Thursday, 8 December 2016

Complexity 1/2 #minsoon



“ละคร?”


“อื้อ ละครประจำปีของโรงเรียนน่ะ แล้ววันนั้นก็จะมีออกร้านขายของเยอะแยะเลยด้วย ขนมเต็ม งานใหญ่โตเลย"


“งานเยอะดีนะโรงเรียนนายเนี่ย แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้เล่นล่ะ"


วันนี้เป็นอีกวันสบายๆ ของซูนยองที่ไม่ได้ใกล้ช่วงสอบ ไม่ได้มีงานเร่งอะไรเลยนั่งอ่านหนังสือเล่นโดยมีมินกยูนอนเรื่อยเปื่อยอยู่บนตัก อยู่ๆ มินกยูก็เล่าให้ฟังว่าไปออดิชั่นเล่นละครมาแล้วผ่าน นั่นทำให้ซูนยองแปลกใจนิดหน่อยเพราะน้องชายดูไม่น่าจะชอบการแสดงอะไรแบบนี้ มินกยูที่นอนอยู่บนตักซูนยองยิ้มแป้นแล้วดึงหนังสือออกจากมือพี่ชายก่อนจะโน้มคออีกฝ่ายลงมาใกล้จนซูนยองตาโตด้วยความตกใจ


“หล่อไงครับ หล่อ ฮิๆ"


“...ท่าทางมั่นใจในตัวเองจังนะ"


“แน่น๊อน ผมฮอตมากเลยแหละซูนไม่เห็นค่าเอง เชอะ"


“ไม่เห็นค่าอะไร เดี๋ยวเถอะ หน้าตาดีอย่างเดียวไม่ได้นะเล่นละครน่ะ ต้องเล่นดีด้วย ถ้าแข็งเป็นหินล่ะฉันจะตีให้ แล้วผ่านแล้วเหรอ?”


“ผ่านแล้วสิ เก่งขนาดนี้"


“เหรออออ แล้วเล่นเรื่องอะไรกันล่ะ?”


“สโนว์ไวท์!”


“หา? นี่พวกนายอยู่ป.6 กันรึไงเนี่ย?”


“ม.6! แต่เอามาดัดแปลงนะ พอดีว่าคนหล่อเยอะก็เลยเลือกเรื่องนี้น่ะ ได้ให้คนหล่อเล่นตั้งแปดคน ดีออก คนดูชอบ!"

“..ทำไมเป็นแบบนั้น ว่าแต่นายเล่นเป็นอะไรล่ะ? โม้ซะขนาดนี้ได้เป็นเจ้าชายใช่มั้ย?”



“เปล่า คนแคระ"


“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ โอ๊ยย นายเนี่ยนะคนแคระฮ่าๆๆๆ สูงชนเพดานฮ่าๆๆๆ"


“นี่!! ห้ามขำนะ!! บอกแล้วไงว่าดัดแปลงเอา! คนแคระนี่สูงหล่อทุกคนเลยขอบอก! ฮึ่ย!”


“โอเคๆ ไม่ขำ แล้วนายเล่นเป็นตัวไหนล่ะ?”


“เอ่อ มีชื่ออะไรบ้างนะฮะ ลืมแล้ว"


“..เห้อ มี Doc ตัวหัวหน้าๆ พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องGrumpy ที่อารมณ์ไม่ดีขี้บ่น Sleepy นอนทั้งวันอันนี้ไม่น่าใช่นายออกจะไฮเปอร์ Happy ที่อารมณ์ดี Bashful ขี้อายอันนี้ไม่น่าใช่นายใหญ่เลย โอ๊ย อย่ากัด! Sneezy จามทั้งวันแล้วก็ Dopey บ้าๆ บอๆ อืม เป็นไง จำได้มั้ยว่าตัวไหน?”


“อ๋า จำได้ละ! ตอนนั้นพวกเพื่อนๆ มันเถียงกันว่าจะให้ผมเป็นตัวไหนระหว่างสามตัว แฮปปี้ สนีซี่หรือโดปี้ แต่ปรากฏว่าผมพูดบทไม่ค่อยคล่องอะ เลยให้เป็นตัวจามเยอะๆ แทนเป็นสนี่ซี่-”


“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ โอ๊ยยเข้าใจเลือก ฮ่าๆๆๆ"


“นี่!!! ไม่ขำนะ!!! ซูนบ้า!!”


มินกยูฉุนกึ้กที่พี่ชายเอาแต่หัวเราะอยู่นั่นเลยถีบพี่ตกเตียงแล้วกลิ้งตัวไปซุกกำแพงงอนๆ ซูนยองจะโวยวายก็ไม่ได้เพราะกลัวน้องโกรธไปมากกว่านี้ เขาผิดเองแหละ มินกยูคงจะตื่นเต้นที่ได้เล่นละครแต่เขาดันมาทำเหมือนเป็นเรื่องตลกซะนี่ คิดได้แล้วก็เลยปีนกลับขึ้นไปบนเตียงแล้วยื่นหน้าไปหา แต่มินกยูก็ซุกหน้ากับฝ่ามือไม่ยอมหันมามองสักนิด


“นี่ ฉันขอโทษ ไม่งอนน้า"


“ไม่ได้งอน!”


“โอ๋ ไม่งอนก็ไม่งอน แล้วเป็นไงต่อใครเล่นเป็นใครอีกบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยนะ"


“ฮึ!”


“มินกยูอ่าาา"


“...”


“ต้องทำยังไงถึงจะหายงอน ไหนบอกมาซิเดี๋ยวทำทุกอย่างเลย"


หลุดปากอีกแล้ว มินกยูหันมาหาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มทันที ซูนยองแพ้ท่าเดิมทุกครั้ง พอน้องงอนทีไรก็ยอมตลอดแล้วก็เป็นแบบนี้ แต่ก็เหมือนทุกครั้งคือกลับตัวไม่ทันแล้วได้แต่ถอนหายใจแล้วรอฟังว่าคราวนี้จะขออะไร มินกยูทำเป็นกลอกตาไปมาเหมือนทุกที แต่ก็มีคำตอบในใจแล้ว


“จุ๊บหน่อย จุ๊บผม"


“เอาตรงผมนะ"


“ไม่ใช่! ตรงนี้ๆ"


ซูนยองถอนหายใจเมื่อน้องชายใช้นิ้วจิ้มที่แก้มตัวเองรัวๆ แถมยังพองลมเข้าไปอีก น่าหมั่นไส้จนต้องหยิกแรงๆ หนึ่งทีจนแก้มแฟบแล้วเจ้าตัวโอดครวญดังลั่น ความจริงก็คือ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาก็คงหอมๆ ให้มันเสร็จๆ ไปแล้วนั่นแหละ แต่หลังๆ มานี้หลายๆ เหตุการณ์ทำให้เขาเปลี่ยนไป โดยเฉพาะหลังจากน้องชายโทรมาโวยวายใส่ตอนเมาแอ๋จากค่ายทหารนั่น มินกยูก็เห็นพี่ลังเลผิดปกติเลยดึงแขนอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจนลงมานอนทับกัน ซูนยองตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อแก้มตัวเองเฉี่ยวปลายจมูกน้องชาย


“ชักช้าจังเลย มานี่ผมจุ๊บเอง"


“ฮื่ออ"


จุ๊บ จุ๊บ


“แถม"


มินกยูจูบแก้มซูนยองเร็วๆ ทั้งสองข้างแล้วดันตัวพี่ขึ้นนั่งอีกครั้งเพื่อจะได้นอนตักท่าเดิม ซูนยองก็ทำตามอย่างมึนๆ จะเอามือขึ้นไปลูบหน้าหน่อยก็ถูกมินกยูจับไว้ทั้งสองข้าง ไม่รู้จะชอบเล่นมืออะไรเขาขนาดนั้น


“เล่าต่อนะ ก็ สุดท้ายผมก็เลยได้เป็นสนีซี่เพราะผมจามเหมือนจริงที่สุด-”


“อุ๊บ ขึกๆ มะ ไม่มีอะไร เล่าต่อเลย"


“อย่าให้ได้ยินแอบขำอีกนะ ไม่งั้นงอนแน่! นั่นแหละ แต่ว่าบทมันเปลี่ยนนะไม่ได้จามอย่างเดียวสักหน่อย มีบทพูดด้วยแต่ไม่เยอะเหมือนคนอื่นเพราะจามอยู่ นั่น!! กลั้นขำไม่เนียนเลยได้ยินนะ!!"


“ขึกๆๆ แค่กๆ เอ่อ คันคอน่ะ แล้วใครเล่นเป็นเจ้าชายล่ะ?”


“เอ๋? เอ่อ ซูนไม่รู้จักหรอกผมไม่เคยเล่าให้ฟังนี่นา"


“ก็เล่าบ้างสิ ฉันไม่รู้จักเพื่อนนายเลยนะ"


ซูนยองตกใจตัวเองนิดหน่อยที่พูดแบบนั้น แต่ที่งงมากกว่าคือรู้จักกันมาหลายปีแต่ไม่รู้วันๆ คุยอะไรกันถึงไม่รู้จักเพื่อนของมินกยูเลย มินกยูเองก็คงไม่รู้จักเพื่อนเขาเหมือนกัน เขาเพิ่งรู้ตัวก็ตอนที่น้องโทรมาจากที่ค่ายแล้วตัวเองไม่รู้จักใครเลย นึกภาพไม่ออกว่าน้องอยู่กับคนแบบไหนบ้าง น้องชายตัวโตนอนอมยิ้มแล้วลูบนิ้วเขาเล่นไปมา บ่นพึมพำอะไรฟังไม่รู้เรื่องจนซูนยองต้องถาม


“เปล่าฮะ แค่ ดีใจนิดหน่อย นั่นแหละเอ่อ คนที่เล่นเป็นแฮปปี้ชื่อซอกมินเพื่อนผมเอง อ๋อคนนี้เคยเล่า คนที่สะดุดบันไดล้มท่าฉีกขาอะ แล้วก็คนที่เล่นเป็นแบชฟูลคือหมิงฮ่าว เพื่อนผมอีกเหมือนกัน คนที่ตีลังกาหัวฟาดประตูอันนี้ผมก็เคยเล่าแล้ว โดคยอมเป็นคนอารมณ์ดีสดใสตลอดเวลาเป็นบ้า ส่วนหมิงฮ่าวยังพูดไม่ค่อยชัดเพราะเป็นคนจีนก็เลยให้เป็นแบชฟูลที่ไม่ค่อยพูด"


“แต่ละคน..”


“นั่นแหละ ฮ่าๆๆ อ๋อแล้วก็เวอร์น่อนเล่นกับด๊อค เพราะต้องพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเวอร์น่อนก็เลยได้เล่นฮ่าๆๆ คนที่เล่นเป็นกรั๊มปี้ชื่อจุนฮเว หมอนั่นหน้าดุมากเลยก็เลยได้เป็น คนที่เล่นเป็นโดปี้ชื่อจองกุก คนที่เล่นเป็นสลีปปี้เหมือนจะยังหาไม่ได้ มันต้องง่วงๆ ไง แต่คนที่เขาง่วงจริงเขาก็ขี้เกียจมาเล่นละครเลยยังหาๆ อยู่ ส่วนคนที่เล่นเป็นเจ้าชายชื่อแจฮยอน หล่อมากเลย จริงๆ ผมก็เกือบได้เป็นแหละ แต่เขาบอกว่ามาดผมไม่ให้อะ"


“ปัญญาอ่อนเกินไปสินะ"


“ซูน!! ว่าผมอีกแล้วนะ!!”


“เปล่าๆ แค่บอกว่า-”


“ก็นั่นแหละ! เพราะงั้นหลังจากนี้ผมอาจจะมีกลับบ้านสายบ้างนะฮะ"


“อ่า.. เหรอ"


“อื้ม แล้วก็ วันอาทิตย์ที่ยี่สิบซูนว่างมั้ยล่ะ?”


“อืมม น่าจะว่างนะยังไม่ติดอะไร"


“งั้นก็ มาดูผมเล่นละครด้วยนะฮะ"


“อ่า ได้สิ"


“สัญญาแล้วน้า"


ซูนยองมองมินกยูที่นอนเอาหน้าซุกมือตัวเองแล้วก็นึกไปถึงเรื่องเมื่อคืนนั้นอีกจนได้ แต่อย่างน้อยน้องก็ได้เล่นละคร ได้ใช้เวลากับเพื่อนมากขึ้นก็ยังดี ถึงจะยังอ้อนให้เขาไปดูด้วยก็เถอะ ถือว่าเป็นพัฒนาการไม่อย่างนั้นปกติไม่เห็นจะค่อยทำกิจกรรมอะไรกับเขาเลย เลิกเรียนก็วิ่งกลับบ้านตลอด จะมีเวลาไปหา.. ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนมาดูแลล่ะเนอะ


“เอ้อ จริงสิ แล้วสโนว์ไวท์ล่ะ? ใครเป็นสโนว์ไวท์?”


“อ๋ออ เรื่องนั้น เห็นเขาบอกว่าไปได้มาจากโรงเรียนคอนแวนท์อะ แต่ผมยังไม่เคยเห็นหน้าเลยไม่รู้สวยรึเปล่า ซ้อมวันแรกมะรืนนี้คงได้เห็นแหละ"


“อืมม..”


ซูนยองดีใจที่มินกยูใช้เวลานอกบ้านมากขึ้น หลังจากนั้นแทบทุกวันมินกยูจะกลับบ้านสาย ห้าโมงกว่าบ้าง บางทีถึงหกโมงทุ่มหนึ่งก็มี หลายวันที่ซูนยองนั่งกินข้าวกับคุณแม่เงียบๆ แค่สองคนไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวจ้อกแจ้กเหมือนอย่างเคย ซูนยองควรจะสบายใจที่เป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้ซูนยองกำลังรู้สึกอะไรบางอย่างที่ไม่ควรรู้สึก ซูนยองกำลังเหงา ถึงน้องชายจะอยู่กับเขาทุกคืนก็เถอะ แต่ส่วนใหญ่ก็เหนื่อยจนไม่ได้เล่นอะไรด้วยกันแล้ว นอนกอดอย่างเดียว แล้วมินกยูก็เล่นโทรศัพท์มากขึ้นด้วย


“ซูนนนน กลับมาแล้ววว"


“อ้าว ทำไมวันนี้กลับเร็ว?”


“วันนี้แจฮยอนต้องไปถ่ายแบบอะ เลยไม่มีซ้อม กอดดดด"


“อั่กก! เบาหน่อย เบา แจฮยอนเป็นนายแบบเหรอ?”


“อื้อ นายแบบเสื้อผ้า เคยถ่ายขึ้นปกนิตยสารด้วยแหละ เห็นว่าได้เงินดีมากเลยแจฮยอนใช้แต่ของหรูๆ ทั้งนั้นเลย"


“อ่า.. อย่างนั้นเหรอ"


“นี่ซูน แจฮยอนบอกว่าแบบผมเนี่ยก็เป็นนายแบบได้นะ เอาไว้ผมว่าจะไปลอง ถ้าสมมติว่าได้เป็นจริงๆ นะ ได้เงินมาเยอะๆ แล้วจะพาซูนไปเที่ยวดีกว่า ดีมั้ยฮะ? พาคุณแม่ไปด้วยย~”


“ต้องถามตัวนายเองก่อนนะ ว่าอยากทำมั้ย?”


“อืมม มันก็ดูไม่ยากนะฮะ แค่ไปยืนๆ ทำท่าตามที่เขาบอกอะ เท่ด้วยนะได้ลงนิตยสารด้วย ซูนว่าดีมั้ย?”


“ถ้านายชอบล่ะก็นะ"


“อื้มม"


ซูนยองมองตามมินกยูที่เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา ไม่แปลกหรอกถ้าจะมีคนมาชวนให้ไปเป็นนายแบบ มินกยูเป็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง แถมยังสูงตั้ง 187 ตอนนี้ 188 รึยังก็ไม่รู้ รูปร่างก็สมส่วนแถมยังชอบว่ายน้ำทำให้ไหล่กว้างเชียว ถ้ามินกยูหันไปเอาดีด้านนี้ก็คงจะไปรุ่งอยู่เหมือนกัน และก็คงจะฮอตกว่านี้อีกหลายเท่าแน่ๆ แต่ว่าจะมีปัญหาอะไรมั้ยนะ มินกยูยิ่งตามคนเขาไม่ทันอยู่ กลัวว่าจะโดนหลอกเอาน่ะสิ แต่ก็ไม่รู้ว่าซูนยองคิดมากไปเองรึเปล่า ยังไงก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี นี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เขาไม่อยากให้มินกยูไปไกลตัวเขาเท่าไหร่นัก


“ซูนน ทำหน้ายุ่งเชียว คิดอะไรอยู่"


“อ่า เปล่าๆ"


มินกยูจ้องหน้าพี่ชายแล้วก็เดินลงมานั่งตรงข้ามกันก่อนจะดึงพี่ชายมากอดแน่นแล้วโยกตัวไปมา ซูนยองยกแขนขึ้นมากอดตอบแล้วลูบหลังน้องชายเบาๆ นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้อยู่กับมินกยูก่อนพระอาทิตย์ตก ไม่อย่างนั้นช่วงนี้กว่ามินกยูจะกลับมาก็มืดแล้ว ข้าวก็กินมาแล้วด้วย


“ซูน ผมมีเรื่องขอให้ช่วยหน่อยฮะ"


“หืม? ว่าไง"


“คือว่า วันนี้ไม่มีซ้อมก็จริงแต่ว่าผมยังเล่นบทของผมบางตรงได้ไม่ค่อยดีเลยอะ เลยอยากขอให้ซูนมาช่วยเป็นคู่ซ้อมให้หน่อย ได้เปล่าฮะ? ในฐานะที่ซูนเองก็เคยเรียนการแสดงมาเทอมหนึ่งนี่นาใช่มั้ย? ผมคุ้นๆ ว่าซูนเคยนั่งบ่นๆ อยู่กับมุมห้อง"


“ไม่ได้บ่น เขาเรียกซ้อมบท เด็กนี่"


“ฮ่าๆๆ ใช่ๆ นั่นแหละ นะคร้าบบ นะซูนน้าาา ช่วยผมหน่อยน้า"


“เห้อ.. ก็ได้ๆ ไหนเอาบทมาดูสิ ตรงไหนที่เล่นไม่ได้"


“ตกลงจะช่วยนะ?”


“อื้ม ไม่อย่างนั้นถ้านายไปเล่นติดๆ ขัดๆ ล่ะเสียชื่อหมด"


“เย่!!!”


มินกยูวิ่งตึงตังไปหยิบปึกกระดาษยับยู่ยี่มาจากในกระเป๋ากลับมาหาพี่ชายที่นั่งพิงขอบเตียงอยู่ ซูนยองเปิดอ่านตามหน้าที่มินกยูพับไว้แล้วก็รู้สึกถึงหัวหนักๆ ที่ไหล่ตัวเอง เห็นมินกยูเอนมาซบแถมยังยิ้มกรุ้มกริ่มแปลกๆ จนซูนยองขมวดคิ้วอย่างสงสัยแล้วเลื่อนสายตากลับไปอ่านบทอีกครั้งก่อนจะพบว่า-


“มินกยู!!!! นายจะให้ฉันซ้อมบทเป็นสโนว์ไวท์เล่นกับนายเรอะ!!???”


“ถูกต้องแล้วคร้าบบบบบบบบ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ มาเล่นกันซูนไวท์ท์ท์ท์!”


เหลือทางเลือกอะไรให้ซูนยองบ้างล่ะ ก็น้องไม่มีคู่ซ้อม แล้วเขาก็ไม่อยากให้น้องเล่นได้ไม่ดี อีกอย่างเขาก็เคยเรียนการแสดงมาถึงจะแค่เทอมเดียวก็เถอะ ก็ได้อะไรๆ มามากพอสมควร ก็เลยยืนถือบทประจันหน้ากับมินกยูที่ยิ้มแป้นอยู่


“เริ่มละนะซูน อะแฮ่มๆ ฮัดจิ้วฮัดจิ้วฮัดจิ้วฮัดจิ้วฮัดจิ้วฮัดจิ้ว-”


“เห้ยๆๆ จะบ้ารึไง อะไรเนี่ย! ใครเขาจามไปด้วยนับนิ้วไปด้วยแบบนี้!?”


“ก็ในบทบอกให้ฮัดจิ้วสิบครั้งไงผมก็ทำตามนี่ยังไม่ครบเลย-”


“จะบ้าเรอะ!! เวลาเล่นละครใครเขาให้ทำอะไรฝืนธรรมชาติขนาดนั้นกันเล่า หยุด เอาใหม่!”


“อะ อ่าว"


“เวลาเล่น เราต้องเป็นตัวละคร ขั้นพื้นฐานคือปูเรื่องราวตัวละครในหัวแล้วโยงเข้ากับชีวิตตัวเองให้ได้ หลังจากนั้นก็จะคิดเหมือนตัวละคร ต้องการเหมือนตัวละคร และทำในสิ่งที่ตัวละครต้องทำ เข้าใจนะ?”


“หูวว~ จริงจังอะ นี่แค่ละครโรงเรียนเองนะ-”


“ฉันไม่ยอมให้นายเล่นครึ่งๆ กลางๆ เด็ดขาด มาขอให้ฉันช่วยแล้วอย่าหวังจะทำเล่นๆ นะมินกยู"


“ฮื้อออ ดุอะ ซูนนนไม่เอาแล้วอย่าดุผม ไม่เอาาา"


ดุได้ไม่นานมินกยูก็วิ่งเข้ามากอดเอวเอาหัวซุกไหล่ ซูนยองส่ายหัวอย่างเหนื่อยอ่อน หรือเขาคงจะตึงเกินไป เขาเคยซ้อมการแสดงให้รุ่นน้องอยู่สองสามครั้ง แล้วจริงๆ ก็ค่อนข้างมีชื่อเรื่องความดุ ความโหดนี่แหละ อันนี้คนในคณะบอกมาไม่ใช่เขาคิดเอง ด้านนี้ของเขามินกยูก็ไม่เคยเห็นซะด้วย เพราะเขาเองไม่มีเหตุผลจะต้องเข้มงวดกับมินกยูขนาดนั้น ว่าแล้วก็ลูบหัวลูบหลังปลอบ


“โอเค ไม่ดุก็ไม่ดุ แต่พยายามทำตามที่ฉันพูดหน่อยแล้วกันนะ"


“อื้ออ! คือจริงๆ แล้วไอ้ตรงฮัดจิ้วสิบรอบเนี่ยมันเป็นมุก ผมไม่มีปัญหาหรอก เอาตรงบทพูดเลยดีกว่า ตรงที่ผมมีปัญหามากที่สุดคือฉากที่สนี่ซี่ต้องขอให้สโนว์ไวท์เลือกตัวเองไม่ใช่เจ้าชาย เพราะว่า-”


“เดี๋ยว คนแคระชอบสโนว์ไวท์เหรอ?”


“อื้อ ทุกคนในเรื่องชอบสโนว์ไวท์หมดเลย"


“หา?? ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ? จริงๆ คนแคระต้องช่วยให้สโนว์ไวท์สมหวังกับเจ้าชายสิ"


“มันเป็นละครดัดแปลงงง ซูนนน เนี่ย ซูนจริงจังเกินไปตลอดดูซิหน้าย่นเลย- เอ้อมาต่อๆ คือบทที่ผมเล่นได้ไม่ดีคือตอนที่ต้องแสดงออกว่ารักสโนว์ไวท์มากกก มากแบบอยากได้เป็นแฟน แต่ว่าก็มากพอที่จะให้สโนว์ไวท์ไปรักกับเจ้าชายเหมือนกัน เพราะเขาอยากให้สโนว์ไวท์มีความสุข"


“โอ้โห... แล้วนี่จริงจังมั้ย หรือล้อเล่นอีก?”


“ก็เขาบอกกันว่าซีนดราม่าอะ"


“ต้องจริงจังสินะ...”


ซูนยองเปิดบทกลับไปกลับมาเล็กน้อยเพื่อพยายามศึกษาเนื้อเรื่องและตัวละครแต่ในสายตามินกยูซูนยองกำลังทำหน้าเครียดขึ้น และเหมือนจะเริ่มดุขึ้นมาอีกแล้วก็เลยรีบกอดเอวเอาคางพาดไหล่พี่ชายไว้อย่างอ้อนๆ ไว้ก่อนซึ่งซูนยองก็ไม่ได้ว่าอะไร นอกจากเริ่มปลงเพราะบทละครค่อนข้างยาว เห็นซูนยองเริ่มถอนหายใจมินกยูเลยพยายามเล่าตัวละครของตัวเองให้ฟัง


“สนีซี่อะ เป็นคนแคระใสใส จิตใจดีแล้วก็ซื่อๆ ตอนที่สโนวไวท์เอาทิชชู่มาอุดจมูกให้กันจามแบบไม่รังเกียจก็เลยเริ่มชอบอะฮะ-”


“รักกันเพราะทิชชู่อุดจมูกเนี่ยนะ.. สมกับเป็นตัวละครของนายจริงๆ"


“พะ พูดแบบนี้หมายความว่าไง! อย่ามาดูถูกกันนะ! เชอะ!”


“อ่า ขอโทษๆ แล้วไงต่อ"


“ก็แล้วตอนท้ายๆ คนแคระก็ทยอยกันมาสารภาพรักกับสโนว์ไวท์ เพราะตอนจบสโนวไวท์ต้องไปปราสาทกับเจ้าชายใช่ปะ ทีนี้ฉากที่ผมเล่นแข็งก็คือตรงนี้แหละ ตรงที่สนี่ซี่จะสารภาพรักกับสโนว์ไวท์แล้วขอให้อยู่ในกระท่อมด้วยกันต่อ"


“อ๋ออ.. โอเคๆ ได้ มา งั้นมาลองเล่นกันดูก่อนรอบหนึ่ง ฉันจะได้ดูว่ามีปัญหาตรงไหน"


“โอเค ผมไม่จามสิบครั้งแล้วนะ เหนื่อย ซูนพูดบทต่อจากผมจามเลยแล้วกัน"


“โอเค"


ซูนยองไล่สายตามองหาบทตัวเอง แต่ก็หาไม่ยากเท่าไหร่เพราะไอ้ฮัดเช้ยๆ ติดกันเป็นพืดนี่แหละ ด้วยความที่มีพื้นฐานมาก่อนจะให้เสียชื่อไม่ได้ซูนยองเลยหลับตาลงทบทวนบทและความรู้สึกเล็กน้อยก่อนจะลืมตามาใหม่และมองหน้ามินกยู ในฐานะคนที่รัก แต่ไม่ใช่คนที่ใช่ และกำลังจะต้องมาบอกลาทั้งๆ ที่ไม่อยากไปแต่ก็ไม่ได้อยากอยู่ต่อ


“ยังไม่หายจามอีกเหรอสนีซี่? พอฉันไม่อยู่แล้ว อย่าลืมเอาอุดจมูกตามที่สอนนะ"


“อะ อื้อ..”


“งั้นฉันไปก่อนนะ ดูแลตัวเองดีๆ นะสนีซี่"


“ดะ เดี๋ยวก่อนสโนว์ไวท์"


มินกยูก้าวเร็วๆ มาคว้าข้อมือซูนยองไว้ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่เบาลงเล็กน้อย


“ไม่ไปได้มั้ย? มีอะไรที่ที่นั่นมีแล้วที่นี่ไม่มีเหรอ?”


“...”


“อย่าไปได้รึเปล่า อย่าทิ้งกันไป"


“...แต่ฉันรักเจ้าชาย สนีซี่”


ถึงตรงนี้มินกยูดึงซูนยองให้หันกลับมาหากัน สีหน้าของมินกยูดูงอแงเอาเรื่อง แต่ไม่ได้มีความเศร้าเหมือนจะเสียคนรักไปสักเท่าไหร่ ไปคล้ายกับเวลาอ้อนเขาปกติซะมากกว่า ซูนยองไม่ได้ขัดอะไรแล้วลองให้น้องเล่นต่อไปก่อน ใกล้ถึงบทที่มินกยูเล่นไม่ได้แล้ว


“ทำไมถึงเป็นเขาล่ะ? เธอเพิ่งเจอเขาเองนะ ฉันอยู่กับเธอมาตั้งนาน"


“...ฉันขอโทษ”


มินกยูก้มหน้าลงเล็กน้อย ซูนยองพยายามดึงมือออกแต่มินกยูไม่ยอมปล่อยแถมยังจับแน่นขึ้นอีกแล้วค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้จนใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบแล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง


“เป็นฉันไม่ได้เหรอ?”


“ฉันขอโทษจริงๆ สนีซี่ แต่นายจะเป็นน้องชายที่น่ารักของฉันเสมอนะ"


“ม่ายอ๊าวววววว!!!”


ทันที่ที่จบฉากมินกยูก็โวยวายเสียงดังแล้วพุ่งเข้ามากอดซูนยองแน่นจนคนเป็นพี่ต้องดันไหล่ออกอยู่หลายครั้งถึงจะยอมปล่อยแต่ก็ยังส่งเสียงงอแงมาเป็นระยะ ซูนยองหยิบปากกาขึ้นมาจดโน้ตไว้ด้านหลังบทอย่างเคยชินก่อนจะดันมินกยูให้ไปยืนที่ตำแหน่งดีๆ อีกครั้ง


“โอเค ฉันเจอปัญหาของนายแล้วมินกยู"


“หื่ออ"


“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันช่วย นายมาหาฉันให้ช่วยไม่ใช่เหรอ?”


“อื้อ!”


“ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ นายดูไม่รักสโนว์ไวท์เลยให้ตาย"


“หง่าา"


“ไม่สิ นายรักเหมือนนายรักเขาแบบพี่ล่ะมั้ง สายตา ท่าทาง น้ำเสียงนายเหมือนออดอ้อนเขายังไงแปลกๆ จนถึงตอนจบที่เขาจะสะบัดมือนายทิ้งนายก็ทำหน้าเหมือนอดกินขนม ฉันว่านายไม่เดือดร้อนมากพอ"


“ไม่เดือดร้อน?”


“ใช่ หลักการแสดงนะมินกยู ตัวละครจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่างในแต่ละฉากใช่มั้ย? ในใจของตัวละครน่ะต้องมีความต้องการอยู่ ถึงจะทำสิ่งนั้นๆ และต้องมีความเดือดร้อนมาก ถึงจะต้องทำเดี๋ยวนั้นเลย นายเข้าใจฉันมั้ย?”


“..คิดว่าเข้าใจ..มั้ง"


“แปลว่าไม่เข้าใจ โอเค งั้นฉันยกตัวอย่างให้ง่ายๆ สมมติว่าคนที่นายรักที่สุดกำลังจะจากนายไป จากไปแบบไม่มีวันกลับ นายก็ต้องรั้งเขาไว้ จริงมั้ย? เพิ่มความเดือดร้อนก็คือ เขาจะไปเดี๋ยวนี้ วินาทีนี้แล้วและจะสลายหายไปเลยนายจะไม่มีวัน ไม่มีวันได้เห็นหน้าเขาอีกตลอดชีวิต นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของนายที่จะรั้งเขาไว้ แบบนี้เดือดร้อนหรือยัง?”


“อืมม.. มาก"


“โอเค นั่นแหละสิ่งที่นายต้องรู้สึก แต่ต้องอย่าลืมว่าสนีซี่เป็นคนยังไง ไม่กล้าพูดเท่าไหร่ ขี้อายใช่มั้ย? เพราะงั้นนายต้องเก็บความเดือดร้อนนั้นไว้ข้างใน แสดงออกอย่าตื่นเต้นเกินไป โอเคนะ? ทางที่ดีฉันอยากให้นายมีหน้าของคนที่นายรักที่สุดไว้ในหัวเลย เวลาแสดงนายก็คิดถึงคนๆ นั้นเลย ไม่อย่างงั้นจะเป็นการคิดลอยๆ มันไม่ค่อยเวิร์ค อย่างเช่นนายอาจจะคิดถึง เอ่อ คะ คิดถึง"



ซูนยองเงียบไปในทันทีหลังจากพยายามจะยกตัวอย่าง และจากสายตานิ่งๆ ที่มินกยูมองมาเขาก็รู้ว่าน้องต้องคิดเหมือนกัน คนที่มินกยูรักที่สุด คนที่มินกยูจะต้องคิดว่าจะหายไป และไม่มีวันได้เจอกันอีก คนที่จะเป็นสโนว์ไวท์ในหัวของสนีซี่มินกยูจะเป็นใครไปได้ นอกจากสโนว์ไวท์จำเป็นในตอนนี้ ซูนยองเอง

No comments:

Post a Comment