Monday, 14 November 2016
[OS] Super Full Moon #minsoon
“นะนะ ซูนนะ ไปกันเถอะนะ"
“ไม่!”
“ตรงนู้นมีร้าน ร้านขายของเต็มเลย ไฟเหลืองๆ ไปดูของกันนะซูน"
“ไม่ได้มินกยู"
“เขามี มีเล่นไฟกันด้วยอะ ผมอยากไปลอยลูกไฟ ไปนะ ซูนพาผมไปนะ"
“บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิมินกยู!! พูดไม่รู้เรื่องเหรอ!!?”
“งิ้ง...”
พอเห็นเด็กน้อยหน้าจ๋อยไปพร้อมส่งเสียงหงิงๆ ในลำคอซูนยองก็พยายามใจเย็นลง แต่ก็ทำได้ยาก มินกยูตื๊อแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วทั้งๆ ที่ไม่ดูสถานการณ์เอาซะเลย ซูนยองหันกลับมาสนใจของในถุง แล้วค่อยๆ เรียงลงบนพื้นอย่างใจเย็น กระดูก ลูกบอล เชือก ขนมขัดฟัน แล้วก็ของเล่นยาง เสร็จแล้วก็หันไปลูบหัวเจ้าตัวเล็กที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เบาๆ พยายามกล่อมใหม่อีกครั้ง
“มินกยูก็รู้นี่ว่าคืนนี้ออกไปไหนไม่ได้? ใช่มั้ย?”
“ฮื่ออ..”
“ก็คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ใช่มั้ยครับหืม?”
“อืออ..”
“ถ้าออกไปเจอคนอื่นๆ ล่ะก็พวกเขาจะแตกตื่นกัน เข้าใจใช่มั้ย?”
“หงื่อออ..”
“นี่โผล่ทั้งหูทั้งหางแล้วด้วยนะ"
ใช่ มินกยูออกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นในคืนพระจันทร์เต็มดวง เพราะมินกยูเป็นมนุษย์หมาป่า ไม่สิ เชื่องขนาดนี้อาจจะกลายเป็นมนุษย์หมาบ้านแล้วก็ได้ เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ที่ซูนยองไปทำงานพิเศษศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด เอาวันที่มินกยูถูกจับส่งมาพอดี ดังนั้นคนที่เห็นมินกยูกลายร่างเป็นเด็กนั่งร้องไห้แงๆ อยู่ในกรงเป็นคนแรก ก็คือซูนยองนี่แหละ ถึงจะเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เหลือเชื่อ น่าตกใจแค่ไหน แต่ก่อนที่ซูนยองจะกลัว ก็เป็นห่วงเด็กน้อยขนฟูคนนี้ซะก่อน เลยจัดการรับเลี้ยงให้มาอยู่ที่บ้านตัวเองซะ หลังจากนั้นก็กลายเป็นเรื่องธรรมชาติไปได้ยังไงไม่รู้ ที่จะมีทั้งน้องชาย ทั้งหมาน้อยคอยเฝ้าบ้าน มินกยูมาจากไหนเจ้าตัวเองก็จำไม่ได้ ยังดีที่แปลงร่างเป็น จากคนเป็นหมา หมาเป็นคนได้ตามใจ จะมีข้อยกเว้นก็แต่คืนพระจันทร์เต็มดวง ที่จะยังคงเป็นคน แต่มีหู และมีหาง อุ้งมือก็เปลี่ยนเป็นอุ้งเท้า และยังมีนิสัยหมาๆ อย่างห้ามไม่ได้อีกด้วย คืนแรกซูนยองเสียโซฟาไปตัวหนึ่งเพราะมินกยูกัดจนขาหัก และฟัดจนเบาะกระจุย ซูนยองร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดอยู่สามวันก็เปลี่ยนเป็นวางแผนรับมือแทน จนพัฒนามาเป็นของเซ็ทนี้ กระดูก ขนม และของเล่น ใส่ถุงไว้อย่างดีรอวันนั้นของทุกเดือน
“แต่ แต่ผมเห็นเขาจุดไฟกันข้างนอก ผมมองจากหน้าต่าง มันสวยมากเลย ผมอยากเล่นบ้างนี่นา"
“มินกยู..”
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมต้องมาจัดงานวันที่ผมออกไปไม่ได้"
มินกยูเบะปากตั้งท่าจะงอแงจนซูนยองรีบดึงขึ้นมานั่งบนตักแล้วกอดก้อนกลมๆ ขนฟูไว้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะจูบใบหูนิ่มเบาๆ ลูบหัวกลมๆ ไปปลอบไป เขาไม่อยากเห็นเด็กน้อยร้องไห้ มินกยูยังเด็กมาก พึ่งครบขวบนึงเมื่อไม่นานมานี้ ยังเป็นหมาน้อยอยู่เลย เทียบกับคนก็เป็นเด็กอายุสิบสี่สิบห้า แต่ขนาดตัวยังเล็กเหมือนเด็กประถมเท่านั้น ลูกหมาน้อยเงยหน้าขึ้นมองซูนยอง วางคางลงบนอกคนเป็นทั้งพี่ ทั้งเจ้านาย ส่งสายตาออดอ้อนไปหา
“นะซูน พาผมออกไปหน่อยนะ ขอแค่เดินเล่นก็ได้ ไม่ต้องเข้าไปดูร้านอะไรเลย ผมอยากดูลูกไฟ"
“แต่ว่า หางกับหูล่ะครับ? มืออีก นี่เริ่มเป็นอุ้งเท้าแล้วนะ"
ซูนยองดึงมือน้อยที่เริ่มมีขนสีดำขึ้น แถมยังอูมขึ้นอีกด้วย มินกยูพองลมเข้าแก้มแล้วแยกเขี้ยวกัดมือตัวเองอย่างหงุดหงิดจนซูนยองต้องรีบดึงออกก่อนจะเลือดออก ช่วงพระจันทร์เต็มดวงมินกยูจะอารมณ์รุนแรงผิดปกติ อาจจะเป็นเพราะเลือดมนุษย์หมาป่าในตัว ที่ถูกเลือดมนุษย์กดทับมาตลอดเดือนตอบสนองกับแสงจันทร์ และพยายามจะปลดปล่อยความอัดอั้นออกมา ซูนยองลูบมือนุ่มของหมาน้อยแล้วเอามาแนบกับแก้มตัวเอง
“อย่ากัดมือตัวเองสิครับ ห้ามทำร้ายตัวเองเด็ดขาดเลยนะ เข้าใจมั้ย? คราวหลังอย่าทำอีกนะครับ"
“ก็เพราะมือบ้าๆ นี่ หู แล้วก็หาง ทำให้ผมออกไปข้างนอกไม่ได้ ทุกคืนพระจันทร์กลม ผมก็ต้องอยู่แต่ในบ้าน ผมไม่ชอบเลย ไม่ชอบ!”
“แต่พี่ชอบนะ พอเป็นแบบนี้แล้วน่ารักออก"
มินกยูเอียงหน้าหนีซูนยองที่โน้มหน้าลงมาหอมแก้มเขาเบาๆ แล้วซุกหน้าลงกับอกแทน ความหงุดหงิดอัดอั้นคลายลงเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือที่ลูบแผ่นหลังอยู่เบาๆ หางที่มีขนนุ่มฟูสีดำแกว่งไปมาน้อยๆ ใบหูลู่ลงขณะถูใบหน้าไปกับอกอุ่นๆ ที่คุ้นเคย ซูนยองมองลูกหมาน้อยในอ้อมกอดพร้อมรอยยิ้มบาง
“อย่าหงุดหงิดไปเลยนะ ลูกหมาน้อยของพี่"
“ผมอยากออกไปดูลูกไฟนี่นา ซูน"
“ดูจากหน้าต่างเอาได้มั้ยครับ? เดี๋ยวพี่ให้ขี่คอ จะได้เห็นชัดๆ ดีมั้ย?”
“ฮื่ออ ผมอยากไปดูใกล้ๆ นี่นา.. ต้นไม้หน้าบ้านมันบังนี่นา บังแล้วก็มอง..”
“หืม? อะไรครับ"
“นึกออกแล้ว! ซูน! แล้วถ้าเอาหมวกปิดล่ะฮะ? หมวกฟางที่ใส่ตอนซูนพาผมไปวิ่งเล่นในทุ่ง?”
ซูนยองเถียงอะไรไม่ออกเมื่อลูกหมาน้อยมุดออกจากใต้วงแขนวิ่งตึงตังเข้าห้องนอนไป ก่อนจะตะกุยพื้นสี่ขาพร้อมคาบหมวกออกมาด้วย มาถึงขนาดนี้ซูนยองจะไม่ช่วยก็ยังไงอยู่ เลยหยิบเสื้อกันฝน กับถุงมือออกมาใส่ให้ด้วย ซึ่งรวมๆ กันแล้วทำให้มินกยูดูประหลาดมากๆ แต่ก็ปิดได้มิดชิดเรียบร้อยดี ซูนยองยืนกอดอกมองลูกหมาน้อยที่วิ่งวนรอบหน้ากระจกไปมาอย่างลิงโลดด้วยสายตาเป็นกังวล รูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้เขาเก็บมินกยูไว้ในบ้านคืนพระจันทร์เต็มดวงหรอก แต่เป็นอย่างอื่นต่างหาก ทุกเดือนที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหา แต่เดือนนี้ดันตรงกับเทศกาลของเขตพอดี ทำให้มินกยูร้องอยากจะออกจากบ้านจนคิดเรื่องหมวกออกแบบนี้ แล้วซูนยองก็ห้ามอะไรไม่ได้แล้วด้วย พอเห็นเจ้าตัวเล็กยิ้มจนเขี้ยวโผล่แบบนี้ จะให้ขัดก็คงจะใจร้ายเกินไป
“เรามาทบทวนกฏกันอีกครั้งนะครับ"
“อื้อ!”
“พี่จะอุ้มเราตลอดเวลา ถ้าอยากไปทางไหนให้บอกพี่ แล้วพี่จะพาไป เราจะเดินเล่นกันแค่หนึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น"
“อื้อ!”
“ห้ามกัด ห้ามดม ห้ามเลียใครทั้งนั้น ห้ามฉี่ฉี่ด้วย เข้าใจนะครับ?”
“อื้อ!”
“ห้ามเอาอุ้งเท้าไปตะปบคนอื่น ห้ามเห่า ที่สำคัญ ห้ามหอน"
“อื้อ!”
“แล้วถ้าผิดกฏข้อใดข้อหนึ่ง เราจะกลับกันทันที โอเคนะครับ?”
“อื้อ!”
“อ้อ แล้วก็ โคม หรือลูกไฟของมินกยู เราจะไม่ซื้อมาลอยกันนะครับ แต่พี่จะพาเราไปดูใกล้ๆ"
“เย้~! บ๊อก!! บ๊อกๆๆ! อาวู้ววว~”
“น่ะๆ แบบนี้ไม่ได้นะ"
ซูนยองหลุดยิ้มเมื่อมินกยูตาโตแล้วยกอุ้งเท้าทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้อย่างลืมตัวจนหน้าทิ่มพื้นแล้วกลิ้งไปมาพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก ซูนยองใช้พลังใจอย่างมากในการอุ้มลูกหมาน้อยของเขาออกจากบ้านมาทั้งๆ ที่รู้ว่าคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง และคืนนี้จะเป็นครั้งแรกที่เขาพามินกยูออกมาในคืนแบบนี้ ซูนยองรู้ว่าเจ้าหมาน้อยเองก็ตื่นเต้นมากเหมือนกัน เพราะรู้สึกถึงหัวใจดวงน้อยที่เต้นตึกๆ แนบอยู่กับอกของเขา ใช้เวลาเดินไม่นานก็มาถึงสวนสาธารณะของเขต มินกยูส่ายหางรัวเร็วจนซูนยองดึงเสื้อกันฝนมาปิดแทบไม่ทัน เรื่องหางเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้เสียด้วย ได้แต่เตือนให้มินกยูใจเย็นๆ และอย่าตื่นเต้นให้มากนัก
“ซูน ลูกไฟ ลูกไฟอยู่ทางนู้นไปดูลูกไฟ"
“ครับๆ"
ซูนยองพาเด็กน้อยเข้าไปใกล้ลานโล่งที่ชาวบ้านปล่อยโคมกัน มินกยูส่ายหางมองโคมไฟสีแดงที่ลอยไปบนท้องฟ้าด้วยรอยยิ้มกว้าง แสงสีเหลืองที่สะท้อนบนใบหน้ากลมทำให้ซูนยองยิ้มออกมา แล้วก็รู้สึกว่าคิดถูกแล้ว ที่พาเด็กน้อยออกมาเดินเล่นในคืนนี้ ซูนยองโน้มหน้าเข้าไปหอมแก้มมินกยูเบาๆ ทีหนึ่งและได้รอยยิ้มสดใสคืนมา
“สวยมั้ยครับ?”
“สวยย สวยมากเลย ลูกไฟเต็มฟ้าเลย"
“ใช่ครับ สวยมากเลย"
“โอ้โห ซูน คืนนี้พระจันทร์ดวงใหญ่จังเลยอะ"
“หืม?”
ซูนยองละสายตาจากใบหน้าเด็กน้อยแล้วมองขึ้นไปหาพระจันทร์ ซึ่งคืนนี้ดวงใหญ่มากจริงๆ แล้วซูนยองก็รู้สึกชาไปทั้งตัว เขาลืมไปได้ยังไงกัน คืนนี้ไม่ใช่คืนพระจันทร์เต็มดวงธรรมดา แต่เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงที่เข้ามาใกล้โลกมากที่สุด Super Full Moon เขารีบหันกลับมามองเด็กน้อยในอ้อมแขน แต่ก็ยังไม่มีท่าทีอะไรแปลกไป แต่ซูนยองก็ไม่กล้าเสี่ยง
“มินกยูครับ เรากลับกันดีกว่านะ?”
“เอ๋ แต่นี่เราเพิ่งมากันเองนะครับ ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย เหลืออีกตั้งครึ่งหนึ่ง อย่าพึ่งกลับเลยนะ นะครับ"
“แต่ว่า คืนนี้พระจันทร์มัน-”
“อย่ากลับเลยนะ ผมไม่เป็นอะไรซักหน่อย หูกับหางยังซ่อนมิดชิดเลย นะฮะ นะซูนนะ"
ไม่พอ มินกยูยังโน้มหน้ามาใกล้แล้วแลบลิ้นเลียแก้มซูนยองเบาๆ พร้อมส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ด้วยซึ่งแน่นอนว่าซูนยองต้องแพ้ไปตามระเบียบ ซูนยองลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ แล้วจูบแก้มนุ่มตอบ มินกยูก็เอาหัวมาถูๆ กับลำคอแล้วส่งเสียงครวญครางแผ่วเบาแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าทั้งๆ ที่หัวยังซบอยู่บนไหล่ซูนยอง
“ซูน ผมรักซูนนะครับ"
“รักเหมือนกันครับมินกยู"
“เอ๊ะ"
ซูนยองก้มลงมองลูกหมาน้อยที่อยู่ๆ ก็ร้องออกมา พอเห็นก็ตัวแข็งเป็นหิน ถุงมือที่คลุมอุ้งมือน้อยๆ อยู่ค่อยๆ ขาดและเล็บแหลมคมค่อยๆ ทิ่มแทงออกมา และที่แย่ไปมากกว่านั้น ซูนยองเริ่มรู้สึกว่ามินกยูหนักขึ้นเรื่อยๆ และทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น ก็รีบวิ่งกลับบ้านด้วยความรวดเร็ว พอเข้ามาถึงในห้องนั่งเล่นก็เทกระจาดเด็กน้อยแล้ววิ่งกลับไปล็อคประตูบ้านทันที แต่พอกลับเข้ามาในห้องก็แทบเป็นลมรอบที่สามของคืน เมื่อเด็กน้อยของเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที กลายเป็นหนุ่มน้อยไปซะแล้ว
ใบหน้าน่ารักยังมีเค้าโครงเดิม แต่ผมยาวขึ้นนิดหน่อย และตัวใหญ่ขึ้นพอสมควรจนซูนยองรีบคว้าผ้าห่มบนโซฟามาห่อตัวให้ ถึงได้เข้าไปมองหน้ากันชัดๆ
“ซูน..”
เสียงทุ้มต่ำขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตากลมใสแจ๋วยังมองมาที่เขาด้วยแววตาเหมือนเดิม แค่ใบหน้าไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไป
น่ารัก
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆ ตัวโต"
“เอ่อ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ แต่ว่าคงไม่เป็นอะไรหรอก เอ่อ ไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ย?”
“เจ็บ"
“หะ หา? เจ็บตรงไหน ไหนบอกพี่มาซิ?”
“เจ็บก้น เมื่อกี๊ซูนโยน"
“หะเห้ย ขอโทษครับ ไหนขอดูซิ"
ซูนยองเลิกผ้าห่มมาดูแล้วก็เห็นว่าช่วงสะโพกของเจ้าหมาน้อย แต่ก็ไม่มีรอยอะไร
“เจ็บตรงไหนล่ะเนี่ย? เดี๋ยวพี่จะกดดู ถ้าเจ็บตรงไหนบอกพี่นะครับ?”
“อื้อ เอ๋ง!!”
“อ่า.. ตรงนี้สินะ"
ซูนยองจับมินกยูนอนคว่ำลงกับผืนพรมนุ่มที่ปูเพื่อเป็นพื้นที่ให้ลูกหมาน้อยเล่นโดยเฉพาะแล้วไปหยิบยามาทากันไว้ก่อน พอเริ่มลงตามินกยูก็หูลู่หางลู่ ร้องครางหงิงๆ ทันที อาจจะเป็นเพราะความเย็นของยา หรือเพราะเจ็บก็ไม่แน่ใจ ซูนยองไล่สายตามองร่างกายของมินกยูที่เปลี่ยนไป ขาที่เดิมสั้นป้อมยาวขึ้น ไขมันน้อยๆ ที่พุงหายไป แล้วก็.. สัมผัสนุ่มหยุ่น เปลี่ยนเป็นแน่นตึงที่ฝ่ามือแบบนี้ ซูนยองใช้นิ้วโป้งนวดคลึงเบาๆ บริเวณโค้งนูนของสะโพกซ้ายแล้วก็ต้องรีบสะบัดหน้าไปมาเพื่อดึงสติ
“อ่า เสร็จแล้วมินกยู"
“อื้อ"
“แล้ว นอกจากตัวโตขึ้น รู้สึกแปลกๆ ที่ไหนอีกรึเปล่า?”
“ผม.. ผมอยากกัด อยากงับกระดูก ขอกระดูกหน่อยครับ"
“ได้สิ"
ซูนยองนั่งมองลูกหมาตัวเดิม ที่โตขึ้นนอนคว่ำเคี้ยวกระดูกอยู่บนพื้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย กางเกงก็ยังใส่ให้ไม่ได้เพราะยายังไม่แห้ง และมินกยูเองก็ไม่ยอมใส่เพราะอึดอัด ก็กางเกงที่ใส่ได้มีแต่ของซูนยอง แล้วก็ไม่ได้ตัดรูไว้ให้หางซะด้วย พอบอกจะตัดมินกยูก็ไม่ยอม บอกว่านอนแบบนี้ก็ได้ แต่นั่นกำลังทำให้ซูนยองปั่นป่วนไปหมด พยายามควบคุมสายตาไม่ให้เหลือบไปมองก้อนกลมๆ ที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา แต่ก็ทำได้ลำบาก เพราะหางฟูๆ สีดำนั่นแกว่งไปมาล่อสายตาตลอด
“ซูน ลูบหัวผมหน่อย"
“อะ ได้สิ"
ซูนยองขยับตัวไปใกล้แล้วลูบกลุ่มผมนุ่มของมินกยูอย่างเบามือ ทำให้เจ้าหมาน้อยส่งเสียงอื้ออึงในลำคออย่างพึงพอใจ หางนุ่มๆ ตวัดไปมา ซูนยองจะเอาผ้าไปคลุมก็ไม่ได้ ลูบไปลูบมา ทั้งหมาทั้งกระดูกก็ลามขึ้นมาเกยบนตักจนได้ ซูนยองที่นั่งพิงโซฟาถึงกับเกร็งหลังอย่างห้ามไม่ได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะไม่เป็นแบบนี้เลย แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน
“ซูน ผมไม่รู้เป็นอะไร ง่วงจังเลย"
“อาจจะ เป็นเพราะนายตัวโตขึ้น ก็เลยเสียพลังงานไปเยอะรึเปล่า?”
“อืม.. ไม่รู้เหมือนกันฮะ แต่ว่า ง่วงแล้วล่ะ"
“อื้ม ไปนอนกัน"
“อืออ ซูน ลุกไม่ขึ้นแล้ว"
“มะไม่ได้นะ ลุกเดี๋ยวนี้เลย นอนแบบนี้ไม่ได้นะ"
“อุ้มผมนะ"
“มะ ไม่ไหวหรอก มินกยูตัวใหญ่ขึ้นแบบนี้พี่อุ้มไม่ไหวหรอกครับ"
“งั้น.. เรานอนกันบนพรมก็ได้เนอะ หมอนบนโซฟาก็มี"
“ตะ แต่ว่า"
มินกยูเอื้อมแขนขึ้นไปหยิบหมอนโดยการใช้อุ้งเท้าหน้าตะกุยลงมา ยังดีที่ไม่ทำให้ปลอกหมอนขาดไม่อย่างนั้นซูนยองห้ามใจไม่ให้ตีก้นสั่งสอนไม่ไหวแน่ ในเมื่อเตรียมพร้อมซะขนาดนี้แล้วซูนยองก็ต้องยอมนอนบนพรมด้วยกัน หลังจากปิดไฟเสร็จเรียบร้อยก็คลำทางกลับมาหาหมอนซึ่งไม่ยากนัก แต่สิ่งที่ยากคือ เมื่อหัวถึงหมอน มินกยูก็เข้ามาคลอเคลียทันที แถมยังเอาขาขึ้นมาพาดด้วย ขาที่เดิมสั้นป้อมนุ่มนิ่ม กลายเป็นขายาวๆ หนักๆ แทน อะไรต่อมิอะไรก็แนบชิดไปหมด และยังไม่ทันหายช็อค ซูนยองก็รู้สึกถึงลิ้นอุ่นๆ ที่แก้มตนเอง
“หลับฝันดีนะซูน ผมรักซูน งิ้งๆ"
แล้วซูนยองก็นอนตาค้างไปทั้งคืน
ได้แต่ภาวนาว่าวันรุ่งขึ้นมินกยูจะกลับมาเป็นเด็กน้อยของเขาเหมือนเดิม แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้น ความรู้สึกของเขาก็ไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ไม่มีทาง
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment