Sunday, 28 January 2018

Trust In Us 1/2

เอ ทำไมมันสบายๆ แปลกๆ นะ เตียงนุ่ม ผ้าห่มอุ่น มินกยูสบาย แสงอาทิตย์อ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแยงตาซูนยอง แต่เขาก็พลิกตัวหนีและดึงมินกยูมาด้วย เสียงคลื่นกระทบฝั่งได้ยินอยู่ไกลๆ สงบ สบาย แต่ เอ~ ทำไมถึงมีเสียงคลื่นได้นะ? แล้วทำไม ผ้าม่านมันถึงโปร่งแสง ปกติตอนนอนปิดผ้าม่านทึบนี่นา นอกจากมินกยูจะเปิดเพื่อปลุก แต่นี่ มินกยูก็กอดเขาจากด้านหลังอยู่นี่นา

เออ จริงสิ อยู่ทะเลนี่นะ

ทะเล อืม ทะเล แล้วทำไม ทำไมยังนอนอยู่บนเตียงล่ะ? มาแค่คืนเดียว วันนี้มันน่าจะเป็นวัน-

“อ๊ากกกกกก วันนี้ต้องกลับแล้วนี่นา!! พี่ซึงชอลไม่ใช่นัดเก้าโมงหรอกเหรออ? นี่มันกี่โมงแล้ววว!! มินกยู!!”

“งืออออ อะไรเล่าซูน โวยวายอะไรแต่เช้า"

“สะ สิบโมงแล้ว! มินกยู! ตื่นเร็ว ตื่นเร็วเข้า! เราตกรถแล้วมินกยู! ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ โอย ต้องโทรหาพี่ซึงชอลก่อนสิ เดี๋ยว หรือวิ่งออกไปลานจอดรถดี-”

“ซูนนนหยู๊ดดดดด"

มินกยูตื่นเต็มตา รีบกระโดดจากเตียงไปคว้าเอวพี่ชายหงายหลังกลับลงมานอนแผ่ด้วยกัน เพราะซูนยองเกือบจะวิ่งออกจากห้องไปทั้งชุดนอนแล้วจริงๆ เห็นพี่ชายตื่นตกใจขนาดนี้ก็คิดว่าจะรีบอธิบายให้ฟัง แต่เพราะดึงมาแรงจนลงมานอนทับกันทำให้จุกไม่น้อย น้ำหนักซูนยองก็ไม่ใช่เล่นๆ ซูนยองแกะมือน้องชายออกแล้วทำท่าจะกระโจนออกไปอีกรอบ มินกยูรีบคว้าแขนพี่ชายแล้วเหวี่ยงลงมานอนข้างๆ ตัวก่อนจะตามไปคร่อมทับไว้ จนกว่าจะหายจุกยังไงก็ต้องจับตัวพี่ชายไว้ก่อน ไม่ใช่ไปวิ่งออกถนนโดยที่ใส่เสื้อกล้ามกางเกงบอลแบบนี้

“มินกยูจับฉันไว้ทำไม! ไม่รู้พี่ซึงชอลป่านนี้-”

“ซูนหยุด! พวกเขาไปกันหมดแล้ว ผมบอกพวกเขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าให้ไปได้เลยไม่ต้องรอ"

“หะ หา? ทำไมแบบนั้นล่ะ? นี่นายตั้งใจตกรถงั้นเหรอ?”

“ซูน ตั้งสติก่อน ตื่นเช้าทีไรมึนแบบนี้ทุกทีเลย หายใจลึกๆ ครับ นับหนึ่งถึงสิบ"

“12345678-”

“เร็วไปแล้วว! แต่ก็ ช่างมันเถอะ โอเค ใจเย็นลงแล้วนะ?”

“อื้อ มั้ง สรุปมันยังไง?”

“ผมบอกให้ทุกคนกลับไปได้เลย เพราะผมกับซูนจะไม่กลับด้วย"

“หา? ทำไมล่ะ? เราจะเรียกรถกลับกันเองเหรอ?”

“ซูน- เห้อ ให้ตายสิ เอาเป็นว่าจะกลับยังไงคืออีกเรื่อง ไว้คุยมะรืนนี้"

“มะรืนนี้?”

“อื้อ แต่ตอนนี้เราอาบน้ำแล้วเก็บของกัน เดี๋ยวไปเช็คเอ้าท์"

“แล้ว?”

“แล้วเราไปอีกโรงแรมหนึ่งกัน"

“หา?”

“เราจะอยู่ที่นี่กันต่อครับ ผมกับซูน แค่สองคน"

ซูนยองอาบน้ำงงๆ เก็บของมึนๆ แล้วลากกระเป๋าตามน้องออกมาเช็คเอ้าท์โดยที่ยังค่อยเข้าใจอะไรนัก แต่มินกยูเอาแต่ยิ้มแล้วก็บอกว่า เดี๋ยวค่อยคุยๆ ซูนยองเลยเดินตามน้องชายขึ้นรถตู้แล้วนั่งขยี้ตามองวิวด้านนอก จนได้ยินเสียงฮัมเพลงเบาๆ พอหันไปมองก็เห็นว่ามินกยูยิ้มอยู่ ดูท่าทางอารมณ์ดีแปลกๆ จนซูนยองเริ่มกังวลนิดหน่อย เห็นมินกยูอารมณ์ดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่รอยยิ้มนั่น เหมือนคนมีแผน แล้วเวลามินกยูมีแผนทีไร มีแต่เรื่องวุ่นๆ ทั้งนั้น

พอรถจอด และลงมาถึงที่หมายซูนยองก็ยิ่งตกใจ

“เห้ย นี่มันท่าเรือนี่"

“ใช่ครับ"

“เราจะไปไหนกันเนี่ย?”

“เกาะครับ"

“เกาะ!?”

มินกยูใส่เสื้อชูชีพให้พี่ชายแล้วจูงมือขึ้นเรือ ซูนยองจับมือน้องชายแน่น ทะเลตื้นๆ แบบน้ำระดับข้อเท้าน่ะเขาไม่เป็นไร แต่นี่เล่นแล่นเรือออกมาแบบนี้เขาก็เริ่มกลัวๆ หน่อยๆ แล้ว คลื่นซัดเรือโคลงทีเขาตัวสั่นไปหมด คนที่ว่ายน้ำไม่เป็น เวลาอยู่กลางน้ำแบบนี้ก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา แถมมีประสบการณ์เคยจมน้ำที่ฝังใจด้วยยิ่งแล้วใหญ่ มินกยูโอบไหล่พี่ชายที่เริ่มตัวสั่นแล้วรั้งใบหน้าให้มาซบที่ช่วงไหล่ ซูนยองมัวแต่กลัวจนไม่ได้มองรอบข้างและไม่ได้ระวังตัวเรื่องความใกล้ชิดกับน้องชายอย่างเคย ปล่อยให้มินกยูกอดอยู่อย่างนั้นจนถึงฝั่ง พอลงจากเรือซูนยองเดินเซเล็กน้อย มินกยูที่ไม่ได้ปล่อยพี่ชายให้ห่างตัวรั้งเอวไว้ได้ทัน

“ซูน ไม่เป็นไรนะ? ไหวมั้ยครับ?”

“อื้อ ไหว ขอโทษที พออยู่กลางทะเลแล้วมัน- ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะกลัวน้ำขนาดนี้นะเนี่ย"

“ผมก็ไม่ทันคิด ขอโทษนะครับ"

“ไม่ๆ ไม่ต้องขอโทษฉันหรอก ฉันขี้กลัวเอง"

“ถ้ารู้สึกกลัวอีกเมื่อไหร่ ก็จับมือผมไว้แน่นๆ นะครับ ผมจะไม่ปล่อยมือซูนเด็ดขาดเลย"

ซูนยองรู้สึกอุ่นวาบในอก เงยหน้าส่งยิ้มให้น้องชายที่ยิ้มอยู่ก่อนแล้ว กระชับฝ่ามือที่กุมกันไว้แน่น

“อื้อ ขอบใจนะ"

“ตอนนี้เราไปโรงแรมกันดีกว่าเนอะ"

จากท่าเรือไปโรงแรมมีรถของทางโรงแรมมารับ พอไปถึงซูนยองก็ตาโตอย่างตกใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน ถ้าเทียบกันแล้วโรงแรมที่ซึงชอลจองก็เป็นกระต๊อบชัดๆ ซูนยองเดินตามมินกยูที่จับมือเขาไม่ปล่อยเข้ามาในล็อบบี้ โทนสีของโรงแรมดูอบอุ่นด้วยไฟสีเหลือง วัสดุหลักเป็นไม้ ตัวอาคารสูงโปร่ง ลมดี ซูนยองหมุนคอมองไปรอบๆ ในขณะที่น้องชายจัดการเช็คอิน ท่าทางจะแพงไม่ใช่เล่น ระหว่างรอก็มีพนักงานเอาน้ำผลไม้มาเสิร์ฟ ซูนยองก้มหัวหงึกๆ แล้วยกขึ้นจิบไปพลางๆ

“-Pool Villa นะคะ"

“ใช่ครับ"

เดี๋ยวนะ อะไรวิลล่านะ?

“มะ มินกยู นี่นาย เอาเงินที่ไหน-”

“เงินเก็บของผมเองครับ ฮิฮิ”

หลังจากเช็คอินเรียบร้อยก็ได้เวลาไปห้องพัก ซูนยองเดินตามมินกยูมาอยู่ดีๆ พอเห็นหน้าตาห้องเท่านั้นแหละ แทบทรุด มันไม่เชิงห้องพักหรอก แต่เป็นคล้ายๆ บ้านพักแยกออกมาจากตัวโรงแรมเลยต่างหาก หาดของโรงแรมก็เป็นหาดส่วนตัวอยู่แล้ว แต่ตัววิลล่าที่มินกยูจองก็มีมุมส่วนตัวเข้าไปอีก เพราะโซนวิลล่านั้นจะมีกำแพงไม้กั้นระหว่างวิลล่าแต่ละหลังด้วย ซูนยองเดินเข้าไปภายในแล้วก็ยิ่งตกใจ เพราะดูล็อบบี้ว่าหรูแล้ว ห้องพักยิ่งหรูกว่าอีก มินกยูเห็นพี่ชายยืนอ้าปากหวออยู่กลางห้องแล้วก็ต้องเดินไปดันคางให้ปิดปากดีๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา

“ซูนอะ ทำไมต้องตกใจขนาดนี้ด้วย"

“ก็ วันนี้นายมีเรื่องให้ฉันงงตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่กลับกับพี่ซึงชอล อยู่ต่อด้วยกันแค่สองคน นั่งเรือข้ามมาที่เกาะ แถมยังจองโรงแรมหรูขนาดนี้อีก"

“นิดหนึ่งครับ โอกาสพิเศษก็ต้องลงทุนกันหน่อยสิ"

“โอกาสพิเศษ?”

“เอ่อ ก็ โอกาสผมเรียนจบไงแล้วก็โตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่อะ"

“อืมม เหรอ ขนาดนี้เลย"

“ใช่สิ เอ้อ หิวแล้วเนอะ กินข้าวเที่ยงกันดีกว่าซูน ผมสั่งไว้แล้ว เราไปกินกันริมหาด"

“ยังมีอะไรให้ฉันตกใจไปมากกว่านี้มั้ยฉันจะได้เตรียมตัวถูก!!”

อาหารที่มินกยูสั่งไว้ก็เป็นอาหารทะเลเผาทั่วไป แต่ก็อร่อยมากจนซูนยองชมไม่หยุด ไม่นานอาหารสี่ห้าจานบนโต๊ะก็หมดลง ซูนยองเอนหลังพิงพนักแล้วหลับตา สูดกลิ่นอายทะเลเข้าเต็มปอด พอได้กินอาหารเข้าไปก็รู้สึกร่างกายมีแรงขึ้น ไม่มึนๆ งงๆ เหมือนเมื่อเช้า หายตกใจแล้วก็กลายเป็นตื่นเต้นแทน ตอนนี้เขาได้มาเที่ยวทะเลอย่างที่ไม่ต้องมีเรื่องอึดอัดใจแล้ว แถมยังมาพักที่ที่หรูหราขนาดนี้อีก อย่างเขาน่ะเคยมาอยู่โรงแรมหรูๆ แบบนี้ที่ไหนกันล่ะ

“อิ่มแล้วก็นอนเลย หมูชัดๆ"

“ใครหมู! ไอ้เด็กหมา! ฉันยังไม่ได้นอนแค่พักสายตา"

“เอ้าเหรอ งั้น เราลงไปเล่นน้ำกันดีกว่าซูน"

“กินข้าวเสร็จใหม่ๆ เล่นน้ำเลยไม่ได้นะเดี๋ยวจุกหมด"

“ก็ไปนั่งเล่นบนทรายก็ได้ ก่อปราสาททรายก็ได้ หาหอยหาปูก็ได้อะ มาๆ มาเร็วซูนอย่านั่งอืดดด"

“ไม่ได้นั่งอืด! เด็กนี่!”

“อู๊ดๆๆ มานี่เร็วมา อู๊ดๆ"

“อะ อู๊ดๆ เหรอ!! มาให้ตีเดี๋ยวนี้นะคิมมินกยู!! จะหนีไปไหน!!”

“ว้ากกก หมูป่าไล่แล้วว ช่วยด๊วยยย"

หาดส่วนตัวไม่ได้ใหญ่นัก แต่ก็มีพื้นที่มากพอให้ซูนยองวิ่งไล่มินกยูไปรอบๆ จนเหนื่อยได้ มินกยูเป็นนักกีฬาก็จริง แต่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ มีเหรอจะวิ่งหนีนักกีฬากรีฑาอย่างซูนยองได้ ถึงจะไม่ได้แข่งมาหลายปีก็เถอะ แต่ก็เป็นถึงแชมป์เก่า ไม่นานซูนยองก็คว้าคอเสื้อน้องชายแล้วยกขาขึ้นเตะก้นจนเจ้าตัวร้องโอดโอยว่าโดนหมูเตะ นั่นยิ่งทำให้ซูนยองเตะแรงกว่าเดิมก่อนจะผลักลงล้มกลิ้งบนผืนทราย มินกยูกลิ้งหนีลงไปใกล้ทะเลแล้ววักน้ำขึ้นสาดพี่ชายกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“เจอนี่ซะ!! ท่าฉลามหนุ่มมินกยูปล่อยพลัง!”

“ฉลามหนุ่มบ้าอะไร กะโปโลแบบนี้ เป็นได้แค่นีโม่มั้ง!”

“นะ นีโม่เหรอ! ถ้าผมนีโม่พี่ก็ดอรี่แล้ว! ป้ำๆ เป๋อๆ เด๋อๆ เหมือนเมื่อเช้าเนี่ยจะกระโดดออกจากห้องไปทั้งชุดนอน!”

“ป้ำๆ เป๋อๆ เหรอ!? ใครเลี้ยงนายมาจนโตขนาดนี้ห๊ะ!? มานี่เลย มานี่! เดี๋ยวจะตีให้ก้นลายเลยมานี่!”

“นีโม่มีลายอยู่แล้วไม่ต้องตี-ว้ากกก"

ซูนยองกดมินกยูไว้กับพื้นแล้ววักน้ำทะเลขึ้นลูบหน้าลูบตาจนน้องโวยลั่นเพราะน้ำเข้าปาก ซูนยองหัวเราะเสียงดังตอนน้องงอแงว่าเค็ม พอโดนล้อว่าเป็นหมูอีก ทีนี้ซูนยองทิ้งตัวลงนั่งทับอกน้องทันที มินกยูโวยไม่ออกเพราะจุก พอน้องเริ่มหน้าเขียวซูนยองก็ต้องลุกขึ้น ทั้งสงสารทั้งขำ เขาก็ว่าตัวเองไม่ได้อ้วนอะไร คงจะหนักกระดูกซะล่ะมั้ง มินกยูกลิ้งตัวลงทะเลแล้วว่ายหนีออกจากฝั่งไปเล็กน้อย ดำผุดดำว่ายอยู่ครู่หนึ่งก็อมน้ำขึ้นมาพ่นใส่พี่ชายที่เดินตามลงมา

“เห้ย- นี่! เล่นสกปรกนี่!”

“ตามลงมาสิๆ ตามมาได้เปล่าล่ะ ฮิฮิ"

“ฮึ่ย! อย่าให้จับได้นะเด็กบ้า!”

“โอ๋ๆ อย่างอนสิ ล้อเล่นน"

หลังจากเล่นน้ำกันจนขาเขียว แขนเขียวเพราะฟัดกันแรงไปหน่อย มินกยูก็หอบร่างเปียกๆ ขึ้นจากทะเล ดึงผ้าเช็ดตัวที่พาดไว้บนเก้าอี้มาคลุมตัวแล้วเดินไปกดๆ โทรศัพท์ที่อยู่ด้านนอกห้องพัก ไม่นานนักก็เดินหายเข้าบ้านพักไป ซูนยองเอาผ้าเช็ดตัวคลุมไหล่แล้วนั่งหอบหายใจอยู่บนเก้าอี้ พอเริ่มหายเหนื่อย มินกยูก็เดินยิ้มแป้นกลับออกมาพร้อมน้ำมะม่วงสองแก้ว

“ซูนนน กินน้ำมะม่วงก่อนเร็ว ตะโกนมากจนคอแห้งหมดแล้วมั้ง"

“ก็คงคอแห้งพอๆ กับนายนั่นแหละ ก็ตะโกนพอๆ กัน"

“แต่ซูนโวยวายเยอะกว่า"

“นี่ จะมาเอาชนะอะไรกันห๊ะ เด็กนี่"

“ดื่มเร็ว ดื่มๆ จ๊วบบบ"

“จ๊วบบ้าอะไรเล่า เอ้ย อร่อยแฮะ"

“แน่น๊อน น้ำมะม่วงสุดพิเศษจากผม อร่อยอยู่แล้ว"

“จากนายอะไรกัน ของโรงแรมต่างหาก"

“แต่ผมเป็นคนถือมา!”

“แล้วยังไง?”

“มันต้องอร่อยขึ้นเพราะผมถือมา!”

“เออๆ โอเค ก็ได้ อร่อยขึ้นมากกกกเลยเพราะนายถือมา โอเค"

สองพี่น้องนอนบนเก้าอี้ผ้าใบ จิบน้ำมะม่วงไป มองวิวทะเลไป เพราะว่าเป็นหาดส่วนตัวก็เลยเงียบสงบและบรรยากาศดีเหมาะแก่การพักผ่อนมาก มินกยูหันไปมองพี่ชายแล้วยิ้มออกมา ซูนยองดูตาปรือๆ เหมือนจะง่วงเต็มทีแล้ว แหงสิ เมื่อคืนนั่งล้อมวงกินเหล้าจนดึก เมื่อเช้าก็ตื่นเช้า แถมยังวิ่งเล่นกันกลางแดดแรงๆ ตั้งหลายชั่วโมงอีก ตอนนี้ก็สี่โมงกว่าแล้ว คงจะอยากพักแล้วล่ะ มินกยูวางแก้วลงบนโต๊ะแล้วลุกไปยืนข้างๆ เก้าอี้พี่ชาย โน้มตัวลงจูบหน้าผากอีกคนเบาๆ

“ซูน เหนื่อยแล้วสิ"

“อืมม นิดหน่อย"

“เข้าไปนอนก่อนมั้ย?”

“ไม่เอาหรอก นอนตอนเย็นได้ที่ไหนกัน เดี๋ยวตื่นมาก็ปวดหัวน่ะสิ"

“งั้น ไปอาบน้ำกัน"

“เดี๋ยวห้าโมงกินข้าวแล้วค่อยอาบไม่ดีเหรอ?”

“ไม่ดีหรอก อาบตอนนี้แหละซูน นะ ป่ะ เดี๋ยวผมช่วยอาบ"

“ฉันอาบเองได้น่า"

“ก็อยากช่วยอาบอ่า"

“ไม่ต้องเลย"

“งั้นซูนช่วยผมอาบ?”

“ไม่"

“ใจร้ายยยยยย"

ตกใจอีกรอบกับห้องน้ำ ซูนยองยืนหัวฟูมึนๆ จ้องอ่างอาบน้ำอย่างอึ้งๆ นี่มันไม่ใช่อ่างแล้ว นี่มันสระว่ายน้ำย่อส่วนชัดๆ พอมองดีๆ ก็เห็นว่ารูเล็กๆ ตามผนังอ่างด้วย จากุซซี่ แน่ๆ มินกยูโผล่มากอดเอวจากด้านหลังแล้วจะเนียนเข้ามาอาบด้วย แต่ซูนยองก็ดันออกไปแล้วล็อคประตูห้องน้ำอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเสียงงอแงและเสียงทุบประตูจากด้านนอก ซูนยองแช่น้ำอยู่ยี่สิบกว่านาที และคงจะนานกว่านั้นถ้าไม่นึกออกว่าน้องชายยังไม่ได้อาบน้ำ อยากจะนอนในอ่างเลยด้วยซ้ำ แรงดันน้ำช่วงหลังและไหล่สบายจนแทบจะหลับไปได้เลยจริงๆ เขาขึ้นจากอ่างอย่างไม่เต็มใจ พันผ้าเช็ดตัวรอบเอวแล้วออกจากห้องน้ำมาตามน้อง

“มินกยู อาบน้ำได้แล้วมา ฉันขอโทษที่อาบนานไปหน่อย จากุซซี่นี่มันสบายจริงๆ เลยนะ เอ้า นั่งนิ่งทำไม มองอะ-”

เผลอตัวอีกแล้ว

หลังจากเหตุการณ์ที่บ้านมินกยูคราวนั้น ซูนยองพยายามเตือนตัวเองให้ใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำ หรือไม่ก็พอออกมาแล้วรีบใส่ให้เร็วที่สุด สงสัยเพิ่งแช่น้ำร้อนเลยมึนๆ หรือจริงๆ วันนี้ก็มึนมาทั้งวันแล้วด้วย แต่ตอนนี้มินกยูจ้องมาที่เขานิ่ง สายตาที่ไล่มองลำตัวช่วงบนทำให้ซูนยองรีบหันหลังวิ่งกลับเข้าห้องน้ำแล้วใส่เสื้อคลุมอาบน้ำแทน พอออกมาอีกครั้งมินกยูก็ไม่ได้มีสีหน้าน่ากลัวแล้ว

“เอ้อ มินกยู นายไม่ได้บอกฉันว่าจะอยู่ต่อฉันเลยเตรียมเสื้อผ้ามาแค่สองชุดเอง แล้วแบบนี้ทำยังไง?”

“ไม่เห็นยากเลย เวลาเล่นทะเลก็ใส่กางเกงตัวเดียว เวลาอยู่ในห้องก็ใส่ชุดคลุมอาบน้ำเนี่ยแหละ"

“เอาแบบนั้นเลยเหรอ"

“หรือซูนอยากจะพันผ้าเช็ดตัวผืนเดียวก็ได้นะ ผมชอบ"

“บะ บ้าสิ รีบไปอาบน้ำเลย เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก"

“ฮิฮิ~ ก็ได้คร้าบ"

พอน้องชายเข้าห้องน้ำไป ซูนยองก็เดินไปยืนพิงประตูบานกระจก มองวิวทะเลด้านนอก ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ทะเลกลืนพระอาทิตย์ลงไปครึ่งดวง แสงสีส้มแดงสาดส่องไปทั่วหาด สายลมอ่อนๆ พัดให้กิ่งไม้แกว่งไหวๆ เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังคลอไปกับเสียงใบไม้เสียดสีกัน ซูนยองเอนหัวพิงกรอบประตู ปกติเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองอึดอัด หรือเครียดอะไรมากมาย แต่พอมาอยู่ที่นี่ถึงเพิ่งรู้สึกว่าได้ผ่อนคลายจริงๆ อะไรๆ ที่เคยวิ่งวนในหัวทุกเช้าหลังตื่นนอน หรือทุกคืนก่อนเข้านอน เหมือนจะละลายหายไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว แต่ในตอนนี้ รู้สึกเหมือนตัวเบาขึ้นเป็นกอง และได้วิ่งเล่นโดยที่ไม่มีความกังวลอะไร ทำอะไรที่อยากจะทำโดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง มีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

“เล่นเอมวีอยู่เหรอซูน"

“เอมวีบ้าอะไรเล่า มาดูนี่สิ สวยดี"

“หรือว่าเอวี"

“เล่นซ้ำ เล่นไปแล้วมุกนี้อะ"

“แหม เล่นซ้ำได้เรื่อยๆ แหละ อันนี้ผมชอบ"

“ไม่เห็นชอบเลย"

“ซูนหิวยัง กินข้าวเย็นกันดีกว่า~”

“อืม หิวแล้วล่ะ ตอนบ่ายวิ่งเล่นซะเหนื่อยเลย"

“ไม่จริงอะ เพราะเป็นหมูต่างหากเลยหิวเร็ว"

“คิมมินกยู!! ถ้ายังไม่เลิกเรียกฉันว่าหมูล่ะก็ จะเป็นหมูป่าแล้วขวิดนายจริงๆ ด้วย!”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ เอางั้นเลยเหรอซูนนนน"

อาหารเย็นกินกันในบ้านพัก มีปลาตัวโตมาหนึ่งตัวกับข้าวอบทะเลสองที่ ซูนยองพูดขำๆ ว่ากลับจากที่นี่คงจะไม่กินอาหารทะเลไปอีกสักพัก มินกยูตอบกลับว่าซูนยองคงอยากกินเนื้ออยู่แล้วต่างหากแค่หาข้ออ้าง พูดจบก็ก้มหัวหลบฝ่ามือของพี่ชายแล้วหัวเราะคิกคัก ซูนยองจิบน้ำมะพร้าวแล้วจ้องน้องชายเขม็ง เดี๋ยวนี้ชักจะขี้แกล้งขึ้นทุกวันแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เด็กน้อยน่ารักอยู่ในโอวาทของเขาเปลี่ยนไป นึกไม่ออกเลยจริงๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน

ก็ยังน่ารักสำหรับเขาอยู่ดีนั่นแหละนะ

กินกันไม่นานอาหารก็หมดลง รวดเร็วสมกับเป็นพี่น้องนักกิน ซูนยองยกจานไปวางไว้หน้าห้องในขณะที่มินกยูเช็ดโต๊ะ พอปิดประตูห้องเสร็จน้องชายก็เดินมากอดเอวแล้วโน้มหน้าลงมาใกล้ ปลายจมูกกดลงที่แก้มพี่ชาย หอมเข้าเต็มแรง ซูนยองยืนนิ่งให้น้องชายหอมอยู่แบบนั้นจนปลายจมูกค่อยๆ ย้ายลงต่ำมาแถวลำคอซูนยองถึงเบนหน้าหนีเล็กน้อย มินกยูหัวเราะเสียงเบาก่อนจะเคลื่อนใบหน้าขึ้นมาประชิดที่ริมใบหูแล้วกระซิบเสียงแผ่ว

“ซูน มีความสุขมั้ยฮะ?”

“อะ อื้อ มีสิ ทำไมอยู่ๆ ถามเนี่ย"

“ก็ แค่อยากจะแน่ใจอะไรหน่อย ถึงจะรู้อยู่แล้วก็เถอะ"

“อืม แล้ว มากอดอะไรหน้าประตู"

“กอดที่อื่นดีกว่าเนอะ"

“ห๊ะ?”

“ซูน เดี๋ยวแปรงฟันแล้วตามผมมาที่ห้องนอนนะ"

“หืม?”

“แล้วผมจะรอนะ~”



อะไรของเขา?

Thursday, 25 January 2018

Go With The Flow 3/3 #minsoon

“อยู่ห่างๆ ไอ้พี่จองฮันไว้ ผมไม่ไว้ใจพี่มัน!”

นั่นล่ะที่มินกยูบอกเขา ซูนยองรู้หรอก แต่มันทำยากนี่ ยังไงมินกยูก็ต้องพึ่งจองฮัน และดูจากทักษะมินกยูในตอนนี้ บวกกับระยะเวลากว่าจะมีอาชีพที่มั่นคง ก็คงต้องยุ่งเกี่ยวกันไปอีกนาน นั่นทำให้ซูนยองก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงเหมือนกัน เอาตรงๆ ก็คือ เขาไม่รู้จะรับมือยังไงเลยมากกว่า เขาพยายามเลี่ยงแล้วนะ ถ้าจองฮันหยุดแค่นั้นก็คงดี แต่ก็ไม่ อีกคนตามเขา ตื๊อเขา เกาะติดจนเขาไม่รู้จะปฏิเสธ จะปลีกตัวยังไง เขาขอแล้วว่าให้อย่ามายุ่งกัน แต่อีกคนก็ไม่ฟัง เขาเดินหนีก็แล้วแต่อีกคนก็ตาม

ต้องให้ด่ารึไง แต่ถ้าทำแบบนั้น จะมองหน้ากันติดได้ยังไง แล้วมินกยูล่ะจะทำยังไง

ถ้าเขา เป็นคนตัดโอกาสมินกยูล่ะ จะทำยังไง

“ซูน ไม่ลงมาเล่นน้ำด้วยกันเหรอ"

“ไม่อะ เข่าฉันเป็นแผลอยู่"

“ก็บอกจะเอาพลาสติกแร๊พให้ไง ฮ่าๆๆ ไม่เอาเหรออ"

“ปัญญาอ่อน ไม่เอา ไอ้เด็กโง่"

“อ้าว ว่าผมทำไมอ่า ซูนนน~ อั่ก! แค่กๆๆๆ ไอ้ แค่ก ไอ้จุนฮเว!!!”

“สมน้ำหน้า ออดอ้อนอยู่ได้รำคาญ"

“อย่าอยู่เลย!!!”

ตอนบ่าย มินกยูกับเพื่อนๆ ก็กลับลงไปเล่นน้ำต่อ เรียกได้ว่าเล่นจนคุ้มเลย เพราะทีมว่ายน้ำนัดกันมาเที่ยวแค่สองวันหนึ่งคืน เหตุผลก็คือเด็กๆ ต้องกลับไปอ่านหนังสือสอบต่อ จะมีก็แต่มินกยูนี่แหละที่ยังว่าง พอคิดแบบนี้แล้วก็รู้สึกหวิวๆ อยู่เหมือนกัน ช่วงเวลานี้เมื่อสี่ปีที่แล้วซูนยองเองก็นั่งหลังขดหลังแข็งอ่านหนังสือทั้งวันอยู่ และคิดว่าคนอื่นๆ ก็ต้องผ่านอะไรเหมือนๆ กัน แต่น้องชายของเขากลับต่างออกไป ยิ่งคิด ยิ่งห่วง ยิ่งไม่แน่ใจว่าเขาทำถูกแล้วแน่เหรอที่-

“ซู๊นนนน ช่วยด้วยยยยย"

“ไม่ต้องร้องเรียกแฟนเลย จมน้ำไปซะไอ้มินก๋อย!”

“ซู๊นนนนน"

ซูนยองเกือบลุกไปช่วยแล้ว แต่พอเห็นสถานการณ์ว่าไม่ได้รุนแรงอะไรก็กลับลงมานั่งเหมือนเดิม ก็แค่จุนฮเวถีบขาสาดน้ำใส่หน้ามินกยูอยู่เท่านั้น อีกอย่าง ซูนยองจะช่วยยังไง ให้ไปสู้กับเด็กหน้าโหดนั่นเหรอ ไม่เอาด้วยหรอก เขาขอนั่งรับลมทะเลแบบนี้ดีกว่า ซูนยองไม่ได้มาเที่ยวทะเลบ่อยนักเพราะคุณแม่ก็ยุ่งทุกวัน ไม่ค่อยมีเวลา ก่อนนี้มินกยูก็ยังเด็ก จะพากันมาเที่ยวสองคนก็ไม่กล้า พอได้มานั่งริมทะเลแบบนี้ก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน จะว่าดีก็ดี ผ่อนคลายก็ผ่อนคลาย แต่ก็ไม่ค่อยชิน เขามองไปรอบๆ แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมา เหมือนว่าจองฮันจะกลับขึ้นห้องไปก่อน ไม่ก็ไปเดินเล่นที่อื่น ค่อยหายใจโล่งขึ้นมาหน่อย เขาก็เหนื่อยจะหลบแล้วเหมือนกัน ได้หายใจหายคอ-

“คุณพี่ชาย มองหาใครอยู่"

“เห้ย!”

อีกแล้ว อีกแล้ว อีกแล้ว!!

ซูนยองแทบอยากจะมุดทรายหนีไป แต่ข้อศอกก็ถูกจับไว้อีกครั้ง จองฮันลงมานั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ซูนยองหันมองไปทางมินกยู แต่น้องชายกำลังเปิดศึกกับเพื่อนๆ อยู่เลยไม่ได้หันมาทางนี้ เขาควรทำยังไงดี? ลุกหนี? กลับห้อง? ลงน้ำให้แผลติดเชื้อ? ต่อย? เตะ?

“ทำหน้าน่ากลัวจังนะ"

“ผมบอกให้คุณเลิกยุ่งกับผม ไม่เข้าใจรึไง"

“เรายังต้องยุ่งกันอีกนานน่าคุณพี่ชาย อย่าเพิ่งรีบตัดขาดกันเลย"

“คุณไม่จำเป็นต้องยุ่งกับผมก็ได้! ยุ่งกับมินกยูก็พอ- ไม่สิ ไม่ต้องยุ่งกับมินกยูมากก็ได้! ผมด้วย!”

“อ้าวๆ สรุปว่าไม่ต้องยุ่งกับใครเลยเหรอ?”

“ก็- ฮึ่ย! ผมว่าคุณเข้าใจว่าผมหมายความว่ายังไงนะ! คุณเป็นแมวมอง สนใจน้องผม จะพาน้องผมเข้าวงการ แค่นั้น ช่วยทำตัวเป็นมืออาชีพหน่อย แล้วปล่อยผมได้แล้ว!”

“ไอ้ที่นายพูดมามันก็ใช่ ในฐานะนายแบบรุ่นพี่ ในฐานะแมวมองก็คงแค่นั้น แต่กับนาย ฉันไม่ได้มายุ่งด้วยเรื่องงานสักหน่อย"

“ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็ไม่ต้องยุ่งหรอกครับ"

“พูดจาแบบนี้กับคนทุกคนที่มาจีบเลยรึเปล่า"

ซูนยองควรจะแปลกใจ แต่ก็ไม่ เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าอีกคนเข้าหาเพราะต้องการอะไร

“สำหรับคนที่ผมไม่สนใจล่ะก็คงใช่ครับ"

“ใจร้ายจังนะ พูดจาแบบนี้กับผม ไม่ห่วงอนาคตน้องเลยรึไง"

แต่อันนี้ ซูนยองคาดไม่ถึง

ซูนยองตาโตหันไปมองอีกฝ่ายทันที จองฮันยิ้มอยู่ รอยยิ้มแบบที่เขาเกลียดนั่นแหละ เขาเดาไม่ออกว่าอีกคนพูดเล่นหรือพูดจริง แต่มันเป็นสิ่งที่เขานึกไม่ถึง เขาคิดว่าเพื่อน้องก็ควรจะเกรงใจเอาไว้บ้างน่ะใช่ แต่ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะพูดออกมาเองแบบนี้ ซูนยองดึงแขนหนีแล้วเขยิบตัวห่างออกมาเล็กน้อยซึ่งจองฮันก็ไม่ได้เขยิบตามมา ซูนยองใช้เวลาอยู่สักพักกว่าจะเริ่มพูดต่อได้

“นี่คุณ จะขู่ผมรึไง"

“เปล่านี่"

“คุณสนใจมินกยูเพราะบอกว่าน้องผมมีแวว จะไปได้ไกลไม่ใช่รึไง ที่อยากจะช่วยเขาก็เพราะแบบนั้นไม่ใช่รึไง"

“ก็ใช่ แต่ถ้ามันได้อะไรดีๆ อย่างอื่นด้วย ก็คุ้มไม่ใช่เหรอ"

“จะบ้ารึไงวะ!!?”

ซูนยองผุดลุกขึ้นยืนแล้วตวาดเสียงดัง โมโหจนตัวสั่น จองฮันเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ซูนยองพยายามสงบสติอารมณ์ นับหนึ่งถึงสิบ แต่จนถึงสามสิบแล้วก็ยังไม่เย็นลง ไม่ได้ เขาจะระเบิดอารมณ์ไม่ได้เด็ดขาด ซูนยองตัดใจก้าวหนีออกมาเร็วๆ เขาตัดสินใจกลับห้องพักไปอาบน้ำให้อารมณ์เย็นลง แต่คำพูดของจองฮันยังก้องอยู่ในหัว

ทุเรศ ทุเรศที่สุด

เป็นคนแบบนี้เองงั้นเหรอ

แล้วคนแบบนี้น่ะเหรอ ที่เขาจะฝากให้ดูแลน้อง? แต่ถ้าไม่ใช่คนคนนี้แล้วจะเป็นใคร? มินกยูจะไปเริ่มต้นตรงไหน หนังสือสอบก็ไม่ได้อ่านเหมือนคนอื่นเขาจะกลับไปสอบตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว หรือจะไปทางอื่น น้องชอบอะไรบ้างนะ ทำอาหาร นวด นายแบบ ให้ตายสิ จะไหวมั้ยนะ นี่เขา ตัดสินใจพลาดรึเปล่านะ?

“ซูน? อาบน้ำเหรอ?”

น้องมาแล้ว ใจเย็นๆ ก่อน สงบสติอารมณ์ไว้

“ซูน? เป็นไรอะ ดูแปลกๆ นะ เมื่อกี๊ไอ้พี่จองฮันมันทำอะไรซูนรึเปล่า"

ตอบน้องสิ แต่ มันพูดไม่ออกเลย จะให้พูดอะไรดี จะให้โกหกอีกเหรอ

“ซูน?”

มินกยูไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาพอจะรู้ว่าตอนนี้ซูนยองอารมณ์ไม่ปกติอยู่ ตั้งแต่กลับมาห้องพักโดยไม่บอกเขาก่อนแล้ว แถมยังอาบน้ำกลางวันแสกๆ ซูนยองเป็นคนค่อนข้างรักสะอาดก็จริง แต่ก็ไม่ขนาดนี้ แถมยังถามแล้วไม่ตอบอีก ที่สำคัญ เก้าอี้ซูนยองนั่ง พอหันกลับไปก็เห็นจองฮันนั่งอยู่ ไอ้บ้านั่น ถ้าไม่ใช่เพราะซูนยองขอไว้ เขาอยากจะซัดลงไปคลุกทรายสักที มินกยูยืนรออยู่สักพักซูนยองก็ไม่ตอบ ไม่หันมาด้วย จะว่าเสียงน้ำดังไปก็คงไม่ใช่ น้องชายตัดสินใจถอดเสื้อออกแล้วเดินไปยืนซ้อนหลัง สองแขนโอบเอวพี่ชายแน่น ซูนยองสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขยับหนีไปไหน

“เป็นอะไรครับ? มีอะไรบอกผมได้นะ บอกผมได้ทุกเรื่องเลย"

“...”

“อย่าเก็บไว้คนเดียวเลยนะ เชื่อใจผม แล้วเล่าให้ผมฟังนะ"

“..ไม่มี ไม่มีอะไร"

“ซูน..”

ปากหนัก คิดมาก คิดเยอะ แล้วก็ชอบเก็บไว้คนเดียว ปากแข็งเหลือเกิน ถ้าจะให้พูดจริงๆ มินกยูเองก็อึดอัดอยู่หลายครั้งเวลาซูนยองเป็นแบบนี้ แต่พอนึกถึงเหตุผลแล้วก็โกรธไม่ลง ก็เพราะซูนยองห่วงเขา ห่วงความรู้สึกเขาถึงได้ไม่พูด ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ แบกทุกอย่างไว้กับตัวเองคนเดียว เพราะงั้นมินกยูก็เลยได้แต่คอยอยู่ข้างๆ จนกว่าซูนยองจะคิดตกได้เอง เมื่อก่อนเป็นแบบนั้นน่ะใช่ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน

“ซูน ผมโตแล้ว จริงๆ นะ"

“อื้ม..”

“แล้วเราก็ รักกันไม่ใช่เหรอ? ซูนอย่าปกป้องผมฝ่ายเดียวเลย ให้ผมได้ช่วยซูนบ้างเถอะ นะฮะ"

ซูนยองพลิกตัวหันกลับมาหาเขาอย่างรวดเร็วแล้วยกแขนขึ้นกอดตอบ มินกยูตกใจพอสมควร แต่ก็รีบตั้งสติแล้วยกมือขึ้นลูบหลังพี่ชายเบาๆ ซูนยองไม่ได้พูดอะไร แค่ซบหน้าลงกับไหล่เขาเงียบๆ มินกยูก็ไม่อยากถามย้ำอะไรอีก ซูนยองไม่เคยเป็นแบบนี้ ปกติพี่ชายของเขาจะเข้มแข็ง จะบอกกับเขาเสมอว่าไม่มีอะไร ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วก็พยายามยิ้ม หัวเราะกลบเกลื่อน หมายความว่าครั้งนี้คงจะหนักมากจริงๆ มินกยูยืนกอดพี่ชายอยู่อย่างนั้น ให้เวลากับซูนยองนานเท่าที่เขาต้องการ

“มินกยู ฉันขอโทษ"

“ห๊ะ? อะไรครับ?”

“ฉัน ไม่รู้ว่าฉันกำลังจะพานายไปทางไหนเหมือนกัน"

พูดตามตรง มินกยูไม่ค่อยเข้าใจหรอก ไม่รู้พี่ชายเขาพูดเรื่องอะไร แต่ก็พอเดาได้ลางๆ น้องชายตัวโตกระชับกอดแน่นขึ้นแล้วจูบที่ไหล่พี่ชายเบาๆ

“ซูน ซูนไม่ต้องพาผมไปทางไหนทั้งนั้นแหละ"

“..แล้วนายจะหยุดอยู่กับที่แบบนี้เหรอ"

“เปล่าครับ ความหมายผมคือ ซูนไม่ต้องนำผมไปไหนทั้งนั้นแหละ ผมบอกหลายทีแล้วนะว่าผมโตแล้ว ซูนอาจจะเลี้ยงผมมาจนชิน แต่จริงๆ ผมก็จะยี่สิบแล้วนะ ผมโตพอจะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองได้แล้ว เพราะงั้น ซูนไม่ต้องคิดมากแทนผมหรอก ไม่ต้องพยายามปูทางอะไรให้ผมด้วย แทนที่ซูนจะเป็นคนนำ เรามาเดินจับมือไปด้วยกันดีกว่า ดีมั้ยครับ?”

“..เอางั้นเหรอ?”

“เชื่อผมสิ เชื่อผมสิซูน อย่าแบกอะไรไว้คนเดียวเลยนะ มีอะไร เรามาช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางออกนะครับ เลิกคิดมากนะ"

“..อือ"

“จริงนะ?”

“จะพยายาม"

“เครียดเรื่องอนาคตผมเหรอ?”

“อื้อ"

“เครียดจนมายืนตัวเปียกเอ็มวีแบบนี้น่ะเหรอ?”

“ไม่ได้เอ็มวี"

“เอวี?”

“ไม่ใช่! ไอ้เด็กบ้า!”

“อ้าว ใครจะรู้ ตอนนี้เราก็ไม่ใส่เสื้อผ้าทั้งคู่เลยนะ อาจจะเอวีก็ได้"

ซูนยองตัวแข็งทันทีที่มินกยูพูดจบประโยค เขาเพิ่งรู้สึกตัว ว่าตอนนี้เขาทั้งสองคนยืนกอดกันอยู่ในห้องน้ำ โดยที่ไม่ใส่อะไรเลย มีแค่มินกยูที่ใส่กางเกงว่ายน้ำอยู่ แต่มันก็ไม่ค่อยต่างอะไรกันเท่าไหร่หรอก จะขยับหนี ก็ไม่รู้จะหนีไปตรงไหน ห้องน้ำก็ไม่ได้ใหญ่ มินกยูเหลือบมองหน้าตื่นๆ ของพี่ชายแล้วก็แอบขำอยู่ในใจ ตอนนี้คงกำลังคิดหาทางหนีอยู่ แต่เขาไม่ปล่อยให้หนีไปไหนง่ายๆ หรอก มาถึงขนาดนี้แล้ว

“ซูนน~ เครียดอยู่ใช่ปะ"

“เปล่า ไม่เครียดแล้ว"

“ไม่ๆ เมื่อกี๊เครียดมากเลยอะ ยืนแช่น้ำตั้งนานแน่ะ"

“ไม่ๆ ไม่มีๆ เลยไม่มี"

“ไม่อ่า เครียดแน่ๆ เลย มา เดี๋ยวผมคลายเครียดให้น้า"

“ไม่ต้องงงง!! ว้ากก"

ซูนยองเสียววูบที่ท้องน้อยเมื่อรู้สึกถึงมือของน้องชายแถวบั้นเอว อันตราย สถานการณ์ตอนนี้อันตรายสุดๆ ทางออกมีแค่ทางเดียวคือประตูห้องน้ำ แต่มินกยูยืนบังอยู่เต็มๆ อาวุธมีแค่อย่างเดียวที่พอใช้ได้คือฝักบัว แต่ก่อนที่เขาจะเอื้อมถึง มินกยูน่าจะคว้าไว้ได้ก่อน พื้นห้องน้ำก็ลื่น ถ้าจะวิ่งหนี มินกยูที่วิ่งตามอาจจะลื่นลมได้ จะให้สไลด์ตัวลอดใต้ขามันก็จะเสียวไส้เกินไปหน่อย คำตอบที่ได้คือ ทางรอดเป็นศูนย์ ซูนยองได้แต่ยกมือขึ้นปัดป้องไปตามเรื่องเท่านั้น แต่ตอนนี้มือยกไม่ขึ้นเลย พอเห็นพี่ชายยืนนิ่งมินกยูก็ยิ่งได้ใจ รั้งตัวพี่เข้ามากอดแล้วเริ่มจูบไล่ตั้งแต่กกหูลงมาแถวหัวไหล่ มืออีกข้างลูบขึ้นๆ ลงๆ ช่วงแผ่นหลัง ยิ่งพี่ชายหายใจติดๆ ขัดๆ ยิ่งลูบหนักขึ้นอีก

“ซูนเนี่ย ตัวนิ่มจังเนอะ"

“ฮื่ออ ตัวนิ่มอะไรเล่า- นี่! เดี๋ยวจะออกไปเดินตลาดหาของมาทำอาหารเย็นไม่ใช่เหรอ อะเอ้ย! พอแล้ว!”

มือมินกยูชักรุ่มร่ามเกินไปแล้ว ลูบขึ้นลูบลงไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ซูนยองจะดันตัวน้องชายออกก็รู้ว่าไม่ได้ผล ดันออกไปเท่าไหร่ ก็ดีดกลับมาเท่านั้นแหละ ห้องน้ำก็เล็กแค่นี้ จะหนีไปไหนพ้น ลำพังแค่จะหันหน้าหนีริมฝีปากน้องก็ยากพอแล้ว มินกยูยื่นหน้ามาจูบเขา หนีไปทางไหนก็ตามได้หมด จนในที่สุดก็จูบสะเปะสะปะมาโดนคิ้วบ้าง แก้มบ้าง พอลงมาโดนปากเท่านั้นก็แช่ค้างไว้ ซูนยองจะเอนหัวหนี ก็รู้สึกถึงผนังเย็นๆ ของห้องน้ำแล้ว มินกยูกดใบหน้าตามมา สองมือจับมือของเขาแนบกับฝาหนัง นิ้วที่ประสานเข้าหากันทำให้ซูนยองตัวสั่น

มากเกินไปแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป แย่แน่

“พอก่อนเนอะ ซูนตัวเปียกนานๆ เดี๋ยวไม่สบาย"

หืม?

มินกยูผละออกไปพร้อมรอยยิ้มบางก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวมาคลุมไหล่เขาไว้ แปลก นี่น่าจะเป็นครั้งแรกเลย ที่มินกยูทำอะไรที่เขาไม่คาดคิดแบบนี้ จนออกมาเดินตลาดแล้วซูนยองก็ยังไม่หายงง มินกยูเดินจับมือเขาดูปูดูปลา ยิ้มแย้มแจ่มใสตามปกติ แปลก แปลกมาก เปล่า ซูนยองไม่ได้หวังอะไรให้เกิดต่อจากนั้น แต่มันก็แค่แปลก แปลกที่มินกยูไม่ได้ทำอะไรต่อ จะว่าจูบปลอบใจก็คงใช่ จะว่าแกล้งให้เขาสบายใจขึ้นก็ถูก แต่ เรื่องของอารมณ์มันไม่ได้หยุดกันง่ายๆ แบบนั้น แล้วมินกยูก็ไม่ใช่คนที่จะระงับอารมณ์อะไรเก่งด้วย

ถึงได้ว่าแปลกไง

“ซูนนน อยากกินอะไรดีเย็นนี้ แต่ปลาหมึกที่นี่อร่อยเนอะ"

“เอ่อ อื้ม อร่อย"

แปลก แปลกมากเลย

แต่มินกยูก็ทำตัวปกติทุกอย่าง จนซูนยองที่คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วเลิกสงสัยไปเอง ตอนเย็นพวกเขาก็ย่างอาหารทะเลกินกันหมือนเดิม เหตุผลก็เพราะมันทำง่ายที่สุด แค่ซื้อน้ำจิ้มอร่อยๆ มาก็ใช้ได้แล้ว และแน่นอนว่ามีเหล้าด้วย สำหรับกลุ่มเด็กผู้ชายที่มาเที่ยวฉลองเรียนจบก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ซูนยองไม่ได้คัดค้านอะไร หวังแค่ว่าจะไม่มีเรื่องก็พอ มินกยูรีบหันมายืนยันกับเขาว่าจะดื่มเหล้าอย่างระวัง แถมชิงหอมแก้มไปทีหนึ่ง ซูนยองก็หมดคำพูด ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ แล้วเสียบปลาหมึกใส่ไม้ต่อ

“โอเค กินข้าวกันอิ่มแล้ว เรามานั่งล้อมวงเล่นเกมส์กัน"

ที่กลัวก็ตรงนี้แหละ ซูนยองมองซึงชอลที่กวักมือเรียกทุกคนมานั่งรวมตัวกัน มินกยูดึงมือซูนยองลงนั่งข้างๆ ชานอูกับจุนฮเว ดูท่าก็รู้ว่าตั้งใจไม่ให้อีกฝั่งหนึ่งของซูนยองเป็นจองฮัน จริงๆ แล้วซูนยองก็หวาดๆ อยู่เหมือนกัน แค่ซึงชอลคนเดียวก็น่ากังวลพอแล้ว นี่ยังมีจองฮันมาอีกคน กลางวงเหล้าที่เล่นเกมส์กัน ถ้าขาดสติขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ หวังว่าจะรู้เรื่องมากพอที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนเกินไปก็แล้วกัน

“เกมส์ง่ายๆ เราจะไล่จากฉันไปทางขวา พูดในสิ่งที่ตัวเองเคยทำ ถ้าใครที่เคยทำเหมือนกันก็ไม่ต้องดื่ม แต่ถ้าใครไม่เคย ก็ต้องดื่มหนึ่งช็อต ถ้าทุกคนเคยทำหมด คนพูดก็ต้องดื่มสองช็อต เข้าใจนะ?”

“เข้าใจพี่ๆ"

“ฉันเคยกระทืบคนจนเข้าโรงพยาบาล"

บ้าเอ๊ย

ซึงชอลยิ้มกว้างเมื่อทุกคนในวงกระดกเหล้าเข้าปาก นอกจากซูนยองที่นั่งอยู่ด้านนอก เขาบอกกับซึงชอลก่อนแล้วว่าเขาคอไม่แข็งเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ได้อยากดื่ม ถือว่ารอดตัวไป แต่มินกยูที่เป็นลูกทีมว่ายน้ำ ยังไงก็ต้องเล่นกับเพื่อนๆ พี่ชายมองน้องที่หน้าเริ่มแดง ก็แหงอยู่แล้ว ระหว่างกินข้าวก็ดื่มมาเรื่อยๆ นี่ยังมาเจอเกมส์บ้านี่อีก อย่างจุนฮเวนี่ก็แดงยันคอแล้ว เกมส์นี่คงดำเนินไปได้ไม่นานหรอก

“ฉันเคยโกงข้อสอบ"

“ปัดโถ่ ใครๆ ก็เคย ดื่มเลยไอ้มุนบ๋อย"

ซูนยองตาโตเมื่อมินกยูผสมโรงกับจุนฮเว นี่น้องชายเขาเคยโกงข้อสอบงั้นเหรอ มินกยูหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเมื่อเพื่อนกระดกเหล้าลงคอติดต่อกันสองช็อตแล้วเริ่มหัวเอนซ้ายทีขวาที พอหันมาเจอซูนยองทำหน้ายักษ์ใส่ก็สะอึกแล้วรีบหันหน้าหนีทันที เกมส์ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยทุกคนผลัดกันดื่ม หัวเราะเอิ๊กอ๊ากบ้าง โวยวายใส่กันบ้าง พอมาถึงตามินกยู น้องชายตัวโตของเขาก็เริ่มพูดเว้นวรรคแปลกๆ แบบที่พี่ชายรู้ว่าเริ่มเมาแล้ว

“ฉันเคย เคยกินขนมตก ตกพื้น"

“ไอ้เวร ใครไม่เคยวะ มึงอยากแดกเหล้ามากใช่มั้ยมึงแดกเลย ไอ้มินก๋อย"

“ฮ่าๆๆๆ เหรอๆ ฮ่าๆ"

ซูนยองส่ายหน้าอย่างอ่อนใจเมื่อน้องชายกระดกเหล้าเข้าปากไปสองช็อต ท่าทางจะไม่มีสติแล้วจริงๆ ถึงได้พูดอะไรมึนๆ แบบนั้นออกมาได้ โชคยังดีที่เด็กทีมว่ายน้ำอีกสองสามคนที่เหลือก็คงเมาได้ที่เหมือนกันถึงพูดอะไรแปลกๆ ออกมาทำให้มินกยูไม่ต้องดื่ม ดูจากสภาพของแต่ละคนก็รู้ว่าครบวงแล้วก็คงได้เวลากลับห้อง ซูนยองเลื่อนสายตาไปมองคนสุดท้ายที่นั่งอยู่ซ้ายมือของซึงชอลแล้วก็ต้องรู้สึกกังวลขึ้นมาอีกครั้ง

“เอ้าๆ คนสุดท้ายแล้ว แล้วก็กลับห้องกันไปได้แล้ว กูไม่แบกใครนะเว่ย! ดูแลตัวเองกันด้วย!”

“ตาฉันสินะ"

อย่าทำอะไรให้ลำบากใจไปมากกว่านี้เลย ขอล่ะ

“ของฉัน ค่อนข้างจะพิเศษหน่อย ถ้าใครที่ต้องดื่ม ก็ดื่มสามช็อตไปเลยแล้วกันนะ"

จะมาไม้ไหนอีก

“ฉัน ชอบ ผู้ ชาย"

ทั้งวงเงียบลงทันที ในขณะที่จองฮันมองมาทางสองพี่น้อง ซูนยองกำมือแน่น จะเอาอะไร? ต้องการอะไรอีก? เขาเดาใจคนคนนี้ไม่ถูกเลย ไม่รู้จะทำแบบนี้ไปทำไม จะเข้ามาป่วน เข้ามากวนแบบนี้ให้ได้อะไรขึ้นมา จองฮันชอบผู้ชาย เรื่องนี้เขารู้อยู่แล้ว เด็กทีมว่ายน้ำหลายคนเองก็คงดูออก ที่ไม่เข้าใจคือจะพูดขึ้นมากลางวงให้มันได้อะไรขึ้นมา จุนฮเวเริ่มส่งเสียงเชียร์อ้อแอ้ๆ ขึ้นมาก่อนให้มินกยูดื่มและเพื่อนๆ ในทีมก็เริ่มเฮขึ้นตาม แต่มินกยูกลับยิ้มแล้วดันแก้วออกห่างตัว ก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัด




“ฉันไม่จำเป็นต้องดื่ม เพราะฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย ฉันแค่รักซูน"

ซูนยองหันไปมองหน้าจองฮัน และเห็นว่าอีกคนยังคงยิ้มเย็นๆ เหมือนปกติอยู่

ต้องการอะไรกันแน่นะ

ซูนยองเดินจูงมือมินกยูกลับห้อง น้องชายเดินเซนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับทรงตัวไม่ได้ จะไล่ไปอาบน้ำก็ไม่ยอมบอกว่าจะอาบพรุ่งนี้เช้า ซึ่งซูนยองก็ค้านอะไรไม่ได้เพราะน้องบอกว่าถ้าจะให้อาบต้องมาอาบให้ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง อย่างน้อยก็ยังดีที่ตอนบ่ายๆ เข้ามายืนแช่น้ำด้วยกันจนล้างคราบเกลือออกไปแล้ว และก็ไม่ได้กินเหล้าเละเทะจนตัวเหม็น มินกยูดึงซูนยองลงมานอนด้วยกันแล้วซุกหน้าลงกับซอกคออย่างที่ชอบทำ ซูนยองลูบผมน้องเบาๆ แล้วจูบหน้าผากอย่างมันเขี้ยว

“เมื่อกี๊ ตอบเก่งนะ เอาตัวรอดได้ดี"

“เอาตัวรอดอะไรกัน ผมก็แค่พูดความจริง ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย หรือผู้หญิง ผมก็แค่รักซูน รักซูนแค่คนเดียว"

“หึ น่ารัก"

“น่ารักก็รักผมให้มากๆ น้าา"

“รักมากจะตายอยู่แล้ว"

“เหมือนกัน"

“อื้อ~”

“ซูนน ไอ้พี่จองฮันอะ ถ้ามันมายุ่งอะไรกับซูนอีกนะ บอกผม อย่าไปสู้กับมันคนเดียว เรามาช่วยกันสู้ดีกว่า! สองคนดีกว่าคนเดียวอยู่แล้ว อย่าไปยอมแพ้! มันกวนตีน!”

“ไม่ต้องไปยุ่ง ไม่ต้องไปมีเรื่องกับเขาดีกว่าน่ามินกยู ไม่เอา"

“ทำไมต้องไปยอมมันด้วยอะ!”

“ที่ฉันทำ ไม่ใช่ยอมนะมินกยู ฉันแค่ไม่อยากมีปัญหาถ้าไม่จำเป็น"

“แบบนี้เราก็แพ้มันสิ! จะแพ้ได้ไงไม่เอาไม่แพ้!”

“มินกยู ฟังฉันนะ การที่เราไม่ตอบโต้ไม่ได้หมายความว่าเราแพ้ แค่เราไม่มีเรื่อง ไม่สร้างศัตรูก็พอแล้ว"

“หื่อ..”

“โดยเฉพาะคนคนนี้ นายอยากเป็นนายแบบอยู่มั้ย?”

“งือ"

“ถ้ายังอยากเป็น ก็อย่ามีเรื่องกับเขา เขาเป็นนายแบบดัง เส้นสายจะมีแค่ไหนก็ไม่รู้ จริงมั้ย"

“หงื่ออ"

“ มินกยู ฟังฉันนะ อย่ามีเรื่องถ้าไม่จำเป็น เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนที่เราไปมีเรื่องด้วยจะทำอะไรได้บ้าง ถ้าเขามาเอาคืนเราขึ้นมา คนที่จะลำบากคือตัวเราเอง เราอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงเลยดีกว่า เข้าใจมั้ย?”

“..เชอะ"

“ความสะใจชั่วครั้งชั่วคราว ถ้าต้องแลกกับความหวาดระแวง ความอึดอัด ลำบากใจที่อาจจะตามมา มันไม่คุ้มกันหรอกนะ"

“งือ..”

“ไม่เอา ไม่พูดเรื่องนี้แล้วดีกว่า มาเที่ยวครั้งนี้เป็นยังไง สนุกมั้ย?”

“อื้อ สนุก ไม่ได้มาทะเลบ่อยๆ มาทีก็ช๊อบชอบ ไว้เรามากันอีกบ่อยๆ เนอะ"

“อือ เสียดาย พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว มีเวลาแค่นิดเดียวเอง"

“งือ~”

“เอาล่ะ นอนซะ ดึกแล้ว ฝันดีนะ"

“ซูนนน จูบก่อนนน จูบบบ”

“เอ้า ได้ๆ มาๆ"




เวลาสำหรับอยู่กับทีมว่ายน้ำน่ะมันสั้น ก็พวกเขาต้องกลับไปอ่านหนังสือสอบนี่นะ




แต่มินกยู ไม่ต้องสักหน่อย