Monday, 19 December 2016

Diet #minsoon

“โอ๊ะ"


ซูนยองรู้สึกหัวใจกระตุกวาบก่อนจะค่อยๆ ก้มลงมองที่มือตัวเอง ไม่จริงน่ะ ทำไมกัน ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้ ซูนยองเป็นคนระวังตัวเองพอสมควร ไม่คิดว่าจะปล่อยปละละเลยจนมาถึงในจุดๆ นี้ได้ ถึงจะเกิดกับคนอื่นตั้งมากแต่ซูนยองไม่เคยคิดว่าจะมาถึงตัวเอง เขาที่เคยเป็นนักวิ่งมาก่อน พอคิดถึงตรงนี้ก็น้ำตาแทบไหล


“ซูน เกิดอะไรขึ้น?”


มินกยูเดินงงๆ เข้ามาหาพี่ชายที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ไม่บ่อยเลยที่เขาเห็นซูนยองทำหน้าแบบนี้ แต่พอมองต่ำลงมาที่มือของซูนยองแล้วก็ต้องเบิกตากว้างและยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจแล้วค่อยๆ ทรุดถอยหลังลงไปกับกองพื้น เล่นใหญ่เหมือนตั้งใจให้ทุกบ้านในซอยข้างๆ รับรู้พร้อมแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างดราม่าที่สุดในโลก


“ซูนรูดซิปกางเกงไม่ขึ้นนนนนนนนนนนนนนนน"






“รอบเอวสามสิบเจ็ดกว่าๆ.. อ้วนใช้ได้เลย"


มินกยูมองหน้าพี่ชายด้วยสีหน้าสงสารปนเห็นใจ ซูนยองให้มือทั้งสองข้างขยำแถวเอวและหน้าท้องตัวเอง มันนิ่ม นิ่มกว่าปกติและมีเนื้อเยอะมากๆ จนแทบหากระดูกไม่เจอ ทั้งๆ ที่ปกติซูนยองถึงจะไม่ใช่คนผอมแต่ก็ไม่เคยอ้วนแท้ๆ คงเป็นเพราะข้อเท้าพลิกแล้วได้แต่นอนอยู่บนเตียงเกือบอาทิตย์แต่กินจุบกินจิบมากกว่าเดิม คิดได้ก็สำนึกเสียใจจนเกือบร้องไห้ หมดกันภาพลักษณ์พี่ซูนยองคนเท่ กลายเป็นหมูอ้วนไปซะแล้ว


“ซูนน อย่าเครียดไปเลย ลดไม่ยากหรอกฮะ นะๆ"


“ไม่ยากได้ยังไงกัน ฉัน ฉันไม่เคยมีพุงแบบนี้เลยนะ แล้วต่อไปฉันจะกินอาหารยังไง ในตู้เย็นยังมีเค้กอยู่เลย ฉันอยากกิน"


“อ่า ซูนไม่เอาๆ ไม่เศร้านะ ลืมไปแล้วเหรอผมเป็นใคร? มาเลยๆ มาออกกำลังกายกัน!! เดี๋ยวมินกยูคนนี้จะเป็นเทรนเนอร์ให้เอง!!”


“งะ งั้นเหรอ"


มินกยูยิ้มกริ่ม ซูนยองไม่เคยว่าง่ายแบบนี้มาก่อนแต่ซูนยองในตอนนี้อยู่ในสภาวะเปราะบางที่สุดและขาดความมั่นใจ ทุกๆ สองนาทีจะต้องจับพุงตัวเองแล้วทำหน้าหมดหวัง ซึ่งเป็นการง่ายมากที่มินกยูจะลุกขึ้นมาเป็นใหญ่บ้าง ถึงเหตุผลหลักคือการช่วยซูนยองให้ผอมลง สุขภาพดีขึ้น และกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม แต่เหตุผลรองคือมินกยูอยากลองเป็นผู้กุมอำนาจดูบ้าง


“เอาล่ะ! วันนี้ซูนกินให้เต็มที่เลยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะมาเริ่มโปรแกรมมินกยูเดอะฮาร์ดคอร์เทรนเนอร์โมสวอนเดอร์ฟูลพาวเวอร์เรนเจอร์มาสก์ไรดเดอร์อุลตร้าแมนกัน!!!”


“อืม.. ได้ งั้นฉันไปกินเค้กก่อนนะ"




นั่นไง อย่างที่มินกยูคิด ซูนยองไม่ล้อชื่อโปรแกรมเขาซะด้วยซ้ำ แต่เดินออกจากห้องนอนเข้าครัวไปกินเค้กแทน มินกยูเองไม่ได้รู้สึกว่าซูนยองอ้วนขึ้นเท่าไหร่ อาจจะเพราะอยู่ด้วยกันตลอดแต่พอมองดีๆ ซูนยองก็ดูตัวกลมขึ้นจริงๆ นั่นแหละ ใส่ได้แต่กางเกงยางยืดนอกนั้นต้องพับเก็บหมด ระหว่างที่พี่ชายนั่งกินเค้กด้วยสายตาเหม่อลอยปนอาลัยอาวรณ์มินกยูก็ร่างตารางการออกกำลังกายขึ้นมาคร่าวๆ ด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย คราวนี้แหละซูนยองจะต้องเป็นฝ่ายงอแงและเขาจะต้องเป็นคนได้ดุบ้าง!


“นะ เหนื่อยแล้วมินกยู"


“ไม่ได้ๆ เพิ่งวิ่งมาได้สิบนาทีเองง! วิ่งต่อปายย"


“ตะแต่ว่า ฉันเหนื่อยมากแล้วจริงๆ นะ"


“ไม่ได้ๆ เป็นแบบนี้ได้ไงเสียชื่อนักวิ่งหมดเลยย อยากเป็นหมูเหรอ"


ซูนยองกัดริมฝีปากแน่นเมื่อถูกพูดแทงใจดำ ศักดิ์ศรีความเป็นนักกีฬาเก่ามันทำให้เขาออกวิ่งต่อไป แต่ไม่ลืมหันไปส่งสายตาอาฆาตแค้นน้องชายที่ถีบจักรยานอยู่ข้างๆ อย่างสบายอารมณ์ ถึงมินกยูจะทำเพื่อช่วยเขาก็เถอะแต่หน้าตารื่นเริงเกินเหตุของอีกคนทำให้ซูนยองอดหงุดหงิดไม่ได้ หลังจากกินจนเต็มที่แล้วเมื่อวาน ตอนเช้าซูนยองถูกปลุกตั้งแต่หกโมงเพื่อออกมาวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะที่ห่างจากบ้านไปไม่ไกลนัก ด้วยความที่เป็นคนตื่นสายอยู่แล้วเช้าวันนี้เลยเป็นโปรแกรมที่หนักหนาที่สุดของซูนยอง


“ซูน อ้าปากๆ กินเกลือแร่หน่อยเดี๋ยวเป็นลม"


“อืมม"


อาหารเช้าก็ไม่ได้กิน มินกยูมีแค่น้ำเกลือแร่มาป้อนเขาเป็นระยะๆ เท่านั้น พอมองนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าวิ่งมาจวนครบชั่วโมงหนึ่งแล้ว ถึงหลังๆ มานี้จะไม่ได้ออกกำลังกายนักแต่เขาก็เคยเป็นนักกีฬามาก่อน นักวิ่งด้วย เพราะงั้นไม่ถึงกับเป็นลมหรือเดี้ยง แต่ก็เหนื่อยพอควรถึงจะเป็นการวิ่งเหยาะๆ ก็เถอะ พอเจ็ดโมงครึ่งครบหนึ่งชั่วโมงพอดีมินกยูก็บอกให้หยุดได้ ถ้าไม่กลัวเสียฟอร์มซูนยองคงลงไปนอนกับพื้นแล้วแต่ตอนนี้ได้แต่โค้งตัวลงเอามือยันเข่าอย่างเหนื่อยอ่อน มินกยูลงจากจักรยานมานั่งยองๆ เช็ดหน้าพี่ชายพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน


“เก่งมากเลยครับ เอาล่ะไปกินข้าวเช้ากันดีกว่า"


“อืม แต่ แฮ่ก แป๊ปนึงได้มั้ยฉัน แฮ่ก ฉันยังเดินต่อไม่ไหว"


“ไม่ต้องเดินหรอก มาๆ ซ้อนท้ายผมดีกว่า"


“ฉะฉันอ้วนนะ แฮ่ก นายปั่นไหวเหรอ แฮ่ก"


“ไหวสิ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรถ้าเพื่อซูนผมก็ทำได้หมดแหละ ขึ้นมาเถอะครับ"


ซูนยองซบหน้าลงกับแผ่นหลังมินกยูอย่างเหนื่อยอ่อน ในมือถือขวดเกลือแร่แล้วดูดไปด้วยให้สดชื่นขึ้น ไม่น่าเชื่อว่ามินกยูจะปั่นไหวจริงๆ ทั้งที่เมื่อเช้าซูนยองชั่งน้ำหนักแล้วตัวเองยังแทบเป็นลมกับเลขเจ็ดปลายๆ แปดต้นๆ ของตัวเองอยู่เลย ไม่นานนักมินกยูก็ปั่นกลับมาถึงบ้าน ซูนยองเห็นน้องชายเดินเป๋ๆ นิดหน่อยแล้วก็ต้องหลุดขำ ท่าทางจะฝืนตัวเองจริงๆ


“กลับมากันแล้วเหรอลูก มาทานข้าวเช้ากันเร็ว"


“หูยยยยย แมมม่ แพนเค้กน่ากินจังเลยยยย"


“อ๊ะๆๆ ซูน ถอยไปๆ อันนี้ของผมต่างหากเล่า ของซูนน่ะอันนั้น"


“หา? ม่ายยยยยยยย"


ซูนยองมองแพนเค้กเจ็ดแผ่นราดน้ำผึ้งและวิปครีมในมือมินกยูตาละห้อยก่อนจะเบนสายตามามองข้าวเช้าของตัวเอง แอปเปิ้ลเขียวหนึ่งลูกกับนมหนึ่งแก้ว เขาหันไปมองแม่กะว่าจะอ้อน แต่คุณแม่ก็รู้ทันรีบเดินหนีไปเสียก่อน เพราะถึงซูนยองจะทำตัวเป็นพี่ชายคนเก่งของมินกยูตลอดเวลา แต่เวลาอยู่กับคุณแม่ก็อ้อนเก่งไม่แพ้มินกยูเลย แล้วคุณแม่ก็ต้องยอมลูกชายทุกที


“แม่ ฮืออ ผมอยากกินแพนเค้ก"


“ไม่ได้ๆ ซูนไม่ต้องอ้อนคุณแม่เลย ผมตกลงกับคุณแม่เรียบร้อยแล้ว! ต่อไปนี้ผมจะเป็นคนดูแลซูนทุกอย่าง ซูนเป็นสิทธิ์ขาดของผมเข้าใจมั้ย?”


“ไม่เอามินกยูฉันไปวิ่งมานะ ฉันหิวว"


“ไม่ได้ๆ!! กินแอปเปิ้ลกับนมไปเลย!”


“มินกยู ฉันขอคำหนึ่งนะ ไม่ป้ายวิปครีมก็ได้ นะ"


“ไม่ได้!! ถ้าซูนยังงอแงอยู่ละก็แอปเปิ้ลก็ไม่ต้องกิน ผมจะให้กินโปรตีนผงแทนดีมั้ย?”


“ม่ายยยยยยยยย"


ซูนยองแทบจะกินแอปเปิ้ลทั้งน้ำตา คอยเหล่มินกยูที่เคี้ยวแพนเค้กแก้มตุ่ยด้วยหน้าตาแช่มชื่น พอมินกยูหันมายิ้มให้ซูนยองก็รีบหันหน้าหนีอย่างรวดเร็วจนน้องชายตัวโตส่งเสียงงอแงแล้วขยับตัวมานั่งใกล้ๆ ซูนยองที่กินแอปเปิ้ลหมดแล้วปาแกนแอปเปิ้ลใส่แล้วเดินหนีขึ้นห้องนอนไปอาบน้ำ


“เอาล่ะ มาเริ่มโปรแกรมตอนเช้ากันต่อ"


“อืม"


“หลังจากกินข้าวเช้าไปชั่วโมงครึ่งน่าจะหายอิ่มแล้ว เพราะงั้นเราจะมาา~”


“อะไร"


“เล่นฮูลาฮูปปปปปป"


“หา?”


ซูนยองรู้สึกหงุดหงิด หงุดหงิดมากจนอยากทุบหัวน้องชายที่นั่งขำแล้วถ่ายวิดิโอเขาอย่างมีความสุข ซูนยองรู้สึกเหมือนหมูแอโรบิคที่ยืนส่ายเอวไปมากลางห้องนอนอย่างบ้าคลั่งเพื่อเล่นไอ้ฮูลาฮูปบ้าๆ นี่ แต่ซูนยองก็เข้าใจถึงความจำเป็นเพราะสิ่งนี้น่าจะทำให้เอวเล็กลงจริงๆ ถึงอย่างงั้นก็เถอะซูนยองไม่ชอบมันเอาซะเลย เล่นไปไม่กี่ครั้งก็หล่น ไม่กี่ครั้งก็หล่นจนโปรแกรมนี้แทบจะเป็นฮูลาฮูปผสมก้มตัวแล้วเพราะซูนยองต้องเก็บเจ้าห่วงนี่ทุกๆ สองนาที


“ฮ่าๆๆ ทำต่อสิฮะทำต่อ ฮ่าๆๆๆ โอ๊ยเหมือนหมูน้อยเลยน่าร้ากกก- อั่ก!!”


“เงียบปากไปซะ!!”


“ซูนเจ็บน้าาา!! ทำร้ายเทรนเนอร์แบบนี้เดี๋ยวเจอดีแน่บอกเลย!!”


ไม่นานก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน แต่สำหรับซูนยองที่เล่นฮูลาฮูปจนหัวหมุนรู้สึกเหมือนแก่ขึ้นสิบปี เดินลากขาตามน้องชายลงมาชั้นล่างก็ได้กลิ่นหอมๆ แตะจมูก หมูย่าง กลิ่นหมูย่างแน่ๆ ซูนยองตาลุกเมื่อเห็นกล่องอาหารหน้าตาคุ้นเคยจากร้านอาหารญี่ปุ่นที่สั่งทานเป็นประจำ และกลิ่นนี้ต้องเป็นข้าวหมูย่างซอสหวานของโปรดเขากับมินกยูแน่นอน ..เขากับมินกยู หรือว่า-


“อ๊ะๆๆ ถอยไปเลยๆ อันนั้นของผมนะ ของซูนน่ะอันนู้นต่างหากล่ะ"


“ม่ายยยย มินกยูไอ้เด็กผี!!!!”


ซูนยองมองจานของเขาสลับกับมินกยู เขาไม่เคยรู้สึกอยากต่อยมินกยูมากขนาดนี้มาก่อน ข้าวหน้าหมูซอสหวานแสนอร่อยไม่ใช่ของเขา แต่เป็นจานแก้วใบใหญ่ที่มีแตงกวา แครอท และแอปเปิ้ลเขียวจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม แอปเปิ้ลเขียว แอปเปิ้ลเขียวอีกแล้ว ซูนยองมองหาน้ำสลัดแต่ก็ไม่มี


“ถ้าหาน้ำสลัดอยู่ล่ะก็ไม่มีหรอก พวกนั้นแคลอรี่เยอะจะตายไป ซูนกินเปล่าๆ แบบนั้นแหละ เร็วเข้าจะได้รีบๆ ย่อยแล้วเข้าโปรแกรมช่วงบ่ายกัน"


“ฉันเกลียดนาย"


“ขอบคุณครับ รักซูนเหมือนกัน"


“ฉันบอกว่าฉันเกลียดนาย! ไอ้เด็กหมา!”


“ผมรู้ว่าซูนหมายความว่ารักผมครับ พี่หมู"


“คิมมินกยู!!!!”


มินกยูปล่อยให้ซูนยองย่อยหนึ่งชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้ให้นั่งๆ นอนๆ น้องชายตัวโตลากพี่ออกมาเดินเล่นในซอยทั้งๆ ที่คนเป็นพี่แทบจะขาลากอยู่แล้ว พอครบหนึ่งชั่วโมงก็พากลับมาบ้าน ซูนยองทรุดลงนอนกับพื้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องนอน โปรแกรมของมินกยูนี่มันฮาร์ดคอร์จริงๆ ซะด้วย ถึงจะรู้ว่าน้องชายพยายามช่วยก็เถอะ


“เอาล่ะ เหมือนว่าปัญหาหลักของพี่ตอนนี้คือพุงกับต้นขาที่นิ่มมาก- โปรแกรมของเทรนเนอร์มินกยูจะเน้นที่สองจุดนั้นนะครับบบ"


“อืม..”


“อย่าเพิ่งเหนื่อยสินี่วันแรกเอง อ่ะ บ่ายนี้เราจะมาซิทอัพกับวิดพื้นกันนะครับ!”


“หื่อออ ฉันล่ะเกลียดที่สุดเลย ให้ฉันไปวิ่งต่อยังดีกว่า"


“ไม่ได้ๆ นี่ไฮไลท์เลยนะไฮไลท์ เอาให้เลือกว่าจะทำอะไรก่อน"


“ไม่อยากทำทั้งสองอย่างเลย เล่นฮูลาฮูปต่อก็ได้นะ"


“ไม่! พูดไม่รู้เรื่องเหรอ นี่แน่ะ!!”


“ย๊ากกก"


มินกยูผลักซูนยองลงนอนกับพื้นอย่างรวดเร็วแล้วจับขาทั้งสองข้างให้ชันขึ้นเตรียมให้ซิทอัพ แต่ซูนยองยังนอนนิ่งๆ ทำใจอยู่ไม่ยอมเริ่มสักทีจนมินกยูต้องหาวิธีใหม่ มินกยูหยิบอาวุธลับออกมาจากกระเป๋า แกะ แล้วหยิบแท่งหนึ่งใส่ปากตัวเอง แอบนึกยิ้มกระหยิ่มในใจในแผนการสุดล้ำเลิศของตัวเอง


“ซูนน ถ้าซูนยอมซิทอัพนะ ผมจะให้กินป๊อกกี้แหละ!”


“หืม??”


“ครั้งละคำ ดีมั้ยครับ?”


ซูนยองตาโตเมื่อเห็นป๊อกกี้รสชอคโกแลตของโปรดยื่นออกมาจากปากน้องชาย ถึงจะเริ่มรู้สึกถึงอันตรายแต่เป็นเพราะขาดน้ำตาลหรือเมาน้ำย่อยมากถึงได้พยักหน้ารัวๆ สอดมือเข้าใต้หัวอย่างเชื่อฟังแล้วค่อยๆ ยกตัวเองขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก ซูนยองกำลังขาดีมากก็จริงแต่ช่วงบนค่อนข้างอ่อนแอโดยเฉพาะกล้ามท้องที่ไม่เคยมีเท่าไหร่ แถมช่วงนี้ยังมีพุงอีก มินกยูเห็นพี่ชายฮึดฮัดอยู่บนพื้นก็สงสารบอกแค่ให้ลอยจากพื้นมาครึ่งทางก็นับหนึ่งครั้งได้ ไม่ต้องขึ้นมาถึงข้างบนแล้วยื่นหน้าลงไปหาให้ซูนยองงับป๊อกกี้ทีละนิด และคอยถอยออกเมื่อซูนยองพยายามจะงับคำใหญ่ขึ้น ไม่นานป๊อกกี้ก็ชิ้นเล็กลงเรื่อยๆ จนโผล่ออกมาจากปากน้องชายไม่ถึงห้าเซนติเมตร


“นายกินที่เหลือสิ แล้วเปลี่ยนแท่งใหม่"


“ไม่อะ ถ้าซูนไม่กินแท่งนี้ให้หมด ผมก็ไม่เปลี่ยน ซูนก็กินแค่แท่งเดียวแล้วกัน"


“มินกยู มันเหลือแท่งนิดเดียวเอง"


“แต่ก็ยังเหลือนี่ฮะ"


“มันโผล่มาแค่นั้นจะให้ฉันจูบนายรึไง!”


พูดจบซูนยองก็ตกใจเอง ต่างจากมินกยูที่ยิ้มนิดๆ แล้วโน้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก กลายเป็นพี่ชายตัวกลมแทนที่เลิ่กลั่กที่ถูกกดขาไว้กับพื้นจนขยับไปไหนไม่ได้ มินกยูก้มหน้าลงมาจนปลายป๊อกกี้ห่างจากริมฝีปากซูนยองเพียงเล็กน้อย ลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดใบหน้าทำให้ซูนยองเหมือนได้ยินเสียงรถหวอในหัว อันตราย อันตรายเกินไปแล้ว


“กินเร็วสิครับ"


“เอ่อ..”


“เร็วครับ บ่ายนี้ซูนต้องซิทอัพร้อยครั้ง วิดพื้นร้อยครั้งนะครับ ถ้าไม่ครบผมไม่ให้กินข้าวเย็น"


“ทำไมถึงโหดแบบนี้นะ ไอ้เด็กบ้า!”


“เพื่อตัวซูนเองน้า เอากินเร็วครับ"


ซูนยองชักสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ยืดตัวขึ้นไปงับป๊อกกี้ไว้ คิดว่าจะดึงขนมออกจากปากอีกฝ่ายแต่มินกยูดันงับไว้ไม่ปล่อยจนซูนยองที่เริ่มเมื่อยหงายหลังกลับลงมานอน แต่ที่ทำให้ซูนยองตกใจจนตาโตคือมินกยูเองก็เคลื่อนตัวตามลงมาพร้อมขนมในปากจนริมฝีปากเฉียดกันไปเล็กน้อย ซูนยองตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกจ้องในระยะประชิดแบบนี้ ไม่กี่วินาทีมินกยูก็ปล่อยขนมออกจากปาก ยิ้มเล็กน้อยแล้วยืดตัวกลับขึ้นไปทิ้งให้ซูนยองคาบแท่งป๊อกกี้ไว้นิ่งอย่างอึ้งๆ


“เอ้าๆ รีบทานรีบซิทอัพต่อคร้าบบ แท่งใหม่มาแล้วว ถ้าไม่ถึงร้อยครั้งอย่าหวังจะได้กินข้าวเย็นนะหมูซูนนนน"


“ว่าใครหมู ไอ้เด็กบ้า!!”

หลังจากนั้นทั้งบ่ายมินกยูก็สั่งให้ซูนยองซิทอัพและวิดพื้นอย่างโหดร้ายและเลือดเย็นจนซูนยองเหงื่อท่วมตัว แอร์ก็ไม่ให้เปิดอีกด้วย พอซูนยองจะขอหยุดมินกยูก็จิ้มเข้าที่พุงแรงๆ จนซูนยองต้องกัดฟันฮึดสู้ต่อ พอถึงเวลาห้าโมงเย็นมินกยูก็อนุญาตให้ซูนยองพักได้ถึงแม้ว่าจะซิทอัพไปร้อยครั้งและวิดพื้นไปแค่ห้าสิบกว่าครั้งเท่านั้น มินกยูแค่ขู่ไปอย่างนั้นเอง ซูนยองไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อนทำได้แค่นี้ก้ถือว่าเก่งมากแล้ว ได้เวลาอาหารอีกครั้งแต่พอซูนยองเห็นชามสลัดของตัวเองก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก


“ซูนน อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ มาทานข้าวเถอะครับ ยังมีโปรแกรมตอนดึกรออยู่"


“ยังมีอีกเหรอ??? พอก่อนเถอะฉันไม่ไหวแล้ว"


“ไม่ได้น้า หมูซูนน อยากเป็นหมูเหรอ หมู หมูๆๆๆ หมู"


“พอ!!”


ซูนยองหยิบมะเขือเทศเชอร์รี่เข้าปากทีละลูก สายตาจ้องมองข้าวหน้าเนื้อในชามของน้องชายตาละห้อย ขนาดน้ำของเขายังเป็นน้ำส้มเลย วันนี้ทั้งวันเขากินแต่ผัก แค่คิดว่าอีกอาทิตย์สองอาทิตย์เขาจะต้องอยู่อย่างนี้ไปตลอดก็ท้อแท้แล้ว มินกยูเหลือบมองพี่ชายที่ฟุบลงกับโต๊ะกินข้าวแล้วก็ถอนหายใจยาว เขาชอบแกล้งซูนยองก็จริง แต่ไม่ได้อยากเห็นอีกฝ่ายหงอยแบบนี้สักหน่อย


“ซูนน ไม่กินข้าวเหรอ?”


“นี่มันมีแต่ผัก.. เรียกว่าข้าวไม่ได้ด้วยซ้ำ..”


“อ่า..”


“มินกยู"


“หืม?”


“ฉันอ้วนแล้วน่าเกลียดมากรึเปล่า"


“หา?”


“เป็นหมูแล้วน่าเกลียดมากมั้ย ฉันเหนื่อย ถ้าจะไม่เป็นหมูแล้วต้องอยู่แบบนี้ไปอีกหลายวันฉันไม่รู้ว่าฉันจะอยากทำรึเปล่า วันนี้ฉันไม่มีความสุขเลยมินกยู..”


มินกยูตกใจที่หันไปเห็นพี่ชายทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาแทบไม่เคยเห็นพี่ชายร้องไห้เลยและเขาไม่อยากเป็นสาเหตุนั้น ซูนยองเป็นคนชอบกิน และกินเยอะโดยเฉพาะพวกขนมและโปรตีนทั้งเนื้อทั้งหมูแถมยังไม่ค่อยชอบออกกำลังกายด้วย นอกจากวิ่งระยะสั้น เพราะงั้นวันนี้คงจะหนักหนาสำหรับพี่ชายของเขาพอควร มินกยูนึกโทษตัวเองที่มัวแต่อยากเล่นโดยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของซูนยอง คงจะทั้งเหนื่อยที่ออกกำลังกาย หิวที่ไม่ได้กินอาหารอร่อยๆ เหมือนที่ชอบกิน แล้วก็คงไม่มั่นใจในรูปร่างตัวเองด้วย มินกยูถอนหายใจ โอบตัวพี่ชายเข้ามากอดแน่นแล้วซบหน้าลงกับไหล่ที่ช่วงนี้นุ่มนิ่มเป็นพิเศษ


“ซูนน ซูนไม่มีวันน่าเกลียดหรอก สำหรับผมแล้วซูนน่ารักเสมอแหละ"


“ฉันไม่ชอบคำว่าน่ารักเวลาใช้กับฉัน"


“รู้แล้วคร้าบ ฮ่าๆๆ หล่อก็ได้ หล่อ"


“นายพูดไปอย่างนั้นเอง"


“ง่า แต่มันจริงนะ ซูนไม่น่าเกลียดหรอกครับ แล้วที่ผมให้ซูนออกกำลังกาย คุมอาหารก็ไม่ใช่เพราะซูนน่าเกลียดน้า"


“...”


“แต่ว่าซูนอ้วน- เอ่อ น้ำหนักขึ้นเพราะขนมซะเยอะ ผมว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพผมก็เลยอยากให้ซูนสุขภาพดีขึ้นแค่นั้นเอง เดี๋ยวถ้างานที่มหาลัยซูนเยอะอีกซูนก็จะนั่งกินขนมตัวติดโต๊ะทั้งวันอีกอ่า"


“อืม..”


“ก็เลยให้ออกกำลังกายแบบนี้ไง แต่ว่าผมอาจจะให้ซูนออกหนักไปหน่อย ขอโทษนะครับ"


“ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันอ่อนแอไปหน่อยเองแหละ"


“ง่า ไม่หรอก ผมจัดตารางโหดไปจริงๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลดให้แล้วกันน้า แล้วก็ขอโทษที่เรียกว่าหมูๆๆ ตลอดวันเลย.. จริงๆ แล้วซูนไม่ได้อ้วนขนาดนั้นหรอก"


“อืม"


“แต่ว่า ถึงจะอ้วนเป็นหมู ก็เป็นหมูที่ผมรักที่สุดเลย น้า"


พูดจบมินกยูก็กดปลายจมูกลงบนแก้มพี่ชายแรงๆ แล้วหอมเข้าฟอดใหญ่ ซูนยองหันมามองหน้ามินกยูแล้วยิ้มน้อยๆ เพราะอยู่ด้วยกันมานานทำให้ทั้งคู่รู้ว่าเวลาอีกคนเสียใจจะต้องปลอบแบบไหน ซูนยองเอนหัวลงซบมินกยูคืนแล้วจูบลงกับกลุ่มผมนิ่มเบาๆ น้องชายตัวโตเหลือบมองสลัดผักไม่มีน้ำสลัดในชามพี่ชายแล้วก็ถอนหายใจ ถ้าเป็นเขาเองก็คงไม่อยากกินเหมือนกัน ดีนะที่ว่ายน้ำมากเลยไม่เคยอ้วน คุณแม่เตรียมอาหารสุดโหดแบบนี้ไว้ให้ตามที่มินกยูขอแล้วหายเข้ากลีบเมฆไปเพื่อกันซูนยองงอแง


“ซูน"


“หื้ม?”


“จริงๆ แล้วกินแต่ผักก็ไม่ดีหรอก มันจะไม่มีอะไรไปสร้างกล้ามเนื้อเอาน่ะสิ"


“อืมม"


“มา ผมให้ชิมเนื้อคำนึงก็ได้"


“หื้มม?”


ซูนยองตาเป็นประกายเมื่อน้องชายผละออกไปแล้วตักเนื้อจากชามตนเองขึ้นมาชิ้นหนึ่ง พี่ชายตัวกลมจ้องพุงตัวเองสลับกับเนื้อก้อนเล็กที่ค่อยๆ ยื่นมาตรงหน้า มินกยูยิ้มน้อยๆ แล้วดึงมือพี่ชายที่ดูไม่ค่อยมั่นใจไปกุม


“ไม่เป็นไรหรอก เนื้อชิ้นเดียวเองฮะ อ่ะ อ้ามม"


“ไม่ต้องมาอ้ามเลย"


“อ้าปากกก"


“ฮึ่ย อั้ม! ฮืออ อร่อยย"


มินกยูมองพี่ชายที่เคี้ยวเนื้อด้วยสีหน้าปลื้มปิติแล้วหยิบผักสลัดกินต่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แค่นี้ซูนยองก็คงพอมีกำลังใจจะสู้ต่อแล้ว ถึงเขาจะชอบแกล้งพี่ชายโดยให้ออกกำลังกายหนักๆ ก็จริง แต่สิ่งที่เขารักที่สุดคือรอยยิ้มแบบนี้นี่แหละ อีกสองอาทิตย์ หรือจนกว่าซูนยองจะผอมลงอาจจะหนักหน่อย แต่มินกยูจะลดหย่อนลง ให้กินขนมบ้าง เพราะสุขภาพคือสิ่งสำคัญก็จริงแต่สำหรับเขาแล้ว ความสุขของซูนยองสำคัญที่สุด


“มินกยู ขออีกคำได้มั้ย?”



“ไม่ได้!”

No comments:

Post a Comment