“ซูนน!!
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!!??”
มินกยูแทบเป็นลมเมื่อเห็นสภาพพี่ชาย
จริงๆ ก็สงสัยตั้งแต่ตอนที่มีเสียงเคาะประตูบ้านแล้วนั่นแหละ
เพราะทั้งคุณแม่ทั้งซูนยองมีกุญแจทั้งคู่
แต่คุณแม่น่าจะยังไปทำงานไม่กลับ
ซูนยองก็ออกไปเรียน
เหลือเขาที่โรงเรียนหยุดพิเศษในวันครบรอบอะไรสักอย่างของโรงเรียนเลยได้อยู่บ้านคนเดียว
แต่พอมาเปิดประตูก็เจอใครไม่รู้สองคนหิ้วปีกพี่ชายอยู่
“เอ่อ มินกยู
ให้ฉันเข้าบ้านก่อนเดี๋ยวอธิบาย"
มินกยูเดินอึ้งๆ
ตามพี่ชายที่ถูกประคองเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่น
ถ้าเดินไม่ได้แบบนี้น่าจะมีปัญหาที่ขา
แต่ก็ไม่ได้มีแผลหรือเลือดไหลที่ตรงไหน
หรือว่าแผลจะอยู่ที่ช่วงน่องกันนะ
มินกยูรีบปรี่เข้าไปคุกเข่าที่พื้นใกล้ๆ
ซูนยองแล้วเลิกขากางเกงขึ้นทันที
ไม่ต้องหาที่ไหนเลย
ข้อเท้าซูนยองบวมตุ่ยแถมยังเป็นสีช้ำๆ
แปลกๆ อีกด้วย
มินกยูเงยหน้ามองพี่ชายพร้อมสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ทำให้ซูนยองถอนหายใจยาวแล้วเอื้อมมือมาลูบหัว
“ข้อเท้าพลิกนิดหน่อยน่ะ
ไม่เป็นไรมากหรอก"
แต่ถึงอย่างนั้นมินกยูก็อดเป็นห่วงไม่ได้
ก็ปกติซูนยองไม่ค่อยจะเจ็บตัวบ่อยซักหน่อย
มีแต่เขานี่แหละเป็นประจำ
มินกยูลูบบริเวณข้อเท้าซูนยองเบาๆ
บวมมากพอสมควรเลย
มหาวิทยาลัยไม่ได้ไกลจากบ้านมากก็จริง
แต่ก็ไกลเกินกว่าจะเดินลากขาแบบนี้กลับมาได้
“ซูนอะ
บวมขนาดนี้เดินมาได้ยังไงกัน
ไม่เจ็บหรือไง"
“ไม่เจ็บมากหรอก
อีกอย่างจีฮุนกับวอนอูก็ช่วยพยุงฉันไง
เอ้อ มินกยู นี่เพื่อนฉัน
จีฮุนกับวอนอู จีฮุนวอนอูนี่น้องฉันเอง
ชื่อมินกยู"
มินกยูหันหน้าไปหาแล้วค้อมหัวน้อยๆ
คนที่ชื่อวอนอูตัวสูง
แต่ค่อนข้างผอมจนเหมือนจะปลิวไปตามลม
อีกคนถึงจะไม่ได้ตัวผอมนักแต่ก็ตัวเล็กมากจนน่าจะถูกลมพัดได้เหมือนกัน
ดูท่าทางซูนยองจะต้านลมที่สุดในสามคนแล้ว
มินกยูกัดกระพุ้งแก้มตัวเองเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะออกมา
คณะของซูนยองมีแต่คนตาเล็กรึเปล่านะ
ก่อนจะหลุดเสียมารยาทมินกยูรีบหันกลับมาหาพี่ชายแล้วถามต่อ
“แล้วซูนไปทำอะไรทำไมเป็นแบบนี้?”
“เอ่อ..
ฉัน
พอดีชั้นหนังสือมันสูงน่ะ
ฉันเลยเหยียบบันไดขึ้นไปแต่มันลื่น-”
“ลื่นที่ไหนกัน
วางบันไดผิดทางแล้วเหยียบขึ้นไปแบบนั้นจนมันล้มต่างหาก
เซียร์ดุม บลินเด โทมาเท"
“ไอ้บ้าวอนอู
ไม่ต้องมาว่าฉันโง่เลยนะ
นายขำฉันตั้งเกือบหนึ่งนาทีกว่าจะช่วย!
หิโด้ยยย!!"
“เลิกเถียงกันเถอะน่า
หนวกหูจริง หว่อเซียนโจ่วเลอ
จ่าวยรื่อฮุยฟู่เจี้ยนคัง"
“งั้นฉันก็กลับละ
มาคซ กู้ท ฟิชคอพฟ์"
“ไปเลย!”
มินกยูนั่งนิ่งเมื่ออยู่ๆ
ทั้งสามคนก็พ่นภาษาแปลกๆ
ออกมาก่อนที่คนที่ชื่อจีฮุนจะส่ายหน้าแล้วเดินกลับออกไปก่อน
ตามด้วยคนที่ชื่อวอนอู
เขาเองก็รู้ว่าซูนยองเรียนคณะอักษรศาสตร์แต่ไม่คิดว่าจะคุยกันแบบนี้
แถมเท่าที่ฟังยังเป็นคนละภาษาด้วย
ซูนยองนั่งฮึดฮัดอยู่ครู่หนึ่งก็หันมามองมินกยูที่นั่งตาแป๋วอยู่กับพื้น
“นั่งพื้นอยู่ทำไมล่ะ
ขึ้นมานั่งดีๆ มา"
“ปกติพี่กับเพื่อนคุยกันแบบนี้เหรอ?”
“อ่า
อื้ม ฝึกภาษาไปด้วยน่ะ
วอนอูเอกเยอรมัน จีฮุนเอกจีน
ฉันญี่ปุ่นรู้แล้วนี่"
“นั่นแหละ
แล้วคุยกันรู้เรื่องเหรอ?”
“คุยไปคุยมาก็รู้เรื่องเอง
โดยเฉพาะคำด่า"
“เอ่อ ครับ"
มินกยูลุกเดินไปในครัวแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาวิธีปฐมพยาบาลอาการข้อเท้าพลิกก่อนจะกลับเข้ามาในห้องรับแขกพร้อมถุงน้ำแข็ง
นั่งลงบนโซฟาอีกฝั่งแล้วดึงขาซูนยองขึ้นมาพาดบนตักตัวเองจนเจ้าตัวแทบไหลตกโซฟา
“เห้ยๆ ทำอะไร"
“นิ่งๆ เถอะฮะ
ข้อเท้าพลิกเขาให้เอาน้ำแข็งประคบ
แล้วก็ให้เอาเท้าอยู่สูงไว้ก่อน"
“จ๊ากกก
เย็นนนนนมินกยูเย็น!”
“อ่า
ซูนเขาบอกให้หนุนสูงกว่าระดับหัวใจด้วยอะ
งั้นเดี๋ยวผมเอาหมอนหนุนให้นะ"
“มะ ไม่ต้องๆ
เว่อร์แล้วมินกยูไม่เอาๆ"
มินกยูไม่ฟังซูนยองที่ยกมือปัดไปมาเป็นพัลวัน
น้องชายตัวสูงวางขาซูนยองลงบนพนักแล้วหยิบๆ
หมอนจากบนโซฟามากองรวมกัน
ซูนยองพยายามดิ้นหนีแต่มินกยูรวบเอวพี่ชายไว้แล้วสอดหมอนเข้าไปข้างใต้ต้นขาจนลอยขึ้นพอประมาณถึงจะกลับมานั่ง
เอาหมอนใบหนึ่งวางรองน่องกับข้อเท้าซูนยองไว้ประคบน้ำแข็งที่ข้อเท้าต่อ
ซูนยองที่เห็นน้องอุตส่าห์ตั้งใจก็ถอนหายใจเฮือกแล้วไม่ได้พยายามขยับตัวหนีไปไหนถึงจะเมื่อยๆ
นิดหน่อยก็เถอะ
“จริงๆ
เวลาข้อเท้าพลิกแบบนี้เขาให้อยู่นิ่งๆ
ด้วยซ้ำนะ
อุตส่าห์ลากเดินมาจนถึงบ้านได้ผมละยอมซูนจริงๆ
เลย ฮุ่ย ไม่ปวดรึไง"
“ก็ ก็ปวดนิดหน่อย
แต่จะให้ฉันทำยังไงล่ะ
ที่คณะไม่มีห้องพยาบาลสักหน่อย
จะไปโรงพยาบาลก็เว่อร์ไป
นี่เพื่อนก็ช่วยพยุงแล้วไง"
“เพื่อนซูนหิ้วปีกซูนยังไงซูนก็ต้องกะเผลกๆ
เองอยู่ดีอะ"
“แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะมินกยู?”
“โทรเรียกผมสิ
เดี๋ยวผมไปอุ้มซูนกลับมาเอง"
ซูนยองอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อน้องชายทำหน้ามุ่ยแล้วขมุบขมิบปากไม่หยุด
ตัวเขาเองก็รู้ว่ามินกยูคงเป็นห่วงมาก
แต่ที่พูดออกมาเมื่อกี๊ทำให้เขาแปลกใจนิดหน่อย
น้องชายของเขาคงจะโตแล้วจริงๆ
นั่นแหละ ปกติคำพูดแบบเมื่อกี๊จะเป็นเขาพูดซะส่วนใหญ่
ก็เมื่อก่อนมินกยูหกล้มบ่อยจะตายไป
ซูนยองยันตัวขึ้นเล็กน้อยจนมินกยูหันมาปรามแต่ก็ไม่ฟังเอื้อมมือไปลูบแก้มน้องชายเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม
“ขอบใจนะมินกยู"
“ง่ะ"
“หืม?”
“ทำแบบนี้
ผมเขินนะ ซูนบ้า"
แล้วหลังจากนั้นไม่ว่าซูนยองจะไปไหนมินกยูก็เป็นคนอุ้มไปตลอด
ซูนยองไม่ได้ตัวเล็กอะไร
แต่มินกยูตัวโตกว่ามากก็เลยไม่ได้ลำบากอะไรเท่าไหร่
ถึงอย่างนั้นซูนยองก็ไม่ค่อยชอบถูกอุ้มเลยนอนอยู่บนเตียงซะส่วนใหญ่จนทำให้เริ่มเมื่อยตามตัว
มินกยูมองพี่ชายที่ถีบขาไปมาหน้ามุ่ยแล้วก็ต้องกลั้นหัวเราะ
ซูนยองในมุมหงุดหงิดจนแทบจะงอแงแบบนี้เขาเห็นไม่บ่อยนักหรอก
“ซูน เป็นอะไรอะ
ถีบขาทำไม"
“ปวดขา ปวดเอว
ฉันเอาแต่นอนทั้งวันมาหลายวันแล้วนะ"
“ปกติก็เห็นนั่งๆ
นอนๆ อ่านหนังสือไม่มีปัญหานี่ฮะ"
“มันไม่เหมือนกัน
ฉันขยับขาไม่ได้ต้องเอาหนุนไว้แบบนี้
เมื่อไหร่จะหายบวมสักที!”
มินกยูส่ายหน้าน้อยๆ
เมื่อซูนยองโวยวายไม่เลิก
คิ้วขมวดแน่นขนาดนั้นท่าทางจะอึดอัดมากจริงๆ
แล้วอยู่ๆ มินกยูก็คิดอะไรดีๆ
ออก รีบเดินเข้าไปค้นตู้เย็น
แล้วก็เจอสิ่งที่ต้องการ
ซูนยองมองน้องชายที่เดินกลับมาด้วยรอยยิ้มที่น่าสงสัยแล้วก็รู้สึกร้อนๆ
หนาวๆ แปลกๆ
“ยิ้มอะไรน่ะ?
หน้าตาไม่น่าไว้ใจเลย"
“ซูนนน
ซูนปวดขาใช่ปะ"
“อืม แล้วทำไม?”
“มาๆ
เดี๋ยวผมนวดให้ดีกว่าน้า"
“เห้ย
ไม่ต้องหรอกไม่ต้อง"
“ไม่ต้องอะไรกัน
มาเถอะๆ ผมอยากนวดให้"
“นี่ๆ ไม่ต้องๆ
มินกยู!”
ซูนยองตาเหลือกเมื่อน้องชายเขยิบตัวขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยกัน
แถมยังคว้าขาด้านที่ข้อเท้าไม่พลิกขึ้นไปวางบนตักตัวเองอีก
ซูนยองปวดขาน่ะใช่ แต่ตอนนี้อะไรๆ
กำลังเริ่มดูอันตรายขึ้นทุกที
วันนี้อยู่บ้านสบายๆ
เขาก็ดันใส่กางเกงขาสั้นซะด้วย
อีกครั้งสำหรับซูนยองที่รู้สึกว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่รู้สึกแบบนี้
แต่ตอนนี้อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปแล้ว
ซูนยองพยายามดึงขาออกแต่มินกยูจับไว้แน่นแถมยังส่งสายตาดุๆ
มาหาเขาอีก
“อย่าดิ้นสิซูน
อยู่นิ่งๆ ถ้าข้อเท้าไม่หายบวมจะทำยังไง?”
“แต่ว่า
มะไม่ต้องนวดหรอก นะ ไม่ต้อง"
“ก็ซูนปวดนี่
ถ้าไม่นวดจะปวดกว่านี้อีกนะ
อยู่นิ่งๆ เถอะครับเดี๋ยวผมนวดให้
รับรองสบ๊าย"
“สบ๊ายอะไรกัน
อ่ะ เย็นนนน มินกยูเย็นน
ไม่เอาาา!!”
ไม่ปล่อยให้ซูนยองขัดขืนมากไปกว่านี้มินกยูรีบเปิดหลอดยาแล้วบีบเนื้อครีมลงบนขาของซูนยองทันที
จริงๆ
ยาตัวนี้ไม่ต้องแช่ตู้เย็นก็ได้แต่คุณแม่ซูนยองแช่ทุกอย่างไว้ในตู้เย็นหมด
มินกยูนึกดีใจที่ยามันเย็นเพราะซูนยองกำลังหลับตาปี่แล้วเบ้ปากไปมา
เป็นภาพที่เขาเห็นไม่บ่อยนัก
มินกยูค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเนื้อครีมไปทั่วๆ
น่องแล้วเริ่มบีบนวดเบาๆ
“ฮื่ออ
มินกยูเย็นน"
“นิดนึงครับ
ถ้าเจ็บก็บอกนะ"
มินกยูยิ้มขำเมื่อขาของพี่ชายสั่นน้อยๆ
ท่าทางจะเย็นมากจริงๆ
เพราะงั้นเขาเลยบีบนวดเร็วขึ้นเล็กน้อย
พยายามถูยาไปทั่วๆ จะได้หายเย็นไวๆ
ผ่านไปสักพักซูนยองก็มีสีหน้าที่ดีขึ้น
แต่ก็หันหน้าหนีไม่ยอมมองหน้าเขาอยู่ดี
มินกยูเลยแกล้งบีบยาเพิ่มจนพี่ชายร้องลั่นขึ้นมาอีกครั้ง
“เย็นนนนน
แกล้งฉันเหรอมินกยู!!”
“เปล่านะครับก็ตรงนี้ยามันหมดแล้วอะ"
“ฮึ่ย!!
โอ๊ยย
เบาๆ เบาา!”
“เบาไปเหรอ
เดี๋ยวเอาแรงกว่านี้ก็ได้"
“ไม่ใช่!!
นายมือหนักไปแล้วฉันบอกให้เบา
อ๊ากก เจ็บบบ ไอ้เด็กบ้า!!”
ผ่านไปสักพักมินกยูก็นวดส่วนน่องเสร็จ
ซูนยองดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องดี
มินกยูค่อยๆ ไล่สายตาเหนือขึ้นไปอีกเล็กน้อย
ที่ต้นขา
ถ้าเป็นเมื่อก่อนมินกยูก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ตอนนี้น้องชายตัวโตกลืนน้ำลายลงลำคออย่างยากลำบาก
ต่อสู้กับตนเองในใจว่าจะนวดต่อดีมั้ย
แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้ให้กับตัวเองก่อนจะบีบยาลงบนต้นขาของพี่ชาย
“หะเห้ย
ตรงนี้ไม่ต้องหรอกมินกยู
แค่น่องพอแล้ว"
“แต่ว่า
นี่ก็ขาเหมือนกัน"
“ขะขาเหมือนกันแล้วไง
ไม่ต้องๆ ฉันปวดแค่น่อง
พอแล้วแหละ"
“ไม่ได้หรอก
น่องกับต้นขามันก็ต่อกัน
นวดแต่น่องอย่างเดียวไม่หายหรอก
นะฮะ"
“ตะ แต่ว่า"
ท่าทางซูนยองเองก็ลำบากใจไม่แพ้เขา
แต่อาจจะคนละแบบ
มินกยูทาบฝ่ามือลงไปแล้วค่อยๆ
ออกแรงบีบนวดจากเบาไปหนัก
มินกยูพยายามคิดถึงเรื่องอาการข้อเท้าแพลงของพี่ชาย
หรืออาการปวดเมื่อย
หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ผิวสัมผัสที่ฝ่ามือของเขาตอนนี้
ซูนยองเคยเป็นนั่งวิ่งเพราะฉะนั้นกล้ามขาต้องมีอยู่แล้ว
แต่หลังๆ มานี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเพราะเรียนหนัก
ถึงกล้ามเนื้อจะหายไปบ้างแต่ต้นขาของซูนยองยังแน่นตึงอยู่
มินกยูค่อยๆ
ถกขากางเกงซูนยองขึ้นแล้วสอดมือเข้าไปนวดช่วงด้านหลังของต้นขาด้วยจังหวะเนิบนาบ
“มะ มินกยู
พอแล้วล่ะไม่ต้องนวดแล้ว"
มินกยูละสายตาจากต้นขาขึ้นไปมองหน้าพี่ชายเล็กน้อยแต่ก็ไม่เห็นเท่าไหร่นัก
ซูนยองหันหน้าหนีไปอีกฝั่งจนเห็นแต่ใบหูที่ตอนนี้เป็นสีแดง
มินกยูเลียริมฝีปากที่แห้งแปลกๆ
ของตัวเองแล้วกลับมาสนใจต้นขาในมืออีกครั้ง
เขานวดแรงขึ้นอีกนิด
แน่นอนว่าเพื่อให้ซูนยองปวดขาน้อยลงไม่ใช่เพราะอะไรอย่างอื่น
มินกยูที่เป็นคนนวดประจำตัวคุณแม่ซูนยองรู้ว่าเวลาปวดเมื่อยนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะเส้นเอ็นตึง
ดังนั้นเขาจึงใช้นิ้วโป้งกดหาเส้นไปเรื่อยส่วนอีกสี่นิ้วคอยช่วยถูไปตามผิวเนื้อ
“สบายมั้ยครับซูน"
“เอ่อ อื้ม
แต่ว่า พอแล้วล่ะ ฉันไม่ปวดแล้ว
นะ"
“เหรอครับ
แต่ตรงนี้ยังแข็งอยู่เลยนะ"
“ไม่หรอก
ไม่ปวดแล้ว จริงๆ นะ"
แต่มินกยูที่เพิ่งจับเส้นเจอก็ไม่เลิกนวดสักที
เพราะส่วนนี้ที่ิมินกยูจับอยู่ยังแข็งตึงอยู่จริงๆ
ต้นขาด้านในนี่น่ะ
ซูนยองเริ่มอยู่ไม่สุขเอื้อมมือมาพยายามดันมือน้องชายออกแต่มินกยูไม่ยอมปล่อยแถมยังดึงมือพี่ชายไปจับไว้อีกต่างหาก
มินกยูกดปลายนิ้วลงไปบนเส้นแข็งๆ
ช่วงโคนขาแล้วบดไปมาเพื่อให้คลายลงแต่ดูเหมือนว่าเส้นเอ็นส่วนนี้จะไม่ยอมง่ายๆ
มินกยูอาจจะต้องออกแรงมากขึ้นอีกนิด
นิ้วโป้งค่อยๆ
กดแรงลงไปมากขึ้นแล้วบดเบียดไปมาเพื่อช่วยให้เส้นเอ็นคลายตัวลง-
“อ๊ะ เจ็บมินกยู
พะพอแล้ว พอแล้วนะ"
ซูนยองกระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงแล้วจับไหล่น้องชายไว้
นั่นทำให้มินกยูสะดุ้งแล้วปล่อยมือออกทันที
ทั้งสองคนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
มีแต่เสียงหอบหายใจของซูนยองที่ค่อยๆ
เบาลงเมื่อเวลาผ่านไป
มินกยูรู้สึกว่าซูนยองตัวสั่นนิดหน่อยและคิดว่าตัวเองอาจจะนวดแรงไปนิดเพราะปกติเขานวดแต่หลังกับไหล่และคุณแม่ของซูนยองก็เป็นคนเนื้อค่อนข้างแข็ง
เขาคงจะลืมไปว่าเนื้อส่วนต้นขานั้นอ่อน
และไวต่อสัมผัสกว่ากันมาก
มินกยูพยายามก้มลงมองหน้าซูนยองชัดๆ
แต่พี่ชายก้มหน้าต่ำเลยไม่เห็นว่าทำสีหน้าแบบไหนอยู่
“เอ่อ ขอโทษครับผม
ผมนวดแรงไปรึเปล่า"
“ไม่หรอก
ขอบใจแต่ฉันหายปวดแล้วล่ะ
นาย เอ่อ เอายาไปเก็บแล้วไปล้างมือเถอะ"
“โอเคครับ"
ในขณะที่มินกยูลุกจากเตียงสายตาก็เหลือบไปเห็นต้นขาของซูนยอง
ตอนนี้มันแดงก่ำไปหมดนั่นทำให้มินกยูรู้สึกผิดเล็กน้อย
เขาเดินกลับไปที่ครัวเพื่อเอาหลอดยาไปเก็บในตู้เย็น
ล้างมือ แล้วก็ล้างหน้าไปด้วย
ตัวเนื้อยาน่ะเย็น
แต่นวดไปนวดมามินกยูก็เริ่มจะร้อนๆ
ขึ้นมาซะแล้ว
ซูนยองที่นอนอยู่ในห้องนอนเองก็ด้วย
No comments:
Post a Comment