Thursday, 29 November 2018

[OS] Fragile #jicheol

“ฉันจะดูแลนายเอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ขอให้นายสู้ก็พอ นอกนั้นฉันจัดการเอง อยู่กับฉันนะจีฮุน”

จีฮุนเป็นคนที่ไม่เคยหวังพึ่งใคร ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องหามาเอง ทำงานให้เต็มที่ และใช้เงินไปกับสิ่งที่รักและทำให้มีความสุข เขาทุ่มเทกับงานอย่างที่สุดเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน แต่เขาก็ลืมคิดไป ว่ากว่าฝันจะเป็นจริง ร่างกายมันอาจแตกสลายไปก่อนแล้ว

มะเร็ง

โรคตัวร้ายที่เมื่อผ่านเข้ามาในชีวิตแล้ว คุณก็ไม่มีวันปลอดภัยอีกเลย จีฮุนเป็นผู้ชายที่ร้องไห้ยาก และแม้ว่าเขาจะกลัวจับใจเขาก็ยังไม่แสดงออก มือคู่ที่สั่นเทา และดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำกลับเป็นของเขา ซึงชอล คนรักของจีฮุน

“นายหยุดทำงานเถอะนะ อยู่ที่บ้าน ทำใจให้สบายๆ ฉันจะดูแลนายเอง”

นั่นล่ะ สิ่งที่จีฮุนเกลียดที่สุด การพึ่งพาคนอื่น แต่หลังจากที่ซึงชอลอ้อนวอนจนเสียงแหบแห้ง จีฮุนก็ตกลง วันที่ลาออกจากงานเขารู้สึกว่างเปล่า เคว้งคว้าง เหมือนเขาได้ปล่อยเชือกที่จับไว้แน่นมาหลายปี และปล่อยให้ตัวเองตกลงเหว แต่ไม่เป็นไรหรอก ซึงชอลรอรับเขาอยู่ด้านล่างนั่นแล้วล่ะนะ

การให้คีโมทรมานที่สุด เขานั่งอยู่ในห้องเล็กๆ ที่มีเก้าอี้อยู่สองตัว ตัวหนึ่งของเขา อีกตัวของซึงชอลที่นั่งจับมือเขาอยู่ตลอดเวลา จีฮุนเงยหน้ามองถุงยาที่มีของเหลวใสไหลตามสายเข้าสู่ร่างกายของเขา ยาที่จะฆ่ามะเร็ง และช่วยชีวิตเขา แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นยาที่ทำร้ายร่างกายเขาไปด้วย ซึงชอลรีบขับรถกลับบ้านอย่างรวดเร็วที่สุด แต่จีฮุนก็ยังโซซัดโซเซวิ่งเข้าห้องน้ำไม่ทัน เขาอาเจียนในห้องนั่งเล่น ซึงชอลอุ้มเขาเข้าไปในห้องน้ำ และจีฮุนก็อาเจียนต่ออีกหลายครั้ง ซึงชอลลูบหลังเขาอยู่ตลอดเวลา และช่วยพยุงเขาขึ้นมาล้างปาก วินาทีที่จีฮุนเงยหน้าขึ้นมองเงาในกระจกเขาเริ่มรู้สึกถึงรอยร้าวในใจ เขาเป็นคนผิวสีซีด แต่ก็ไม่เคยมากขนาดนี้ ผิวหน้าของเขาขาวจนออกเขียวด้วยซ้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดูไม่จืดเลย

“จีฮุนดูดีเสมอแหละสำหรับฉัน”

ซึงชอลพูดย้ำอย่างนั้นหลายครั้งตอนที่เส้นผมของจีฮุนเริ่มร่วงเต็มบ้าน ยาเม็ดต้านมะเร็งเข้าไปทำร้ายเซลล์ในร่างกายจีฮุนทุกวัน ผิวหนังของเขาเริ่มไวต่อสัมผัสมากขึ้น เขาเริ่มทานอาหารเผ็ดไม่ได้ เขารู้สึกอ่อนแอและเปราะบางเหลือเกิน ซึงชอลมักจะกอดเขาไว้แนบอกและลูบหลังเขาเบาๆ เมื่อก่อนฝ่ามืออุ่นนั้นจะลูบผมของเขา แต่ตอนนี้คงจะทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว

จีฮันพยายามไม่ส่องกระจกหลังจากที่เขาล้างหน้าแล้วมีขนคิ้วร่วงติดฝ่ามือออกมา เขาไม่อยากรู้ว่าตัวเองหน้าตาเป็นยังไง เขาไม่อยากรู้ว่าตอนนี้เหลือเส้นผมอยู่บนหัวเท่าไหร่ ทุกวันนี้เขาแต่งตัวเหมือนหิมะตกในบ้านทุกวัน หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ และเสื้อหนาวตัวใหญ่ อุณหภูมิในร่างกายเขามันผิดปกติ เขาซุกตัวเข้าหาซึงชอลที่ใส่เสื้อกล้ามเพียงตัวเดียวเพื่อเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในห้องให้เขา

“นายออกไปเดินดูไฟเถอะ ฉันอยู่คนเดียวได้”

ทุกสิ้นปี ซึงชอลจะลากจีฮุนออกไปตามสถานที่ที่ประดับไฟต้อนรับคริสมาสและปีใหม่เสมอ แต่ปีนี้ซึงชอลเลือกที่จะอยู่บ้านเพราะจีฮุนไม่ควรออกไปในที่สาธารณะที่มีเชื้อโรคมาก ภูมิต้านทานของจีฮุนต่ำจนไม่ควรจะปล่อยให้เป็นหวัดด้วยซ้ำ จีฮุนซบหน้าลงกับไหล่ซึงชอลในขณะที่ทั้งคู่นอนดูถ่ายทอดสดกิจกรรมวันคริสมาสตามถนนต่างๆ อยู่กับบ้าน

เซลล์มะเร็งมันยังไม่หายไปจนหมดสักที และค่ารักษาก็แพงขึ้นเรื่อยๆ คุณหมอคนหนึ่งแนะนำยาตัวใหม่ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการเก็บสถิติ ซึงชอลรีบตอบตกลง อะไรก็ได้ที่พอจะมีความหวัง แม้ว่ายาตัวนี้จะเข็มละเป็นแสนก็ตาม พักหลังจีฮุนเห็นซึงชอลใช้คอมพิวเตอร์บ่อยขึ้น และได้ยินเสียงถอนหายใจอยู่ตลอด จีฮุนเคยแอบมอง และพบว่าซึงชอลกำลังหางานพิเศษ

“ฉันทำงานได้นะ”

ซึงชอลปัดข้อเสนอนั้นทิ้งทันที จีฮุนบอกว่างานพิเศษที่ทำที่บ้านได้มีมากมาย แต่ซึงชอลก็ยังคัดค้าน เขาให้เหตุผลว่าไม่อยากให้จีฮุนเครียด แต่จีฮุนเองก็ยืนกรานจะทำ การนั่งดูทีวีไปวันๆ ทำให้เขารู้สึกเครียดกว่าอีกมาก แต่ซึงชอลก็ตอบกลับว่าเป็นเพราะจีฮุนทำงานหนักเกินไปแต่แรกต่างหาก และควรจะพยายามปรับตัวให้ชินกับชีวิตแบบใหม่ได้แล้ว หน้าที่ของเขาคือทำใจให้สบายและรักษาตัวต่อไปเท่านั้น

ซึงชอลทำงานมากขึ้น จีฮุนไม่รู้แน่ชัดว่าซึงชอลรับงานอะไรเพิ่มบ้าง แต่ช่วงนี้เสาร์อาทิตย์บางสัปดาห์ซึงชอลก็ออกไปข้างนอก ซึงชอลยิ้มน้อยลง หัวเราะน้อยลง จากเดิมที่คอยตามเอาใจเขาอยู่ตลอดเวลาเพราะไม่อยากให้เขาเครียด ซึงชอลเองก็เริ่มเงียบขรึมมากขึ้น แต่เพราะว่าซึงชอลไม่อยู่บ้าน จีฮุนเลยสามารถทำตามใจอยากได้มากขึ้น เขาเลือกรับงานเขียนโปรแกรมง่ายๆ เขียนโค้ดให้กับ application เช็คหา bug และแก้โปรแกรมให้ เป็นงานเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาทำได้และมีความสุขไปกับมัน

เพราะนั่นทำให้เขารู้สึกไร้ค่าน้อยลง

แต่ซึงชอลไม่คิดอย่างนั้น

“ฉันตั้งใจทำงานแทบตายเพื่อนาย! แต่นายก็ยังจะทำร้ายตัวเองแบบนี้อยู่เนี่ยนะ!”

“นายทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันมีความสุข! หรือนายทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีกันแน่!”

“นายหมายความว่ายังไง!? คิดว่าที่ฉันควบสามงานอยู่ทุกวันนี้เพื่อตัวเองรึไง!? นายพึ่งฉันบ้างมันจะตายรึไง!?”

“จะให้ฉันนั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้านทุกวันในขณะที่นายทำงานจนหน้าเป็นศพแบบนี้ได้ยังไง!? ไม่ต้องมาทำตัวเป็นพระเอกออกโรงปกป้องดูแลฉันถึงขนาดนี้หรอก! หรือว่าที่นายทำแบบนี้เพราะอยากรู้สึกเป็นช้างเท้าหน้าดีล่ะ? ถ้าฉันไม่เป็นไอ้โรคเฮงซวยนี่ คนที่จะนำนายก็คือฉัน!”

“คิดอย่างนั้นสินะ ที่แท้มันก็คือเรื่องนี้เองใช่มั้ย!? ยอมรับความจริงสักทีได้มั้ย ว่าตอนนี้นายต้องพึ่งฉัน! เลิกทำตัวอวดดีสักที! นายในตอนนี้กลับไปทำงานอย่างเก่าไม่ได้แล้ว! เงินที่นายจะต้องใช้ต่อจากนี้คือเงินของฉัน! และนายควรจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำที่ยังดูแลนายอยู่แบบนี้ทั้งๆ ที่นายไม่เคยเห็นค่ามันเลย!”

จีฮุนร้องไห้เป็นครั้งแรก มันไม่ใช่ตอนที่เขารู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง ไม่ใช่ตอนที่เขาผมร่วงเป็นกระจุกเต็มพื้นห้องน้ำ ไม่ใช่ตอนที่เขาอ้วกไม่รู้กี่รอบจนสลบคาโถส้วม ไม่ใช่ตอนที่เขานอนหนาวสั่นอยู่คนเดียวบนเตียงทั้งๆ ที่อุณหภูมิในห้องสูง

แต่เป็นวินาทีที่สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางหัว ว่าเขาอาจะต้องพึ่งพาซึงชอลไปอีกเป็นปี เหมือนเห็บหมัดที่เกาะบนตัวเขา สูบเลือดสูบเนื้อ และยังต้องนอนสบายทำตัวเปราะบาง คอยรอรับความรักความเมตตา

บ่อนทำลายซึงชอลไปทีละนิดอย่างนั้น โดยที่ซึงชอลเองก็รู้สึก ว่าเขาเป็นหน้าที่ เป็นภาระที่ต้องดูแล

ความสัมพันธ์แบบนี้ อีกไม่นานความรักมันก็ต้องหมดไป

สิ่งที่มีรอยร้าวมานาน แตกละเอียดลงแล้วในวันนี้

จีฮุนเก็บของใส่กระเป๋าลากใบโตหลังจากที่ซึงชอลออกไปทำงานแล้ว เขายังมีเงินอยู่ในบัญชีอยู่บ้าง ถึงจะเสียไปกับค่ารักษามากแล้วก็จริง แต่อย่างน้อยผลของการที่เขาทุ่มเททำงานอย่างหนักมันก็ทำให้เขาพอจะพึ่งตัวเองต่อไปได้อีกสักระยะ เขากลับห้องเก่าของเขาไม่ได้เพราะซึงชอลเองก็มีคีย์การ์ด จะให้กลับไปบ้าน เขาก็ไม่กล้าอีก เขาไม่อยากต้องอธิบายให้ใครๆ ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อกับแม่ของเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นมะเร็ง จีฮุนเป็นลูกชายที่พึ่งพาได้มาตลอด นอกจากเงินที่ส่งกลับให้ทางบ้านทุกเดือน และข้อความสั้นๆ ว่าตัวเองกินดีอยู่ดี พ่อแม่ของเขาก็ไม่เคยต้องเป็นห่วง หรือนัดเจอกันเลย

จีฮุนเลือกจะเช่าห้องอยู่เงียบๆ คนเดียว

หลังจากจัดเก็บของเสร็จเรียบร้อยเขาก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน ถือเป็นข้อดีที่เขาไม่ต้องออกไปทำงานข้างนอก ทำให้เขาเลือกห้องเช่าที่อยู่นอกเมือง ราคาถูกแต่สะอาดสะอ้านดี ถึงอย่างนั้นจีฮุนก็ลุกขึ้นมาทำความสะอาดให้เรียบร้อย เขาไม่เสี่ยงกับการติดเชื้อหรอก

‘จีฮุน นายออกไปไหน? ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่า-’

‘จีฮุน นี่มันดึกแล้วนะ กลับมาเดี๋ยวนี้’

‘จีฮุน กลับมาคุยกันดีๆ เถอะ’

‘จีฮุน’

‘จีฮุน รับโทรศัพท์’

‘จีฮุน อย่าทำแบบนี้’

‘จีฮุน ฉันขอร้อง’

‘ได้โปรด กลับบ้านเถอะ’

‘จีฮุน ฉันรักนาย’

จีฮุนร้องไห้อีกครั้ง แต่เขาก็ไม่รับโทรศัพท์หรือตอบข้อความซึงชอล แน่นอนว่าเขารักซึงชอลมาก แต่ถ้าเขากลับไปมันก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ซึงชอลพยายามปกป้องเขาจนทำให้เขารู้สึกไร้ค่า รู้สึกไร้ประโยชน์ และรู้สึกเป็นภาระ เขาทนเห็นซึงชอลเป็นแบบนั้นไม่ได้หรอก และจีฮุนก็ตั้งใจทำงานอยู่ที่บ้านต่อไป เขากินอาหารครบหมู่ตรงเวลาทุกวัน และดื่มน้ำมากๆ พยายามไม่เครียด เขานอนกอดเสื้อหนาวของซึงชอลทุกคืน และหวังว่าซึงชอลจะหยุดร้องไห้แล้ว

ซึงชอลโอนเงินเข้ามาในบัญชีเขาหลายหมื่น จีฮุนรีบโอนกลับไปในทันที แต่ซึงชอลก็โอนเข้ามาใหม่ และโอนเข้ามาเรื่อยๆ จีฮุนรู้ว่าเขาควรทำใจให้สงบและผ่อนคลาย แต่เขาโมโหและรำคาญจนทนไม่ไหวและโทรไปหา เขาไม่เคยเป็นคนคุมอารมณ์โมโหตัวเองเก่งอยู่แล้ว

“หยุดส่งเงินมาได้แล้ว! ฉันไม่เอา!”

“ก็ฉันจะให้ ฉันตั้งใจทำงานเพื่อหาเงินให้นาย ถ้านายไม่อยู่ตรงนี้ให้ฉันดูแล ฉันก็จะส่งไปให้นายแบบนี้แหละ”

“เล่นเป็นเด็กไปได้! หยุดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะ-”

“นายจะทำไมฉัน? หน้าก็ไม่ยอมมาเจอ ข้อความก็ไม่ตอบ ยอมโทรมาเพื่อจะมาด่าฉันอย่างเดียวเนี่ยนะ? นายจะทำอะไรฉันได้?”

“ชเว ซึงชอล อย่ายั่วโมโหฉัน!”

“นายไม่ควรจะโมโหหรอกจีฮุน นายควรรักษาตัวเองดีๆ นายควรมีความสุขให้มากๆ และทำอะไรที่นายอยากทำ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการทำงาน ซึ่งทำให้เครียดได้ก็เถอะ และถึงนายจะเป็นคนเก่ง คนเข้มแข็งยังไง คนทุกคนก็สมควรมีอ้อมกอดอุ่นๆ ตอนอากาศหนาว และใครสักคนที่นอนดูทีวีด้วยกันบ่ายวันอาทิตย์”

“...”

“ฉันไม่ขอเป็นคนดูแล เป็นช้างเท้าหน้า เป็นผู้นำของนายอะไรทั้งนั้น ฉันแค่ขอเป็นคนรัก ที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้นายมีความสุขเท่านั้น ให้ฉันได้มั้ยจีฮุน?”

“...”

“นายอยากจะทำงาน อยากจะทำอะไรก็ตามใจเลย ฉันจะไม่บังคับนายอีกแล้ว แต่ว่าได้โปรด กลับมาหาฉันเถอะนะ ให้ฉันได้อยู่กับนาย ให้ฉันได้แน่ใจว่านายอยู่สบายดี ให้ฉันได้เป็นความสุขของนายอีกครั้งเถอะนะจีฮุน”

ซึงชอลขับรถมาถึงที่ห้องเช่านอกเมือง พอจีฮุนเปิดประตู ก็ถูกโถมเข้ากอดอย่างแรง แต่ฝ่ามืออุ่นๆ ของซึงชอลที่ลูบผมเขาอย่างอ่อนโยนทำให้จีฮุนหลับตาลง และยกแขนขึ้นกอดตอบ ซึงชอลเอากระเป๋ามาด้วยและประกาศว่าจะมาพักร้อนที่นี่สักระยะ พอนั่งบนโซฟาแล้วก็กางแผนเที่ยวที่ตั้งใจเขียน อธิบายให้จีฮุนฟัง

“มีภูเขา น้ำตก ทุ่งนา แล้วก็แม่น้ำ”

“แต่ฉันไม่น่า-”

“เราจะขับรถผ่าน”

“หา?”

“ขับรถเที่ยวไง เราจะขับรถไปดูที่นั่นที่นี่เยอะแยะเลย แถวนี้อากาศดี ไม่มีมลพิษ เราปิคนิคกันได้สบายเลยล่ะ ฉันเอาเสื่อกับตะกร้ามาแล้ว”

“นายนี่มัน บ้ารึไงนะ ว่างมากเหรอ?”

“ว่าง ฉันลางานแล้ว อาทิตย์นี้ฉันจะอยู่กับนายทั้งวันทั้งคืนเลยจีฮุน”

ซึงชอลหันมามองหน้าเขาแล้วเขยิบเข้ามาใกล้ วางมือลงบนหน้าขาเขาพร้อมรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ

“อาทิตย์นี้เราจะแนบแน่นกันสุดๆ ไปเลยล่ะ พร้อมมั้ยที่รัก?”

จีฮุนรู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัว หลังเขาเป็นมะเร็งซึงชอลกลายเป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่เขามากขึ้น นั่นมันดีก็ใช่ แต่เขาก็คิดถึงด้านนี้ของซึงชอลเหมือนกัน คนรักที่มีความต้องการสูงลิ่วจนทำให้เขาหมดแรงคาเตียงบ่อยๆ เขาเริ่มรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน

การขับรถเที่ยวไม่เลวเลยจริงๆ นั่นล่ะ จีฮุนมาอยู่ที่นี่สักพักแล้ว แต่ไม่เคยออกมาดูธรรมชาติจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง ทุ่งนาสีเหลืองอร่าม ภูเขาสูงใหญ่ น้ำตกที่มีน้ำเย็นใสสะอาด และแม่น้ำที่มีต้นไม้ร่มรื่น แซนวิชที่ซึงชอลทำก็อร่อยเหมือนเดิมเลย นั่งกินข้าวเที่ยงไปฟังเสียงน้ำไหล นกร้องไปก็รู้สึกสบายตัวสบายใจดี นั่นทำให้เขารู้ว่าหลายอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เขารู้สึกอึดอัดมากแค่ไหน

“จีฮุน อาทิตย์หน้านายต้องเข้าไปฉีดยาเข็มที่สามนะ”

“อื้ม ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้จะยอมแพ้หรอกซึงชอล”

“ดีแล้วล่ะ”

“ซึงชอล”

“หืม?”

“ฉันขอโทษนะ ที่พูดไม่ดีกับนาย ฉันรู้ว่านายแค่อยากจะดูแลฉันให้ดีที่สุดแค่นั้น แต่ สำหรับฉันที่ รู้สึกว่าตัวเองทำทุกอย่างได้เอง การที่ต้องนอนรอนายอยู่กับบ้านเฉยๆ จะซื้อ จะทำอะไรก็ไม่กล้าเพราะมันเป็นเงินของนายและฉันก็นอนไร้ค่าไปวันๆ อยู่กับบ้าน มันเครียดมากเลย”

“ฉันรู้ ฉันขอโทษที่จำกัดอะไรนานมากเกินไปด้วย ฉันพยายามดูแลปกป้องนายให้ดีที่สุด แต่มันก็เกินไป”

“อืม”

“เรามาค่อยๆ ปรับให้มันพอดีๆ ดีกว่านะ”

“อื้ม”

“จากนี้ไป ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ หรืออึดอัด เราก็พูดกันตรงๆ แล้วก็พยายามเปิดใจกว้างๆ ไว้ เพราะยังไง เราก็รักกันนะจีฮุน”

“อืม”

“ฉันรักนายนะ”

“อือ”

“นายจะไม่บอกรักฉันหน่อยเหรอ?”

“นายรู้อยู่แล้วนี่”

“แต่มันไม่เหมือนกัน ฉันอยากฟังจากปากนาย”

“อือ”

ซึงชอลเม้มปากมองจีฮุนพับกระดาษห่อแซนวิชใส่ตะกร้าแล้วก็กระโจนเข้าใส่จนล้มหงายไปบนเสื่อ จีฮุนเบิกตาโตแต่ก็ไม่ได้ดันซึงชอลออกไป อาจจะเป็นเพราะมือทั้งสองข้างถูกกดไว้กับพื้นแล้วด้วย

“ทำอะไร?”

“ทำให้นายบอกรักฉัน”

“ยังไง?”

“เอ้า ก็ เวลาผ้าหลุด นายจะบอกรักฉันง่ายกว่าไง”

จีฮุนหน้าร้อนผ่าวเมื่อซึงชอลยกยิ้มใส่ในระยะใกล้แบบนี้ ริมฝีปากอุ่นๆ นาบลงมาที่หน้าผาก เปลือกตา ปลายจมูก ข้างแก้ม และจบลงที่ริมฝีปากของเขา นุ่มนวลและอ่อนโยน นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้จูบกันอย่างนี้ เมื่อจีฮุนไม่ได้ขัดขืนอะไร ซึงชอลก็สอดมือเข้ามาใต้เสื่อเขาแล้วลูบช่วงเอวเบาๆ จีฮุนหลุดเสียงร้องออกมาที่ทำให้ซึงชอลยิ้มกว้างขึ้น

“แค่นี้ก็ร้องแล้วเหรอจีฮุน วันนี้ฉันจะเอาให้ลั่นป่าเลย”

“ไม่กลัวใครผ่านมาเห็นเหรอ?”

“ไม่มีใครบ้ามาปิคนิคริมแม่น้ำกลางป่าวันทำงานแบบเราหรอกจีฮุน”

“เรามันพวกว่างงานสินะ”

“เปล่า แค่คู่รักที่มาฮันนีมูนผาดโผน”

“ผาดโผนบ้าอะไร”

ซึงชอลจูบจีฮุนอีกครั้ง ย้ำอยู่นาน อยากจะส่งต่อความรัก ความหวังดี และความเข้มแข็งไปให้จีฮุนได้รับรู้มากที่สุด และเมื่อแขนของจีฮุนยกขึ้นมือโอบหลังเขาไว้ เขาก็ยิ่งกอดจีฮุนแน่นขึ้นอีก

“จีฮุน ฉันรักนายนะ”

“อื้ม”

“ต้องให้ถอดกางเกงก่อนใช่มั้ยถึงจะยอมบอกรักกลับ”

“ไม่รู้สินะ ลองสิ”

นี่ล่ะ จีฮุนที่เขารักที่สุด

ซึงชอลยอมรับว่าเขาทำพลาดไป เขาไม่ควรทำเหมือนจีฮุนเป็นแก้วเปราะบางที่จะแตกได้ทุกเมื่อ ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งจะทำให้จีฮันอ่อนแอลง แต่จีฮุนก็ยังเป็นจีฮุนคนเดิม และเขาไม่ควรปฏิบัติต่อจีฮุนต่างไปเพียงเพราะอีกฝ่ายป่วย คนเป็นมะเร็งก็ยังเป็นคนคนเดิม เขาไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงอะไรจีฮุนทั้งนั้น

แทนที่จะพยายามขังอีกคนไว้เพื่อปกป้อง และเป็นคนแบกน้ำหนักทั้งหมดไว้เอง เปลี่ยนเป็นจับมือกันไว้แน่นๆ และก้าวไปพร้อมกันจะดีกว่า

Thursday, 22 November 2018

[OS] Full of Surprises #hoonjun

เหวินจวิ้นฮุย เป็นผู้ชายที่สวยงามที่สุด ดวงตาเป็นประกายเมื่ออยู่บนเวที เสียงร้องหวานหูกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ ยามเมื่อร่างสูงเพรียวเคลื่อนไหวไปตามเสียงเพลง ท่วงท่าทั้งสง่างามและอ่อนช้อย ใครๆ ต่างก็ตกหลุมรักผู้ชายคนนี้กันทั้งนั้น

“ต่อไปเป็นการแจกลายเซ็นนะครับ เบอร์หนึ่งถึงสิบเชิญทางด้านนี้เลยครับ”

จีฮุนคอยมองตามแฟนคลับแต่ละคนที่เดินขึ้นไปบนเวที นั่งคุยกับนักร้องคนโปรดอย่างตื่นเต้นและมีความสุข ได้รับรอยยิ้มสว่างสไวในระยะใกล้แบบนั้น ใครๆ ก็เคลิ้มด้วยกันทั้งนั้น แล้วยังเสียงหัวเราะที่สดใสทำให้ยิ้มตามได้ไม่ยากนั่นอีก

“หนูชอบพี่จวิ้นมากๆ เลย แล้วเพลงครั้งนี้ก็เพราะมากด้วยค่ะ ฟังทุกคืนเลย”

“ทุกคืนเลยเหรอ? แบบนี้ก็ต้องฝันดีตลอดเลยสิ ใช่มั้ยครับ?”

พูดจาก็ลื่นไหล รู้ว่าต้องพูดยังไงให้แฟนคลับชอบ รู้ว่าต้องทำยังไงให้แฟนคลับมีความสุข นี่ล่ะนะ ดาราอันดับหนึ่งที่เป็นเหมือนเทพบุตรไร้ที่ติ

นั่นมันหน้าฉาก

หลังจากงานแจกลายเซ็นจบลงและกลับขึ้นมาบนรถเตรียมตัวกลับหอพัก จวิ้นฮุยก็กระชากปลอกคอสีดำที่ใส่ไว้ใต้เสื้อคอเต่าออกทันที ใบหูและหางที่มีขนฟูๆ สีดำก็ปรากฎขึ้น จีฮูนที่ทำหน้าที่ขับรถตกใจแล้วรีบหันมองซ้ายขวาให้แน่ใจว่าไม่มีแฟนคลับอยู่รอบๆ ก่อนจะเริ่ม ‘บ่น’

“จะบ้ารึไง! พึ่งออกมาจากที่จอดรถเอง อาจจะมีแฟนคลับอยู่แถวนี้ก็ได้! จะรีบอะไรขนาดนั้น?”

“ก็มันอึดอัดนี่เงี้ยว! จีฮุนเป็นคนไม่เข้าใจเราหรอก!”

เหวินจวิ้นฮุย ไม่ใช่ผู้ชายที่สวยงามที่สุดหรอก เป็นแมวต่างหาก

“วันนี้ฉันเห็นนะ ตอนที่แฟนคลับเอาที่คาดผมมีกระดิ่งมาให้น่ะ บอกแล้วใช่มั้ยให้ควบคุมตัวเองหน่อย เกือบจะตะครุบแล้วนะถ้าฉันไม่ห้ามไว้- นี่ อย่าปรับแอร์เล่นได้มั้ย! อยู่เฉยๆ!”

“ก็มันกระดิ่งอะ มันมีเสียง มันดิ้นไปดิ้นมาได้ด้วย ใครจะไปทนไหว จีฮุนเป็นคนไม่เข้าใจเราหรอก!”

“เออสิ ไม่เข้าใจๆ ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นแหละ นี่! ใครให้กินขนม! วันนี้ตอนแจกลายเซ็นกินไปตั้งสองถุงแล้วไม่ใช่รึไง! คราวหลังอย่าเอาแฟนคลับมาเป็นกันชนแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นฉันจะฟาดไม่ยั้งเลย!”

“จีฮุนไม่กล้าหรอก ถ้าทำแบบนั้นแฟนคลับเราต้องรุมจีฮุนแน่ๆ เลย เนี่ย นึกพาดหัวข่าวออกแล้ว ‘ผู้จัดการใจยักษ์ปัดขนมจากมือแฟนคลับกลางงานแจกลายเซ็น ดาราหนุ่มสุดหล่อหน้าเจื่อน ออกรับหน้าขอโทษแฟนคลับแทน’”

จีฮุนรู้สึกปวดหัวตุบๆ เป็นผู้จัดการจวิ้นฮุยช่วงที่ง่ายที่สุดคือหน้างาน เพราะเมื่อสวมปลอกคอพิเศษนี่เข้าไปจวิ้นฮุยก็จะว่าง่าย รู้จักวางตัว และสุขุมเป็นผู้ใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ ที่ยากก็คือนอกจากนั้นทั้งหมด ตั้งแต่ปลุกให้ตื่นตอนเช้า หาข้าวให้กิน พาไปแต่งหน้าทำผมที่บางครั้งต้องล่อด้วยของเล่น กว่าจะจับใส่ปลอกคอได้แต่ละครั้งเหนื่อยจนอยากลาออก เสียงกระดิ่งกรุ๋งกริ๋งทำให้จีฮุนหลุดออกจากความคิดของตัวเองแล้วหันไปมองนักร้องดังในความดูแล จวิ้นฮุยสวมที่คาดผมแล้วใช้นิ้วเขี่ยกระดิ่งไปมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“จีฮุนๆ ถ่ายรูปให้หน่อยสิ อัพรูปนี้แฟนคลับต้องชอบแน่เลย คราวหน้าจะได้ของเล่นแบบนี้มาให้เล่นอีกเงี้ยว”

“ฉันขับรถอยู่”

“รถติดอยู่เงี้ยว! ถ่ายให้หน่อยยยยยยยยยย”

“โอเคๆ กดรัวๆ เหมือนเดิมนะ เปลี่ยนท่าเองแล้วกัน”

ในช่วงรถติดแค่หนึ่งนาทีจวิ้นฮุยได้รูปไปสามสิบกว่ารูปจากการโพสท่าที่รวดเร็วสมเป็นนายแบบแถวหน้าและนิ้วโป้งที่แข็งแรงของจีฮุน จวิ้นฮุยแต่งรูปเสร็จเรียบร้อยก็เป็นช่วงที่รถติดอีกครั้ง

“จี-”

“เลือกเอง”

“ช่วยเลือกรูปหน่อยยยยยยยย”

“ไม่ เลือกเอง”

“ทำไมไม่ช่วยฉันเลือกล่ะ?”

“ประหลาดทุกรูปนั่นแหละไม่อยากเลือก”

จวิ้นฮุยหรี่ตาแล้วสะบัดหน้าหนี ยกขาขึ้นไขว่ห้าง

“ประหลาดทุกรูปสินะ งั้นฉันลงรูปที่ถ่ายในอ่างอาบน้ำเมื่อคืนดีกว่า หรือจะเป็นรูปที่ถ่ายหุ่นตัวเองส่งการบ้านเทรนเนอร์ดีล่ะ? เอ๊ หรือเอารูปก้นฉันที่ส่งไปให้-”

“เออๆ เอามา!”

ถ้าเป็นคนปกติที่มีความคิดมากพอก็คงไม่พังอาชีพตัวเองด้วยรูปหลุดแบบนี้หรอก แต่สำหรับจวิ้นฮุยในร่างแมวที่ใส่ปลอกคอมาทั้งวัน จีฮุนไม่แน่ใจเลยจริงๆ ทวิตเตอร์ลงรูปได้ครั้งละ 4 เขากดเลือกรูปจวิ้นฮุยทำตาโตอ้าปากหวอ รูปขยิบตายิ้มหวาน รูปแลบลิ้นทำหน้าทะเล้น และรูปสุดท้าย รูปที่กำลังหัวเราะจนตาหยี รูปนี้ธรรมชาติที่สุดแล้วล่ะมั้ง

“สี่รูปนี้นะ? จะได้ลงเลย”

“แคปชั่นอะไรบอกฉันก่อนด้วยอย่าเพิ่งลง”

“เหมียวๆ วันนี้จวิ้น-”

“จะเหมียวทำไมเล่า แฟนคลับเขาเห็นนายเป็นเทพบุตร ไม่ใช่แมวขี้เรื้อนแบบที่ฉันเห็นนี่”

“แมวขี้เรื้อนอะไรเล่า!”

“แต่งใหม่”

“ก็ได้ๆ งั้นก็ ‘วันนี้สนุกมากเลย ขอบคุณสำหรับของขวัญน่ารักๆ นะครับ ชอบกระดิ่งมากเลย’”

“ไม่ต้องชอบกระดิ่งมากเลยก็ได้”

“ก็ชอบจริงๆ นี่”

“ก็ไม่เห็นต้องบอกให้เขารู้”

“ก็อยากให้รู้จะได้ซื้อมาให้อีกไง!! ทำไมชอบขัดใจเรา!”

จีฮุนยกมือสองข้างขึ้นอย่างยอมแพ้ โชคดีที่เป็นทางตรง และไม่ได้มีรถมากแต่จวิ้นฮุยก็ยังร้องตะโกนโวยวายทำท่าจะเอื้อมมาจับพวงมาลัยแทนอยู่ดี จีฮุนต้องรีบตีมือแล้วดันตัวออกไป พวงมาลัยที่ไม่มีคนบังคับยังอันตรายน้อยกว่าพวงมาลัยที่มีแมวตัวแสบอย่างจวิ้นฮุยมาแตะอีก

“ถึงหอแล้ว ใส่ฮู้ดสิ อย่าลืมเก็บหางใส่กางเกงด้วย”

จวิ้นฮุยอิดออดเหมือนทุกครั้ง จีฮุนที่วันนี้เหนื่อยเต็มที่เลยจัดการดึงฮู้ดลงมาปิดหน้าแล้วมัดเชือกแน่นจนเห็นแต่ตาไว้มองทางให้เสร็จสรรพ จวิ้นฮุยเก็บหางแทบไม่ทันก็ถูกดึงลงจากรถ พอถึงห้องแล้วก็รีบสะบัดฮู้ดออก ถอดกางเกงทิ้งจนเหลือแค่เสื้อแขนยาวถึงช่วงต้นขาตัวเดียว เป็นสภาพปกติของจวิ้นฮุยเวลากลับถึงห้องที่จะไม่ใส่กางเกงเพราะจะอึดอัดหาง เป็นภาพชินตาของจีฮุนเลยล่ะเพราะว่าเขาทั้งสองอยู่ด้วยกันที่นี่แหละ ปกติแล้วผู้จัดการไม่จำเป็นต้องอยู่กับดาราที่ดูแลอยู่หรอก แต่กรณีของจวิ้นฮุยค่อนข้างพิเศษ ถ้าไม่มาคุมล่ะก็ไม่รู้จะทำอะไรพิเรนทร์ๆ บ้างน่ะสิ

“ถ้าไม่คิดจะช่วยเก็บของก็อย่ามาพันแข้งพันขาจะได้มั้ยเนี่ย”

จีฮุนบ่นอยู่ก็จริง แต่มือก็ยังลูบหัวจวิ้นฮุยก็เลื้อยมานอนหนุนตักอยู่ดี จวิ้นฮุยชอบของขวัญที่แฟนคลับเอามาให้ทั้งนั้นแหละ ก็เลยเก็บไว้หมด แล้วยังหาวิธีเล่นกับมันได้ทุกอย่างด้วย ที่คาดผมกระดิ่งนี่คงจะเป็นของโปรดอันใหม่ ใส่ติดหัวเชียว

“ของขวัญนายทั้งนั้น ชอบนักก็เก็บเองบ้างไม่ได้รึไง”

“จีฮุนก็ไม่ต้องเก็บสิ วางไว้แบบนี้แหละ”

“มันรก!”

“ไม่เห็นรกเลย ก็นี่ไง เอาตั้งแต่ไม้แผ่นนี้จนถึงแผ่นนั้นถือว่าเป็นห้องเก็บของส่วนตัวของเรา”

นั่นแหละ จีฮุนเลยต้องเป็นคนเก็บของให้ตลอด

“เอ้อ เดี๋ยวจีฮุนจะเข้าบริษัทใช่มั้ย?”

“คิดว่าจะไปพรุ่งนี้ วันนี้เหนื่อยแล้วอยากพัก”

“ไปเหอะ”

จีฮุนขมวดคิ้วแล้วก้มลงมองหน้าแมวตัวโตบนตัก จวิ้นฮุยฉีกยิ้มกว้างทำตาโตใส่ แปลก ทำไมถึงจะให้ไปวันนี้? ปกติชอบอ้อนให้อยู่ด้วยจะตายไป จวิ้นฮุยเองก็รู้ว่าอีกคนสงสัย อ้าปากพะงาบๆ อยู่สองสามครั้งก็เม้มปากแล้วเบิกตาโตกว่าเก่า

“เอ้อ เดี๋ยวมินกยูจะมาน่ะ มาเล่นด้วยกัน เสียงดังออกจีฮุนคงรำคาญอะ”

มีเหตุผล มินกยูเป็นนายแบบในค่ายเดียวกัน และยังเป็นสัตว์ผสมเหมือนกันด้วยแต่หมอนั่นเป็นหมา เสียงดังกว่า เละเทะกว่า แล้วยังเด๋อกว่าจวิ้นฮุยอีก มาเล่นด้วยกันทีไรจีฮุนปวดหัวทุกที ต้องขังตัวเองอยู่ในห้อง แต่ยังไงๆ ท่าทางจวิ้นฮุยก็แปลกอยู่ดี นั่น เบิกตาโตจนจะหลุดออกมาจากเบ้าอยู่แล้ว จีฮุนโน้มหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกชิดกันแล้วหรี่ตามองอย่างกดดัน

“คิดจะทำอะไรแผลงๆ อีกแล้วรึเปล่า? ฉันบอกแล้วนะว่าจะอัดคลิปไปลงเว็บโป๊ของสัตว์ผสมอะไรนั่นไม่ได้เข้าใจใช่มั้ย?”

“ถ้าใส่หน้ากากก็ไม่มีใครรู้-”

“รู้สิ!! นายเป็นดาราดัง! ถ่ายมาแค่ปลายเล็บแฟนคลับนายยังจำได้เลยมั้ง! แล้วเป็นนักร้องเนี่ย คิดเหรอว่าแฟนคลับจะจำเสียงนายไม่ได้? ปกตินายก็ชอบร้องดังอยู่แล้วด้วยเวลา-”

แล้วจีฮุนก็ชะงักไปในขณะที่จวิ้นฮุยยิ้มกว้างขึ้นแล้วเอื้อมมือมาจับคอจีฮุนที่กำลังจะถอยหนีไป

“เวลาไหนเหรอ ที่เราเสียงดัง?”

“ปล่อย ฉันจะจัดของต่อ”

“จีฮุน~ เวลาไหนที่เราเสียงดังเหรอ แล้วเราร้องอะไร แบบไหนเหรอ?”

หางเริ่มมาแล้ว ถูไปตามแขนของจีฮุน ขึ้นมาที่แก้ม จีฮุนนับหนึ่งถึงสามจะขืนตัวหนีแต่จวิ้นฮุยก็รู้ทัน ด้วยแรงที่มากกว่าและความได้เปรียบจากขนาดตัว จีฮุนถูกพลิกลงนอนกับพื้นโดยถูกแมวหนุ่มนั่งทับไว้ได้ไม่ยาก จีฮุนยกมือขึ้นจะดันตัวอีกฝ่ายออกแต่ก็ไม่ทัน ข้อมือทั้งสองข้างถูกกดไว้กับพื้นและจวิ้นฮุยก็โน้มตัวลงมาจู่โจมริมฝีปากทันที จีฮุนพยายามดิ้นหนี แต่จวิ้นฮุยตัวโตกว่ามาก จีฮุนกำลังจะยอมโอนอ่อนในไม่ช้า เรี่ยวแรงของเขาเริ่มน้อยลงทุกที

ปิ๊งป่อง~

‘จวิ้นนนน เรามาแล้วววววว มาทำเค้กให้จีฮุนกันนนนน’

จีฮุนหันไปมองทางประตูอย่างอึ้งๆ ในขณะที่จวิ้นฮุยสบถคำหยาบแล้วซบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง

“ช่วยทำเป็นไม่ได้ยินที่ไอ้หมาโง่นั่นพูดหน่อยได้มั้ย?”

สรุปก็คือ จวิ้นฮุยเรียกมินกยูมาช่วยทำเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิดจีฮุนคืนนี้ แต่นายแบบหมาน้อยดันทำเสียแผนหมดด้วยการตะโกนผ่านประตูเข้ามาแบบที่ไม่เข้าใจว่าจะทำทำไม แต่ก็แบบนี้ล่ะ จีฮุนชินแล้ว อยู่กับจวิ้นฮุยเขาก็เจอมาเยอะไอ้แบบที่ไม่รู้จะทำไปทำไมเนี่ย แต่ยังไงนายแบบหมาน้อยที่มีความผิดในครั้งนี้ก็ยังยืนหูลู่หางตกในขณะที่จีฮุนนั่งหน้าตายอยู่บนโซฟา ในเมื่อรู้แล้วว่าจะทำอะไรกันก็ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องออกจากบ้านแล้วล่ะมั้ง

“ถ้ารู้ขนาดนี้แล้วถามเลยแล้วกันเนอะ จีฮุนอยากกินเค้กชอคโกแลตหรือวานิลลามากกว่า?”

จวิ้นฮุยยังหน้ามุ่ยๆ คงจะเคืองมินกยูไม่น้อยที่ทำเสียแผน

“วานิลลาก็ได้”

ตอบแบบนั้นเพราะจวิ้นฮุยชอบกินเค้กวานิลลา ถ้าทำมาก็จะได้กินด้วยกันได้ ตัวจวิ้นฮุยเองก็รู้ ถึงได้ยิ้มหวานแล้วกระโดดมาหอมแก้มทีหนึ่งก่อนจะวิ่งเข้าครัวไป จีฮุนเอนตัวลงนอนบนโซฟา ดูอะไรในโทรศัพท์มือถือไปเรื่อย และผล็อยหลับไปในที่สุด

เคร้ง!!!

“แง้วววว!!”

“งี้ดดดด งี้ดๆๆ”

จีฮุนสะดุ้งตื่นเพราะเสียงดังมาจากในครัว พอเขาเดินโงนเงนเข้าไปก็ต้องตาสว่าง ถาดสีเงินใบหนึ่งกับก้อนแป้ง หรือครีม หรืออะไรไม่รู้สีขาวๆ เละอยู่เต็มพื้น แต่เมื่อสายตาเขาเห็นมือแดงแจ๋ของแมวในความดูแลขาก็ขยับโดยอัตโนมัติ ไม่กี่วินาทีเจลเก็บความเย็นก็ประคบอยู่ที่มือของจวิ้นฮุยแล้ว จีฮุนหันไปมองสำรวจมินกยูแล้วก็ค่อยโล่งใจที่อีกคนไม่ได้บาดเจ็บไปด้วย

“มินกยู ไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ย?”

มินกยูส่ายหัวน้อยๆ หางหูลู่ไปหมด เห็นแล้วก็สงสาร

“นายกลับบ้านไปก่อนแล้วกันนะ”

พูดแบบนั้นเพราะเขาเห็นสีหน้าจวิ้นฮุย เรื่องเก็บครัวน่ะเอาไว้ก่อน พอมินกยูกลับบ้านไปจีฮุนก็พาจวิ้นฮุยมานั่งที่โซฟา ประคบเจลไว้แล้วรีบเอาบัวหิมะมาพอก เสร็จแล้วก็นั่งเงียบกันอยู่ครู่หนึ่งจวิ้นฮุยก็เอนหัวไปซบผู้จัดการตัวเล็ก

“ขอโทษนะ”

จีฮุนยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ

“ขอโทษทำไม? นายเจ็บตัวไม่ใช่เหรอ?”

จวิ้นฮุยส่ายหน้าน้อยๆ

“ขอโทษที่ไม่เอาไหน เค้กเละหมดแล้ว คืนนี้จีฮุนคงไม่ได้กินเค้ก เราขอโทษ วันเกิดแท้ๆ เลย”

จวิ้นฮุยเป็นคนสดใสร่าเริง ไม่ค่อยมีเรื่องให้ร้องไห้ได้ง่ายๆ หรอก แต่ตอนนี้น้ำตาเปียกเต็มไหล่เขาเลย เพราะเป็นเรื่องนี้ จวิ้นฮุยถึงได้อ่อนไหวมาด จีฮุนรีบดึงแมวตัวโตมากอดแน่น มือหนึ่งยังถือเจลประคบอยู่ อีกมือตบหลังเบาๆ

“เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นเป็นไรเลย”

“เป็นสิ! เราตั้งใจจะทำให้ แต่เรื่องแค่นี้ก็ยังทำให้ไม่ได้เลย”

จีฮุนเงียบไปพักหนึ่งแล้วซบหน้าเข้ากับแก้มของอีกฝ่าย

“ร้องเพลง เต้น ถ่ายแบบ เดินแบบ ตอบคำถามสื่อ เอาใจแฟนคลับ ทั้งหมดนี่ก็ทำได้หมดเลยไม่ใช่เหรอ? ทำเค้กไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”

“แต่ มันไม่เหมือนกันนี่ เราอยากทำอะไรให้จีฮุนในวันเกิด แต่เค้กก็ทำไม่ได้ ของขวัญก็ไม่รู้จะให้อะไร”

“มีตั้งหลายอย่างที่นายทำให้ฉันได้”

จีฮุนผละออกมาเล็กน้อยแล้วเอาหน้าผากโขกช่วงแก้มของจวิ้นฮุย พอเห็นแมวตัวโตขมวดคิ้วเขาก็ยิ้มออกมา

“อย่างเช่น ดื้อให้มันน้อยๆ หน่อย แล้วก็หยุดทำอะไรแปลกๆ”

“ไอ้เรื่องแบบนั้นมันไม่เหมือนกันสักหน่อย ของขวัญน่ะของขวัญ ความพิเศษของวันเกิด!”

“งั้น ระเบิดลงในครัวน่ะ ช่วยเก็บให้หน่อยได้มั้ย ฉันเหนื่อย”

“ไม่สนุกเลยจีฮุนน่ะ!!”

แล้วก็ผลักจีฮุนไม่ออมแรงจนผู้จัดการตัวเล็กจมโซฟา จวิ้นฮุยกำลังจะเดินสะบัดเข้าครัวไป แต่เห็นอีกฝ่ายนอนหงายอยู่แบบนั้นก็เลยกระโดดทับแทน จูบมั่วจูบซั่วไปหมด สองมือจะกระชากเสื้อทิ้งให้ได้ จีฮุนรีบดิ้นหนี กลิ้งลงมานอนบนพื้นแต่จวิ้นฮุยก็ตามลงมานั่งทับแล้วพยายามจะดึงกางเกงออก

“นี่ๆๆ! พึ่งขอว่าอย่าดื้อไง! ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”

“ไม่ออก! เราจะให้ของขวัญจีฮุนแบบนี้แหละ! เราก็เก่งแต่เรื่องแบบนี้อยู่แล้วนี่!!”

“นี่! หยุด! นี่ ฮุยหยุด!”

“เรื่องนี้เราเก่ง! เรามั่นใจมากเลย! เดี๋ยวเราจัดชุดใหญ่ให้นะจีฮุนเอาแบบพิเศษสุดเลย!!”

“ฮุยว้อยย!!! ไอ้แมวขี้เรื้อนนนน!!!”

ปิ๊งป่อง~

‘จวิ้น!! เราขอโทษที่เราช่วยทำเค้กไม่สำเร็จ!! เราซื้อเค้กวานิลลามาให้!! วางไว้หน้าประตูนะ!!’

ห้าทุ่มแล้ว จวิ้นฮุยกับจีฮุนนั่งมองเค้กวานิลลาที่มีครีมลายดอกไม้บนโต๊ะเนือยๆ มันเละตุ้มเป๊ะแบบนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้ เริ่มจากจวิ้นฮุยตั้งใจจะเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยการทำเค้กให้ แผนแตกเพราะมินกยูตะโกนผ่านประตูไม่ดูสี่ดูแปด จีฮุนนอนในห้องนั่งเล่นระหว่างที่แมวหมาตัวโตทำเค้ก ‘เซอร์ไพรส์’ อยู่ในครัวใกล้ๆ กัน เค้กพัง จีฮุนต้องปลอบแมวหมดความมั่นใจ สุดท้ายเกือบโดนปล้ำ แล้วก็ถูกขัดจังหวะด้วยมินกยูที่อุตส่าห์ซื้อเค้กแล้วย้อนกลับมาให้ จีฮุนช่วยจวิ้นฮุยเก็บครัวจนปวดหลังกันทั้งคู่

“ก็ อวยพรเลยแล้วกันนะ”

“อือ ตามสะดวก”

จวิ้นฮุยไหลลงมานอนทับแขนตัวเองบนโต๊ะด้วยความเหนื่อยอ่อน ช้อนตามองจีฮุนแล้วก็ถอนหายใจเฮือก

“ก็ ขอให้มีความสุขมากมากกก สุขภาพแข็งแรงงงง ฮึดสู้กับเราได้ทุกวันนน”

“ถ้านายร่วมมือหน่อยชีวิตฉันก็จะง่ายขึ้น”

“ขอมากไปแล้วล่ะ ให้ไม่ได้”

“เฮอๆ~”

จีฮุนส่งเสียงหัวเราะหน้าตายแล้วทำท่าจะลงมือตัดเค้กแต่จวิ้นฮุยตีมืออีกคนแล้วทำหน้ามุ่ยก่อนจะดึงมือมากัด จีฮุนตกใจพยายามสะบัดมือหนีแต่ไม่เป็นผล

“กัดทำไมเล่า! นี่! เจ็บนะ!”

“ปีนี้ก็ทนเราให้ได้เหมือนเดิมนะ! อย่าหนีเราไปไหน ห้ามไปเป็นผู้จัดการให้คนอื่นเด็ดขาดแล้วก็ถึงเราจะไม่ได้เป็นนักร้องก็ ก็ อย่าทิ้งเรา อยู่กับเรานะ”

จวิ้นฮุยพูดเสียงสั่น จีฮุนหยุดสะบัดแขนแล้วเอื้อมมือไปลูบแก้มเจ้าแมวอารมณ์อ่อนไหวเบาๆ

“ไม่ทิ้งไปไหนหรอกน่า ไม่ต้องกลัวไปหรอก”

“สัญญานะ”

“อืม”

จวิ้นฮุยหลับตาลงแล้วซบหน้ากับฝ่ามือจีฮุน

“แมวขี้เรื้อนอย่างนาย ไม่มีฉันอยู่ด้วยคงเป็นข่าวฉาวทั่วเมืองแน่ๆ ดาราหนุ่มอะไรนะ รูปหล่อ กระโจนใส่แฟนคลับแย่งกระดิ่งหนึ่งพวง”

“จีฮุน!!!”

“เรื่องจริงนะ”

“ใช่สิ เรามันบ้า! เราจะบ้าให้ถึงที่สุดเลย! เอาครีมไปกินซะ!”

“เห้ย-”

จวิ้นฮุยกระโจนขึ้นบนโต๊ะ หางฟูฟ่องแล้วตะปบครีมบนเค้กมาโปะหน้าเจ้าของวันเกิด จีฮุนตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จะลุกหนีครีมอีกก้อนก็ตามมาติดๆ จะป้ายครีมกลับก็ใช่เรื่อง จะยิ่งเละกันไปใหญ่ รู้ตัวอีกทีจวิ้นฮุยก็กระแทกตัวลงมานั่งบนตักแล้ว ลิ้นอุ่นๆ เลียหน้าเลียตาเก็บครีมเรียบแต่หน้ายังเหนียวหนึบ

“เล่นเสร็จรึยัง สกปรก”

“ยังอยากให้มีต่อที่อื่นมั้ยล่ะ?”

แล้วก็บดสะโพกเน้นถึงที่อื่นไปด้วย จีฮุนอดไม่ได้ฟาดเข้าให้ทีหนึ่ง

“ดื้อที่หนึ่ง”

“ใช่ เราดื้อที่หนึ่ง แต่ก็บอกแล้วว่าเรื่องแบบนี้เราเก่งที่หนึ่งด้วย ได้เวลาแกะของขวัญรึยัง?”

ช้อนตามองจีฮุนตาแป๋วอีกต่างหาก จีฮุนเอนตัวพิงพนัก ยกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผากแล้วถอนหายใจยาว เอาเถอะ ถือว่าเพราะวันนี้เป็นวันเกิดก็แล้วกัน

“ก็ได้ ไปแกะของขวัญกัน”





“เย่!!! จะข่วนให้หลังลายเลยวันนี้!!”