Wednesday, 21 December 2016

Asserting 1/2 #minsoon

ซูนยองกำลังนอนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข เขาเพิ่งสอบเสร็จ งานที่คั่งค้างต่างๆ ก็สะสางจนเรียบร้อย ถึงเวลาได้พักอย่างเต็มอิ่มเสียที วันนี้ก็คงเป็นอีกวันดีๆ อันสงบสุข.. จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังกึกก้องมาจากต้นซอยซึ่งบ่งบอกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา นั่นทำให้ซูนยองค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง วางหนังสือการ์ตูนไว้ในที่ปลอดภัยแล้วตั้งท่ารับ เมื่อเสียงประตูบ้านปิดดังปังใหญ่ และเสียงตุ้บๆตั้บๆ ดังขึ้นมาตามบันไดพร้อมเสียงหอบแฮ่กๆ ปนเสียงหัวเราะคุ้นหู ซูนยองยกมือสองข้างขึ้นตั้งการ์ดอย่างระมัดระวัง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ซูนยองพร้อมแล้ว ประตูห้องเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับ-


“ซูนนนนนนนน!!!! ผมมีข่าวดีจะมาบอกกกก!!!!!!!!”


“หยุดอยู่ตรงนั้-อั่ก!!!”


ไม่เคยได้ผล สองมือที่พยายามป้องกันตนเองถูกปัดออกก่อนเจ้าของร่างสูงใหญ่จะโถมตัวเข้ากอดอย่างรุนแรงจนล้มหัวฟาดพื้นกันทั้งคู่ ดีที่พื้นห้องเป็นพรม ไม่อย่างนั้นได้ตายหมู่แน่นอน ซูนยองพยายามจะดันหัวน้องชายออกแต่ก็ไม่สำเร็จ ไอ้อาการกระโดดกอดแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติก็จริง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะคึกกว่าครั้งอื่นๆ ทำให้ซูนยองแปลกใจ แล้วยังบอกว่ามีข่าวดีอะไรนั่นอีก


“มินกยู มินกยูใจเย็น ปล่อยก่อน มีอะไร ข่าวดีอะไร?”


มินกยูที่ถูกดันออกยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วทำหน้าตาลิงโลดใส่จนซูนยองเริ่มหวาดๆ เพราะมินกยูน่ะประหลาดๆ ไม่รู้ข่าวดีของน้องจะเป็นข่าวร้ายของพี่รึเปล่า พอยันตัวลุกขึ้นนั่งตามมินกยูก็ดีดดิ้นต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะจับไหล่ซูนยองเขย่าไปมาพร้อมตะโกนเสียงดัง


“ผมผ่านเข้าทีมว่ายน้ำของโรงเรียนแล้ว!!!!”


“หะ ห๊า?????”


ที่ตกใจไม่ใช่แค่เพราะมินกยูได้เข้าทีมว่ายน้ำ แต่ไปคัดตอนไหน หรือว่า ทำไมอยู่ดีๆ จะเข้าแล้วเข้าทำไมแล้วต้องทำอะไรบ้างคำถามวิ่งวนเต็มหัวซูนยองไปหมด มินกยูยิ้มแก้มปริแล้วซุกหน้าลงกับอกพี่ชายก่อนจะดึงไปกอดแน่นอีกครั้งจนซูนยองต้องพยายามดันออกไม่อย่างงั้นได้แบนตายคาพื้นแน่ๆ


“ไหนเล่ามาตั้งแต่ต้นซิ ไปสมัครตอนไหน อะไรยังไงฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"


“ก็ช่วงหลังๆ มานี้ผมกลับบ้านสายบ้างใช่มั้ยล่ะ ผมก็เคยบอกไปแล้วว่าผมไปว่ายน้ำที่สระโรงเรียน แต่ที่ผมไม่ได้บอกก็คือผมตั้งใจซ้อมเพื่อจะได้คัดตัวเข้าทีมโรงเรียนไง! ว้าาาว ทีมโรงเรียนเนี่ยดังมากเลยนะรู้เปล่าๆ!! อีกเดี๋ยวก็จะถึงฤดูแข่งขันแล้ว แข่งกับโรงเรียนในเครือเอย แข่งในเขตเอย บางทีอาจจะแข่งระดับชาติเลยก็ได้โอ้โห! ต้องเก็บกระเป๋าแล้วล่ะจะต้องไปแข่งที่อเมริกา!-”


“หยุ๊ดดดดด ยังไม่ทันได้แข่งซักรอบเลยจะไปอเมริกาแล้วเหรอไอ้เด็กบ้า!”


“แหะๆๆ ก็มันตื่นเต้นอ่า ซูนนนน เป็นไงล่ะ เข้าทีมโรงเรียนเชียวนะทีมโรงเรียน! ทีนี้เรื่องการเรียนตกจะพอยกโทษให้ได้รึยังอ่าา"


“ไม่ได้หรอก! ต้องทำให้ดีทั้งสองอย่างนั่นแหละ! แล้วเป็นยังไงมายังไงถึงไปคัดได้ล่ะ?”


“ก็ผมอะชอบว่ายน้ำอยู่แล้ว แล้วนี่ปีสุดท้ายแล้วด้วยอะผมก็เลยอยากทำกิจกรรมดูบ้าง ซ้อมตั้งหลายเดือนแน่ะ! คัดเมื่อวานน่ะแล้วก็ประกาศวันนี้ โอ๊ยตื่นเต้นอะซูนนนนน"


“แล้วต้องทำอะไรบ้างล่ะ? แล้วแข่งอะไรบ้าง เมื่อไหร่?”


“งานที่ใกล้ที่สุดน่าจะเป็นแข่งกับโรงเรียนในเครือเดือนหน้าอะ หลังจากนี้ก็ต้องซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียน อ่า อาจจะกลับบ้านช้าหน่อยนะฮะ"


“อ่า งั้นเหรอ..”


“ซูนนน ซูนดีใจกับผมมั้ย?”


“ดีใจสิดีใจ เก่งเหมือนกันนะนาย ฉันคิดว่าว่ายเป็นแต่ท่าลูกหมาตกน้ำซะอีก"


“ซูน!!!! ผมนี่โปรท่าผีเสื้อเลยนะบอกไว้ก่อน ถึงได้อกผายไหล่ผึ่งแบบนี้ไง หน็อย ดูถูกเหรอดูถูก มานี่เดี๋ยวให้ดูว่าหุ่นดีแค่ไหน-”


“เห้ยๆๆ ไม่ต้องๆ มินกยูไม่ต้องงง โอ๊ยยยย"


ซูนยองรีบโบกมือไปมาหวังจะห้ามแต่ก็ไม่ทัน มินกยูคว้าหัวพี่ชายมากดจมอกแล้วพลิกตัวนอนหงาย พอได้ยิินเสียงโวยวายอู้อี้พร้อมกับร่างที่ดิ้นกระแด่วๆ อยู่บนตัวก็ระเบิดหัวเราะเสียงดัง วันนี้เป็นวันที่มินกยูมีความสุขแทบจะที่สุดเลยก็ว่าได้ เขาตั้งใจพยายามมานานกับการว่ายน้ำและหวังว่าข่าวดีในครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงอะไรๆ หลายอย่างได้


“ฮื่อออออออ่อยยยยยไอ่อินอูอ่อยยยย"


“ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ยซูนนน ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยแต่ซูนตัวเล๊กกเล็กนะเนี่ย เป็นตัวเล็กแทนผมแล้วม้างงง"


“ไออัวเอ็ก!!! ไอ่อิน- ไอ้มินกยู!! ฉันก็ตัวพอๆ กับนายแต่นายมันบ้าพลังกว่าฉันแค่นั้นเองไอ้น้องบ้า! จมูกบี้หมดแล้ว!!!”


หลังจากนั้นซูนยองก็รู้สึกเหมือนกลับไปช่วงที่มินกยูซ้อมละครแต่หนักกว่าเดิม นอกจากตอนเย็นไม่ค่อยกลับมากินข้าวที่บ้านแล้วน้องชายขยันหนักถึงขนาดตอนเช้าก็ไปโรงเรียนตั้งแต่หกโมงเพื่อไปซ้อมอีก ยังดีที่ซูนยองไม่มีเรียนแล้วไม่อย่างนั้นคงได้ไปสายแน่นอนเพราะขาดนาฬิกาปลุก แถมมินกยูยังเหนื่อยหนักชนิดที่ว่ากลับมาบ้านแทบจะหลับเป็นตายน้ำไม่ยอมอาบ อ้างว่าอาบมาจากที่โรงเรียนแล้ว ข้าวก็กินมาแล้วอีก ซูนยองทั้งเหงาทั้งเหี่ยวเพราะแทบไม่ได้คุยเล่นกับน้องเลยจนกระทั่งวันหนึ่งมินกยูกลับมาบ้านเร็วกว่าปกติเล็กน้อยพร้อมสีหน้าไม่ค่อยดี ถามก็ไม่ยอมตอบแต่ซูนยองก็ซักจนในที่สุดรู้ว่าว่ายน้ำหนักเกินจนปวดสะบัก เท่านั้นแหละ ซูนยองแทบกระโดดตบหัวน้องชายหลุดกระเด็น


“ทำไมหักโหมแบบนี้!!! ฉันเตือนนายแล้วใช่มั้ย? ทำไมไม่ฟังกันเลย!”


“ขอโทษครับ..” แต่เห็นหน้าหงอยๆ ของน้องชายแล้วซูนยองก็ทนดุต่อได้ไม่นาน ถึงจะอยากดุมากก็เถอะ


“เอ้า ถอดเสื้อออกแล้วไปนอนรอบนเตียงซะ" จบประโยคน้องชายตัวโตก็เบิกตากว้างแล้วยกมือขึ้นปิดปากอย่างโอเวอร์


“ซะ ซูน คนบ้า! ขอกันแบบนี้เลย-”


“ว้อย!!! อะไร!!? ฉันจะทายาให้! ไปนอน!!!”


โดนสั่งแบบนี้มีเหรอจะขัดได้ มินกยูเลยถอดเสื้อแล้วลงมานอนคว่ำบนเตียงด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ สองมือกำเสื้อแน่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าพี่ชายที่มาพร้อมเสียงบ่น บ่นไปบ่นมาแล้วก็กระแทกตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆ จนมินกยูสะดุ้งโหยง พักหายใจได้ไม่นานซูนยองก็แทบจะบีบเจลยาราดทั้งหลัง ปริมาณและความเย็นที่โหดร้ายทำให้มินกยูร้องลั่นแต่ซูนยองก็หัวเราะใส่แล้วตอบกลับอย่างร้ายๆ ว่านี่คือการแก้แค้น พูดจบก็ฟาดฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนกลางหลังโดยอ้างว่าเป็นการช่วยให้ยาซึมก่อนจะเริ่มนวดไปตามแนวสะบัก พอถึงตรงนี้ค่อยสบายหน่อยมินกยูรู้สึกผ่อนคลายลงแล้วซุกหน้าลงกับหมอน


“ซ้อมเป็นไงบ้างล่ะ?”


“งืออ เหนื่อยฮะ"


“นาย.. จำเป็นต้องซ้อมทั้งเช้าทั้งเย็นเลยเหรอ? ฉันว่ามันหนักไปนะ ลดๆ ลงหน่อยเถอะ มันไม่ดีต่อร่างกายนายนะ"


“งืออ รู้แล้วครับ แต่ผมก็ทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้นี่นาผมยังอยากว่ายให้ได้ดีกว่านี้ เร็วกว่านี้ แล้วก็อึดกว่านี้"


“อืม แต่ก็อย่าลืมสุขภาพตัวเองด้วย เด็กบ้า อย่าทำให้ฉันเป็นห่วง"


“ซูน..”


หลังจากนั้นก็เงียบไปพักใหญ่ ซูนยองไม่ได้นวดเก่งอะไร แต่ก็พยายามกดๆ บีบๆ ตรงที่แข็งๆ ไปเรื่อยและนั่นก็ถือว่าพอใช้ได้ นวดไปสายตาก็ไล่มองไหล่น้องชายไป แค่ไม่กี่เดือนก่อนนี้ตอนที่เช็ดตัวให้มินกยูยังตัวไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้ ตอนนี้ตัวโตขึ้นจนซูนยองตกใจ อย่างหนึ่งคือไหล่กว้างขึ้นมาก อย่างที่สองคือกล้ามเนื้อต้นแขนและช่วงหลังที่เกร็งขึ้นเวลาซูนยองกดแรงไป มองแบบนี้แล้วก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ ก็เมื่อก่อนมินกยูเป็นเด็กค่อนข้างเหยาะแหยะไม่สู้คน แต่หุ่นแบบนี้เป็นอันธพาลยังได้เลยล่ะมั้ง แต่นิสัยน่ะคงเป็นไม่ได้หรอก ปัญญาอ่อนไป มินกยูนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายอารมณ์ หลังจากฝึกซ้อมอย่างหนักมาหลายวัน ได้นอนสบายๆ ให้พี่ชายนวดให้เป็นการผ่อนคลายชั้นดีเลยทีเดียวแต่ไม่นานเนื้อยาก็หมดลงแล้วซูนยองก็จูบขมับเขาเบาๆ เรียกให้ลุกขึ้น


“เอ้า เสร็จแล้วล่ะ"


“งืออ"


“ลุกมาใส่เสื้อผ้าก่อน แล้วถึงนอนได้ นี่อาบน้ำมาแล้วใช่มั้ย?”


“อื้อออ"


“มินกยู อย่าเพิ่งนอน ลุกมาใส่เสื้อก่อนเร็ว"


“งืออ ไม่ใส่ไม่ได้เหรอ ง่วงแล้ว"


“นี่ จะแก้ผ้านอนแบบนี้ไม่ได้นะ! ลุกมาเดี๋ยวนี้!”


“งื้อออ ซูนน หอมทีก่อน หอมทีแล้วจะลุก"


“..กี่ขวบแล้ว"


“สี่ละกันวันนี้- โอ้ย! ตีทำไมเจ็บนะ"


“ไม่หอม ลุก!”


“ไม่หอมเหรอ? ไม่หอมก็ได้ มาผมหอมเอง!!”


“เห้ยยย-”


มินกยูจากตอนแรกที่ง่วงๆ มึนๆ กำลังจะหลับพอพี่ชายไม่ยอมตามใจก็ขัดใจจนตื่นซะอย่างนั้น ตวัดแขนรวบไหล่พี่ชายกดลงบนเตียงข้างกันก่อนจะไถลตัวไปนอนทับ ซูนยองตกใจตาเหลือกเพราะนอกจากจะอยู่ในท่าที่อันตรายแล้วยังมีปัจจัยขนลุกเพิ่มมาอีกอย่างคือน้องชายตัวโตขึ้นมากแถมยังไม่ใส่เสื้อ พอจะยันอกมือไปสัมผัสเนื้อเปล่าเข้าก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัวต้องเปลี่ยนเป็นยันไหล่แทน มินกยูเห็นท่าทีพี่ชายก็หลุดยิ้มออกมาก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จนซูนยองหันหน้าหนี


“พอแล้วๆๆ เดี๋ยวฉันหอมๆ ลุกไปก่อนมันหนักกก!"


“หนักเหรอ หรือเขินผม ฮิ เขินเปล่าาาา? ผมโป๊อยู่นี่นาเนอะะ”


“เขินบ้าอะไรไอ้เด็กบ้า! มัน มันแปลกๆ เสื้อก็ไม่ใส่จับไปโดนนมเมื่อกี๊ไม่รู้สึกจึ๊กกึดึ๋ยเลยรึไง!”


“จึ๊กกึดึ๋ยอะไรเล่า ไหนลองอีกรอบสิเมื่อกี๊ไม่ทันรู้สึก"


“มินกยู!! ไม่เอา อ้าา!! ปล่อยยยยย!!!”


ซูนยองร้องเสียงหลงเมื่อน้องชายจับข้อมือเขาไว้แล้วเอามือไปละเลงกับหน้าอกตัวเอง ซูนยองร้อนวูบไปทั้งตัวแล้วพลิกตัวนอนคว่ำจะคลานหนีแต่ข้อมือก็ยังโดนจับไว้เลยไปไหนไม่ได้ มินกยูหัวเราะอย่างอดไม่อยู่เมื่อซูนยองตัวสั่นเกร็งไปหมดแล้วโวยวายเสียงดังจนเขาต้องยอมปล่อยมือแต่ก็ยังเคลื่อนตัวตามไปนอนทับอยู่ดี


“ออกไปป โอ๊ยยคิดว่าเบามากรึไง หนักกก จะแบนแล้วว"


“ก็ซูนไม่ยอมหอมผมอะ ผมนะกลับมาบ้านเหนื่อยๆ ตามใจหน่อยก็ไม่ได้"


“ฉันก็นวดให้แล้วไง!”


“นวดไม่ใช่ตามใจสักหน่อย หอมแค่ทีเดียวจะเป็นอะไรไป เชอะ! ใจร้ายจริงๆ!”


“งั้นปล่อยก่อนเดี๋ยวฉันหอม"


“ไม่ต้องแล้ว! ผมหอมเอง!!”


แล้วมินกยูก็จัดการหอมพี่ชายเข้าไปคำใหญ่จนวิญญาณแทบหลุดจากร่างก่อนจะยอมยันตัวลุกขึ้นนั่งดีๆ ทิ้งให้ซูนยองนอนนิ่งรวบรวมเศษสติอยู่สักพักค่อยลุกตามขึ้นมาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน เรี่ยวแรงหายหมด มินกยูเห็นหน้าเนือยๆ ของพี่ชายแล้วก็หัวเราะคิกคักก่อนจะดึงมากอดแน่นแล้วหอมไปอีกฟอดสองฟอด


“ฮื้ออ ไม่ได้เล่นกับซูนตั้งนาน คิดถึงจัง"


“ก็นายซ้อมหนักเองนี่"


“อืออ.. ก็ผมอยากทำให้เต็มที่อะ"


“ดีแล้วล่ะ เวลาจะทำอะไรก็ต้องตั้งใจเต็มที่แบบนี้แหละรู้มั้ย?”


“อืออ อะไรที่ผมเห็นว่าสำคัญ ผมตั้งใจจะทำล่ะก็ผมก็จะเต็มที่หมดแหละ"


“อืม ดีแล้ว เดี๋ยวฉันไปล้างมือแล้วมานอนกันดีกว่า"


“เดี๋ยวฮะ ซูน"


ซูนยองผละออกจากอ้อมกอดจะลุกไปห้องน้ำแต่มินกยูก็คว้าข้อมือไว้ พี่ชายตาปรือใกล้หลับหันมามองงงๆ น้องชายตัวโตมองกลับมาด้วยสายตาเรียบนิ่ง พอซูนยองจะใช้หลังมือข้างที่ว่างขยี้ตามินกยูก็คว้ามืออีกข้างไปจับไว้อีกจนตอนนี้กุมมือพี่ชายไว้ทั้งสองข้าง ซูนยองตาสว่างขึ้นเล็กน้อยจ้องน้องชายอย่างงุนงงจนในที่สุดมินกยูก็พูดขึ้นมาเบาๆ


“แข่งว่ายน้ำครั้งนี้ผมตั้งใจมากเลยนะฮะซูน"


“อื้อ..”


“เป็นเพราะผมอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยก็ใช่ เพราะอยากดูเจ๋งด้วยก็ส่วนหนึ่งแต่ว่า เหตุผลหนึ่งก็คือผมอยากให้ซูนภูมิใจในตัวผมด้วยนะ"


“...”


“ผมจะทำเต็มที่ ซ้อมอย่างหนักเลย แล้วก็..”


“...”


“แล้วก็ถ้าผมชนะที่หนึ่งล่ะก็ ผมขออะไรซูนอย่างหนึ่งได้มั้ยฮะ?”


“..ได้สิ อะไรดีล่ะ?”


“เอาไว้ผมชนะก่อน แล้วผมจะขอแล้วกันนะฮะ"


“อื้ม..”


“ตกลงแล้วนะ?”


“เอ่อ อื้อ"


มินกยูยิ้มบางแล้วโน้มหน้าลงไปจูบแก้มพี่ชายเบาๆ ปล่อยให้ริมฝีปากระที่ผิวเนื้อนุ่มอยู่ซักพักถึงจะผละออกมาซบหน้าลงกับไหล่ซูนยองโดยที่เจ้าตัวตัวแข็งไปเรียบร้อยแล้ว ปกติเขาจะหอมกันโดยใช้จมูกซะส่วนใหญ่ พอโดนจูบแก้มด้วยปากแบบนี้ก็แปลกๆ อยู่เหมือนกัน ผิดกับมินกยูที่ซ่อนรอยยิ้มไว้กับซอกคอคนพี่แล้วกระซิบเสียงแผ่วตามหลัง



“ขอบคุณนะครับ แล้วผมจะรอ"

No comments:

Post a Comment