Tuesday, 25 April 2017

[OS] Sweet Boy #wongyu

“น่ารักจังเลย"

ปัง! ตึงๆๆ ปั่ก!

“ปากนิด จมูกหน่อย ตาใสแจ๋ว"

ปั่ก! ปั่กๆๆ! ตึง!

“แก้มดูนุ๊มม นุ่ม มันน่าหอมสักที-”

โครมมม!!!

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!!!”

ได้ผล วอนอูหัวเราะออกมาจนตาปิด ในที่สุดก็ยอมพูดด้วยจนได้สินะ ถึงจะทำหน้ายักษ์ใส่ไปด้วยก็เถอะ แต่ก็ยังน่ารักอยู่เสมอเลยนะ มินกยูน่ะ คนรอบข้างเขาสงสัยกันหมดว่าทำไมอยู่ดีๆ เขาที่ปกติชอบนอนแผ่อยู่บ้านหรือนั่งขลุกอยู่ร้านกาแฟ มายืนเกาะขอบตู้ร้านขนมน้ำตาลก้อนกลางห้างสรรพสินค้าแบบนี้ทุกวี่ทุกวัน และเมื่อตามมาดูก็ยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก เพราะเหตุผลของเขาน่ะ น่ารักมากเลยน่ะสิ

หรือจริงๆ อาจจะน่ารักสำหรับเขาคนเดียวก็ได้

'น่ารักตรงไหนวะเนี่ย ตัวสูงเป็นต้นไม้ แขนล่ำเหมือนก้ามปู แถมยังนวดแป้งนวดน้ำตาลโยนโครมๆ ทั้งวัน ถามจริงไปติดใจอะไรเข้าวะเนี่ย!?'

เพื่อนเขาถามมาแบบนั้นล่ะ เอาจริงๆ วอนอูก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเกย์หรืออะไรนะ คิดว่าถ้าชอบคนไหน ก็คนนั้นแหละ แต่ยังไม่มีคนนั้นสักที ผ่านมายี่สิบสี่ปีก็ไม่เคยมีแฟนเพราะมัวแต่ 'ลอยไปลอยมาไปวันๆ' อันนี้เพื่อนเขาบอกนะ ตัววอนอูเองก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ วันนั้นที่เขาไปเดินเล่นที่ห้างที่ไม่เคยเดินมาก่อนเพราะมีร้านกาแฟเจ้าดังจากญี่ปุ่นมาเปิดใหม่ เขาก็ได้พบกับร้านขนมน้ำตาลก้อนแปลกประหลาดที่เป็นกระจกใส ตั้งอยู่กลางทางเดิน ในร้านมีโต๊ะสีเงินตัวใหญ่ตั้งอยู่ และมีพนักงานสามสี่คนกำลังนวดแป้งกันอย่างขมีขมันท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา สิ่งที่ทำให้วอนอูหยุดยืนดูไม่ใช่สไตล์ร้านที่แปลกหรอก

แต่เป็นเขาต่างหาก เขาคนนั้น

ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งเจ้าสเน่ห์ที่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา เขี้ยวเล็กๆ ที่โผล่พ้นริมฝีปากออกมาทำให้วอนอูรู้สึกจักจี้ยังไงชอบกล หุ่นล่ำบึ้กและสูงชะลูดอย่างกับนายแบบ ต้นแขนที่โผล่พ้นเสื้อยืดสีดำเต็มไปด้วยมัดกล้าม รู้ตัวอีกทีวอนอูก็หน้าผากชนกระจกร้านแล้ว มินกยูหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มแล้วยื่นหน้ามาใกล้ ใกล้จนวอนอูแทบจะเป็นลมก่อนที่อีกฝ่ายจะเคลื่อนใบหน้าสูงขึ้นเล็กน้อยและพูดผ่านรูเล็กๆ บนกระจก

“สวัสดีครับ คุณลูกค้าสนใจขนมแบบไหนดีครับ?”


เสียงก็เพราะ ทุ้ม นุ่ม อบอุ่น ดวงตาที่ทอดมองมาทำให้วอนอูรู้สึกหวิวๆ

ให้ตายสิ

ก็เลยตอบคำถามไปแบบใจลอยๆ จนทำให้เขาคนนั้นต้องอ้าปากค้างอย่างตกใจ


“ถ้าสนใจซื้อนายจะได้มั้ยคนดี"



ไม่แปลกหรอกที่วอนอูจะชอบมินกยู มินกยูเป็นคนมีสเน่ห์ ลูกค้ามากหน้าหลายตามาติดพันก็เยอะ แต่ที่แปลกน่ะตัววอนอูเองมากกว่า อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่เพื่อนๆ เขาบอกนะ ในสายตาคนอื่น มินกยูค่อนข้างห่างไกลจากคำว่าน่ารัก มินกยูหน้าตาดี ไม่มีใครเถียง แต่ออกไปในทางหล่อหรือเท่มากกว่า เพราะงั้นครั้งแรกที่วอนอูลากเพื่อนๆ มาเกาะรอบกระจกชมความน่ารักจนมินกยูหนีไปหลังร้านน่ะ วอนอูก็ถูกเพื่อนจับไหล่เขย่าจนหน้าสั่นแล้วตะโกนถามว่าผู้ชายตัวเป็นยักษ์แบบนั้นน่ารักตรงไหน

น่ารักก็คือน่ารักสิ ทำไมไม่มีใครเข้าใจกันเลย

ที่แปลกอีกอย่างของวอนอูคือ วอนอูเป็นคนที่เชื่อเรื่องรักแรกพบ แต่เพิ่งมาเชื่อตอนเจอมินกยูเนี่ยแหละ เจอปุ๊บเชื่อปั๊บ และวอนอูก็ไม่อยากปล่อยมินกยูไปไหน ไม่อยากเสียเวลาด้วย ก็เลยจีบตั้งแต่ประโยคแรกที่คุย และทำให้มินกยูกลัวโดยไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอด้วย หลังจากนั้นเพื่อจีบ วอนอูก็มาเกาะกระจกทุกวัน แรกๆ ก็จ้องเฉยๆ นั่นก็ทำให้มินกยูขนหัวลุกพอแล้วเพราะโดนวอนอูจ้องนิ่งๆ เหมือนรูปปั้น แต่หลังๆ มาวอนอูเริ่มชวนคุย พอมินกยูไม่ยอมคุยด้วยเพราะทำงานอยู่ ก็เริ่มก่อกวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดมินกยูก็เก็บอาการไม่อยู่ต้องตวาดไปหลายครั้งเหมือนกัน

แต่ถึงอย่างนั้น วอนอูก็ยังคิดว่ามินกยูน่ารักที่สุดอยู่ดี

“มินกยู มินกยู มินกยู มินกยู มินกยู"

“เลิกเรียกผมได้แล้ว!!! โง้ย!!”

มินกยูดึงป้ายชื่อตัวเองบนผ้ากันเปื้อนแรงๆ ด้วยความโมโห แน่สิ ถ้าไม่ใช่เพราะนโยบายร้านให้พนักงานเป็นกันเองและเข้าถึงได้ง่ายแบบนี้ วอนอูคงไม่มีวันได้รู้ชื่อเขาแน่ๆ เขาคงจะพอทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ยินได้บ้าง แต่โดนเรียกชื่อซ้ำๆ กันทุกๆ วันแถมยังโดนจ้องจนตัวแทบพรุนไปด้วยแบบนี้ มินกยูก็รู้สึกเหมือนจะเป็นประสาทให้ได้เหมือนกัน

“พี่ไม่มีอะไรทำรึยังไง มาเกาะกระจกเป็นตุ๊กแกแบบนี้ห้าวันแล้วนะ!!”

“มี กำลังทำอยู่นี่ไง"

“พี่ทำอะไรของพี่"

“จีบ เรา ไง น้อง มิน กยู จุ๊บ"

“อ๊ออยยยย ช่วยด้วยยยยย ผมอยากตายยยย!!”

วอนอูใช้แขนเสื้อเช็ดกระจกตรงที่ตัวเองเพิ่งเผลอจูบไป เดี๋ยวมินกยูจะโดนหัวหน้าดุเอา แบบนั้นไม่ดีหรอก เท่าที่เฝ้าเกาะกระจกติดตามมาห้าวัน วันละหกชั่วโมงตั้งแต่ห้างเปิดยันสี่โมงที่วอนอูต้องกลับไปให้ข้าวแมวที่บ้าน วอนอูก็เริ่มรู้จักมินกยูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นต้นว่ามินกยูอายุสิบแปดวัยขบเผาะกำลังน่าเคี้ยว มาทำงานพิเศษในช่วงปิดเทอมและชอบกินขนมน้ำตาลก้อนนี่เอามากๆ ด้วย เพราะบางทีวอนอูเห็นปั้นไปปั้นมามินกยูก็เปิดกระปุกน้ำตาลก้อนที่อยู่บนเคาท์เตอร์ด้านหลังมาเคี้ยวหนุบหนับกินเองโดยไม่ยืมหยอดเหรียญลงในลิ้นชักตามจำนวนชิ้นที่กินไป แต่สิ่งที่ไม่ค่อยคืบหน้าเลยก็คือ เขาไม่ค่อยได้คุยกับมินกยูจริงๆ จังๆ เลยเพราะอีกฝ่ายอยู่ในตู้กระจกตลอด ตอนกินข้าวก็หลบไปกินหลังร้านที่เขาเข้าไปไม่ได้อีก เพราะงั้นวอนอูก็เลยพยายามมาเช้าๆ ตั้งแต่ห้างเปิดก็รีบวิ่งเข้ามาเลย แต่ก็ไม่ทัน ไม่รู้มินกยูโดดร่มลงมาหรือยังไง กี่วันๆ มินกยูก็ยืนปลอดภัยอยู่ในร้านเรียบร้อยแล้วตลอด จะมีก็อยู่ครั้งหนึ่งที่เขาวิ่งๆ อยู่แล้วมินกยูก็รีบวิ่งแซงมาจากด้านหลังแล้วพุ่งเข้าหลังร้านไปอย่างรวดเร็วจนเขาชวนคุยไม่ทัน จริงๆ ตอนเลิกร้านน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้คุย แต่ก็น่าเสียดาย เจ้าเหงียวหง่าวที่บ้านเขามันต้องกินข้าวซะด้วยสิ

“น้องมินกยู ต้องทำยังไงถึงจะยอมคุยกับพี่"

ตุ้บๆ! ปั่กๆๆ! ตึง!

“น้องมินกยูอ่า ทำไมใจร้ายจัง"

กึง!! ปั่กๆๆ ตุ้บ!

“น้องมินกยูวว-"

“พี่มินกยูคะ"

เอ๊อะ

“สวัสดีครับ รับอะไรดีครับ?”

อา ทำไมกับคนอื่นถึงได้ยิ้มแย้มแบบนั้นนะ

วอนอูมองมินกยูตาละห้อย เด็กหนุ่มคุยกับลูกค้าคนอื่นๆ ทีไรเป็นแบบนี้ทุกที จะนึกน้อยใจก็ยังไงแปลกๆ เพิ่งจะรู้จักได้แค่ห้าวัน ตามจีบได้แค่ห้าวันเอง แถมยังรู้แค่ชื่อกับอายุและอาหารที่ชอบ แต่ทำยังไงล่ะ วอนอูห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้นี่ และไม่คิดจะห้ามด้วย ไม่รู้สิ ก็แค่ชอบ แล้วก็ว่างๆ มาตามจีบสักหน่อยจะเป็นอะไรไป ไม่ได้ วอนอูไม่ยอมหรอก เขาจะต้องจีบมินกยูให้ติดให้ได้

“มินกยู"

“อะไรอีกเล่าพี่เนี่ย! ไม่เบื่อบ้างรึไง!”

“ขอขนมถุงหนึ่งสิ"

“ง้อย!!! ได้ครับๆ คุณลูกค้า"

“พี่ชื่อวอนอู บอกไปแล้วนี่นา"

“แล้วยังไงครับ"

“เรียกหน่อยสิ"

“ทำไมผมต้องเรียกด้วย คุณเป็นลูกค้าผมก็จะเรียกว่าลูกค้า คุณลูกค้าๆๆๆๆ! แล้วซื้อเสร็จก็กรุณาไปได้แล้วครับ"

เห้อ ใจร้ายจัง วอนอูเป็นคนไม่ค่อยคิดมากเท่าไหร่นะ แต่ได้ยินน้ำเสียงที่ติดรำคาญแบบนี้ทุกวันก็ เจ็บๆ เหมือนกัน พอจะยื่นมือออกไปรับถุงขนมจากช่องเล็กๆ ที่คิดเงินก็โดนปาใส่แทนอีก เล่นเอาวอนอูเหนื่อยจนยืนไม่ไหวก็เลยต้องถอยทัพก่อน จากเกาะกระจกเป็นทรุดตัวลงนั่งพิงแทน มือก็จ้วงน้ำตาลก้อนเข้าปากเคี้ยวกรุบๆ หวานจนขนลุก วอนอูไม่เคยชอบกินขนมหวานมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมินกยูก็คงไม่ต้องซื้อขนมนี่กินวันละถุงสองถุงหรอก

แต่ก็ เหนื่อยเหมือนกันนะ ตามมาตั้งห้าวันแล้ว แถมมินกยูยังอยู่ในตู้กระจกตลอด จะตีสนิทด้วยก็ยาก ชวนคุยทีก็โดนรำคาญใส่

เห้อ

แต่ขึ้นชื่อว่าวอนอูแล้วล่ะก็ ไม่หมดความพยายามง่ายๆ หรอก เพื่อความรักที่เกิดขึ้นได้ยังไงก็ยังไม่แน่ใจแล้ว วอนอูยอมทุ่มสุดตัว เขาเล็งเห็นแล้วว่าช่วงเวลาที่น่าจะสานสัมพันธ์ได้ดีที่สุดก็คือช่วงตอนเย็น แต่ห้าวันที่ผ่านมาเขาไม่สามารถอยู่รอหลังมินกยูเลิกงานได้เพราะต้องให้อาหารแมว ทางแก้คืออะไรน่ะเหรอ?

ก็พามาห้างด้วยซะเลยสิ ขนมาทั้งแมวทั้งอาหารทั้งชามน้ำชามข้าวเนี่ยแหละ

วันรุ่งขึ้นแทนที่วอนอูจะเดินตัวปลิวเข้าห้างเหมือนทุกครั้ง เลยกลายเป็นต้องลากตะกร้าใบใหญ่มาด้วย แต่ก็ไม่มีใครสงสัยอะไร เจ้าเหงียวหง่าวเป็นแมวขี้เซา วันๆ เอาแต่นอนเพราะงั้นเรื่องทำเสียงดังโวยวายหรือทำอะไรเลอะเทอะน่ะไม่มีแน่ๆ จัดแจงวางตะกร้าเรียบร้อยแล้ววอนอูก็ยืนเกาะกระจกประจำที่เดิม มินกยูเหล่มองเล็กน้อยแล้วพ่นลมหายใจออกอย่างรำคาญพร้อมส่ายหัวไปด้วย วอนอูขมวดคิ้วเล็กน้อย อยู่ดีๆ เขาก็เกิดสงสัยขึ้นมา

“นี่น้องมินกยู"

“อย่าชวนคุยผมยุ่ง"

“นี่ นี่ มินกยู"

“งึ่ย!”

“นี่น้องมินกยู ทำไมนายถึงรำคาญพี่นักล่ะ?”

“ต้องให้บอกอีกเหรอ พี่มาเกาะกระจกจ้องหน้าผมแบบนี้ทุกวันอะ ไม่ให้ผมรำคาญได้ยังไง มันอึดอัดนะ!”

“พี่ก็เห็นลูกค้าผู้หญิงหลายคนมาหาเราทุกวันเหมือนกันนี่"

“ก็เขาไม่ได้เป็นแบบพี่อะ! โดนจ้องตลอดเวลาแบบนี้ใครจะชอบ!”

“หืมม งั้นเหรอ"

“นี่ไม่รู้จริงๆ เหรอ!”

“อืมม"

“งั้นผมถามพี่กลับบ้าง พี่อะ มายืนเกาะกระจกทำไมทุกวัน"

“มาจีบเราไง"

“ง๊อย!! นี่!! ผมรู้นะว่าผมก็หน้าตาใช้ได้อะ แต่ไม่เคยมีใครจีบตื๊อเท่าพี่เลยนะ! พี่ยังไม่รู้จักผมด้วยซ้ำอะ จะตื๊ออะไรนักหนาขนาดนี้เนี่ย!”

“ก็เพราะไม่รู้จักนี่ไงถึงอยากรู้จัก แล้วทำไมนายจะต้องปฏิเสธมากมายขนาดนี้ด้วย ไม่ชอบอะไรพี่รึไง"

“ก็ ก็ ก็พี่แปลกอะ พี่มาถึงก็จ้องๆๆๆ แล้วก็ แล้วก็จะซื้อผมแทนขนม มาเรียกคนดงคนดี โง้ยยย"

“เรานี่ชอบทำเสียงอะไรแปลกๆ เนอะ"

“พี่อะชอบทำตัวแปลกๆ!!”

“น้องมินกยู"

“อะไรอีก!”

“เปิดใจให้พี่หน่อยสิ นะ"

มินกยูหันมามองหน้าวอนอูตาขวาง แต่พอวอนอูจ้องกลับไปนิ่งๆ ก็ต้องรีบหลบตาแล้วส่ายหัวไปมาแรงๆ จนผมฟู วอนอูยกยิ้มเล็กน้อย วันนี้ไปได้สวยกว่าทุกวัน อย่างน้อยมินกยูก็ตอบกลับมาซะยืดยาว คุยกันได้นานเป็นนาทีจากเดิมที่สถิติของบทสนทนาต่อเนื่องอยู่ที่สี่สิบวินาที วอนอูจ้องแก้มที่ดูนุ่มนิ่มของมินกยูแล้วก็อดจูบกระจกเบาๆ ไปอีกทีไม่ได้ ไม่รู้โชคร้ายหรือโชคดีที่มินกยูหันมาเห็นพอดีแล้วทำสีหน้าเหยเกสุดชีวิต

“นั่นพี่ทำอะไรอีกแล้ว! ทำไมต้องจูบกระจกด้วยย! ก็พี่เป็นแบบนี้ไงผมถึงไม่อยากคุยด้วยอะ!!”

หื้ม?

“หมายความว่า ถ้าพี่ไม่จูบกระจกน้องมินกยูจะยอมให้พี่จีบเหรอ?”

“เดี๋ยวๆๆ ทำไมไปไกลแบบนั้น ไม่ใช่! ผมแค่บอกว่าเพราะพี่แปลกแบบนี้ต่างหากถึงไม่อยากคุย-”

“นั่นไง ก็น้องมินกยูบอกว่าการที่พี่จูบกระจกน่ะแปลก แล้วพอแปลกน้องมินกยูเลยไม่อยากคุยด้วย การคุยของพี่คือจีบ เพราะงั้นถ้าพี่หยุดจูบกระจกหรือหยุดแปลก น้องมินกยูก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่คุยกับพี่หรือไม่มีเหตุผลจะไม่ให้พี่จีบ!”

“อ๊าาาา แมมมมมมมมมมม่!!!!!”

หลังจากนั้นมินกยูก็วิ่งปิดหูไปหลังร้านและแอบอยู่อย่างนั้นหลายสิบนาทีก่อนจะถูกเพื่อนร่วมงานลากออกมานวดแป้งต่อ วอนอูแอบมองแก้มนุ่มๆ ที่ขึ้นริ้วแดงๆ แล้วก็ยิ้มออกมา วันนี้เป็นวันดีของเขาจริงๆ ดูเหมือนว่าจะมีอะไรก้าวหน้าขึ้นมากเลย บ่ายนั้นทั้งบ่ายวอนอูก็ยืนเกาะกระจกมองมินกยูทำขนมเหมือนวันก่อนๆ โดยพยายามไม่ก่อกวนอะไร เพราะยังไงเย็นนี้เขาก็ต้องได้กลับบ้านกับมินกยูอยู่แล้ว ถ้าทำให้อารมณ์เสียขึ้นมาก่อนเดี๋ยวจะลำบากเอา

“วันนี้พี่ยังไม่กลับหรือไง?”

“หื้ม?”

“พี่อะ ยังไม่กลับรึยังไง"

โอ๊ะ โอ

“น้องมินกยูจำได้ด้วยเหรอว่าปกติพี่กลับบ้านสี่โมง?”

“จะจำไม่ได้ได้ยังไงก็ทุกวันพี่จะต้องพูดว่า สี่โมงแล้วพี่กลับก่อนนะน้องมินกยูพรุ่งนี้จะมาใหม่ แบบเนี้ย!”

วอนอูหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อมินกยูพยายามกดเสียงต่ำแล้วพูดด้วยเสียงเนิบนาบเลียนแบบเขาก่อนกระแทกเสียงจบประโยคแล้วยังเบะปากล้อเลียนเขาอีก ก็มินกยูนิสัยเด็กๆ แบบนี้ไงเขาถึงได้ว่าน่ารัก ตอนแรกแค่เห็นหน้าก็ว่าน่ารักแล้ว ยิ่งรู้จักยิ่งน่ารักกว่าเดิมอีก

“วันนี้พี่ไม่ต้องกลับหรอก ปกติพี่จะกลับไปให้อาหารแมวที่บ้านน่ะ แต่วันนี้พี่พามันมาด้วย"

“หื้อ? พี่พาแมวมาด้วยเหรอ? ไหนอะ?”

วอนอูอยากจะเป็นบ้า มินกยูหันมามองเขาตาแป๋วแล้วเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ก็รู้แหละว่าอีกฝ่ายจะก้มลงมองที่พื้นข้างตัวเขา แต่มันก็คือการเอาหน้าเข้ามาใกล้อยู่ดีนั่นแหละ เล่นเอาวอนอูอยากจะอุ้มเจ้าเหงียวหง่าวสื่อรักตัวนำโชคขึ้นมาให้ดูซะเดี๋ยวนี้เลย แต่ในหัวก็คิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ก่อนเลยเขยิบตัวไปบังตะกร้าไว้

“อยากเล่นกับแมวพี่มั้ยล่ะ?”

“อยากเล่นๆ ผมชอบแมว"

บิงโก

อืม ถ้าถามว่าไปเล่นบ้านพี่มั้ยจ๊ะ อาจจะรุนแรงไปหน่อยสินะ เดี๋ยวเด็กน้อยจะตื่นตกใจไปซะก่อน

“งั้น เดี๋ยวเย็นนี้พี่ไปส่ง แล้วเราเล่นกับแมวพี่ในรถดีมั้ย?”

“เอ่อ มะ ไม่เอา-”

“แมวพี่น่ะ พุงกลมเชียว ชอบให้กอดให้ฟัดซะด้วยสิ"

“หงื่อ..”

“ขนนี่นุ๊มนุ่มเลย"

“...”

“น่า นะ"

“..ไม่"

อ่าว เห้ย

วอนอูลุ้นจนตัวโก่ง แต่มินกยูหรี่ตามองเขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็หันกลับไปนวดแป้งต่อเล่นเอาวอนอูแทบไหลลงไปกองกับพื้น ปกติทั้งชีวิตไม่เคยต้องใช้พลังงานทำอะไรขนาดนี้มาก่อน แต่ตั้งแต่ตัดสินใจว่ามินกยูเป็นรักแท้ก็ยืนติดต่อวันละหลายชั่วโมงติดต่อกันมาหกวันแล้ว แถมยังต้องขยันจีบขยันหลอกล่ออีก อุตส่าห์คิดว่าครั้งนี้จะได้ผลแล้วเชียว ทำไมถึงพลาดได้นะ?

“ทำไมล่ะ?”

“ผมรู้หรอก พี่จะเอาแมวมาล่อจีบผมล่ะสิ ผมรู้ทันหรอกน่า"

“เรื่องจีบพี่ไม่เคยปิดบังอยู่แล้ว ไม่ต้องล่อหรอก"

“ไม่ไป ไม่ไปๆ ไม่ไป!”

“น้องมินกยู พี่มาเกาะกระจกอยู่ตั้งหลายวันแล้วนะ ไม่คิดจะให้โอกาสพี่ ยอมออกมาบ้างเหรอ?”

“ไม่อยาก"

“ทำไมล่ะ เรายังไม่รู้จักกันดีเลย ทำไมต้องกีดกันพี่ขนาดนี้ด้วย"

“ผมบอกก็บอกไปแล้วนี่ ก็พี่แปลกแบบนี้อะ จะให้ผมเชื่อใจได้ยังไง"

“แปลกก็ไม่ได้แปลว่าเชื่อใจไม่ได้นี่นา พี่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนคนอื่นๆ เหรอน้องมินกยูถึงจะยอมเปิดใจให้น่ะ"

วอนอูรู้ว่าตัวเองเป็นคนแปลกหน่อยๆ เพื่อนๆ เขาก็พูดประจำ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้วอนอูหนักใจกับตัวตนของตัวเองที่คนอื่นว่าแปลกขนาดนี้มาก่อน แค่จะจีบคนที่ชอบยังยากขนาดนี้ แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยล่ะมั้ง มินกยูเห็นวอนอูเงียบไปก็เหล่ตามามองเล็กน้อย วอนอูก็ยังทำหน้านิ่งเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่คิ้วตกลงหน่อยๆ หน้าก็ดูเศร้าๆ นิดๆ จนทำให้มินกยูรู้สึกผิด เขาไม่ได้ไม่ชอบอะไรวอนอูหรอก แต่วอนอูแค่ ไม่เหมือนใคร แล้วมันทำให้เขาเดาทางอีกคนไม่ออก จนไม่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วยเพราะไม่รู้อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าง แล้วเขาก็รำคาญที่อีกฝ่ายตอแยไม่เลิก

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาอยากทำให้วอนอูเสียใจสักหน่อย เขาไม่อยากทำให้ใครต้องเสียใจเพราะเขาทั้งนั้นแหละ ยิ่งเป็นวอนอูที่ชอบมายืนยิ้มเป็นบ้าอยู่ข้างกระจกมาตั้งหกวันแบบนี้แล้วด้วย!

โง้ยยยยยยยย!!!

“ผมเลิกงานห้าโมงครึ่ง ถะถ้าไม่หิวก่อนก็รอไป หึ!”

มินกยูพยายามทำเสียงให้เย็นชาที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่ทำให้วอนอูเหลิ-

“ไชโยยยยยยพี่จีบน้องมินกยูติดแล้ว!!!!”

ไม่ทันแล้วสินะ ก็เนี่ย แปลกแบบนี้มินกยูถึงได้ปวดหัว ไม่อยากจะยุ่งไง

“ใครบอกว่าจีบติด!!! อย่าสรุปอะไรแปลกๆ เองจะได้มั้ยไอ้พี่บ้า!!!!”


Thursday, 20 April 2017

[OS] Crave #allsoon

“ชาน พี่พูดจริงๆ นะ"

“พะ พี่ซูนยอง"

“ชาน จะยอมดีๆ หรือจะต้องให้เจ็บตัวก่อน?”

“ตะแต่ว่า ก็"

“อี ชาน!!”

“ฮืออ"

ซูนยองขมวดคิ้วยุ่ง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้น้องเล็กของวงเพื่อคว้าเอาของจากในมืออีกฝ่ายมา แต่ดูเหมือนชานจะไม่ยอมง่ายๆ สักที ถึงจะเด็กที่สุด แต่ก็ดื้อไม่เบา ชานยกของหนีแล้วซุกหน้าเข้ากับผนังมุมห้อง ปกติซูนยองจะรักและเอ็นดูชานมาก แต่สถานการณ์แบบนี้มันไม่ใช่แล้ว ตอนนี้เขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ จะใกล้จุดระเบิดเต็มที

“อีชาน"

“ฮือ ใครก็ได้..”

“อีชาน! จะส่งมาดีๆ หรือจะให้พี่ต้องลงไม้ลงมือกับเรา!”

“ใครก็ได้ช่วยผมที ฮือ ใครก็ได้ช่วยที!”

“มีอะไรกัน?”

“พะ พี่จองฮัน!!”

เหมือนสวรรค์จะยังเมตตาชานอยู่บ้าง พี่ชายที่มีอำนาจแทบจะมากที่สุดในหอเข้ามาช่วยเหลือเขาได้ทันเวลาพอดี ชานรีบหันกลับมาส่งสายตาอ้อนวอนใส่ ทีแรกจองฮันก็งงๆ แต่ดูจากสถานที่และตัวคนที่มีปัญหาด้วย เขาก็พอจะเข้าใจในทันที ว่านี่มันเรื่องอะไร จองฮันถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปลูบหลังชานเบาๆ แล้วหันมาหาซูนยองที่ยืนกัดฟันอยู่

“ซูนยอง น้องทำถูกแล้ว อย่าดุน้องสิ"

“ตะ แต่ว่า พี่จองฮัน-”

“ไม่ได้ นายก็รู้เหตุผลนี่นา ใช่มั้ย?”

“แต่ว่า..”

“ซูนยอง อย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่สอง"

ซูนยองจวนเจียนจะเป็นบ้าตายแล้ว แต่ก็สะกดอารมณ์ตัวเองไว้ได้แล้วหมุนตัวออกจากครัวไป เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่สมาชิกคนอื่นๆ นอนเอกเขนกดูโทรทัศน์เสียงดังกันอยู่ เสียงดังจนคงจะไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นสินะ ซูนยองเดินเข้าห้องนอนไปอย่างเงียบเชียบโดยที่ไม่น่าจะมีใครสังเกตเห็น เมื่อกี๊พลาดไปหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร ถึงจะได้ของที่ให้ค่าน้อยลงหน่อย แต่ก็ยังถือว่าพอทดแทนกันได้ เขาคุกเข่าลงหน้าราวแขวนเสื้อผ้าแล้วมุดเข้าไปข้างใต้ มือควานไปมาสักครู่ก็ต้องยิ้มกว้างแล้วถึงของที่ต้องการออกมาถือไว้

เท่านี้ก็-

“ซูน ทำอะไร"

ปัดโถ่ว้อย!

“ไม่มีอะไรวอนู"

“แล้วนั่นถืออะไรอยู่"

“เปล่า"

เขามัวแต่หน้ามืดตามัว จนไม่ทันมองว่าเพื่อนสนิทมานอนเล่นบนเตียงเขา เห็นทั้งหมดเลยสินะ แย่ล่ะสิ แบบนี้ที่ซ่อนตรงนี้ก็ใช้ไม่ได้แล้วสิ ซูนยองกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ยังดี อย่างน้อยก็มีแค่วอนอูคนเดียว น่าจะพอจัดการ ก็คงไม่ยากนักหรอกใช่มั้ยนะ? ปกติแล้ววอนอูเป็นคนไม่ค่อยบ่น ไม่ค่อยว่าเท่าไหร่ บางที วอนอูอาจจะไม่ว่าที่เขา-

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็ ฉันว่าพวกเราคุยกันเข้าใจแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ไม่นะ

“ส่งของมานี่เถอะ เพื่อตัวนายเองนะ"

ไม่ เขาจะไม่ยอมเสียไปเด็ดขาด

วอนอูถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกจากเตียงเดินมาหา ซูนยองไม่คิด ไม่คิดเลยว่าวอนอูจะยอมลุกจากเตียงมาแบบนี้ ก็เลยไม่ทันตั้งตัวเมื่ออีกฝ่ายลงคุกเข้าด้านหลังแล้วเอื้อมมือมาหยิบของออกจากมือเขาไป โดยไม่ลืมกอดเขาหนึ่งที วอนอูรู้ดีว่าตนเองกำลังทำให้ซูนยองเสียใจ และรู้ว่าสภาพของซูนยองตอนนี้เป็นยังไง แต่ก็อย่างที่พูด นี่เพื่อตัวซูนยองเอง

“วอนู ฉันไม่คิดเลยว่า แม้แต่นาย ก็ไม่เข้าใจฉัน"

“ซูน ฉัน-”

ปัง!

ซูนยองเดินหนีออกมาแล้ว ใจร้าย ใจร้ายกันทุกคนเลย เสียงประตูปิดค่อนข้างดังทำให้คนอื่นๆ ในห้องนั่งเล่นมองซูนยองเป็นตาเดียวขณะที่ซูนยองที่เริ่มคลั่งจนควบคุมไม่อยู่วิ่งไปที่จุดหมายอย่างไร้สติ ใช้เวลาไม่นานทุกคนก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น วอนอูวิ่งตามออกมาติดๆ แล้วร้องตะโกนให้ทุกคนมาช่วยกัน จุนกับหมิงฮ่าวเป็นสองคนแรกที่ลุกพรวดพราดวิ่งตามมา ในขณะที่มินกยูและซอกมินตามมาติดๆ เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นในครัว

“เห้ย!! ไอ้ซูน หยุด!!”

“ไม่!! ฉันจะไม่ฟังใครอีกแล้ว! ไม่ฟัง!!”

“พี่! หยุดเถอะ พี่!! ผมขอร้องล่ะ!!”

สถานการณ์เริ่มไปกันใหญ่ ซึงชอลและจีซูมาถึงเป็นคนท้ายๆ ในขณะที่ซูนยองกำลังดิ้นเร่าไปมา ของถูกแย่งไปจากมือแล้ว มินกยูกอดร่างพี่ชายที่กำลังคลุ้มคลั่งไว้แน่น วอนอูจับมือทั้งสองข้างของเพื่อนสนิทไว้ พยายามจะให้อีกฝ่ายใจเย็นลงแต่เหมือนจะไม่เป็นผล ในที่สุดจุนต้องพยักหน้าให้หมิงฮ่าวนิดๆ ก่อนที่หมิงฮ่าวจะฟาดสันมือลงบนท้ายทอยของคนขาดสติอย่างไม่เต็มใจนัก และทุกอย่างก็สงบลง


ซูนยองตื่นขึ้นอีกครั้งตอนกลางดึก เขารู้สึกแย่กว่าเมื่อตอนเย็นหลายเท่า และเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีก สองแขนยกขึ้นกอดตนเองไว้แล้วซุกหน้าลงกับผ้าห่ม ก่อนจะรู้สึกถึงฝ่ามือที่บีบช่วงไหล่เบาๆ ซูนยองหันกลับมามอง ซอกมินนั่นเอง น้องชายคนดีของเขามีสีหน้าเป็นห่วงชัดเจน มืออุ่นๆ เลื่อนมาลูบที่แก้มเขาเบาๆ

“เป็นยังไงบ้างครับ พี่?”

“ไม่ดี ไม่ดีเลยซอกมิน"

“ทนหน่อยนะครับ เดี๋ยวก็จะชินไปเอง นะครับ"

“ซอกมิน พี่ทนไม่ไหว ทนไม่ไหวแล้วซอกมิน ขอร้องล่ะ"

“มัน มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะตัดสินใจได้ ผมขอโทษครับ"

ซูนยองไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว ได้แต่นอนจ้องหน้าซอกมินเงียบๆ สักครู่หมิงฮ่าวก็เดินเข้ามาในห้องแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงกับซอกมิน มือข้างหนึ่งยื่นมาจับมือซูนยองไว้ สายตาของน้องทั้งสองคนทำให้ซูนยองทั้งรู้สึกอุ่นใจ ทั้งรู้สึกแย่ไปพร้อมๆ กัน เขายันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วแล้วรีบก้าวออกจากห้องนอนทั้งๆ ที่หัวเริ่มจะมึน ซอกมินและหมิงฮ่าวรีบลุกตามออกมาทันที ซูนยองไม่ได้พยายามจะไปหยิบของอีก แต่เป็นขวดน้ำขวดใหญ่ เจ้าตัวกระดกดื่มจนแทบหมด ดื่มจนเหมือนจะให้ท้องแตก ให้อ้วกกันไปข้างหนึ่ง ซอกมินยืนมองด้วยสีหน้าลำบากใจในขณะที่หมิงฮ่าวแย่งขวดมาแล้วดึงพี่ชายมากอด

“พี่ พี่อยากเป็นแบบหมิงฮ่าว อยากเป็นแบบหมิงฮ่าว"

“ไม่เป็นไรนะครับ ไม่เป็นไรนะ"

คืนนั้นซอกมินมานอนเป็นเพื่อนซูนยอง พยายามกอดร่างที่สั่นเทาไว้ให้แน่นที่สุด และหวังว่าซูนยองจะหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนี้เสียที ซูนยองตื่นมาในอ้อมกอดของวอนอู เพื่อนสนิทที่ย้ายเตียงมานอนกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จีฮุนมาดูอาการเขาในตอนสายๆ พร้อมนมแก้วหนึ่งที่ซูนยองดื่มหมดในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที เมื่อนอนอยู่บนเตียงๆ นิ่งๆ ซบอิงบนไหล่ของวอนอูที่นอนหนุนหมอนอ่านหนังสือ ซูนยองก็รู้สึกสบายขึ้นเล็กน้อย จนกระทั่งถึงตอนเที่ยง

“ซูน จะไปไหน"

“ปล่อยเราเถอะ วอนู"

“ไม่ได้ นายก็รู้"

“ไม่เอานะ ขอร้องล่ะ ปล่อยเรา"

“ซูน! เห้ย! ใครก็ได้จับไว้ที!! อย่าให้ซูนไปถึงได้นะ!!”

เท่านั้นล่ะ หอก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาอีกครั้ง ซูนยองดันตัวชานที่เป็นด่านแรกออกไปโดยระวังไม่ให้น้องชนกำแพง และสามารถวิ่งลอดแขนจีซูและจองฮันได้อย่างเฉียดฉิว ซึงกวานพยายามจับตัวไว้ แต่ซูนยองก็หมุนตัวหนีได้อย่างพริ้วสมเป็นลีดเดอร์ทีมเพอร์ฟอร์มานซ์ และหลบหลีกเวอร์น่อนได้อย่างสวยงามโดยการสไลด์ผ่านระหว่างขาไปจนเจ้าตัวร้อง โว่ว! พร้อมตบมือเสียงดัง ซอกมินเองก็ไม่สามารถจับไว้ได้เมื่อซูนยองสับขาหลอกและมูนวอล์คผ่านไปได้อย่างลื่นไหล หมิงฮ่าวกับจุนยืนตั้งท่ารับพร้อม แต่ซูนยองก็อัดพื้นผ่านไปได้อย่างยั่วยวน เป้าหมายอยู่ตรงหน้าแล้ว ซูนยองเอื้อมมือไปด้านหน้าอย่างโหยหา

โดยที่ลืมไปว่า ไพ่ตายของวงยังไม่ถูกนำออกมาใช้

เปิดไพ่มินกยูสารพัดประโยชน์!!

“อ่ะ! มินกยู ปล่อยนะ ปล่อยพี่!!”

“ไม่ครับ! พี่ซึงชอลล พี่ซึงชอลอยู่ไหน?”

“พะพี่ซึงชอลไปบริษัทอะพี่"

“ปัดโถ่เว้ย! ไม่เป็นไร ทุกคน เข้ามาช่วยกันที เดี๋ยวฉันกอดพี่ซูนยองไว้อย่างนี้ก่อน"

“ไม่!! ปล่อยพี่!! พี่จะ พี่จะ-”

มินกยูไม่ยอมปล่อยง่ายๆ นอกจากเขาจะตัวสูงแล้ว ยังรู้จักใช้ร่างกาย และแข็งแรงมาก มินกยูอุ้มซูนยองออกมาอย่างง่ายดายแล้ววิ่งกลับเข้าไปในห้องนอนโดยที่คนอื่นๆ วิ่งตามมาให้กำลังใจ มินกยูทุ่มซูนยองลงบนเตียงและทุกคนก็วิ่งเข้ามาจับกันคนละไม้ละมือ จนคนถูกรุมร้องลั่น

“ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน!! พวกนายทุกคนทำไมทำแบบนี้ ปล่อย ปล่อยยยย!!”

“เอะอะอะไร ควอนซูนยอง!!”

เหมือนฟ้าผ่า เมื่อเสียงทุ้มดุตวาดลั่นห้องมาจากทางหน้าประตู ชเวซึงชอลกลับมาแล้ว น้องๆ ทุกคนกรูกันไปยืนติดริมผนัง เหลือแต่วอนอูที่ยังกอดเพื่อนสนิทไว้แน่น และจองฮันจีซูที่เดินเข้าไปพูดคุยกับซึงชอลเสียงเบาแต่ก็ถูกยกมือขึ้นห้าม ยิ่งซึงชอลก้าวเข้าไปใกล้เตียงเท่าไหร่ วอนอูก็ยิ่งกอดซูนยองแน่นขึ้นเท่านั้น

“ไหน โวยวายอะไร ตอบมาซิ"

“ก็ ก็..”

“นายไม่เข้าใจสิ่งที่เราตกลงกันอย่างนั้นเหรอ? นายจะไม่ยอมรับ? จะกลับคำที่ให้ไว้กับบริษัท?”

“คะคือ คือผม"

“นายมีความรับผิดชอบบ้างมั้ย ควอนซูนยอง ตอบฉันสิ? มีมั้ย? นายได้ให้สัญญาไว้แล้ว ทำไมนายถึงผิดคำพูดของตัวเอง? ความตั้งใจของนายอยู่ที่ไหน ห๊ะ? ตอบฉันสิ!!”

“พี่ ใจเย็นพี่"

ซอกมินเอ่ยขึ้นเสียงเบาก่อนที่มินกยูจะวิ่งมากอดซูนยองบ้าง ใช่ว่าซึงชอลจะดุแบบนี้บ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่ซึงชอลต้องดุ ก็เพราะเขาเห็นว่าไม่มีทางอื่นแล้ว ทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่ได้ชอบทำแบบนี้เลย แต่ใจของคนเป็นพี่ก็กระตุกวูบพร้อมกับคนทั้งห้องต้องตกใจเมื่อซูนยองกัดริมฝีปากแน่นแล้วตัวสั่นเป็นลูกนก ก่อนที่น้ำตาจะหยดลงบนแก้ม หยดแล้ว หยดเล่า มินกยูรีบร้อนดึงเสื้อตัวเองขึ้นมาซับน้ำตาให้อย่างแผ่วเบาในขณะที่วอนอูกุมมืออีกฝ่ายไว้ จองฮันที่ปกติก็ดุไม่แพ้กันเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาเลยเดินไปลูบหัวซูนยองเบาๆ แล้วปลอบว่าไม่ต้องร้อง ในขณะที่ซึงชอลยังยืนตัวแข็งอยู่อย่างตกใจ แต่ดูจากสีหน้าก็รู้แล้วว่าพี่ใหญ่รู้สึกผิดแค่ไหน จีฮุนลูบแขนพี่ใหญ่เบาๆ ก่อนที่ซูนยองจะลุกจากเตียงแล้วเดินไปกอดเอวไว้ พร้อมซุกหน้าลงกับอกอุ่นๆ ซึงชอลกอดตอบแล้วจูบหน้าผากปลอบ

“โอ๋ ไม่ร้อง พี่ขอโทษ"

“ฮึก ฮือ ผมรู้ว่า ฮึก ว่าผมทำผิด แต่ว่า อย่าดุ อย่าดุผมฮึก อย่าดุผม"

จะว่ารู้สึกผิดก็ใช่ สงสารก็ใช่ แต่ก็เอ็นดูเวลาน้องพูดไปสะอื้นไปเหมือนกัน

“ผม ฮึก ทรมานผมอยู่ ฮึกไม่ไหวแล้วพี่ซึงชอล ขอร้องล่ะ"

“เอ่อ..”

“นะครับ นะ ฮึก ผมไม่ไหวแล้ว ขอร้องนะครับ"

“ซูนยอง..”

“นะ นะครับ แค่วันนี้ก็ได้ แค่วันนี้เท่านั้น ฮือ ขอร้องล่ะ"

“เห้อ..”



“ก็ได้ แค่วันนี้นะ เด็กดี"

“ฮืออ ผมหิว หิวข้าวววว ผมหิวว ฮือออ"



ซูนยองจำไม่ได้แล้วว่าช่วงนั้นรู้สึกยังไง จำได้แต่ว่ามันแย่ แย่มากๆ เลย แต่ผลลัพธ์มันก็ออกมาดีอย่างที่ต้องการ ต้องขอบคุณสมาชิกคนอื่นๆ ที่ไม่ใจอ่อนกับเขาง่ายๆ และช่วยให้เขาคุมตัวเองได้มาก พอนึกย้อนกลับไปก็รู้สึกอายอยู่เหมือนกัน ก็ช่วงนั้นอย่างกับเป็นหมาบ้าคลุ้มคลั่งเลยนี่นา แต่ตอนนี้เหรอ?

“ยิ้มแก้มปริเลยนะพี่"

“อื้อ ก็มันอร่อยนี่นา"

ซูนยองยัดฮอทด็อกเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างมีความสุข ทั้งพาสต้า ทั้งฮอตด็อก อร่อยไปหมดเลย นึกถึงตอนที่พยายามจะแย่งไก่ทอดจากชานในครัว หรือตอนโดนวอนอูจับได้ว่าซ่อนรามยอนไว้ใต้ราวเสื้อผ้าแล้วก็ตลกตัวเองชะมัด แต่เขาก็ยังรู้สึกผิดต่อชานอยู่บ้าง ช่วงนั้นเขาทำให้ชานลำบากใจมากอยู่เหมือนกัน ก็เลยหันไปหอมแก้มน้องเบาๆ แต่กลับได้เสียงงอแงกลับมา

“อ๊าา พี่ซูนยองง มาหอมผมทำไมม แก้มเลอะซอสหมดเลยอ่าา"

“เลอะเหรอ? มาๆ เดี๋ยวพี่จะเลียออกให้หมดเลยคนดี"

“ไม่ได้!!/อย่า!!/ไม่!!”

สามเสียงดังขึ้นพร้อมกันพร้อมสามแขนยื่นทิชชู่ออกมากลางวง ซูนยองยิ้มแก้มตุ่ยแล้วหยิบทิชชู่จากมือซอกมินซึ่งอยู่ใกล้ตัวที่สุดมาเช็ดปากตัวเอง ชานหยิบทิชชู่จากมือวอนอูมาเช็ดแก้มตัวเอง ในขณะที่มินกยูเปลี่ยนเป็นใช้ทิชชู่เก็บเศษอาหารบนโต๊ะเนียนๆ ซูนยองหันมองหน้าทุกคนบนโต๊ะแล้วก็ต้องยิ้มออกมา เขาชอบที่สุดเลย เวลาอยู่ด้วยกันแบบนี้ ยิ่งเวลาได้กินอาหารอร่อยๆ ด้วยยิ่งดีเลย เรื่องไดเอทน่ะ ครั้งหนึ่งในชีวิตก็อาจจะเกินพอแล้วล่ะ ตอนนี้เขาเริ่มออกกำลังกาย ฟิตหุ่นแทนที่จะลดน้ำหนักอย่างเดียว และมันก็ดีกว่าการที่กินอะไรไม่ได้เลยเยอะ ถึงจะต้องสู้กับความขี้เกียจของตนเองก็เถอะ ในอนาคตก็อาจจะต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบากอีก เขาคงจะผ่านมันไปได้ถ้าได้อยู่กับทุกคนแบบนี้ ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม

แต่เรื่องนั้นน่ะเอาไว้ก่อน ตอนนี้ขอกินก่อนล่ะ ว่าแล้วก็ยัดฮอตด็อกเข้าปากอีกคำ

“กินเยอะจังนะพี่ ดูซิ แก้มบวมหมดแล้ว"

“เรื่องของพี่! เจ้าเด็กหมา!”

“น้องมันพูดถูก ลองยัดเข้าปากไปอีกสักคำสิ แก้มแตกแน่ๆ"

“ลองมั้ยล่ะวอนู?”

“อย่าเลยพี่ ผมกลัว"

“ซอกมิน!”

“พี่ซูนยองง หยิบพาสต้าให้ผมหน่อย"

“มาๆ เดี๋ยวพี่ป้อนนะมักเน่ยา~”



กินอาหารกับทุกๆ คนแบบนี้น่ะ มีความสุขที่สุดเล้ย~

Friday, 14 April 2017

[OS] Onsen #minsoon

ให้ตายสิ

มินกยูกำลังเครียดหนัก ตอนแรกที่พี่ซูนยองชวนเที่ยวญี่ปุ่นก็ดีใจอยู่หรอก ตอนจองตั๋ว จัดกระเป๋า เดินเที่ยวก็ยังมีความสุขดี จนกระทั่งเดินเข้าที่พักแล้วพบว่า มันเป็นเรียวกัง พร้อม ออน เซ็น ส่วน ตัว ที่ ห้อง พัก! โอเคเขาเป็นชายหนุ่มเต็มตัว เพิ่งอายุยี่สิบปีไปหมาดๆ ไม่ควรจะมีอะไรต้องกลัว แต่นั่นดันเป็นปัญหาใหญ่ เพราะแฟนของเขา พี่ซูนยองน่ะ จ้องจะ เอ่อ จ้องจะงาบเขาอยู่ตั้งนานแล้วตั้งแต่ยังไม่สิบแปดเต็มด้วยซ้ำ พอเห็นรูปแบบห้องพักเท่านั้นแหละ มินกยูรู้เลยว่าทำไมพี่ซูนยองอมยิ้มกรุ้มกริ่มแปลกๆ มาตั้งแต่ที่บ้านแล้ว

คืนนี้เขาเสียตัวแน่นอน

เขาเลยเครียดอยู่แบบนี้ไง ยิ่งมืดลงก็ยิ่งเครียด ตอนนี้กินอาหารเย็นกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขากำลังอาบน้ำด้วยหัวใจสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัวปนตื่นเต้น ก็พี่ซูนยองกำชับเขาให้อาบเร็วๆ จะได้อาบต่อ แล้วลงแช่น้ำด้วยกันน่ะสิ ลงแช่น้ำ คำนี้แหละที่สำคัญ ก็ลงแช่ออนเซ็นมันต้องเปลือยทั้งตัวใครๆ ก็รู้ และเขายังไม่เคยเห็นพี่ซูนยองเปลือยเลยสักครั้ง เอาตรงๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยาก เอ่อ ไม่อยากมีอะไรกับแฟนตัวเองหรอกนะ อยากสิ อยากกอดพี่ซูนยองจะแย่แล้ว จินตนาการไว้หลายแบบเลยด้วย แต่ว่า ก็เขาไม่เคยนี่นา แล้วถูกจับลงมาในสถานการณ์ที่เป็นใจขนาดนี้ มันเลยรู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงไม่รู้ เหมือนว่า พี่เขามีแผนอะไรบางอย่าง แล้วเวลาเดินเข้าไปในกับดักที่ถูกสร้างขึ้นมาดักจับโดยเฉพาะแบบนี้น่ะ มันน่ากลัวออกนี่นา!

ก๊อกๆๆ

“ย๊ากก!”

“มินกยูอา อาบนานไปแล้วนะ จะเสร็จรึยังเรา? พี่อยากรีบแช่น้ำแล้วนะ"

“อะ คะครับ จะเสร็จแล้วครับ"

“หื้มม จะเสร็จแล้วเหรอ ดีแล้ว พี่จะได้รีบอาบ รีบเสร็จบ้างเนอะ ฮึๆๆ"

ฮือ ช่วยด้วย

มินกยูอาบน้ำเสร็จก็ใส่ชุดยูกาตะเรียบร้อย ผูกผ้าคาดแน่นชนิดที่ว่าถ้าไม่กระชากออกก็ไม่หลุดแน่นอน ดะ เดี๋ยวสิ กระชากออกงั้นเหรอ พอคิดถึงตรงนี้ภาพพี่ซูนยองคร่อมทับเขา ใช้เข่ากดขาเขาไว้แล้วกระชากสายคาดออกอย่างรุนแรงก็ลอยเข้ามาในหัวทันทีจนต้องยกมือปิดหน้า สงบใจไว้สงบใจไว้! มินกยูท่องอย่างนั้นปลอบตัวเองแล้วเปิดประตูออกก่อนจะลมแทบจับเมื่อเห็นซูนยองนั่งอยู่บนฟูกในชุดยูกาตะ ทะ ที่น่าตกใจก็คือ คะคอเสื้อมัน ทะทำไมมันแหวกซะขนาดนั้น ทำไมพี่ซูนยองไม่ผูกผ้าคาดดีๆ!!

“อ่า เสร็จซักทีเจ้าเด็กน้อย มัวแต่ขัด มัวแต่ถูตรงไหนอยู่ล่ะหืม?”

“ขะขะขอโทษครับ"

“อืม ไม่เป็นไรหรอก"

พี่ซูนยองคนดีลุกขึ้นยืนช้าๆ เจ้าตัวรู้ดีว่าตอนนี้สาบเสื้อเปิดออกกว้างแค่ไหน สายตาของแฟนเด็กนั่นแหละเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่าตอนนี้สภาพของเขา ล่อแหลมขนาดไหน แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นเขาก็ทำเป็นไม่สนใจและไปอาบน้ำทันที แต่แหม ก็ห้องมันเล็ก แค่ซูนยองจะเดินไปห้องน้ำก็เลยต้องเผลอเบียดอกมินกยูไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง นั่นทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งอายุขึ้นเลขสองแทบเป็นลม ซูนยองหยุดยืนอยู่หน้าห้องน้ำจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายมองตนเองอยู่ก็ค่อยๆ ดึงผ้าคาดเอวออกและปล่อยให้เสื้อไหลลงจากไหล่ทั้งสองข้าง แต่ยังก่อน ไม่หลุดจนหมด แค่ถึงช่วงเอวเท่านั้น เขาหันมามองอีกฝ่าย ยิ้มนิดๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ลืมยื่นแขนออกมาจากภายในเพื่อวางชุดยูกาตะไว้ด้านนอก

“มินกยูอา รอพี่อาบน้ำแป๊ปนึงนะ แล้วเดี๋ยวเราไปแช่น้ำกัน"

“คะ ครับ"

เพอร์เฟค

มินกยูนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนฟูก หันมองบ่อออนเซ็นควันฉุยด้านนอกที หันมองประตูห้องน้ำที่มีเสียงฮัมเพลงดังออกมาเบาๆ ที เขากับพี่ซูนยองอยู่ด้วยกันมาสักพักแล้ว นั่นทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายจงใจอาบน้ำช้าในวันนี้ แถมยังร้องเพลงอารมณ์ดีไปด้วยทั้งๆ ที่เขาร้อนรุ่มแทบตายแล้วอีก ใจร้ายจริงๆ แต่ในที่สุดซูนยองก็อาบเสร็จ ยังไม่วายแกล้งแฟนหนุ่มด้วยการโผล่ร่างท่อนบนเปลือยเปล่าออกมาจากห้องน้ำเพื่อหยิบยูกาตะอีกต่างหาก แต่มินกยูหันหลังหนีทันพอดีซูนยองเลยได้แต่แอบหัวเราะเบาๆ

“เอาล่ะ พร้อมแล้ว เราไปแช่กันดีกว่าปะมินกยู"

“คะ ครับ"

เมื่อก้าวออกมาที่ระเบียงมินกยูก็รู้สึกขนลุกซู่ทันที อากาศมันเย็นก็เรื่องหนึ่ง แต่ดวงตาประกายวิบวับของพี่ซูนยองที่จ้องมองเขานี่มัน- ให้ตายสิ! พี่ซูนยองคนดีนั่งลงบนขอบบ่อโดยจุ่มเท้าลงในน้ำแล้วส่งเสียงในลำคอเบาๆ นั่นทำให้มินกยูที่เป็นประสาทอยู่แล้วยิ่งสั่นหนักเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะตอนที่ซูนยองดึงผ้าคาดเอวแล้วแหวกคอเสื้อออกกว้าง

“มินกยูอา รู้มั้ยว่าเวลาจะแช่ออนเซ็นต้องทำอะไรก่อน?”

“คะ ครับ? ไม่รู้ครับ"

“ให้อาบน้ำร้อนก่อนน่ะ ร่างกายจะได้ค่อยๆ ปรับอุณหภูมิ แต่ถ้าไม่อาบก่อน ก็เอาน้ำร้อนจากในบ่อเนี่ย ลูบอก ลูบคอก่อนก็ได้นะ"

มินกยูยืนอ้าปากค้างเมื่อซูนยองวักน้ำจากบ่อขึ้นมาลูบที่อกเปลือยเปล่าของตนเอง สายตาของชายหนุ่มไม่รู้จะไปมองตรงไหนก่อน ใบหน้าของแฟนหนุ่มที่เริ่มขึ้นสีหน่อยๆ ดวงตาเรียวเล็กหลับพริ้ม กลุ่มผมสีดำสนิทที่ปลิวไสวไปตามลม ลำคอแดงเรื่อหรือแผ่นอกที่เปียกปอนไปด้วยน้ำ ทำยังไงดี ทำยังไงดีคิมมินกยูทำยังไงดี อยากทำอะไรสักอย่างแต่ไม่รู้จะทำอะไร ใครก็ได้ช่วยที

“มินกยูอา มานี่สิมา เดี๋ยวพี่ช่วย"

“อะ คะครับ"

ทันที่ที่ลงนั่งข้างกันมินกยูก็รู้สึกหายใจไม่ออกเมื่อมือของพี่ซูนยองจับสายคาดเอวของตน แล้วค่อยๆ ดึงออกอย่างเชื่องช้าโดยที่จ้องตาเขาไปด้วยพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ กว่าสายคาดจะหลุดเขาก็แทบเป็นลมตาย มืออุ่นๆ ทาบลงที่หน้าอกแล้วค่อยๆ แหวกชายผ้าออกจากกัน มินกยูหลับตาปี๋เมื่อน้ำร้อนถูกราดลงมาบนอก ตามด้วยฝ่ามือของแฟนหนุ่มที่ลูบไล้ไปมาช้าๆ จงใจ เขาเชื่อว่า จงใจ ปัดป่ายผ่านยอดอกของเขาเบาๆ เหมือนกับไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจแต่ดันใช้นิ้วโป้งขยี้เบาๆ ด้วยเนี่ยนะ!

“หลับตาทำไมครับ? หื้ม? มินกยู?”

“ปะปะเปล่าครับ"

“อืมม เหรอ"

“คะคะครับ"

“งั้น เราลงแช่กันเลยดีกว่านะ"

“คะครับ"

ชิบ มินกยูลืมตาขึ้นมาทันเห็นจังหวะที่พี่ซูนยองพาดยูกาตะไว้กับขอบบ่อ เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของแฟนหนุ่มพอดี ใต้แสงไฟสีเหลือง ผิวของพี่ซูนยองดูนวลเนียนไปทั้งตัว ทั้งเอวที่ดูนิ่ม และสะโพก โอย สะโพก อวบ แน่นสุดๆ เขาดูหนังโป๊มาก็มาก แต่ไม่เคยเห็นระยะประชิดแบบนี้ แล้วยิ่งเป็นแฟนตัวเอง ช่วยด้วย ช่วยมินกยูด้วย พี่ซูนยองหันมามองเขาพร้อมรอยยิ้มที่ดูยังไงก็ไม่ใสซื่อแต่ทำเหมือนไร้เดียงสา

“อ้าว มินกยู ไม่ถอดชุดเหรอ? มา พี่ถอดให้นะ"

“มะไม่เป็น-”

“เราชักช้า พี่ทำให้ดีกว่านะ"

แล้วชุดของเขาก็ถูกถอดออก แต่ก็ไม่ได้รวดเร็วอะไรเท่าไหร่ มีจังหวะอืดอาดที่ทำให้เขาหายไม่ทั่วท้องได้เยอะแยะ ตั้งแต่มือที่ไล้ลงมาที่ต้นขา แล้วดึงชายผ้าออก แถมยังมาลูบโดนอะไรๆ ตรงหว่างขาเขาอีก แค่นี้เขาก็ค่อนข้าง พร้อมรบพอแล้ว พี่ซูนยองยังไม่วายแกล้งทำเป็นลื่นหินท่าไหนไม่รู้จนหน้าท้องมาถูกับอะไรๆ ของเขาอีก ทีนี้ล่ะ ตั้งตรงเลย แต่พี่ซูนยองก็ทำเป็นไม่เห็นแล้วลงไปนั่งในน้ำซะอย่างนั้น มินกยูจะทำอะไรได้นอกจากตามลงไปนั่งข้างๆ

“ฮืมม น้ำอุ่นจังเลย สบายเนอะมินกยูเนอะ"

“อะ อือ ครับ"

“มาเที่ยวครั้งนี้ชอบมั้ย?”

“ชะชอบครับ"

“อือ พี่ก็ชอบ ชอบอยู่กับมินกยูที่สุดเลยรู้มั้ย อยากอยู่ใกล้ๆ กับมินกยูตลอดเลย"

ใกล้ไปแล้วครับ!! มินกยูรู้สึกถึงต้นขาของพี่ซูนยองที่เริ่มเบียดเข้ามาใกล้ แถมยังพ่วงด้วยมือที่เลื้อยมาอยู่บนต้นขาเขา ลูบไปมาแถมยังแอบบีบหน่อยๆ แล้วไหลลงมาใกล้จุดอันตรายสุดขีดอีกต่างหาก แต่ตอนนี้มินกยูไม่มีอะไรจะเสียแล้ว พี่อยากจัดอะไรจัดมาเลย!

แล้วซูนยองก็จัดจริงๆ

“มินกยูอา อากาศหนาวเนอะ"

ไหนเมื่อกี๊บอกน้ำอุ่นดีไงครับ

“ขอกอดมินกยูหน่อยนะ"

มาแล้ว

พี่ซูนยองคนดีเคลื่อนกายจากนั่งข้างๆ มานั่งตัก ไม่ใช่นั่งตักธรรมดา แบบนี้เขาเรียกคร่อมตัก สองแขนโอบรอบคอมินกยู อกชิดอก สองขาคร่อมทับตัก และจังหวะสุดท้าย สะโพกแน่นๆ กดลงมาบนใจกลางลำตัวพอดิบพอดี มินกยูเงยหน้าขึ้นครางต่ำอย่างห้ามไม่ไหว สองมือจับที่เอวแฟนหนุ่มแล้วกดร่างอีกฝ่ายลงมาเบาๆ ตอนนี้อะไรก็ฉุดไม่อยู่แล้ว มินกยูเลยโยกสะโพกตนเองสวนขึ้นด้วย นั่นทำให้ซูนยองยิ้มอย่างพึงพอใจ

“อืมม มินกยูอา ตัวมินกยูอุ่นจังเลย พี่ชอบ"

“อ่ะ อา พะพี่ซูนยอง"

“โดยเฉพาะ ตรงเนี้ย"

เกินไป พี่ซูนยองถูสะโพกลงมาหนักๆ จนอารมณ์ของมินกยูแทบจะแตกกระจายเสียเดี๋ยวนั้นแต่ก็ยังห้ามตัวเองไว้ได้ จะแพ้แบบนี้ไม่ได้หรอกมินกยู! ซูนยองเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้นอีก มือขวาละจากลำคอลงไปใต้น้ำ เขี่ยที่ยอดอกของแฟนหนุ่มเบาๆ จนได้เสียงร้องผะแผ่วให้ได้ยิน

“มินกยู~ ชอบมั้ย"

“อะอืม ชอบครับ"

“แล้วแบบนี้ล่ะ ชอบมั้ย?”

“อะ อ๊ะ พะพี่ซูนยอง"

โดนสะโพกถูว่าสุดแล้ว พี่ซูนยองยังทำให้สุดมากกว่าด้วยฝ่ามือทั้งสองข้างที่รวบกำอย่างรวดเร็ว ไม่พอ ยังรูดขึ้นลงช้าๆ พร้อมกลั่นแกล้งส่วนปลายทั้งรอยยิ้มอีก มินกยูปรือตามองแฟนหนุ่มด้วยความรู้สึกหลากหลายก่อนจะถูกซูนยองจูบปิดปาก ตอนนี้ตัวมินกยูร้อนไปหมด ทั้งด้านใน ทั้งด้านนอก ซูนยองละมือด้านหนึ่งจากส่วนสำคัญไปบีบสะโพกมินกยูเบาๆ อย่างหยอกล้อ

“ฮื้ออ พะพี่ซูน พี่ซูนยอง"

“ว่าไงหื้ม? เด็กดีของพี่ จะเอาอะไรไหนบอกพี่สิครับ"

“ผะผม พี่ซูนยองอะ"

“อยากได้อะไร หื้ม?”

“ระเร็วกว่านี้อะ อ๊า พี่ อื๊อออ"

“อ่า เมื่อกี๊ตอนอาบน้ำล่ะเสร็จช้า แต่ตอนนี้ เสร็จเร็วเชียวนะคนดี"

“อะ ฮื้ออ พะพี่"

คงเพราะถูกกลั่นแกล้งมาตั้งแต่ตอนอยู่ในห้องนั่นแหละ มินกยูค่อยผ่อนคลายลงเมื่อได้ปลดปล่อย แต่ซูนยองก็ไม่หยุดแค่นั้น เขาดึงมือแฟนหนุ่มให้มาจับสะโพกตนเอง และจากตรงนั้นมินกยูก็รู้หน้าที่พอที่จะทำเองต่อ ซูนยองเงยหน้าขึ้นหลับตาอย่างพึงพอใจก่อนจะต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อมืออีกข้างของมินกยูจับเข้าที่เดียวกับที่เมื่อกี๊เขาเพิ่งรังแกอีกฝ่ายไป

“อะ อามินกยูอ่า"

“ชอบมั้ยครับ พี่ซูนยอง?”

“อืม แรงอีกสิ อ่า แบบนั้นแหละ"

แต่ไม่ได้ ซูนยองไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว เขาดึงมือมินกยูไปด้านหลังกว่าเดิม สอดเข้าไปในที่ลึกกว่าเก่า และมินกยูคนเก่งก็จัดการต่อทันที ซูนยองซบหน้าลงกับไหล่อุ่นแล้วร้องครวญครางเสียงแผ่วขณะที่โยกสะโพกขึ้นลง ความแน่นตึงทำให้ซูนยองสุขแทบบ้าจนทนไม่ไหว มินกยูมองสะโพกขาวที่ขยับขึ้นลงสวนกับปลายนิ้วของตนเองด้วยใบหน้าร้อนวูบวาบก่อนที่จะถูกดึงมือออกและส่วนกลางลำตัวจะถูกปลุกปั่นขึ้นมาอีกครั้ง

“พร้อมมั้ย คนดีของพี่"

“พะพร้อมครับ"

“พี่ขอนะ"

“ครับอ่ะ อะ-”

ร้อน ร้อนซะยิ่งกว่าน้ำในบ่อ ภายในร่างกายของซูนยองร้อนจนหลอมละลาย มินกยูหลับตาพริ้มแล้วถอนหายใจยาวในขณะที่ซูนยองค่อยๆ กดสะโพกลงช้าๆ นี่ไม่ใช่แค่ครั้งแรกของมินกยูหรอก แต่เป็นครั้งแรกของเขาเหมือนกัน ออกจะเจ็บอยู่นิดหน่อย แต่ซูนยองไม่สนใจ เพราะความสุขมันมากกว่ามาก เมื่อปรับสภาพได้ซูนยองก็ค่อยเพิ่มความเร็วมากขึ้น ทุกจังหวะที่เติมเต็มเข้ามาเหมือนภายในของซูนยองจะสั่นระรัวมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งฝ่ามือของมินกยูอยู่ที่เอวและอีกฝ่ายกระแทกสวนขึ้นมา ซูนยองรู้สึกเหมือนคล้ายหน้ามืดจะเป็นลม ดาวพร่างพรายเต็มฟ้าไปหมด พายุปั่นป่วนในร่างกายหมุนเร็วขึ้นตามจังหวะที่อีกฝ่ายส่งเข้ามา

จนในที่สุดทุกอย่างก็แตกระเบิด และค่อยๆ สงบลง

ทั้งซูนยองและมินกยูหอบหายใจหนัก สองแขนกอดกันไว้แน่น อบอุ่นไปทั้งกาย ทั้งใจ มินกยูจูบกลุ่มผมสีดำที่ซุกอยู่ที่ไหล่ตัวเองเบาๆ สองมือลูบแผ่นหลังซูนยองแล้วค่อยซบหน้าลงบนไหล่อีกฝ่ายด้วยความเหนื่อยอ่อน ซูนยองจูบที่ไหล่มินกยูเบาๆ รู้สึกเต็มอิ่มจนอดยิ้มออกมาไม่ได้

“มินกยูอา"

“ครับ?”

“รักนะครับคนดี"

“รักเหมือนกันครับ"

“ตอนนี้.. มินกยูก็เป็นของพี่แล้วสิ"

“พี่ก็เป็นของผมเหมือนกัน"

“อืม ครั้งนี้ก็แค่นี้ก่อนละกันเนอะ"




“ครั้งหน้าพี่ไม่หยุดแค่นี้นะครับ"