ซูนยองแปลกไป
นั่นเป็นสิ่งที่มินกยูรู้สึกได้ ตั้งแต่คืนนั้น คืนที่เขาไปเลี้ยงกับทีมว่ายน้ำที่ผับแล้วเขาหายไปเกือบชั่วโมง หลังจากคืนนั้นซูนยองก็ไม่เหมือนเดิม พี่ชายพยายามยิ้ม พยายามหัวเราะ แต่คนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กมีเหรอจะไม่สังเกตความเปลี่ยนแปลง ซูนยองลังเลที่จะกอด ที่จะจูบ ที่ยอมให้อ้อน ยอมตามใจเหมือนเคย เขาไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูจากท่าทางแล้ว น่าจะเกิดเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเขานี่แหละ เขาไลน์ไปถามซึงชอล แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรที่ชัดเจน รุ่นพี่ยอมรับแค่ว่ากรอกเหล้าซูนยองไปหน่อยจนมึน แต่หลังจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องแล้ว อ่านแล้วแทบอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้ง คิดได้ยังไง มามอมเหล้าซูนยองที่กรึ่มง่ายแบบนี้
เล่นไม่เข้าท่า เหมือนจะโตแล้วแต่ยังทำอะไรไม่รู้จักคิด
ด้วยความกังวล ความไม่รู้ ความไม่ชัดเจนทำให้มินกยูเองก็อารมณ์ขุ่นมัวตามไปด้วยเหมือนกัน อยากจะถามซูนยองตรงๆ ให้รู้เรื่อง แต่ซูนยองก็เลี่ยง เบี่ยงหนีตลอด ทำยังไงได้ ทำอะไรไม่ได้ไง ซูนยองก็เป็นแบบนี้ เป็นมานานแล้ว ประเภทที่มีเรื่องกลุ้มใจอะไรก็เก็บไว้คนเดียว ไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วง
ไม่ได้รู้เลยว่านั่นทำให้เขาอึดอัดมากแค่ไหน
"เอ้อ มินกยู คืนวันเสาร์นี้ฉันกลับดึกนะ"
"ห๊ะ? ทำไม? อะไร?"
"บายเนียร์น่ะ งานเลี้ยงส่งรุ่นพี่ปีสี่"
"อา.."
จริงด้วย ไม่ใช่แค่เขาที่เรียนจบ ซูนยองเองก็กำลังจะเรียนจบแล้วเหมือนกันสินะ เขามองพี่ชายที่ยิ้มแกนๆ มาให้แล้วก็ต้องถอนหายใจ ให้ตายสิ เขารู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านยังไงก็ไม่รู้ ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เพราะอะไรกันนะ เมื่อก่อนเขากับซูนยองไม่ได้มีเรื่องให้มึนตึงกัน ให้มีสถานการณ์น่าอึดอัดบ่อยนักหรอก ก็มีแต่ดุบ่นกันตามประสาพี่น้อง ห่วงกันไปห่วงกันมา ใครทำผิดอีกคนก็ว่าก็เตือน ไม่มีเรื่องอะไรให้มาคิดเล็กคิดน้อย
หรือว่า ความรักที่เปลี่ยนไปของเขาสองคนในตอนนี้ มันกำลังทำให้ความสัมพันธ์สิบกว่าปีต้องสั่นคลอนกันนะ?
"มินกยูลูก ทะเลาะอะไรกับซูนยองรึเปล่า?"
"เอ๊ะ ทำไมเหรอครับ?"
"ก็ ปกติเราสองคนตัวติดกันจะตาย แล้วทำไมวันนี้มานอนบนโซฟาข้างล่างคนเดียวล่ะเรา? หื้ม?"
นั่นสินะ ปกติเขากับซูนยองขลุกตัวอยู่ในห้องด้วยกันทั้งวัน อ่านการ์ตูนบ้าง ดูการ์ตูนบ้าง คุยเล่นอะไรกันไปเรื่อย เหตุผลที่เขาลงมานอนดูทีวีข้างล่างคนเดียวในวันนี้เหรอ? นั่นสินะ คงไม่อยากอยู่ในห้องล่ะมั้ง พอมันมีอะไรตะขิดตะขวงใจ ไม่สะดวก ไม่สบายใจขึ้นมาแล้วล่ะก็ ก็ไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้กันสักเท่าไหร่ เขาเอนตัวลงนอนหนุนตักคุณแม่ซูนยองแล้วหลับตาลง รู้สึกถึงนิ้วมือที่นวดลงมาบนหนังศีรษะเบาๆ
"ผมกับซูน.. คุณแม่ก็รู้ใช่มั้ยฮะ?"
"รู้จ้ะ"
"แต่มัน.. เอ่อ ผมปรึกษาคุณแม่ได้ใช่มั้ย คุณแม่จะรู้สึกแปลกๆ มั้ย?"
"ไม่หรอกลูก พูดมาเถอะ"
"คือ.. คือผม บางทีผมก็ไม่เข้าใจซูนเลย ทั้งๆ ที่รู้จักกันมาเป็นสิบปี แต่ บางทีผมก็รู้สึกเข้าไม่ถึงซูนเลย.. ไม่รู้สิ ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน มัน มันยากจังเลยคุณแม่"
"แม่ก็ไม่แน่ใจนะ ว่าลูกมีปัญหาอะไรกัน แต่มินกยูรู้ใช่มั้ยลูก ว่าซูนยองรักลูกมาก"
"รู้ครับ.."
"ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรกัน ใจเย็นๆ ค่อยพูดค่อยคุยกัน ไม่ว่าซูนยองจะทำอะไรให้ลูกอึดอัดหรือไม่พอใจ จำไว้ว่าซูนยองรักลูก และไม่มีวันตั้งใจทำอะไรให้ลูกเสียใจแน่นอน นะลูก"
"ครับ ขอบคุณนะครับคุณแม่ งือ นวดต่ออีกหน่อยสบายจัง"
"พอสบายใจขึ้นก็เริ่มอ้อนเลยนะเรา เอ้อ แล้วที่ว่าจะลองหางานทำน่ะ เริ่มรึยัง แม่ไม่ให้เรานอนเล่นไปวันๆ หรอกนะรู้ใช่มั้ย?"
"อ๊าา คุณแม่อ่าา พึ่งไม่กี่วันเองง ขอพักหน่อยไม่ได้เหรอครับบบ น้าา"
"ฮ่าๆๆ แม่พูดเล่นน่า พักสักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็ได้ลูก แต่ต้องหานะ ไม่งั้นแม่จะเริ่มเก็บค่าเช่าบ้าน"
"คุณแมมมมมมมมม่"
"แม่"
มินกยูลืมตาขึ้นทันที ซูนยองเพิ่งเดินลงมาจากบันได ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขายาวสีดำ จะออกไปข้างนอกงั้นเหรอ? ซูนยองมองมาทางมินกยูเล็กน้อยและยิ้มนิดๆ อีกแล้ว รอยยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว รอยยิ้มฝืนๆ นั่น มินกยูกำมือแน่น พยายามผ่อนลมหายใจออกช้าๆ เมื่อซูนยองเลื่อนสายตาไปที่คุณแม่อีกครั้ง
"ผมจะออกไปกินข้าวกับวอนอูจีฮุนนะวันนี้ อาจจะกลับเย็นๆ"
กลับเย็นๆ นี่มันเพิ่งเที่ยงเอง จะออกไปข้างนอกทำไมนานขนาดนั้น พอคุณแม่พยักหน้ารับรู้ ซูนยองก็รีบเดินออกไปทันที นั่นยิ่งทำให้มินกยูหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม แทบอยากจะดึงพี่ชายกลับขึ้นไปบนห้องแล้วคุยกันให้รู้เรื่องซะวันนี้ แต่ทำยังไงได้ ซูนยองยอมคุยที่ไหนกัน บ่ายเบี่ยงตลอด ต้องทำยังไงนะ ต้องทำยังไง ซูนยองถึงจะยอมพูดกันตรงๆ สักที
"มินกยูลูก ใจเย็นๆ นะ"
"ครับ"
"ให้เวลาซูนยองหน่อย ค่อยๆ คุยกัน เข้าใจนะลูก"
"ครับ"
"อย่าให้มันมาทำลายความเป็นพี่เป็นน้องที่มีมาสิบกว่าปีของเราเลยนะลูก"
มินกยูเข้าใจ เข้าใจทั้งหมดนั่นแหละ และเขาก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย จริงๆ นะ แต่เขาก็ห้ามอารมณ์ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ทำยังไงล่ะ ยิ่งตอนบ่ายๆ เลื่อนดูรูปในอินสตาแกรมแล้วเจอพี่ชายลงรูปกินข้าวกับเพื่อนยิ่งหงุดหงิด ทำไม เกิดอะไรขึ้น ทำไมมีอะไรก็ไม่ยอมบอก ทำเหมือนทุกอย่างปกติดีแล้วก็หนีหน้ากันแบบนี้งั้นเหรอ?
"มินกยู ฉันกลับมาแล้ว พอดี เอ่อ ไปแถวร้านเค้กที่นายเคยบอกว่าอยากกินฉันเลยซื้อมาฝากน่ะ"
"..."
"เค้กนมของโปรดนายไง กินซะสิ นายชอบกินขนมหลังกินข้าวไม่ใช่เหรอ อ่ะ ส้อม ฉันขอซอสคาราเมลมาให้ด้วยนะ นายชอบกิน-อั่ก!"
มินกยูกระชากตัวซูนยองเข้ามากอดอย่างแรงจนคนเป็นพี่จุก จริงๆ แล้วเรื่องซื้อขนมมาฝากกันน่ะเป็นเรื่องปกติ ก็เขาสองคนดูแลเอาใจใส่กันอย่างนี้อยู่แล้ว แต่เพราะช่วงนี้มันไม่ปกติ ซูนยองทำตัวห่างเหินกัน และตัวเขาเองก็รู้สึกตะงิดในใจมาตลอด อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เพราะงั้นแค่ซูนยองทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้อย่างที่เคยทำ มันก็ทำให้เขารู้สึกดีใจมากจนเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ สิ่งนี้แหละมั้งที่คุณแม่อยากให้พวกเขารักษาเอาไว้ ความสัมพันธ์เรียบง่ายนี่แหละ
"นี่! ให้แค่ชิ้นเดียวพอ! จะบ้าเหรอจะกินทั้งสองปอนด์เลยได้ไง!"
"ทำไมอะะ ก็หิวนี่นาาา"
"หิวได้ไง นี่เพิ่งทุ่มกว่าเอง! นี่น่าจะเพิ่งกินข้าวเสร็จนี่!"
"กินไปนิดเดียวเองงง ยังหิวอยู่เลยย"
"ทำไมกินนิดเดียวล่ะ? ปกติกินเหมือนลมบ้าหมู"
"ละ ลมบ้าหมูอะไรเล่า! ซูนบ้า!! ก็มันเครียดๆ อะกินไม่ลงหรอก!"
"เครียด? เครียดอะไร? มีอะไรเหรอ?"
นั่นสินะ มีอะไร มินกยูเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย อีกคนมองมาด้วยสีหน้ากังวล มือข้างหนึ่งเลื่อนมาจับมือเขาไว้ กลับมาแล้วงั้นเหรอ? ซูนยองที่เป็นห่วงเป็นใย ซูนยองที่รักเขา ให้ความสำคัญเขาเป็นอันดับหนึ่ง ซูนยองที่เขารัก มินกยูกุมมือพี่ชายไว้ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ อีกมือยกขึ้นประคองแก้มนุ่มที่แสนจะคิดถึง ระยะห่างค่อยๆ ลดน้อยลงจนในที่สุดก็ได้จูบริมฝีปากอุ่นที่โหยหามานาน มินกยูเลื่อนมือไปจับที่ท้ายทอยและเขยิบตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น ซูนยองดึงมือข้างที่ถูกกุมไว้ออก มินกยูก็เปลี่ยนไปโอบแผ่นหลังไว้แทน ดึงรั้งซูนยองให้เข้ามารับจูบแนบแน่นมากขึ้น-
"ม่ะ ไม่ได้!"
อะไรกัน เกิดอะไรขึ้น?
ซูนยองขืนตัวออกอย่างรวดเร็ว แววตาตื่นตระหนกปนหวาดกลัวกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะผุดลุกขึ้นรีบวิ่งขึ้นห้องไปทันที ทิ้งให้มินกยูนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวคนเดียว เขายังประมวลผลไม่ได้ ว่าเมื่อกี๊เกิดอะไรขึ้น เขาก็แค่จูบ จูบอย่างที่เคยทำ แล้วทำไม? ซูนยองปฏิเสธเขางั้นเหรอ? นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมกัน เขาทำอะไรผิด?
จากเดิมที่อยู่ด้วยกันน้อยลง คุยกันน้อยลง ตอนนี้กลายเป็นว่าวันๆ เขาแทบไม่ได้มองหน้ากันเลย ซูนยองยังคงห่วงเขาอยู่ เวลาคุณแม่ไม่อยู่บ้าน ซูนยองก็จะสั่งอาหารไว้ให้เรียบร้อยเหมือนปกติ มีโพสอิทมาแปะเตือนให้อย่าลืมทานข้าว แต่สิ่งที่แปลกไปก็คือ ตัวซูนยองเองไม่อยู่บ้าน เขาไม่รู้หรอกว่าหายไปไหน เพราะเขาไม่ได้ถาม แต่การอยู่บ้านคนเดียวทุกๆ วันมันทำให้เขาจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว จากทุกๆ วันที่มีซูนยองอยู่ข้างๆ ช่วงชีวิตตอนนี้เหมือนสิ่งที่สำคัญที่สุดขาดหายไป เขาก็รู้ว่าซูนยองมีส่วนในชีวิตของเขามาก แต่ไม่เคยรู้ว่ามันจะมากขนาดนี้ เช้ามา ไม่มีซูนยองอยู่ในอ้อมกอดอย่างเคย ไม่มีใครนอนดูการ์ตูนด้วยกันในช่วงสาย ตอนเที่ยงไม่มีใครกินข้าวด้วยกัน ตอนบ่าย ไม่มีคนชวนกินขนม ดูทีวี ออกไปเดินเล่น คนที่เคยเกี่ยงกันล้างจาน เช็ดโต๊ะตอนเย็นก็หายไป มินกยูรู้สึกว่าทุกๆ วันมันว่างเปล่า เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมานที่สุด
แล้ววันหนึ่ง ซูนยองก็กลับมา กลับมายืนอยู่ในห้องนอน มินกยูตื่นจากหลับกลางวันเจอพี่ชายยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจก เสื้อเชิร์ตสีดำกับกางเกงสีเดียวกัน เซ็ตผมงั้นเหรอ? แล้วก็ น้ำหอม น้ำหอมอีกแล้ว พอซูนยองหันออกจากกระจกและเห็นว่าเขาตื่นแล้วก็ส่งยิ้มมาให้ ยิ้มแบบฝืนๆ ยิ้มแบบที่เขาเกลียดที่สุด อีกแล้ว
"หลับกลางวันแบบนี้ ไม่ดีเลยนะ"
"..."
"เอ่อ ฉัน ฉันไปก่อนนะ คืนนี้มีบายเนียร์กลับ-"
"อืม"
มินกยูฟุบหน้าลงกับหมอน ไม่อยากเห็นว่าซูนยองทำหน้ายังไง ห้องเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงหยิบของแล้วก็เดินออกไป นี่อาจจะเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิตของมินกยูแล้วจริงๆ ใช่ มันคือเรื่องซูนยอง ไม่ใช่เรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องเรียน เพราะซูนยองเป็นแทบทั้งชีวิตของเขา เพราะงั้นมันหนักหนาสาหัสอยู่พอสมควร
หลังกินข้าวเสร็จมินกยูก็ลงมานอนเล่นบนเตียงอีกครั้ง เบื่อๆ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูไปเรื่อยเปื่อย อีกเดี๋ยวซูนยองก็คงจะลงรูปอีกสินะ เขาก็คงจะรู้สึกเจ็บๆ หน่วงๆ อยู่คนเดียวที่บ้านนั่นแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะเลื่อนไปเจอรูปหนึ่งเข้า รูปที่เพื่อนของซูนยองแทคมา ไม่รู้ทำไม แต่กระดุมเสื้อเชิร์ตสีดำของซูนยองถูกปลดลงสองเม็ด ไม่ได้มากอะไร แต่ก็มากพอจะเห็นช่วงกระดูกไหปลาร้า ในมือมีแก้วที่มีของเหลวสีเหลืองๆ อยู่ ภาพออกจะมืดๆ สักนิด มีแสงสีๆ อยู่หน่อย และสถานที่ที่เช็คอินคือ
ไนท์คลับ
มินกยูรู้สึกสลักบางอย่างในตัวหลุดออก ไม่สิ พุ่งกระเด็นออกไปเลยต่างหาก นี่น่ะเหรอที่ๆ ซูนยองไป? ไนท์คลับ? ไหนบอกว่าไม่ชอบดื่ม ไหนบอกไม่ชอบไปที่แบบนี้ ดื่มเบียร์ที่บ้านยังหัวทิ่มได้ มินกยูผุดลุกขึ้นแต่งตัวอย่างรวดเร็ว เอาสิ ให้มันพังกันไปข้างหนึ่ง เขาแทบจะวิ่งไปที่ไนท์คลับถ้าไม่ติดว่ามันไกลอยู่หน่อย ระหว่างทางในแทกซี่ยาวนานซะจนเขาแทบจะทนรอไม่ไหว แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ ในที่สุดก็ถึงที่หมาย มินกยูฝ่าฝูงชนเข้าไปด้านใน กวาดตามองไปทั่วๆ จะหาซูนยองก็ออกจะยากสักหน่อยเพราะพี่ชายไม่ได้ตัวสูงขนาดจะเด่นออกมา แต่ในที่สุดเขาก็หาเจอ เป็นเพราะซูนยองไม่ได้อยู่ในฝูงคน แต่ยืนแยกออกมาต่างหาก ยืนอยู่กับเพื่อนสองคนเดิมที่เคยมาส่งที่บ้านตอนเท้าพลิกนั่นแหละ มินกยูก้าวเร็วๆ เข้าไปหา พอเข้าใกล้ก็คว้าแขนแล้วดึงเข้าหาตัวทันที ซูนยองเซเกือบล้ม หันมาหาแล้วเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ถึงแม้จะมืดแต่ซูนยองก็พอเห็นสีหน้าของน้องชาย และมันน่ากลัวมากอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
"มิ-มินกยู มาทำอะไรที่นี่ มาได้ยังไง ทำไม"
"ไหนบอกไม่ชอบมาที่แบบนี้ไงครับ? แล้วทำไมวันนี้มาได้"
"ก็ฉันบอกแล้วว่าวันนี้มาบายเนียร์ นี่มันปาร์ตี้หลังงาน-"
"ดื่มเหล้าด้วย? ปกติเห็นดื่มแต่เบียร์นี่"
"ก็- ก็มัน-"
"แล้วเสื้อทำไมไม่ติดกระดุมดีๆ"
"มินกยู! นาย-"
"กลับ"
"ห๊ะ?"
"กลับ เดี๋ยว นี้"
"ไม่! นี่มันเลี้ยงส่งเรียนจบฉันนะมินกยู ฉันไม่กลับ!"
"กลับ!!"
มินกยูกำลังทำตัวเอาแต่ใจ เขารู้ตัวเองดี สิ่งที่เขากำลังทำมันไม่ถูกเลย แต่ตอนนี้เขาถูกอารมณ์ครอบงำจนมองไม่เห็นเหตุผล ไม่เห็นผิดเห็นถูกแล้ว เขารู้แต่ว่า ซูนยอง พี่ชายที่เคยเป็นของเขาคนเดียว ที่เคยรักเขามากที่สุด กำลังเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปโดยที่เขาไม่รู้สาเหตุและไม่สามารถทำอะไรได้เลย และเขาไม่ชอบ เขาไม่พอใจ และเขาไม่มีวันยอม มินกยูอาศัยว่าแรงเยอะกว่า ลากซูนยองออกมาจากไนท์คลับอย่างง่ายดาย ไม่ฟังเสียงโวยวายของคนพี่เลยแม้แต่น้อย พอยัดเข้าไปในแทกซี่ได้ซูนยองก็เงียบลง ตลอดระหว่างทางถึงบ้านซูนยองนั่งนิ่งเงียบหันหน้ามองออกนอกหน้าต่างในขณะที่มินกยูซบหน้ากับฝ่ามือพยายามสงบสติอารมณ์ พอกลับมาถึงบ้านมินกยูก็ดึงมือพี่ชายขึ้นห้อง ประตูปิดลงซูนยองก็สะบัดมือออก
"มินกยู นายเป็นอะไร? วันนี้ที่นายทำมันไม่ถูกนะ รู้ใช่มั้ย? ฉันไม่ชอบนะ"
"แล้วที่ผ่านมาซูนคิดว่าผมชอบมั้ย?"
"อะไร? ที่ผ่านมาอะไร? เกี่ยวอะไรกัน?"
"ก็ที่ซูนหนีหน้าผมหายไปทุกวันไง!"
"มินกยู มันไม่เกี่ยวนะ ยังไงวันนี้ที่นายทำมันก็ผิด-"
"ใช่! ผมผิด! ผิดตลอดอะ! วันนี้ผมไปหาซูนผมก็ผิด! วันก่อนผมจูบซูนผมก็ผิด! ซูนหนีหายไปจากผม ผมคิดถึง ผมอยากเจอ ผมอารมณ์เสีย ผมหงุดหงิด ผมก็ผิด! ผมผิดหมดทุกอย่างอะ! ยังไงก็มีผมคนเดียวที่ผิดก็ผมมันบ้าเอง!"
"มินกยู นายพูดไม่รู้เรื่องแล้ว อาบน้ำนอนซะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยคุย-"
"ไม่! ผมไม่รอแล้ว! เราต้องคุยกันวันนี้! เดี๋ยวนี้! ให้รู้เรื่อง!"
"มินกยู! อย่าดื้อแบบนี้นะ! คุยกันตอนนี้ก็ไม่รู้เรื่องหรอกเอาให้นายใจเย็นก่อน-"
"จะต้องรอไปถึงเมื่อไหร่? ผมทนไม่ไหวแล้ว คุยเดี๋ยวนี้!"
"ทำไมดื้อแบบนี้! นี่นายอายุเท่าไหร่แล้ว!? แบบนี้ไม่ให้ฉันห่วงได้ยังไง!? โตจนจะทำงานแล้วนะ! ทำไมยังพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้!"
"ห่วงเหรอ? นี่คือห่วงใช่มั้ย? หายหน้าไปเป็นอาทิตย์เนี่ย ห่วงใช่มั้ย!?"
"นายคิดว่าฉันไม่ห่วงนายรึไง!? ฉันเองก็มีเรื่องให้เครียดเหมือนกันนะไม่ใช่นายคนเดียว!"
"ก็บอกสิ!! บอกผม!! ซูนมีอะไรซูนก็เก็บไว้คนเดียว ไม่เคยบอกอะไรผมเลยแล้วผมจะเข้าใจมั้ย!? ผมอยู่แบบนี้ก็อึดอัดนะ! นี่เราเป็นอะไรกัน? ทำไมซูนไม่ยอมเปิดใจคุยกับผมเลย? ซูนเห็นผมเป็นอะไรกันแน่!?"
"..."
"ผม ผมอึดอัดนะเห็นซูนฝืนๆ ยิ้มให้ผมทุกวัน กอดก็เหมือนไม่อยากจะกอด แล้ววันนั้น วันนั้นแค่ผมอยากจะจูบ แค่ผมอยากจูบซูนก็ยังผลักผมออก เหมือนกับ เหมือนกับ เหมือนซูน เหมือน-"
"..."
"นี่ซูนเป็นอะไรกันแน่ ทำไม ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ผมทำอะไรผิดเหรอ? หรือซูนเปลี่ยนใจ ซูนไม่รักผมแล้วเหรอ? เพราะผมดื้อรึเปล่า? เพราะผมเอาแต่ใจ? ผมเปลี่ยนได้นะซูน ผมจะไม่ดื้อแล้ว ซูนอย่าหนีผมเลยนะ อย่าทิ้งผมไว้ที่บ้านคนเดียว ซูนอย่าทิ้ง อย่าทิ้งผมเลยนะ"
ซูนยองยืนนิ่งเงียบด้วยความตกใจ มินกยูยกสองมือขึ้นมาปิดหน้า สิ่งที่เขากลัวที่สุด เขาได้พูดมันออกไปแล้ว ความไม่รู้ทำให้เกิดความกังวล และความกังวลก็นำไปสู่ความกลัว สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คือสิ่งนี้ กลัวว่าสักวันความรู้สึกของซูนยองจะเปลี่ยนไป กลัวว่าซูนยองจะทิ้งเขาไปอีกคน กลัวว่าคนที่เป็นโลกทั้งใบ จะทิ้งกันไป
"ซูนอาจจะ อาจจะไม่แน่ใจ ว่ารักผมแบบไหน รักหรือไม่รัก แต่ผม ผมทำได้นะ ผมจะทำให้ซูนรักผมให้ได้ เพราะงั้นซูนอย่าเพิ่งทิ้งผมเลยนะ ให้ผมได้ลอง ให้ผมได้พยายามมากกว่านี้นะ ซูน"
"มินกยู มานี่มา"
ซูนยองดึงน้องเข้ามากอดแน่น สองมือลูบแผ่นหลังกว้างเบาๆ ริมฝีปากประทับจูบลงบนแก้มที่เต็มไปด้วยน้ำตา เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะทำให้มินกยูคิดแบบนี้ สิ่งที่เขาทำคือการหนีปัญหา เขายังจัดการกับความรู้สึกผิด ความรู้สึกหวาดกลัวของตัวเองไม่ได้ เขาเลยตั้งใจจะหนีหน้าน้องชาย คิดว่าระยะห่างอาจจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้นได้บ้าง แต่เขาคิดผิด เขาทำร้ายน้องโดยไม่ได้ตั้งใจ และนั่นทำให้เขารู้สึกเสียใจที่สุด
"ไม่ร้องนะเด็กดี ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายคิดแบบนี้เลย ขอโทษนะ"
"ฮึก หนีหาย หนีหายไปเป็นอาทิตย์ ไม่ให้ผมคิดว่าซูนเกลียดผม แล้วให้คิดว่าอะไร?"
"เกลียดงั้นเหรอ? จะเกลียดได้ยังไง โกรธยังโกรธได้ไม่นานเลย เด็กโง่ ฉันไม่มีวันทิ้งนายหรอก รักซะขนาดนี้น่ะ หื้ม? เอ้า หยุดร้องนะ"
"ฮึก แล้วซูนหนีผมทำไม แล้วทำไมวันนั้นฮึก จะจูบต้องผลัก"
"อา โอเค ก็ได้ ฉันจะตอบนายทุกคำถามเลย แต่ตอนนี้เราไปอาบน้ำกันก่อนนะ แล้วเดี๋ยวมานอนคุยกัน โอเคมั้ย?"
"งืออ"
ซูนยองจูงมือมินกยูเข้าห้องน้ำไป กว่าจะล้างหน้าล้างตาให้หายสะอื้นได้ก็นานอยู่ ครั้งนี้คงจะหนักมากจริงๆ สำหรับมินกยู ยิ่งมองซูนยองยิ่งเจ็บ ตัวเองหนีปัญหา แต่กลับทิ้งให้น้องเผชิญมันอยู่คนเดียว เขานี่มันเป็นพี่ที่ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็พากันมานอนบนเตียง ท่าประจำท่าเดิม มินกยูซุกหน้ากับอกอุ่นๆ ที่ห่างหายไปนาน รู้สึกสบายใจขึ้น มีความสุขขึ้นแต่ก็ยังหน่วงๆ อยู่นิดหน่อย หวังว่าคืนนี้ซูนยองจะยอมพูดทั้งหมดทุกอย่างที่ค้างคาเสียที
"อะ เริ่มได้ ถามมาเลย"
"จะตอบจริงๆ นะ?"
"อื้อ"
"งั้น คำถามแรก คืนนั้นที่ผับ เกิดอะไรขึ้น?"
"อืม โอเค ก็ คืนนั้นฉันโดนพี่ซึงชอลกรอกเหล้า รู้แล้วสินะ? หลังจากนั้นคุณ เอ่อ คุณจองฮันก็มา-"
"เขาทำอะไรซูน!!! ไอ้นั่นดูไม่น่าไว้ใจแต่แรกแล้ว! ทำอะไร!? เขาทำอะไรซูน!?"
"ไม่ๆ ไม่ได้อะไรหรอก คือ แต่เขาก็มาพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันไม่สบายใจน่ะ"
"พูดอะไรเหรอ?"
"ก็ มินกยู เปิดใจกว้างๆ นะ อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธแล้วคิดดีๆ นายคิดว่าฉันตามใจ เอาใจนายมากเกินไปมั้ย?"
"ก็ไม่-"
"มากเกินไป ฉันรู้ตัวเลย ตั้งแต่เด็ก ฉันประคบประหงมนายมากเกินไป นายคิดว่าเด็ก- ไม่สิ ผู้ชายอายุ 18 19 ที่ไหนพี่ชายต้องตามไปคุมที่ผับบ้าง? หื้ม? เพื่อนคนไหนเป็นแบบนั้นบ้าง?"
"..."
"อืม นั่นแหละ แล้วก็ไม่ใช่แค่เรื่องผับนะ อีกหลายๆ เรื่องเลย ฉันก็ ฉันก็รู้สึกผิดอยู่หน่อยๆ ล่ะมั้ง ที่ทำให้มันเป็นแบบนั้นไป ที่ทำให้ นายเหมือนเป็นเด็กไม่โตต้องมีคนคอยตามคุม? ประมาณนั้นล่ะมั้ง ฉันก็ ฉันก็ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไง ยิ่งอยู่ด้วยกันมันก็เหมือนฉันจะยิ่งทำให้มันแย่ลงๆ ไปอีก เพราะงั้นหลายวันที่ผ่านมานี้ฉันก็เลย ออกไปนอกบ้าน ไปสงบจิตสงบใจลงหน่อย ไปคิดอะไรๆ หลายๆ อย่างน่ะ"
"อืม ผมก็ ก็เข้าใจซูนนะ"
"ขอบใจนะ แต่พอฉันกลับมาเห็นนายในวันนี้ฉันก็รู้ว่าที่ฉันทำน่ะมันผิด ฉันมัวแต่คิดถึงด้านของตัวเอง แต่ไม่ได้คิดในมุมของนายเลยว่า การที่ฉันหายไปโดยไม่ได้อธิบายอะไรแบบนี้ สำหรับนายมันจะอึดอัดแค่ไหน ฉันขอโทษนะ"
"งืออ ไม่เป็นไรครับ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ซูนไม่สบายใจก็คือตัวผมด้วยนี่นา แล้ว แล้วซูนไปคิดๆ แล้วว่ายังไงบ้างอะ"
"จริงๆ ก็ยังคิดไม่ออกหรอก มันยุ่งเหยิงไปหมดเลย ไหนจะเรื่องที่เราเป็นอะไรกันในตอนนี้ และในอนาคตจะเป็นยังไงต่อ อาชีพของนาย ผลกระทบ แล้วก็อะไรๆ หลายๆ อย่าง"
"อาชีพ? ผลกระทบ? คือยังไงเหรอ?"
"ก็ หนึ่งในอาชีพที่นายเลือกคือนายแบบใช่มั้ย? นายแบบก็ต้องมีแฟนคลับ ต้องมีภาพลักษณ์ สังคมเราตอนนี้ยังไม่ได้เปิดกว้างเรื่อง เอ่อ ความรักแบบของเรานักหรอกนะ ไม่ใช่แค่เราเป็นผู้ชายทั้งคู่ แต่ยังเรื่องที่เราเป็นพี่น้องกันมาตั้งสิบกว่าปีด้วย นายเข้าใจใช่มั้ย มินกยู เอาจริงๆ ไม่ต้องคนภายนอกหรอก แม่เข้าใจนี่ฉันก็ยังตกใจอยู่เลย"
"อ่า.. ครับ"
"แต่ก็ ฉันกังวลมากไปมันก็ไม่มีประโยชน์ล่ะมั้ง เพราะทางออกมันไม่มีนี่นา แค่ว่าฉันจะอยู่ หรือจะไป แต่ฉันจะไปได้ยังไง ถ้าฉันไปนายก็จะเสียใจ และฉันไม่อยากให้นายเสียใจ ฉันเองก็ไม่ได้อยากไปด้วย ฉันเองก็รักนาย รักนายมากเลยด้วย"
"ฮื้อออ ซู๊นนนน"
"หยุดๆ อย่าเพิ่งหอม"
"ซูนอะะ ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกัน ถึงมันจะแปลกไปหน่อย ที่เราจะรักกัน แต่ซูนก็ยังไม่ทิ้งผมไปไหน"
"ฉันไม่มีทำอะไรให้นายเสียใจหรอก โดยตั้งใจนะอย่างน้อย อย่างเรื่องที่เกิดขึ้นนี่ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษนะ"
"อื้อ ไม่เป็นไร แค่ซูนกลับมาผมก็ดีใจแล้ว แล้วก็เพราะคิดมากแบบนี้ด้วยใช่มั้ยวันนั้นที่ผมจูบถึงได้ดันออก"
"อ่า ใช่ ขอโทษนะ"
"ไม่เป็นไรฮะ แต่ตอนนี้ต้องชดใช้แหละ"
"ฮ่าๆๆ ได้สิ"
มินกยูหยัดตัวขึ้นคร่อมทับพี่ชายไว้ก่อนจะโน้มหน้าลงไปใกล้ หัวใจเแทบระเบิดออกมาเมื่อพี่ชายเผยอริมฝีปากให้จูบได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ศอกข้างหนึ่งยันผืนเตียง มืออีกข้างลูบที่แก้มพี่ชายเบาๆ คิดถึง โหยหา ต้องการความอบอุ่นนี้เหลือเกิน ยิ่งจูบก็ยิ่งถลำลึก มินกยูกดร่างทับจนซูนยองแทบจมลงกับผืนเตียง สองแขนของพี่ชายยกขึ้นโอบรอบคอคนน้องไว้ พ่ายแพ้ให้กับความต้องการของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุผลจมหายลงไปในห้วงอารมณ์อีกครั้ง
"พอก่อนนะ เรายังคุยกันไม่จบเลย"
"อะ อืม ก็ได้ ขอจุ๊บอีกทีนะ"
"ฮ่าๆๆ มาสิ"
หลังจากทั้งจูบทั้งจุ๊บแล้วมินกยูก็ลงนอนซุกอกพี่ชายอีกครั้ง รู้สึกหน้าเห่อร้อน ในอกพองโต ตัวลอยๆ ยังไงแปลกๆ หลังจากห่างกันไปเป็นอาทิตย์ พอได้กลับมาหอมมากอดอีกครั้งรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลย ซูนยองลูบผมน้องชายเบาๆ อย่างรักใคร่ เขาเองก็คิดถึงมินกยูไม่ได้น้อยไปกว่ากันหรอก เวลาห่างกันก็ทรมานด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ เพราะงั้นตัวเลือกที่อาจจะดีสำหรับน้องก็เลยถูกตัดออกไป เพราะคงจะทำไม่ได้
"แต่ถึงฉันจะไม่ไปไหน ยังรักนายอยู่ แต่เราก็ต้องมีปรับเปลี่ยนอะไรกันบ้างนะมินกยู"
"อ๊าา เปลี่ยนไรอะะ ไม่เอาา"
"ชู่ว ฟังก่อนสิ ยังไม่ทันรู้เลยโวยวายซะละ"
"ง่า ก็กลัวอะ ไม่อยากเปลี่ยนอะไรเลย ที่เป็นอยู่มันก็ดีอยู่แล้วนี่"
"ไม่ได้หรอก มาๆ มาฟังกฏกันหน่อย"
"งือ"
"ต่อไปนี้ฉันจะดูแลนายให้น้อยลง อ๊ะๆ อย่าเพิ่งเถียงเงียบก่อน ฟังให้จบ ฉันจะดูแลนายให้น้อยลง ต่อไปนี้ถ้าจะไปไหน ฉันจะไม่ได้นั่งแทกซี่ไปด้วยไปนั่งรอแล้วนะ โตแล้ว ไปเอง แล้วก็ ถ้าวันไหนคุณแม่ไม่อยู่ ฉันไม่อยู่ ฉันไม่สั่งข้าวทิ้งไว้ให้นะ สั่งเอง แล้วก็ เวลามีเรื่องอะไร อย่าใช้วิธีงอแง ค่อยๆ คิด ใช้เหตุใช้ผลตัดสินใจ โอเคมั้ย?"
"งืออ เวลาไปไหนไกลซูนไม่ไปด้วยเหรอ?"
"ก็ไปบ้างแต่คงไม่ใช่ทุกครั้ง โตแล้วเราน่ะ ไม่อายเหรอพี่ชายตามรับส่งแบบนี้"
"ไม่อะ เหมือนแฟนตามหวงตามห่วงมากกว่า- โอ้ย โอเคๆ ไม่ไปด้วยกันก็ได้ เชอะ!"
"ฉันเองไม่ใช่ไม่ห่วง ก็ห่วงนั่นแหละ แต่ก็ต้องพยายามไม่ให้มันมากเกินไป ไม่อย่างนั้นนายไม่โตสักที ฉันต้องลดเรื่องห่วงมากให้น้อยลง นายเองก็ต้องพยายามในส่วนของตัวเองมากขึ้น โอเคมั้ย? ไม่ใช่ฉันไม่อยู่นายก็อยู่ไม่ได้ แบบนี้ไม่เอาแล้ว นะ?"
"งืออ ก็ได้ จะพยายาม"
"ดีมาก เด็กดี"
"ซูนก็ อย่าทิ้งผมไปไหนนะ"
"ไม่ทิ้งหรอก จะทิ้งได้ไงกัน"
"งือ~"
"งั้นเราคุยกันจบทุกอย่างแล้วนะ? ปรับความเข้าใจเรียบร้อย?"
"งืออ ประมาณนั้น เอ้อเดี๋ยว เดี๋ยวๆ ยังๆ"
"มีอะไรอีกเหรอ?"
"วันนี้ เล่ามา กินเหล้าอะไรยังไง แล้วทำไมกระดุมต้องหลุด?"
"ทำไมกระดุมหลุด เอ่อ ก็ ก็วอนอูมันบอกว่าทำแบบนี้ก็จะได้ดูเซ็กซี่ๆ ดี-"
"เลิกคบพี่ที่ชื่อวอนอู!!!"
"ได้ที่ไหนเล่า อย่าคิดมากเลยน่า ไม่มีใครมายุ่งกับฉันสักหน่อย ไม่เหมือนนายหรอก แต่งตัวเรียบร้อยแค่ไหนก็มีสาวมาชวนไปเต้นจนหายไปเกือบชั่วโมง"
"อะ เอ่อ คือเรื่องนั้น คือผมขอโทษคือ-"
"แหย่เล่นน่า ฉันไม่อะไรหรอก ก็หน้าตานายเป็นแบบนี้นี่ ไม่ช้าก็เร็วฉันก็ต้องเจอเรื่องแบบนี้อยู่ดี ฉันก็ต้องรับให้ได้นั่นแหละ"
"อืออออ"
"อืม หมดคำถามแล้วนะ? มา นอนกันดีกว่า ง่วงแล้วมั้งนายน่ะ ร้องไห้ขี้มูกโป่งขนาดนั้น"
"ซะ ซูนอะ! เพราะใครล่ะ! เชอะ!"
"ขอโทษน่า ไม่ได้ตั้งใจทำให้เสียใจ อย่างอนเลย นะ?"
"เชอะ! เอ้อ ใช่ มีอีกคำถาม ที่หายไปตั้งหลายวันนี่วันๆ ออกไปไหนมาอะ?"
"อ่า แหะๆ ไปนั่งร้านกาแฟบ้าง ไปนอนห้องสมุด แล้วก็ไปนอนเล่นคอนโดจีฮุนบ้างน่ะ"
"บ้านไม่มีอยู่แล้วใช่มั้ย ทำตัวพเนจรแบบนี้"
"ฮ่าๆๆ ก็มันไม่มีทางเลือกนี่! ฉันก็ทรมานเหมือนกันนะอาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย ที่ก็ไม่มีให้ไป แถมยังคิดถึงนายจะบ้า!"
"เขินจังเลยย~"
"หึ น่าหมั่นไส้ พอรึยัง นอนกันเถอะ"
"งือ ยังไม่อยากนอนเลย กลัวตื่นมาพรุ่งนี้ซูนจะหนีหายไปอีกอะะ"
"ไม่หนีไปไหนแล้วน่า ก็คุยกันรู้เรื่องแล้วนี่ ปิดไฟละ เอ้า หลับตาซะ"
"ซูนนน"
"อะไรอีกหื้ม?"
"ต่อไปนี้มีอะไรคุยกับผมตรงๆ นะ อย่าเก็บอะไรไว้คนเดียว เรามาช่วยกันคิดช่วยกันแก้ไขนะ ได้มั้ย?"
"อื้ม ได้ เอ้า นอนซะ"
มินกยูซุกหน้าลงกับอกอุ่นๆ สองแขนกอดตัวพี่ชายไว้แน่น ซูนยองไม่ต้องทำอะไรเลย แค่อยู่ตรงนี้ อยู่ข้างๆ กันแบบนี้ก็ทำให้มินกยูมีความสุขที่สุดแล้ว ต่อไปในอนาคตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่ไม่ปล่อยมือ จับมือกันไว้แน่นๆ เขาคิดว่าไม่ว่าอะไรๆ ก็คงผ่านพ้นมันไปได้
ปัญหาในอนาคตเอาไว้ทีหลังแล้วกัน อย่างน้อยคืนนี้เขาก็จะได้นอนหลับฝันดีสักที