ความมืด เสียงฝน กลิ่นดอกไม้
สามอย่างนั่นทำให้ผมรู้ว่าเขาจะปรากฎตัวขึ้น ไม่มีทางหนี ไม่มีทางซ่อน และไม่สามารถเตรียมตัวตั้งรับอะไรได้เลย เพราะกว่าผมจะรู้ตัวอีกที เขาก็จะมาถึงแล้ว ผมยังจำครั้งแรกได้อยู่เสมอ ครั้งแรกที่เจอกับเขา ไม่สิ ครั้งแรกที่เขาหาตัวผมเจอ หนึ่งใน ‘สมบัติ’ ของเขา ครั้งแรกที่เขาต้อนผมเข้าสู่อ้อมกอด ครั้งแรกที่เขาปลดเปลื้องเกราะกำบังของผมออก
เขาจะมาในตอนที่ผมคาดไม่ถึง อยู่ดีๆ ผมก็จะวูบหมดสติไป หรือบางทีผมก็จะตัวชา ขยับไม่ได้ มันจะเริ่มจากเสียงกระซิบบ้าง เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ลอยมาตามสายลม ประตูที่ปิดและลงกลอนด้วยตัวเอง หรือผมอาจจะลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงที่เต็มไปด้วยดอกไม้ และมีดวงตาเป็นประกายสีเลื่อมพราย สว่างสไวท่ามกลางความมืด จ้องตรงมาที่ผม
อย่างตอนนี้
ปลายนิ้วของเขาไล้ลงมาที่ข้างแก้มผมอย่างแผ่วเบา ผมได้แต่นอนนิ่ง ยินยอมให้เขาได้สัมผัสแต่โดยดี เขาหัวเราะเบาๆ ให้กับความว่าง่ายของผม และมอบจูบลงบนหน้าผากให้เป็นรางวัล
“เด็กดี คิดถึงฉันมั้ย?”
นานพอดู ที่เขาไม่ได้มาหา
“เจย์ที่รักของฉัน คิดถึงฉันสินะ”
หลักฐานอยู่ที่ปลายนิ้วของเขา ผมไม่จำเป็นต้องตอบอะไร เขาหัวเราะขึ้นอีกครั้ง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ หลุบต่ำลงมองความ ‘คิดถึง’ ของผม เขาออกแรงอีกนิดและเหลือบมองสีหน้าที่เด่นชัดในความมืดของผม
“เธอก็รู้ ว่าเธอเป็นคนโปรดของฉัน”
ดอกไม้ป่าส่งกลิ่นหอมฉุน อบอวลไปทั้งห้อง ผมกำลังดำดิ่งลงไปในจินตนาการ มือสองข้างกำกลีบดอกนิ่มจนเปียกชุ่ม ไม่ต่างจากร่างกายของผม ที่สนองตอบต่อเขา เขาให้รางวัลผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนผมมึนเมา ในขณะที่ยังจัดการพิสูจน์ความคิดถึงของผม ทั่วทุกซอกมุม
“เจย์ที่รัก คงเหงามากสินะ คิดถึงฉันขนาดนี้เชียว”
ใบหน้าของผมจมไปกับหมอน ในความมืด ความลับทั้งหมดถูกกางเปิดออก อวดความเปลือยเปล่าให้ดวงตาคู่นั้นได้จ้องมองจนอิ่ม ผืนเตียงชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำจากดอกไม้ป่า ผมกำลังจะทนไม่ไหว เขาไม่เคยออมแรงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“เจย์ที่รัก ฉันก็คิดถึงเธอ มากที่สุด เด็กดีของฉัน”
เขาที่มีกลิ่นหอมยั่วยวนเหมือนดอกไม้ป่า โหมกระหน่ำเหมือพายุ และชุ่มฉ่ำเหมือนสายฝน มักจะหายไปในเงามืด ผมจำทุกสัมผัสที่เขามอบให้ได้อย่างดี และร่องรอยหลักฐานก็ยังคงอยู่ครบทุกอย่างในตอนเช้า
หลังจากนั้น ทุกอย่างก็จะกลับเป็นปกติ
จะมีก็แต่ หยาดน้ำจากดอกไม้ป่าที่ยังอยู่ในร่างของผม รอการมาเยือนของเขาอีกครั้ง
“ชานนน~”
“ไม่ ไม่ ไม่! ไม่ต้องเลยนะ!”
เจ้าของดวงตาสีทองเม้มปาก แล้วตีหน้าเศร้าสร้อย แต่ชานน่ะไม่หลงกลหรอก เขารู้ว่าอีกคนเหลี่ยมจัดแค่ไหน แทบไม่เคยแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาหรอก กะอีแค่ถูกปฏิเสธนิดเดียวแบบนี้ ทำหน้าเศร้าอ้อนไปไม่กี่วินาทีเดี๋ยวก็กลับมาฉอเลาะต่อนั่นแหละ พูดไม่ทันขาดคำเขาก็ยิ้มขึ้นมาอีกจริงๆ แถมยังก้าวเข้ามาประชิดตัวแล้วซบหน้าลงกับไหล่ของชานอีกต่างหาก
“พี่เหนื่อยมากเลยนะชาน แทบไม่ได้นอนเลยล่ะ”
“แล้วมันความผิดของใครเหรอครับ? คุณท่านโฮชิ?”
“พูดจาห่างเหินจังเลย พี่กำลังต้องการกำลังใจอยู่นะครับ ชาน”
“กำลังใจน่าจะเต็มเปี่ยมอยู่แล้วนะครับ สูบพลัง ‘ลูกหมาน้อย’ คนนั้นตั้งสี่ห้าชั่วโมง”
“ชาน~ หึงพี่รึเปล่าครับ?”
ชานขมวดคิ้วแล้วผลักหัวโฮชิออกจากไหล่ คนถูกผลักตีหน้าเศร้าอีกครั้ง แต่ชานไม่เชื่อหรอก ไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น ทั้งที่ทำเหมือนเสียใจแต่จริงๆ กำลังสนุก ทั้งที่ทำเหมือนเหนื่อย แต่จริงๆ ก็มีพลังอยู่เต็มเปี่ยม ก็คุณโฮชิน่ะ ‘กิน’ ไปตั้งเยอะนี่ ลูกหมาน้อยคนนั้นน่ะ
“ชาน~ ชานก็รู้นะว่าสำหรับพี่แล้ว ชานน่ะทั้งหอม ทั้งหวาน น่ากินที่สุดเลย รู้มั้ย เสือน้อยสีชมพูของพี่?”
“ไม่รู้ครับ รู้แต่ว่า คุณคงอิ่มพอดูแล้วล่ะ กินเข้าไปเต็มที่เลยนี่ อย่าตะกละเลยครับ”
โฮชิยิ้มร้ายออกมา ก็จริงอย่างที่ชานว่าล่ะนะ เขาเพิ่งกินมื้อใหญ่ไป จริงๆ แล้วก็ไม่ได้หิวอะไรหรอก คนอย่างเขาเคยขาดปากที่ไหน แค่เห็นชานแล้วก็อยากแกล้งเท่านั้นแหละ อีกอย่าง หลังมื้อหลัก ก็ต้องกินขนมหวานสักหน่อยไม่ใช่เหรอ เขาเลยอาศัยจังหวะที่ชานยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ เข้าไปยืนซ้อนหลังแล้วกัดเข้าที่คอด้วยแรงที่ไม่เบานัก ชานสะดุ้งแล้วรีบกระโจนหนีทันที ดวงตาสีทองเหลือบแดงส่องประกายระยิบระยับ เขี้ยวสีงาโผล่พ้นจากริมฝีปากออกมาพร้อมเสียงขู่เบาๆ โฮชิยกมือสองข้างขึ้นแล้วยิ้มสบายๆ
“โทษทีๆ อย่าโมโหเลยนะชาน”
ชานไม่ตอบ ไหล่ทั้งสองข้างยังเกร็งอยู่ แต่เขี้ยวหายเข้าไปแล้ว
“แต่ก็ ขอบคุณสำหรับของหวานนะ ยังอร่อยเหมือนเดิมเลยจริงๆ”
โฮชิเดินกลับเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัวของเขา เหยื่อที่จะถูกเขากินจะถูกนำมาไว้ที่นี่ทีละคนเท่านั้น เพราะเขานอกจากการกินแล้ว เขายังชอบเล่นกับเหยื่อด้วย เพื่อเพิ่มรสชาติล่ะมั้ง ไม่มีเครื่องปรุงอะไรที่อร่อยไปกว่าความกลัวอีกแล้ว หลังจากถูกกินครั้งแรก ชะตาของเหยื่อก็จะมีอยู่สองทาง หนึ่งคือส่งต่อให้คนอื่น สองคือถูกเอาไปเก็บไว้ในหนึ่งในห้องของเขาซึ่งจะเกิดขึ้นเฉพาะกับเหยื่อที่เขาถูกใจมากเท่านั้น ณ ตอนนี้น่าจะมีแค่สองคน ม้าตัวนั้น กับลูกหมาตัวนี้ที่เขากำลังจะพาไปด้วยตัวเอง
“โถ หลับไม่รู้เรื่องเลย คงจะเหนื่อยมากสินะ ลูกหมาน้อย”
โฮชิไล่สายตามองรอยฟันสีแดงเข้มที่เขาเป็นคนฝากไว้ทั่วร่างของเหยื่อตัวโต วิธีการกินของเขาคงจะน่ากลัวกว่าที่คิดมาก เหยื่อกี่คนๆ ก็ตกใจ และกลัวจนเป็นลมไปหมด แต่นั่นแหละความสนุกขอการ ‘กินครั้งแรก’ รสชาติจะอร่อย สดใหม่ และเข้มข้นที่สุด โฮชิน่ะชอบมากเลยล่ะ เขาอุ้มร่างหนักๆ ขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง บนใบหน้ามีรอยยิ้มกว้างอยู่
“ไปที่ห้องกันดีกว่านะ”
ผมตื่นมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่แย่ที่สุด ปวดไปหมดทั้งตัว รู้สึกอ่อนเพลียจนลืมตาแทบไม่ขึ้น แถมยังไม่มีแรง แต่พอขยับไปตัวมานิดหน่อยผมก็รู้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ยนเตียงที่นุ่มมาก ต่างจากเตียงไม้กับฟูกบางๆ ที่บ้าน ความทรงจำค่อยๆ กลับมาทีละน้อย ดวงตาสีทอง ฟันแหลมคม เจ็บ เจ็บไปหมดทั้งตัว แล้วก็ความรู้สึกที่เหมือนถูกดูดวิญญาณ และถ้าให้เดา ตอนนี้ผมก็ยังอยู่ที่เดิม นรกที่มีปีศาจน่ากลัวเป็นคนคุมอยู่ ในห้องมืดสนิท ผมไม่รู้จะเปิดไฟได้ตรงไหน จะให้เดินหาก็คงจะยากเพราะแค่จะยกแขนยังยกแทบไม่ขึ้นเลย
แล้วประตูก็เปิดออก
แสงที่เข้ามาในห้องไม่ได้สว่างเท่าไหร่ เป็นแสงสีส้มไหวๆ เหมือนแสงเทียน ผมกลั้นหายใจเมื่อเห็นเรือนผมสีชมพูสะท้อนกับแสงไฟ เพียงไม่กี่วินาทีประตูก็ปิด และห้องก็มืดสนิทอีกครั้ง แต่ผมรู้ว่าตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในห้องแค่คนเดียว และเมื่อผมเพ่งมองอีกครั้ง ผมก็เห็น ดวงตาสีทองประกายแดง สว่างขึ้นท่ามกลางความมืด เขาต้องเป็นปีศาจเหมือนกันแน่ๆ ดวงตาคู่นั้นขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมก็รู้สึกถึงปลายนิ้วเย็นเฉียบที่สัมผัสช่วงลำคอ ผมกลัวจนตัวแข็ง ไม่กล้าแม้กระทั่งจะหายใจ หรือกระพริบตา
“กลัวงั้นเหรอ ‘ลูกหมา’”
ลูกหมาอีกแล้ว ทำไมพวกเขาถึงเรียกผมแบบนี้กันนะ
“ไม่ต้องกลัวไปหรอก ฉันก็แค่อยากจะรู้ ว่าอะไรที่ทำให้คุณโฮชิติดใจนายถึงขนาดนี้เท่านั้น”
แล้วความเจ็บที่คุ้นเคยก็เกิดขึ้นอีกครั้งแถวลำคอ เขี้ยว ผมกำลังถูกกัดอีกแล้วสินะ เจ้าของดวงตาสีทองแดงกัดเนื้อที่ลำคอผมแช่ค้างไว้แบบนั้นก่อนจะหมุนบิดจนผมเกือบจะกรีดร้องออกมาถ้าผมไม่กลัวจนขยับตัวไม่ได้ ความเจ็บนี้ต่างจากคนคนนั้นมาก เจ็บเพราะเขาเหมือนตั้งใจจะฉีกกระชากเนื้อของผมออกไปจริงๆ ไม่ใช่แค่กัดอย่างใครอีกคน
เจ็บ เจ็บ เจ็บจนจะทนไม่ไหวแล้ว ช่วยด้วย
แล้วผมก็ทนต่อความเจ็บไม่ไหว สติเริ่มเลือนลาง ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทอีกครั้ง ไม่มีแม้แต่ดวงตาที่ส่องประกายแวววับสีแดง
ดวงตาของเขาเป็นสีทอง
นั่นเป็นสิ่งแรกที่ผมเห็น หลังจากผ้าปิดตาที่ถูกผูกไว้หลายชั่วโมงถูกปลดออก ดวงตาของผมไม่ต้องใช้เวลานานนักในการปรับแสง เพราะในห้องนี้ก็มืดเหมือนกัน ผมกลอกสายตามองไปรอบๆ ทั้งผนัง เพดาน และพื้นเป็นหินหมด เย็นเฉียบ ลวดลายของมันทำให้มองแล้วลายตา โคมไฟที่ห้อยลงมากลางห้องก็ไม่ได้สว่างเท่าไหร่เลย แสงสีออกฟ้าๆ ของมันยิ่งทำให้ปวดตากว่าเดิมอีก ยังไม่ทันที่ผมจะได้มองสำรวจอะไรต่อ ดวงตาสีทองนั่นก็ขยับเข้ามาใกล้ผมอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนผมผงะหนี ทำให้เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ฝ่ามือเย็นเฉียบนาบลงมาบนแก้มของผม ปลายนิ้วไล้ไปมาช้าๆ ดวงตาที่เหมือนมีประกายระยิบระยับของเขาเลื่อนมองไปตามใบหน้าของผม
“ตาโตใช้ได้ คิ้วเข้มดี ปวกก็อิ่ม จมูกโด่ง”
ฝ่ามือของเขาไล่ลงมาที่ไหล่ และลูบต้นแขนของผมไปมา ริมฝีปากของเขากระตุกยิ้มขึ้น
“ผิวนวลเนียน สีน้ำผึ้ง สวยดีจริงๆ”
“ฮื่อ!”
ผมส่งเสียงออกมาเบาๆ เมื่อเขาหยิกเข้าที่แขนผมก่อนจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ผมก้มหน้านิ่งขณะที่เขาเดินวนรอบตัวผมช้าๆ ในใจพยายามคิดหาทางรอด แต่ก็รู้อยู่แล้วว่าไม่มี มือสองข้างถูกมัดไพล่หลังแบบนี้ คงจะป้องกันตัวไม่ได้เลย ถึงขาจะยังวิ่งได้ แต่กับคนคนนี้ คงไม่มีทางหนีพ้แน่ๆ ผมสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเขาวางคางลงมาบนไหล่ สองมือลูบหน้าขาผมไปมา
“ต้นขาแข็งแรง มีทั้งกล้ามเนื้อ และไขมัน ทั้งแข็ง ทั้งนิ่ม แน่น”
“ท่าทางจะอร่อย น่ากินใช้ได้เลยล่ะ”
“!!”
ผมพอจะเคยได้ยินเรื่องเล่าอยู่บ้าง ว่าในเมืองมีปีศาจอยู่ ปีศาจที่ทำให้ผู้คนหายไป ปีศาจที่ลักพาพวกเขาไปซ่อน ปีศาจที่จับพวกเขากิน มีเรื่องเล่าอยู่หลากหลาย แต่เขาไม่ค่อยจะเชื่อนัก เพราะไม่คิดว่าจะมีปีศาจอยู่ได้ จนกระทั่งได้มาเจอเองแบบนี้ ปลายจมูกของเขาซุกอยู่แถวต้นคอของผม สูดดมฟุดฟิดจนขนลุกขนชันไปหมด
“กลิ่นต้นไม้ กลิ่นดิน กลิ่นแดด แล้วก็ กล้ามเนื้อที่แขนแบบนี้ คนตัดฟืนสินะ หอมดีจริงๆ”
ผมเชิดหน้าขึ้นเมื่อเขาไล้จมูกสูงมาจนถึงช่วงกราม ผมได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆ ก่อนที่ฟันของเขาจะกัดลงมา
นั่นทำให้ผมพยายามบิดตัวหนี ขัดขืนเขาเป็นครั้งแรก แต่เขาไม่ได้โมโหอย่างที่คิด เขาหัวเราะออกมาแล้วผลักผมจนนอนตะแคงลงบนพื้นแทน เขาท้าวแขนลงบนช่วงสะโพกของผม แล้วยื่นหน้ามาหา ยิ้มให้ผมอย่างนั้นในขณะที่ปลายนิ้วเลิกชายเสื้อผมขึ้นจนมากองอยู่ช่วงอก เขาผิวปากแล้วเอียงหัวมองช่วงหน้าท้องของผม
“ไม่เลวเลยจริงๆ งานที่ใช้แรงทำให้ดูน่ากินขนาดนี้เลยนะ”
ผมพยายามบิดตัวหนีเมื่อฝ่ามือของเขาฟาดลงมาที่หน้าท้อง ความเจ็บค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอื่นเมื่อเขาลากมือไปมา รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของผม
“ยิ่งเหงื่อแตก ก็ยิ่งหอมนะ กลัวงั้นเหรอ? ลูกหมาน้อย”
ลูกหมาน้อยงั้นเหรอ
“ฉันคิดว่าหมาเนี่ยจะเหม็นสาบทุกตัวซะอีก แต่เธอเนี่ยก็หอมดีออกนะ แถมยังร่างกายสวย น่ากินแบบนี้อีก ครั้งสุดท้ายที่ฉันได้กินของอร่อยแบบนี้ ก็น่าจะเป็นม้าตัวนั้นล่ะมั้ง ต้นขาของม้าตัวนั้น สุดยอดไปเลย แต่ของเธอ ก็น่าสนใจไม่เบานะ”
แล้วเขาก็ฟาดมือลงมาบนต้นขาของผม ก่อนจะดึงชายเสื้อของผมขึ้นอีกแล้วยัดใส่ปากผมพร้อมคำสั่งสั้นๆ
“คาบไว้”
ดวงตาสีทองของเขาจ้องผมนิ่ง และผมก็คาบเสื้อไว้อย่างที่เขาสั่ง เขาจับผมให้นอนหงายแล้วปีนขึ้นมานั่งบนตัวผม ปลายนิ้วไล้ตั้งแต่ใบหน้า ลำคอ ลงมาช่วงอก และหน้าท้อง การกระทำของเขาเชื่องช้า และอ้อยอิ่ง กว่าจะผ่านแต่ละจุด เขาต้องลากซ้ำไปซ้ำมาอยู่ไม่ต่ำกว่าสองรอบ และเขาก็จะชำเลืองมองสีหน้าผมอยู่ตลอด ถ้าผมสะดุ้งหรือกลั้นหายใจเมื่อไหร่เขาก็จะแสยะยิ้มออกมาราวกับมันเป็นเรื่องสนุก
ผ่านไปไม่รู้นานเท่าไหร่ ที่เขาสัมผัสร่างกายของผมอย่างแผ่วเบา ซ้ำไปซ้ำมา จนในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว ยังไงผมก็คงไม่มีทางรอดอยู่แล้ว ถ้าจะตาย ก็รีบๆ ตายซะเลยดีกว่า ผมไม่อยากจะทนกับอะไรแบบนี้อีกแล้ว
“ฆ่าผม แล้วก็กินผมเลยสิ!”
เขาเลิกคิ้วแล้วมองหน้าผม
“ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว อยากจะฆ่าก็ฆ่าเลย คุณทำให้ผมกลัวไปมากกว่านี้ไม่ได้หรอก!”
เขาท้าวแขนลงบนช่วงอกผมแล้วโน้มหน้าลงมาหาพร้อมรอยยิ้ม
“นี่เธอ คิดว่าฉันจะกินเธอแบบไหนเหรอ?”
แบบไหน? มันมีหลายแบบรึไงกัน
“โถๆ ลูกหมาน้อย ใสซื่อซะจริงๆ”
เขาเคลื่อนตัวขึ้นจนริมฝีปากของเขาอยู่ติดริมใบหูของผม
“คำว่ากินของฉัน สนุกกว่าการฉีกกระชากกล้ามเนื้อของเธอมาก ถ้าฉันกินเธอเข้าไปจริงๆ ฉันก็สนุกกับเธอได้แค่ครั้งเดียวน่ะสิ แต่ถ้าฉันกลืนกินเธอ แบบไม่ต้องเสียเลือดสักหยดล่ะก็ ฉันจะได้ลิ้มรสความอร่อยของเธอเรื่อยๆ เลยไงล่ะ ลูกหมาน้อย”
ว่ายังไงนะ?
เขาหยัดตัวขึ้น และแสยะยิ้มอีกครั้ง ช่วงหัวของเขาบังแสงไฟจนตัวเขาเป็นเงามืด มองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากดวงตาสีทองที่เป็นประกายคู่นั้น
“เอาล่ะ ลูกหมาน้อย รสชาติของเธอน่ะ ขอฉันลองหน่อยก็แล้วกันนะ”