“ฉันจะดูแลนายเอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ขอให้นายสู้ก็พอ นอกนั้นฉันจัดการเอง อยู่กับฉันนะจีฮุน”
จีฮุนเป็นคนที่ไม่เคยหวังพึ่งใคร ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องหามาเอง ทำงานให้เต็มที่ และใช้เงินไปกับสิ่งที่รักและทำให้มีความสุข เขาทุ่มเทกับงานอย่างที่สุดเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน แต่เขาก็ลืมคิดไป ว่ากว่าฝันจะเป็นจริง ร่างกายมันอาจแตกสลายไปก่อนแล้ว
มะเร็ง
โรคตัวร้ายที่เมื่อผ่านเข้ามาในชีวิตแล้ว คุณก็ไม่มีวันปลอดภัยอีกเลย จีฮุนเป็นผู้ชายที่ร้องไห้ยาก และแม้ว่าเขาจะกลัวจับใจเขาก็ยังไม่แสดงออก มือคู่ที่สั่นเทา และดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำกลับเป็นของเขา ซึงชอล คนรักของจีฮุน
“นายหยุดทำงานเถอะนะ อยู่ที่บ้าน ทำใจให้สบายๆ ฉันจะดูแลนายเอง”
นั่นล่ะ สิ่งที่จีฮุนเกลียดที่สุด การพึ่งพาคนอื่น แต่หลังจากที่ซึงชอลอ้อนวอนจนเสียงแหบแห้ง จีฮุนก็ตกลง วันที่ลาออกจากงานเขารู้สึกว่างเปล่า เคว้งคว้าง เหมือนเขาได้ปล่อยเชือกที่จับไว้แน่นมาหลายปี และปล่อยให้ตัวเองตกลงเหว แต่ไม่เป็นไรหรอก ซึงชอลรอรับเขาอยู่ด้านล่างนั่นแล้วล่ะนะ
การให้คีโมทรมานที่สุด เขานั่งอยู่ในห้องเล็กๆ ที่มีเก้าอี้อยู่สองตัว ตัวหนึ่งของเขา อีกตัวของซึงชอลที่นั่งจับมือเขาอยู่ตลอดเวลา จีฮุนเงยหน้ามองถุงยาที่มีของเหลวใสไหลตามสายเข้าสู่ร่างกายของเขา ยาที่จะฆ่ามะเร็ง และช่วยชีวิตเขา แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นยาที่ทำร้ายร่างกายเขาไปด้วย ซึงชอลรีบขับรถกลับบ้านอย่างรวดเร็วที่สุด แต่จีฮุนก็ยังโซซัดโซเซวิ่งเข้าห้องน้ำไม่ทัน เขาอาเจียนในห้องนั่งเล่น ซึงชอลอุ้มเขาเข้าไปในห้องน้ำ และจีฮุนก็อาเจียนต่ออีกหลายครั้ง ซึงชอลลูบหลังเขาอยู่ตลอดเวลา และช่วยพยุงเขาขึ้นมาล้างปาก วินาทีที่จีฮุนเงยหน้าขึ้นมองเงาในกระจกเขาเริ่มรู้สึกถึงรอยร้าวในใจ เขาเป็นคนผิวสีซีด แต่ก็ไม่เคยมากขนาดนี้ ผิวหน้าของเขาขาวจนออกเขียวด้วยซ้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดูไม่จืดเลย
“จีฮุนดูดีเสมอแหละสำหรับฉัน”
ซึงชอลพูดย้ำอย่างนั้นหลายครั้งตอนที่เส้นผมของจีฮุนเริ่มร่วงเต็มบ้าน ยาเม็ดต้านมะเร็งเข้าไปทำร้ายเซลล์ในร่างกายจีฮุนทุกวัน ผิวหนังของเขาเริ่มไวต่อสัมผัสมากขึ้น เขาเริ่มทานอาหารเผ็ดไม่ได้ เขารู้สึกอ่อนแอและเปราะบางเหลือเกิน ซึงชอลมักจะกอดเขาไว้แนบอกและลูบหลังเขาเบาๆ เมื่อก่อนฝ่ามืออุ่นนั้นจะลูบผมของเขา แต่ตอนนี้คงจะทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว
จีฮันพยายามไม่ส่องกระจกหลังจากที่เขาล้างหน้าแล้วมีขนคิ้วร่วงติดฝ่ามือออกมา เขาไม่อยากรู้ว่าตัวเองหน้าตาเป็นยังไง เขาไม่อยากรู้ว่าตอนนี้เหลือเส้นผมอยู่บนหัวเท่าไหร่ ทุกวันนี้เขาแต่งตัวเหมือนหิมะตกในบ้านทุกวัน หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ และเสื้อหนาวตัวใหญ่ อุณหภูมิในร่างกายเขามันผิดปกติ เขาซุกตัวเข้าหาซึงชอลที่ใส่เสื้อกล้ามเพียงตัวเดียวเพื่อเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในห้องให้เขา
“นายออกไปเดินดูไฟเถอะ ฉันอยู่คนเดียวได้”
ทุกสิ้นปี ซึงชอลจะลากจีฮุนออกไปตามสถานที่ที่ประดับไฟต้อนรับคริสมาสและปีใหม่เสมอ แต่ปีนี้ซึงชอลเลือกที่จะอยู่บ้านเพราะจีฮุนไม่ควรออกไปในที่สาธารณะที่มีเชื้อโรคมาก ภูมิต้านทานของจีฮุนต่ำจนไม่ควรจะปล่อยให้เป็นหวัดด้วยซ้ำ จีฮุนซบหน้าลงกับไหล่ซึงชอลในขณะที่ทั้งคู่นอนดูถ่ายทอดสดกิจกรรมวันคริสมาสตามถนนต่างๆ อยู่กับบ้าน
เซลล์มะเร็งมันยังไม่หายไปจนหมดสักที และค่ารักษาก็แพงขึ้นเรื่อยๆ คุณหมอคนหนึ่งแนะนำยาตัวใหม่ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการเก็บสถิติ ซึงชอลรีบตอบตกลง อะไรก็ได้ที่พอจะมีความหวัง แม้ว่ายาตัวนี้จะเข็มละเป็นแสนก็ตาม พักหลังจีฮุนเห็นซึงชอลใช้คอมพิวเตอร์บ่อยขึ้น และได้ยินเสียงถอนหายใจอยู่ตลอด จีฮุนเคยแอบมอง และพบว่าซึงชอลกำลังหางานพิเศษ
“ฉันทำงานได้นะ”
ซึงชอลปัดข้อเสนอนั้นทิ้งทันที จีฮุนบอกว่างานพิเศษที่ทำที่บ้านได้มีมากมาย แต่ซึงชอลก็ยังคัดค้าน เขาให้เหตุผลว่าไม่อยากให้จีฮุนเครียด แต่จีฮุนเองก็ยืนกรานจะทำ การนั่งดูทีวีไปวันๆ ทำให้เขารู้สึกเครียดกว่าอีกมาก แต่ซึงชอลก็ตอบกลับว่าเป็นเพราะจีฮุนทำงานหนักเกินไปแต่แรกต่างหาก และควรจะพยายามปรับตัวให้ชินกับชีวิตแบบใหม่ได้แล้ว หน้าที่ของเขาคือทำใจให้สบายและรักษาตัวต่อไปเท่านั้น
ซึงชอลทำงานมากขึ้น จีฮุนไม่รู้แน่ชัดว่าซึงชอลรับงานอะไรเพิ่มบ้าง แต่ช่วงนี้เสาร์อาทิตย์บางสัปดาห์ซึงชอลก็ออกไปข้างนอก ซึงชอลยิ้มน้อยลง หัวเราะน้อยลง จากเดิมที่คอยตามเอาใจเขาอยู่ตลอดเวลาเพราะไม่อยากให้เขาเครียด ซึงชอลเองก็เริ่มเงียบขรึมมากขึ้น แต่เพราะว่าซึงชอลไม่อยู่บ้าน จีฮุนเลยสามารถทำตามใจอยากได้มากขึ้น เขาเลือกรับงานเขียนโปรแกรมง่ายๆ เขียนโค้ดให้กับ application เช็คหา bug และแก้โปรแกรมให้ เป็นงานเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาทำได้และมีความสุขไปกับมัน
เพราะนั่นทำให้เขารู้สึกไร้ค่าน้อยลง
แต่ซึงชอลไม่คิดอย่างนั้น
“ฉันตั้งใจทำงานแทบตายเพื่อนาย! แต่นายก็ยังจะทำร้ายตัวเองแบบนี้อยู่เนี่ยนะ!”
“นายทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันมีความสุข! หรือนายทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีกันแน่!”
“นายหมายความว่ายังไง!? คิดว่าที่ฉันควบสามงานอยู่ทุกวันนี้เพื่อตัวเองรึไง!? นายพึ่งฉันบ้างมันจะตายรึไง!?”
“จะให้ฉันนั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้านทุกวันในขณะที่นายทำงานจนหน้าเป็นศพแบบนี้ได้ยังไง!? ไม่ต้องมาทำตัวเป็นพระเอกออกโรงปกป้องดูแลฉันถึงขนาดนี้หรอก! หรือว่าที่นายทำแบบนี้เพราะอยากรู้สึกเป็นช้างเท้าหน้าดีล่ะ? ถ้าฉันไม่เป็นไอ้โรคเฮงซวยนี่ คนที่จะนำนายก็คือฉัน!”
“คิดอย่างนั้นสินะ ที่แท้มันก็คือเรื่องนี้เองใช่มั้ย!? ยอมรับความจริงสักทีได้มั้ย ว่าตอนนี้นายต้องพึ่งฉัน! เลิกทำตัวอวดดีสักที! นายในตอนนี้กลับไปทำงานอย่างเก่าไม่ได้แล้ว! เงินที่นายจะต้องใช้ต่อจากนี้คือเงินของฉัน! และนายควรจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำที่ยังดูแลนายอยู่แบบนี้ทั้งๆ ที่นายไม่เคยเห็นค่ามันเลย!”
จีฮุนร้องไห้เป็นครั้งแรก มันไม่ใช่ตอนที่เขารู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง ไม่ใช่ตอนที่เขาผมร่วงเป็นกระจุกเต็มพื้นห้องน้ำ ไม่ใช่ตอนที่เขาอ้วกไม่รู้กี่รอบจนสลบคาโถส้วม ไม่ใช่ตอนที่เขานอนหนาวสั่นอยู่คนเดียวบนเตียงทั้งๆ ที่อุณหภูมิในห้องสูง
แต่เป็นวินาทีที่สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางหัว ว่าเขาอาจะต้องพึ่งพาซึงชอลไปอีกเป็นปี เหมือนเห็บหมัดที่เกาะบนตัวเขา สูบเลือดสูบเนื้อ และยังต้องนอนสบายทำตัวเปราะบาง คอยรอรับความรักความเมตตา
บ่อนทำลายซึงชอลไปทีละนิดอย่างนั้น โดยที่ซึงชอลเองก็รู้สึก ว่าเขาเป็นหน้าที่ เป็นภาระที่ต้องดูแล
ความสัมพันธ์แบบนี้ อีกไม่นานความรักมันก็ต้องหมดไป
สิ่งที่มีรอยร้าวมานาน แตกละเอียดลงแล้วในวันนี้
จีฮุนเก็บของใส่กระเป๋าลากใบโตหลังจากที่ซึงชอลออกไปทำงานแล้ว เขายังมีเงินอยู่ในบัญชีอยู่บ้าง ถึงจะเสียไปกับค่ารักษามากแล้วก็จริง แต่อย่างน้อยผลของการที่เขาทุ่มเททำงานอย่างหนักมันก็ทำให้เขาพอจะพึ่งตัวเองต่อไปได้อีกสักระยะ เขากลับห้องเก่าของเขาไม่ได้เพราะซึงชอลเองก็มีคีย์การ์ด จะให้กลับไปบ้าน เขาก็ไม่กล้าอีก เขาไม่อยากต้องอธิบายให้ใครๆ ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อกับแม่ของเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นมะเร็ง จีฮุนเป็นลูกชายที่พึ่งพาได้มาตลอด นอกจากเงินที่ส่งกลับให้ทางบ้านทุกเดือน และข้อความสั้นๆ ว่าตัวเองกินดีอยู่ดี พ่อแม่ของเขาก็ไม่เคยต้องเป็นห่วง หรือนัดเจอกันเลย
จีฮุนเลือกจะเช่าห้องอยู่เงียบๆ คนเดียว
หลังจากจัดเก็บของเสร็จเรียบร้อยเขาก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน ถือเป็นข้อดีที่เขาไม่ต้องออกไปทำงานข้างนอก ทำให้เขาเลือกห้องเช่าที่อยู่นอกเมือง ราคาถูกแต่สะอาดสะอ้านดี ถึงอย่างนั้นจีฮุนก็ลุกขึ้นมาทำความสะอาดให้เรียบร้อย เขาไม่เสี่ยงกับการติดเชื้อหรอก
‘จีฮุน นายออกไปไหน? ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่า-’
‘จีฮุน นี่มันดึกแล้วนะ กลับมาเดี๋ยวนี้’
‘จีฮุน กลับมาคุยกันดีๆ เถอะ’
‘จีฮุน’
‘จีฮุน รับโทรศัพท์’
‘จีฮุน อย่าทำแบบนี้’
‘จีฮุน ฉันขอร้อง’
‘ได้โปรด กลับบ้านเถอะ’
‘จีฮุน ฉันรักนาย’
จีฮุนร้องไห้อีกครั้ง แต่เขาก็ไม่รับโทรศัพท์หรือตอบข้อความซึงชอล แน่นอนว่าเขารักซึงชอลมาก แต่ถ้าเขากลับไปมันก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ซึงชอลพยายามปกป้องเขาจนทำให้เขารู้สึกไร้ค่า รู้สึกไร้ประโยชน์ และรู้สึกเป็นภาระ เขาทนเห็นซึงชอลเป็นแบบนั้นไม่ได้หรอก และจีฮุนก็ตั้งใจทำงานอยู่ที่บ้านต่อไป เขากินอาหารครบหมู่ตรงเวลาทุกวัน และดื่มน้ำมากๆ พยายามไม่เครียด เขานอนกอดเสื้อหนาวของซึงชอลทุกคืน และหวังว่าซึงชอลจะหยุดร้องไห้แล้ว
ซึงชอลโอนเงินเข้ามาในบัญชีเขาหลายหมื่น จีฮุนรีบโอนกลับไปในทันที แต่ซึงชอลก็โอนเข้ามาใหม่ และโอนเข้ามาเรื่อยๆ จีฮุนรู้ว่าเขาควรทำใจให้สงบและผ่อนคลาย แต่เขาโมโหและรำคาญจนทนไม่ไหวและโทรไปหา เขาไม่เคยเป็นคนคุมอารมณ์โมโหตัวเองเก่งอยู่แล้ว
“หยุดส่งเงินมาได้แล้ว! ฉันไม่เอา!”
“ก็ฉันจะให้ ฉันตั้งใจทำงานเพื่อหาเงินให้นาย ถ้านายไม่อยู่ตรงนี้ให้ฉันดูแล ฉันก็จะส่งไปให้นายแบบนี้แหละ”
“เล่นเป็นเด็กไปได้! หยุดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะ-”
“นายจะทำไมฉัน? หน้าก็ไม่ยอมมาเจอ ข้อความก็ไม่ตอบ ยอมโทรมาเพื่อจะมาด่าฉันอย่างเดียวเนี่ยนะ? นายจะทำอะไรฉันได้?”
“ชเว ซึงชอล อย่ายั่วโมโหฉัน!”
“นายไม่ควรจะโมโหหรอกจีฮุน นายควรรักษาตัวเองดีๆ นายควรมีความสุขให้มากๆ และทำอะไรที่นายอยากทำ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการทำงาน ซึ่งทำให้เครียดได้ก็เถอะ และถึงนายจะเป็นคนเก่ง คนเข้มแข็งยังไง คนทุกคนก็สมควรมีอ้อมกอดอุ่นๆ ตอนอากาศหนาว และใครสักคนที่นอนดูทีวีด้วยกันบ่ายวันอาทิตย์”
“...”
“ฉันไม่ขอเป็นคนดูแล เป็นช้างเท้าหน้า เป็นผู้นำของนายอะไรทั้งนั้น ฉันแค่ขอเป็นคนรัก ที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้นายมีความสุขเท่านั้น ให้ฉันได้มั้ยจีฮุน?”
“...”
“นายอยากจะทำงาน อยากจะทำอะไรก็ตามใจเลย ฉันจะไม่บังคับนายอีกแล้ว แต่ว่าได้โปรด กลับมาหาฉันเถอะนะ ให้ฉันได้อยู่กับนาย ให้ฉันได้แน่ใจว่านายอยู่สบายดี ให้ฉันได้เป็นความสุขของนายอีกครั้งเถอะนะจีฮุน”
ซึงชอลขับรถมาถึงที่ห้องเช่านอกเมือง พอจีฮุนเปิดประตู ก็ถูกโถมเข้ากอดอย่างแรง แต่ฝ่ามืออุ่นๆ ของซึงชอลที่ลูบผมเขาอย่างอ่อนโยนทำให้จีฮุนหลับตาลง และยกแขนขึ้นกอดตอบ ซึงชอลเอากระเป๋ามาด้วยและประกาศว่าจะมาพักร้อนที่นี่สักระยะ พอนั่งบนโซฟาแล้วก็กางแผนเที่ยวที่ตั้งใจเขียน อธิบายให้จีฮุนฟัง
“มีภูเขา น้ำตก ทุ่งนา แล้วก็แม่น้ำ”
“แต่ฉันไม่น่า-”
“เราจะขับรถผ่าน”
“หา?”
“ขับรถเที่ยวไง เราจะขับรถไปดูที่นั่นที่นี่เยอะแยะเลย แถวนี้อากาศดี ไม่มีมลพิษ เราปิคนิคกันได้สบายเลยล่ะ ฉันเอาเสื่อกับตะกร้ามาแล้ว”
“นายนี่มัน บ้ารึไงนะ ว่างมากเหรอ?”
“ว่าง ฉันลางานแล้ว อาทิตย์นี้ฉันจะอยู่กับนายทั้งวันทั้งคืนเลยจีฮุน”
ซึงชอลหันมามองหน้าเขาแล้วเขยิบเข้ามาใกล้ วางมือลงบนหน้าขาเขาพร้อมรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ
“อาทิตย์นี้เราจะแนบแน่นกันสุดๆ ไปเลยล่ะ พร้อมมั้ยที่รัก?”
จีฮุนรู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัว หลังเขาเป็นมะเร็งซึงชอลกลายเป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่เขามากขึ้น นั่นมันดีก็ใช่ แต่เขาก็คิดถึงด้านนี้ของซึงชอลเหมือนกัน คนรักที่มีความต้องการสูงลิ่วจนทำให้เขาหมดแรงคาเตียงบ่อยๆ เขาเริ่มรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน
การขับรถเที่ยวไม่เลวเลยจริงๆ นั่นล่ะ จีฮุนมาอยู่ที่นี่สักพักแล้ว แต่ไม่เคยออกมาดูธรรมชาติจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง ทุ่งนาสีเหลืองอร่าม ภูเขาสูงใหญ่ น้ำตกที่มีน้ำเย็นใสสะอาด และแม่น้ำที่มีต้นไม้ร่มรื่น แซนวิชที่ซึงชอลทำก็อร่อยเหมือนเดิมเลย นั่งกินข้าวเที่ยงไปฟังเสียงน้ำไหล นกร้องไปก็รู้สึกสบายตัวสบายใจดี นั่นทำให้เขารู้ว่าหลายอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เขารู้สึกอึดอัดมากแค่ไหน
“จีฮุน อาทิตย์หน้านายต้องเข้าไปฉีดยาเข็มที่สามนะ”
“อื้ม ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้จะยอมแพ้หรอกซึงชอล”
“ดีแล้วล่ะ”
“ซึงชอล”
“หืม?”
“ฉันขอโทษนะ ที่พูดไม่ดีกับนาย ฉันรู้ว่านายแค่อยากจะดูแลฉันให้ดีที่สุดแค่นั้น แต่ สำหรับฉันที่ รู้สึกว่าตัวเองทำทุกอย่างได้เอง การที่ต้องนอนรอนายอยู่กับบ้านเฉยๆ จะซื้อ จะทำอะไรก็ไม่กล้าเพราะมันเป็นเงินของนายและฉันก็นอนไร้ค่าไปวันๆ อยู่กับบ้าน มันเครียดมากเลย”
“ฉันรู้ ฉันขอโทษที่จำกัดอะไรนานมากเกินไปด้วย ฉันพยายามดูแลปกป้องนายให้ดีที่สุด แต่มันก็เกินไป”
“อืม”
“เรามาค่อยๆ ปรับให้มันพอดีๆ ดีกว่านะ”
“อื้ม”
“จากนี้ไป ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ หรืออึดอัด เราก็พูดกันตรงๆ แล้วก็พยายามเปิดใจกว้างๆ ไว้ เพราะยังไง เราก็รักกันนะจีฮุน”
“อืม”
“ฉันรักนายนะ”
“อือ”
“นายจะไม่บอกรักฉันหน่อยเหรอ?”
“นายรู้อยู่แล้วนี่”
“แต่มันไม่เหมือนกัน ฉันอยากฟังจากปากนาย”
“อือ”
ซึงชอลเม้มปากมองจีฮุนพับกระดาษห่อแซนวิชใส่ตะกร้าแล้วก็กระโจนเข้าใส่จนล้มหงายไปบนเสื่อ จีฮุนเบิกตาโตแต่ก็ไม่ได้ดันซึงชอลออกไป อาจจะเป็นเพราะมือทั้งสองข้างถูกกดไว้กับพื้นแล้วด้วย
“ทำอะไร?”
“ทำให้นายบอกรักฉัน”
“ยังไง?”
“เอ้า ก็ เวลาผ้าหลุด นายจะบอกรักฉันง่ายกว่าไง”
จีฮุนหน้าร้อนผ่าวเมื่อซึงชอลยกยิ้มใส่ในระยะใกล้แบบนี้ ริมฝีปากอุ่นๆ นาบลงมาที่หน้าผาก เปลือกตา ปลายจมูก ข้างแก้ม และจบลงที่ริมฝีปากของเขา นุ่มนวลและอ่อนโยน นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้จูบกันอย่างนี้ เมื่อจีฮุนไม่ได้ขัดขืนอะไร ซึงชอลก็สอดมือเข้ามาใต้เสื่อเขาแล้วลูบช่วงเอวเบาๆ จีฮุนหลุดเสียงร้องออกมาที่ทำให้ซึงชอลยิ้มกว้างขึ้น
“แค่นี้ก็ร้องแล้วเหรอจีฮุน วันนี้ฉันจะเอาให้ลั่นป่าเลย”
“ไม่กลัวใครผ่านมาเห็นเหรอ?”
“ไม่มีใครบ้ามาปิคนิคริมแม่น้ำกลางป่าวันทำงานแบบเราหรอกจีฮุน”
“เรามันพวกว่างงานสินะ”
“เปล่า แค่คู่รักที่มาฮันนีมูนผาดโผน”
“ผาดโผนบ้าอะไร”
ซึงชอลจูบจีฮุนอีกครั้ง ย้ำอยู่นาน อยากจะส่งต่อความรัก ความหวังดี และความเข้มแข็งไปให้จีฮุนได้รับรู้มากที่สุด และเมื่อแขนของจีฮุนยกขึ้นมือโอบหลังเขาไว้ เขาก็ยิ่งกอดจีฮุนแน่นขึ้นอีก
“จีฮุน ฉันรักนายนะ”
“อื้ม”
“ต้องให้ถอดกางเกงก่อนใช่มั้ยถึงจะยอมบอกรักกลับ”
“ไม่รู้สินะ ลองสิ”
นี่ล่ะ จีฮุนที่เขารักที่สุด
ซึงชอลยอมรับว่าเขาทำพลาดไป เขาไม่ควรทำเหมือนจีฮุนเป็นแก้วเปราะบางที่จะแตกได้ทุกเมื่อ ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งจะทำให้จีฮันอ่อนแอลง แต่จีฮุนก็ยังเป็นจีฮุนคนเดิม และเขาไม่ควรปฏิบัติต่อจีฮุนต่างไปเพียงเพราะอีกฝ่ายป่วย คนเป็นมะเร็งก็ยังเป็นคนคนเดิม เขาไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงอะไรจีฮุนทั้งนั้น
แทนที่จะพยายามขังอีกคนไว้เพื่อปกป้อง และเป็นคนแบกน้ำหนักทั้งหมดไว้เอง เปลี่ยนเป็นจับมือกันไว้แน่นๆ และก้าวไปพร้อมกันจะดีกว่า