Tuesday, 6 December 2016
Severity 2/2 #minsoon
“ผมอยากกลับบ้าน"
“ไม่งอแงสิมินกยู"
ซูนยองนอนตะแคงอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก คุณแม่ทำอาหารอยู่ในครัวและอีกไม่นานจะถึงเวลาข้าวเย็น มินกยูโทรหาเขาตั้งแต่ตอนบ่ายกว่าๆ จนตอนนี้เป็นเวลาสี่ชั่วโมงเกือบห้าชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่วาง แรกๆ ก็คุยอะไรเรื่อยเปื่อย อย่างเช่นรถขับผ่านตึกก็บอกว่าเห็นตึก ขับผ่านป่าบอกเห็นป่า ขับผ่านหมาก็บอกเห็นหมา ยิ่งเข้าใกล้สถานที่พักเท่าไหร่มินกยูก็ยิ่งงอแงมากขึ้นเท่านั้น จนตอนนี้เริ่มร้องอยากกลับบ้าน เขาล่ะสงสัยจริงๆ ว่าเดี๋ยวนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปหรือน้องชายเขาแปลกกันแน่ ปกติเวลานั่งรถทัวร์ไปทัศนศึกษาจะต้องเล่นกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ?
“นี่ ไม่เล่นกับเพื่อนเหรอ?”
“ไม่ เดี๋ยวก็ต้องอยู่กับพวกมันอีกตั้งหลายวัน แต่จะไม่ได้ยินเสียงซูนตั้งหกวันต้องคุยกับซูนก่อนสิ"
“เอ้อ.. แล้วเพื่อนไม่ว่าแปลกเหรอ นายคุยโทรศัพท์กับฉันตลอดแบบนี้"
“เพื่อนเข้าใจ"
“..เหรอ"
“ซูน ผมคิดถึงซูนแล้ว"
“ไม่เอาน่า เดี๋ยวไปถึงที่พักก็สนุกเอง จะได้ปีนเขาด้วยนี่ใช่มั้ย?”
“อือ จริงๆ โปรแกรมมันก็น่าสนุกดีอะ แต่อยากให้ซูนมาด้วย..”
“ไม่เอาๆ อย่าคิดแบบนั้นสิ เออ แล้วนี่กินข้าวหรือยัง จะหกโมงแล้วนะ"
“ยังเลยเขาบอกว่าถึงที่พักค่อยกิน"
“อ่า แล้วอีกไกลมั้ยล่ะเนี่ย หิวรึเปล่า? ฉันใส่ขนมลงไปในกระเป๋านายด้วย อยู่ซิปฝั่งซ้าย กินไปก่อนนะอย่าให้ท้องว่างเดี๋ยวจะปวดท้องเอารู้มั้ย”
“อือ.. คุณแม่ทำอะไรทานเหรอฮะวันนี้?”
“อ่า.. อย่ารู้เลย เดี๋ยวจะเสียใจเปล่าๆ"
“ไม่เอาอะ บอกผมมาหน่อยเถอะ นะนะนะน้าา"
“ก็.. เนื้อย่างของโปรดนายนั่นแหละ"
“ขี้โกงงงงงงงงงง ฮือออ อยากกิ๊นนนนนนนน"
“ก็แม่ลืมนี่นาว่านายต้องไปค่าย นี่ก็ตั้งใจซื้อมาทำให้นายกินนี่แหละ"
“ฮืออ อร่อยมั้ยอะ ใกล้เสร็จรึยัง เนื้อส่วนไหนเหรอ?”
“จะรู้ให้มันทรมานตัวเองไปทำไมกัน"
“ก็-”
ตู๊ดด ตู๊ดดด ตู๊ดดดด
“อ่าว?”
ซูนยองยกโทรศัพท์ออกมาจากข้างหูอย่างงุนงง อยู่ๆ สายก็ตัดไปซะอย่างนั้นก็เลยลองโทรใหม่แต่ปรากฏว่ามินกยูปิดเครื่องไปแล้ว ซูนยองขมวดคิ้วแล้วกดโทรซ้ำๆ เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า? แต่ก่อนจะได้กระหน่ำโทรไปรอบที่สิบคุณแม่ก็เรียกกินข้าวก่อนพอดี ซูนยองทำหน้ายุ่งถือโทรศัพท์ไปที่โต๊ะกินข้าว จิ้มเนื้อไปก็กดไปด้วยจนคุณแม่เอื้อมมือมาใช้นิ้วจิ้มแก้มเบาๆ
“นี่แน่ะ เป็นห่วงน้องเหรอ?”
“ก็อยู่ๆ ก็วางสายไปฮะ โทรไปก็ไม่ติด"
“ไม่แปลกหรอก แบตหมดรึเปล่าคุยกันทั้งบ่ายเลย"
“เอ้อ จริงด้วย"
“น้องเป็นยังไงบ้าง?”
“งอแงอยากกลับบ้านครับ"
ซูนยองถอนหายใจเหนื่อยๆ แล้วมองโทรศัพท์ตัวเอง นี่ขนาดเขาชาร์ตไปด้วยยังเหลือแค่ยี่สิบกว่าเปอร์เซนต์ ไม่แปลกหรอกที่มินกยูจะแบตหมด แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือตอนนี้จะงอแงรึยังน่ะสิ เมื่อกี๊เขาก็คิดอยู่ว่าต้องถึงเวลาวางจะปลอบยังไงให้อยู่ไปได้อีกหกวัน แต่นี่ดันมาตัดสายกลางคันซะได้ แต่แล้วอยู่ๆ โทรศัพท์ซูนยองก็สั่นอีกครั้งด้วยเบอร์ไม่คุ้นเคย
แต่เสียงที่แผดขึ้นหลังจากรับแล้วนี่สิคุ้นเคยมาก
“ซูนนนนน"
“เห้ย มินกยูนี่เอาเบอร์ใครโทรมาเนี่ย"
“เพื่อนฮะ ก็เมื่อกี๊แบตมันหมดอ่าา /ไอ้มินกยู!! เอาคืนมา ไอ้ห่-/ ซูนผมใกล้ถึงที่พักแล้ว”
“เอ่อ ดีแล้วล่ะจะได้กินข้าว ว่าแต่ขอยืมเพื่อนมาดีๆ รึเปล่าคงไม่ได้แย่งมาใช่มั้ย?”
“ไม่เป็นไร เพื่อนเต็มใจให้ /ใครเต็มใจ!! ไอ้เวร เอาคืนมานะว้อย!!/”
ซูนยองถอนหายใจรอบที่ร้อยเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนของมินกยูโวยวายมาตามสาย แล้วก็ยังได้ยินเสียงคนคุยกันจ้อกแจ้กจอแจไปหมดต่างจากตอนที่คุยกับมินกยูในช่วงแรก ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าตลอดบ่ายนี้มินกยูนั่งแยกกับเพื่อนเพราะจะคุยกับเขา ซูนยองเริ่มจะกลุ้มใจจริงๆ จังๆ ซะแล้ว
“มินกยู ใกล้ถึงที่พักก็ดีแล้ว เดี๋ยวกินข้าวเย็นให้เยอะๆ นะจะได้มีแรง ต้องกางเต๊นอีกนี่นาใช่มั้ย?”
“อื้อ /ไอ้มิน- อุ๊บ/ ซูนก็กินข้าวเยอะๆ นะ"
“เอาโทรศัพท์คืนเพื่อนไปได้แล้วไป แย่งของคนอื่นแบบนี้ไม่ดีเลยนะ"
“ก็อยากคุยกับซูนนี่นา.. อยากคุยให้มากที่สุดก่อนจะไม่ได้คุยอีกนานอะ /นักเรียน!! เข้าเขตค่ายแล้วครับ! ปิดโทรศัพท์แล้วเอามาใส่กล่องนี้ได้แล้ว!!/"
“...เอ่อ"
“ฮือ ซูนน ไม่อยากวางเลย"
“ไม่เอาๆ ไม่คิดแบบนี้นะ ไม่เป็นไรหรอกอีกไม่กี่วันเอง อดทนนะ แล้วเจอกัน รักนายนะรู้มั้ย"
“ฮืออ ผมก็รักซูนเหมือนกัน รักมาก- /ไอ้มินกยู จะอ้อนอีกนานมั้ยวะ! โทรศัพท์กู!! เอามานี่ได้แล้ว/”
แล้วสายก็ตัดไป ซูนยองค่อยๆ วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างจานข้าว รู้สึกแปลกในเล็กน้อยที่เพื่อนมินกยูพูดจากระโชกโฮกฮาก ดูไม่น่าจะคบกับมินกยูได้ เวลาอยู่ที่โรงเรียนเคยถูกใครรังแกบ้างรึเปล่านะเด็กน่ารักอย่างมินกยูน่ะ ซูนยองไม่ค่อยได้คุยกับมินกยูเรื่องที่โรงเรียนเท่าไหร่ เหมือนว่าพอกลับมาบ้านก็จะคุยเรื่องที่บ้านกันตลอด มินกยูจะมีเล่าบ้างก็มีแต่เรื่องไร้สาระอย่างเช่นเพื่อนสะดุดบันไดล้มท่าฉีกขาหรืออีกคนตีลังกาหัวฟาดประตูแค่นั้น ชื่อก็ไม่เคยบอกซะด้วยสิ คิดอะไรในหัวเพลินๆ อยู่ๆ คุณแม่ก็เอื้อมมือมาดันหน้าผากเขา
“เลิกคิดมากได้แล้วซูนยอง น้องโตแล้วนะ ไม่เป็นอะไรหรอก"
“ผมอดห่วงไม่ได้ มินกยูยังเด็กมากเลยนะฮะ"
“ซูนยอง น้องไม่เด็กแล้วนะ มีแต่ลูกคนเดียวนี่แหละที่ยังมองว่าน้องเด็ก"
“ครับ?”
ซูนยองเงยหน้ามองคุณแม่อย่างตกใจ แต่พอจะถามอะไรต่ออีกฝ่ายก็ไม่ตอบ บอกแค่ว่าให้ไปคิดดูเองแล้วก็ลุกหนีไปล้างจานซะอย่างนั้น ซูนยองเลยนั่งทำหน้ายุ่งต่ออยู่คนเดียว ถ้าบอกว่าไม่เด็กแล้ว ไอ้ที่นั่งกินขนมจนเปื้อนหน้าไปหมดคืออะไร? ที่งอแงจะให้เขานอนกอด ที่อ้อนให้พาไปร้านการ์ตูน ที่ให้จัดของให้เมื่อคืนอีกล่ะ?
“ซูนยอง ถ้าไม่รีบกินแม่ฝากล้างครัวด้วยนะลูก"
“เย้ย! ไม่ๆๆ แม่ เสร็จแล้วครับเสร็จแล้ว!”
คืนที่สี่ ซูนยองนอนอ่านตะแคงเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง คืนนี้จะเป็นอีกคืนที่จะต้องนอนคนเดียว เขามัวแต่คิดกลัวว่ามินกยูจะเหงา แต่ไม่ทันห่วงตัวเองเลย จากที่ผลักไสน้องชายตัวโตที่ชอบกอดก่ายตัวเองทุกคืนกลายเป็นว่าเขานอนไม่หลับตั้งแต่คืนแรกที่ไม่มีอีกฝ่าย มันน่าอายมาก แต่เขาถึงขนาดต้องเอาหมอนที่ปกติมินกยูหนุนมานอนกอด ตอนนี้หมอนใบนั้นก็อยู่ในอ้อมแขนเหมือนกัน
“ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้เนี่ย"
ซูนยองบ่นออกมาเบาๆ หลังจากเล่นเกมส์ในโทรศัพท์จนเบื่อแล้ว ห้องเงียบจนใจหาย ปกติจะมีเสียงมินกยูเจี๊ยวจ๊าวจนซูนยองหนวกหู เพราะไม่รู้จะทำอะไรแล้วซูนยองก็เลยกดเข้าไปในแอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊คที่ไม่ได้เข้ามาหลายเดือน โดยปกติเขาไม่ได้เข้ามาเล่นบ่อยนักเพราะงั้นหน้าโปรไฟล์ของเขาถึงร้างซะยิ่งกว่าร้าง โพสท์บนสุดยังไม่ใช่ของตัวเองเลย เป็นรูปที่มินกยูแทคมาเมื่อหลายวันก่อน รูปหน้าจอคอมที่มีการ์ตูนที่ดูด้วยกัน
'ที่สุดเลย'
แล้วก็มีรูปหัวใจอยู่ด้านหลังสองดวง ซูนยองยิ้มน้อยๆ มินกยูเป็นเด็กที่ชอบดูการ์ตูนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อาจจะติดมาจากเขาด้วยนั่นแหละ แต่ไม่คิดว่าจะถึงขนาดอัพรูปการ์ตูนลงแบบนี้ ที่แปลกกว่าคือมีคนมากดไลค์ตั้งเกือบร้อยคนแล้วก็มีคอมเม้นอีกสี่สิบกว่า ซูนยองกดเข้าไปอ่านแล้วก็ต้องเลิกคิ้วอย่างงุนงง
'รำคาญ'
'แล้วไง? ต้องรู้มั้ย?'
และอีกหลายๆ คอมเม้นคล้ายๆ กัน ซูนยองขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมมีคนรำคาญมินกยูเยอะแบบนี้? ไม่สิ เล่นกันล่ะมั้ง แต่เพื่อความแน่ใจก็เลยกดเข้าไปดูโปรไฟล์สักหน่อย แล้วก็ปรากฏว่าเป็นเพื่อนสนิทกันจริงๆ แทครูปกันไปกันมาเยอะอยู่ คงจะเล่นกันนั่นแหละเพราะเพื่อนเขาเองก็เคยเล่นอะไรกันแบบนี้เหมือนกัน มีแต่ตัวเขาที่ไม่ค่อยได้เล่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คเนี่ยแหละถึงงง ซูนยองนั่งไล่ดูโปรไฟล์น้องชายแล้วก็เหมือนตัวจริงเหมือนกัน ไร้สาระแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ถ่ายรูปเนื้อย่างบ้างล่ะ ถ่ายรูปร้านการ์ตูนที่ไปด้วยกันบ้างล่ะ แถมเลื่อนลงมาอีกหน่อยยังเจอสนามเด็กเล่นท้ายซอยอีก ซูนยองเลื่อนกลับขึ้นไปที่รูปร้านการ์ตูนแล้วกดอ่านคอมเม้นเพราะเห็นมีมาก คราวนี้แปลกไปเพราะในคอมเม้นมีแต่ผู้หญิงซะส่วนใหญ่
'โอตาคุเหรอมินกยู๊~'
'ชอบอ่านเรื่องอะไรเหรอ เราก็ชอบอ่านการ์ตูนเหมือนกัน ไว้มาแลกกันอ่านมั้ย?'
'พี่มินกยูแนะนำหน่อยสิเรื่องไหนสนุกบ้างงง'
'พี่มินกยูชอบอ่านเรื่องไหนเหรอคะ? อิอิ'
ซูนยองรู้มาสักพักแล้วแหละว่ามินกยูฮอต แต่จะไม่ตกใจเท่านี้ถ้าสาวๆ ในช่องคอมเม้นจะมีแทบทุกวัย มีตั้งแต่ประถมปลายยันมหาลัย สงสัยว่าเด็กป.5 นี่มาเจอมินกยูได้ยังไง งานโรงเรียนงั้นเหรอ? ใช่ลูกค้าช้อนปลาที่เล่าให้ฟังรึเปล่านะ ซูนยองอ่านที่มินกยูคอมเม้นตอบแล้วก็ยิ้มน้อยๆ เพราะดูแล้วน่าจะไม่ได้สนิทอะไรกับซักคน ไม่อย่างนั้นต้องมีเรื่องปวดหัวมาให้เขาแน่นอน
หืม?
ซูนยองมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างตกใจ เพราะมันขึ้นเบอร์มินกยูน่ะสิ โทรมาได้ยังไงกัน? นี่มันเพิ่งวันที่สี่เองแถมตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้วด้วย แต่จะยังไงก็แล้วแต่ซูนยองก็รีบกดรับอย่างรวดเร็ว
“ซูนนนนนนน อึ้ก คิดถึงจัง อึ้ก เล้ย"
“...เดี๋ยว ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น?”
“เป็นแบบไหน อึ้ก เหรอ แบบไหน?”
“นี่นาย มินกยู นายดื่มเหรอ??”
“ดื่มม อึ้ก ไรเล่า ก็แค่ ดื่ม อึ้ก ดื่มๆ"
“นี่!!! คิมมินกยู!! ทำไมทำตัวแบบนี้ห๊ะ!!? ไปค่ายทหารไม่ใช่เหรอ? โทรศัพท์ก็ต้องฝากทำไมโทรมาได้?? แล้วแอบดื่มเหล้าได้ยังไง?? นี่กี่โมงแล้วทำไมไม่นอน!! ห๊ะ!!?”
“ฮึก ซูนอย่าดุ อึ้ก สิ คนเขาอุตส่าห์โทร อึ้ก มาหาใจร้ายจัง อึ้ก เลย ฮื้ออ อึ้ก แค่กๆ"
“เมาแล้วสะอึกเหรอเด็กนี่ เห้อ.. ตอบคำถามฉันมาก่อนมินกยู ทำไมโทรมาได้ ดื่มได้ยังไง แล้วทำไมยังไม่นอน"
“ข้อ อึ้ก หนึ่ง และข้อสอง รวมถึงอึ้ก ข้อสาม ต้องขอเล่าให้ฟังก่อนว่าวันนี้ทำอะไรบ้างอาจจะ อึ้ก ยาวนิดนึงนะซู๊น"
“...มินกยูไปหาน้ำมาแก้วหนึ่งนะ กลั้นหายใจสิบวิแล้วดื่มน้ำไปด้วยจะหายสะอึก เล่าทั้งแบบนี้ขาดใจตายก่อนแน่"
ซูนยองพยายามระวังไม่ให้เสียงแข็งจนเกินไป ไม่อยากให้น้องชายงอแงไปมากกว่านี้แต่ก็ต้องยอมรับว่าตกใจ แล้วก็ไม่พอใจมากๆ ที่มินกยูดื่ม จะดื่มอะไรก็แล้วแต่ แถมยังนอกสายตาเขาด้วย ได้ยินเสียงน้องชายบ่นอะไรงุ้งงิ้งไปเรื่อยแล้วก็เงียบไป คงจะดื่มน้ำ เสร็จแล้วก็กลับมาพูดได้ปกติไม่สะอึกอึ้กๆ เหมือนจะสำลักอากาศตายอีก
“ไหน เล่ามาซิวันนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เมาแบบนี้"
“ผมเปล่าเมานาซูน ถ้าเมาล่ะก็คุย กับซูนไม่รู้เรื่องหร๊อก"
“ไม่เมาแล้วทำไมเว้นวรรคแปลกๆ"
“ก็แค่มึนๆ อะ เหมือนซูนวันที่ดื่มเบียร์ แล้วอ้อนผม ตัวเล็กๆ นั่นแหละ"
“นี่!! ไม่ต้องมาเฉไฉ เล่ามาเลย!”
“ก็ขอเล่าก่อนว่า ว่าค่ายทหารหมู่เราเขาเขียวเกลียวคลื่นนี่น่ะนะ อะฮิๆ ครูฝึกนี่บ้าจริง ฮ่าๆๆ อ่า นั่นแหละจะมีแข่ง แข่งอะไรก็แล้วแต่ วิ่ง ปีนเขา มาราธอนยังไงก็ ว่าไปว่าไป-”
“เห้อ.. แล้วบอกไม่เมา"
“หื๊อ?”
“ไม่มีอะไรว่าต่อๆ แล้วยังไง"
“ก็ในแต่ละวันก็ จะแข่งสักอย่างนี่แหละแล้ว แล้วคนที่ชนะก็จะได้รางวัลอย่างเช่น ได้โทรศัพท์คืนได้โทรหาใครที่คิดถึ๊ง คิดถึง คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงนี่แหละ"
“เข้าใจแล้วๆ แล้วไงต่อ? มันมาถึงเหล้าได้ยังไง?”
“ก็ ก็พอดีวันเนี้ยแข่งว่ายน้ำข้ามลำธาร ผมนักว่ายน้ำดีเด่นแน่นอนว่าคว้าเอาเหรียญทองมาได้ ทีนี้ก็ได้โทรศัพท์กลับมา แต่ว่า แต่ว่าไอ้เวอร์น่อนเนี่ยนะ ไอ้หนุ่มฝรั่งกล้าคิ๊ดดกล้าทำ มันก็เลยลองข๊อออรางวัลพิเศษแล้วครูฝึกเขาก็ บอกว่าถ้ากล้าขอก็กล้าให้ มันเป็นน้ำใจในแดนค่ายน่ะซูนไม่เคยเข้าไม่เข้าใจหรอกไม่เข้าใจ"
“อย่าบอกนะ ว่าเพื่อนนายที่ชื่อเวอร์น่อนขอเหล้ากิน?”
“ใช่แล้วว~”
“แล้วนายก็กินตามเขาเนี่ยนะ!! ทั้งๆ ที่ไม่เคยกิน!!?”
“ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา คนอื่นเขากินกันทั้งหมู่เลยจะ ให้ผมนั่งบื้ออยู่คนเดียวได้ไงเดี๋ยวไม่ กลมกลืน"
“นี่!! หมายความว่าถ้าเขาเสพยากันหมดนายก็จะเสพตามเพราะกลัวไม่กลมกลืนรึไง!!? ห๊ะ!!?”
“ซูนอ่า อย่าโมโหสิ.. ผมคิดดีแล้วน่า ข้อนึ๊ง ผมรู้ลิมิตชีวิตเต็มร้อยของตัวเองดีนะดี ผมไม่กินจนไม่มีสติหรอก นี่ยังโทรมาหาซูนได้อยู่เลยใช่มั้ย?”
“ก็ใช่ แต่-”
“เดี๊ยว ยังพูดไม่จบ ข้อซ่อง เมาที่นี่ไม่มีปัญหาหรอกฮะ แต่ผมไม่เมานะ! แต่เมาที่นี่ไม่มีปัญหาหรอกฮะ แต่ผมไม่เมา! แต่เมาที่นี่ไม่เป็นปัญหาหรอกก็ คนกันเองทั้งนั้นครูฝึกเขา ดูแลทั่วถึงน่า เดินเซๆ ออกนอกเขตนิดเดียวโดน ตีหัวลากกลับเข้าเต๊นแน่ ไม่ต้องเป็นห่วง สำคัญที่สุดคือผมไม่เมา"
“..เห้อ เออๆ ไม่เมาก็ดีแล้ว ถือว่ายังคุยพอรู้เรื่องก็ใช้ได้ล่ะมั้ง"
“อืมม ขอบคุณที่เข้าใจฮะ ผมไม่อยากโดนซูนดุ คิดถึงจะตายอยู่แล้วอยากฟังเสียงซูน แบบไม่ดุไม่ดุ"
“อืม ฉันก็.. แล้วนี่ทุกคนโทรกลับบ้านหมดเลยเหรอ?”
“ส่วนใหญ่โทรหา แฟนซะมากกว่า ใครเขาจะกล้าโทรไปหาที่บ้านตอนเมาๆ โดนด่าตายสิ ฮิๆ"
“..แต่นายก็โทรหาฉันอยู่ ไม่กลัวโดนด่าตายรึไง"
“ก็คุยกัน รู้เรื่องนี่หน่า.. แต่ไอ้พวกเพื่อนผมเนี่ยย จะติดอะไรแฟนนักหนาไม่รู้วว รำคาญจังเล้ยยย"
ประโยคหลังเหมือนจงใจตะโกนให้เพื่อนๆ คนอื่นได้ยินเพราะดังลั่นจนซูนยองปวดหูไปหมด แล้วก็ได้ยินเสียงตะโกนโวยวายใส่กลับมาและเสียงมินกยูร้องลั่นเหมือนโดนเพื่อนตี แต่ซูนยองไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ในหัวตอนนี้มีแต่ความคิดที่ว่า เพื่อนคนอื่นๆ โทรอ้อนแฟน แต่มินกยูโทรมาอ้อนเขา หนึ่งในปัญหาที่มินกยูติดเขามากเกินไปคือ น้องชายเขาใช้ชีวิตคุ้มรึเปล่า? ระหว่างที่เช็คเฟสบุ๊คของเพื่อนมินกยูไปเรื่อยๆ เมื่อกี๊เขาเห็นคนอื่นลงรูปไปเที่ยวนู่น ไปเที่ยวนี่กับเพื่อน กับแฟน ในขณะที่มินกยูลงรูปดูการ์ตูน เที่ยวเล่นกับเขา แถมยังก้าวแทบไม่พ้นปากซอยด้วยซ้ำ
ชีวิตมินกยูชักจะมีแต่ซูนยองมากเกินไปแล้ว
“โอยซูนน โดนเพื่อนแกล้งง ฮืออ ช่วยด้วยย /สำออยยยย!!!/”
“...”
“ซูนน ได้ยินเปล่า? ฮัลโหลๆ ยังอยู่รึเปล่า?”
“อืม อยู่สิ"
“อื่ออ คิดว่าวางไปแล้ว ดึกแล้วเหมือนกันปกติซูนต้องนอนแล้ว นี่เนอะ"
“นอนไม่หลับน่ะ ว่าแต่นายเถอะ ไม่ง่วงรึไง ปกติลากฉันนอนตั้งแต่สี่ทุ่ม"
“ก็ คิดถึงซูน นอนไม่หลับหรอก มาที่นี่นอนไม่หลับเลยไม่ได้ กอดซูน"
“...นี่ คนอื่นๆ เขาคุยกับแฟนกันหมดเลยเหรอ?”
“ก็ ส่วนใหญ่นะ ไอ้หมิงฮ่าวคอลไลน์คุยกับแม่ ที่จีนอะ ฮ่าๆๆๆ โดนแม่ด่าเปิงอยู่เนี่ยย เป็นบ้า โงงง่ ฮ่าๆๆ"
“เอ่อ แล้วนายวันๆ คุยแต่กับฉันไม่เบื่อบ้างเหรอ"
"หื้มม?”
"หมายความว่า ไม่อยากจะลองคุยกับ คนอื่นบ้างเหรอ?”
“...ซูนจะหมายความว่ายังไง?”
“ฉัน.. เอ่อ ก็เพื่อนๆ นายเขามีแฟนกันหมดแล้วนี่ใช่มั้ย นายเห็นเวลาเขาอยู่กับแฟนแล้วไม่อยากมีบ้างเหรอ?”
มินกยูเงียบไปครู่หนึ่ง จนซูนยองเริ่มเสียใจที่พูดออกไปแต่แรก แต่มันเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจเขามาพักหนึ่งแล้ว เขาเองก็ไม่ได้ต่างจากมินกยูหรอก ก็รู้จักกันตั้งแต่ยังเด็กเพราะงั้นชีวิตช่วงมัธยมของเขาเองก็มีแต่มินกยูเหมือนกัน แฟนก็ไม่มี กลุ่มเพื่อนก็ออกไปเที่ยวด้วยบ้างแต่ส่วนใหญ่จะอยู่บ้านกับมินกยูซะมากกว่า ตัวเขาเองไม่ได้คิดอะไร แต่พอเห็นน้องใช้ชีวิตแบบเดียวกันเขาเพิ่งรู้สึกว่ามันไม่ถูก เขาจะผูกมินกยูไว้กับตัวเองได้ยังไง ไม่สิ เขาเลี้ยงมินกยูยังไงถึงได้ออกมา-
“ซูน ไม่ว่าซูนจะคิดอะไรอยู่ ฟังผมพูดให้ดีๆ นะครับ"
“..เอ่อ คือว่า-”
“ผมไม่รู้ว่าทำไมช่วงนี้ซูนไล่ให้ผมไปมีแฟนจังเลย แต่ผมหวังว่าจะไม่ใช่เพราะ ว่าซูนเริ่มจะ เริ่มจะเบื่อผม-”
“ไม่ ไม่ใช่นะ ไม่ใช่แบบนั้นนะ"
“ผมก็คิดว่า คงไม่ใช่นั่นแหละ และถ้าไม่ใช่เพราะอย่างงั้นก็ไม่มีเหตุผล จะต้องไล่ผมไป ไหนทั้งนั้นโอเคมั้ยฮะ?”
“..แต่ว่า"
“ผมเคยเห็นเพื่อน อยู่กับแฟนบ่อยๆ เพื่อนผมบอกว่าการมีแฟน คือการมีใครสักคนที่เราแบ่งปันชีวิตประจำวัน ของเรากับเขา คนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ คนที่เราอยากจะมี ความสุขด้วยเวลาเจออะไร ดีๆ ก็อยากเล่า อยากให้เขาอยู่ด้วย เวลาเศร้าก็ต้องการ กำลังใจจากเขา แบบนี้ใช่มั้ยฮะ?”
“อืม ก็คงอย่างนั้นนะ..”
“แล้วทั้งหมดนั้น ซูนก็ให้ผมได้หมดเลยนี่ ใช่มั้ย?”
หะ หา?
“ก็ผมมาเทียบกันดูแล้ว เพื่อนผมไปกินข้าวกับแฟนไปดู ไปดูหนังกับแฟนเวลามันมีเรื่องดีๆ มันก็เล่าให้ ให้แฟนมันฟังมันกอดแฟนมันหอมแฟนมันจูบแฟนเราเหลือแค่จูบนะซูนแล้วเวลามันเศร้ามันนอยด์มันก็กอดแฟนปิดเทอมก็นอนค้างกับแฟน แล้วมันต่าง ต่างอะไรกันอะ? ผมเจออะไรดีๆ ผมก็เล่าให้ซูนฟัง เวลาผมเหนื่อย หรือซูนเหนื่อยเราก็กอดกันกอดกันออกจะบ่อย เวลาผมเสียใจไม่สบายใจซูนก็ปลอบผมอยู่กับผมเวลาการ์ตูนออกใหม่เราก็ไปดูด้วยกัน อยากกิน อาหารรรที่ไหนผมก็อยากจะไปกินกับซูนซูนก็ชอบไปกินอาหารเหมือนๆกับผม ผมไม่เห็นต้องมีใครคนอื่นเลยในเมื่อซูน ซูนก็เป็นทุกอย่างของผมอยู่แล้วนี่?”
ซูนยองอ้าปากค้าง เหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ มินกยูยังคงฮัมเพลงในลำคอไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้เหมือนหูเขาบอดไปแล้ว มีแต่เสียงอื้ออึง แล้วก็คำพูดของน้องชายเมื่อครู่ ตอนนี้ซูนยองไม่แน่ใจว่ากำลังรู้สึกยังไง รู้แต่โล่งไปหมดทั้งหัว จนในที่สุดก็ได้ยินเสียงครูฝึกดังลอดเข้ามาในสายโทรศัพท์สั่งให้นักเรียนนอนกันได้แล้ว สติซูนยองถึงกลับมา
“ง่า ต้องนอนแล้วอะ ยังไม่หายคิดถึงซูนเลย อยาก อยากกอดจังเลย อยากนอนกอดซูน /ว่าแต่กู มึงก็อ้อนแฟนเหมือนกัน บนรถก็ทีละ ไอ้เวร!/"
“หะ ห๊ะ?”
“ต้องนอนแล้วอะ ครูฝึกเขา /คิมมินกยู! ส่งโทรศัพท์มาได้แล้ว!!/ ซูนผม ผมรักซูนนะอีกสามวันเจอกันน~ บายย"
มินกยูวางหูไปแล้ว เหลือแต่ซูนยองที่นอนเหงื่อแตกอยู่บนเตียงเงียบๆ ทั้งที่อุณหภูมิในห้องติดจะหนาวด้วยซ้ำ โทรศัพท์ที่อยู่ข้างใบหูร้อนจี๋แต่ซูนยองก็ไม่ได้ยกออก ปล่อยให้เสียงตู๊ด ตู๊ด ดังอยู่อย่างนั้น ซูนยองไม่แน่ใจ ไม่แน่ใจจริงๆ ว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้นกับมินกยู และตัวเขา แต่มันคงไม่มีอะไรหรอก มินกยูก็แค่ติดเขา แล้วมินกยูก็เพิ่งไปค้างข้างนอกเป็นครั้งแรก แถมยังเมาอีกต่างหาก เมามากๆ ก็เลยพูดจาแปลกๆ แบบนี้ออกมา ไม่สิ ไม่ใช่เพราะเขาหรอก ไม่ใช่หรอก
เอาเถอะ หวังว่าพ้นจากคืนนี้ไปแล้ว ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ หวังว่าอีกสามวันข้างหน้ามินกยูจะมายิ้มแป้นอยู่ที่หน้าประตูบ้านเหมือนเดิม เป็นน้องชาย เป็นเด็กน้อยที่น่ารักของเขาเหมือนเดิม
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment