Friday, 16 December 2016

Escalation #minsoon

“ซูนน!! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!!??”


มินกยูแทบเป็นลมเมื่อเห็นสภาพพี่ชาย จริงๆ ก็สงสัยตั้งแต่ตอนที่มีเสียงเคาะประตูบ้านแล้วนั่นแหละ เพราะทั้งคุณแม่ทั้งซูนยองมีกุญแจทั้งคู่ แต่คุณแม่น่าจะยังไปทำงานไม่กลับ ซูนยองก็ออกไปเรียน เหลือเขาที่โรงเรียนหยุดพิเศษในวันครบรอบอะไรสักอย่างของโรงเรียนเลยได้อยู่บ้านคนเดียว แต่พอมาเปิดประตูก็เจอใครไม่รู้สองคนหิ้วปีกพี่ชายอยู่


“เอ่อ มินกยู ให้ฉันเข้าบ้านก่อนเดี๋ยวอธิบาย"


มินกยูเดินอึ้งๆ ตามพี่ชายที่ถูกประคองเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่น ถ้าเดินไม่ได้แบบนี้น่าจะมีปัญหาที่ขา แต่ก็ไม่ได้มีแผลหรือเลือดไหลที่ตรงไหน หรือว่าแผลจะอยู่ที่ช่วงน่องกันนะ มินกยูรีบปรี่เข้าไปคุกเข่าที่พื้นใกล้ๆ ซูนยองแล้วเลิกขากางเกงขึ้นทันที ไม่ต้องหาที่ไหนเลย ข้อเท้าซูนยองบวมตุ่ยแถมยังเป็นสีช้ำๆ แปลกๆ อีกด้วย มินกยูเงยหน้ามองพี่ชายพร้อมสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ทำให้ซูนยองถอนหายใจยาวแล้วเอื้อมมือมาลูบหัว


“ข้อเท้าพลิกนิดหน่อยน่ะ ไม่เป็นไรมากหรอก"


แต่ถึงอย่างนั้นมินกยูก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ก็ปกติซูนยองไม่ค่อยจะเจ็บตัวบ่อยซักหน่อย มีแต่เขานี่แหละเป็นประจำ มินกยูลูบบริเวณข้อเท้าซูนยองเบาๆ บวมมากพอสมควรเลย มหาวิทยาลัยไม่ได้ไกลจากบ้านมากก็จริง แต่ก็ไกลเกินกว่าจะเดินลากขาแบบนี้กลับมาได้

“ซูนอะ บวมขนาดนี้เดินมาได้ยังไงกัน ไม่เจ็บหรือไง"



“ไม่เจ็บมากหรอก อีกอย่างจีฮุนกับวอนอูก็ช่วยพยุงฉันไง เอ้อ มินกยู นี่เพื่อนฉัน จีฮุนกับวอนอู จีฮุนวอนอูนี่น้องฉันเอง ชื่อมินกยู"


มินกยูหันหน้าไปหาแล้วค้อมหัวน้อยๆ คนที่ชื่อวอนอูตัวสูง แต่ค่อนข้างผอมจนเหมือนจะปลิวไปตามลม อีกคนถึงจะไม่ได้ตัวผอมนักแต่ก็ตัวเล็กมากจนน่าจะถูกลมพัดได้เหมือนกัน ดูท่าทางซูนยองจะต้านลมที่สุดในสามคนแล้ว มินกยูกัดกระพุ้งแก้มตัวเองเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะออกมา คณะของซูนยองมีแต่คนตาเล็กรึเปล่านะ ก่อนจะหลุดเสียมารยาทมินกยูรีบหันกลับมาหาพี่ชายแล้วถามต่อ


“แล้วซูนไปทำอะไรทำไมเป็นแบบนี้?”


“เอ่อ.. ฉัน พอดีชั้นหนังสือมันสูงน่ะ ฉันเลยเหยียบบันไดขึ้นไปแต่มันลื่น-”


“ลื่นที่ไหนกัน วางบันไดผิดทางแล้วเหยียบขึ้นไปแบบนั้นจนมันล้มต่างหาก เซียร์ดุม บลินเด โทมาเท"


“ไอ้บ้าวอนอู ไม่ต้องมาว่าฉันโง่เลยนะ นายขำฉันตั้งเกือบหนึ่งนาทีกว่าจะช่วย! หิโด้ยยย!!"


“เลิกเถียงกันเถอะน่า หนวกหูจริง หว่อเซียนโจ่วเลอ จ่าวยรื่อฮุยฟู่เจี้ยนคัง"


“งั้นฉันก็กลับละ มาคซ กู้ท ฟิชคอพฟ์"


“ไปเลย!”


มินกยูนั่งนิ่งเมื่ออยู่ๆ ทั้งสามคนก็พ่นภาษาแปลกๆ ออกมาก่อนที่คนที่ชื่อจีฮุนจะส่ายหน้าแล้วเดินกลับออกไปก่อน ตามด้วยคนที่ชื่อวอนอู เขาเองก็รู้ว่าซูนยองเรียนคณะอักษรศาสตร์แต่ไม่คิดว่าจะคุยกันแบบนี้ แถมเท่าที่ฟังยังเป็นคนละภาษาด้วย ซูนยองนั่งฮึดฮัดอยู่ครู่หนึ่งก็หันมามองมินกยูที่นั่งตาแป๋วอยู่กับพื้น


“นั่งพื้นอยู่ทำไมล่ะ ขึ้นมานั่งดีๆ มา"


“ปกติพี่กับเพื่อนคุยกันแบบนี้เหรอ?”

“อ่า อื้ม ฝึกภาษาไปด้วยน่ะ วอนอูเอกเยอรมัน จีฮุนเอกจีน ฉันญี่ปุ่นรู้แล้วนี่"



“นั่นแหละ แล้วคุยกันรู้เรื่องเหรอ?”


“คุยไปคุยมาก็รู้เรื่องเอง โดยเฉพาะคำด่า"


“เอ่อ ครับ"


มินกยูลุกเดินไปในครัวแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาวิธีปฐมพยาบาลอาการข้อเท้าพลิกก่อนจะกลับเข้ามาในห้องรับแขกพร้อมถุงน้ำแข็ง นั่งลงบนโซฟาอีกฝั่งแล้วดึงขาซูนยองขึ้นมาพาดบนตักตัวเองจนเจ้าตัวแทบไหลตกโซฟา


“เห้ยๆ ทำอะไร"


“นิ่งๆ เถอะฮะ ข้อเท้าพลิกเขาให้เอาน้ำแข็งประคบ แล้วก็ให้เอาเท้าอยู่สูงไว้ก่อน"


“จ๊ากกก เย็นนนนนมินกยูเย็น!”


“อ่า ซูนเขาบอกให้หนุนสูงกว่าระดับหัวใจด้วยอะ งั้นเดี๋ยวผมเอาหมอนหนุนให้นะ"


“มะ ไม่ต้องๆ เว่อร์แล้วมินกยูไม่เอาๆ"


มินกยูไม่ฟังซูนยองที่ยกมือปัดไปมาเป็นพัลวัน น้องชายตัวสูงวางขาซูนยองลงบนพนักแล้วหยิบๆ หมอนจากบนโซฟามากองรวมกัน ซูนยองพยายามดิ้นหนีแต่มินกยูรวบเอวพี่ชายไว้แล้วสอดหมอนเข้าไปข้างใต้ต้นขาจนลอยขึ้นพอประมาณถึงจะกลับมานั่ง เอาหมอนใบหนึ่งวางรองน่องกับข้อเท้าซูนยองไว้ประคบน้ำแข็งที่ข้อเท้าต่อ ซูนยองที่เห็นน้องอุตส่าห์ตั้งใจก็ถอนหายใจเฮือกแล้วไม่ได้พยายามขยับตัวหนีไปไหนถึงจะเมื่อยๆ นิดหน่อยก็เถอะ


“จริงๆ เวลาข้อเท้าพลิกแบบนี้เขาให้อยู่นิ่งๆ ด้วยซ้ำนะ อุตส่าห์ลากเดินมาจนถึงบ้านได้ผมละยอมซูนจริงๆ เลย ฮุ่ย ไม่ปวดรึไง"


“ก็ ก็ปวดนิดหน่อย แต่จะให้ฉันทำยังไงล่ะ ที่คณะไม่มีห้องพยาบาลสักหน่อย จะไปโรงพยาบาลก็เว่อร์ไป นี่เพื่อนก็ช่วยพยุงแล้วไง"


“เพื่อนซูนหิ้วปีกซูนยังไงซูนก็ต้องกะเผลกๆ เองอยู่ดีอะ"


“แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะมินกยู?”


“โทรเรียกผมสิ เดี๋ยวผมไปอุ้มซูนกลับมาเอง"


ซูนยองอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อน้องชายทำหน้ามุ่ยแล้วขมุบขมิบปากไม่หยุด ตัวเขาเองก็รู้ว่ามินกยูคงเป็นห่วงมาก แต่ที่พูดออกมาเมื่อกี๊ทำให้เขาแปลกใจนิดหน่อย น้องชายของเขาคงจะโตแล้วจริงๆ นั่นแหละ ปกติคำพูดแบบเมื่อกี๊จะเป็นเขาพูดซะส่วนใหญ่ ก็เมื่อก่อนมินกยูหกล้มบ่อยจะตายไป ซูนยองยันตัวขึ้นเล็กน้อยจนมินกยูหันมาปรามแต่ก็ไม่ฟังเอื้อมมือไปลูบแก้มน้องชายเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม


“ขอบใจนะมินกยู"


“ง่ะ"


“หืม?”


“ทำแบบนี้ ผมเขินนะ ซูนบ้า"


แล้วหลังจากนั้นไม่ว่าซูนยองจะไปไหนมินกยูก็เป็นคนอุ้มไปตลอด ซูนยองไม่ได้ตัวเล็กอะไร แต่มินกยูตัวโตกว่ามากก็เลยไม่ได้ลำบากอะไรเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นซูนยองก็ไม่ค่อยชอบถูกอุ้มเลยนอนอยู่บนเตียงซะส่วนใหญ่จนทำให้เริ่มเมื่อยตามตัว มินกยูมองพี่ชายที่ถีบขาไปมาหน้ามุ่ยแล้วก็ต้องกลั้นหัวเราะ ซูนยองในมุมหงุดหงิดจนแทบจะงอแงแบบนี้เขาเห็นไม่บ่อยนักหรอก


“ซูน เป็นอะไรอะ ถีบขาทำไม"


“ปวดขา ปวดเอว ฉันเอาแต่นอนทั้งวันมาหลายวันแล้วนะ"


“ปกติก็เห็นนั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือไม่มีปัญหานี่ฮะ"


“มันไม่เหมือนกัน ฉันขยับขาไม่ได้ต้องเอาหนุนไว้แบบนี้ เมื่อไหร่จะหายบวมสักที!”


มินกยูส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อซูนยองโวยวายไม่เลิก คิ้วขมวดแน่นขนาดนั้นท่าทางจะอึดอัดมากจริงๆ แล้วอยู่ๆ มินกยูก็คิดอะไรดีๆ ออก รีบเดินเข้าไปค้นตู้เย็น แล้วก็เจอสิ่งที่ต้องการ ซูนยองมองน้องชายที่เดินกลับมาด้วยรอยยิ้มที่น่าสงสัยแล้วก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ แปลกๆ


“ยิ้มอะไรน่ะ? หน้าตาไม่น่าไว้ใจเลย"


“ซูนนน ซูนปวดขาใช่ปะ"


“อืม แล้วทำไม?”


“มาๆ เดี๋ยวผมนวดให้ดีกว่าน้า"


“เห้ย ไม่ต้องหรอกไม่ต้อง"


“ไม่ต้องอะไรกัน มาเถอะๆ ผมอยากนวดให้"


“นี่ๆ ไม่ต้องๆ มินกยู!”


ซูนยองตาเหลือกเมื่อน้องชายเขยิบตัวขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยกัน แถมยังคว้าขาด้านที่ข้อเท้าไม่พลิกขึ้นไปวางบนตักตัวเองอีก ซูนยองปวดขาน่ะใช่ แต่ตอนนี้อะไรๆ กำลังเริ่มดูอันตรายขึ้นทุกที วันนี้อยู่บ้านสบายๆ เขาก็ดันใส่กางเกงขาสั้นซะด้วย อีกครั้งสำหรับซูนยองที่รู้สึกว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่รู้สึกแบบนี้ แต่ตอนนี้อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปแล้ว ซูนยองพยายามดึงขาออกแต่มินกยูจับไว้แน่นแถมยังส่งสายตาดุๆ มาหาเขาอีก


“อย่าดิ้นสิซูน อยู่นิ่งๆ ถ้าข้อเท้าไม่หายบวมจะทำยังไง?”


“แต่ว่า มะไม่ต้องนวดหรอก นะ ไม่ต้อง"


“ก็ซูนปวดนี่ ถ้าไม่นวดจะปวดกว่านี้อีกนะ อยู่นิ่งๆ เถอะครับเดี๋ยวผมนวดให้ รับรองสบ๊าย"


“สบ๊ายอะไรกัน อ่ะ เย็นนนน มินกยูเย็นน ไม่เอาาา!!”


ไม่ปล่อยให้ซูนยองขัดขืนมากไปกว่านี้มินกยูรีบเปิดหลอดยาแล้วบีบเนื้อครีมลงบนขาของซูนยองทันที จริงๆ ยาตัวนี้ไม่ต้องแช่ตู้เย็นก็ได้แต่คุณแม่ซูนยองแช่ทุกอย่างไว้ในตู้เย็นหมด มินกยูนึกดีใจที่ยามันเย็นเพราะซูนยองกำลังหลับตาปี่แล้วเบ้ปากไปมา เป็นภาพที่เขาเห็นไม่บ่อยนัก มินกยูค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเนื้อครีมไปทั่วๆ น่องแล้วเริ่มบีบนวดเบาๆ


“ฮื่ออ มินกยูเย็นน"


“นิดนึงครับ ถ้าเจ็บก็บอกนะ"


มินกยูยิ้มขำเมื่อขาของพี่ชายสั่นน้อยๆ ท่าทางจะเย็นมากจริงๆ เพราะงั้นเขาเลยบีบนวดเร็วขึ้นเล็กน้อย พยายามถูยาไปทั่วๆ จะได้หายเย็นไวๆ ผ่านไปสักพักซูนยองก็มีสีหน้าที่ดีขึ้น แต่ก็หันหน้าหนีไม่ยอมมองหน้าเขาอยู่ดี มินกยูเลยแกล้งบีบยาเพิ่มจนพี่ชายร้องลั่นขึ้นมาอีกครั้ง


“เย็นนนนน แกล้งฉันเหรอมินกยู!!”


“เปล่านะครับก็ตรงนี้ยามันหมดแล้วอะ"


“ฮึ่ย!! โอ๊ยย เบาๆ เบาา!”


“เบาไปเหรอ เดี๋ยวเอาแรงกว่านี้ก็ได้"


“ไม่ใช่!! นายมือหนักไปแล้วฉันบอกให้เบา อ๊ากก เจ็บบบ ไอ้เด็กบ้า!!”


ผ่านไปสักพักมินกยูก็นวดส่วนน่องเสร็จ ซูนยองดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องดี มินกยูค่อยๆ ไล่สายตาเหนือขึ้นไปอีกเล็กน้อย ที่ต้นขา ถ้าเป็นเมื่อก่อนมินกยูก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ตอนนี้น้องชายตัวโตกลืนน้ำลายลงลำคออย่างยากลำบาก ต่อสู้กับตนเองในใจว่าจะนวดต่อดีมั้ย แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้ให้กับตัวเองก่อนจะบีบยาลงบนต้นขาของพี่ชาย


“หะเห้ย ตรงนี้ไม่ต้องหรอกมินกยู แค่น่องพอแล้ว"


“แต่ว่า นี่ก็ขาเหมือนกัน"


“ขะขาเหมือนกันแล้วไง ไม่ต้องๆ ฉันปวดแค่น่อง พอแล้วแหละ"


“ไม่ได้หรอก น่องกับต้นขามันก็ต่อกัน นวดแต่น่องอย่างเดียวไม่หายหรอก นะฮะ"


“ตะ แต่ว่า"


ท่าทางซูนยองเองก็ลำบากใจไม่แพ้เขา แต่อาจจะคนละแบบ มินกยูทาบฝ่ามือลงไปแล้วค่อยๆ ออกแรงบีบนวดจากเบาไปหนัก มินกยูพยายามคิดถึงเรื่องอาการข้อเท้าแพลงของพี่ชาย หรืออาการปวดเมื่อย หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ผิวสัมผัสที่ฝ่ามือของเขาตอนนี้ ซูนยองเคยเป็นนั่งวิ่งเพราะฉะนั้นกล้ามขาต้องมีอยู่แล้ว แต่หลังๆ มานี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเพราะเรียนหนัก ถึงกล้ามเนื้อจะหายไปบ้างแต่ต้นขาของซูนยองยังแน่นตึงอยู่ มินกยูค่อยๆ ถกขากางเกงซูนยองขึ้นแล้วสอดมือเข้าไปนวดช่วงด้านหลังของต้นขาด้วยจังหวะเนิบนาบ


“มะ มินกยู พอแล้วล่ะไม่ต้องนวดแล้ว"


มินกยูละสายตาจากต้นขาขึ้นไปมองหน้าพี่ชายเล็กน้อยแต่ก็ไม่เห็นเท่าไหร่นัก ซูนยองหันหน้าหนีไปอีกฝั่งจนเห็นแต่ใบหูที่ตอนนี้เป็นสีแดง มินกยูเลียริมฝีปากที่แห้งแปลกๆ ของตัวเองแล้วกลับมาสนใจต้นขาในมืออีกครั้ง เขานวดแรงขึ้นอีกนิด แน่นอนว่าเพื่อให้ซูนยองปวดขาน้อยลงไม่ใช่เพราะอะไรอย่างอื่น มินกยูที่เป็นคนนวดประจำตัวคุณแม่ซูนยองรู้ว่าเวลาปวดเมื่อยนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะเส้นเอ็นตึง ดังนั้นเขาจึงใช้นิ้วโป้งกดหาเส้นไปเรื่อยส่วนอีกสี่นิ้วคอยช่วยถูไปตามผิวเนื้อ


“สบายมั้ยครับซูน"


“เอ่อ อื้ม แต่ว่า พอแล้วล่ะ ฉันไม่ปวดแล้ว นะ"


“เหรอครับ แต่ตรงนี้ยังแข็งอยู่เลยนะ"


“ไม่หรอก ไม่ปวดแล้ว จริงๆ นะ"


แต่มินกยูที่เพิ่งจับเส้นเจอก็ไม่เลิกนวดสักที เพราะส่วนนี้ที่ิมินกยูจับอยู่ยังแข็งตึงอยู่จริงๆ ต้นขาด้านในนี่น่ะ ซูนยองเริ่มอยู่ไม่สุขเอื้อมมือมาพยายามดันมือน้องชายออกแต่มินกยูไม่ยอมปล่อยแถมยังดึงมือพี่ชายไปจับไว้อีกต่างหาก มินกยูกดปลายนิ้วลงไปบนเส้นแข็งๆ ช่วงโคนขาแล้วบดไปมาเพื่อให้คลายลงแต่ดูเหมือนว่าเส้นเอ็นส่วนนี้จะไม่ยอมง่ายๆ มินกยูอาจจะต้องออกแรงมากขึ้นอีกนิด นิ้วโป้งค่อยๆ กดแรงลงไปมากขึ้นแล้วบดเบียดไปมาเพื่อช่วยให้เส้นเอ็นคลายตัวลง-


“อ๊ะ เจ็บมินกยู พะพอแล้ว พอแล้วนะ"


ซูนยองกระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงแล้วจับไหล่น้องชายไว้ นั่นทำให้มินกยูสะดุ้งแล้วปล่อยมือออกทันที ทั้งสองคนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มีแต่เสียงหอบหายใจของซูนยองที่ค่อยๆ เบาลงเมื่อเวลาผ่านไป มินกยูรู้สึกว่าซูนยองตัวสั่นนิดหน่อยและคิดว่าตัวเองอาจจะนวดแรงไปนิดเพราะปกติเขานวดแต่หลังกับไหล่และคุณแม่ของซูนยองก็เป็นคนเนื้อค่อนข้างแข็ง เขาคงจะลืมไปว่าเนื้อส่วนต้นขานั้นอ่อน และไวต่อสัมผัสกว่ากันมาก มินกยูพยายามก้มลงมองหน้าซูนยองชัดๆ แต่พี่ชายก้มหน้าต่ำเลยไม่เห็นว่าทำสีหน้าแบบไหนอยู่


“เอ่อ ขอโทษครับผม ผมนวดแรงไปรึเปล่า"


“ไม่หรอก ขอบใจแต่ฉันหายปวดแล้วล่ะ นาย เอ่อ เอายาไปเก็บแล้วไปล้างมือเถอะ"


“โอเคครับ"


ในขณะที่มินกยูลุกจากเตียงสายตาก็เหลือบไปเห็นต้นขาของซูนยอง ตอนนี้มันแดงก่ำไปหมดนั่นทำให้มินกยูรู้สึกผิดเล็กน้อย เขาเดินกลับไปที่ครัวเพื่อเอาหลอดยาไปเก็บในตู้เย็น ล้างมือ แล้วก็ล้างหน้าไปด้วย ตัวเนื้อยาน่ะเย็น แต่นวดไปนวดมามินกยูก็เริ่มจะร้อนๆ ขึ้นมาซะแล้ว ซูนยองที่นอนอยู่ในห้องนอนเองก็ด้วย


No comments:

Post a Comment