Saturday, 31 December 2016

Asserting 2/2 #minsoon



วันนี้ก็เป็นอีกวันที่มินกยูต้องกลับบ้านดึก เพราะว่าคุณแม่ไม่อยู่ซูนยองก็เลยคิดว่าจะซื้อข้าวกล่องมากินกับน้องชายข้างสระ แถมมินกยูยังโม้ว่าจะว่ายท่าผีเสื้อสุดภูมิใจให้ดูด้วย เวลาสามโมงกว่าซูนยองเดินถือถุงข้าวผัดสองกล่องเข้าโรงเรียนมาแบบงงๆ ที่มาเร็วเพราะกะจะมาแอบดูน้องชายซ้อมว่ายน้ำทั้งๆ ที่นัดไว้ห้าโมงครึ่ง เวลาเลิกซ้อมของวันนี้ แต่แทนที่จะไปถึงก่อนอาจจะสายซะได้เพราะดันมาหลงทางหาสระว่ายน้ำไม่เจอ ซูนยองเหงื่อตกเมื่อหันซ้ายหันขวาก็ยังไม่เห็นที่ไหนที่เหมือนจะเป็นสระว่ายน้ำ จะโทรหามินกยูก็คงจะยังไม่เลิกเรียน แถมแผนจะแตกอีกด้วย แถวนี้ก็ไม่มีใครให้ถามสักคน เว้นแต่ผู้ชายตัวใหญ่ที่กำลังเดินดุ่มๆ ไปทางสนามหญ้าอยู่นั่น ซูนยองรีบวิ่งตามไปเป้าหมายทันที


“ขอโทษครับๆ คือ คุณพอจะรู้มั้ยครับว่าสระว่ายน้ำอยู่ทาง- ว้าก!”


“อ้าว ซูนยอง! มาทำอะไรที่นี่เนี่ย แล้วทำไมต้องทำเสียงตกใจขนาดนั้น! คนเว้ยไม่ใช่ผี!"


“พี่ซึงชอล!”


จากตอนแรกแค่หลงตอนนี้ซูนยองเริ่มล่ก ผู้ชายตัวโตตรงหน้าเขาคือซึงชอลที่น่าจะเรียนอยู่วิทยาศาสตร์การกีฬา รู้จักเพราะเคยเรียนวิชาเลือกแล้วก็โดนจับทำงานกลุ่มด้วยกัน อีกฝ่ายเป็นเด็กซิ่วด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่รู้ทำให้มาอยู่ปีเดียวกันแต่ทุกคนเรียกว่าพี่ ที่แน่ๆ ซูนยองจำได้แม่นว่าซึงชอลเป็นคนค่อนข้างอารมณ์ร้อนถึงจะไม่ได้มีเรื่องกันโดยตรงแต่คราวที่คนในกลุ่มเอาเปรียบตอนทำรายงานโดนซึงชอลอัดจนน็อคไปเลย นั่นทำให้ซูนยองกลัวมาจนถึงทุกวันนี้


“ซูนยอง? เห้ย ซูนยองฉันถามว่าทำอะไรที่นี่ ได้ยินหรือเปล่า?”


“เอ่อ ได้ยินคร้าบ คือ เอ่อ น้องชายผมเรียนที่นี่น่ะครับเลยจะมาหา"


“อ้อ เหรอ เออ เมื่อกี๊ถามถึงสระว่ายน้ำใช่มั้ย? ทางนี้ๆ มาด้วยกันเลยฉันก็กำลังจะไปเหมือนกัน"


“เอ้อ คะ ครับ"


“แล้วที่บอกว่ามาหาน้อง แต่จะไปสระว่ายน้ำเนี่ยหมายความว่าน้องนายอยู่ชมรมว่ายน้ำงั้นสิ?”


“อ่า ใช่ครับ"


“น้องแท้รึเปล่า? ชื่ออะไร?”


“เอ่อ ไม่แท้หรอกครับ เป็นน้องชายที่สนิทกันมาก ชื่อมินกยูครับ"


“ไอ้เด็กกวนส้นตีนนั่นน่ะเหรอน้องนาย? ท่าทางไม่น่าเข้ากันได้เลยนะเนี่ย"


“หา? เอ่อ พี่ซึงชอลทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ? รู้จักมินกยูด้วยเหรอ?”


“เมื่อกี๊ฉันบอกว่าฉันจะไปสระเหมือนกันใช่มั้ย?”


“ใช่ครับ"


“เออ ก็ฉันน่ะศิษย์เก่าที่นี่ เป็นโค้ชรุ่นพี่ที่มาคุมทีมว่ายน้ำนี่แหละ"


“หา!!??”


ภาพแรกที่แว่บเข้ามาในหัวซูนยองคือมินกยูโดนต่อยจนหมอบเพราะงอแงและเป็นบ้าเกินไป ก่อนจะรีบสะบัดหน้าเร็วๆ ไล่ความคิดนั้นออกไป ระหว่างเดินไปสระว่ายน้ำซึงชอลก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ ผิดกับซูนยองที่เดินหนีบๆ อย่างหวาดกลัวเพราะภาพเพื่อนในกลุ่มนอนเดี้ยงอยู่บนพื้นยังติดตา


“ทีมว่ายน้ำโรงเรียนเรามีชื่อเสียงมานานแล้ว! รุ่นฉันชนะระดับโรงเรียน ระดับเขต เกือบได้ไปแข่งระดับชาติด้วย รุ่นต่อจากนั้นทุกรุ่นก็เหมือนกัน เพราะงั้นฉันเลยต้องกลับมาดูแลอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทีมเราจะยังแข็งแกร่งต่อไป ขืนให้ใครก็ไม่รู้มาคุมแล้วส่งไปแข่งมั่วๆ แพ้ขึ้นมาล่ะอายแย่เลย"


“อ่า ครับ"


“นี่ไง ถึงแล้ว"


ในที่สุดก็มาถึง พอเดินเข้าไปซูนยองก็ต้องเบิกตากว้างเพราะสระว่ายน้ำใหญ่กว่าที่คิดมากแถมยังมีอัฒจันทร์ด้วย พอไล่สายตามองไปทั่วๆ ก็ต้องกลับมาหยุดที่ซึงชอลที่ยืนยิ้มทำหน้าภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ จนซูนยองเกือบหลุดหัวเราะออกมา ก็รุ่นพี่ทำหน้าเหมือนเป็นคนสร้างสระขึ้นมากับมือซะอย่างนั้น


“สระของเราเป็นสระกึ่งโอลิมปิค มีหกลู่ว่ายน่ะเห็นมั้ย จะได้ซ้อมพร้อมกันได้หลายๆ คนแต่ถ้าจะให้โค้ชจะได้จับตามองเป็นคนๆ ไปได้ด้วยก็จะเหลือสาม"


“อ่า ครับ"


“แล้วนั่นถือถุงอะไรมาน่ะ?”


“อ๋อ กล่องข้าวครับจะเอามาทานกับน้องชาย ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทานด้วยกันก็เลย.."


“นี่ถ้านายไม่บอกว่าเป็นพี่มินกยูฉันต้องคิดว่าน้องชายนายต้องเป็นเป็นเด็กน้อยน่ารักแน่ๆ เลยนะเนี่ย"


“เอ่อ ทำไมล่ะครับ"


“ก็เจ้ามินกยูมันตัวโตเป็นควายขนาดนี้ แต่นายดันเลี้ยงเหมือนเป็นเด็กตัวเล็กๆ น่าทะนุถนอมซะอย่างนั้น ดูนั่นสิ มีขนมมีลูกอมมาซะด้วย"


“อะ เอ่อ ก็ ผะผมคงติดล่ะมั้งครับ ผมเลี้ยงมินกยูมาตั้งแต่อนุบาล"


“เหหห! เหรอ แปลกดีแฮะ แล้วไปสนิทกันได้ยังไงล่ะ?”


“พอดีวันนั้นฝนตกหนักน่ะฮะ โรงเรียนอนุบาลมินกยูอยู่แถวบ้านผมแล้วเขามาติดฝนอยู่ที่สนามเด็กเล่น ผมเดินผ่านไปเจอ แล้วก็พามาหลบฝนที่บ้านแทน"


“อ๋ออ แล้วก็สนิทกันมาตั้งแต่ตอนนั้น?”


“ใช่ครับ"


“หื้มม ก็เป็นเรื่องบังเอิญดีนะ"


“ครับ"


“มินกยูชอบว่ายน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ?”


“ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ชอบเล่นน้ำป๋อมแป๋มมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วฮะ แต่เพิ่งมาชอบว่ายเอาจริงๆ เมื่อปีก่อนนี่เองมั้งฮะ"


“มินกยูน่ะได้เปรียบที่สรีระ ไหล่กว้างอยู่แล้วด้วย แล้วก็เป็นเด็กที่กล้ามเนื้อขึ้นง่ายมาก คงจะชอบกินโปรตีนล่ะสิ"


“ชอบกินไก่ทอดมากครับ"


“นั่นแหละ แถมยังอึดอักต่างหาก ไม่ใช่เด็กเหนื่อยง่ายเลยแล้วก็มีแรงใจเยอะ ฉันว่าฉันปล่อยซ้อมสายแล้วนะ ไอ้หมอนี่มันไม่เคยยอมกลับเลยจะซ้อมต่อท่าเดียว"


“เหรอครับ?”


“ใช่ เคยหลับคาบันไดสระด้วย ตลกเป็นบ้า ฮ่าๆๆๆ"


ซูนยองยิ้มบาง นึกภาพน้องชายตัวโตฮึดซ้อมเต็มที่จนหลับคาสระแล้วก็อ่อนใจ อยากจะดุที่หักโหมเกินไปแต่อีกใจหนึ่งก็ภูมิใจที่มินกยูโตมาเป็นเด็กเอาจริงเอาจัง ว่าแล้วก็เช็คเสบียงในถุง ข้าวกล่องสองกล่องกับขนมอีกห้าถุง น้ำดื่มสองขวดและเกลือแร่อีกหนึ่งขวด ซึงชอลที่ยืนอยู่ริมสระมองซูนยองที่นั่งจัดของในถุงแล้วก็พูดประโยคหนึ่งออกมาที่ทำให้ซูนยองสะดุ้งจนขวดน้ำหลุดจากมือ


“ไม่เหมือนพี่ชายเลยว่ะ"


“หะ หา? มะไม่เหมือนพี่ชายอะไรครับ? ไม่เหมือนพี่ชายแล้วเหมือนอะไรครับ?”


“ไม่รู้สิ เหมือนพี่เลี้ยง เหมือนแม่นมอะไรสักอย่าง"


“พะ พี่! แม่นมอะไรกัน"


“นายน่าจะเห็นสีหน้าตัวเอง แล้วนายจะเข้าใจ"


“..ขะ เข้าใจอะไร"


“หวงมันรึเปล่าเนี่ย?”


“ครับ?”


“เจ้ามินกยูน่ะ หวงมันรึเปล่า?”


“คะ ครับ?”


“ดูท่าทางจะหวงน้องน่าดูนี่นา เจ้ามินกยูน่ะมันฮอตมากนะ นี่อีกเดี๋ยวก็คงจะมากันแล้วล่ะ"


“ครับ? ใครมา?”


“กองเชียร์มันไง พวกเด็กโรงเรียนหญิงล้วนน่ะ มานั่งกันเต็มแถวสองแถวแรกเลยแหละ ฉันให้อยู่เฉพาะตอนวอร์มเท่านั้นแหละพอซ้อมจริงก็ไล่กลับ เสียงดังโวยวายชะมัด แต่จะให้ไม่ให้เข้าดูเลยก็ไม่ได้ เดี๋ยววันจริงไม่มีกองเชียร์ก็หงอยแย่"


“นี่มีเด็กโรงเรียนอื่นมาดูตอนซ้อมด้วยเหรอครับเนี่ย??”


“อื้ม ทีมว่ายน้ำโรงเรียนเราดังน่ะฉันบอกแล้ว ดังมาตั้งแต่รุ่นฉัน ดังมาทุกรุ่น ปีนี้ตัวเต็งก็ไอ้มินกยูมันนี่แหละ สาวก็กรี๊ดกันสนั่น"


“อ่า..”


“นั่น หวงน้องจริงๆ ซะด้วย"


“ครับ?”


“ทำหน้าเหมือนไม่พอใจนี่นา"


“หะ เห้ย เปล่าผมไม่ได้ทำหน้าแบบนั้น"


“นายไม่เห็นหน้าตัวเองจะรู้ได้ยังไง นายเป็นคนสีหน้าอ่านง่ายมากซูนยอง ฉันรู้ว่านาย-”


“ผมเปล่านะครับ ไม่ได้ไม่พอใจอะไรซักหน่อย"


“หึ งั้นมานี่ มาดูเงาในน้ำเดี๋ยวฉันจะให้ดูว่าสีหน้าเป็นยังไง ไหนมานี่ซิ ปากแข็งจริง"


“เห้ย ไม่เอาพี่ซึงชอล ปล่อยผมมม!!”


ซูนยองตาเหลือกเมื่อรุ่นพี่ตัวโตย่างสามขุมเข้ามาหา สองมือยกขึ้นโบกไปมาแต่เรี่ยวแรงในขาหายไปหมดเหลือแต่ภาพในหัวที่ตัวเองนอนจมกองเลือดอยู่ใต้อัฒจันทร์จนซึงชอลลากคอไปข้างสระได้ง่าย แต่พอสองเท้าก้าวเข้าใกล้สระซูนยองก็สั่นไปหมดทั้งตัวก่อนจะยกมือขึ้นดันรุ่นพี่ตัวใหญ่ออกแล้วพยายามวิ่งหนีกลับไปที่นั่ง ซึงชอลไม่ยอมปล่อยง่ายๆ จับอีกฝ่ายหมุนตัวกลับมาหาสระน้ำ


“จะหนีไปไหนเล่าซูนยอง ทำเหมือนฉันจะฆ่าไปได้"


“ผมไม่เล่นนะพี่! ปล่อยยยย!!”


“อะไรของนายเนี่ย ทำไมต้องกลัวขนาดนี้ด้วย?”

“ผม ผม- อ๊ะ"



หลังจากยื้อกันไปยื้อกันมากับซึงชอลอยู่ครู่หนึ่ง ซูนยองรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวเมื่อสองเท้าที่เคยเหยียบอยู่หมิ่นเหม่ขอบสระดันลื่นพรืดจนหงายหลัง จังหวะที่ร่างกายรู้สึกไร้น้ำหนัก สายตาค่อยๆ เลื่อนจากใบหน้ารุ่นพี่ที่ตื่นตระหนกลอยสูงขึ้นไปที่เพดานสูงใหญ่ก่อนร่างทั้งร่างจะร่วงลงสระไปทั้งๆ ที่สติยังไม่กลับมาเต็มร้อย


ตูมมมม!!


“เห้ย! ซูนยอง!!”


ซูนยองตัวแข็งไปหมดเมื่อรู้สึกถึงน้ำที่โอบล้อมรอบลำตัวไว้ และตนเองค่อยๆ จมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า ในอกของซูนยองเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ อึดอัด ทรมาน เหมือนกันกับตอนนั้น แทนที่จะตะเกียกจะกายขึ้นผิวน้ำกลับขยับตัวไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่นานก็มีอีกร่างกระโจนลงน้ำตามมาแล้วฉุดรั้งให้ขึ้นจากสระอย่างรวดเร็ว ซูนยองกระพริบตาถี่ๆ แล้วไอโขลกๆ เอาน้ำออกมาสองสามอึกก่อนจะถูกดึงเข้าไปกอดแน่น ฝ่ามือใหญ่ลูบที่แผ่นหลังช้าๆ พร้อมเสียงคุ้นหูที่คอยปลอบประโลม


“ซูน ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว"


“มะ มินกยู?”


“ครับ ผมเอง ผมมาแล้ว ซูนไม่เป็นอะไรแล้วนะ"


ซูนยองสั่นเทาไปทั้งร่างถึงแม้ว่ามินกยูจะใช้ผ้าเช็ดตัวพันไว้แล้วก็ตาม อาจจะเป็นเพราะความหนาว หรือจริงๆ คงเป็นเพราะความกลัว ซูนยองซบหน้าลงกับอกน้องชาย สองมือเกาะแขนอีกฝ่ายแน่นพยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ ให้หัวใจที่เต้นรัวเร็วค่อยสงบลงทีละน้อย มินกยูลูบหัวพี่ชายจนมั่นใจว่าดีขึ้นแล้วก็หันกลับไปหาซึงชอลด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวแบบที่ซูนยองไม่เคยเห็นมาก่อน


“พี่ทำอะไร?”


“เอ่อ ฉันกับซูนยองแค่เล่นๆ กัน"


“เล่น? เล่นบ้าอะไร!!! ซูนเคยจมน้ำ!! แล้วซูนก็ว่ายน้ำไม่เป็น!!!! ถ้าผมไม่มาซ้อมเร็วแล้วเกิดอะไรขึ้นมา พี่รับผิดชอบไหวมั้ย?? ห๊ะ!!?”


“เห้ย ก็ฉันไม่รู้ ใจเย็นดิวะ"


“ใจเย็นอะไร!!? ไม่รู้ก็ไม่ควรทำมั้ย? ถ้าไม่รู้อะไรก็อย่ามายุ่งสิวะ!!!”


“ไอ้มินกยู! กูเป็นพี่มึงนะเว้ย!! พูดจาอะไรให้เคารพบ้าง!!”


“มินกยู มินกยูใจเย็นๆ ฉันไม่เป็นอะไร"


ซูนยองที่ได้ยินเสียงน้องชายตะโกนดังขึ้นเรื่อยๆ รีบยกมือขึ้นลูบแก้มอีกฝ่ายเบาๆ เขาเองยังสั่นๆ อยู่จากการตกน้ำหลังจากที่ไม่ได้ลงน้ำมานาน ความทรงจำร้ายๆ หวนกลับมาจนสมองตื้อไปหมดแต่เขาก็อดตกใจไม่ได้ที่เห็นมินกยูตวาดคนอื่นแบบนั้น เขาแทบไม่เคยเห็นมินกยูโกรธเลย และไม่เคยเห็นมินกยูก้าวร้าวกับใครมาก่อน ซึงชอลเองก็ท่าทางหัวเสียไม่เบาแต่เมื่อเลื่อนสายตามาที่ซูนยองก็ค่อยอ่อนลง


“ซูนยอง ฉันไม่รู้ว่านายเคยจมน้ำ ไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษ"


“ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่รู้"


แล้วซูนยองก็ไม่ได้ติดใจอะไรจริงๆ ในตอนนี้แค่กลัว แล้วก็ยังตกใจนิดหน่อย มือขวายังลูบแก้มมินกยูไปเรื่อยๆ ให้อีกฝ่ายเย็นลง และผ่านไปสักพักก็ดูเหมือนจะดีขึ้นเมื่อซึงชอลเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนมาส่งให้ มินกยูรับมาแล้วค่อยๆ เช็ดผมซูนยองอย่างอ่อนโยน


“เมื่อกี๊ ผมอารมณ์ร้อนไปหน่อย ขอโทษที่เสียมารยาทครับ แต่ซูนยองเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม ผมก็เลยควบคุมตัวเองไม่อยู่"


“อ่ะ มินกยู ทำอะไร"


“พี่เดินไม่ไหวหรอก เดี๋ยวผมอุ้ม พี่ซึงชอลครับ ผมต้องขอโทษด้วยแต่วันนี้ผมต้องขอกลับก่อน สวัสดีครับ"


ซูนยองอยากจะค้าน แต่ความจริงก็คือเขาเดินไม่ไหวจริงๆ วินาทีที่แผ่นหลังสัมผัสน้ำเรี่ยวแรงก็หายไปหมด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา มินกยูตัดสินใจเรียกแท็กซี่ หนึ่งคือทางเดินกลับบ้านใกล้ก็จริง แต่ก็ไกลเกินไปที่มินกยูจะอุ้มซูนยองไปตลอดทางไหว อีกอย่างคือมินกยูอยากรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด


“ซูนไม่เป็นไรแล้วจริงๆ นะ?”


“อืม ฉันไม่เป็นไรแล้ว"


“..อืม"


“ขอบใจนะ ถ้านายไม่ลงมาช่วยล่ะก็ ฉันแย่แน่ๆ เลย"


“ครับ"


ซูนยองลูบแผ่นหลังน้องชายที่นอนทับตัวเองอยู่ช้าๆ จะว่าหนักก็หนัก แต่อุณหภูมิร่างกายมินกยูทำให้ซูนยองรู้สึกอุ่นสบายและไม่ได้อยากถีบตกเตียงไปเหมือนทุกครั้ง จากเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ซูนยองคนเดียวที่สภาพจิตใจไม่ปกติ มินกยูเองก็ด้วย หลังจากเงียบไปสักพักจนซูนยองเกือบเคลิ้มหลับมินกยูก็ขยับตัวขึ้นมาซบบนหมอนแถวๆ ใบหูพี่ชายแล้วกระซิบเสียงเบา


“ซูน"


“หืม?”


“เมื่อตอนเย็น ตอนที่ผมเห็นซูนตกน้ำไป ผมตกใจมากเลยนะฮะรู้มั้ย"


“อืม ฉันเองก็ตกใจเหมือนกัน"


“ตอนนั้นผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ผมควรจะลงไปช่วยซูนได้เร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ"


“ไม่ใช่ความผิดนายหรอกมินกยู นายลงมาช่วยฉันเร็วมากพอแล้วล่ะ"


“แต่ว่า ครั้งหน้าผมจะทำให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เรื่องตกน้ำ แต่ครั้งหน้าถ้าซูนอยู่ในอันตรายไม่ว่าจะเป็นอะไร ผมสัญญา ผมจะช่วยซูนให้เร็วกว่านี้ นะฮะ"


“อืม ขอบใจนะ"


“รักนะครับ"


วันแข่งจริงมินกยูออกจากบ้านไปแต่เช้ามืด บอกว่าจะไปวอร์มร่างกายที่สระโดยไม่ลืมทิ้งนาฬิกาปลุกไว้ให้ซูนยองสี่เครื่องพร้อมตั้งปลุกในโทรศัพท์ซูนยองไว้ทุกหนึ่งนาทีจนในที่สุดซูนยองก็แงะตัวจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวได้ทันเวลา เวลาแข่งว่ายน้ำคือสิบโมง ระหว่างเดินผ่านไปที่โรงเรียนเจอร้านดอกไม้ ร้านลูกโป่งซูนยองก็ยืนคิดๆ ว่าจะซื้อดีมั้ย ตัวเขาเองไม่รู้ว่ามินกยูเก่งแค่ไหน หรือมีโอกาสชนะมั้ยก็เลยไม่กล้า ถ้าซื้อไปแล้วมินกยูแพ้เขาจะเก้อมั้ย แต่ถ้าไม่ซื้อไปแล้วมินกยูชนะเขาจะยิ่งรู้สึกแย่รึเปล่า คิดไปคิดกลับก็ปรากฏว่าเกือบสายจนต้องวิ่งไปโดยไม่มีอะไรติดมือไปสักอย่าง งานในครั้งนี้คือแข่งว่ายน้ำกับโรงเรียนในเครือ สถานที่จัดงานโชคดีที่ปีนี้เวียนมาที่โรงเรียนมินกยูพอดี ตอนที่ซูนยองไปถึงก็ต้องตาเหลือกเพราะคนเต็มไปหมดจนหาที่นั่งไม่ได้โชคดีที่บังเอิญเจอซึงชอลพอดี รุ่นพี่ตัวใหญ่เลยพาเข้าไปในห้องพักนักกีฬาไปหามินกยูที่กำลังนั่งหน้าเครียดอยู่ พอเห็นซูนยองก็หันมายิ้มเกร็งๆ ให้จนซูนยองหลุดหัวเราะออกมาแล้วดึงน้องชายเข้ามากอดแน่น


“ซูนอะ ขำอะไรเล่า คนเขาเครียดๆ อยู่!”


“ก็ ฮ่าๆๆๆ ไม่เคยเห็นนายเป็นแบบนี้เลยนี่นา โอ๋ๆ เครียดเหรอหืม?”


“เครียดสิ.. ซูนอะ ไม่รู้หรอกว่าแข่งครั้งนี้สำคัญกับผมมากแค่ไหน"


“รู้สิ นายทุ่มเทมากเลยนี่นาใช่มั้ย ซ้อมหนักมากเลย เพราะงั้นไม่ต้องกังวลนะ นายทำได้ดีแน่นอน!”


มินกยูซุกหน้าลงกับหน้าท้องพี่ชายแล้วพยายามทำใจให้สงบ แต่มันไม่ง่ายเลย เสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้คนบนอัฒจันทร์ดังเข้ามาถึงข้างในจนต้องดึงเสื้อพี่ชายมาปิดหู ซูนยองพอเห็นว่าแหย่เล่นแล้วน้องยังเกร็งอยู่ก็เลยย่อตัวลงมาหาก่อนจะหอมแก้มเบาๆ


“ไม่เป็นไรนะ นายทำเต็มที่ก็พอ โอเคมั้ย?”


หลังจากนั้นซึงชอลก็พาซูนยองมานั่งที่นั่งติดสระ ที่นั่งพิเศษของโค้ชอะไรสักอย่างที่รุ่นพี่ตัวโตโม้ไว้ ซูนยองรู้สึกได้ว่าซึงชอลพยายามทำตัวดีผิดปกติ คงเพราะยังไม่หายรู้สึกผิดเรื่องเมื่อหลายวันก่อนที่ทำเขาตกน้ำถึงซูนยองจะย้ำไปหลายรอบแล้วว่าไม่เป็นไรก็ตาม ไม่นานนักการแข่งขันก็เริ่มขึ้น โดยจะเป็นท่าฟรีสไตล์ก่อน ท่ากบ ท่ากรรเชียง แล้วจบด้วยท่าผีเสื้อ โชคร้ายเหลือเกินที่เป็นอย่างนั้นทำให้มินกยูนั่งเกร็งจนตัวบิดไปอีกนานโข ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงในที่สุดมินกยูก็ยืนสแตนบายที่แท่นกระโดดน้ำ ถึงตอนนี้ซูนยองเองก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้องไปกับเขาแล้วเหมือนกัน เมื่อกรรมการให้สัญญาณเริ่มมินกยูก็กระโดดลงน้ำไปอย่างรวดเร็ว หายลงไปใต้น้ำสักพักแล้วกระโจนพรวดขึ้นมาใหม่พร้อมกวาดสองแขนเต็มที่ ซูนยองที่ว่ายน้ำไม่เป็นไม่รู้ว่าน้องชายตัวเองว่ายเก่งมั้ย หรือท่าสวยหรือเปล่า แต่พอเห็นมินกยูว่ายน้ำแบบนี้แล้วทำให้เขาอดรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้ ร้อยเมตรผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็มาถึงช่วงสุดท้าย ซูนยองเพิ่งละสายตาจากมินกยูเป็นครั้งแรกแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าน้องชายว่ายนำคนอื่นๆ อยู่ช่วงระยะหนึ่ง จนในที่สุดก็ว่ายไปจนถึงและเอามือแตะขอบสระเป็นคนแรก เสียงโห่ร้องดังก้องทั่วไปหมดจนเพดานสะเทือน มินกยูโผล่พ้นจากน้ำ ดึงแว่นตาและหมวกว่ายน้ำออกพร้อมรอยยิ้มสดใส ในตอนนั้นเองที่ซูนยองรู้สึกเหมือนหัวใจพองคับเต็มอกไปหมด ดีใจ และภูมิใจกับน้องชายคนนี้เหลือเกิน ผลสรุปคือทั้งสี่ท่าโรงเรียนมินกยูชนะทั้งหมด ได้เหรียญทองมาอย่างสมศักดิ์ศรี ซูนยองปรบมือไปพร้อมๆ กับคนอื่นในขณะที่ซึงชอลตะโกนโวยวายเสียงดังซักอย่างเกี่ยวกับศักยภาพทีมว่ายน้ำที่ไม่เปลี่ยนแปลง ซูนยองมองน้องชายที่รับเหรียญเสร็จแล้ววิ่งมาหาเขาท่ามกลางเสียงโห่ร้องดังก้อง สองแขนอ้าออกโดยอัตโนมัติรับมินกยูที่โถมตัวเข้ามากอดเต็มรัก


“ซูนนน ผมชนะแล้วว! ชนะแล้วเห็นมั้ย ชนะแล้วว ฮ่าๆๆ"


“เห็นแล้วๆ เก่ง เก่งมากมินกยู เก่งจริงๆ"


หลังจากนั้นมินกยูก็รีบขอตัวกลับบ้านแทนที่จะเดินเที่ยวงานอย่างทุกครั้ง นั่นทำให้ซูนยองแปลกใจเล็กน้อยข้าวก็ไม่กิน ขนมก็ไม่กินแถมยังฉุดเขาวิ่งหนีกองเชียร์จนวุ่นวายไปหมด พอมาถึงบ้านมินกยูก็ให้เหตุผลว่าเหนื่อย อยากพัก และทีมว่ายน้ำนัดฉลองกันคืนนั้นไม่ใช่ตอนกลางวันเลยจะกลับมานอนพักเอาแรง นั่นทำให้ซูนยองพอเข้าใจขึ้นมาบ้าง แต่ที่ไม่เข้าใจคือตอนที่กำลังจะเดินเข้าครัวไปหยิบข้าวกล่องแช่แข็งออกมาอุ่น มินกยูดึงเขาลงมานั่งบนโซฟาด้วยกัน แถมยังนั่งสั่นขา ตามองหลุกหลิกไปมา สักพักหนึ่งกว่าจะเงยหน้ากลับขึ้นมาสบตาเขาได้


“มีอะไรรึเปล่ามินกยู?”


“ซูน ซูนจำที่ผมเคยบอกได้มั้ย? ว่าถ้าผมชนะ ผมอยากจะขออะไรซูนอย่างหนึ่ง"


“อ่า อื้ม จำได้สิ"


“งั้นผมขอเลยได้มั้ยฮะ?”


“ตอนนี้เลยเหรอ? ได้สิ"


“ผม.. ตอนนี้มันมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป และผมว่าซูนเองก็รู้เหมือนกัน เพราะงั้นเพื่อทำให้มันชัดเจน ไม่ว่ามันจะไปในทางไหน ผมอยากจะขอ.. ซูน ผมขอจูบซูนนะครับ"


ซูนยองเบิกตากว้าง ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อยอย่างตกใจ มินกยูพูดถูก เขาเองก็รู้สึกว่าอะไรบางอย่าง ระหว่างเขากับมินกยูกำลังเปลี่ยนไป และสักวันทั้งสองจะต้องเผชิญหน้ากับมัน แต่เพราะว่ามันยังคลุมเครืออยู่มากเขาเลยไม่ได้คิดว่าวันนั้นมันจะมาเร็วแบบนี้ เพราะอย่างนั้นซูนยองเลยนั่งนิ่งปล่อยให้มินกยูเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาประคองแก้มทั้งสองข้างไว้ และดวงตาค่อยๆ ปรือปิดลงพร้อมๆ กับน้องชายเมื่อระยะห่างลดลง จนในที่สุดสัมผัสนุ่มอุ่นก็ลงมาประทับที่ริมฝีปาก ซูนยองรู้สึกร้อนที่แก้ม ไม่แน่ใจว่าร้อนจากแก้มไปฝ่ามือของมินกยู หรือจากมือมินกยูลงมาที่แก้มของเขากันแน่ ริมฝีปากของมินกยูบดเบียดกับริมฝีปากของเขาไปมา แช่มช้า นุ่มนวล และอ่อนโยนอย่างที่สุด ซูนยองไม่เคยมีแฟน มินกยูเองก็ไม่เคยมี สัมผัสนี้คือครั้งแรกของทั้งคู่ จังหวะของหัวใจที่เปลี่ยนไปนี่ก็ด้วย ความรู้สึกที่เหมือนกับหัวใจค่อยๆ พองโตขึ้นในอก และยวบยาบไปพร้อมๆ กันเป็นสิ่งใหม่ของทั้งคู่ ผ่านไปครู่หนึ่งหลังจากซูนยองรู้สึกเหมือนจะละลายหายไปซะให้ได้ มินกยูก็ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก ซูนยองปรือตาขึ้นช้าๆ และพบว่าน้องชายจ้องตนเองอยู่ก่อนแล้ว พร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นและโล่งใจอย่างที่สุด



“ผมว่า ผมได้คำตอบแล้วล่ะครับ"

No comments:

Post a Comment