อือ..”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่หกคืนเอง"
“อือ"
พูดคำตอบคำแบบนี้แปลว่ามินกยูยังมีอะไรไม่สบายใจอยู่ ก็คงไม่พ้นเรื่องที่ต้องไปค่ายนั่นแหละ แต่ซูนยองเองไม่สบายใจ ไม่สบายใจเรื่องเมื่อวาน เพราะงั้นก่อนที่มินกยูจะคลายกอดก็เลยกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูน้องชายที่ซุกอยู่ที่ไหล่
“เอ่อ.. นายยัง..นายยังอยู่กับฉันไปอีกนานเลยแหละน่า ห่างกันแป๊ปเดียว ไม่ต้องหงอยไปหรอก เด็กโง่เอ๊ย"
มินกยูเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนสองมือจะยกขึ้นมากอดรัดซูนยองแน่นแล้วเลื่อนใบหน้าจากซุกที่ไหล่มาที่ลำคอแทน ลมหายใจอุ่นๆ ของน้องชายทำให้ซูนยองลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ มินกยูไม่ได้เอาหน้ามาซุกที่คอเขาบ่อยนักหรอก นอกจากเวลาแกล้งเล่นหรือเวลาเป็นหมาบ้าก็มีแค่เวลาไม่สบายใจหนักๆ เท่านั้น
“...นานๆ เลยนะ"
“อื้ม นานมากๆ เลยแหละ ไม่ต้องห่วงนะ"
“อื้อ.. ขอบคุณนะครับ ซูน อีกเจ็ดวันเจอกันนะครับ"
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment