Wednesday, 28 February 2018

II 17 Hybrids II Roborovski Hamster / Oriental Cat

“ทุกคนนน ฟังทางนี้หน่อยยยย!”

ซูนยองยิ้มร่าเมื่อสมาชิกทั้งสิบสองคนละสายตาจากอะไรก็ตามที่กำลังทำอยู่แล้วหันมามองเขาที่ยืนท้าวเอวอยู่กลางห้อง ทุกคนเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นหลังจากทัวร์คอนเสิร์ตจบลง สภาพร่างกายก็ค่อนข้างป่วยๆ กันหน่อย เหนื่อย แล้วก็ง่วงกันเต็มที เพราะงั้นเขาเลยต้องรีบเรียกไว้ก่อนที่จะหายเข้าห้องนอนไปกันหมด เป็นเซเว่นทีนนี่ก็เหนื่อยนะ แต่ก็มีความสุขมากๆ เลย แค่ได้ทำตามความฝันของตัวเองก็นับว่าเจ๋งมากแล้วล่ะ แต่บางทีทุกอย่างก็เครียดไปหมด เวลาหายไปไม่มีเหลือ เพราะงั้นพอมีวันว่างสักหน่อยก็ต้องตักตวงให้เต็มที่

อย่างที่เขากำลังจะทำนี่แหละ

“ต่อไปอีกสองอาทิตย์เราจะมีช่วงหยุดพักนี่นา ใช่มั้ย"

ทุกคนพยักหน้าเบาๆ ยกเว้นจองฮันที่เริ่มเลื้อยลงนอนบนโซฟา และวอนอูที่ตาเริ่มหรี่จนเหมือนจะหลับให้ได้

“เพราะงั้นผมก็เลยหยุดยาตั้งแต่อาทิตย์ก่อน"

'หยุดยา' เป็นคำที่ทุกคนเข้าใจตรงกันดี มันคือการหยุดกินยาสำคัญที่ต้องกินทุกๆ สามสี่วันเพื่อกันการ 'กลายร่าง' เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าเซเว่นทีนน่ะ จริงๆ แล้วเป็นสัตว์ผสมกันทุกคนไง บริษัทคัดเลือกมาอย่างดีแล้วว่ายังไงก็ต้องเป็นสิบสามคนนี้ เพราะทั้งสิบสามคนมีเลือดพิเศษของสัตว์ผสมอยู่ ซึ่งในประชากรมนุษย์จะมีอยู่เพียง 20% เท่านั้น ที่ต้องเจาะจงให้เป็นสัตว์ผสมก็เพราะสัตว์ผสมจะมีความสามารถพิเศษแตกต่างกันไป ถึงจะไม่สามารถระบุได้แน่ชัดเพราะไม่ได้เป็นไปตามลักษณะของสัตว์แต่ละชนิดตามธรรมชาติ แต่จากการทดสอบมาหลายปี เซเว่นทีนก็รวมตัวกันอย่างที่เห็นนี่และก็ทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นมาตลอด แต่เพราะว่าสัตว์ผสมยังเป็นส่วนน้อย และมนุษย์ธรรมดาเองจะไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเผ่าพันธุ์นี้ทำให้ต้องกินยาระงับการกลายร่างอยู่ตลอดเวลาเพื่ออยู่ร่วมกับมนุษย์ในสังคม แต่การกินยาตลอดก็จะส่งผลให้เกิดความเครียด เพราะความเป็นสัตว์ผสมถูกกดทับไว้ ดังนั้น อย่างน้อยก็ควรจะหยุดยาปีละสี่ถึงห้าครั้ง

และวันหยุดยาวถึงสองอาทิตย์นี่ก็เป็นโอกาสดีเชียวล่ะ

“อา แฮมสเตอร์อ้วนจะโผล่มาอีกแล้วเหรอ"

“ใครเป็นแฮมสเตอร์อ้วน! ไอ้แมวบ้า!”

“เออสิ ฉันเป็นแมวบ้า เตรียมเจอได้เลย"

ส่วนใหญ่เซเว่นทีนก็จะหยุดยาพร้อมๆ กันนั่นแหละ เพราะวันหยุดก็มีอยู่ปีละนิดเดียว แต่ถ้ากลายร่างพร้อมกันหมดก็จะยุ่งหน่อย เพราะเวลาส่วนที่เป็นสัตว์ไม่ถูกกดทับ ลักษณะเฉพาะของสัตว์แต่ละชนิดก็จะปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด และบางครั้งนั่นก็สร้างปัญหาอยู่บ้าง โดยเฉพาะพวกเขาที่กินยากดทับไว้ตลอด พอกลายร่างครั้งหนึ่งก็จะออกอาการมากกว่าสัตว์ผสมคนอื่นๆ ที่หยุดยาสองสามเดือนครั้ง เพราะงั้นพวกเขาก็จะผลัดกันหยุดยา โดยห่างกันสองสามวัน เพราะแต่ละคนก็จะมีช่วงที่กลายร่างของตัวเองด้วย เช่นต้นเดือน กลางเดือน หรือปลายเดือนที่ความเป็นสัตว์เด่นนำความเป็นคน โดยปกติแล้วหลังจากหยุดยาประมาณหนึ่งอาทิตย์ก็จะเริ่มกลายร่าง สำหรับตัวซูนยอง เขามักจะกลายร่างช่วงปลายเดือน บางครั้งถึงจะกินยากดไว้ก็ตาม เขาก็ยังแสดงอาการที่เหมือนหนูแฮมสเตอร์ออกมาอยู่บ้าง

“ผมเพิ่งหยุดไปวันนี้ ไม่น่าจะโดนกันนะครับ"

“ขอบใจนะหมิงฮ่าว ฉันเจอแมวสองตัวไม่ไหวแน่ เอ้อ จุนล่ะ?"

“ฉันยังไม่ได้หยุดเลย คงรออีกหน่อย ฉันหยุดไม่กี่วันก็กลายร่างแล้ว มีแมวหลายตัวในบ้านนายน่าจะไม่ค่อยปลอดภัย"

หลังจากคุยกันอยู่พักหนึ่งก็ตกลงกันได้ว่าใครจะกลายร่างช่วงไหน เริ่มจากซูนยอง วอนอู ที่หยุดยาพร้อมกัน น่าจะกลายร่างในอีกวันสองวันนี้ ตามด้วยจุน หมิงฮ่าว จองฮัน จีซูที่เริ่มหยุดยาไปแล้ววันนี้ หรือจะเริ่มหยุดพรุ่งนี้ หลังจากนั้นจะเป็นคิวของ ซอกมิน มินกยูและจีฮูน ปิดท้ายด้วย ซึงชอล ซึงกวาน เวอร์นอน และชาน พอตกลงกันเรียบร้อยก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำเข้านอน เหนื่อยกันมาติดๆ กันหลายเดือน ในที่สุดพวกเขาก็จะได้พักสักที


“โอย น่ารัก"

จีซูยืนยิ้มส่ายหัวให้กับจองฮันที่นั่งอยู่บนเตียงซูนยองได้สักพักแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงกว่า สมาชิกหลายคนตื่นแล้ว บางคนก็กินข้าวเช้ารวบข้าวเที่ยงไปเลย บางคนก็อาบน้ำ จะเหลือคนที่ยังนอนอยู่ก็แค่ซูนยองกับวอนอูที่กลายร่างแล้วนี่แหละ เส้นผมของซูนยองกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนแซมดำ ปลายจมูกเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนและมีขนยาวๆ งอกขึ้นแถมช่วงแก้ม จองฮันลูบใบหูเล็กๆ ที่ด้านในเป็นสีชมพูอ่อนอย่างระมัดระวัง เขาไม่อยากปลุกให้น้องตื่น ซูนยองเป็นหนูแฮมสเตอร์พันธุ์โรโบรอฟสกี้ที่จะหลับกลางวันและตื่นช่วงกลางคืน เพราะงั้นตอนนี้ก็ต้องปล่อยให้นอนไปก่อน

“จองฮัน ไปกินข้าวกันได้แล้ว ปล่อยน้องนอนเถอะ"

“น้องน่ารักมากเลยจีซู"

“อื้ม น่ารัก"

ซูนยองเป็นขวัญใจของพี่ๆ น้องๆ ในวงที่สุดเวลากลายร่าง เพราะอาการขี้เซา งัวเงียๆ กับกลุ่มผมสีอ่อนนุ่มนิ่มประกอบกับใบหูเล็กๆ และปลายจมูกสีอ่อนที่ดุกดิกไปมา ทำให้ใครหลายๆ คนมานอนกอดเขาในช่วงบ่ายเป็นประจำ และจองฮันก็รีบมาจองที่ทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ จะมีก็แต่จองฮันเท่านั้นแหละที่กินข้าวแล้วนอนได้เลย มินกยูที่แวะมาหลังเดินย่อยสักพักก็ต้องหน้ามุ่ยเดินกลับออกไปเพราะที่ไม่ว่างเสียแล้ว

ในขณะที่ซูนยองกำลังนอนหลับอยู่ วอนอูก็เพิ่งจะตื่น เรือนผมของวอนอูกลายเป็นสีเทาแก่พร้อมใบหูใหญ่ทรงสามเหลี่ยมที่กระดิกไปมา ดวงตาสีเขียวอ่อนหรี่ลงมองไปรอบห้อง ใบหน้าที่เดิมค่อนข้างเรียวอยู่แล้วก็เปลี่ยนรูปจนแหลมกว่าเดิมตามแบบแมวโอเรียนทัล ปลายจมูกเปลี่ยนเป็นสีเข้ม และที่แก้มก็มีหนวดยาวๆ ไม่ต่างจากแฮมสเตอร์น้อยที่ยังหลับปุ๋ยอยู่ แต่วอนอูเป็นแมวพันธุ์ที่ค่อนข้างตื่นตัว และต้องการความสนใจอยู่ตลอดเวลา พอตื่นมาแล้วเห็นว่าห้องว่างเปล่า หางสีเทาก็เริ่มส่ายไปมาช้าๆ อย่างอารมณ์ไม่ดี

“แง้วววววววว!!!”

แผดเสียงดังลั่น เรียกให้ใครสักคนมาหา

“มาแล้วๆๆ อย่าร้องครับอย่าร้อง พี่ซูนยองหลับอยู่"

เป็นมินกยูที่รีบวิ่งเข้าห้องมาพร้อมถาดอาหาร เตะประตูปิดเสร็จสรรพกันเสียงลอดออกไปด้านนอก วอนอูมองเนื้อปลาสองสามชิ้นในชามแล้วก็ค่อยๆ ลงจากเตียงมานั่งที่พื้น ใช้มือกินออกจะลำบากหน่อยเพราะเล็บก็เริ่มเปลี่ยนรูปแล้ว มินกยูรู้งาน หั่นปลาเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใช้ช้อนตักป้อนทีละคำ ป้อนปลาหมดชิ้นหนึ่งก็ป้อนน้ำต่อ วอนอูรู้สึกพอใจขึ้นนิดหน่อย

“แล้วคนอื่นล่ะ?”

“พี่จองฮันพี่จีซูนอนกอดพี่ซูนยองอยู่ครับ พี่ซึงชอลน่าจะออกไปเดินย่อยกับพี่จีฮุน ซอกมินเห็นว่าจะไปเที่ยวกับซึงกวาน เวอร์นอน ชานน่าจะล้างจานอยู่ หมิงฮ่าวนอนเอาแรงสำหรับคืนนี้ พี่จุนหาของเล่นมาเล่นกับพี่อยู่มั้ง"

พอได้ยินแบบนั้นวอนอูก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที เขารีบกินปลาจนหมดแล้วตะปบทิชชู่จากมือมินกยูมาเช็ดปากก่อนจะวิ่งออกจากห้องไป มินกยูได้แต่ถอนหายใจแล้วเก็บจานชามไปล้าง เพราะป่านนี้ชานคงล้างเสร็จหมดแล้ว จะให้เรียกน้องออกมาล้างอีกทีก็รู้สึกไม่ดี จะให้วอนอูมาล้างเองน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ

“จุนนน จุนนนน แง้วววววววว จุนนนนนน!!”

“ฮื่อออ~”

“โอ๋ๆ เสียงดังเหรอครับ? มาๆ มานี่มา"

ซูนยองซุกตัวเข้าหาอกของจองฮัน ขยุกขยิกอยู่หน่อยหนึ่งแล้วก็หลับไปอีกครั้ง เสียงกรนเบาๆ ของน้องทำให้จองฮันยิ่งยิ้มหน้าบานกว่าเดิม จีซูโน้มหน้ามาหอมแก้มนุ่มๆ ที่มีไรขนบางๆ ขึ้นแล้วทั้งสองคนก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กัน เขาสองคนเอ็นดูซูนยองที่สุด ปกติก็น่ารักอยู่แล้ว ยิ่งเวลาเป็นแฮมสเตอร์ยิ่งน่ารักกว่าเดิมอีก น่ากอด น่าหอม ไม่เหมือนวอนอูเวลากลายร่าง แสบซะไม่มี ป่านนี้จุนคงจะปวดหัวอยู่แล้วล่ะมั้ง

“ก่อนจะเล่นของเล่นนะวอนอู มาลับเล็บกันก่อน ฉันไม่อยากเลือดสาดเต็มห้อง"

“โอเวอร์ จะให้ลับเล็บก็ถือกระดานดีๆ สิ"

จุนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหยิบไม้กระดานที่มีเชือกปอพันไว้ขึ้นมาถือระดับอก วอนอูขยับอุ้งมือ กางกรงเล็บเล็กน้อย ไหล่ห่อลง คอยื่นมาด้านหน้า ดวงตาจ้องไปที่กระดานไม้แล้วเริ่มส่งเสียงในลำคอเบาๆ จุนเองก็เป็นแมวเหมือนกัน เขาก็เข้าใจอาการต่างๆ ของวอนอูดี แต่เขากับวอนอูน่ะแมวคนละพันธุ์ แล้วก็นิสัยไม่เหมือนกัน บางทีเขาก็เลยจะตกใจกับความดุร้าย-

“แง่ว!!”

“เห้ย"

จุนยกไม้กระดานสูงขึ้นเล็กน้อยแล้วคู้ตัวลงแอบเมื่อวอนอูเริ่มลงเล็บ นี่มันเรียกว่าตะปบเลยมั้ง เล่นฟาดๆๆ ลงมาไม่ยั้งจนสะเทือนไปหมด เสียงเสียดหูดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อวอนอูเริ่มลับเล็บอย่างบ้าคลั่ง ไม่พอ ยังร้องไปด้วยอีก ทำเสียงเหมือนสะใจซะเต็มที่ บางทีจุนก็กลัวเพื่อนตัวเองเหมือนกัน แต่ก็ต้องเป็นเขานี่แหละที่มารับมือกับวอนอูทุกครั้ง ช่วงกลายร่างแรกๆ จะมีอาการมากเป็นพิเศษแบบนี้ แล้วเวลาผ่านไปก็จะค่อยๆ เบาลงเอง เลยต้องเป็นเขาซึ่งเป็นแมวด้วยกันมารับมือ ไม่อย่างนั้นถ้าทำอะไรพลาดไปมีหวังลายไปทั้งห้องแน่

“สะ เสร็จแล้วใช่มั้ย"

วอนอูหอบน้อยๆ แต่ใบหน้ามีรอยยิ้มโรคจิต- พึงพอใจอยู่ จุนกลืนน้ำลายลงคอแล้ววางแผ่นกระดานลง

“จะเล่นอะไรก่อนดี?”

วอนอูเอียงคอไล่สายตามองกองของเล่น จุนมองตามแล้วก็คิดว่าตัวเองเลือกน่าจะดีกว่า ตอนนี้เขายังพอมีแรง เล่นอันเหนื่อยสุดก่อนก็แล้วกัน

“จับผีเสื้อมั้ย?”

“เอาสิ!”

ส่วนใหญ่คนที่ดูแลวอนอูช่วงกลายร่างก็คือจุนนี่แหละ เพราะทนเล็บ ทนฟันที่สุด แล้วก็ยังเป็นแมว ก็เลยเข้าใจแมวด้วยกันดี รู้ว่าต้องทำยังไงให้อีกคนไม่อาละวาด ทำยังไงให้ตัวเองไม่เลือดสาด จุนเลยค่อนข้างคุ้นชินกับนิสัยของวอนอู เขาพอจะรู้ว่าเพื่อนชอบอะไรไม่ชอบอะไร และชอบเล่นอะไรแบบไหน จุนหยิบไม้ที่มีลวดอ่อนผูกติดกับผีเสื้ออยู่ตรงปลายแล้วเริ่มจากการยกแขนแกว่งไปมาทั้งที่ยังนั่งก่อน วอนอูเริ่มหมอบลงแล้วแหงนหน้ามองตาม ท่าทีสงบนิ่งก่อนจะตะปบเหยื่อดูน่ากลัวสำหรับคนที่ไม่คุ้น ถ้าเป็นซูนยองป่านนี้คงวิ่งหนีไปแล้ว เพราะเจอท่าแบบนี้ทีไรโดนตะปบพุงทุกที แต่สำหรับแมวอย่างจุน นี่เป็นท่าปกติก่อนจะ-

“แง่ว!!”

“ฮ่าๆ ไม่โดน เอาใหม่นะ"


ซึงชอลกลับจากเดินย่อยกับจีฮุนแล้ว จีฮุนนั่งฟังเพลงกินขนมอยู่ที่ห้องนั่งเล่นในขณะที่เขาเดินแยกเข้ามาในห้องนอน กะว่าจะมาเล่นกับซูนยองสักหน่อยแต่ก็ต้องถอนหายใจเมื่อเห็นพี่หลงน้องสองคนนอนประกบอยู่แล้ว จีซูที่ไวต่อเสียงกว่าหันมามองเขาเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งในขณะที่จองฮันหลับปุ๋ยตามแฮมสเตอร์น้อยไปแล้ว ซึงชอลลงนั่งที่ขอบเตียงแล้วลูบหัวซูนยองเบาๆ พอเห็นมือน้อยๆ ที่เริ่มมีสีชมพูอ่อนและเล็บแหลมๆ ยกขึ้นมาลูบหัวลูบหูตัวเองตามความเคยชินแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ก้มลงไปหอมสักทีสองทีก่อนจะเดินกลับออกมา ปล่อยให้จีซูได้ลงไปนอนกอดน้องต่อ

พี่โตทั้งสามของวงน่ะ หลงซูนยองหัวปักหัวปำทั้งนั้นแหละ

“หื่ออ แง่ว! แง๊วว! ฮึ่ย!”

พระอาทิตย์ใกล้ตกดินจุนก็เริ่มเมื่อยจะเล่นไล่จับผีเสื้อแล้ว เขาเลยโยนไหมพรมให้วอนอูเล่นแทน แต่ไหมพรมอย่างเดียวน่ะวอนอูตะปบไม่กี่ทีก็เบื่อแล้ว เพราะงั้นเขาก็เลยหยิบแสงเลเซอร์มายิงไปรอบๆ ห้องด้วย แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ไปใกล้ของที่แตกหักหรือขาดได้ ก็เลยได้แต่วนไปวนมาแถวพื้นรอบตัว หรือตามผนังว่างๆ วอนอูไล่ตะปบอย่างเอาเป็นเอาตาย หูตั้งหางตั้ง ดูวอนอูวิ่งไปวิ่งมาก็เริ่มปวดหัว มือหนึ่งกดเลเซอร์ยิงไปมั่วๆ อีกมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น เขาต้องส่งข้อความบอกหมิงฮ่าวให้ตื่นได้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะปวดหัวเอา แล้วยังอาจจะเตรียมตัวไม่ทันดูแลซูนยองด้วย

“แง่ว!!”

“เห้ย!”

จุนสะดุ้งเมื่อวอนอูกระโจนมาจะตะปบโทรศัพท์ของเขา ยังดีที่ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาค่อนข้างไว เลยชูโทรศัพท์ขึ้นหนีทัน แต่กลายเป็นวอนอูข่วนแขนเขาแทน ถึงจะลับเล็บไปแล้วก็เถอะ ก็เจ็บอยู่เหมือนกัน เลือดออกนิดหน่อยด้วย วอนอูนั่งบนตักเขาแล้วเอาหน้าผากมาโขก ดวงตาสีเขียวจ้องเขม็งจนแทบทะลุทะลวงเป็นรู จุนค่อยๆ เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงแล้วดึงวอนอูให้ห่างออกจากตัว ครั้งนี้เขาพลาดไปจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าวอนอูเป็นแมวที่ต้องการความสนใจอยู่ตลอดเวลา แต่เขาดันเล่นโทรศัพท์ซะได้

“ขอโทษที มา มาเล่นกันต่อนะ"

“หึ"

วอนอูส่งเสียงขึ้นจมูก ดวงตาสีเขียวละจากใบหน้าเขาไปมองที่ช่วงแขนแทนก่อนจะท้าวอุ้งมือลงกับตักเขาแล้วย่อตัวลงไปใกล้ จุนยกมือหนึ่งขึ้นลูบหัววอนอูที่เลียแผลเขาเบาๆ เจ้าตัวเองคงไม่ตั้งใจให้ถึงกับเลือดออกหรอก แต่ถ้าอยากให้เป็นแผลน่ะไม่แน่ เขาไม่ได้โกรธอะไรหรอก นี่มันเป็นเรื่องธรรมดา แมวเล่นกันก็ต้องมีได้แผลกันบ้างนั่นแหละ คิดอะไรเพลินๆ จู่ๆ วอนอูก็ยืดตัวตรงอีกครั้งจนหัวจนคางเขาดังปั่ก ใบหูใหญ่สีเทากระดิกเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มชั่วร้ายจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็กแหลม

โอยตาย อะไรอีกเนี่ย

“ซูนยอง~ ตื่นแล้วเหรอ โอ๋ๆ หิวมั้ยครับ?”

“ฮื่อ~ พี่จองฮัน พี่จีซู"

ลูกตาสีดำสนิทจ้องมองใบหน้าจองฮันสลับกับจีซูที่นอนข้างกัน ก่อนเจ้าตัวจะพลิกตัวลงนอนคว่ำ เหยียดแขนสองข้างไปข้างหน้า ยืดเส้นยืดสายจนตัวสั่น เรียกเสียงเล็กเสียงน้อยที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูจากพี่ทั้งสองได้อีกระลอก ซูนยองยกมือขึ้นขยี้ตาน้อยๆ แล้วลุกขึ้นนั่ง สองขาชันขึ้น ตัวค้อมไปด้านหน้า สองมือง่วนอยู่กับการลูบหน้าลูบตา ลูบหัวลูบหู จองฮันลุกขึ้นมานั่งข้างๆ ส่งสายตาเป็นประกายระยิบระยับให้อยู่ตลอด แต่ยังไม่ได้หอม ไม่ได้กอด ประตูห้องนอนก็เปิดออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างผอมๆ ที่เดินย่องเข้ามา บนใบหน้าวอนอูมีรอยยิ้มชั่วร้ายอยู่ หางสีเทาตั้งขึ้นและขดมาด้านหน้าเล็กน้อย

“ว่าไง แฮมอ้วน ตื่นแล้วเหรอ"

“ตื่นแล้ว แมวบ้า!”

“ตื่นแล้วก็มาเล่นไล่จับกัน"

“เอาสิ!!”

“อย่าๆๆ ไม่ได้นะ อั่ก!”

เสียงร้องโวยวายปนไปกับเสียงหัวเราะ เสียงฝีเท้ากับเสียงของหนักๆ กระทบนู่น ชนนี่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หมิงฮ่าวขมวดคิ้วทั้งที่ยังไม่รู้สึกตัวดี เขาพลิกตัวหนีแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัว ผ่านไปสักพักเพิ่งจะเริ่มนึกออก ว่าตัวเองต้องทำอะไร เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง มองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่ามืดแล้ว คงได้เวลาแล้วล่ะ เสียงด้านนอกก็เป็นตัวบ่งบอกอย่างดีอยู่แล้ว เขาลุกขึ้นเดินไปที่ประตู แต่ยังไม่ทันได้เปิด ประตูก็เหวี่ยงมากระแทกหน้าเขาอย่างแรงจนหงายหลังหัวฟาดพื้นห้อง

“เห้ยยๆ ฮ่าววว! ขอโทษๆๆ เป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย?”

“อะไรของพี่เนี่ย พี่จวิ้น! โอย มึน"

“ขอโทษๆ คือพี่จะรีบมาปลุกเรา ตอนนี้วุ่นวายใหญ่แล้ว!”

หมิงฮ่าวส่ายหัวไปมา พยายามเพ่งมองไปด้านนอกห้อง พอภาพเริ่มชัดขึ้นก็เห็นว่าโซฟา โต๊ะ และหมอนกระจายเละเทะเต็มพื้นไปหมด แล้วก็เห็นก้อนสีน้ำตาลอ่อนตัดผ่านไปไวๆ อยู่สามสี่ครั้ง ตามด้วยวอนอูที่ดูตัวยืดยาวตามรูปร่างของแมว ตามไล่ตะครุบอยู่ด้านหลัง จุนพูดอะไรรัวๆ ต่อสักอย่างแต่หมิงฮ่าวยกมือขึ้นห้าม แค่ตื่นมาผิดเวลาเขาก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ยังโดนเปิดประตูกระแทกหน้า แล้วยังเหตุการณ์วุ่นวายนี่อีก เขาไม่เห็นใครนอกจากมินกยูที่ยืนง่กๆ เงิ่นๆ อยู่กลางห้อง คิดว่าคนอื่นๆ คงรู้ดีว่าจัดการสองคนนี้ไม่ได้เลยหลบกันไปหมด เขาต้องออกไปแล้ว หมิงฮ่าวรีบลุกขึ้นเดินไปยืนกลางห้องนั่งเล่น มินกยูทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่เขาก็ยกมือห้าม ตอนนี้เขาไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น เขาต้องการสมาธิ และเมื่อก้อนกลมๆ สีน้ำตาลวิ่งผ่านมาอีกครั้ง เขาก็คว้าไว้ได้ทัน จุนลงไปคุกเข่ากับพื้นแล้วโห่ร้องออกมาดังลั่นด้วยความดีใจในขณะที่มินกยูพยายามจับวอนอูไว้ไม่ให้ข่วนตัวเอง

“หมิงฮ่าวว หมิงฮ่าวตื่นละเหรอเมื่อกี๊นะพี่เล่นวิ่งไล่จับกับวอนอูล่ะสนุ๊กสนุกนี่นะวิ่งไปวิ่งมาจนเริ่มเหนื่อยเลยแหละแต่ก็ยังไม่เหนื่อยมากนะนี่พี่เพิ่งตื่นแหละคืนนี้จะเล่นให้สนุกๆสุดๆไปเลยดีมั้ยดีมั้ยหมิงฮ่าวเอ้อนี่กี่โมงแล้วไม่รู้หมิงฮ่าวหิวมั้ยเรามากินข้าวกันก่อนมั้ยหรือว่าเราจะไปเล่นเลยดีหมิงฮ่าวว่าไงว่าไงหมิงฮ่าวดีมั้ยหมิงฮ่าวหรือไม่ดีหรือยังไงหรือกินข้าวก่อนหรือไปเล่นก่อนหรือไงเอาไงดีหมิงฮ่าวเอาไงเอาไงเอาไงเอาไงเอาไง-”

จุ๊บ

หมิงฮ่าวดึงตัวซูนยองขึ้นมายืนดีๆ แล้วโน้มหน้าลงไปจูบริมฝีปากที่ขยับไม่หยุด ซูนยองหลับตาพริ้มก่อนจะลืมขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็วแล้วหัวเราะคิกคักจนหมิงฮ่าวยิ้มตาม วอนอูโวยวายเสียงดังจนจุนเข้าไปช่วยมินกยูอีกแรง หมิงฮ่าวได้โอกาสดึงมือซูนยองพาเดินออกจากหอพักมาโดยไม่ลืมหยิบหยิบหมวกและผ้าปิดปากมาด้วย จะให้ใครเห็นซูนยองมีหูมีหนวดไม่ได้เด็ดขาด เขากระชับมือพี่ไว้แน่น ถึงซูนยองจะเต้นเร่าๆ อยากวิ่งก็ตาม แต่ขืนปล่อยให้วิ่งไปคนเดียวคงไม่ถึงที่หมาย แต่หายไปไหนก็ไม่รู้ซะมากกว่า และเขาเองก็ไม่น่าจะวิ่งตามทันด้วย แฮมสเตอร์โรโบรอฟสกี้น่ะ วิ่งเร็วอย่างกับอะไร แถมป้ำๆ เป๋อๆ อีกต่างหาก เดี๋ยวก็สนใจนู่น เดี๋ยวก็สงสัยนี่ ถ้าไม่จับไว้ดีๆ พรุ่งนี้คงออกข่าวหน้าหนึ่ง พบสมาชิกวงตัวย่อ ซอ โซ่ ป่วนร้านของเล่น เสียหายหลายแสนแน่นอน

“อ้าาา ถึงแล้วถึงแล้วถึงแล้วล่ะหมิงฮ่าวถึงแล้วถึงแล้วทีนี้เอาผ้าปิดปากออกนะพี่อึดอัดอะหมวกด้วยนะเจ็บหูแล้วอะนะนะหมิงฮ่าวนะเอาออกนะ"

“ครับๆ เอาออกครับ"

หมิงฮ่าวพาซูนยองมาห้องออกกำลังกายที่บริษัท เขาไม่ลืมลงกลอนประตูเผื่อคนพี่จะเกิดคึกพุ่งออกไปวิ่งข้างนอก พอหมิงฮ่าวปล่อยมือ ซูนยองก็ดึงผ้าปิดปากดึงหมวกออกกระจายแล้ววิ่งไปรอบๆ ห้องอย่างตื่นเต้นทันที ถึงจะมาที่นี่บ่อยๆ ก็ตามแต่ด้วยความเวลากลายร่างทีไร คืนแรกซูนยองก็จะวิ่งวุ่นแบบนี้แหละ หมิงฮ่าวหยิบไอแพดออกมาจากลิ้นชักแล้วเอาไปไว้บนที่วางของลู่วิ่ง ปรับความเร็วและความชันก่อนจะเรียกซูนยองที่แค่เสี้ยววินาทีก็มายืนดุกดิกอยู่ข้างตัว

“อ๋อๆๆเราต้องวิ่งกันก่อนนี่นาใช่ม้าจำได้แล้วๆที่มันเป็นวิวสวยๆใช่เปล่าแล้วก็วิ่งวิ่งวิ่งเลยใช่ม้านี่ๆๆหมิงฮ่าวนี่ๆๆครั้งนี้เป็นวิวที่ไหนล่ะบอกหน่อยสิบอกหน่อยนะนะนะหมิงฮ่าวน้านะนะนะนะนะ"

“พี่ขึ้นไปบนลู่วิ่งก่อนครับเดี๋ยวผมเปิดให้นะ"

“เย่ๆๆเอาเลยเอาเลยหมิงฮ่าวเอาเลยเปิดเลยเปิดเลยหมิงฮ่าวเปิดเลย"

แฮมสเตอร์โรโบรอฟสกี้น่ะชอบออกสำรวจ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่างทำให้เขาไม่สามารถพาพี่ออกไปวิ่งเล่นข้างนอกได้ เพราะงั้นหลังจากคิดกันอยู่นานก็เลยได้ทางออก คือการจับซูนยองให้วิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าแทน และเปิดคลิปวิดีโอของคนที่ปั่นจักรยานเที่ยวไปด้วย ถึงจะไม่ได้ไปที่ไหนจริงแต่อย่างน้อยซูนยองก็ได้ดูวิวไปเรื่อยๆ ก็พอจะทดแทนกันได้บ้าง ครั้งนี้เป็นวิวชายทะเล ซูนยองมองอย่างตื่นตาตื่นใจ จะกระโดดขึ้นวิ่งทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ใส่รองเท้า ถึงแฮมสเตอร์จะไม่ต้องใส่รองเท้าก็จริง แต่การเป็นสัตว์ผสมไม่ได้ทำให้กลายร่างทั้งหมดเพราะงั้นเพื่อรักษาเท้าของคนพี่ไว้หมิงฮ่าวเลยจับให้นั่งเพื่อเขาจะได้ใส่รองเท้าให้ได้ดีๆ

“นิ่งๆ ก่อนครับพี่ซูนยอง ผมขอผูกเชือกรองเท้าอีกนิดนึง"

“ไม่เห็นต้องใส่เลยรองเท้าอะหมิงฮ่าวพี่บอกหลายรอบแล้วนะว่าเท้าพี่วิ่งบนลู่แค่นี้ไม่เป็นไรสบายมากยังไงก็ไม่เจ็บไม่แสบไม่ปวดไม่อะไรทั้งนั้นพี่อยากวิ่งแล้วหมิงฮ่าวให้พี่วิ่งเถอะนะตอนนี้กี่โมงแล้วหมิงฮ่าวจะเช้าแล้วใช่มั้ยหมิงฮ่าวให้พี่วิ่งก่อนนะหมิงฮ่าวพี่อยากวิ่งแล้วหมิงฮ่าวพี่-”

จุ๊บ

หมิงฮ่าวยื่นหน้าเข้าไปจูบพี่เบาๆ เอาให้เงียบก่อนจะก้มหน้าก้มตาผูกเชือกรองเท้าต่อ ถึงซูนยองจะไม่ได้นิ่งลงเท่าไหร่ ยังคงสั่นขาไปมาอยู่แต่ก็หยุดพูดไปพักหนึ่งเพราะมัวแต่หัวเราะคิกคัก ในที่สุดก็ใส่รองเท้าเสร็จเรียบร้อย หมิงฮ่าวนั่งพิงกระจกบนพื้นมองซูนยองวิ่งทำหน้าตื่นเต้นอยู่บนลู่ไฟฟ้า โดยปกติแล้วซูนยองจะวิ่งอย่างนี้สักชั่วโมงกว่าๆ ถึงจะเริ่มเหนื่อยและเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ช่วงนี้เขาก็พอจะพักได้บ้างเพราะหลังจากนี้ก็จะหนักหน่อย แต่จะให้แอบงีบน่ะคงไม่ได้หรอก

“โอ้โหโอ้โหหมิงฮ่าวมาดูนี่สิหมิงฮ่าวนี่มีเรือหาปลาผ่านมาด้วยล่ะหมิงฮ่าวหมิงฮ่าวหมิงฮ่าวทางซ้ายเป็นป่าล่ะหมิงฮ่าวจะมีสัตว์ป่าอะไรมั้ยหมิงฮ่าวอันนี้หมิงฮ่าวเคยดูรึยังโอ้โหนั่นอะไรอะหมิงฮ่าวเห้ยหมิงฮ่าวปลาล่ะหมิงฮ่าวมันกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำด้วยนะหมิงฮ่าวโอ้โห"

พี่แฮมสเตอร์เขาเล่นจ้อตลอดเวลาแบบนี้ หมิงฮ่าวนอนไม่หลับหรอกเนอะหมิงฮ่าวนะหมิงฮ่าว

“วอนอู อยู่เฉยๆ สิ"

หางสีเทาของวอนอูกวัดแกว่งไปมา คิ้วขมวดแน่น หน้าตาอารมณ์เสียเต็มที่ นอกจากจะยังไล่จับซูนยองไม่ได้ เขายังถูกซึงชอลดุที่ทำห้องเละอีกต่างหาก จุนก็โดนหางเลขไปด้วยเพราะดูแลเขาไม่ดีพอ จริงๆ คนที่ควรจะโดนมากที่สุดน่าจะเป็นหมิงฮ่าวเพราะตื่นมาไม่ทันพาซูนยองไปที่ห้องออกกำลังกายจนเจอกับวอนอูก่อนและวิ่งไล่จับกันจนห้องเละอย่างนี้ แต่เอาจริงๆ ซึงชอลก็ดุได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่เพราะก็เหนื่อยกันมามาก จะตื่นสาย หรือจะหละหลวมไปบ้างก็พอจะเข้าใจได้

แต่ยังไงวอนอูก็ยังหงุดหงิดอยู่ดีแฮะ

“นี่ๆ อย่าข่วนผนังนะวอนอู มานี่ๆ อะ ข่วนไม้กระดานไป"

วอนอูย่นจมูก ใช้อุ้งมือเขี่ยๆ ไม้กระดานเล็กน้อยก่อนจะถีบกระเด็นไปชนกองของเล่น จุนเงยหน้าขึ้นจากการเก็บเศษใยสังเคราะห์ที่หลุดออกมาจากหมอนแล้วหันไปมอง วอนอูส่ายหางไปมา ดวงตาสีเขียวจ้องมองเขานิ่ง จุนถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งลงใกล้ๆ มือขวายกขึ้นลูบหัววอนอูจนอีกคนไหลลงมานอนบนตัก ดวงตาเรียวหรี่ลงจนแทบปิดสนิทพร้อมส่งเสียงในลำคอเบาๆ

“หิวมั้ย? วิ่งเล่นซะเหนื่อยเลยสิ"

“อืม"

“เดี๋ยวเทนมมาให้แล้วกัน"

“อืม"

“รออยู่นี่-”

ฟังซะที่ไหน วอนอูทำหน้าตายเดินตามออกมาด้วย แถมยังเอาหน้ามาถูๆ แขนตอนที่จุนกำลังเทนมจนเกือบหกอยู่หลายครั้ง บอกให้ถอยไปห่างๆ ก่อนก็ไม่ฟัง แต่จุนก็ไม่ได้ว่าอะไรมาก เขารู้ว่าทำไมวอนอูถึงเอาหน้ามาถูอยู่แบบนั้น หมิงฮ่าวช่วงกลายร่างก็เป็นแบบนี้บ่อยเหมือนกัน เขาชินแล้วล่ะ เทนมเสร็จวอนอูก็นั่งกินที่ห้องครัวเลย จุนจะได้ไม่ต้องเดินออกมาอีกที ระหว่างล้างชามวอนอูเอาหัวเอาหางถูขาจนจุนเกือบหน้าคว่ำลงอ่างไปหลายรอบ

ดูจากท่าทาง ช่วงอารมณ์รุนแรงน่าจะใกล้ผ่านไปแล้วล่ะ ค่อยโล่งใจหน่อย

“เดี๋ยวไปแปรงฟัน อาบน้ำนอนนะ"

พอพูดว่าอาบน้ำเท่านั้นแหละ วอนอูก็ส่งเสียงขู่ในลำคอทันที จุนเกลียดงานนี้ที่สุดเลย แต่ครั้งนี้เลี่ยงไม่ได้จริงๆ วิ่งเล่นจนเหงื่อออกซะขนาดนี้ งานหนักหน่อยก็แล้วกัน จุนตบหลังให้กำลังใจตัวเองเบาๆ แล้วดึงแขนลากวอนอูเข้าห้องน้ำ แมวตัวแสบทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างไม่ยอมแพ้ และเริ่มร้องโวยวายเสียงดัง

“แง้วววววว!!! แง้วววววววววววว!!”

“มาเถอะน่าวอนอู เหงื่อออกขนาดนี้ฉันปล่อยนายนอนเลยไม่ได้หรอก เหม็น"


ซูนยองเหงื่อแตกเต็มตัว ถึงจะวิ่งดูช้าลงแต่สีหน้าก็ยังต่ืนเต้นอยู่ หมิงฮ่าวดูเวลาในโทรศัพท์มือถือแล้วก็หยิบผ้าขนหนูเดินไปหาซูนยอง ซับหน้าซับตาให้ก่อนจะปิดเครื่องลู่วิ่ง ซูนยองกระโดดลงมายืนหอบอยู่สองสามวินาทีก็เริ่มดันหน้าเข้าหาฝ่ามือของน้องที่ถือผ้าขนหนูอยู่ ดันเข้ามาไม่ลืมหูลืมตาจนหมิงฮ่าวรับไม่ทัน หน้าทิ่มโดนอกน้องเกือบล้มคว่ำไปทั้งคู่ ดีที่หมิงฮ่าวคว้าที่จับของลู่วิ่งไว้ได้ทัน ซูนยองทำหน้าตกใจอยู่นิดเดียวแล้วก็ยิ้มร่าต่อ

“ไงไงไงหมิงฮ่าวไปไหนต่อดีเต้นใช่มั้ยถึงเวลาเต้นแล้วใช่เปล่าป่ะป่ะไปเต้นกันอยากเต้นจะแย่อยู่แล้วอะ"

“ครับๆ แต่ดื่มน้ำก่อนนะ"

“ได้สิได้สิโอยหิวน้ำจะแย่แล้วอะเนี่ยหิวมากเลย"

“เออ จริงด้วย ยังไม่ได้กินข้าวเลย พี่หิวมั้ยครับ?”

“ใช่ใช่ใช่ข้าวด้วยข้าวด้วยหิวข้าวด้วยกินข้าวกินข้าว"

“โอเค พี่รออยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวผมไปอุ่นข้าวให้ แล้วเดี๋ยวไปนั่งกินที่ห้องซ้อมเต้นกัน"

“อื้ออื้ออื้ออื้อ!”

หมิงฮ่าวเองก็ยังไม่ได้กินข้าว ปกติเขาต้องตื่นมากินข้าวก่อนแล้วถึงพาซูนยองมาออกกำลัง แต่เพราะเหนื่อยจัด ตื่นสายก็เลยวุ่นไปหมด ในตู้เย็นที่บริษัทก็มีแต่ข้าวผสมธัญพืชที่เตรียมไว้สำหรับซูนยอง จะออกไปซื้อข้างนอกมากินก็ปล่อยให้ซูนยองอยู่คนเดียวนานๆ ไม่ได้อีก เขาเลยต้องมากินข้าวคลุกถั่วกับซูนยองแบบนี้ คนพี่น่ะกินง่าย กินอะไรก็อร่อยหมด ยิ่งตอนเป็นร่างแฮมสเตอร์ยิ่งกินสนุก เคี้ยวตุ้ยๆ ยิ้มแก้มปริ หันมายิ้มให้เขาเป็นพักๆ เขาได้แต่ฝืนยิ้มกลับไปให้ นี่ก็สงบลงมากแล้ว เหลือเต้นอีกสองสามชั่วโมงก็คงใกล้เวลานอนแล้วล่ะ

“หมิงฮ่าวหมิงฮ่าวเปิดเพลงเปิดเพลงมาเต้นกันดีกว่ามาเต้นกัน"

“เดี๋ยวครับพี่ยังเต้นไม่ได้ เพิ่งกินข้าวเสร็จเดี๋ยวจุกหมด ตอนนี้เรามายืดเส้นยืดสายกันก่อนดีกว่า"

“เอาไงอะเอาไงเอาไงเอาไงดียืดเส้นยืดสายยังไงมามามาเร็วมามา"

หมิงฮ่าวยิ้มแล้วดึงซูนยองมายืนหน้ากระจกด้วยกัน ซูนยองก็ถามมากไปอย่างนั้นแหละ ยืดเส้นคลายกล้ามเนื้อก่อนเต้นน่ะพวกเขาก็ทำกันทุกวันอยู่แล้ว เพราะงั้นหมิงฮ่าวยังไม่ทันเริ่มซูนยองก็เริ่มเหยียดแข้งเหยียดขาเองแล้ว แต่ก็ทำอะไรรุนแรงไปหน่อยจนหมิงฮ่าวต้องห้ามไว้ เขาแอบมองนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มครึ่ง เขาคงให้ซูนยองยืดเส้นสักชั่วโมงก่อนแล้วถึงจะปล่อยให้เต้นได้ ไม่งั้นเดี๋ยวไส้ติ่งอักเสบกันพอดี ถ้าตามเวลาปกติก็คงเต้นสักสองชั่วโมงกว่าๆ พาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็น่าจะตีหนึ่ง ซูนยองน่าจะง่วงพอดี

หนักหน่อย แต่ก็ช่างเถอะ อย่างน้อยเขาก็มีความสุขที่ได้ทำ


“วอนอู ยอมอาบน้ำเถอะน่า ไม่เหนียวตัวหรือไง"

แมวมีหลายประเภท มีประเภทที่ชอบน้ำ พอลงน้ำได้ ไม่ค่อยชอบน้ำ และเกลียดน้ำ แต่วอนอูไม่อยู่ในประเภทเหล่านั้น วอนอูน่ะพิเศษ อยู่ประเภท 'อยู่ร่วมกับน้ำไม่ได้' จุนล็อคประตูห้องน้ำเรียบร้อย และยืนบังไว้เพื่อความแน่ใจ เขาต้อนวอนอูจนเข้ามาในส่วนอาบน้ำได้แล้วแต่วอนอูดูท่าทางจะไม่ยอมง่ายๆ พองขนจนหางฟูไปหมด แล้วยังส่งเสียงขู่อยู่ตลอดเวลา ดวงตาสีเขียวจ้องเขาเขม็ง เขาไม่ค่อยได้พาวอนอูอาบน้ำหรอก เพราะปกติเขาจะระวังไม่ค่อยให้ได้เหงื่ออยู่แล้ว ก็วอนอูเวลากลายร่างน่ะเคยยอมอาบน้ำซะที่ไหน แต่ครั้งนี้มันจำเป็นจริงๆ เขาบังคับใช้กำลังจับวอนอูอาบน้ำน่ะพอทำได้อยู่หรอก แต่อยากพูดกันดีๆ มากกว่า

“วอนอู เหงื่อออกเต็มขนาดนี้ ตัวจะเหม็นไปหลายวันเลยนะ เตียงก็ด้วย แถมยังเหนียวอีก ไม่สบายตัวหรอกเชื่อฉัน"

“แง่วววววว!”

“วอนอู อย่าทำให้มันยากแบบนี้เลย ฉันอาบไม่นานหรอก ไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จแล้ว เดี๋ยวฉันรีบเช็ดตัวให้เลย ดีมั้ย จะได้ไม่เปียกนาน"

วอนอูส่งเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ เวลากลายร่างก็ไม่ใช่จะเป็นสัตว์ไปทั้งหมดหรอก จิตใจและสำนึกความเป็นมนุษย์ยังเหลืออยู่เกินครึ่ง แค่มันจะควบคุมได้ยากเฉยๆ แต่วอนอูไม่อยากตัวเปียก ไม่อยากโดนน้ำ ไม่อยากอาบน้ำ ไม่อยากอะไรทั้งนั้น เขาเห็นอยู่หรอกว่ากำลังทำให้เพื่อนลำบากใจ เขาเองก็ไม่อยากเป็นแบบนี้เลย แต่ไม่ก็คือไม่!

“เช็ดตัว?”

“หืม?”

“เช็ดตัวเอาไม่ได้รึไง!”

“ไม่ได้หรอก ยังไงในสามสี่วันนี้นายก็ต้องอาบนะวอนอู-”

“แง่ว!!!”

“โอเคๆ เช็ดตัวก็เช็ดตัว"

จุนยอมแล้ว นี่ก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มแล้ว เขาคงเปลี่ยนใจเพื่อนไม่ได้แล้วล่ะ จุนรองน้ำใส่สองถัง ผสมสบู่ลงไปนิดหน่อยในถังหนึ่งแล้วเดินถือเข้ามาในห้องนอนที่มีวอนอูนั่งแกว่งหางอยู่บนเตียง วอนอูก้มหน้ามาดมถังที่มีสบู่อยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เอนตัวกลับไปขึ้นไปนั่งเหมือนเดิม จุนเห็นเพื่อนทำเชิดหน้าแกว่งหางก็เริ่มหมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ เลยผลักจนล้มคว่ำลงบนเตียงก่อนจะปีนขึ้นไปคร่อมทับแล้วเริ่มดึงเสื้อผ้าออกจากตัวอีกฝ่าย วอนอูร้องลั่นแล้วพยายามข่วนแต่แขนทั้งสองถูกกดลงกับเตียงอย่างรวดเร็ว

“แง่ววว! ไอ้จุน ไอ้จุนบ้า! ไอ้แมวผี!”

“นายสิแมวผี"

กว่าจะเช็ดตัวกันดีๆ ได้ก็เหงื่อแตกกันทั้งคู่ จุนลองพยายามหลอกล่อให้วอนอูไปอาบน้ำอีกครั้ง แต่ก็เกือบถูกข่วนอีกรอบ หางสีเทาแกว่งไปมาช้าๆ ระหว่างที่จุนเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อย่างใจเย็น เขาจะเอาให้สะอาดที่สุด ถึงจะไม่ใช่คนรักสะอาดอะไรมากแต่เขาก็ไม่อยากให้เพื่อนแมวตัวแสบเหม็นโฉ่ไปอีกสองสามวันหรอกนะ หลังจากเช็ดแล้วเช็ดอีกอยู่สองสามรอบจนวอนอูเริ่มแยกเขี้ยวจุนก็เก็บถังน้ำ ผ้าเช็ดตัว และได้เวลาที่ตัวเองจะอาบน้ำสักที พอเขากลับเข้ามาในห้องนอนก็เจอวอนอูนอนตะแคงข้าง ดวงตาสีเขียวจ้องมองเขาเขม็งพร้อมรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ

“ยังไม่นอนอีกเหรอ"

“นอนคว่ำ"

“ห๊ะ?”

“มา นอน คว่ำ เดี๋ยว นี้"

อะไรอีกเนี่ย


“พี่ซูนยอง เหนื่อยแล้วใช่มั้ยครับ?”

“งือ นิด หนึ่ง"

หมิงฮ่าวมองนาฬิกาแล้วหันไปมองซูนยอง พี่แฮมสเตอร์ของเขาเริ่มเต้นเอื่อยลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ยี่สิบนาทีที่แล้ว ตอนนี้เที่ยงคืนกว่า ตาแทบลืมไม่ขึ้นแล้วด้วยซ้ำ หมิงฮ่าวดึงคนพี่ให้ลงนั่งบนพื้นแล้วเริ่มยืดเส้นอีกครั้งก่อนจะพาไปอาบน้ำ ซูนยองเอนหัวมาพิงเขาแล้วบ่นงึมงำไปเรื่อย เที่ยงคืนครึ่งหมิงฮ่าวกอดเอวพาซูนยองไปห้องน้ำ อาบน้ำให้พี่ที่ถ่านหมดแล้วเรียบร้อย ระหว่างถูสบู่ให้ก็อดจิ้มพุงเล่นไม่ได้ ซูนยองไม่ได้อ้วนหรอก แต่ถึงจะออกกำลังกายแค่ไหนก็ไม่รู้ทำไมยังคงมีเนื้อนิ่มๆ ตรงนั้นตรงนี้ให้ได้จิ้มเล่นตลอด

“ฮื่ออ อย่าแกล้ง จะนอนแล้ว"

“นอนได้ไงครับ แชมพูเต็มหัวเลยเนี่ย"

เช็ดตัว เป่าผมจนแห้งเรียบร้อยหมิงฮ่าวก็แบกซูนยองขึ้นหลังพากลับมาที่ห้องซ้อม จับให้พี่นั่งบนเก้าอี้ดีๆ ระหว่างที่ตัวเองจัดถุงนอน จัดหมอนให้เรียบร้อย ซูนยองคลานมานอนเองอย่างว่าง่าย ไม่ต้องเรียกสักคำ คงจะง่วงมากแล้วจริงๆ หมิงฮ่าวเดินไปปิดไฟ กลับมาก็เจอซูนยองดึงผ้าห่มผืนนุ่มขึ้นมาปิดถึงแก้มแล้วพลิกตัวนอนตะแคง คู้ตัวไปมาจนได้ท่าสบาย คนน้องล้มตัวลงนอนข้างกัน ยิ้มพลางลูบผมนิ่มที่หอมกลิ่นแชมพู บทจะคึกก็เล่นเอาซะเหนื่อย บทจะพลังหมดก็หลับปุ๋ยไปง่ายๆ แบบนี้เลย แถมยังขยับจมูกยุกยิกน่ารักซะจนต้องเขยิบตัวไปจูบปลายจมูกสักที หมิงฮ่าวพลิกตัวมานอนหงายแล้วหลับตาลง

พรุ่งนี้คงจะต้องเหนื่อยอีก แต่อย่างน้อยวันที่หนักที่สุดก็ผ่านไปแล้ว

ทางนี้น่ะง่าย ซูนยองก็แค่คึกไปหน่อย แต่ก็ว่าง่าย น่ารัก ไม่เหมือนวอนอู ไม่รู้ตอนนี้จวิ้นฮุยจะเจออะไรอยู่


“อ๊ากกก วอนอูเจ๊บบบ ลงไปๆ เล่นอะไรเนี่ยย"

จุนน้ำตาจะไหล อุตส่าห์ดูแลอย่างดีมาทั้งวัน ข้าวปลาก็ (มินกยู) หามาป้อนให้ เล่นของเล่นด้วยอย่างดี เก็บกวาดห้องที่ทำเละไว้ไม่บ่นสักคำ แถมยังเช็ดตัวให้อีก มันเรื่องอะไรที่เขาต้องมาโดนแบบนี้ วอนอูคุกเข่าอยู่บนสะโพกเขา สองมือกด- ไม่สิ ทุบลงมาบนไหล่ ไม่พอ ขย่มตัวลงมาอีกเป็นระลอกๆ เหมือนจะเอาให้เอวหัก เอาให้ตาย ไอ้ท่าทางแบบนี้มันก็ปกติของแมวนั่นแหละ แต่นั่นมันแมวที่เป็นแมวจริงๆ ไม่ใช่ร่างคนใจแมวแบบนี้ จุนพยายามพลิกตัวหนีแต่วอนอูก็ตะปบมือไว้ทั้งสองข้าง ท่าคุ้นๆ เหมือนจะโดนแก้แค้นจากที่เช็ดตัวให้ซะแล้ว

“นี่ๆๆ วอนอู วันนี้ฉันก็ดูแลนายดีนี่นา นี่มันอะไรกันเนี่ย อ๊ากกก"

หางสีเทาของวอนอูขดไปมา ถูตามสีข้างของจุน แต่นี่มันไม่ใช่เวลาจะมาคลอเคลีย! แล้วก็ไม่ใช่คลอเคลียแบบนี้ด้วย! วอนอูหัวเราะเสียงต่ำแล้วขย่มขึ้นๆ ลงๆ บนหลังเขาไม่หยุด จุนตาเหลือกแล้วพยายามพลิกตัวหนีแต่ก็ไม่สำเร็จ ขนาดตัวของจุนใหญ่กว่าวอนอูอยู่มากเพราะวอนอูผอมแห้งกว่า แต่บางทีก็ไม่รู้ว่าเอาแรงมาจากไหนมากมายเหมือนกัน จุนไม่มีทางเลือกเลยต้องนอนนิ่งๆ รอให้วอนอูเล่นสนุกจนเสร็จซะก่อน เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ผ่านไปเกือบสิบนาทีวอนอูก็ไถลเข่าลงจากหลังมาวางบนเตียงแทน แต่ก็ยังอุตส่าห์กระแทกตัวลงมานอนทับ แล้วยังมาหัวเราะข้างๆ หูอีก

“สนุกพอแล้วใช่มั้ย?”

“อือ"

นั่น ไม่มีสำนึก

จุนหลับตาลงเมื่อวอนอูเอาหน้ามาถูๆ แถมแก้มและใบหู สองมือจับที่ต้นแขนเขาไว้แน่นจนเริ่มรู้สึกถึงเล็บที่ทิ่มผ่านเนื้อผ้าลงมา แล้วยังเอาเข่ามาดันๆ ก้นเขาอีก จุนได้แต่ถอนหายใจ ปล่อยให้วอนอูทำตามใจชอบ เพราะขัดไปก็เปล่าประโยชน์ แมวแสบอย่างนี้น่ะจะไม่หยุดจนกว่าจะได้ตามที่ต้องการ ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ เดี๋ยวพอใจก็คงหยุดเอง แต่เวลาผ่านไปจนจุนง่วงตาจะปิดแล้ววอนอูก็ยังไม่ยอมลงจากหลังเขาสักที

“สรุปว่าจะนอนท่านี้เหรอคืนนี้?”

“อือ"

“เอาจริง?”

“อือ"

“ตามใจ"


“อือ"


เป็นเซเว่นทีนว่าเหนื่อยแล้ว เป็นจุนที่อยู่ในเซเว่นทีน และต้องรับมือกับวอนอูช่วงกลายร่างยิ่งเหนื่อยกว่าเป็นพันๆ เท่า

Friday, 16 February 2018

Waves of Desire #minsoon

ซูนยองน่ะขี้เซา มินกยูเลยตื่นก่อนพี่ชายเสมอ ไม่ว่าเขาจะตื่นสายแค่ไหนก็ตาม อีกอย่างเขาชอบตื่นมาจ้องหน้าซูนยองแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ใช่เพราะหล่อมากหรืออะไรนะ ตอนเช้าๆ ซูนยองไม่หล่อหรอก หน้าตาออกจะยับยู่ยี่ บู้ๆ บี้ๆ แถมบางทียังกรนด้วย แต่เขาก็ชอบ ชอบนั่งมองไปเรื่อยๆ แอบจิ้มแก้มบ้าง แอบจิ้มหน้าผากบ้าง แต่ซูนยองก็ไม่เคยตื่นหรอก ก็บอกแล้วว่าซูนยองน่ะขี้เซา ขี้เซามากๆ เลยด้วย เขาเลยมีเรื่องสนุกๆ ทำทุกเช้า เขามักจะเริ่มต้นวันด้วยอารมณ์ที่ดีเสมอก็เพราะแบบนี้ ยกเว้นแต่เวลามีนัดแล้วปลุกซูนยองไม่ได้น่ะนะ แต่ตลอดสิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกันมา ไม่เคยมีเช้าวันไหนที่มินกยูมีความสุขขนาดนี้มาก่อน ซูนยองซุกหน้าอยู่ที่อกของเขา แขนพาดที่เอว ขาพันกันยุ่ง ชุดคลุมอาบน้ำกระจัดกระจายอยู่บนพื้น มินกยูยิ้มแก้มปริ ฝ่ามือลูบขึ้นลูบลงที่แผ่นหลังพี่ชาย สัมผัสเนื้ออุ่นเปลือยเปล่าทำให้เขายิ้มกว้างขึ้นอีก แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

เหมือนฝันเลย ให้ตาย

มินกยูก็ไม่ได้เป็นคนหื่นอะไรนักหนานะ แล้วก็ไม่ได้หมกมุ่นด้วย คิดว่านะ แต่เขาจินตนาการภาพเหตุการณ์นี้มากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นจริงเร็วขนาดนี้ เขาโน้มหน้าลงไปหอมที่หัวไหล่พี่ชายเบาๆ แล้วจูบไล่ลงมาช่วงต้นแขนก่อนจะย้อนกลับขึ้นไปแถวลำคอ ซูนยองส่งเสียงเชิงรำคาญในลำคอแล้วขยับตัวหนี แต่กลายเป็นซุกตัวเข้าไปอ้อมกอดเขามากกว่าเดิม มินกยูรั้งตัวพี่ชายเข้ามากอดแน่นแล้วจูบแถวลาดไหล่ที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงช้ำ

ของเขา ของเขาทั้งหมดเลย ตรงนี้ก็จูบแล้ว ตรงนี้ก็จูบแล้ว ตรงนี้ด้วย

“ฮื่อออ"

ซูนยองท่าทางจะรำคาญมากแล้ว สงสัยเขาจะจูบเยอะไปหน่อย แต่แทนที่จะหยุดมินกยูกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ตอนนี้รู้สึกเหมือนคนโรคจิตเลย จูบๆ คนหลับแล้วก็หัวเราะอยู่คนเดียว แต่ทำยังไงได้ เวลามันดีใจมากๆ เข้าเขาก็หัวเราะแบบนี้แหละ ตอนนี้ถ้าส่องกระจกหน้าคนหื่นมากแน่เลย ผ่านไปแล้ว คืนแรกกับซูนยอง ครั้งแรกในชีวิตของเขาทั้งคู่ มินกยูทิ้งหัวลงบนหมอนอีกครั้ง แขนดึงรั้งซูนยองให้แนบชิดกับอกตัวเองมากขึ้น เขาหลับตา ฟังเสียงคลื่น สูดหายใจเอากลิ่นเทียนหอมที่ยังลอยวนเวียนอยู่ในห้องแล้วก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง

เตรียมตัวมานานน่าดู แต่ก็คุ้มค่าแล้ว

เหลือเวลาอยู่ที่ทะเลอีกหนึ่งวัน หนึ่งคืน เขาตั้งใจจะใช้เวลาตรงนี้ให้คุ้มค่าที่สุดด้วยเหมือนกัน


ซูนยองรู้สึกตัวตื่นเพราะสัมผัสนุ่มๆ ที่แถวไหล่ กับช่วงเอว เขาขมวดคิ้วยุ่งโดยอัตโนมัติ สองมือยกขึ้นปัดป้องแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก เสียงหัวเราะดังขึ้นที่ริมใบหูพร้อมกับสัมผัสที่คุ้นเคยที่กกหู รู้สึกจักจี้แล้วก็ขนลุกนิดหน่อย พอลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือผิวเนื้อสีแทนของน้องชาย แถวช่วงอก ซูนยองสะดุ้งแล้วเขยิบตัวหนีทันที ปกติมินกยูไม่ได้ถอดเสื้อนอนนี่นา แล้วทำไม? อันตราย อันตรายมาก ยิ่งเป็นตอนเช้าๆ ยิ่งอันตราย แต่ลำแขนของน้องก็โอบรัดเขาไว้จนหน้าจมลงกับอกอีกครั้ง เดี๋ยวสิ เขาเองก็ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า

แย่แล้ว แย่แล้ว!

“ซูน ซูนเดี๋ยว ใจเย็นซูน"

“มะ มินกยูปล่อยก่อน เช้าๆ แบบนี้เดี๋ยวมัน-”

แล้วก็หยุดตัวเองได้กลางประโยค ซูนยองพลิกตัวหันหลังให้น้องชาย งอตัวลงเล็กน้อยแล้วพยายามสงบสติอารมณ์ มินกยูงงอยู่ไม่กี่วินาทีก็ยิ้มแป้น เขาเข้าใจแล้วว่าพี่ชายจะสื่ออะไร มินกยูเขยิบตัวตามแล้วดึงพี่ชายเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง ซูนยองที่อารมณ์ยังไม่คงที่ดีตกใจตาโต มินกยูซุกใบหน้าลงมาที่ลำคอแล้วจูบไล่ตั้งแต่ช่วงกรามลงมาถึงไหล่ ฝ่ามือของน้องชายลูบที่ช่วงอกเขาแล้วต่ำลงไปช่วงหน้าท้อง จนถึง-

“มินกยูอย่า! ทำอะไรน่ะ ไม่ได้นะ!”

“ทำไมไม่ได้ล่ะซูน เมื่อคืน เราทำกันไปถึงไหนแล้ว"

ซูนยองตัวชาวาบ สติกลับมาครบแล้ว ความทรงจำเมื่อคืนก็หลั่งไหลเข้ามา แก้มเห่อร้อนจนหน้าแทบไหม้ มินกยูแอบมองใบหน้าด้านข้างของพี่ชายแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ หน้าเหมือนหนูตื่นคน ซูนยองยังไม่ทันขยับหนีไปไหน หรือพูดอะไร มินกยูก็กำรวบไว้แน่น ศูนย์กลางความอ่อนไหวของพี่ชายตกอยู่ในมือของเขาแล้ว ซูนยองหลับตาแน่นแล้วก้มหน้าหนีแต่มินกยูก็ยื่นหน้าตามลงมา

อย่า อย่าเล่นกับความอ่อนไหวของเขาแบบนี้

“หนีไปไหนอะซูน ยังเขินอยู่อีกเหรอ?”

“ใครเขาจะหน้าด้านแบบนาย เมื่อคืนก็ ละแล้ว เช้านี้ยังจะ-”

“เมื่อคืนสองรอบเอง ยังไม่อิ่มเลยอะ ตื่นเช้ามาขออีกหน่อยนะ ยิ่งเช้าๆ แบบเนี้ย ถึงผมจะไม่เริ่ม ยังไงซูนก็รู้สึกใช่มั้ยล่ะ"

เด็กบ้า!

กว่าซูนยองจะได้ลุกจากเตียงก็เกือบเที่ยง ท้องร้องโครมครามจนมินกยูยอมปล่อยเขาจนได้ แต่เพราะแรงหมดไม่มีเหลือมินกยูเลยอุ้มเขาไปอาบน้ำด้วย ถึงจะไม่อยากก็เถอะ แต่ซูนยองพลังหมดจริงๆ ก้าวขาแทบจะไม่ไหว ทั้งๆ ที่แต่ละ แต่ละกิจกรรมก็ทำด้วยกันแท้ๆ ทำไมเขาถึงเหนื่อยกว่ามินกยูขนาดนี้ น้องชายก็ดูเพลียๆ นั่นแหละ แต่หน้านี่ยิ้มแป้นเลย แถมยังอาบน้ำให้เขาอย่างแข็งขันอีกต่างหาก สงสัยกำลังใจดี คิดแล้วก็อยากต่อยน้องสักที หลังจากอาบน้ำเสร็จก็พากันมานั่งกินอาหารเที่ยงริมสระน้ำที่ซูนยองไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่

“ก็ตั้งใจไว้แล้วอะ วันแรกเล่นทะเล วันที่สองเล่นสระ"

“ทำไมล่ะ?”

“ก็ วันแรกเอาให้ซูนเพลียๆ ไง ตอนกลางคืนผมจะได้จะอึ๊ยสะดวก ปวกเปียกๆ หน่อย นอนหน้าแดงๆ บนเตียง วันที่สองเล่นน้ำสระ ตัวจะได้สะอาดไม่เหนียวเกลือ อยากจะกลับขึ้นเตียงอีกเมื่อไหร่ก็ได้- อ๊ากกกก ขว้างนั่นมาผมหัวแตกนะซูน!”

“เด็กบ้า!! วางแผนไว้หมดแล้วงั้นเหรอ!? ห๊ะ!?”

“กะก็แหม จะทำอะไรให้สำเร็จก็ต้องรู้จักวางแผนสิซูนไม่ภูมิใจเหรอเดี๋ยวนี้ผมรอบคอบขึ้นเยอะเลยน้า"

“ในหัวมีแต่เรื่องแบบนี้ใช่มั้ย!?”

“กะ ก็ ก็แหม ซูนอ่า ก็ผมอยากกอดซูนนี่นา ผิดเหรอ~”

ซูนยองเถียงไม่ออก จริงๆ เรื่องแบบนี้มันก็เป็นเรื่องของธรรมชาตินั่นแหละ แต่ไอ้การวางแผนเพื่อให้ เพื่อให้ทำอะไรสะดวกแบบนี้ พอได้มาฟังจากปากน้องชายก็โมโหขึ้นมายังไงแปลกๆ แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยด้วย มินกยูยิ้มแหยแล้วตักกุ้งให้เขา แต่ซูนยองมองตาขวางแล้วเขี่ยออกนอกจานไป มินกยูเบะปากทำท่าจะร้องไห้แต่พี่ชายก็ไม่หลงกล แน่สิ โตขึ้นพรวดพราดขนาดนี้ ถึงจะเป็นในเรื่องแบบนี้ก็เถอะ ซูนยองจะไม่ทำเหมือนมินกยูเป็นเด็กๆ แล้วคอยโอ๋อีกแล้ว

ให้ตายสิ! หงุดหงิดจริงๆ!

“ซูนอ่า อย่าโกรธผมเลยน้า ที่ผมทำทุกอย่างเนี่ยก็เพราะผมรักซูนนะ จริงๆ นะ ฮืออ"

“รักฉัน แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องวางแผนดักปล้ำฉันแบบนี้เลยนี่ว้อย!”

พูดเองกระดากปากเอง ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่สิ

“ซูนอ่า ก็ผมรู้ว่าซูนน่ะชอบคิดมาก แล้วก็ขี้เขินอะ คงไม่ยอมง่ายๆ แน่ ผมก็เลยต้องวางแผนไง เมื่อคืนผมมีความสุขมากเลยนะ เมื่อเช้าก็ด้วย ซูนล่ะ ไม่มีความสุขเหรอ?”

ซูนยองเหล่ตามองน้องที่เริ่มทำหน้าหงอยแล้วก็ถอนหายใจออกมา มีสิ ไม่ใช่มินกยูคนเดียวหรอกที่คิดเรื่องแบบนี้ ถึงจะไม่อยากยอมรับแต่ซูนยองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน เขารักน้อง รักมากด้วย รักทุกๆ อย่างของน้อง เพราะงั้นเขาเองก็สุขพอๆ กันนั่นแหละ แต่เขาน่ะ ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็หัวโบราณพอควร จะให้พูดเรื่องแบบนี้ออกมามันก็กระดากปากอยู่ แต่ตอนนี้จะไม่พูดก็คงไม่ได้แล้วล่ะมั้ง เขาสัญญากับมินกยู และสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะพยายามไม่คิดมาก พยายามซื่อสัตย์กับตัวเองให้มากขึ้น เริ่มจากตอนนี้เลยก็แล้วกัน

“กะก็ไม่ใช่ไม่มี แต่ก็ เห้อ ก็นายเล่นวางแผนซะมากมายเพื่อ คะแค่จะ แค่จะทำเหมือนเมื่อคืนฉันก็ ฉันก็รู้สึกเหมือนเป็นคนเสียหายน่ะสิ ทั้งที่จริงๆ แล้วก็ ก็ไม่"

“ซูนเองก็ชอบใช่มั้ยล่า~ งั้นเดี๋ยวกินข้าวเสร็จเราเล่นน้ำกันเนอะ เล่นน้ำเสร็จ อาหารย่อยแล้วอารมณ์พาไปเราก็กลับไปต่อกัน"

“อารมณ์พาไปบ้าอะไรเล่า! นายจะไม่ลุกจากเตียงเลยรึไง ไม่จำเป็นต้องทะ ทำถี่ๆ กันขนาดนั้นหรอกนะไอ้เด็กบ้า"

“ก็แหม ซูนอะ รอมาตั้งสิบกว่าปี"

“นี่นายคิดเรื่องแบบนี้ตั้งแต่อนุบาลเลยรึไง อย่ามาเว่อร์"

“ซูนอ่าา~”

แต่สุดท้ายถ้ามินกยูรุกมากๆ เข้า เขาก็ต้องยอมโอนอ่อนตามนั่นแหละ แล้วก็ไม่ใช่ว่าตัวเองอยากจะปฏิเสธอะไรมากนักด้วย แต่ก็ ต้องขอขัดขืนไว้บ้างหน่อยนั่นแหละ กินข้าวเสร็จมินกยูก็พาเขาเดินรอบสระ ไม่ได้ให้ไปเดินริมทะเลย่อยอาหาร เหตุผลก็คือเสื้อผ้าไม่มีใส่แล้วมีแต่ชุดคลุมอาบน้ำ แล้วจะให้ใส่ชุดคลุมอาบน้ำไปเดินข้างนอกก็ยังไงอยู่ ถึงวิลล่าแต่ละหลังจะมีหาดค่อนข้างส่วนตัวก็เถอะ แผนที่ตอนแรกจะใส่กางเกงว่ายน้ำไปเล่นทะเลเป็นอันต้องพับเก็บไป เพราะอะไรน่ะเหรอ?

“มินกยู!! รอยเต็มตัวฉันเลย! แบบนี้จะทำยังไงเนี่ย!”

“แหม ซูนอ่า เรื่องแบบนี้ก็ปกตินี่นา~ ก็ซูนหอมอะ~”

“หอมบ้าอะไรเล่า! กัดเป็นหมาเลย! ในร่มผ้าจะไม่ว่า นี่มันลามมาคอ มาแขน ที่น่องก็มีด้วยเหรอเนี่ย! คนอื่นเขาต้องคิดว่าฉันไปฟัดกับหมาที่ไหนมาเลย!”

“แหง่ ซูนอ่า ใจร้าย หมาที่ไหนล่ะ มินกยูเอง~”

“ไม่ต้องมาอ้อนเลย"

“แหม ซูนอะ ทำเหมือนตัวเองไม่ได้กัดผมคืนงั้นแหละ"

“ฉันกัดตอน.. ไหน..”

เต็มตา มินกยูดึงเสื้อคลุมอาบน้ำลงเล็กน้อย ทำสายตาวิบวับใส่พร้อมรอยยิ้มมุมปากแบบที่คิดว่าเท่ที่สุด ซูนยองกลืนน้ำลายลงคอแล้วถอนหายใจเสียงดัง เขาเองก็หมาเหมือนกัน รอยเขี้ยวเต็มไหล่น้องเลย เมื่อคืนหน้ามืดจนทำอะไรแบบนี้ลงไปด้วยเหรอเนี่ย จำอะไรไม่ค่อยได้เลย ทั้งๆ ที่เหล้าก็ไม่ได้ดื่ม ไวน์ยังวางอยู่ข้างเตียงครบทุกหยด แต่มันกลับมึนเมา จมลึกไปกับความรู้สึก จนปลดปล่อยทุกอย่างทะลักไหลออกมา

“พวกเรานี่มัน พี่น้องหมาจริงๆ จะกัดอะไรกันขนาดนั้น"

“เร่าาาาาร้อนนนน ดีออก~”

“เร่าร้อนบ้าอะไร เหมือนหมาฟันเพิ่งขึ้น"

“ซูนอ่าาาา"

เดินวนรอบขอบสระแบบรู้สึกโง่ๆ อยู่ครึ่งชั่วโมงก็เริ่มรู้สึกว่าอาหารย่อย มินกยูกระโดดลงสระจนน้ำกระเซ็นเลอะเทอะไปหมด ดำผุดดำว่ายอยู่สักพักก็อ้าแขนกว้างให้ซูนยองตามลงมา พี่ชายลังเล ไม่ยอมลง ยังไงเขาก็ยังกลัวน้ำอยู่ โดยเฉพาะสระน้ำ มินกยูเห็นว่าพี่ชายคงไม่ลงง่ายๆ แน่เลยปีนขึ้นจากสระจะมาอุ้มลง ซูนยองยกมือห้าม ส่ายหน้าพัลวัน แต่มินกยูก็ยังทำหน้าโรคจิตวิ่งไล่จนต้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายวิ่งหนี สุดท้ายก็ไม่รอด มินกยูกอดเอวพี่ชายไว้แน่นพร้อมหอมแก้มรัวๆ อย่างมันเขี้ยวท่ามกลางเสียงประท้วงของคนโดนหอม

“จะลงไม่ลงซูน?”

“ไม่ๆ ไม่เอา ไม่เอานะมินกยู นะๆ นายเล่นน้ำไปคนเดียวเถอะนะ ฉันขออยู่บนบกนะ"

“ซูนอะ มันไม่ใช่มีแต่ส่วนลึกนะ มันมีส่วนตื้นด้วย ลงมาเล่นด้วยกันนะ"

“มินกยู ฉัน-”

“น้าาาาาา นะนะนะน้าาาาาา"

“คือ-”

“ผมสัญญา จะดูแลซูนอย่างดีเลย ไม่ให้เกิดอะไรขึ้นแน่นอน นะครับ นะ?”

“เห้อ"

แพ้ทางตลอด พอน้องชายกระซิบที่ข้างหู ด้วยน้ำเสียงแบบนั้น กับคำพูดอย่างนั้น ซูนยองก็หยุดดิ้นแล้วพยักหน้าช้าๆ มินกยูยิ้มแป้น หอมพี่ชายอีกที สูดลมหายใจเข้าปอดนานจนอกแทบระเบิดก่อนจะเกี่ยวเอวพี่ชายพาเดินลงสระ เขาเช็คมาก่อนอยู่แล้วว่าสระมีสองระดับ ช่วงหนึ่งเมตร ไล่เป็นทางลาดเล็กน้อยลงไปจนถึงสองเมตร ซูนยองมองสระน้ำสีฟ้าเขม็งอย่างไม่ไว้ใจ มินกยูเดินลงบันไดสระช่วงตื้นไปก่อนแล้วหันกลับมาส่งมือให้พี่ชาย ซูนยองจับมือน้องแล้วค่อยๆ ก้าวตามลงมา พอลงมานั่งตรงสระช่วงหนึ่งเมตรแล้วก็ค่อยหายกลัวขึ้นหน่อย จริงๆ สระเล็กแบบจากุซซี่ที่สระใกล้บ้านมินกยูเขาก็ลงมาบ้าง ไม่ได้มีปัญหาอะไร จะกลัวก็แค่สระใหญ่ๆ ที่มีระดับลึกแบบนี้ ถึงจะอยู่ห่างกันก็เถอะ แต่ซูนยองก็ยังแอบกลัวจะลื่นตกไปช่วงขาไม่ถึงอีก ถึงมันจะเกิดขึ้นได้ยากก็ตาม

“ซูนน~ เป็นไงล่ะ บอกแล้วว่าไม่ต้องกลัว! สบายใช่มั้ยล่ะ?”

“อืม รู้แล้วน่า"

มินกยูอมยิ้มมองพี่ชายที่เอนหัวพิงขอบสระ ซูนยองคงจะเหนื่อย ก็ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเมื่อเช้าก็ยังไม่ได้พักยาวๆ เท่าไหร่เลยนี่นะ มินกยูรู้ตัวว่าตัวเองเอาแต่ใจ แล้วก็เห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่ทำยังไงได้ เขาวางแผนจะขอซูนยองเป็นแฟนจริงๆ จังๆ มานานแล้ว และสองวันที่อยู่ที่ทะเลกันสองคน เขาก็ตั้งใจจะใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด ก็คิดว่าคงมีเวลาให้ซูนยองพักบ้างนั่นแหละ แต่เขาก็ประมาณตัวเองสูงไปหน่อย ความอดทนเขาไม่ได้มีมากขนาดนั้น ซูนยองก็เหมือนเค้กนมที่เขาชอบ ถ้ามีมันอยู่ในตู้เย็นเมื่อไหร่ เขาก็จะไม่สามารถหยุดกินมันได้เลย ไม่ว่าจะพยายามห้ามตัวเองแค่ไหน ขอแค่ได้ชิมสักคำ แค่นั้นความยับยั้งชั่งใจมันก็จะขาดสะบั้นลง ได้แต่จ้วงตักมันเข้าปากอยู่อย่างนั้น จนไม่มีอะไรเหลือ นั่นแหละ เขาถึงจะหยุดได้ และบางทีมันก็ไม่จบแค่นั้น เขาอาจจะต้องออกไปซื้อมาใหม่เลยก็ได้

“นายวางแผนนี้มานานแค่ไหนแล้ว?”

“ห๊ะ? ครับ?”

ซูนยองพูดขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังหลับตา สงสัยจะสบายมากจริงๆ มินกยูขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆ มองพี่ชายตาขีดที่เอาหัวพิงสระอยู่ มีแค่หน้ากลมๆ ที่แหงนขึ้นโผล่พ้นน้ำ

เหมือนบัวลอยเลยแฮะ

“เรื่องที่มาที่ทะเลสองคนเนี่ย วางแผนมานานแค่ไหน"

“เอ่อ ก็ สักสองสามอาทิตย์ได้ฮะ ก็ ตั้งใจไว้นานแล้วว่าเรียนจบจะขอเป็นแฟนอีกรอบ แล้วก็ เรื่องมาทะเลก็มีอึนฮาแนะนำ"

“อึนฮา เด็กที่เล่นเป็นสโนว์ไวท์?”

“อื้อ"

“แล้วเขาแนะนำอะไรอีก"

“ก็ เอ่อ เรื่องไวน์ เรื่องนวดน้ำมัน-”

“นวดน้ำมัน!? เลิกคบเด็กคนนี้เลย! ห้ามคบ!”

“อะ อะไรอ่า อึนฮาช่วยผมหลายรอบเลยนะะ"

“ช่วยอะไรอีก!”

“ก็ เอ่อ คอยให้ไอเดียนู่นนี่ เพราะผมก็ไม่เคยมีแฟน เลยไม่รู้ว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง ก็ถามอึนฮา อึนฮาก็จะคอยช่วย อะ อะไรแบบนี้อะ"

“เห้อ นี่มินกยู ฉันเคยพูดไปแล้วนะ แต่จะขอพูดอีกที มันไม่ได้เกี่ยวกับแผนคราวนี้หรอก แต่ฉันอยากจะเตือนนายไม่ให้พยายามมากจนเกินไป เราอยู่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องพยายามให้มันโอเวอร์หรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักหรอก เพราะมันจะไม่ใช่เรา เข้าใจนะ?”

“อื้อ~ เข้าใจครับ"

มินกยูเอนหน้าพิงขอบสระบ้าง ซูนยองดูท่าทางจะสบายจริงๆ จากตอนแรกที่อยากจะว่ายน้ำเล่นก็เลยกลายเป็นมานั่งมองหน้าพี่ชายแทน ก็ถ้าเขาฟาดแขนฟาดขากลางสระ พี่ชายคงสำลักน้ำแน่ๆ เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เดี๋ยวก็หนีขึ้นฝั่งอีก กว่าจะพาลงน้ำมาได้ เขาอยากให้ซูนยองหายกลัวน้ำสักที รู้ว่าคงจะยาก แต่ค่อยๆ ปรับไป สักวันซูนยองอาจจะกลับมาว่ายน้ำกับเขาได้อีกครั้ง มินกยูมองไล่จากแก้ม ใบหู ลงมาช่วงคอและไหล่ ถึงจะอยู่ใต้น้ำ แต่ก็พอเห็นรอยสีช้ำๆ อยู่บ้าง มือขวายกขึ้นไปลูบโดยไม่รู้ตัว สัมผัสแผ่วเบา จนซูนยองไม่รู้สึก หรือหลับไปแล้วนะ? มินกยูขยับตัวเข้าประชิดก่อนจะไล้ปลายจมูกลงที่แก้มพี่ชาย แล้วจูบไล่จากใบหูผ่านช่วงแก้ม ไปจบที่ริมฝีปาก ซูนยองลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วหันมาหา ก่อนจะถามด้วยเสียงเนือยๆ

“เริ่มอีกแล้วรึไง"

“อือ ได้เปล่า?”

ซูนยองไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่เป็นการกระทำ พี่ชายพลิกตัวขึ้นนั่งหันหน้ามาหากันดีๆ ฝ่ามือรั้งท้ายทอยน้องชายเข้ามารับจูบในขณะที่อีกมือลูบไปตามแผ่นหลังใต้ผิวน้ำ มินกยูหลับตาปี๋ สองแขนโอบเอวพี่ชายเข้ามาหา รั้งเข้ามาใกล้จนนั่งเกยตัก ซูนยองดันตัวน้องชายให้หลังพิงสระ ขยับตัวขึ้นมานั่งทับตักดีๆ แล้วกดจูบลงมาอย่างต่อเนื่อง น้ำในสระยังเย็นเหมือนเดิม แต่อุณหภูมิในร่างกายที่เริ่มพุ่งสูงขึ้นทำให้ไม่ได้รู้สึกเย็นสบายอย่างเคย มินกยูปรือตาขึ้นมองเมื่อพี่ชายถอนจูบออกไป เมื่อสบเข้ากับสายตาของคนพี่เขาก็รู้สึกตัวสั่นขึ้นมาทันที

อีกแล้ว สายตาแบบนี้

เหมือนกับตอนที่อยู่บนเขาคราวนั้น เหมือนกับคืนที่ติดฝนที่สระโรงเรียน แล้วก็ วันไวท์เดย์ สองมือของซูนยองลูบที่ลำคอของน้องชายก่อนจะโน้มหน้าลงมาจูบอีกครั้ง มินกยูรั้งเอวพี่ชายให้เข้ามาใกล้ เพียงเท่านั้น ที่เหลือปล่อยให้ซูนยองเป็นคนนำ

ความสัมพันธ์ของเขากับซูนยอง มีขึ้นมีลงเสมอ ไม่ได้มีใครเป็นคนนำซะตลอด และก็ไม่ได้มีใครตามตลอด บางครั้งซูนยองก็เป็นคนกอดเขาเวลาที่เขากลัว ปลอบเขาเวลาเขาเสียใจ ดุเขาเวลาเขาทำผิด บางทีเขาก็เป็นคนกอดซูนยองเวลาคนพี่เครียด ปลอบซูนยองเวลาอีกคนเสียขวัญ แล้วก็ ดุซูนยองบ้างเวลาพี่ชายดื้อดึงเกินไป แต่มันก็แบบนี้แหละนะ ความสัมพันธ์ที่มีความเท่าเทียม เพราะงั้น ก็ไม่ใช่ว่ามีใครคนหนึ่งจะต้องคอยเข้มแข็งตลอดเวลา แบบนั้นคงจะเหนื่อยแย่เลย ได้ช่วยกันปลอบ ได้ช่วยกันแบ่งเบาภาระ แบบนี้คงจะยืนยาวกว่า

แต่ก็ เขาก็ไม่ได้คิดว่า มันก็ผลัดกันอะไรขนาดนั้น

แล้วก็เลย ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะต้องนอนคว่ำให้พี่ชายนวดเอวให้แบบนี้ ซูนยองมีสีหน้ากังวล แล้วก็ดูลนลานนิดหน่อย จริงๆ ปกติเขาก็คงปลอบ แล้วก็บอกว่าไม่เป็นไรแล้วแหละ แต่เขาเองก็พูดแทบไม่ออก เจ็บจนน้ำตาจะไหล สองมือได้แต่กำผ้าห่มเหมือนนางเอกละคร ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วห่างกันไกลเลย ซูนยองโน้มหน้าลงมาจูบแก้มเขาเบาๆ ในขณะที่มือยังคงนวดที่ช่วงเอวให้อยู่

“เจ็บมากมั้ย? ฉันขอโทษนะ คะคือ ฉันก็ ครั้งแรก ก็เลย ไม่รู้ว่า เอ่อ-”

“ยั้งๆ แรงหน่อยก็ได้นี่นา! เอวจะหักแล้วเนี่ย! ซูนบ้า! ไม่ถนอมกันเลย!!!”

“ขอโทษษ คราวหลังจะเบาแรงกว่านี้ ไม่ร้องนะเด็กดี มาๆ ฉันลงยาเพิ่มให้นะ ปวดตรงไหนบอก เดี๋ยวนวดให้เลย นะ~"


“คราวหลังอะไร ไม่มีแล้ว! ไม่เอาแล้ว! ซูนบ้า!”