“ซูนง่ะ ซูนนน ไปด้วยกันเถอะนะ นะนะนะ น้าา ไปด้วยกันน้าา อยากให้ไปด้วยง่าาา”
ดื้อ ดื้อสุดๆ เลยวันนี้ ถึงจะยอมจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเองก็เถอะ แต่พอรู้ว่าซูนยองไปด้วยไม่ได้ก็เริ่มเข้าโหมดงอแง นอนชักดิ้นชักงออยู่บนเตียง ม้วนผ้าห่มคลุมตัวแล้วยังเบะปากทำหน้าจะร้องไห้อีกต่างหาก แต่ทำยังไงได้ล่ะ ไม่ว่างก็คือไม่ว่างนี่นา
“ไปต่างจังหวัดเลยนะ ไกลด้วยอะ ซูนไม่ห่วงผมเหรอ?”
“ห่วงสิ นายน่ะน่าเป็นห่วงจะตายไป”
“งั้นก็-”
“แต่ฉันเองก็มีงานต้องทำ รับงานเขาไปแล้ว จะให้ยกเลิกเพราะต้องไปเป็นเพื่อนนายทำงานงั้นเหรอ? นายคิดว่ามันถูกต้องมั้ย?”
ซูนยองพูดเสียงเรียบ เขาจะไม่เล่นบทโหดแบบนี้เลยถ้ามินกยธไม่งอแงพยายามจะให้ไปด้วยมาหลายวันแล้ว ไม่จบไม่สิ้นจนหยดสุดท้ายจริงๆ อีกไม่กี่นาทีคุณจองฮันก็จะมารับมินกยูไปแล้ว แต่เจ้าตัวยังนั่งทำหน้าบู้บี้พูดไม่รู้เรื่องอยู่ได้ มินกยูเงียบลงทันทีแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมากอดพี่ชายแน่น
“ขอโทษครับที่งี่เง่า ขอโทษที่วุ่นวาย”
“อืม”
“ผมจะตั้งใจทำงานนะครับ ซูนเองก็ด้วยนะ”
วันนั้นซูนยองก็ยุ่งเหมือนกัน เขาต้องแปลแผ่นพับของงานเปิดตัวสินค้าที่จะต้องไปเป็นล่ามในวันรุ่งขึ้น นอกจากนั้นยังต้องเช็คความถูกต้องของบทความอื่นๆ อีก วุ่น วุ่น วุ่น เพราะงั้นเขาเลยไม่ได้หอมแก้มลาน้องชายเหมือนทุกที มินกยูเดินลากกระเป๋าลงไปขึ้นรถจองฮันเงียบๆ ในขณะที่ซูนยองยังวุ่นอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
งานสำเร็จไปด้วยดี
ถึงจะเหนื่อย แต่พอได้รับซองเงินหลังจบงานซูนยองก็ยิ้มออก ได้มาหลายหมื่นเลยล่ะ เพราะนอกจากงานล่ามแล้ว เขายังเป็นคนแปลเอกสารแทบทั้งหมดของในงาน เรียกว่าเหนื่อยมาหลายอาทิตย์เลยล่ะ แต่ก็คุ้มค่านะ เงินนี่น่าจะพามินกยูไปเที่ยวได้หลายวัน ซูนยองทำหน้าที่ล่ามในงานทั้งหมดสองวัน วันนี้เป็นวันสุดท้ายเลิกเที่ยงๆ เขาบิดขี้เกียจไปมา นับเงินในซองแล้วเตรียมตัวกลับบ้าน
ถ้าโทรศัพท์ไม่ดังซะก่อน
“ฮัลโหลมินกยู ขอโทษทีที่ไม่ได้รับสายเลยพอดีงานยุ่งน่ะ ว่ายังไงล่ะ เป็นไงบ้าง”
เสียง ดังมากเลยล่ะจากฝั่งนั้น อย่างแรกคือฝน ไม่สิ พายุเลยล่ะ ตกหนักมากๆ ฟ้าร้องฟ้าผ่าดังลั่น และอย่างที่สองคือ เสียงร้องไห้ มินกยูกำลังร้องไห้
“มินกยู? เป็นอะไรน่ะ? กลัวฝนเหรอ โอ๋ๆ นะ ไม่เป็นไรแล้ว เดี๋ยวเราวิดีโอคอลกันมั้ย? ฉันอยู่เป็นเพื่อนนะ”
“ซูน ฮึก ไม่สบาย ผมไม่สบาย”
“ไม่สบาย? เป็นอะไรตรงไหนหืม? บอกมาซิ”
“กิน กินอาหารอะไรไม่รู้ของที่นี่อะ เผ็ดมากเลย เสร็จแล้วก็แสบท้องไปหมดเลย เข้าห้องน้ำไปตั้งกี่รอบแล้วไม่รู้ อ้วกด้วย มันไม่หยุดสักทีไม่รู้ทำไม ฮือ”
หนักล่ะสิ อาหารเป็นพิษงั้นเหรอ? บ้าจริง แล้วอยู่คนเดียวแบบนั้น แถมยังฝนตกด้วยเนี่ยนะ?
“ซูนผมขอโทษ ผมอยากจะเป็นผู้ใหญ่ อยากจะทำตัวดีๆ แต่ผม ผมกลัว เลยโทรมาหา ฮึก รักซูน คิดถึง อยากกอดซูน ฮือ”
ซูนยองอ่อนใจไปหมด ทำยังไงล่ะ ทำยังไงดี แต่เขารู้อย่างเดียวก็คือ เขาปล่อยให้น้องนอนร้องไห้อยู่คนเดียวแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
“มินกยู โรงแรมชื่ออะไรนะ?”
“ว้าว คุณพี่ชาย วันนี้หล่อจังนะ”
อา รีบร้อนจนใส่สูทมาเลย ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ซูนยองวิ่งไม่หยุดเลยล่ะ พอรู้ห้องแล้ว ได้คีย์การ์ดแล้ว ขาของเขาก็เหมือนตั้งโปรแกรมเรียบร้อย ไปให้ถึงน้องให้เร็วที่สุด พอเปิดประตูเข้าไปเจอก้อนกลมๆ บนเตียงเขาก็กระโจนเข้าไปกอดทันทีจนมินกยูสะดุ้งแล้วหันมาหา
“ซูนนนนนน มาได้ไงเนี่ยย”
“อ่าว ฉันบอกนายแล้วนี่ ว่าจะมาหาน่ะ ไหน เป็นยังไงบ้าง ปวดท้องมั้ย?”
“ละ แล้วทำไมเปียกแบบเนี้ย ซูน มายังไงเนี่ย?”
“อ่า จริงสิตัวเปียก ขอโทษนะ ผ้าห่มเปียกมั้ยเนี่ย”
“ไม่ใช่อย่างงั้น ซูน ไปอาบน้ำร้อนใส่เสื้อผ้าอุ่นๆ ก่อนเถอะ เดี๋ยวเป็นหวัด”
ซูนยองเกือบจะไม่ยอม แต่พอน้องชายบอกว่า ‘ดื้อ’ ก็เลยวิ่งเข้าห้องน้ำไป อาบน้ำแต่งตัวเป่าผมรวมกันแค่สิบนาทีก็กลับลงมานอนกอดน้องได้ต่อ มินกยูซุกหน้าเข้ากับอกพี่ชาย ท่าประจำของสองพี่น้อง ซูนยองลูบผมน้องเบาๆ หน้ามินกยูซีดจริงๆ นั่นแหละ ดูแล้วก็ไม่ค่อยมีแรง ท่าจะเป็นหนักอยู่เหมือนกัน
“แล้วนี่ซูนมาได้ไงอะ”
“เอ่อ โบกรถมา”
“ห๊ะ? โบกรถมาจากบ้านเราอะนะ??”
“ไม่ได้กลับบ้านอะ จากงานเลย”
“ซู๊นนนน นี่มันไกลมากนะ! มาได้ไงเนี่ยยย!”
“อะ เออน่า แล้วนายน่ะ ทำไมไม่สบายไหนบอกซิ”
“ก็ที่กองอะ พวกพี่ๆ ช่างแต่งหน้าเขาไปซื้ออะไรมากินกันไม่รู้จากที่ตลาดอะ เขาว่าแซ่บๆ ก็เลยอยากลอง กินแล้วก็อร่อยดีนะ เผ็ดไปหน่อยแต่ก็โอเคอะ แล้วพอดีฝนตกเลยยกกองก่อนเพราะมันถ่ายกลางแจ้ง ทีนี้พอกลับมานอนที่ห้องก็กลัวฝนนะ กลัวไปกลัวมาก็ปวดท้องมากเลยอะ แล้วก็เป็นแบบนี้”
“นานแค่ไหนแล้วเนี่ย?”
“สามสี่ชั่วโมงได้แล้วอะ แต่ตอนนี้เงียบๆ แล้วนะ เหมือนจะดีขึ้น”
“เกลือแร่กินรึยัง? ยาล่ะ?”
“พวกพี่ช่างแต่งหน้าไปซื้อมาให้เรียบร้อยแล้วอะ เขาขอโทษด้วยที่ทำให้ผมเป็นงี้”
“หนักเลยสิ”
“งือ”
“แล้วนี่ยังปวดท้องอยู่มั้ย?”
“ปวดบิดๆ อะ แบบ เกร็งๆ แต่ถ้านอนเฉยๆ ก็ไม่เป็นไรนะ”
“มานี่มา นอนหงายซิ”
“ทำไมเหรอ?”
ถามไปด้วยแต่ก็ยอมนอนหงายโดยดี ซูนยองถดตัวลงมาแล้วเลิกเสื้อน้องชายขึ้น มินกยูนอนตัวเกร็งทันที ยังไม่ทันจะได้พูดตะกุกตะกักอะไรออกไปก็ต้องหลับตาปี๋เมื่อซูนยองค่อยๆ ประทับจูบลงบนหน้าท้องเบาๆ จูบแล้ว จูบเล่า จนโหวงไปหมดทั้วท้อง เสร็จแล้วยังซบหน้าลงแล้วเอาจมูกถูๆ อีกต่างหาก
“อย่างอแงเลยน้าเจ้าท้อง มินกยูเจ็บจะแย่แล้วล่ะ รีบๆ หายนะ”
แทบจะละลายลาตายไปบนเตียงนี่เลยล่ะ พอซูนยองจุ๊บๆ ต่ออีกสองสามทีเสร็จก็เลื่อนตัวกลับมาหนุนหมอนแล้วดึงน้องชายมากอดต่อ ลูบหลังไป จูบหน้าผากไป มินกยูกระเถิบตัวเข้าไปชิดอีกจนปลายจมูกชนอกพี่ชาย ข้างนอกฟ้ายังร้องดังลั่น ลมก็ยังพัดแรง แต่ตอนนี้ไม่มีเสียงไหนดังไปกว่าเสียงของซูนยองแล้ว
“แล้วถ่ายแบบเป็นยังไงบ้างล่ะ? ตอนพี่จองฮันอธิบายให้ฟังฉันว่ามันเข้ากับนายนะ”
“คอนเซ็ปเด็กน้อยกลางทุ่งอะนะ”
“ใช่ ฮ่าๆๆ นึกออกเลย นายใส่หมวกฟาง เสื้อลายๆ ยิ้มโง่ๆ วิ่งไปวิ่งมาในทุ่ง”
“ยิ้มโง่อะไรเล่า ซูนบ้า เขาเรียกยิ้มสดใส ยิ้มที่คนอื่นมองแล้วยิ้มตามต่างหากล่ะ ขนาดพี่จองฮันที่หมั่นไส้ๆ ผมนะ ยังชมเลยว่าครั้งนี้ทำได้ดีมาก เนี่ยนะ ถ่ายเสร็จเร็วกว่าที่วางแผนไว้ซะอีก ถึงผมจะท้องเสียเลยยังไม่กระทบเนี่ยรู้เปล่า”
“คร้าบบ แล้วนี่ ตากแดดเยอะล่ะสิ ผิวดูเกรียมๆ นะ แสบรึเปล่า?”
“อือ นิดหนึ่งอะ ภาพจะออกมาสวยก็ต้องรอแดดเปรี้ยงๆ น่ะสิ มีท่าหนึ่งนะ ให้ผมถอดหมวกฟางแล้วทำเป็นเงยหน้ารับแดดด้วยอะ แถมยังต้องดูสดชื่นไปด้วยนะ จะบ้าเหรอจะเป็นหมาย่างอยู่แล้วใครจะไปสดชื่นได้!”
“ฮ่าๆๆๆๆ หมาย่างเหรอ โถ่เอ๊ย ลูกหมาน้อยย เก่งมากเลย มาจุ๊บทีๆ”
“จุ๊บผมเยอะๆ เลยด้วยย นี่นะ เขาให้ผมลงไปเล่นน้ำในบึงผมก็ต้องลงไปรู้เปล่า เขาจะเอาท่ากระโดดน้ำน่ะสิ ผมกระโดดแล้วชอบหน้าหลุดอะ เขาให้โดดแล้วโดดอีก พอโดดแล้วไม่ได้ ก็ต้องกลับมาเช็ดผม เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วโดดใหม่ เหนื่อยมากก”
“แบบนี้ด้วยล่ะมั้งนายถึงไม่สบายน่ะ”
“ก็เป็นไปได้น้า”
ซูนยองภูมิใจนะ งานหนักและเหนื่อยขนาดนี้แท้ๆ แต่มินกยูไม่เคยยอมแพ้เลย น้องเล่าให้ฟังทีไรซูนยองก็เหนื่อยแทนทุกครั้ง แต่พอรูปออกมาซูนยองก็ต้องตกใจทุกครั้ง เพราะมินกยูจะยิ้มสดใสเสมอ เหมือนกับว่าตัวเองกำลังมีความสุขที่สุด แม้ว่าตอนถ่ายจริงจะเหนื่อย จะร้อนแค่ไหนก็ตาม คนดูภาพเองก็รู้สึกสดใส และมีความสุขไปด้วยเลย ซูนยองจับหน้าน้องให้เงยขึ้นแล้วจูบหน้าผากหนึ่งที มองตาแป๋วๆ ของน้องแล้วก็อดจูบที่ปลายจมูกซ้ำไม่ได้
“เก่งมากเลยนะ ฉันภูมิใจจริงๆ รู้มั้ย?”
ยิ้มแก้มตุ่ยเชียว ทั้งๆ ที่หน้ายังซีดปากยังแตกผิวยังไหม้อยู่
“อื้อ เก่งใช่มั้ยล่ะ ผมนะพยายามเต็มที่เลยล่ะ”
“อื้อ เก่ง ตอนนี้ก็พักได้แล้วนะ นายทำดีแล้ว ตอนนี้ฉันมาอยู่ด้วย อ้อนได้เต็มที่เลยนะ”
“ฮื้ออ ซูนนนน”
ทั้งเหนื่อย ทั้งป่วย มินกยูน่ะทั้งเครียดทั้งท้อเลยล่ะ แถมยังมาเจอพายุเข้าอีก ถึงได้ขาดสติโทรศัพท์ไปร้องไห้กับพี่ชายแบบนั้น ทั้งๆ ที่ไม่อยากให้เป็นห่วงแท้ๆ แต่พอได้นอนกอดซูนยองแบบนี้ เขารู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจเลยจริงๆ ไม่ว่าจะที่ไหน เมื่อไหร่ สถานการณ์เป็นยังไง ถ้ามีซูนยองอยู่ด้วยล่ะก็ เขาก็จะผ่านมัยไปได้นะ
“เมื่อกี๊จิบเกลือแร่ไปแล้วใช่มั้ย?”
“อื้อ ดื่มไปครึ่งแก้ว”
“เห้ย ทีละเยอะๆ ขนาดนั้นได้ที่ไหนเล่า!”
“อ่าว ทำไมอะ- อุก ซะ ซูน ซูน”
“!! ลุกๆ เร็วเข้า ไปห้องน้ำ เดี๋ยวฉันพยุง!”
“อึก ซู๊นนน”
กว่าจะเรียบร้อยก็เล่นเอาเหนื่อยทั้งพี่ทั้งน้อง ซูนยองได้แต่ช่วยลูบหลังในขณะที่น้องเกาะโถชักโครกตัวสั่น ล้างหน้าล้างปากเรียบร้อยกลับมานอนแผ่ที่เตียงซูนยองก็คิดว่าไม่น่าจะไหว เป็นหนักอยู่ ถ้าสี่ห้ารอบขนาดนี้แล้วยังไม่ดีขึ้นก็ต้องไปโรงพยาบาลแล้วล่ะ มินกยูเบะปากทำท่าจะร้องไห้ อ้อนเสียงแหบแห้งว่าไม่อยากไปแต่ซูนยองก็ไลน์บอกจองฮันเรียบร้อยแล้ว
“ฉีดยาเข็มเดียวนะ แล้วเดี๋ยวหยุดเลย ดีมั้ย?”
“ฮือ ซูนอะ”
แต่ก็โดนฉีดไปเรียบร้อย นอนน้ำตาซึมให้น้ำเกลืออยู่ที่ห้องฉุกเฉิน ซูนยองโค้งขอบคุณจองฮันอยู่หลายครั้งแล้วมานั่งเฝ้าน้องต่อ อย่างน้อยแค่ได้จับมือ ได้หอมแก้มหน่อยก็ยังดี เพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาล จะให้ขึ้นไปนอนกอดก็ยังไงอยู่ มินกยูนี่สิ ท่าทางจะท้อแท้มากแล้ว
“ซูน อยากกลับบ้าน”
“เดี๋ยวนะ ให้น้ำเกลือถุงนี้หมดก่อน แล้วเดี๋ยวเราก็กลับบ้านกันเลยดีมั้ย?”
“ฮือ อยากกลับแล้วเลย อยากนอนกอดซูนสบายๆ ที่บ้านแล้ว”
“ดูการ์ตูนกันมั้ย? เดี๋ยวฉันเปิดให้ เอาหูฟังมาด้วยล่ะ”
สุดท้ายซูนยองก็เอนหัวซบน้องแล้วดูการ์ตูนไปด้วยกัน จบตอนหนึ่งน้ำเกลือก็หมดถุงพอดี มินกยูดูมีแรงขึ้นมาก กลับมาที่โรงแรมเก็บของเรียบร้อยก็ขึ้นรถกลับบ้านกัน ซูนยองจะไปนั่งข้างคนขับเพราะเกรงใจจองฮันแต่มินกยูก็อ้อนให้มานั่งเบาะหลังด้วยกันเพราะจะซบ จองฮันรำคาญขี้เกียจฟังเสียงงอแงเลยบอกให้ซูนยองไปนั่งด้านหลังซะจะได้จบเรื่อง
“หนาวเหรอ?”
ซูนยองถามเพราะเห็นมินกยูขดตัวผิดปกติ แล้วยังเอาหน้ามาซุกอกเขาแรงจนจะทะลุด้วย มินกยูพยักหน้าน้อยๆ และซูนยองก็นึกขอบคุณที่จองฮันหรี่แอร์ลงโดยไม่ได้พูดอะไร เขายกแขนขึ้นโอบมินกยูเข้ามาใกล้กว่าเดิม ดีที่จองฮันมีผ้าห่มอยู่ในรถด้วยเลยช่วยให้อุ่นขึ้นได้บ้าง ซูนยองใช้ปลายนิ้วลูบแก้มน้องเบาๆ แล้วอยู่ดีๆ มินกยูก็ยิ้มแก้มตุ่ยขึ้นมา
“มีอะไรฮึ? ยิ้มอะไร?”
“ก็แค่คิดว่า ดีจังเลยน้า ที่มีซูนอยู่ด้วย”
“ยังไง? ห่มผ้าให้นี่เหรอ?”
“ที่ห่มผ้าให้ ที่กอด ที่คอยลูบหลังให้ผมตอนผมอ้วก ที่พาผมไปโรงพยาบาล ที่คอยนั่งจับมือผมอยู่ข้างเตียง ที่อยู่กับผมไม่ไปไหนถึงผมจะงอแง จะงี่เง่าแค่ไหนก็ตาม ดีจัง ที่มีซูนอยู่ด้วย และใจดีกับผมแบบนี้”
ซูนยองยิ้มแล้วโน้มหน้าลงไปจูบหน้าผากทีหนึ่ง มันเขี้ยวนัก น่ารักซะจริง
“ขอบคุณนะครับ ถ้าไม่มีซูนล่ะก็ ไม่รู้ว่าผมจะเป็นยังไงนะ ขอบคุณที่อุตส่าห์โบกรถมาหาผมถึงที่นี่ เสื้อผ้าก็ไม่เปลี่ยนด้วยซ้ำ มาหาผมที่นอนร้องไห้งอแงเหมือนเด็กไม่โต แล้วก็ขอโทษด้วยที่เป็นแบบนี้ ทำให้ต้องห่วงต้องดูแลตลอด ผมจะโตขึ้นอีก จะเข้มแข็งขึ้น แล้วก็จะดูแลซูนให้ได้เลยนะครับ สัญญา เพราะงั้น อยู่กับผมไปตลอดเลยนะ”
ซูนยองไม่ตอบ แต่ก้มลงจูบน้องแทน จูบที่แทนคำพูดทั้งหมด จูบที่ส่งความรู้สึกในใจผ่านความอ่อนโยนและอบอุ่น รัก รัก รัก รักมากจริงๆ จะดูแลและคอยอยู่เคียงข้างอย่างนี้ตลอดไป มินกยูค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นเอาปลายจมูกมาถูกันจนหัวเราะออกมาทั้งคู่
“มีความสุขจังเลยครับ”
“มีความสุขมากมั้ย มาเลี่ยนกันอยู่ในรถฉันเนี่ย รอให้ถึงบ้านก่อนไม่ได้เลยรึไง จะอ้วก”
“อะ ขอโทษครับ”
“คุณพี่ชายเนี่ย แบบนี้น่ะสิไอ้เจ้ามินกยูถึงงอแงขนาดนี้”
“ไม่ต้องมาว่าซูนเลยนะ! พี่อะใจร้าย! เนี่ยซูนรู้เปล่า ตอนผมบอกว่ากลัวเสียงฝนขออยู่ในห้องด้วยหน่อยนะ ปิดประตูใส่หน้าผมเลยอ่า!”
“ก็มันไม่ใช่เรื่องของฉันมั้ย จะงอแงก็ไปงอแงกับพี่ชายไป ฉันปลอบใครไม่เป็นหรอก”
“เชอะะ”
เนี่ยล่ะ ถึงได้ว่าให้จองฮันดูแลมินกยูน่ะถูกแล้ว ซูนยองบางทีก็อ่อนเกินไป ต้องเจอไม้แข็งเหมือนจองฮันบ้างจะได้เข้มแข็งขึ้น แต่สุดท้ายซูนยองก็วิ่งโร่มาโอ๋น้องได้อยู่ดีนั่นแหละนะ
“นายไปนอนบนโซฟาก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันเก็บของให้ ชงเกลือแร่กินด้วยนะ”
“คร้าบบ”
“ค่อยๆ จิบนะ! อย่าซดเหมือนทุกที”
“คร้าบบบ~”
ซูนยองเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็มานั่งดูทีวีกับน้องบนโซฟา มินกยูดึงซูนยองมานอนกอดแล้วรัดผ้าห่มซะแน่นจนกลายเป็นก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้ทะลัก ซูนยองจะดุแต่พอเห็นน้องยิ้มแก้มตุ่ยเอาหน้ามาถูๆ ที่อกก็ต้องหลุดยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ
“เอ้า ถูเข้าไป แก้มยิ่งโดนแดดมาไหม้ๆ อยู่ ไม่แสบรึไง?”
“ไม่แสบบ ซูนตัวอุ่นนี่นา ได้นอนกอดแบบนี้ดีจังเลย~”
คงเพราะเพลียจัด ไม่นานมินกยูก็หลับปุ๋ย ซูนยองกดปิดทีวีแล้วหันมาลูบหัวน้องแทน ช่วงนี้ออกกำลังกายมาก ทำงานหนัก แก้มนุ่มๆ หายไปเกือบจะหมดเลย ซูนยองใช้นิ้วเขี่ยๆ ตรงเนื้อนิ่มแถวมุมปากแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อน้องขมวดคิ้วยุ่งทำเสียงจ๊อบแจ๊บ ขาน้องยาวพาดที่วางแขนเลยโซฟาออกไปไกลเลย ตัวใหญ่จริงนะ นอนแบบนี้จะสบายเหรอ? คิดแล้วก็จะเขยิบตัวจัดท่าให้ แต่มินกยูก็คว้าตัวเขาไว้แน่นแล้วส่งเสียงประท้วง
“ฮึ๊งง้าา~”
“ฮึีงง้าบ้าอะไรล่ะ ร้องแปลกจริง”
อดหัวเราะไม่ได้ แล้วก็ต้องยอมไหลลงมานอนท่าเดิม มินกยูปีนขึ้นมาสูงกว่าเดิมจนหน้าซุกหูเขา ขาสองข้างหดงอจนพอดีกับโซฟาจนได้ ซูนยองลูบหลังน้องไปจูบแก้มจูบหน้าผากไป โตขนาดนี้แล้วนะ ทำงานหนักจนตัวเกรียมแดด ไม่สบาย แต่ก็ พอไม่สบายก็ยังอ้อนขอให้เขาไปหาอยู่ดีนั่นแหละ
แต่ก็ไม่ได้เดือดร้อน หรือไม่ชอบอะไรสักหน่อยนะ
“อยากกินด้วยอ่า ซูนนนนนนน ฮืออ”
“ไม่ได้ ไม่สบายขนาดนี้ กินแค่น้ำข้าวไปนั่นแหละ”
“ใจร้ายยย เอาเนื้อย่างมาวางล่อขนาดนี้ใครจะกินน้ำข้าวลงง”
“ก็ฉันไม่รู้ว่านายจะไม่สบายนี่นา ก็เห็นกลับวันนี้เลยจะเลี้ยงฉลองให้น่ะสิ”
มินกยูทำหน้ามู่ทู่แล้วแลบลิ้นใส่น้ำข้าวจืดๆ ในชามตัวเอง แต่ก็รีบตักกินจนหมดนั่นแหละ ก็หิวนี่นา กินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็พากันอาบน้ำแล้วลงมานอนบนเตียง มินกยูนอนทับอกซูนยองท่าประจำท่าเดิมแต่คราวนี้น้องไม่ได้ชวนคุยอะไรมาก คงจะยังเพลียอยู่ถึงจะมีแรงมากขึ้นจากน้ำข้าวแล้วก็เถอะ
“เนี่ยน้า ผมอยากให้ซูนไปด้วย วันนี้โลที่ไปถ่ายมาอะมีสวยๆ เยอะเลย ในทุ่งนาเนี่ยนะ ส๊วยสวย”
“จะให้ฉันไปทำอะไรในทุ่งนา?”
“เล่นโคลนมั้ง เป็นหมูนี่ โอ๊ย เจ็บบ ฮ่าๆๆ”
“เจ็บแล้วยังหัวเราะอีก ถ้าฉันเล่นโคลน นายก็ไปไถนาแล้วกัน”
“ใจร้ายอะะะะ ว่าผมเป็นควายเหรอ!?”
“เออ ตัวใหญ่ ถึกนักนี่”
“เชอะ! ไม่เป็นไร ควายก็เท่ออก แข็งแรงบึกบึนดี อยากใส่นี่ด้วยอะ ที่คล้องคอมีกระดิ่ง เดินไปไหนมีเสียงกรุ๊งกริ๊งน่ารักดี”
“อยากเป็นควายเพราะอยากใส่ปลอกคอกระดิ่งเนี่ยนะ เป็นหมาก็ได้ แล้วเดี๋ยวฉันซื้อให้เลยเอามั้ย? แต่ต้องไปคาบหนังสือพิมพ์หน้าบ้านทุกเช้านะ”
“ซูนอะ! ชอบแกล้ง! แต่เอา! อยากได้ ซื้อให้นะปลอกคอ”
“เอาจริงเหรอ?”
“อื้อ!”
“งั้นเดี๋ยวไปเลือกที่ร้านขายสัตว์เลี้ยงด้วยกันแล้วกัน”
“สั่งในเว็บก็มีซูนอะ มา เลือกกันๆ”
“ไอ้บ้าเอ๊ย จะเอาจริงๆ เหรอเนี่ย?”
“เอาเส่ะ ซูนอะ มาเลือกกันนน เปิดเว็บเซ่!”
“เออๆ รู้แล้ว”
มินกยูพลิกตัวมานอนตะแคงหนุนไหล่ซูนยองเพื่อดูหน้าจอโทรศัพท์ไปด้วยกัน ซูนยองรู้สึกบ้าๆ ยังไงไม่รู้ที่มาเลือกปลอกคอกันแบบนี้ทั้งๆ ที่ไม่ได้เลี้ยงหมาหรือแมว ซื้อปลอกคอ ให้น้องชายเนี่ยนะ แต่มินกยูบอกว่าอยากได้และจริงๆ มันก็ไม่ได้ผิดอะไร น้องดูท่าทางจะสนใจปลอกคอสีฟ้าเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่แปลก ชอบสีฟ้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เสื้อสีฟ้าลายก้อนเมฆตัวโปรดก็ใส่จนยุ่ยแล้วยังจะไม่ยอมทิ้งอยู่เรื่อยๆ อีก
“ปลอกคอสัตว์ไม่ค่อยสวยเลยอะซูน”
“อือ ก็มีแค่นี้ล่ะ”
“มันมีเว็บปลอกคอคนอะซูน เอามือถือมานี่ผมเสิร์ชให้”
“หา?”
มีจริงๆ เว็บปลอกคอคน สวยกว่าเยอะเลยด้วย จะมีพวกมีห่วงตรงกลางบ้าง มีหนามบ้าง เป็นคล้ายๆ สร้อยคอ มีระย้งระย้าก็มี มินกยูเลื่อนดูอยู่ไม่นานก็ได้ที่ชอบ เป็นสร้อยคอหนังสีฟ้าที่มีกระดิ่งสีเงินเรียบๆ
“เอาอันนี้ล่ะ!”
“เอาจริงใช่มั้ยเนี่ย?”
“อือ น่ารักดีออก ใส่อยู่บ้านเนี่ยแหละซูนไม่ต้องห่วง ผมไม่ใส่ไปข้างนอกหรอก”
“โอเค”
“เลขบัตรผม เดี๋ยวนะ”
“ไม่ต้องหรอก ฉันซื้อให้”
“โหหหยย ป๋าา”
“ป๋าบ้าไรเล่า แค่นี้เอง ทำงานรอบนี้ฉันได้เงินมาตั้งเยอะเลย เอ้อ จริงด้วย”
มินกยูจะงอแงที่ซูนยองลุกจากเตียงแต่ก็สงสัยด้วยว่าจะไปไหน ซูนยองเข้าห้องน้ำไปรื้อตะกร้าผ้าแล้วหยิบซองเงินออกมาจากชุดสูทตัวเอง เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ พอหยิบปึกเงินออกมาจากซองเท่านั้นแหละ มินกยูตาโตทันที
“โหย ซู๊นนน! ป๋าจริงด้วย!”
“อื้อ เยอะใช้ได้เลยใช่มั้ยล่ะ?”
“แต่ก็สมควรอะนะ ซูนทำงานหนักมากเลยอะครั้งนี้”
“เพราะงั้นนายเลือกมาเลย อยากเที่ยวที่ไหน”
“โหหห งั้นซูนจะเอาไร ทะเลภู-”
“ภูเขาเมืองเก่าเข้าป่า เลิกสักที แล้วก็ ไม่ใช่สักอัน”
“อ่าว แล้วไปไหนง่ะ”
ซูนยองยิ้มแล้วหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดๆ อยู่นิดหนึ่งก่อนจะส่งให้น้องชายดู มินกยูอ้าปากค้างแล้วหงายหลังลงนอนบนเตียง ส่งเสียงหวีดร้องจนซูนยองต้องรีบตะครุบปากไว้เพราะหนวกหู
“เบาๆ สินายนี่ ข้างบ้านเขาได้คิดว่าฉันฆ่านายพอดี!”
“แต่ซู๊นนนนน นี่มันนนนน!”
“ใจเย็นๆ สิ”
“ซู๊นนนน แล้วซูนไม่เป็นไรเหรอ?”
“ไม่เป็นไรหรอก เรือลำตั้งใหญ่ ไม่โคลงเคลงแน่นอน”
“ฮืออ ซูนนนน ดีใจจจจจจ ผมอยากไปแบบนี้มาตั้งนานแล้วววว!”
“เตรียมตัวได้เลย เราจะจองช่วงโปรโมชั่นนี่ล่ะ เดี๋ยวไม่กี่เดือนก็ได้ไปแล้ว!”
“ซู๊นนนนนน”
“เอ้า เลือกเอา จะนั่งเรือไปประเทศไหนกันดี”
“ฮื้ออออออออ”
มินกยูดี๊ด๊าอยู่พักหนึ่ง เสิร์ชหาโปรแกรมเที่ยววุ่นวายไปหมด ซูนยองมองน้องยิ้มแก้มแตกก็ลูบหัวบ้าง หอมหัวบ้างอย่างเอ็นดู ไม่นานมินกยูก็เพลีย หมดแรงอีกรอบ ข้าวก็กินไปได้นิดเดียวนี่นะ ได้เวลานอนเอาแรงต่อแล้วล่ะ ซูนยองดึงโทรศัพท์มือถือจากมือน้อง พาไปเข้าห้องน้ำล้างมือเรียบร้อยก็ปิดไฟนอนกัน มินกยูซุกอกพี่ชายแล้วส่งเสียงฮุ้งฮิ้งออกมาจนซูนยองหัวเราะ
“เป็นอะไรของนาย ทำเสียงแปลกๆ อยู่ได้”
“ก็มันสบายนี่นา! อยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุขเหมือนอยู่บ้านเลยนะ~”
“อื้ม ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว”
“ไม่สิ”
“อ่าว”
“อยู่ที่ไหน ก็ไม่มีความสุขเหมือนอยู่กับซูนเลยนะ~ แบบนี้ต่างหาก ชะอู้ฮ้าว!”
“ชะอู้ฮ้าวบ้าอะไรล่ะ นอนได้แล้ว”
“งืออ รักซูนน้าา”
“อืม รักเหมือนกัน”
ซูนยองก็เหมือนกันนั่นแหละ ถึงครั้งนี้จะได้อยู่บ้านก็เถอะ แต่เขาจะมีความสุขที่สุดก็ตอนที่ได้กอดมินกยูนอนแบบนี้ล่ะนะ