'ซูนยองลูก
วันศุกร์นี้ไม่มีเรียนใช่มั้ย?'
“ครับ
มีอะไรรึเปล่าแม่?”
'คือ
แม่มีเรื่องให้ช่วยหน่อยลูก'
“มีอะไรครับ?”
'ซูนยองสัญญากับแม่ก่อนว่าลูกจะไม่โวยวาย
จะใจเย็นแล้วฟังแม่พูดจนจบ'
“มีอะไรอะแม่
ผมเริ่มกลัวแล้วนะ"
'สัญญาก่อนลูก'
“สัญญาๆ"
'โอเค
คือ วันศุกร์นี้แม่อยากให้ซูนยองไปโรงเรียนมินกยูหน่อยนะ'
“ไปโรงเรียนมินกยู?
ไปทำไมอะครับ?”
'คือ
คุณครูเรียกพบผู้ปกครองน่ะลูก'
“ว่าไงนะครับ!?”
'ใจเย็นลูก
สัญญากับแม่แล้วนะ?'
“แต่ว่า-
แล้วโดนเรียกเรื่องอะไรครับ?”
'แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่คุณครูบอกว่าไม่มีอะไรร้ายแรงนะลูก
แค่อยากคุยกับผู้ปกครองเฉยๆ
แต่ไม่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร'
“..เหรอครับ"
'เอาเป็นว่า
ลูกไปคุยกับคุณครูให้แม่หน่อยนะ
ช่วงนี้แม่ไม่ว่างเลย'
“ได้ครับ
เดี๋ยวผมไปคุยเอง
ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ"
'จ้ะ
รักลูกนะ'
“รักเหมือนกันครับ"
มินกยูไม่ได้เป็นเด็กเรียนดี
ไม่ใช่เด็กเก่ง
คุณครูไม่ได้ชื่นชอบอะไรนักหนาแต่ก็ไม่เคยมีปัญหา
หรืออย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่ซูนยองเชื่อมาตลอด
ตอนไปรับสมุดพกอาจจะเคยมีคุณครูบ่นว่ามินกยูแอบงีบบ่อยบ้าง
แต่ก็แค่นั้น
ถึงขนาดเรียกพบผู้ปกครองนี่ครั้งแรกเลย
ซูนยองวางโทรศัพท์แล้วเอามือก่ายหน้าผาก
ให้ตายสิ
เรื่องบ้าอะไรกันถึงจะต้องมาเกิดเอาช่วงที่เขาต้องปั่นเปเปอร์ล่ะเนี่ย
แต่เอาเถอะ
คุณครูบอกว่าไม่ใช่เรื่องอะไรร้ายแรงนี่นะ
แต่ถ้าไม่ร้ายแรงทำไมจะต้องเรียกผู้ปกครองไปคุยเลยล่ะ?
ซูนยองนั่งคิดจนปวดหัวเล่นเอาทำงานต่อไม่ไหว
ช่วงนี้เป็นช่วงท้ายเทอมแล้ว
โค้งสุดท้ายของชีวิตมหาวิทยาลัย
ก่อนจะไปถึงอิสระและความเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวซูนยองก็ต้องเครียดจนสมองระเบิดเป็นครั้งสุดท้าย
และดูเหมือนจะเป็นครั้งที่หนักที่สุดด้วยสิ
“ซูนนนนน
กลับมาแล้ววววว~
คิดถึงผมป่าววว"
จะถามดีมั้ยนะ
ว่าไปก่อเรื่องอะไรไว้
“ซูน
เป็นไรอะ หน้ายุ่งเชียว มาๆ
กอดผมดีกว่าเนอะ"
หลังจากนั่งจมความเครียดอยู่คนเดียวหลายชั่วโมง
ซูนยองก็ปล่อยให้ตัวเองโดนดึงจากเก้าอี้เข้าไปในอ้อมกอดกลิ่นคลอรีนของน้องชาย
แต่สองแขนก็ยกขึ้นกอดตอบโดยอัตโนมัติ
มินกยูหัวเราะเบาๆ
มือหนึ่งลูบผมพี่ชาย
อีกมือลูบหลัง ซูนยองหลับตาลง
เขาเป็นคนเครียดง่ายอยู่แล้ว
เพราะงั้นในช่วงที่ขนาดวอนอูยังเครียด
เขาก็แทบหัวระเบิด มินกยูเองก็รู้ดี
เดี๋ยวนี้ซูนยองนอนดึกขึ้นทุกคืนจนเขาเป็นห่วง
แต่ช่วยอะไรไม่ได้ได้แต่กอดปลอบแบบนี้เท่านั้น
“ซูน
เมื่อกี๊เห็นคุณแม่ผัดข้าวอยู่ล่ะ
ห๊อมหอม เย็นนี้น่าจะอร่อยน่าดูเลย"
“อือ"
“เวลาจะกินข้าวเนี่ย
เครียดๆ กินไม่อร่อยเนอะ
ตอนนี้ซูนมานั่งอ่านการ์ตูนกับผมดีกว่า
มาๆ"
ซูนยองซบหน้าลงกับไหล่น้องชาย
สายตาจ้องมองใบหน้าของอีกคนมากกว่าหน้าหนังสือการ์ตูน
มินกยูก็ดูออกจะเป็นเด็กดี
หรือมีอะไรที่เขาไม่รู้เกิดขึ้นที่โรงเรียนอีกกันแน่?
เขาไม่เคยคิดว่ามินกยูจะมีเรื่องอะไรถึงขนาดให้เรียกผู้ปกครองพบได้
แต่เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าน้องชายจะจริงจังเรื่องว่ายน้ำถึงขนาดสมัครเข้าทีม
ไม่คิดว่าน้องชายจะเล่นละครได้
ไม่คิดว่าจะพูดคำหยาบ
ไม่คิดว่าจะชูนิ้วกลาง
มินกยูตอนอยู่โรงเรียนเหมือนกับเป็นอีกคนที่เขาไม่รู้-
จุ๊บ
“มองผมขนาดเนี้ย
เดี๋ยวจูบเลย"
“..ไม่เดี๋ยวแล้ว"
ซูนยองไม่มีแรงสู้รบกับมินกยู
น้องชายเลยได้ใจก้มหน้าลงมาจูบอีกที
ถ้าคุณแม่ไม่ได้อยู่ในครัวล่ะก็ป่านนี้มินกยูลงไปกองกับพื้นแล้ว
แต่เวลาคุณแม่ทำอาหารน่ะไม่ค่อยออกมานักหรอกนอกจากครัวจะไหม้เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่าจะมาเห็นลูกชายสองคนจูบกัน
มินกยูยิ้มดีใจที่วันนี้ได้จูบซูนยองหลายทีแต่พอเห็นสีหน้าเนือยๆ
แล้วก็กังวลนิดหน่อย
ซูนยองคงจะเหนื่อยนั่นแหละ
หลายวันมานี้ก็เป็นแบบนี้
แต่เย็นนี้ดูเหมือนจะมีอะไรมากกว่านั้น
มินกยูดึงมือพี่ชายมากุมไว้หลวมๆ
แล้วโน้มหน้าผากไปชนกันเบาๆ
“ซูน
มีอะไรรึเปล่าอะ?”
“หื้ม?”
“ดู..
เหนื่อยๆ
กว่าปกติ"
ไม่รู้ทำไม
ซูนยองยังไม่อยากคุยกับมินกยูเรื่องนั้นตอนนี้
“ไม่มีอะไรหรอก
เปเปอร์น่ะ"
“งือ
เหรอ"
“อื้อ"
“เย็นนี้หลังกินข้าวผมจะขังซูนไว้ในห้องเลย
ไม่มีทางให้ได้แตะเบียร์เด็ดขาด
รู้มั้ยฮะ?”
ซูนยองหัวเราะออกมาเบาๆ
มินกยูรู้จักเขาดีเกินไปหน่อยจริงๆ
นี่เขากำลังคิดอยากจะดื่มเบียร์อยู่พอดี
ข้าวเย็นอร่อยอย่างที่ซูนยองหวังไว้
มินกยูเคี้ยวแก้มตุ่ยแล้วหันมายิ้มให้พี่ชายเป็นระยะ
ซูนยองรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อยและดีใจที่คุณแม่ไม่ได้พูดเรื่องพบผู้ปกครอง
คุณแม่บอกซูนยองตอนมินกยูกำลังเช็ดโต๊ะอยู่ว่าการพบผู้ปกครองครั้งนี้มินกยูไม่ได้ทำอะไรผิด
เลยไม่จำเป็นต้องเรียกมินกยูไปคุยพร้อมกัน
แต่อยากจะคุยปรึกษาอะไรนิดหน่อยเท่านั้น
คุณแม่เลยคิดว่าไม่บอกมินกยูก่อนจะดีกว่า
ถึงจะดีใจที่น้องชายไม่ได้ทำผิดอะไรแต่คิดไปคิดมามันยิ่งทำให้ซูนยองเครียดหนักกว่าเดิม
ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด
แล้วคุณครูอยากปรึกษาเรื่องอะไร?
“ซูนนนนน
พักก่อนๆ คิ้วขมวดหมดแล้วว"
“แต่ว่าฉันยัง-”
“อะไรนะๆๆๆ
ไม่ได้ยินๆๆๆ"
“มินกยู!”
น้องชายโหวกเหวกโวยวายเสียงดังแล้วจับพี่ชายทุ่มลงบนเตียงทันที
จะลุกหนีก็ไม่ได้เพราะโดนพันด้วยผ้าห่มม้วนกลมเป็นซูชิพร้อมมินกยูอยู่ด้านในด้วยกัน
ซูนยองอ้าปากจะบ่นแต่พอเห็นรอยยิ้มสดใสในระยะประชิดแบบนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจ
มินกยูก็คงอยากจะให้ผ่อนคลายนั่นแหละและเขาก็เหนื่อยมากแล้วด้วย
พักสักหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง
ซูนยองเกลียดความขี้เซาของตัวเองที่สุด
ปกติเวลาต้องตื่นเช้ามินกยูจะคอยปลุกตลอดหรือตั้งนาฬิกาไว้สักสี่เครื่องถึงจะพอไหว
แต่วันนี้เขาพลาด
บอกมินกยูก็ไม่ได้บอกแถมยังตั้งปลุกไว้แค่เครื่องเดียว
คงเพราะเครียดมากไปหรืออะไรก็ไม่รู้แหละ
แต่ตื่นมาอีกทีก็เก้าโมงกว่าแล้วและคุณครูนัดไว้สิบโมง
ซูนยองอาบน้ำสองนาที
กรอกนมลงคอหนึ่งขวดพร้อมแต่งตัวไปด้วย
เสร็จแล้วก็วิ่งขาขวิดไปโรงเรียน
นึกดีใจซ้ำๆ ที่โรงเรียนมินกยูใกล้บ้าน
ด้วยความที่เป็นนักวิ่งเก่าเลยมาถึงโรงเรียนก่อนเวลาสิบกว่านาทีให้ได้หายใจหายคอหน่อยแต่ที่แย่ก็คือ
เขาไม่รู้ว่าห้องพักครูอยู่ที่ไหนน่ะสิ
เดินหาตึกใกล้หมดหวังอยู่ก็เจอกับเพื่อนคนหนึ่งของมินกยูเข้าพอดี
“อ้าว
พี่ซูนยอง?”
“เอ่อ
ซอกมินใช่มั้ย?”
“ใช่ครับ
พี่มาทำอะไรที่นี่เหรอ?”
“..ธุระ
นิดหน่อยน่ะ แล้วนี่เราจะไปไหนน่ะ?”
“ไปสระครับ"
“ไปสระ?
นี่เวลาเรียนไม่ใช่เหรอ?”
“เอ้อ
ก็ ก็ใช่"
“สระ..
หรือว่า
มินกยู?”
“เอ่อ
พี่ซูนยอง ดะเดี๋ยวครับ!
พี่ซูนยอง!”
ห้องพักครูเอาไว้ก่อนแล้วกัน
สระว่ายน้ำ ในเวลาเรียน
มินกยูเองก็เคยพูดทีเล่นทีจริงอยู่แล้วว่าซ้อมว่ายน้ำหนักถึงขั้นโดดเรียน
ซูนยองไม่รู้หรอกว่าโดดท่าไหนตอนไหน
แต่พึ่งจะคาหนังคาเขาก็ครั้งนี้ครั้งแรกนี่แหละ
แข่งก็แข่งเสร็จไปแล้วด้วย
อย่างเดียวที่นึกออกคือมินกยูโดดเรียนไปเล่นน้ำป๋อมแป๋มในสระ
ซอกมินไม่ทันได้อธิบายอะไรน่องแข็งๆ
ก็ติดสปีดวิ่งไปทางสระว่ายน้ำทันที
ซูนยองกระชากประตูเปิดแล้ววิ่งฉิวเข้าไปด้านใน
และก็จริงอย่างที่คิด
มินกยูอยู่ในสระจริงๆ
ลอยคออ้าปากค้างหันมาทางเขาอย่างตกใจ
“คิม
มิน กยู"
“อะ
ซะซูน มะ มาได้ไง"
“มีอะไรจะแก้ตัวมั้ย?”
“กะแก้ตัวอะไร?”
“นี่เวลาเรียนไม่ใช่เหรอ
ทำไมมาอยู่ที่สระได้?”
“เอ่อ"
“ขึ้น!
มา!
เดี๋ยว!
นี้!
คิม!
มิน!
กยู!”
“ฮื้ออ
ซูนนน ฟังผมก่อนนนน"
มินกยูยกแขนขึ้นป้องโฟมพยุงตัวที่พี่ชายขว้างมาใส่แล้วรีบดำน้ำลงไปใต้สระทันที
ซูนยองยิ่งเห็นแบบนั้นยิ่งโมโหเพราะตัวเองลงน้ำไม่ได้
มินกยูรีบกระโดดขึ้นจากสระทันทีที่ถึงขอบเพื่อไม่ให้พี่ชายโมโหไปมากกว่านี้
สองแขนอ้าออกดึงซูนยองเข้ามากอดแน่นโดยลืมไปว่าตัวเองเปียกอยู่
คนโดนกอดก็พยายามจะขืนตัวออก
ยื้อไปยื้อมาจนสุดท้ายซูนยองก็เปียกไปทั้งตัว
“นี่!
ปล่อย!
อ้อนฉันไม่สำเร็จหรอกนะคราวนี้น่ะ!”
“ฮื้ออ
ซูนอย่าพึ่งโกรธสิฟังผมก่อนนะฟังผมก่อนน"
“ก็อธิบายมาสิ!
มากอดแบบนี้ทำไม!
เปียกหมดแล้ว!”
“ก็
ก็อยากกอดให้ใจเย็นลงก่อนอะ"
“ใจเย็นแล้วๆ
ปล่อย!
วันนี้ฉันใส่เสื้อขาวมานะ!!”
เท่านั้นแหละ
มินกยูก็รีบผละออกมาทันทีแล้วก็ต้องหน้าเสียเมื่อเห็นเสื้อยืดสีขาวของพี่ชายเปียกจนแนบไปกับลำตัว
ก็เขาขึ้นจากน้ำปุ๊ปก็มากอดปั๊ปเลยนี่นะ
มินกยูวิ่งไปหยิบเสื้อคลุมทีมว่ายน้ำของตัวเองออกมาใส่ให้พี่ชายแล้วดึงมานั่งบนเก้าอี้ข้างสระด้วยกัน
ซูนยองไม่เชิงใจเย็นลงเท่าไหร่
แต่พอถูกจ้องด้วยสายตาเว้าวอนระยะประชิดก็ใจอ่อนลงนิดหน่อย
“ซูนอ่า
ขอโทษนะครับเสื้อเปียกหมดเลย
ใส่เสื้อคลุมผมไปนะรูดซิปดีๆ
ด้วย ผมหวง"
“อะ
เออน่า ก็เพราะใครล่ะเสื้อถึงเปียกน่ะ-
เออใช่
อธิบายมาเลยนะ
ทำไมเวลาเรียนแต่มาอยู่ที่สระ?”
“เอ่อ
ก็ คุณครูวิทย์ป่วยอะ
เขาเลยปล่อยให้นั่งอ่านหนังสือกันอยู่ในห้อง
แต่ผมไม่อยากอ่านนี่นาผมก็เลยมาว่ายน้ำอะ"
“ได้ด้วยเหรอ?”
“เอ่อ
จริงๆ มันก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ผิดนะ"
“สรุปว่าไม่ได้โดดเรียน?”
“อื้อ"
“แล้วคนอื่นเขาอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องทำไมนายไม่อ่านบ้าง?”
“ก็
ไม่อยากอ่านนี่นา
ซูนไม่เห็นต้องถามเลยน่าจะรู้อยู่แล้ว"
“อืม
เด็กบ้า ชอบแต่จะเล่น"
“ฮิๆ
ก็ ผมไม่รู้จะอ่านไปทำไมนี่นา
ไม่มีความสุขเลยอะ
สู้มาว่ายน้ำดีกว่าเนอะ"
“เห้อ
ไม่ใช่ทุกอย่างจะเอาแต่ที่ชอบที่มีความสุขนะมินกยู-”
“เออ
ว่าแต่ซูนมาที่นี่ทำไมอะ?”
“อ๋อ
ฉันมาหาครูนายน่ะ-
เห้ย!!
สิบโมงแล้วนี่!
มินกยู
ห้องพักครูนายอยู่ไหน??”
“ตึกสามชั้นสี่
ดะเดี๋ยวสิซูน ซูนมาหาครูผมทำไมอะ-
ซูน!!
ซู๊นนน!!!”
ตึกสามอยู่ที่ไหนก็ไม่แน่ใจ
แต่โชคดีที่อยู่ไม่ไกลจากสระซูนยองเลยไปถึงห้องพักครูได้ภายในสองนาที
คุณครูประจำชั้นมินกยูเชิญซูนยองไปนั่งที่โต๊ะ
แอบเหล่มองใบหน้าที่เหงื่อโชกและเสื้อคลุมทีมว่ายน้ำเล็กน้อย
ซูนยองรู้สึกตัวหดลงไปอีกหลายนิ้ว
ความประทับใจแรกของพี่ชายที่มาในฐานะผู้ปกครอง
แย่ชะมัด
“คุณซูนยอง
เพิ่งไปหามินกยูที่สระว่ายน้ำมาสินะคะ?”
แย่ล่ะสิ
แบบนี้มินกยูจะถูกดุที่แอบโดดไปว่ายน้ำมั้ยล่ะเนี่ย
“ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ
มินกยูแอบไปสระว่ายน้ำอยู่บ่อยๆ
ครูชินแล้วล่ะค่ะ"
“เอ่อ
ขอโทษแทนน้องชายผมด้วยครับ"
“ไม่เป็นไรค่ะ
เด็กที่อยู่ในทีมว่ายน้ำจะได้อภิสิทธิ์พิเศษเรื่องนี้เสมอ"
“อะ
อ่า เหรอครับ..”
แต่ซูนยองไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่
เขานั่งมองมือตัวเองบนตักเงียบๆ
ในขณะที่คุณครูหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแฟ้มแล้วเลื่อนมาให้เขาอ่าน
ซูนยองมองที่หัวกระดาษก็พบว่าเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเรียนต่อของมินกยู
มีวิชาที่ได้คะแนนดี
และวิชาที่ได้คะแนนไม่ดีเป็นข้อมูลประกอบด้วย
สมุดพกของมินกยูน่ะเขาก็ดูทุกครั้งนั่นแหละเลยไม่แปลกใจเท่าไหร่
มินกยูพอจะทำวิชาเลขได้อยู่บ้าง
แต่วิทย์กับสังคมค่อนข้างแย่
ระหว่างที่เขาไล่อ่านอยู่คุณครูก็เริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“นี่เป็นแบบสอบถามที่เด็กมัธยม
6 ทุกคนต้องทำ
อีกไม่กี่เดือนเด็กพวกนี้ก็จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว
เด็กบางคนอาจจะรู้ตัวแล้วว่าอยากเรียนอะไร
บางคนก็อาจจะยังไม่รู้
หรือบางคนอาจจะเลือกคณะที่ตัวเองคิดว่าชอบแต่จริงๆ
แล้วอาจจะไม่ได้ชอบ
ตรงนี้เป็นหน้าที่ของคุณครูแนะแนวและคุณครูประจำชั้นที่จะช่วยกันคุยกับเด็ก"
ซูนยองไล่อ่านที่มินกยูตอบคำถามแล้วก็ต้องถอนหายใจเล็กน้อย
มินกยูตอบกลางๆ ไปซะหมด
แบบทดสอบอาชีพในฝันก็ได้ผลลัพธ์ว่าควรทำอาชีพที่เป็นอิสระ
และมีหัวด้านศิลป์เช่น เชฟ
จิตรกร นักร้อง หรือแม้กระทั่ง
..นายแบบ..
ซูนยองชะงักไปเล็กน้อยและเงยหน้ามองคุณครูที่เหมือนจะสังเกตเห็นเหมือนกัน
“เด็กที่ยังไม่รู้ตัวน่ะมีเยอะค่ะ
คุณครูก็จะช่วยกันดูทีละอย่าง
เช่น พฤติกรรมในห้อง
กิจกรรมที่เข้าร่วมหรือคะแนนในแต่ละวิชา
ช่วยกันหาช่วยกันวิเคราะห์ไป
พอลองให้ข้อมูลคณะต่างๆ
ไปเด็กก็จะเริ่มรู้ตัวเองว่าอยากเรียนอะไร"
“ครับ"
“แต่มินกยูไม่ใช่แบบนั้น"
“คะ
ครับ?”
“ผลการเรียนของมินกยูปานกลาง
และไม่ได้มีวิชาไหนโดดเด่นไปกว่ากัน
กิจกรรมที่เข้าร่วมมีการแสดงละครเมื่อเทอมที่ผ่านมา
และก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ
เวลาอยู่ในห้องก็ชอบงีบ-”
คิมมินกยู!!
“ตอนที่ครูถามว่ามินกยูอยากทำอาชีพอะไร
เขาก็ตอบครูไม่ได้
แต่นั่นไม่แปลกหรอกค่ะ
เด็กหลายคนก็เป็นแบบนั้น"
“ครับ"
“พอครูให้รายละเอียดคณะต่างๆ
ไป มินกยูก็ไม่ได้มีท่าทีสนใจสักคณะเลย
ครูให้นักเรียนในห้องทำแบบสอบถามอาทิตย์ละครั้ง
และครั้งสุดท้ายคือเมื่ออาทิตย์ก่อน
อยู่กระดาษแผ่นสุดท้ายค่ะ"
ซูนยองพลิกกระดาษไปดูแผ่นสุดท้ายแล้วก็ตกใจจนกระดาษแทบหลุดจากมือ
ใต้คำถามอาชีพที่ชอบ
สายงานที่อยากทำ
หรือคณะที่อยากเรียนว่างเปล่าทั้งหมด
แต่ท้ายกระดาษมีตัวหนังสือเล็กๆ
เขียนไว้ด้วยลายมือหวัดๆ
ที่ทำให้ซูนยองรู้สึกชาวูบไปหมดทั้งตัว
'ผมไม่อยากเรียนต่อ'
“ครูคุยกับมินกยูไปแล้ว
แต่เจ้าตัวเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรมากนอกจากบอกว่า
ไม่ชอบเรียน ไม่อยากเรียนอะไรเลย
พอครูถามว่าแล้วอยากจะทำอะไรมินกยูก็เงียบไป
ครูไม่รู้จะคุยยังไงแล้วเลยอยากรบกวนให้ทางบ้านช่วยลองคุยกับเด็กด้วยน่ะค่ะ"
“ครับ"
“เด็กบางคนอาจจะยังสับสนอยู่
ครูคิดว่ามินกยูอาจจะอยากเป็นนักว่ายน้ำ
หรือบางทีอาจจะอยากเป็นนักแสดง
ครูไม่แน่ใจแต่ในแบบทดสอบหลายชุดผลลัพธ์ก็ไปในทางนั้นซะเยอะ
นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ครูไม่อยากให้มินกยูเลิกเรียนหนังสือ
เพราะยังไงมีความรู้ไว้มันก็ไม่เสียหาย
การเป็นนักกีฬาว่ายน้ำหรือนักแสดงมีความเสี่ยงมาก
และครูเองก็ไม่แน่ใจว่านั่นคือสิ่งที่มินกยูต้องการรึเปล่า
ถ้าสุดท้ายแล้วทำอาชีพพวกนี้ไปไม่รอด
มินกยูจะไม่เหลืออะไรเลย
ครูเลยไม่อยากให้มินกยูทิ้งการเรียนไปน่ะค่ะ"
“ครับ
ผมเข้าใจ"
“คุณซูนยองคิดยังไงบ้างคะ?”
“ผม..
เอ่อ ผม..”
ซูนยองไม่รู้
ไม่รู้พอๆ กับคุณครูนั่นแหละ
พอมาคิดดูดีๆ
แล้วมินกยูก็ไม่ค่อยพูดเรื่องเรียนให้เขาฟังเลย
อาจจะเป็นเพราะมินกยูเรียนสายวิทย์และเขาเรียนสายศิลป์
วิชาที่เรียนก็ไม่ค่อยตรงกันอยู่แล้วเลยเป็นที่ปรึกษาไม่ได้นักและมินกยูก็เป็นเด็กที่ไม่ค่อยชอบเรียนชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่
แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่ามินกยูจะไม่ชอบถึงขนาดนี้
ถึงจะเป็นเด็กที่ดูเอาแต่เล่นไปวันๆ
แต่ซูนยองก็ไม่เคยคิดว่ามินกยูคิดจะหยุดเรียน
ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้
เรื่องใหญ่ที่สุดของมินกยูดูเหมือนจะเป็น
ตัวซูนยองเองนี่แหละ
นอกจากความสัมพันธ์ของเขากับมินกยูแล้ว
ดูเหมือนว่าในแต่ละวันก็จะแทบไม่มีเรื่องอื่นเลย
พอมาคิดแบบนี้แล้ว
ซูนยองก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องขึ้นมา
พี่ชายแบบไหนกัน น้องชายอยู่มัธยม
6 แล้ว
แต่ไม่เคยนึกจะถามเลยว่าน้องอยากเรียนอะไรต่อ
ไม่แม้แต่จะรู้ว่าน้องมีแนวโน้มจะทำอาชีพอะไร
“คุณซูนยองไม่ต้องเครียดนะคะ
ค่อยๆ คุยกัน เวลายังเหลืออยู่อีกสามสี่เดือน
คะแนนของมินกยูถึงจะไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ได้แย่นัก
ถ้าพยายามมากๆ
เข้าก็คงจะเข้าคณะที่ต้องการได้อยู่ค่ะ"
“คะ..
ครับ"
“ครูได้ยินมาว่ามินกยูสนิทกับคุณมาก
หวังว่าคุณจะคุยกับเขาได้นะคะ"
“ครับ"
คุณครูถ่ายเอกสารแบบทดสอบของมินกยูทั้งหมดให้
ซูนยองหยิบซองกระดาษแล้วเดินออกมาจากห้องอย่างเลื่อนลอย
ในหัวคิดอะไรต่างๆ นานา
จากเดิมที่กลุ้มมากอยู่แล้ว
ตอนนี้ยิ่งเครียดมากไปกว่าเดิมอีก
นอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่บนโซฟาอยู่หลายชั่วโมงก็คิดไม่ตก
จนสี่โมงกว่าประตูบ้านก็เปิดออกอย่างแรงพร้อมกับเสียงฝีเท้าตุบตับๆ
และตามมาด้วยแขนสองข้างที่ดึงเขาเข้าไปกอดรัดอย่างรุนแรง
“ซูนนนน
ฮืออ ผมขอโทษษษษ"
“ขอโทษเรื่องอะไร?”
“ผม
ผมจะไม่ทำอีกแล้วล่ะ
อย่าโกรธผมเลยนะ ผมรู้ว่ามันไม่ควร
แต่ว่า ผม ก็เพื่อนผม ไม่สิ
คือผม-”
เพื่อนผม?
ซูนยองยันตัวลุกขึ้นนั่งเล็กน้อย
มินกยูช้อนตามองอ้อนเขาพร้อมสีหน้ารู้สึกผิดเต็มที่ก่อนจะระเบิดเสียงร้องไห้ออกมาดังลั่นโดยที่ไม่มีน้ำตาสักหยด
“ผมจะไม่ดูหนังโป๊เกย์ในห้องคอมอีกแล้ว!!!
ไม่ว่าพวกจุนฮเวจะเกลี้ยกล่อมแค่ไหนก็ตามมมมมมมม!!!”
เดี๋ยวสิ
“ว่าอะไรนะ!!!!!”
“อะ
อ่าว ไม่ใช่เรื่องนี้เหรอ
เอ่อ ซูน คือว่า-”
“คิมมินกยู!!!!”