::ตอนพิเศษของเรื่องยาวมินซูน::
“มะ
เมื่อกี๊นายว่าไงนะ?”
ซูนยองรู้สึกเหมือนถูกผลักตกลงไปในสระน้ำ
ตกใจ ตื่นกลัว กังวล และอึดอัด
เหมือนจะหายใจไม่ออก
แต่มินกยูยังยิ้มแป้นอยู่
“ก็
ผมบอกว่า เดี๋ยวผมไปเข้าป่าในที่อินโดสักสี่ห้าวันนะ"
“สี่..ห้าวัน
เข้าป่า อินโด"
“อื้อ"
“ไป
ไปทำอะไร?”
“ก็เนี่ย
ไปถ่ายแบบให้นิตยสาร
เขาจะเอาแบบดิบๆ เถื่อนๆ
อะ ก็เลยไปถ่ายในป่าเลย
แต่ทีนี้ที่มันนานอะเพราะว่าเขากะจะถ่ายทำรายการพิเศษไปด้วย
ซูนจำได้ปะที่ผมเคยไปออกรายการนึงแล้วได้ทำอาหารโชว์อะ
นั่นแหละ
เขาก็เลยคิดว่าถ้าถ่ายรายการให้ผมไปเอาชีวิตรอดในป่าอะน่าจะสนุกดี
แฟนๆ ก็น่าจะชอบดูกัน เอ่อ
ซูน เป็นอะไรรึเปล่าอะ?”
มินกยูกำลังดีใจ
ยิ้มกว้าง ท่าทางมีความสุข
ซูนยองเห็นแล้วก็ยินดีด้วย
น้องชายเป็นนายแบบมาแค่ปีกว่าแต่กลับได้งานมากมาย
ได้ออกรายการเยอะแยะ
งานละครก็กำลังจะมา
งานถ่ายแบบก็ไปได้ดี
แฟนคลับก็มาก
ในฐานะพี่ชายซูนยองโล่งใจที่มินกยูมีรายได้ดีและอาชีพที่มั่นคง
แต่ในฐานะซูนยอง ซูนยองที่รักมินกยู
เขาเป็นห่วงเหลือเกิน
และด้วยความรู้สึกห่วงนี้ก็พ่วงความเกลียดตัวเองเข้ามาด้วย
เกลียดที่หวงน้อง
แทนที่จะดีใจไปกับน้อง
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกันทีเดียว
การเข้าป่าไปตั้งสี่ห้าวันสำหรับเขาแล้วฟังดูอันตรายมาก
มินกยูโตแล้ว
ใช้ชีวิตอย่างคนทำงานมาได้หลายเดือนแต่ยังไงๆ
เขาก็ยังไม่ชิน
สำหรับเขามินกยูยังเป็นน้องน้อยที่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
พูดง่ายๆ
คือเขาจะไม่แน่ใจจนกว่าจะได้ไปยืนจับมืออยู่ข้างๆ
ด้วยตัวเอง แต่ครั้งนี้คงทำแบบนั้นไม่ได้
“ปะ
เปล่า"
“ซูน
เอ่อ ไม่ดีใจเหรอ?”
“ดีใจสิ
ดีใจ เก่งมากเด็กดี"
มินกยูยังจ้องเขาไม่วางตา
แน่สิ ซูนยองใช่คนโกหกเก่งซะที่ไหน
ตอนนี้ฝืนยิ้มไม่ออกด้วยซ้ำ
สีหน้าคงบอกหมดแล้วว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่
เขาเหลือบมองกระดาษในมือน้องชาย
มีรายการของที่ต้องซื้ออยู่เต็มไปหมด
เดี๋ยวนี้คงจัดกระเป๋าเองเป็นแล้วสินะ
แปลกจริงๆ
รู้สึกเหมือนผ่านมาไม่นานนี้เองที่เขาจัดกระเป๋าให้มินกยูไปค่ายทหารกับที่โรงเรียน
ตอนนั้นน้องชายยังงอแงไม่ยอมไปอยู่เลย
แต่ตอนนี้มันกลับกัน
ซูนยองเม้มปากแล้วตัดสินใจลุกหนี
ก่อนที่อารมณ์ของเขาจะไปกระทบมินกยูมากกว่านี้
“อ่า
งั้น ก็รีบเตรียมของนะ ถ้า
ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วย-”
“ซูน
เดี๋ยว"
“งั้น
เอ่อ งั้นนายจัดเสื้อผ้าลงก่อนนะ
เดี๋ยวฉันไปลองดู-”
“ซูน
หยุด!”
พี่ชายไม่หยุด
มินกยูก็ต้องทำให้หยุดจนได้
สองแขนคว้าเอวพี่ชายมากอดแน่นแล้วเหวี่ยงลงบนโซฟาก่อนจะตามลงไปล็อคตัวไว้
ดวงตาไหวระริกทำให้มินกยูต้องผ่อนลมหายใจออกแล้วโน้มหน้าลงไปจูบอีกฝ่ายเบาๆ
ไม่แน่ใจนักหรอกว่าซูนยองเป็นอะไร
แต่คงไม่พ้นเรื่องที่เขาจะไปเข้าป่านี่แหละ
เห็นแบบนี้แล้วก็อ่อนใจ
เขาหงุดหงิดนิดหน่อยเพราะตัวเองอุตส่าห์ตื่นเต้นดีใจที่จะได้ไปออกรายการท่าทางสนุก
แต่พี่ชายกลับทำมึนตึงใส่
“เป็นอะไรครับ?
บอกผมได้มั้ย?”
“ไม่มี ไม่มีอะไร"
“ซูน เราพูดกันตรงๆ
ได้ทุกเรื่องไม่ใช่เหรอ?
ผมเห็นอยู่ว่ามันมี
ซูนจะบอกว่าไม่มีไปทำไม?”
“...”
“พูดกับผมเถอะ
มีอะไรครับ?
ไหนบอกผมหน่อยสิ
คิดอะไรอยู่"
ซูนยองหลับตาเมื่อน้องชายโน้มหน้าลงมาจูบอีกครั้ง
รสจูบของมินกยูเปลี่ยนไปตามเวลา
จากที่ยังไม่ประสีประสา
จูบสะเปะสะปะตามอารมณ์
จูบรุนแรงจนปากบวม
จูบแผ่วเบาจนจักจี้
ตอนนี้มินกยูเริ่มพัฒนาจนจูบค่อยอ่อนโยนลงและอบอุ่นมากขึ้น
จูบของมินกยูแสดงความรู้สึกของเจ้าตัวที่ส่งผ่านมาให้เขา
และเป็นการปลอบประโลมเขาไปด้วย
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เจอรอยยิ้มของน้องชายอยู่ตรงหน้านี้แล้ว
ซูนยองเอนหน้าผากไปชนกับอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจเบาๆ
“ฉัน..
แค่เป็นห่วง"
“เป็นห่วง?”
“อืม ไม่ได้ไปด้วย
ฉัน ฉันเป็นห่วงนาย"
“โถ่ ซูนครับ
ผมโตแล้วนะ
ไปถ่ายแบบที่ต่างจังหวัดก็เคยแล้วนี่ครับ
หื้ม?”
“ตอนนั้นตากล้องเป็นพี่จองฮันนี่
แล้วฉันก็ขับตามไปทีหลังด้วย"
“ซูนนน"
“ไม่ต้องมาอ้อนเลย"
“ผมดูแลตัวเองได้ครับซูนอะ
ไม่ต้องห่วงนะ มินกยูของซูนโตแล้วนะครับ"
“อืม"
ซูนยองพยายามแล้ว
เขาพยายามทำใจให้สบาย
มินกยูอายุยี่สิบแล้ว
เรียนจบและมีงานทำ
แต่ทำยังไงเขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้
ยิ่งมินกยูหัวโขกขอบประตูเพราะกระโดดออกกำลังกายขา
หรือลื่นหัวฟาดเพราะเผลอเหยียบน้ำที่ตัวเองทำหกไว้ระหว่างจะมาเช็ด
เขายิ่งทำใจให้สบายไม่ได้
มินกยูเก่งในหลายๆ เรื่อง
ฉลาด และค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่
แต่เพราะหลายครั้งก็ซุ่มซ่ามและงอแง
“ซูน ทำไรอะ?
เห้ย
ซูนหาตั๋วไปอินโดทำม๊ายยยย"
“ปะ เปล่านี่อะไรล่ะ"
“ก็เห็นอยู่อะ
นี่ๆ ผมไม่ได้ไปจาการ์ต้านะบอกไว้ก่อน
ไปเข้าป่าน่ะ เข้าป่า"
“อ่ะ เอ้อ
ก็ไม่ได้จะตามเข้าป่าสักหน่อยฉันจะไปเที่ยว"
“ซูน อย่าแถเลย
ไม่เนียนอะ"
“...”
“โถ่ซูน
เป็นห่วงอะไรขนาดนั้นอะผมโตแล้วน้า"
“อืม..”
“ซูนนนนนนนน"
“งืมมมมม"
ซูนยองจะพามินกยูไปเลือกซื้อของเตรียมตัวจัดกระเป๋าไปเข้าป่า
แต่มินกยูบอกว่าทำเองได้เขาก็เลยนั่งเหม่ออยู่ในห้อง
มินกยูที่ไม่พึ่งพาเขาเนี่ย
แปลกจริงๆ นะ รู้สึกห่างเหินยังไงไม่รู้แล้วก็
รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเลย
มินกยูกลับมาบ้านพร้อมข้าวของเครื่องใช้และเสบียง
หยิบกระเป๋าออกมาจากตู้เอง
แล้วก็เริ่มจัดของเอง
ซูนยองนั่งมองอยู่บนเตียงแล้วก็หงายหลังลงนอน
น้องชายคงไม่ต้องให้เขาช่วยอะไรแล้วล่ะมั้ง
“ซูนน ซูนนน!”
“งืออ"
“อาบน้ำก่อนสิครับแล้วค่อยมานอน"
เดี๋ยวนี้
กล้าดุพี่ชายแล้วงั้นเหรอ
คิมมินกยู
ซูนยองเริ่มรู้สึกแย่กับตัวเองลงเรื่อยๆ
ยิ่งเห็นน้องชายเสิร์ชรูปป่าในอินโดนีเซีย
หาประเภทต้นไม้และสัตว์ป่ากับวิธีเอาตัวรอดขั้นพื้นฐาน
เขายิ่งอยากมุดอยู่ใต้กองผ้าห่มทั้งวัน
ไม่อยากเห็น ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น
มินกยูเองก็ยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวจนไม่ได้สนใจหรือสังเกตเขาเลย
ซูนยองกำลังรู้สึกว่าตัวเองเด็กลงเรื่อยๆ
ไม่มีเหตุผล ไร้สาระ
เอาแต่อารมณ์เป็นที่ตั้ง
แต่เขาทำอะไรไม่ได้
เขาห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้นี่นา
“ซูนนๆ เนี่ย
มาดูปลานี่สิ ตัวใหญ่จังท่าทางจะอร่อยนะซูนนะ"
“...”
“ซูนนน ซู๊นนนนน"
“ฉันจะนอน!”
ซูนยองไม่ได้ตั้งใจทำตัวงี่เง่าเลยนะ
เขาจับผ้าห่มคลุมตัวเองไว้แน่น
ไม่อยากรู้ว่ามินกยูทำหน้าแบบไหนตอนที่เขาตะโกนตอบออกไปแบบนั้น
ทั้งผิดหวังในตัวเอง
ทั้งน้อยใจน้องชาย สับสนปนเปไปหมด
เขารอจนได้ยินเสียงประตูและรู้ว่ามินกยูออกจากห้องไปแล้วถึงโผล่หน้าออกมา
ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ
ไม่ได้สิ
เขาทำตัวแบบนี้ได้ยังไงกัน
ทำแบบนี้กับมินกยูได้ยังไง?
เขาเป็นพี่ชายแบบไหนกัน!
ใช้เวลาไม่นานซูนยองก็ทนไม่ไหว
เขาข่มความน้อยใจ ความเสียใจ
ความเห็นแก่ตัวของตัวเองทุกอย่างแล้วรีบวิ่งตามมินกยูลงบันไดไป
น้องชายตัวสูงนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาหันมาหาเขาเล็กน้อยด้วยสีหน้าที่ดูก็รู้ว่ากำลังงอน
ซูนยองลงนั่งข้างๆ
แล้วดึงน้องชายมากอดแน่น
แน่นจนอีกฝ่ายตกใจ
เริ่มไอค่อกแค่กแล้วพยายามดึงแขนเขาออก
“ซะซูน แค่ก
ซูน รัดคอซูนผมหายใจไม่ออก
แค่ก"
“มินกยูฉันขอโทษ"
มินกยูเข้าใจนะ
เข้าใจพี่ชายหมดนั่นแหละ
และซูนยองไม่ใช่คนเดียวหรอกที่น้อยใจ
เขาเองก็ด้วย
น้อยใจพี่ชายที่ปกติจะคอยอยู่ด้วยกัน
อยู่ข้างๆ เป็นกำลังใจมาตลอด
อยู่ดีๆ ก็แปลกไป เฉยชาใส่
เมินบ้าง
จนความตื่นเต้นดีใจที่จะได้ไปถ่ายรายการลดน้อยลงเรื่อยๆ
เรียกได้ว่าตอนนี้แทบจะไม่อยากไปแล้ว
ตอนที่เขาพยายามเอารูปปลาให้พี่ชายดูเขาแค่อยากให้อีกฝ่ายมีส่วนร่วมกับสิ่งที่เขากำลังจะไปเจอ
ตื่นเต้นด้วยกันหน่อย
คุยกับเขาสักนิด
แต่เหมือนมันยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง
เขาทั้งน้อยใจ ทั้งเสียใจ
จนลงมานั่งในห้องนั่งเล่นคนเดียว
แต่คิดไปคิดมาเขาก็เริ่มเข้าใจซูนยองมากขึ้นและคิดว่าพูดกันดีๆ
น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
กำลังจะกลับขึ้นไปอยู่แล้วเชียวพี่ชายก็วิ่งลงมากอดซะก่อน
สิ่งหนึ่งที่เขาชอบในความสัมพันธ์นี้มากก็คือ
เขาและซูนยองรักกันมาก
รักกันมากเกินไปที่จะโกรธหรืองอนกันนาน
ไม่เขาก็ซูนยองจะต้องรีบมาง้อ
และอีกคนก็คงจวนหายโกรธอยู่แล้วด้วย
“ซูน ผมพูดจริงๆ
นะ ผมไม่ไปแล้วก็ได้นะ"
“ไม่นะ!
ไปเถอะ
ไปนะมินกยู นายอยากไปมากเลยไม่ใช่เหรอ?”
“แต่ว่า
ถ้าซูนไม่สบายใจ"
“ไม่ๆ
ฉันเป็นบ้าไปเองแหละ ฉันขอโทษ
ป่ะ เราขึ้นไปดูปลากันต่อดีกว่า"
“แต่ว่า
คือผมก็ไม่อยากจะ-”
“ไม่ๆ ไปเถอะ
ไปเถอะนะ ไปนะ ป่ะ เราขึ้นไปข้างบนกัน"
อา แต่ว่า
เพราะเขาสองคนรักกันมากเกินไป
เลยระวังตัวกันมากทั้งคู่
ไม่ทำอะไรให้ไปกระทบกระเทือนจิตใจของอีกคน
เรียกว่าเกรงใจ
หรือเป็นห่วงความรู้สึกกันมากก็ได้
ซึ่งบางทีก็มากเกินเหตุ
เย็นวันนั้นซูนยองก็พยายามจะพาคุยเรื่องเข้าป่า
มินกยูก็พยายามจะชวนคุยเรื่องอื่นตลอด
สลับกันไปสลับกันมาจนคุณแม่ปวดหัว
กว่าจะสงบลงได้ก็ตอนที่มินกยูเข้าไปอาบน้ำ
แต่ในตอนนั้น
ซูนยองกลับรู้สึกเครียดที่สุด
เขาบีบตัวเองถึงที่สุดในการให้กำลังใจน้องชาย
และสนับสนุนอย่างเต็มที่
แต่มินกยูจะบินพรุ่งนี้แล้วและเขายังอดห่วงไม่ได้เลย
รู้สึกตัวอีกทีก็เปิดเบียร์กระป๋องที่สี่แล้ว
และไม่ใช่นั่งจิบเฉยๆ
แต่เรียกว่ากรอกลงคอเลยก็ได้
เขาต้องการสงบอารมณ์ทุกอย่าง
เขาจะต้องไม่ทำตัวงี่เง่าใส่น้องชายคืนนี้
คืนก่อนที่อีกฝ่ายจะบิน
มินกยูไม่ใช่คนอาบน้ำนาน
เพราะงั้นพอเขาเดินลงมาตามหาพี่ชายก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นเบียร์วางอยู่บนโต๊ะตั้งห้ากระป๋อง
มินกยูขว้างทุกกระป๋องลงถังขยะหมด
รวมถึงกระป๋องที่หกในมือพี่ชายที่เพิ่งดื่มไปได้ครึ่งเดียวด้วย
กว่าจะฉุดกระชากกลับขึ้นมาบนห้องนอนได้ก็เหนื่อยพอดู
ยังดีที่ซูนยองอาบน้ำแล้วมินกยูเลยโยนลงบนเตียงได้
ไม่ต้องเหนื่อยบังคับให้อาบน้ำอีก
“ซูนกินเบียร์ทำไมอะ!
แล้วกินไปตั้งห้าหกกระป๋อง!”
“งือ..”
“ตอบผมมาเลยนะ!
เนี่ย!
เป็นแบบเนี้ยผมไม่อยู่สี่วันไม่ให้เป็นห่วงได้ไงอะ!”
มินกยูอยากจะคุยกับซูนยองให้เข้าใจ
แต่ดูจากใบหน้าแดงก่ำและตาเยิ้มๆ
แล้วท่าทางคงคุยกันคืนนี้ไม่รู้เรื่อง
ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ
เพราะพรุ่งนี้เขาต้องบินแต่เช้า
หมายความว่าอาจจะไม่ได้คุยกันดีๆ
ก่อนเดินทางแล้ว มินกยูล้มตัวลงนอนข้างๆ
พี่ชาย
แต่ยังไม่ทันปิดไฟซูนยองก็กระโจนเข้ามากอดแน่นแถมยังนอนทับทั้งตัว
น้องชายตกใจกำลังจะพลิกตัวนอนตะแคงข้างเพื่อผ่อนน้ำหนักแต่ความรู้สึกเปียกชื้นที่ไหล่ทำให้ต้องดึงพี่ชายมากอดแน่นขึ้นอีก
เขาไม่ได้เห็นซูนยองร้องไห้มานานแล้ว
“ซูน ซูนเป็นอะไรครับ?
ไม่เอานะ
ไม่ร้องนะคนดีของผม"
“อึก ฉัน ฉันรักนาย
รักนายมินกยู รักนาย"
“โอ๋ รู้แล้วครับ
ผมก็รักซูนเหมือนกัน ไม่ร้องนะ
นะครับนะ เดี๋ยวหายใจไม่ออกนะ
ปวดหัวด้วย"
“ตอนนี้ก็ปวดหัวอยู่แล้ว
ปวดมา อึก หลายวันแล้ว"
“อ่า
ปวดมาหลายวันแล้วเหรอ
ทำไมล่ะครับ?”
“ฉัน ฮึก
ฉันไม่อยากให้นายไปไม่อยากให้ไปเป็นห่วงไม่รู้นายจะไปลื่นล้มหน้าฟาดที่ไหน
แล้วก็ ฮึก ห่วง ห่วง
นายไม่อยู่หลายวันฉันห่วง
ฮึก นายไม่อยู่ฉัน ห่วง"
“รู้แล้วครับว่าห่วง
ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง
ผมดูแลตัวเองได้ จริงๆ นะ"
“แต่ฉันก็ยังห่วงนี่นา
อึก พี่ห่วงเรา พี่ห่วงตัวเล็ก
พี่กอดตัวเล็กมาแต่เด็กไม่เคยให้ตัวเล็กไปไหนคนเดียว
ฮึก ตัวเล็กดูแลตัวเองดี
แต่พี่ดูแลตัวเล็กดีกว่า
ให้พี่ดูแลตัวเล็ก ฮึก"
“อ่า..
ซูน..”
ท่าทางจะเมากว่าที่เครียดเรื่องงานคราวก่อนอีก
แต่มินกยูไม่ได้พูดอะไรตอบ
ได้แต่ลูบหลังไปเรื่อยๆ
จูบหน้าผากที จูบแก้มที
เขาค่อยๆ พลิกให้ซูนยองนอนตะแคงเพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น
ใบหน้าพี่ชายแดงไปหมด
ตอนนี้ทั้งจมูกทั้งปากก็แดงไปด้วยแถมยังเปื้อนน้ำตา
เรียกได้ว่าเละเทะพอดู
มินกยูอดหัวเราะออกมาหน่อยๆ
ไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นพี่ชายสภาพน่าเอ็นดูขนาดนี้มาก่อน
“พี่อยากให้
ตัวเล็กไปได้ดี ฮึก แต่พี่ก็
พี่ก็เห็นแก่ตัวพี่อยากกอดตัวเล็กไว้คนเดียวพี่ไม่อยากให้ตัวเล็กไปไกลพี่
ฮึก พี่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเล็กเก่ง
ตัวเล็กน่ารักแค่ไหนพี่-
พี่ แค่กๆ
พี่กลัวตัวเล็ก แค่กๆ
พี่กลัวตัวเล็กไปอยู่ในป่าแล้วลื่นหน้าคว่ำ-”
เริ่มพูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้วสิ
มินกยูใช้ทิชชู่ซับหน้าซับตาพี่ชายรอให้อีกฝ่ายเย็นลง
ซูนยองงอแงต่อไปสักพักก็เริ่มเหนื่อย
เลิกสะอื้นแล้วซบหน้าลงกับไหล่น้องชายเงียบๆ
มินกยูลูบแก้มพี่ชายเบาๆ
เขาคิดว่าตัวเองรู้ดีว่าซูนยองรู้สึกยังไง
แต่จริงๆ แล้วก็ไม่เคยเข้าใจอะไรมากสักเท่าไหร่
ถ้าฟังจากที่อีกฝ่ายพูดวันนี้แล้วล่ะก็
ซูนยองไม่ค่อยพูดเรื่องความรู้สึกของตัวเอง
โดยเฉพาะความรู้สึกด้านนี้อีกฝ่ายยิ่งไม่พูด
คงจะทั้งหวงทั้งห่วง
แต่ไม่กล้าแสดงออกเพราะมันจะเป็นการเห็นแก่ตัว
มินกยูโน้มหน้าลงไปจูบหน้าผากพี่ชายเบาๆ
“ซูน ซูนฟังผมนะ
ซูนน่ะไม่ต้องห่วงผมหรอกนะครับ
ซูนสอนผมมาสิบกว่าปีแล้วนี่เนอะ
ผมเรียนรู้อะไรๆ
มากพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้วล่ะ
นะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ
ผมสัญญาเลยผมจะดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด
ไม่ให้ล้มไม่ให้ลื่นตรงไหนเลย
ผมจะกลับมาแบบไม่มีแผลเลย
โอเคนะ?”
“งือ..”
“แล้วก็
เรื่องหวงน่ะ ผมเข้าใจนะครับว่างานแบบผมเนี่ย
คงทำให้ซูนลำบากใจมาหลายครั้งแล้ว
ผมขอโทษนะครับ ขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ
แต่ซูนไม่ต้องเป็นห่วงนะ
ไม่มีใครในโลกนี้ที่ผมรัก
ห่วง และหลงไปมากกว่าซูนอีกแล้ว
ผมไม่มีวันรักใครนอกจากซูนหรอกครับ
ถึงใครจะมารักมาชอบผม
แต่คนที่ผมรักมีแค่ซูนคนเดียวนั่นแหละ
นะครับ?”
“อือ..”
“ผมน่ะ
เป็นของซูนนะครับ
เป็นของซูนแค่คนเดียวเลย
เพราะงั้นเชื่อผมนะ"
“อือ"
“รักนะครับ
ซูน"
“รักมินกยู
รักนาย"
สี่ทุ่มกว่าแล้ว
มินกยูต้องบินแต่เช้าและเขาควรจะนอนได้แล้ว
ปรับความเข้าใจกับซูนยองก็เรียบร้อยแล้ว
แต่เขายังอดห่วงไม่ได้
เขารู้ว่าซูนยองคงสบายใจขึ้นบ้างจากสิ่งที่เขาพูด
แต่คนคิดมากอย่างพี่ชายเขานะแค่ปล่อยให้อยู่คนเดียวสักวันสองวันก็คงเริ่มกังวลขึ้นมาใหม่แล้วล่ะ
ทำยังไงดีนะ ทำยังไงให้ซูนยองไม่เครียด
มินกยูมองใบหน้าที่ยังเป็นสีแดงเข้มของพี่ชายแล้วหลุดยิ้มออกมา
มีวิธีนี้อยู่นี่นะ
“ซูน"
“หื้ม"
“ระหว่างที่ผมไม่อยู่
อย่าคิดมากนะครับ"
“อื่มม..”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมบินเช้าเลย
ไปอยู่ที่นู่นตั้งหลายวันคงคิดถึงแย่"
“อืม..”
“งั้น คืนนี้เราน่าจะ
ทำอะไรให้มันอุ่นๆ
ทิ้งท้ายนะครับ"
“อุ่นๆ อะไรกัน
งือ มินกยู"
ซูนยองมึนๆ
แต่ก็ไม่ได้เมาไม่มีสติ
เขารู้สึกถึงฝ่ามือน้องชายที่อยู่ที่สะโพกตัวเองและรอยยิ้มน่ารักเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ
ซูนยองรู้แล้วว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
แต่เขาก็ไม่คิดจะห้าม
ไม่ว่าจะเป็นเพราะเบียร์ที่ทำให้ไม่ค่อยมีสติ
เพราะมินกยูจะไม่อยู่อีกหลายวัน
หรือเพราะเขาเริ่มฟังสมองน้อยลง
และทำตามใจตัวเองมากขึ้นก็ไม่รู้
แต่ซูนยองยกสะโพกขึ้นเล็กน้อยให้น้องชายดึงกางเกงนอนออก
ฝ่ามือใหญ่ย้ายจากด้านหลังมาด้านหน้า
ซูนยองพลิกตัวนอนหงายและมินกยูตามขึ้นมาคร่อมทับอย่างไม่ลังเล
มินกยูเริ่มจูบเขา
จูบในครั้งนี้ไม่นุ่มนวลเหมือนเคย
แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
“ซูน
พอทำงานแล้วตัวนุ่มขึ้นเยอะเลยนะครับ"
“อืออ พูดมากน่า
นุ่มแล้วชอบมั้ยล่ะ?”
“ชอบสิครับ"
“อ่ะ มินกยู
เจ็บ"
“นิดนึงนะครับ
แต่ว่าทำแบบนี้ สี่วันที่ผมไม่อยู่
อย่างน้อยซูนจะได้จำคืนนี้ได้ไงครับ
"
“อึก อืออ
มินกยู"
“จำได้ว่าผมน่ะ
รักซูนมากแค่ไหน ว่าความรักของเราน่ะ
ลึกซึ้งมากแค่ไหน"
มินกยูดึงเสื้อยืดออกจากตัวพี่ชายแล้วหยัดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองร่างกายของพี่ชาย
ตัวซูนยองนุ่มไปหมด
นอกจากจะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายแล้วยังนั่งๆ
นอนๆ ทั้งวัน จับไปตรงไหนก็เต็มไม้เต็มมือ
ซูนยองเป็นคนดื่มเบียร์ก็จริง
แต่คนที่กำลังจะขาดสติกลับเป็นมินกยู
เขาฝังใบหน้าลงที่อกพี่ชายแล้วไล่ลงมาซุกที่หน้าท้อง
ทิ้งรอยสีแดงเข้มไว้ทั่วตัวอีกฝ่าย
เขากำลังมัวเมาในกลิ่นเนื้อเปล่า
ดำดิ่งลงไปในทุกๆ ส่วนของซูนยอง
ในขณะที่พี่ชายก็ดิ้นเร่าเพราะสัมผัสของเขา
“ซูน
ผมจะไปรักใครคนอื่นได้ยังไง
ในเมื่อผมหลงซูนขนาดนี้"
“อืออ มินกยู
อ่ะ"
“ซูนครับ อืม
ซูน ซูนครับ"
สัมผัสของผิวเนื้อที่แนบกัน
ซูนยองกำลังจะขาดอากาศหายใจ
อุณหภูมิในร่างกายร้อนเกินไปแล้ว
ร้อนจนเหมือนจะหลอมละลาย
แต่มินกยูก็ยังร้อนกว่า
สัมผัสเพียงปลายนิ้วที่ไล้ลงมาบนผิวก็เพียงพอจะทำให้เขาบิดเร่า
ฝ่ามือที่บีบ ที่นวดลงมา
ตั้งแต่ต้นแขน ลงไปถึงต้นขา
ลมหายใจที่เป่ารดลงมาบนหน้าท้อง
และต่ำลงไป มากเกินไป
ทุกอย่างประดังประเดเข้ามามากเกินไปจนเขากำลังจะรับไม่ไหว
สองแขนควานหาที่ยึดเหนี่ยว
คว้าร่างน้องชายมากอดไว้ในขณะที่รับเอาสิ่งแปลกปลอมที่คุ้นเคยเข้ามาในร่าง
หูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงร้องของตนเอง
มินกยูสอดกายเข้ามาลึกกว่าเก่า
เขาต้องการสัมผัส
สัมผัสทุกอย่างของซูนยอง
ในคืนนี้เขาต้องการถูกโอบกอดทุกส่วนให้แนบชิดที่สุด
“ซูน อุ่นจังนะครับ
อ่ะ อา ซูน"
“มินกยู ขะขยับ
อ่ะฉันไม่ไหวแล้ว"
จะทำยังไงให้ซูนยองมั่นใจ
สองมือทั้งบีบ ทั้งเค้น
เนื้อตัวของพี่ชายเริ่มขึ้นรอยจ้ำสีแดง
เข้มบ้าง อ่อนบ้าง
เท่านี้เพียงพอจะให้อีกฝ่ายนึกถึงเขาในคืนนี้ทุกครั้งที่ส่องกระจกไปหลายวัน
จูบที่ร้อนแรง จูบที่นุ่มนวล
จูบทุกจูบจะทำให้ริมฝีปากของซูนยองไม่ลืมเขาในช่วงที่ไม่อยู่
แล้วก็ สัมผัสที่ลึกซึ้งที่สุด
เติมเต็มพี่ชายให้ทะลักล้น
จังหวะที่เชื่องช้าทำให้วาบหวามในอก
จังหวะที่รวดเร็วทำให้เสียววาบในช่องท้อง
ซูนยองแหงนหน้าครางเสียงสั่น
สองขาเกี่ยวรัดเอวน้องชายแน่น
แต่เพราะมินกยูรู้ดีว่าต้องทำยังไงพี่ชายถึงจะรู้สึกดีที่สุด
สองขาจึงถูกจับแยกออกกว้างพร้อมกายที่สอดประสานเข้าไปลึกยิ่งขึ้น
ซูนยองร้องเสียงหลง
สองมือปัดป่ายไปมาก่อนมินกยูจะรวบมาจับไว้แล้วกดลงแนบกับผืนเตียง
แววตาเว้าว้อนของพี่ชายที่มองขึ้นมาทำให้มินกยูเร่งจังหวะขึ้นอีก
เขาต้องการเห็นมากกว่านี้
ต้องการเห็นพี่ชายของเขาแสดงความต้องการออกมาอย่างชัดเจนมากกว่านี้
ร้อน ร้อนไปทั้งตัว
ความรู้สึกทั้งหมดไปรวมอยู่บริเวณที่เชื่อมต่อกัน
เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ในสมองของซูนยองโล่งโปร่ง
มีแต่ความรู้สึกที่เต็มตื้นอยู่ในอก
และเมื่ออุณหภูมิค่อยลดลง
น้องชายก็ทรุดลงมาอยู่ในอ้อมกอด
ซูนยองค่อยหายใจหายคอคล่องขึ้น
“ซูนครับ"
“อืม"
“ผมรักซูนนะครับ
รักที่สุด"
“ฉันก็รักนายที่สุด
มินกยู"
“เชื่อใจผมนะครับ"
“อืม ฉันเชื่อนาย"
สี่วันนี้อาจจะทรมานสักหน่อย
แต่ก็เป็นโอกาสดีที่ซูนยองจะได้คิดทบทวนและฝึกให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น
บางทีมินกยูไม่เข้าใจเหมือนกันว่าความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองก็แนบแน่นขึ้นมากว่าก่อนตั้งมากแล้วทำไมซูนยองยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองอยู่อีก
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก มินกยูจะค่อยๆ
เติมมันให้กับพี่ชายเอง
รักกันไปนานๆ
เดี๋ยวก็คงมั่นคงขึ้นมาบ้างเองนั่นแหละนะ