Tuesday, 29 August 2017

Petty #minsoon

"ซูนนนนนนน" 

"เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อนมินกยูนี่มันหน้าโรงเรีย- อั่ก!"

ทันซะที่ไหนล่ะ ซูนยองคงผิดเองที่มาหาที่โรงเรียน คิดว่ามายืนแอบข้างประตูด้านนอกจะปลอดภัยแล้วเชียว แต่กระโดดกอดขนาดนี้จะไม่ให้คนอื่นๆ หันมามองได้ยังไงกัน ยิ่งคนกระโดดกอดไม่ใช่เด็กปรระถมตัวเล็กๆ แต่เป็นเด็กม. 6 ที่กำลังเรียนจบด้วยเนี่ย ซูนยองยกมือขึ้นดันอกน้องชายอย่างรุนแรงพลางหันมองรอบข้าง มีคนมองอยู่สี่ห้าคน

"มินกยู ปล่อย นี่ มินกยู! นี่มันหน้าโรงเรียนนะ!"

"ทำไมอะะ แค่กอดเองง ไม่ได้เหรอ? ก็ผมดีใจนี่นาาา มาหาถึงที่นี่เลยย"

"ไม่ได้ ปล่อยนะ! คนมองหมดแล้ว!"

"งืออ ก็ได้ๆ เชอะ"

มินกยูเสียใจนิดหน่อย ก็เครียดมาทั้งอาทิตย์นี่นา พอสอบเสร็จก็โล่งใจ แถมพี่ชายมาหาถึงที่ก็อยากกอดอยากหอมสักหน่อยแต่โดนยันซะแขนแทบขาด เอาเถอะ เขาก็เข้าใจอยู่นั่นแหละว่าทำไมซูนยองถึงทำแบบนี้ คนก็มองเยอะจริงๆ แหละ ไม่สนก็ต้องสน

"แล้วว เราจะไปไหนกันดีอะซูนน"

"ตามใจนายเลย แต่แน่ใจนะว่าไม่อยากไปเที่ยวกับเพื่อนน่ะ จบม.6 แล้วอาจจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้วนะ ไม่อยากไปฉลองสอบเสร็จด้วยกันเหรอ?"

"ไม่อะ ก็เดี๋ยวว่าจะนัดไปเที่ยวกันวันอื่น วันนี้ผมอยากอยู่กับซูนที่สุดเลย น้าา"

"อืม โอเค ตอนนี้บ่ายสองกว่าละ เราทำอะไรดี นายอยากทำอะไร?"

"ดูหนังงงง! ไม่ค่อยได้ดูหนังในโรงกับซูนเลยอะ! ไปกันๆ"

"ได้สิ ดูเรื่องอะไรนายเลือกเลยนะ งั้นไปห้างก่อนดีกว่า เนอะ"

"อื้อ! เอ้อ แต่ซูนน กินข้าวก่อนได้ปะ"

"อ่าว ทำไมจะกินตอนนี้ล่ะ? เที่ยงไม่ได้กินข้าวเหรอ?"

"ก็กิน แต่ก็ อยากกินอีกอะ อยากกินข้าวกับซูน"

"เอ้า โอเคก็ได้ เลือกร้านเลย"

"วันนี้ซูนตามใจผมจัง รักตายเลย มาหอมที-"

"หยุด!!"

"เชอะะ"

ระหว่างเดินไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ มินกยูเล่านู่นเล่านี่ให้พี่ชายฟังเหมือนเคย บางทีก็ออกท่าออกทางจนซูนยองต้องคว้ามือไว้เพราะจะไปฟาดหน้าคนอื่นทั้งๆ ที่ก็แค่เล่าเรื่องข้อสอบให้ฟังไม่รู้ทำไมท่ามาก คว้าไปคว้ามามินกยูก็ดึงมือพี่ชายมาจับแล้วยิ้มแก้มตุ่ย ซูนยองจะสะบัดมือทิ้งก็กลัวน้องเสียใจแต่จะให้จับต่อก็ไม่ได้ ตั้งแต่คุณแม่ยอมรับความสัมพันธ์ของทั้งสอง มินกยูก็เริ่มทำตัวเปิดเผยมากขึ้นเรื่อยๆ ซูนยองก็ดีใจที่เห็นน้องชายมีความสุข แต่ก็กังวลอยู่มากเพราะดูเหมือนมินกยูไม่ค่อยรู้ขอบเขตเท่าไหร่

"นี่มินกยู ปล่อยมือเถอะนะ"

"ซูนอ่า"

"ผู้ชายโตๆ แล้วสองคนจับมือกัน มัน เอ่อ มันแปลกๆ นะ"

มินกยูหน้าสลดไปเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ปล่อยมือพี่ชาย ซูนยองไม่อยากพูดก็เพราะแบบนี้ เตือนเข้าทีก็ซึมแต่ไม่เตือนก็ไม่ได้ มินกยูชักจะเลยเถิดเกินไปหน่อยแล้ว ถึงเพื่อนๆ ทีมว่ายน้ำจะยอมรับได้ คุณแม่จะโอเค ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเปิดเผยได้ขนาดนี้ เขายังต้องระวังอีกมาก คงต้องคุยให้รู้เรื่องหน่อยแล้ว ไม่อย่างนั้นจะอึดอัดไปอีกนาน เพราะอย่างนั้นที่ร้านอาหารซูนยองเลยเลือกโต๊ะที่อยู่ในมุม พอสั่งอาหารเสร็จเห็นมินกยูก็นั่งหน้ามุ่ยซูนยองเลยเอื้อมมือไปลูบแก้มเบาๆ

"อย่าทำหน้าแบบนี้สิ เพิ่งสอบเสร็จไม่ดีใจเหรอ?"

"ก็ดีใจ แต่ใครไม่รู้กอดก็ไม่ยอมให้กอด จับมือก็ไม่ยอมให้จับ"

งอนระดับสิบ

"มินกยู ฉันเคยอธิบายไปหมดแล้วนี่นา นายลืมแล้วเหรอ?"

"..."

พูดอย่างเดียวมินกยูอาจจะไม่ฟัง ปกติพองอนแล้วดื้ออย่างกับอะไรดีซูนยองเลยหันซ้ายหันขวาแล้วเอื้อมมือไปลูบแก้มน้องชายเบาๆ ถือว่าได้ผลนิดหน่อยเพราะหน้ามุ่ยๆ ค่อยคลายลงแล้วเอนแก้มมาซบฝ่ามืออ้อนๆ 

"เข้าใจนะ? ที่บ้านฉันจะให้กอดให้จูบได้เลย แต่อย่าทำในที่สาธารณะเลย นะ"

"ผมก็เข้าใจ.. แต่ก็ เสียใจนิดหน่อย"

"ฉันรักนายนะ"

"อื้ออ รักเหมือนกัน"

"แล้วฉันก็ไม่อยากจะคอยดันนายออกเหมือนวันนี้ ฉันไม่อยากให้นายเสียใจ รู้มั้ย?"

"งือออ"

"โอเค งั้นเดี๋ยวไปดูหนังกันเนอะ เลือกรึยังว่าอยากดูเรื่องอะไร?"

"ยังไม่ได้เช็คเลยอะ เดี๋ยวขึ้นไปดูที่โรงละกัน ถ้ารอบมันไกลก็กินขนมรอ อ๊าาอยากกินป๊อปคอร์นชีสอะะ! เอาถังใหญ่ๆ เลยนะซูน"

"เอาสิ วันนี้ฉันจะตามใจนายหมดเลย เอามั้ย?"

"ดีๆๆๆ งั้นเดี๋ยวดู Fifty shade of gray กัน"

"เห้ย! จะบ้าเหรอ! ทำไมจะดูเรื่องนั้น!"

"แหมซูนน ผมก็อายุถึงแล้วนา ไม่ได้ดูหนังกับซูนในโรงตั้งนานอะ มาดูอะไรสยิวกิ้วกันหน่อย-"

"ไม่!"

"ไหนบอกจะตามใจไง!!"

"ไม่เอา! ไม่ดู! นี่ทำไมเดี๋ยวนี้เอะอะดูหนังโป๊ เอะอะดูหนังเรท!?"

"ง่าา ไม่เห็นเป็นไรเลยอ่าา ก็เรื่องปกติปะะ"

ก่อนจะได้เถียงกันใหญ่โตไปกว่านั้นอาหารก็มาพอดี ซูนยองมองน้องชายเคี้ยวหมูทอดตุ้ยๆ แล้วก็ถอนหายใจออกมา น่ารักก็น่ารักอยู่หรอก แต่หลายครั้งก็ดื้อ ก็พูดยากเหลือเกิน แล้วก็ไม่รู้ทำไมเดี๋ยวนี้พิเรนทร์ขึ้นเรื่อยๆ  กินอาหารกันเสร็จทั้งสองก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้นโรงหนัง ซูนยองกวาดตาดูแล้วคิดว่ามินกยูน่าจะเลือกหนังแอคชั่น หรือไม่ก็หนังซุปเปอร์ฮีโร่แน่นอนซึ่งซูนยองก็โอเคกับทั้งสองเรื่อง ยังไงก็โตมาด้วยกันก็เลยชอบดูอะไรคล้ายๆ กันอยู่แล้ว ดูรอบหนังอยู่ครู่หนึ่งมินกยูก็ตัดสินใจได้

"ซูน ดูหนังผีกัน"

"ห๊ะ? ทำไมอยู่ๆ จะดูหนังผีล่ะเนี่ย? ไม่กลัวเหรอ?"

"แหม ก็ ไม่ได้ดูหนังโรงกับซูนตั้งนานอะ ดูทั้งทีจะดูธรรมดาๆ ได้ไงอะเนอะ"

"ทะทำไมจะต้องให้มันไม่ธรรมดาแบบนี้ด้วยเล่า! ฉันกับนายก็กลัวผีทั้งคู่ยังจะ-"

"ไม่เห็นเป็นไรเลย! กลับบ้านก็กลับด้วยกัน อยู่บ้านก็อยู่ด้วยกัน นอนก็นอนเตียงเดียวกัน เดี๋ยวอาบน้ำด้วยกันด้วยเลยก็ได้จะได้ไม่ต้องกลัว"

"มันใช่เรื่องมั้ยเนี่ย!"

"น้าาาา น้าๆๆ ไหนบอกวันนี้จะตามใจผมไงอ่าา น้าๆ ตามใจหน่อยน้า"

"ฮึ่ย! ถ้าตอนกลางคืนตื่นมาร้องไห้เพราะฝันร้ายฉันจะไม่ปลอบนะ!"

แต่ซูนยองก็ไม่แน่ใจหรอกว่าใครกันแน่จะตื่นมาร้องไห้กลางดึกเพราะฝันร้าย เรื่องกลัวผีเขากับมินกยูก็สูสีกันอยู่ อย่างตอนเด็กๆ ที่ดูโคนันตอนฆาตกรผ้าพันแผลยังต้องอาบน้ำด้วยกันไปหลายวัน นอนกอดกันกลมดิ๊กไปหลายคืน พอเห็นน้องชายยิ้มตื่นเต้นตอนซื้อบัตรแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มินกยูกล้าดูหนังผีแบบนี้ คนเราพอโตขึ้นก็ต้องมีนิสัยเปลี่ยนกันบ้างซูนยองก็เข้าใจ แต่ก็อยู่ด้วยกันมาตลอด จู่ๆ จะเปลี่ยนจากไหนกัน หลังจากซื้อตั๋วเสร็จก็มีเวลาอีกยี่สิบกว่านาที มินกยูลากซูนยองไปซื้อป๊อปคอร์นชีสถังใหญ่สุด ถึงจะเพิ่งกินข้าวแกงกะหรี่หมูทอดมาก็ไม่หวั่น สองพี่น้องมีกระเพาะมหึมาอยู่แล้ว 

"อีกสิบนาที เข้าโรงเลยมั้ย?"

"ไปสิๆ อยากเข้าโรงจะแย่แล้วเนี่ยย"

"ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น นี่ไม่ได้มาดูหนังกับเพื่อนเลยเหรอ?"

"มาบ้างนะ แต่กับซูนอะ ไม่ได้มาดูด้วยกันนานแล้วไง เลยตื่นเต้น~"

แปลก

พอก้าวเข้ามาในโรงหนังปุ๊ป ซูนยองก็ถูกคว้ามือไปจับปั๊ป ทีแรกก็ตกใจจะสะบัดออก แต่ในโรงหนังมืดมาก ถ้าไม่ได้ตั้งใจมองมาก็คงมองไม่เห็นเขาเลยเดินจับมือกับมินกยูไปถึงที่นั่งซึ่งมินกยูจองแบบที่นั่งคู่ที่แยกออกจากแถว แพงนิดหน่อยแต่อยากได้ความเป็นส่วนตัวก็เลยเลือกโรงนี้แต่แรก มินกยูดันให้ซูนยองเข้าไปนั่งด้านในส่วนตัวเองนั่งติดริมทางเดิน หนังยังไม่ทันเริ่มมินกยูก็เคี้ยวป๊อปคอร์นกร้วมๆ ไปครึ่งถังจนซูนยองต้องดึงมือห้ามไว้

"ค่อยๆ กิน เดี๋ยวท้องอืด"

"ไม่อืดหรอกน่า~ อ่ะ ผมป้อน"

"มินกยู ฉันกินเอง-"

"ไม่มีใครเห็นสักหน่อย นะฮะ ให้ผมป้อนนะ อ้าปากหน่อย อ้าม~"

ขัดได้ที่ไหนกัน ซูนยองอ้าปากรับป๊อปคอร์นชีสแล้วก็ต้องหยิกแก้มน้องชายด้วยความหมั่นไส้ เล่นขยุกขยิกขยับตัวไปมาจนเก้าอี้สั่น ไม่รู้ทำไมต้องตื่นเต้นดี๊ด๊าขนาดนี้ด้วย ซูนยองแอบมองน้องชายที่ยิ้มแป้นอยู่ตลอดเวลาแล้วก็ยิ้มตาม นานแล้วจริงๆ ที่ไม่ได้มาดูหนังด้วยกันแบบนี้ ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นลูบหัวฟูๆ เพราะถูไปกับพนักเก้าอี้ของน้องชาย แต่ดี๊ด๊ากันอยู่ได้ไม่นานก็ต้องตัวเกร็งทั้งคู่เมื่อหนังเริ่มฉาย เอาจริงๆ มินกยูเองก็ยังกลัวผีอยู่มากนั่นแหละ 

"ทะทำไมจะต้องเลือกเรื่องนี้ด้วยไอ้เด็กบ้า-ว้ากกกกก!"

"กะ ก็ ผมอยากจะดูอะไรแปลกๆ กับซูน- แว้กกกกก"

ยังไงล่ะ ซูนยองกับมินกยูผลัดกันสะดุ้งผลัดกันร้อง ยังดีที่คนในโรงเองก็กลัวกันเหมือนกันเลยร้องรวมๆ ไปกับคนอื่นได้ไม่ต้องโชว์เด๋อ ป๊อปคอร์นชีสหมดแล้วเรียบร้อย ถังถูกวางไว้ข้างเก้าอี้ สองมือสองแขนกอดกันกลม คนพี่ซุกหน้ากับอกคนน้องบ้าง คนน้องซุกหน้ากับไหล่คนพี่บ้าง ปกติแล้วหนังผีจะมีน่ากลัวสองแบบ น่ากลัวแบบตกใจ สะดุ้ง กับน่ากลัวแบบหลอน ทำให้นอนไม่หลับไปหลายคืน และเรื่องที่มินกยูคนเก่งเลือกนั้นก็น่ากลัวทั้งสองแบบ ซูนยองตกใจจะเหนื่อย แทบอยากจะเตะน้องชายตัวเองสักทีแต่พอเห็นเจ้าตัวเองก็กลัวอยู่เลยไม่ได้ลงไม้ลงมือ

"คราวหลังไม่เอาแบบนี้นะ เข้าใจมั้ย!"

"ฮือ ไม่เอาแล้วคราวหลังไม่เอาแล้ว เดินออกกันมั้ยซูน กลัวอ่า"

"เสียดายเงิน! ที่หนึ่งตั้งแพง ดันจะเลือกดูโรงนี้ด้วย-ว้ากกกกก"

จริงสิ ที่นั่งตั้งแพง จงใจเลือกแบบที่นั่งคู่ด้วย ทำไมมินกยูถึงลืมไปได้นะ จุดประสงค์ของการดูหนังแบบนี้แต่แรก ว่าแล้วมินกยูก็ละสายตาจากหน้าจอแล้วหันมามองพี่ชาย ซูนยองเหลือบๆ มองหน้าจอสลับกับซุกหน้าเข้ากับไหล่เขา สภาพน่ารักแบบที่อดยิ้มไม่ได้ มินกยูขยับแขนลงโอบรอบเอวพี่ชายแล้วดึงให้ขึ้นมานั่งเกยตักทำให้ซูนยองที่กำลังจดจ่อกับหนังสะดุ้งแล้วหันมามอง ถึงโรงหนังจะมืด แต่แสงจากหน้าจอก็พอทำให้เขาเห็นแววตาไม่น่าไว้ใจของน้องชาย เอาล่ะสิ คิดจะทำอะไร แรงดึงอีกครั้งทำให้ซูนยองขึ้นไปนั่งบนตักทั้งตัว พี่ชายตกใจรีบยกแขนขึ้นดันอกไว้แล้วพยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอด

"มินกยูทำอะไร ปล่อยนะ! นี่มันในโรงหนังนะ!"

"ก็ใช่ไงครับ ในโรงหนัง มืดขนาดนี้แถมยังเป็นหนังผี ไม่มีใครมานั่งมองเราหรอกครับ"

"นี่! แต่มันก็ไม่จำเป็นมั้ย? จะให้ฉันนั่งตักนายทำไม?"

"ก็ อยากนั่งแบบนี้นี่นา ไม่ได้เหรอครับ ซูนก็หันมาซบผมไงเวลาตกใจอะ ผมก็ซบไหล่ซูนได้พอดีเลย เวลาผมกลัวจะได้ขอกอดด้วยไง นะนะ ไม่เห็นเป็นไรเลย"

"มินกยู ไม่เอาแบบนี้สิ ปล่อยฉันลงเถอะนะ ฉันกลัวคนอื่นเห็น"

"ซูนอะ จะมีใครเห็น มืดขนาดนี้ หรือซูนก็แค่ไม่อยากนั่งตักผม ใช่มั้ย?"

ไม่ใช่ ซูนยองถอนหายใจแล้วซบหน้าลงกับอกน้องชาย ทำไมต้องทำให้เหนื่อยแบบนี้ด้วยนะ แค่นี้ซูนยองก็ต้องสู้กับจิตใจตัวเองทุกวันอยู่แล้ว มินกยูยังพยายามขยับความสัมพันธ์ให้ไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ทำไมต้องเร่งแบบนี้ ทำไมต้องรุกแรงแบบนี้ บางทีซูนยองก็สงสัยเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่อยากจะปฏิเสธมินกยูบ่อยๆ อยากให้เสียใจที่ไหนกัน พอมองไปรอบๆ แล้วค่อนข้างแน่ใจว่าไม่มีใครมองมาซูนยองก็ปล่อยเลยตามเลย นั่งตักน้องชายแต่โดยดี มินกยูยิ้มแป้นแล้วหอมแก้มพี่ชายเบาๆ 

"ผมก็แค่อยากจู๋จี๋บ้าง แค่นั้นเอง ไม่โกรธผมนะ?"

"อืม ไม่โกรธ แต่ก็ อย่าให้บ่อยนักแล้วกัน ฉันไม่ค่อยสบายใจนายก็รู้"

"ครับ"

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ดูหนังต่อกันเงียบๆ สะดุ้งบ้าง ร้องบ้าง แต่ซูนยองก็ไม่ได้จดจ่อกับหนังเหมือนเดิม มินกยูลูบหลังเขาบ้าง เอาจมูกมาคลอเคลียแถวหน้าผากบ้าง จริงๆ แล้วเวลาอยู่ที่บ้านเรื่องพวกนี้น่ะปกติจนเขาไม่เคยรู้สึกตัวด้วยซ้ำ แต่พอมาอยู่ในที่สาธารณะแบบนี้ความคิดในหัวก็ตีกันยุ่งไปหมด จนรู้สึกทุกๆ อย่างกระทั่งสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยได้ใส่ใจมาก่อน มินกยูเองก็รู้ว่าซูนยองอึดอัด เล่นนั่งตัวเกร็งบนตักเขาแบบนี้ทำไมจะไม่รู้สึก เขาก็แค่อยากให้พี่ชายผ่อนคลายบ้างเท่านั้นเอง อยากจะแสดงความรักต่อกันมากขึ้น เพราะตัวเขาเองไม่อยากจะจำกัดอยู่แค่ที่บ้าน อุตส่าห์เริ่มที่โรงหนังเพราะมันมืดและไม่น่ามีใครสนใจ แต่ถ้ามันทำให้พี่ชายอึดอัดแบบนี้เขาก็ไม่อยากทำแล้ว มินกยูค่อยๆ ดันตัวพี่ชายให้ลงนั่งบนเก้าอี้ของตัวเองดีๆ คนพี่หันมองหน้าทันที พอเห็นสีหน้าซึมๆ ก็ยกมือขึ้นลูบหัวแล้วโน้มหน้าเข้าไปหา

"ขอโทษ อย่าน้อยใจฉันเลยนะ"

"ไม่ๆ ผมไม่ได้น้อยใจหรอก ก็แค่ ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แค่นั้นแหละ ผมก็ไม่ได้อยากทำให้ซูนอึดอัดอะ ถ้าทำไปแล้วซูนไม่ได้ชอบ ไม่ได้สบายใจด้วยผมก็.."

"ขอโทษ ขอโทษนะ ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้"

"ไม่เป็นไรหรอกฮะ ช่วยไม่ได้นี่นา"

ซูนยองดูหนังไม่รู้เรื่องแล้ว มินกยูเองก็คงเหมือนกันเพราะขนาดผีโผล่มาหลายรอบก็ยังทำหน้าซึมๆ อยู่เลย ซูนยองไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย เขาคิดมากเกินไปก็อาจจะใช่ แต่ที่คิดมากก็เพราะห่วงทั้งนั้น ยังไงก็ตาม ถ้าคอยตามห่วงตามดูแลแล้วมินกยูไม่มีความสุขมันก็ไม่ถูกแล้ว ซูนยองหันมองรอบข้างพอให้แน่ใจว่าไม่มีคนมองก่อนจะเขยิบตัวไปหาน้องชาย จับท้ายทอยอีกคนไว้แล้วดึงมาจูบเบาๆ จูบที่เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาที และไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าริมฝีปากทีแตะกันแต่ทำให้มินกยูตาโตแล้วหันมาหาพี่ชายด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที ทั้งตกใจ ดีใจ แล้วก็เขิน แค่นั้นก็ทำให้ซูนยองยิ้มออกแล้ว

"อารมณ์ดีขึ้นแล้วนะ?"

"ฮื้ออ ซูนอ่าาา"

"มา ดูหนังต่อ อุตส่าห์ดูหนังผีต้องเอาให้กลัวนะรู้มั้ย ไม่งั้นเสียเงิน"

"อื้ออ~"

สองมือกุมกันบนตัก ซูนยองเอนหัวพิงไหล่น้องชายแล้วจูบเบาๆ อย่างรักใคร่ ยังไงความสุขของมินกยูก็สำคัญอันดับหนึ่งอยู่แล้วสำหรับเขา มินกยูยิ้มจนปวดแก้มไปหมด ถึงจะไม่ได้หวือหวาแบบที่วางแผนไว้ แต่ไอ้นั่งจับมือ ซบไหล่ ดูหนังด้วยกันเนี่ย มันก็คนเป็นแฟนกันเขาทำทั้งนั้นเลยนี่นะ 



"ซูนน ผมจะสระผม จับแขนผมไว้หน่อยนะ"

"ฉันจับแขนนายไว้แล้วนายจะสระผมยังไง?!"

"ก็ ก็ลำบากนิดหน่อย แต่ก็กลัวนี่นา กลัวว่าถ้าลืมตามาแล้วผีมันจะ-"

"หยุดพูดๆ ยิ่งพูดยิ่งกลัวไปใหญ่เลย เดี๋ยวฉันจับแก้มไว้ละกัน ดีมั้ย?"

"อื้อๆ แบบนั้นดีกว่า จะ จะหลับตาแล้วนะอย่าปล่อยนะ"

"รู้แล้วน่า! บอกว่าอย่าดูๆ ไม่เชื่อกันเลย! ดูสิต้องมาอัดกันอยู่ในห้องน้ำแบบนี้ เมื่อไหร่จะอาบเสร็จเนี่ย"

"ซูน แค่ก เมื่อกี๊พูดว่าไรนะ?"

"เปล่าๆ รีบๆ ล้างฟองออกเร็วๆ เดี๋ยวเข้าตา! ล้างดีๆ สิ ปัดโถ่ มานี่เดี๋ยวล้างให้"

"ซูนนน!! ทำไมปล่อยแก้มอะ อยู่ไหนเนี่ย ซูนนน!"

"เห้ย อย่าลืมตาสิ!! เดี๋ยวฟองเข้าตาหมดด!"

"โอ๊ยยย แส๊บบบบ ซู๊นนนนนนน"

หนังผีทำพิษขั้นรุนแรง สองพี่น้องทั้งกลัวทั้งหลอนจนตัวติดกันยิ่งกว่าเก่า ไม่มีแยกกันแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ โดยเฉพาะเวลาสระผมหรือล้างหน้าที่ต้องหลับตา มือต้องคอยจับอีกคนไว้เพราะกลัวว่าพอลืมตาขึ้นมาจะเจออะไรที่ไม่คาดคิด กว่าจะอาบน้ำกันเสร็จมินกยูก็ตาแดงแจ๋เพราะแชมพูเข้าตา วุ่นกันไปหมดจนต้องหาการ์ตูนตลกๆ มานั่งดูก่อนนอนเพราะกลัวจะนอนไม่หลับ หรือกลัวจะฝันร้าย แต่สุดท้ายพอถึงเวลานอนก็ยังต้องกอดกันกลมดิ๊กอยู่ดี

"ซูน หลับยัง?"

"ยัง"

"ขอกอดแน่นกว่านี้นิดหนึ่งได้ปะ?"

"จะแน่นกว่านี้อีกทำไมแค่นี้ก็จะหายใจไม่ออกแล้ว"

"ซูน เร่งแอร์มั้ย"

"ร้อนเหรอ?"

"นิดหนึ่ง"

"ดึงผ้าห่มลงสิ"

"ไม่เอา กลัว"

"เห้อ คราวหลังไม่เอาแล้วนะ"

"อือ ไม่เอาแล้ว เข็ดแล้วครับ"

"อืม นอนซะ"

"นอนไม่หลับ"

"ฉันก็เหมือนกัน"

"ลุกขึ้นไปดูการ์ตูนต่อมั้ย"

"ดึกแล้ว"

"แต่-"

"หลับตาซะ เดี๋ยวก็หลับเอง"

"แต่ แต่หลับตาแล้วมันน่ากลัวนี่นา"

"ฉันอยู่นี่แล้วไง กอดกันอยู่แบบนี้ ยังกลัวอะไรอีกเหรอ"

"ซูน"

"หืม?"

"เขิน"

"หึๆ"

"ซูน"

"ว่าไง"

"ขอบคุณนะครับ ที่ยอมผมขนาดนี้ เมื่อตอนบ่ายผมคงทำให้อึดอัดมากเลย ขอโทษนะครับ"

"ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันเข้าใจ ฉันเต็มใจทำ รักนายนะ"

"อื้อ~ แต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับ~"

"อื้ม"



"ซูน"

"อะไรอีก จะไม่ยอมนอนใช่มั้ย?"

"ปวดฉี่ ไปฉี่ด้วยกันหน่อย"

"เห้อ.."











Tuesday, 22 August 2017

[OS] Refuge #allsoon

ปวด ปวดท้องมาก รู้สึกเหมือนอวัยวะภายในช่องท้องถูกใครบีบอยู่ตลอดเวลา แต่ซูนยองก็พยายามเดินตัวตรง พ้นเกทออกมาก็ต้องเจอแฟนๆ แล้ว จะเดินตัวงอไม่ได้เด็ดขาด เขาหงุดหงิดตัวเองที่อยู่ดีๆ ก็มาปวดท้องอะไรเอาตอนนี้ นี่ก็อยู่ต่างประเทศ ไหนจะต้องขึ้นคอนเสิร์ต ไหนจะต้องบินไป LA อีก นี่มันเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดที่จะต้องป่วยเลย ซูนยองพยายามสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ บังคับตัวเองให้เดินอย่างปกติ เขาต้องปิดแฟนๆ ปิดสมาชิกในวง แล้วก็หลอกตัวเองไปด้วย ว่าจะต้องไม่เป็นอะไร แต่น่าเสียดาย ที่มันทำไม่ได้ง่ายแบบนั้น

“พี่ซูนยอง ยังปวดท้องอยู่เหรอ?”

“อื้อ นิดหน่อย ไม่ปวดมากแล้วล่ะ"

“โกหก ดูสิ หน้ามุ่ยขนาดนี้จะไม่ปวดแล้วได้ยังไงกัน"

“...”

“มานี่มา ทนหน่อยนะครับ เดี๋ยวก็เข้าโรงแรมแล้ว"

หมิงฮ่าวดึงคนพี่เข้ามากอดแล้วซบหน้าลงมาที่ไหล่ ซูนยองถอนหายใจเบาๆ พลางเอาคางเกยไหล่น้องคืน แต่พอเห็นสมาชิกบางคนหันมามองด้วยสีหน้าเป็นห่วงก็เลยรีบขืนตัวออก จริงๆ อยากจะซบจนหลับไปเลยด้วยซ้ำ ยาแก้ปวดท้องก็กินแล้ว แต่ก็ยังไม่หายสักที ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ ในที่สุดก็ได้ขึ้นรถ ซูนยองพิงหนักแล้วหลับตาลง มือขวาวางไว้บนหน้าท้องตัวเอง ทั้งหงุดหงิดทั้งกลัว ถ้าอาการปวดยังรุนแรงอยู่แบบนี้แล้วจะเล่นคอนเสิร์ตได้เต็มที่มั้ยนะ?

ต้องได้ ต้องทำให้ได้ ซูนยองไม่ใช่คนที่จะขึ้นแสดงแบบไม่เต็มร้อย เขาต้องทำให้ได้

ซูนยองลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกฝ่ามือที่ซ้อนทับลงบนหลังมือตัวเอง วอนอูโน้มหน้าเข้ามาใกล้แล้วจูบที่ขมับเบาๆ ก่อนจะจับหัวของเขาให้พิงไหล่ตัวเอง ซูนยองยอมแพ้ให้กับความอบอุ่น ซุกหน้าลงแล้วปล่อยให้ตัวเองผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย คิ้วที่ขมวดมุ่นทำให้วอนอูไม่สบายใจเลย ท่าทางซูนยองจะปวดหนักมากจริงๆ

- - - -

สมาชิกคนอื่นๆ แตกตื่นกันใหญ่เมื่อซูนยองเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องน้ำ เกือบจะลงไปกองกับพื้นถ้าวอนอูไม่รับไว้เสียก่อน ใบหน้าซีดเผือดกับมือที่สั่นเทาทำให้ผู้จัดการตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลทันที ซูนยองอาเจียนไปหลายรอบ และมีไข้ต่ำๆ ตลอดทางบนรถสองแขนก็กอดเพื่อนสนิทแน่นไม่ยอมปล่อย วอนอูคอยลูบหัวปลอบตลอดเวลา ซูนยองคิดว่าไปโรงพยาบาล ได้ยามาก็คงจะดีขึ้น และน่าจะขึ้นคอนเสิร์ตไหว แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น

“ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน?”

“ใช่ ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลก็อาเจียนไปอีกสองรอบ"

มินกยูที่ลงไปช่วยอุ้มซูนยองมาจากรถค่อยๆ วางคนเป็นพี่ลงบนเตียงอย่างเบามือ สภาพซูนยองทำให้ทุกคนมองด้วยสายตาเป็นห่วง ซอกมินชงน้ำเกลือแร่ให้ซูนยองจิบเพื่อกันอาการขาดน้ำ ทันทีที่ผู้จัดการตัดสินใจว่าซูนยองไม่สามารถขึ้นคอนเสิร์ตได้ เจ้าตัวก็รีบส่ายหน้าเป็นพัลวันแล้วพยายามจะลุกจากเตียงจนมินกยูต้องเข้ามาช่วยซอกมินจับไว้

“ไม่เอา ฮึก ไม่เอานะ ให้ผมขึ้นนะ เดี๋ยวกินยา กะกินอะไรหน่อยก็หายแล้ว ให้ผมขึ้นนะ"

“ไม่ได้หรอกซูนยอง นายเป็นขนาดนี้ ฉันจะปล่อยให้นายขึ้นคอนเสิร์ตได้ยังไง"

“ไม่เป็นไร ผมไหว เชื่อผมนะ ผมไหวแน่ๆ ขอเวลาหน่อย"

“ซึงชอล จัดการต่อทีนะ"

“ผู้จัดการ! ฮึก ผู้จัดการ ผมไหวจริงๆ นะ!”

ซึงชอลมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเจ็บปวด แรงก็แทบจะไม่มีแต่ซูนยองพยายามจะลุกขึ้นยืนทั้งๆ ที่ยังร้องไห้อยู่ ซอกมินกับมินกยูจับแขนไว้หลวมๆ จนวอนอูทนไม่ไหวต้องดึงเพื่อนเข้ามากอด ซูนยองร้องไห้สะอึกสะอื้นบนไหล่ของเพื่อนสนิท ในขณะที่โจชัวเดินเข้ามาลูบหัวปลอบ

“เชื่อผมสิ พักนิดเดียวเดี๋ยวก็หายแล้ว ผมอยู่ที่นี่แล้ว จะไม่ให้ผมขึ้นได้ยังไง"

“ซูนยอง นายไม่สบายมากเลยนะ ถ้านายยังฝืนตัวเองจะขึ้นมันจะยิ่งแย่กว่าเก่า ตอนนี้นายต้องพักก่อน เข้าใจมั้ย?”

“ฉีดยาให้ผมก็ได้ ยาอะไรก็ได้ฉีดเลย ให้ผมแข็งแรงจะได้ขึ้น-”

“ไม่ได้ ผู้จัดการตัดสินใจแล้ว และฉันก็เห็นด้วย พักผ่อนนะซูนยอง อย่าดื้อเลย"

“พี่ซึงชอล พี่ซึงชอลอย่าพึ่งไป พี่ซึงชอลล! ฮืออ"

ซึงชอลจูบหน้าผากน้องเบาๆ แล้วเดินกลับห้องไป เขาทนอยู่นานไม่ได้ ไม่อยากจะเห็นซูนยองร้องไห้อีกแล้วเพราะมันจะทำให้เขาใจอ่อน คนอื่นๆ ก็ปลอบกันคนละนิดละหน่อยแล้วก็กลับห้องไปเพราะยิ่งอยู่นานซูนยองจะยิ่งร้องไห้งอแงหนักกว่าเดิม เหลือแต่มินกยูที่กุมมือให้กำลังใจซูนยอง ซอกมินที่ป้อนเกลือแร่และวอนอูที่ยังกอดเพื่อนอยู่

“วอนอู ฉันขึ้นได้นะ ขึ้นได้จริงๆ-”

“ไม่เอาแล้วซูนยอง ไม่ต้องพูดแล้ว นายปวดท้องขนาดนี้ อาเจียนไปตั้งกี่รอบ? ยังจะบอกว่าตัวเองขึ้นได้อีกเหรอ?”

“ตะแต่ว่า แล้วถ้าฉันไม่ขึ้น แล้ว แล้วพวกนายไม่ต้องซ้อมกันใหม่หมดเลยหรือไง ใครจะร้องแทนฉัน ใครจะเต้นแทนที่ฉัน ท่อนฉันแล้ว แล้ว swimming fool ฮึก swimming fool จะทำยังไงมีแค่สามคน ฮือ วอนอู จะทำยังไง"

“ไม่เป็นไรนะพี่ เดี๋ยวพวกผมจัดการเอง ทำใจให้สบายแล้วพักผ่อนนะครับ สุขภาพของพี่สำคัญที่สุดแล้ว นะครับ"

“ซอกมิน แต่พี่-”

“นอนนะครับ มา เดี๋ยวผมห่มผ้าให้"

“เดี๋ยว มินกยู-”

“ไม่เอา ไม่งอแงแล้ว นอนซะนะ"

ซอกมินยื่นหลอดให้ซูนยองจิบน้ำเกลือแร่อีกคำก่อนที่มินกยูจะดันตัวคนพี่ลงนอนบนเตียงแล้วห่มผ้าให้เสร็จสรรพ ซูนยองเองที่จริงแล้วก็เพลียจัด พอหัวถึงหมอนนอนสะอื้นอยู่ได้ไม่นานก็ผล็อยหลับไป วอนอูโน้มหน้าลงจูบหน้าผากเพื่อนเบาๆ ก่อนทั้งสามจะออกจากห้องไป อาจจะต้องเหนื่อยซ้อมบล็อคกิ้งใหม่อยู่บ้าง แต่ก็ยังดีกว่าให้ซูนยองที่ป่วยแบบนี้ต้องฝืนขึ้นแสดงก็แล้วกัน

- - - -


“ตอนเช้าเป็นกะนายเหรอ?”

ลืมตาตื่นมาซูนยองก็เจอมินกยูนั่งอยู่ที่ขอบเตียงพร้อมรอยยิ้มบาง บนโต๊ะมีโจ๊กกลิ่นหอมอยู่ ซูนยองรู้สึกดีขึ้นบ้าง อย่างน้อยเขาก็เริ่มยอมรับได้เรื่องที่ต้องนอนพัก ถึงจะเสียใจและโกรธตัวเองที่มาป่วยเอาตอนนี้ แต่เรื่องนี้มันก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วนอกจากจะปล่อยมันไป

"เรามากินข้าวเช้ากันดีกว่าครับ พี่ซูนยองลุกไหวมั้ย? ผมช่วยนะ"

"ไม่ต้องก็ได้ ฉัน วะ ไหว"

"สั่นขนาดนี้เนี่ยนะ มานี่มาผมช่วย"

มินกยูสอดแขนเข้าไปใต้หลังซูนยองแล้วค่อยๆ ประคองให้ลุกขึ้นนั่ง ได้โอกาสกอดพี่ตัวนุ่มไปเต็มๆ ซึ่งคนโดนฉวยโอกาสก็รู้ตัวเพราะถึงขึ้นมานั่งแล้วก็ยังโดนกอดไม่ปล่อยเลยตีไหล่ไปทีหนึ่งถึงจะถอยออกไป แต่มินกยูก็ยังแอบหอมแก้มได้ฟอดใหญ่รับเช้าวันใหม่ ชื่นใจซะจนยิ้มหน้าบาน เสร็จแล้วก็ทำหน้าที่ป้อนโจ๊กซูนยองจนหมดชาม ถึงจะไม่สบายอยู่แต่ซูนยองก็เป็นคนกินเก่ง หลังจากกินข้าวกินยาเสร็จมินกยูก็อุ้มซูนยองเดินไปมานิดหน่อย เพราะไม่อยากให้ลงนอนต่อเดี๋ยวท้องจะอืด ถึงซูนยองจะไม่แน่ใจว่าการอุ้มเขาเดินไปมามันจะช่วยยังไงก็เถอะ

“นี่ มินกยู อุ้มฉันไปนู่นมานี่มันช่วยยังไงเหรอ?”

“ก็ ผมไม่อยากให้พี่กินแล้วก็นอนไง เดี๋ยวปวดท้องเพิ่มนะ แล้วก็ กินๆ นอนๆ เนี่ยหมูชัดๆ เลย"

“นี่! ใครหมู! เด็กหมานี่!”

“ฮ่าๆๆ ยังไม่ได้ว่าสักหน่อยแค่บอกว่าคนกินๆ นอนๆ เป็นหมู ทำไมต้องร้อนตัวด้วยล่ะ"

“วางฉันลงเลยนะ! ไม่ต้องอุ้มแล้ว!”

มีเหรอจะวาง ได้กอดพี่เข้าแล้วจะให้ปล่อยน่ะยาก ปลายจมูกไม่ได้ห่างแก้มพี่เลยแม้แต่นิด คอยหอมคอยจูบอยู่ตลอด ถึงจะรู้สึกแย่ที่เอาเปรียบคนป่วยไม่มีแรงก็เถอะ แต่อยู่ใกล้กันทีไรมินกยูอดใจไม่ได้ทุกที พาเดินอยู่สักสามสี่รอบพอให้ปวดแขนเล่นแล้วก็วางซูนยองกลับลงบนเตียงอีกครั้งท่ามกลางเสียงบ่นงึมงำของคนโดนหอมเป็นสิบๆ ครั้งขณะใช้หลังมือเช็ดแก้มตัวเองลวกๆ เวลาของกะของเขาใกล้หมดแล้วแต่เขายังไม่อยากไปเลย มินกยูมองซูนยองที่นั่งบ่นปากยื่นอยู่บนเตียงแล้วก็ยิ้มขำก่อนจะคุกเข่าลงแล้วจับมือทั้งสองข้างของคนพี่ไว้ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปหาทำเอาดวงตารีเล็กเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

“นี่ จะทำอะไรน่ะ?”

“ก็ พี่เพิ่งกินอาหารเสร็จนี่นา ให้นอนเลยเดี๋ยวปากเน่าพอดี"

“ปะ ปากเน่าอะไรกัน! เมื่อกี๊ก็แปรงฟันแล้วนี่!”

“ไม่อะ ไม่ดีพอ"

“แล้วแบบไหนถึงจะดีพอ?”

“ต้อง ให้ผมจูบล้างปากให้น่ะสิ"

“นะ นี่! มิน-”

สองมือของซูนยองกำผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อมินกยูโน้มหน้าเข้ามาจูบอย่างรวดเร็ว วิธีการล้างปากอย่างคนชอบแต๊ะอั๋งดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ซอกซอนไปทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด วาบหวิวเสียจนซูนยองแทบหมดลมหายใจและไหลลงไปกองบนผืนเตียงถ้ามินกยูไม่ได้กอดไว้ อาการคลื่นไส้อาเจียนที่คอยรบกวนมาตั้งแต่เมื่อวานสลายหายไปเสียอย่างนั้น เหลือแต่อาการมวนๆ ในท้องแปลกๆ เหมือนทุกครั้งที่ถูกจูบอย่างนี้

แกร๊ก

“มินกยู ไปได้แล้วเดี๋ยวฉันดูต่อเอง"

ผู้จัดการเดินเข้ามาในห้อง เป็นสัญญาณว่ากะของมินกยูจบลงซะแล้ว น้องชายเจ้าเล่ห์ที่ทั้งกอดทั้งหอมและล่าสุดเพิ่งขโมยจูบคนป่วยไปได้แต่มองย้อนกลับมาหาตาละห้อยก่อนจะเดินลากขาออกไป ซูนยองเอนหลังนอนหงายท้องบนเตียงอย่างเหนื่อยๆ โดนลวนลามจนเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างไปแล้ว แต่อย่างน้อยก็ทำให้ลืมความปวดในช่องท้องได้บ้าง

- - - -

ช่วงบ่ายหลังจากที่ซูนยองนอนคุดคู้หลายชั่วโมงอยู่บนเตียงกับผู้จัดการที่นั่งกดโทรศัพท์อยู่ไม่ไกล สมาชิกคนที่สองก็เข้ากะมาดูแลเขา พอเสียงประตูเปิดซูนยองก็ค่อยๆ ตะแคงข้างหันไปมองแล้วก็ต้องยิ้มจนตาปิดเมื่อเห็นรอยยิ้มสว่างสดใสส่องไกลมาจากหน้าประตู อาการปวดท้องเหมือนจะลดลงทันที ซูนยองร้องเรียกเสียงหวานแล้วอ้าแขนสองข้างออกกว้าง

"ตาจ๋าาาา~"

"เอ้า ว่าไงยายจ๋า ตาจ๋ามาหาแล้ว คิดถึงตาจ๋ามั้ยจ๊ะ?"

"คิดถึง คิดถึงตาจ๋า มาใกล้ๆ หน่อยสิ ยายจ๋าตามัวๆ มองไม่ชัดเลย อยากเห็นหน้าตาจ๋าชัดๆ"

"โอ้โย๊โหย~ ยายจ๋าา ตาจ๋าก็คิดถึงยายจ๋าเหมือนกันจ้ะยายจ๋า"

"โอ้โย๊โหยยย ตาจ๋าา~"

"มาก็ดีแล้ว งั้นฉันไปก่อนนะ"

ผู้จัดการส่ายหัวให้กับสมาชิกปัญญาอ่อนทั้งสองคนที่ดัดเสียงคุยกันอย่างสนุกสนานก่อนจะเดินออกจากห้องไป ซอกมินแกล้งทำเป็นเดินกระย่องกระแย่งเข้าไปหาซูนยองบนเตียง ซูนยองค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ ไม่ใช่เพราะอยู่ในบทคุณยายแต่ยังปวดท้องอยู่จริงๆ ท่าทางลำบากจนคนมาเยี่ยมต้องรีบเข้าไปประคองไว้แล้วดึงมากอดให้ชื่นใจท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของคนป่วย

"ตาจ๋า ซ้อมเป็นยังไงบ้างจ๊ะ"

"ราบรื่นดีจ้ะยายจ๋า ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เอ้อ แล้วนี่ตอนเที่ยงยายจ๋ากินอะไรเหรอ?"

"อ้อ ไอ้หนุ่มนั่นซื้อโจ๊กมาให้น่ะจ้ะ ยายฟันไม่ดีแล้วเคี้ยวไม่ค่อยได้จ้ะ"

"ไอ้หนุ่มผู้จัดการน่ะเหรอจ๊ะ เอ้อ ก็ดีจ้ะ"

คุยไปหัวเราะไปจนซูนยองต้องกุมท้องไว้เพราะความปวด แต่ใบหน้ายังมีรอยยิ้มอยู่ ซอกมินจะให้ลงนอนอีกก็ไม่ยอม บ่นว่านอนมาทั้งวันเบื่อแล้ว เลยนั่งพิงหัวเตียงกันแทน ซูนยองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คคลิปวิดิโอที่แฟนๆ ถ่ายฆ่าเวลา ซอกมินนั่งพิงหัวเตียงอยู่ข้างกันโอบเอวนุ่มแล้วซบหน้าลงกับหัวของซูนยองแล้วดูไปพร้อมกัน นั่งดูเรื่อยเปื่อยกันเกือบชั่วโมงซอกมินก็เอื้อมมือไปนวดหัวคิ้วให้ซูนยองเบาๆ กลัวว่าจ้องจอโทรศัพท์มากๆ แล้วจะปวดตาเอาเลยชวนคุยเพื่อจะให้ได้พักสายตาบ้าง

"โฮ่ ยายจ๋าเก่งจังเลยนะจ๊ะ เล่นโทรศัพท์แบบนี้เป็นด้วยเหรอ ตานะเล่นไม่ค่อยเป็นเล้ย"

"ยายจ๋าก็เล่นไม่ค่อยเป็นหรอก พอดีพ่อชานเขาสอนน่ะ"

"พ่อชานเหรอ ฮ่าๆๆๆ ยายจ๋าาา"

"ตาจ๋าาา"

เอาจมูกถูกันไปถูกันมาแล้วก็หัวเราะคิกคักด้วยกันทั้งคู่ ซอกมินโล่งใจขึ้นมากเมื่อเห็นคนพี่ดูท่าทางร่าเริงดี คิดว่าจะคิดมากจนซึมกะทือเสียอีก ส่วนซูนยองก็รู้สึกขอบคุณ เพราะเวลาอยู่กับซอกมินทีไรก็อารมณ์ดีทุกครั้ง ซอกมินมีวิธีทำให้เขายิ้มได้ตลอด ว่าแล้วก็เอาหัวซุกซอกคอถูๆ ไปมาจนซอกมินหัวเราะออกมาเสียงดัง

"ยายจ๋าๆ ตาจ๋าจักจี้นะ ทำอะไรจ๊ะ?"

"ยายจ๋ารักตาจ๋านะจ๊ะ รักตาจ๋าที่สุดเลย ขอบคุณที่มาอยู่เป็นเพื่อนยายจ๋านะ~"

คำบอกรัก ถึงจะมาในรูปแบบตาจ๋ายายจ๋าก็เถอะ ก็ยังทำให้ซอกมินหน้าแดงก่ำและรู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยที่เจ้าตัวคนก่อเหตุไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย หันกลับไปจิ้มโทรศัพท์ต่อแล้ว ซอกมินก้มมองใบหน้าของคนที่ซบไหล่ตัวเองอยู่แล้วก็ถอนหายใจออกมา ซูนยองน่ะ ไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองอันตรายแค่ไหน

"ตาจ๋าก็รักยายจ๋า รักที่สุดเหมือนกัน"

"ฮื้ม~ จริงนะตาจ๋า~ ยายจ๋าเขินจังเลย~"

"จริงสิจ๊ะยายจ๋า~"

ใกล้จะหมดกะแล้ว ซอกมินลุกไปชงน้ำเกลือแร่ให้ซูนยองจิบในขณะที่คนป่วยเริ่มไหลลงจากนั่งพิงหัวเตียงไปนอนเอนๆ แทน แต่ตายังจ้องโทรศัพท์อยู่ตลอด ซอกมินบอกให้พักก็ไม่ยอม ซูนยองก็เป็นแบบนี้ คอยดูคลิปการแสดงซ้ำๆ เพื่อจะได้แก้ข้อผิดพลาดทุกจุดที่มีในครั้งหน้า พยายามให้สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จนหลายครั้งก็ปวดตา ปวดหัว ชงน้ำเกลือแร่เสร็จซอกมินเลยแย่งโทรศัพท์ไปวางไว้ข้างเตียงแล้วจับคนป่วยจอมดื้อมานั่งบนตักตัวเองพลางบังคับให้จิบเกลือแร่

"ตาจ๋าา เอาโทรศัพท์ยายจ๋าคืนมาเถอะนะ"

"ไม่ได้จ้ะยายจ๋า ยายจ๋าไม่สบายอยู่นะ ต้องพัก เข้าใจมั้ย?"

"แต่ยายจ๋าพักมาทั้งวันแล้วนะ ยายจ๋าไม่อยากนอนเฉยๆ ในขณะที่ทุกคนกำลังซ้อมกันอยู่.."

แปลว่ายังคิดมากอยู่สินะ ซอกมินส่ายหัวน้อยๆ เมื่อซูนยองก้มหน้าต่ำมองมือตัวเองบนตัก ท่าทางจะยังไม่หายรู้สึกผิดง่ายๆ ซอกมินจับคนป่วยงอแงให้หันกลับมาหาตัวเองจนกลายเป็นท่านั่งที่ค่อนข้างแนบชิด ซูนยองตกใจรีบยกมือยันอกอีกคนไว้แล้วเงยหน้าขึ้นมาทำหน้าเหลอหลา

"นี่ พี่ซูนยอง อย่าคิดมากเลยนะ พี่ไม่สบายนี่นา ทำยังไงได้ล่ะ? ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก นะ?"

"แต่ว่า.. จะไม่ให้ฉันรู้สึกผิดได้ไง เพราะฉัน พวกนายเลยต้องซ้อมกันหนักขึ้น เพราะฉัน กะรัตอาจจะต้องเห็นบล็อคกิ้งแหว่งๆ เพราะฉัน-"

"ไม่เอาแล้ว ไม่พูดแล้วนะครับ ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนี่นา พี่ป่วย พี่ก็พักเถอะ นะครับ พักให้เยอะๆ แล้วพอพี่หายเมื่อไหร่ก็ค่อยทำงานให้เต็มที่เลย ดีมั้ย?"

"งืออ.."

ซูนยองส่งเสียงงึมงำในลำคอแล้วเอนตัวลงซบอกอุ่นๆ ใช่ว่าเขาจะไม่รู้หรอกนะเรื่องพวกนี้น่ะ ทำยังไงได้ ยังไงก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี แต่ถ้าเขายังขืนทำตัวแบบนี้ต่อไปก็มีแต่จะทำให้คนอื่นๆ เป็นห่วง แค่นี้ก็รู้สึกแย่แล้ว ถ้ายังต้องทำให้ซอกมินที่เหนื่อยจากการซ้อมแล้วต้องมาเหนื่อยกับเขาอีก เขาก็คงเป็นพี่ที่แย่เอามากๆ เลย

งั้นเพื่อจะให้ซอกมินหายกังวล ขอแกล้งหน่อยดีกว่า

จริงๆ ก็เพื่อความสนุกส่วนตัวของเขาด้วยแหละ แต่เขาคิดว่าทำแบบนี้ซอกมินจะต้องลืมเรื่องเครียดๆ ได้แน่ๆ ยังไงก็มีแต่ได้กับได้ ไม่มีเสีย ซูนยองแอบยิ้มแล้วยกมือขึ้นลูบที่สีข้างซอกมินเบาๆ สัมผัสเบาหวิวที่ชวนขนลุกจนเจ้าตัวสะดุ้งด้วยความตกใจ และต้องอ้าปากค้างเมื่อฝ่ามือค่อยๆ เลื้อยเข้ามาแถวหน้าท้อง ลูบเบาๆ แถมปลายจมูกที่ไล้ไปมาแถวไหล่เขาอีก

"ตาจ๋า ยายจ๋าอยากกินช็อคโกแลต"

"ยะ ยายจ๋ายังต้องกินอาหารอ่อนๆ อยู่นะ ตาจ๋าไปซื้อมาให้กินไม่ได้หรอกจ้ะ"

"ไม่เห็นต้องซื้อเลยตาจ๋า ช็อคโกแลตอยู่นี่แล้วไง มีตั้ง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก หกก้อนแน่ะ ตาจ๋า~~"

ซอกมินเหงื่อแตกด้วยความตกใจเมื่อนิ้วของคนป่วยจิ้มลงบนกล้ามท้องของเขาอย่างอ้อยอิ่งระหว่างที่นับไปด้วย ถึงจะพูดว่าตาจ๋ายายจ๋าก็เถอะ แต่เสียงนี่ไม่ใช่แล้ว ซูนยองจะกลั่นแกล้งเขาไปถึงไหนกันนะ ซอกมินรีบจับมืออีกคนไว้ก่อนจะได้ทำอันตรายอะไรไปมากกว่านี้ ซูนยองเงยหน้าขึ้นมองซอกมินด้วยดวงตาเรียวเล็กแพรวพราวไปด้วยความเจ้าเล่ห์พร้อมรอยยิ้มมุมปาก แถมยังเอาคางมาเกยบนอก ใกล้จนปลายจมูกเฉียดริมฝีปากไปอีก ลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดลงมาระยะประชิดทำเอาซอกมินหายใจไม่ทั่วท้อง

ยายจ๋าที่ไหนทำไมยั่วยวนขนาดนี้ ตาจ๋าจะตายแล้ว

"ยะ ยายจ๋า อย่าทำแบบนี้สิจ๊ะ"

"ทำไมล่ะตาจ๋า ยายจ๋าอยากกินช็อคโกแลตนี่"

"อยะอย่าเลย มะไม่ดีหรอกจ้ะยายจ๋า"

"ทำไมล่ะ ทำเหมือนยายจ๋าไม่เคยกินไปได้-"

"ยะยายจ๋า! เดี๋ยวตาจ๋าไปเข้าห้องน้ำก่อนนะจ๊ะ!"

ซูนยองหัวเราะคิกคักเมื่อซอกมินวางเขาลงบนเตียงข้างตัวแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป เขาชอบแกล้งซอกมิน เพราะว่าซอกมินเป็นคนเดียวที่เขาแกล้งแล้วจะมีปฏิกิริยาแบบนี้ ลองไปแกล้งมินกยูหรือหมิงฮ่าวแบบนี้สิ เขาเองนี่แหละจะซวย และถ้าเป็นวอนอูนะ เขานี่ไม่อยากจะคิด ซูนยองค่อยๆ เอนตัวลงนอนบนเตียงแล้วยกมือขึ้นกุมท้องไว้ ถึงจะเล่นเฮฮากับซอกมินได้ แต่จริงๆ แล้วก็ยังปวดอยู่พอควร เขาแอบผู้จัดการลองเต้นในห้องน้ำดูแล้วและก็ต้องยอมรับว่าไม่ไหวจริงๆ เสียใจแล้วก็เสียดายอยู่ก็จริง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ คงต้องยอมรับว่าเป็นดวงซวยถึงมาป่วยเอาตอนนี้

"ยายจ๋า ตาจ๋าต้องไปแล้วนะ- ยายจ๋า? ยายจ๋าเป็นอะไรจ๊ะ? ปวดท้องมากขึ้นเหรอ?"

"เปล่าจ้ะตาจ๋า แค่ ปวดหน่วงๆ น่ะ ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ไปเถอะ เดี๋ยวจะสายนะ"

"แต่ว่า-"

"ตาจ๋า ไปเถอะ"

ซูนยองยกแขนขึ้นโอบรอบคอซอกมินที่ลงมานั่งข้างเตียงให้โน้มหน้าลงมาหาแล้วหอมแก้มไปฟอดใหญ่เล่นเอาซอกมินรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งหน้า แต่ก่อนที่ซูนยองจะได้เอนกลับลงไปคนถูกหอมก็ช้อนใต้แผ่นหลังแล้วดึงขึ้นมารับจูบซะก่อน ซูนยองหลับตาลงรับจูบอ่อนโยน และจบท้ายด้วยอ้อมกอดอุ่นๆ

"ทำให้เต็มที่นะ ซอกมิน"

"ครับ พักผ่อนนะครับพี่ซูนยอง"


- - - -

วอนอูกลับมาที่ห้องด้วยสภาพเหนื่อยอ่อน หลังจากเล่นคอนเสิร์ตเสร็จความเครียดก็ลดลงไปมากอยู่ แต่เขาก็ยังเป็นห่วงซูนยอง พอกลับมาที่ห้องแล้วเจอเพื่อนนอนคุดคู้อยู่ก็รีบเดินเข้าไปหาทันที ซูนยองเหงื่อแตก สองมือกุมท้องตัวเองแน่นและสีหน้าดูทรมาน วอนอูตกใจรีบเขย่าตัวคนป่วยจนตื่นขึ้นมา

“ซูนยอง ปวดท้องเหรอ? กินยาหรือยัง?”

“กินแล้ว"

“กินไปเมื่อไหร่?”

“ตอน อึก บ่ายๆ"

“นี่มันดึกแล้วนะ เดี๋ยวกินอีกรอบได้แล้วล่ะ"

“อืม"

วอนอูจัดแจงให้ซูนยองกินยาเรียบร้อย กอดปลอบอยู่ครู่หนึ่งก็ต้องวางเพื่อนลงบนเตียงแล้วรีบเข้าห้องน้ำรองน้ำในกะละมังมาเช็ดตัวเพราะเสื้อซูนยองเปียกเหงื่อไปหมด ช่วงก่อนที่เขาจะกลับมาซูนยองคงจะปวดหนักจริงๆ เขาเสียใจที่ตัวเองปล่อยให้ซูนยองอยู่คนเดียว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้เขาก็ต้องดูแลให้ดีที่สุดเท่านั้น

“ซูนยอง ถอดเสื้อผ้าออกก่อนนะ"

“ถะถอดทำไม ไม่เอาไม่ถอด ฉันปวดท้องอยู่นะ"

“ฉันจะเช็ดตัวให้"

“อะ อืม"

“หึหึ ทำไมเหรอ คิดว่าฉันจะทำอะไร?”

“เงียบน่า"

วอนอูอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นแก้มแดงก่ำของเพื่อนที่พยายามซุกหน้าลงกับหมอน วอนอูค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าอีกฝ่ายออกอย่างเชื่องช้า กว่าจะจับขอบกางเกงรูดผ่านสะโพก ต้นขา และน่องลงมาได้ จังหวะเอื่อยเสียจนซูนยองอยากจะมุดลงเตียงหายไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด จะให้บอกว่า 'ถอดเร็วๆ หน่อย' เขาก็จะยิ่งเขินมากกว่าเดิม วอนอูน่ะชอบแกล้ง เขาจะไม่มีทางทำให้วอนอูได้ใจเด็ดขาด

“อ๊ะ จะจับอะไรเล่า!”

“อ่าว ทำไมล่ะ จะถอดกางเกงในก็ต้องจับก้นสิ ไม่งั้นจะให้จับอะไร"

“วะวอนอู!”

นี่เป็นวิธีคลายเครียดซูนยองหรืออะไรกันนะ ซูนยองดึงหมอนมาปิดหน้าเมื่อรู้สึกถึงปลายนิ้วเก่ยวที่ขอบชั้นในค่อยๆ เลื่อนผ่านลงมาที่สะโพก อ้อยอิ่งอยู่นานถึงจะดึงออกจากขาไป วอนอูหัวเราะเบาๆ แล้วดึงหมอนออกพร้อมบ่นว่าเดี๋ยวจะหายใจไม่ออก ซูนยองนอนตะแคงข้าง สองขาหนีบกันแน่นแถมยังยกมือปิดไว้อีกแรง วอนอูไม่ได้สนใจ ตะแคงข้างมาให้ก็เช็ดส่วนหลังไปก่อน ตอนเช็ดที่หลังก็ขนลุกแล้ว พอค่อยๆ ไล่ลงมาส่วนสะโพกซูนยองต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว และต้องโวยวายขึ้นเมื่อเพื่อนใจดีแสนละเอียดจะแหวกอะไรต่อมิอะไรเพื่อเช็ดด้านในให้

“จะ จะเช็ดตรงนั้นทำไมไม่ต้องเช็ด!”

“อ้าว ทำไมล่ะ ตรงนั้นน่ะ ร้อนนะ ต้องเช็ดสิ"

“วอนอู- อย่าา!”

ซูนยองร้องโวยวายเสียงดังเมื่อขาถูกดึงให้ขึ้นไปพาดบนไหล่ แรงก็ยิ่งไม่มีอยู่แล้ว หมดทางรอดโดยสมบูรณ์ ได้แต่นอนหลับตาปี๋ แก้วร้อนผ่าวๆ เมื่อผ้าเย็นๆ เช็ดซอกซอนทุกมุม ก่อนจะวนมาด้านหน้า เช็ดไล่ตั้งแต่ช่วงลำคอลงมาปัดป่ายช่วงอกให้ได้สะดุ้งสองสามที ตอนนี้คงไม่มีใครมีความสุขเท่าวอนอูอีกแล้ว

“ตะตรงนี้ไม่ต้องฉันเช็ดเอง"

“ไม่ต้องหรอกฉันเช็ดมาขนาดนี้แล้ว"

“ตะแต่ว่า ตรงนี้มัน-”

“ทำอย่างกับฉันไม่เคยเล่นกับมันไปได้"

“วอนอู!”

ทำยังไงได้ ทำอะไรไม่ได้เลยไง ซูนยองยกสองมือขึ้นมาปิดหน้าในขณะที่วอนอูยิ้มกว้าง กอบกุมส่วนอ่อนไหวที่สุดของเพื่อนสนิทผ่านเนื้อผ้า บรรจงเช็ดให้สะอาดที่สุด กว่าจะเช็ดตัวเสร็จเล่นเอาซูนยองแทบเป็นลม จากอาการปวดท้องบีบๆ กลายเป็นปวดท้องโหวงๆ เหมือนมีหลุมอากาศอยู่ภายในแทน วอนอูใส่เสื้อผ้าให้เสร็จสรรพก็ไปอาบน้ำ ปล่อยให้ซูนยองนอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่บนเตียง พยายามสงบสติอารมณ์ตัวเอง ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องทำอะไรๆ ที่ทำให้ปวดท้องกว่านี้อีกแน่ๆ

ไม่น่าแกล้งซอกมินเลย กรรมตามสนองแท้ๆ

“เอ้า ยังไม่หลับอีกเหรอ?”

“ฉันนอนมาทั้งวันแล้ว ไม่ง่วงเลยสักนิดตอนนี้"

“แต่นายต้องพักผ่อนมากๆ นะ"

“รู้แล้วน่า ก็พักมาทั้งวันแล้วนี่ ตอนนี้ไม่ง่วงอะ"

“หรือว่าจะต้องทำอะไรให้หมดแรงก่อนเหรอ ถึงจะนอนได้ ให้ฉันช่วย-"

“ไม่ต้อง!”

วอนอูแสยะยิ้มชั่วร้ายก่อนจะโดนปาด้วยหมอนจากคนป่วยที่นอนหน้าแดงก่ำอยู่บนเตียง วอนอูลงไปนอนข้างๆ แล้วดึงตัวซูนยองเข้ามากอด ถึงจะเป็นห้องคู่ มีสองเตียง แต่ทั้งสองก็เลือกจะนอนกอดกันบนเตียงเดียว เพราะปกติก็นอนด้วยกันแบบนี้ จะให้แยกกันนอนคงรู้สึกแปลกๆ ซูนยองซบหน้าลงกับอกที่คุ้นเคยแล้วถอนหายใจยาว

“ได้ดูคลิปของวันนี้แล้วใช่มั้ย?”

“อืม สตรีมสดน่ะ"

“หายห่วงหรือยัง?”

“ก็.. อืม แต่ฉันก็ยังเสียดายที่ตัวเองไม่ได้ไปอยู่บนนั้น"

“คงไม่ได้ดูไปร้องไห้ไปหรอกใช่มั้ย"

“...”

“ขี้แงเอ๊ย"

เป็นคำติที่ไม่จริงจังนักเมื่อมาพร้อมจูบอุ่นๆ ที่หน้าผาก ซูนยองรู้สึกหัวคิ้วตัวเองค่อยคลายลง สองแขนยกขึ้นกอดตอบแถมด้วยขาหนึ่งข้างที่ขึ้นไปก่ายบนลำตัว วอนอูพึมพำคำว่าหมูเบาๆ พอให้เจ็บแบบแสบๆ คันๆ ซูนยองมองต้นขาตัวเองแล้วก็ถอนหายใจออกมา มันก็อวบๆ นิดหน่อยจริงๆ นั่นแหละ ถึงจะน้ำหนักลดไปมากเพราะกินข้าวไม่ได้ก็เถอะ แต่พอจะยกขาลงวอนอูกลับจับไว้เสียอย่างนั้น

“ก็ไม่ได้ไม่ชอบ"

นั่นแหละคำตอบ เล่นเอาซูนยองเขินหนัก ไปไม่เป็นเลยทีเดียว ทั้งสองนอนฟังเสียงโทรทัศน์ที่เปิดไว้เบาๆ ซูนยองมองใบหน้านิ่งสนิทของเพื่อนแล้วก็ยิ้มออกมา วอนอูน่ะ พิเศษมากจริงๆ สำหรับเขา เวลาอยู่ด้วยกันแล้วเขาอบอุ่น สบายใจอย่างประหลาด ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกัน แค่อยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้แล้ว

“จ้องขนาดนี้ อยากได้อะไรหืม?”

“อยาก จูบ"

“หึ เอาสิ"

ซูนยองเงยหน้าขึ้นรับจูบนุ่มละมุนจากเพื่อนสนิทอย่างเต็มใจ มือข้างหนึ่งละจากช่วงเอวขึ้นมาโอบลำคออีกฝ่ายไว้ ถ้าจูบของมินกยูทำให้ใจเต้นแรง รู้สึกจักจี้ จูบของซอกมินทำให้รู้สึกอบอุ่นในอก จูบของวอนอูก็ทำให้ซูนยองรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนได้กลับบ้านที่คุ้นเคย เรียบง่ายแต่ก็สบายใจที่สุด แถมยังพ่วงความหวานเข้ามาด้วย หวานอย่างที่อธิบายไม่ถูก และไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้เลย

จูบแล้ว จูบเล่า ซูนยองบดเบียดลำตัวเข้าไปแนบชิดยิ่งขึ้นในขณะที่แขนของวอนอูก็โอบรัดเขาเข้าหาจนแทบจะขึ้นไปนอนเกยบนตัวแล้ว วอนอูเป็นคนผละจูบออกแต่ซูนยองยังดึงดันจะจูบต่อ ไล่ตามไปเรื่อยๆ จนขึ้นไปนอนทับ ในดวงตาของซูนยองเต็มไปด้วยเปลวไฟ ในขณะที่ดวงตาของวอนอูเหมือนก้นมหาสมุทร ก่อนที่ซูนยองจะรุกไล่ไปมากกว่านั้นก็ถูกพลิกตัวให้ลงมานอนข้างกันเหมือนเดิม วอนอูโน้มหน้าเข้ามาจูบที่เปลือกตาเบาๆ

“อย่าเพิ่งเลย นายยังไม่สบายอยู่ นอนพักซะ"

“แต่ แต่ฉัน-”

“เดี๋ยวจะปวดท้องเอาเปล่าๆ"

“...”




“ไว้นายหายเมื่อไหร่ ฉันจัดให้เต็มที่แน่นอน ที่ Dallasเป็นยังไง?”


ประสบการณ์ครั้งนี้หลากอารมณ์ มีทั้งความปวดทางกาย ปวดทางใจ ทั้งหงุดหงิด โกรธตัวเอง เสียใจ ผิดหวัง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอบอุ่น ความรัก ความห่วงใยเข้ามาบรรเทา ไล่ความรู้สึกแย่ๆ นั้นออกไป ในเวลาแบบนี้ซูนยองรู้สึกดีใจจริงๆ ที่มีเพื่อน มีครอบครัว มีคนร่วมทาง ร่วมชีวิตไปด้วยกันถึงสิบสองคน

เพราะว่ามีทุกคนอยู่ด้วยกันแบบนี้ เขาถึงมีความสุข

ไม่ว่าในอนาคตจะต้องเจออุปสรรคอะไร หนักหนามากแค่ไหน เขาก็คงจะผ่านมันไปได้ล่ะนะ


“เอาท่านอนหงาย ขาพาดไหล่ ท่าคุกเข่า นอนตะแคง นายอยากออนท๊อปด้วยมั้ย-”


“เงียบเดี๋ยวนี้นะ!!”