ซูนยองกำลังนอนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข
เขาเพิ่งสอบเสร็จ งานที่คั่งค้างต่างๆ
ก็สะสางจนเรียบร้อย
ถึงเวลาได้พักอย่างเต็มอิ่มเสียที
วันนี้ก็คงเป็นอีกวันดีๆ
อันสงบสุข..
จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังกึกก้องมาจากต้นซอยซึ่งบ่งบอกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา
นั่นทำให้ซูนยองค่อยๆ
ลุกขึ้นนั่ง
วางหนังสือการ์ตูนไว้ในที่ปลอดภัยแล้วตั้งท่ารับ
เมื่อเสียงประตูบ้านปิดดังปังใหญ่
และเสียงตุ้บๆตั้บๆ
ดังขึ้นมาตามบันไดพร้อมเสียงหอบแฮ่กๆ
ปนเสียงหัวเราะคุ้นหู
ซูนยองยกมือสองข้างขึ้นตั้งการ์ดอย่างระมัดระวัง
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ซูนยองพร้อมแล้ว
ประตูห้องเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับ-
“ซูนนนนนนนน!!!!
ผมมีข่าวดีจะมาบอกกกก!!!!!!!!”
“หยุดอยู่ตรงนั้-อั่ก!!!”
ไม่เคยได้ผล
สองมือที่พยายามป้องกันตนเองถูกปัดออกก่อนเจ้าของร่างสูงใหญ่จะโถมตัวเข้ากอดอย่างรุนแรงจนล้มหัวฟาดพื้นกันทั้งคู่
ดีที่พื้นห้องเป็นพรม
ไม่อย่างนั้นได้ตายหมู่แน่นอน
ซูนยองพยายามจะดันหัวน้องชายออกแต่ก็ไม่สำเร็จ
ไอ้อาการกระโดดกอดแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติก็จริง
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะคึกกว่าครั้งอื่นๆ
ทำให้ซูนยองแปลกใจ
แล้วยังบอกว่ามีข่าวดีอะไรนั่นอีก
“มินกยู
มินกยูใจเย็น ปล่อยก่อน
มีอะไร ข่าวดีอะไร?”
มินกยูที่ถูกดันออกยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วทำหน้าตาลิงโลดใส่จนซูนยองเริ่มหวาดๆ
เพราะมินกยูน่ะประหลาดๆ
ไม่รู้ข่าวดีของน้องจะเป็นข่าวร้ายของพี่รึเปล่า
พอยันตัวลุกขึ้นนั่งตามมินกยูก็ดีดดิ้นต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะจับไหล่ซูนยองเขย่าไปมาพร้อมตะโกนเสียงดัง
“ผมผ่านเข้าทีมว่ายน้ำของโรงเรียนแล้ว!!!!”
“หะ ห๊า?????”
ที่ตกใจไม่ใช่แค่เพราะมินกยูได้เข้าทีมว่ายน้ำ
แต่ไปคัดตอนไหน หรือว่า
ทำไมอยู่ดีๆ
จะเข้าแล้วเข้าทำไมแล้วต้องทำอะไรบ้างคำถามวิ่งวนเต็มหัวซูนยองไปหมด
มินกยูยิ้มแก้มปริแล้วซุกหน้าลงกับอกพี่ชายก่อนจะดึงไปกอดแน่นอีกครั้งจนซูนยองต้องพยายามดันออกไม่อย่างงั้นได้แบนตายคาพื้นแน่ๆ
“ไหนเล่ามาตั้งแต่ต้นซิ
ไปสมัครตอนไหน
อะไรยังไงฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"
“ก็ช่วงหลังๆ
มานี้ผมกลับบ้านสายบ้างใช่มั้ยล่ะ
ผมก็เคยบอกไปแล้วว่าผมไปว่ายน้ำที่สระโรงเรียน
แต่ที่ผมไม่ได้บอกก็คือผมตั้งใจซ้อมเพื่อจะได้คัดตัวเข้าทีมโรงเรียนไง!
ว้าาาว
ทีมโรงเรียนเนี่ยดังมากเลยนะรู้เปล่าๆ!!
อีกเดี๋ยวก็จะถึงฤดูแข่งขันแล้ว
แข่งกับโรงเรียนในเครือเอย
แข่งในเขตเอย
บางทีอาจจะแข่งระดับชาติเลยก็ได้โอ้โห!
ต้องเก็บกระเป๋าแล้วล่ะจะต้องไปแข่งที่อเมริกา!-”
“หยุ๊ดดดดด
ยังไม่ทันได้แข่งซักรอบเลยจะไปอเมริกาแล้วเหรอไอ้เด็กบ้า!”
“แหะๆๆ
ก็มันตื่นเต้นอ่า ซูนนนน
เป็นไงล่ะ เข้าทีมโรงเรียนเชียวนะทีมโรงเรียน!
ทีนี้เรื่องการเรียนตกจะพอยกโทษให้ได้รึยังอ่าา"
“ไม่ได้หรอก!
ต้องทำให้ดีทั้งสองอย่างนั่นแหละ!
แล้วเป็นยังไงมายังไงถึงไปคัดได้ล่ะ?”
“ก็ผมอะชอบว่ายน้ำอยู่แล้ว
แล้วนี่ปีสุดท้ายแล้วด้วยอะผมก็เลยอยากทำกิจกรรมดูบ้าง
ซ้อมตั้งหลายเดือนแน่ะ!
คัดเมื่อวานน่ะแล้วก็ประกาศวันนี้
โอ๊ยตื่นเต้นอะซูนนนนน"
“แล้วต้องทำอะไรบ้างล่ะ?
แล้วแข่งอะไรบ้าง
เมื่อไหร่?”
“งานที่ใกล้ที่สุดน่าจะเป็นแข่งกับโรงเรียนในเครือเดือนหน้าอะ
หลังจากนี้ก็ต้องซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียน
อ่า อาจจะกลับบ้านช้าหน่อยนะฮะ"
“อ่า งั้นเหรอ..”
“ซูนนน
ซูนดีใจกับผมมั้ย?”
“ดีใจสิดีใจ
เก่งเหมือนกันนะนาย
ฉันคิดว่าว่ายเป็นแต่ท่าลูกหมาตกน้ำซะอีก"
“ซูน!!!!
ผมนี่โปรท่าผีเสื้อเลยนะบอกไว้ก่อน
ถึงได้อกผายไหล่ผึ่งแบบนี้ไง
หน็อย ดูถูกเหรอดูถูก
มานี่เดี๋ยวให้ดูว่าหุ่นดีแค่ไหน-”
“เห้ยๆๆ
ไม่ต้องๆ มินกยูไม่ต้องงง
โอ๊ยยยย"
ซูนยองรีบโบกมือไปมาหวังจะห้ามแต่ก็ไม่ทัน
มินกยูคว้าหัวพี่ชายมากดจมอกแล้วพลิกตัวนอนหงาย
พอได้ยิินเสียงโวยวายอู้อี้พร้อมกับร่างที่ดิ้นกระแด่วๆ
อยู่บนตัวก็ระเบิดหัวเราะเสียงดัง
วันนี้เป็นวันที่มินกยูมีความสุขแทบจะที่สุดเลยก็ว่าได้
เขาตั้งใจพยายามมานานกับการว่ายน้ำและหวังว่าข่าวดีในครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงอะไรๆ
หลายอย่างได้
“ฮื่อออออออ่อยยยยยไอ่อินอูอ่อยยยย"
“ฮ่าๆๆๆๆ
โอ๊ยซูนนน
ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยแต่ซูนตัวเล๊กกเล็กนะเนี่ย
เป็นตัวเล็กแทนผมแล้วม้างงง"
“ไออัวเอ็ก!!!
ไอ่อิน-
ไอ้มินกยู!!
ฉันก็ตัวพอๆ
กับนายแต่นายมันบ้าพลังกว่าฉันแค่นั้นเองไอ้น้องบ้า!
จมูกบี้หมดแล้ว!!!”
หลังจากนั้นซูนยองก็รู้สึกเหมือนกลับไปช่วงที่มินกยูซ้อมละครแต่หนักกว่าเดิม
นอกจากตอนเย็นไม่ค่อยกลับมากินข้าวที่บ้านแล้วน้องชายขยันหนักถึงขนาดตอนเช้าก็ไปโรงเรียนตั้งแต่หกโมงเพื่อไปซ้อมอีก
ยังดีที่ซูนยองไม่มีเรียนแล้วไม่อย่างนั้นคงได้ไปสายแน่นอนเพราะขาดนาฬิกาปลุก
แถมมินกยูยังเหนื่อยหนักชนิดที่ว่ากลับมาบ้านแทบจะหลับเป็นตายน้ำไม่ยอมอาบ
อ้างว่าอาบมาจากที่โรงเรียนแล้ว
ข้าวก็กินมาแล้วอีก
ซูนยองทั้งเหงาทั้งเหี่ยวเพราะแทบไม่ได้คุยเล่นกับน้องเลยจนกระทั่งวันหนึ่งมินกยูกลับมาบ้านเร็วกว่าปกติเล็กน้อยพร้อมสีหน้าไม่ค่อยดี
ถามก็ไม่ยอมตอบแต่ซูนยองก็ซักจนในที่สุดรู้ว่าว่ายน้ำหนักเกินจนปวดสะบัก
เท่านั้นแหละ
ซูนยองแทบกระโดดตบหัวน้องชายหลุดกระเด็น
“ทำไมหักโหมแบบนี้!!!
ฉันเตือนนายแล้วใช่มั้ย?
ทำไมไม่ฟังกันเลย!”
“ขอโทษครับ..”
แต่เห็นหน้าหงอยๆ
ของน้องชายแล้วซูนยองก็ทนดุต่อได้ไม่นาน
ถึงจะอยากดุมากก็เถอะ
“เอ้า
ถอดเสื้อออกแล้วไปนอนรอบนเตียงซะ"
จบประโยคน้องชายตัวโตก็เบิกตากว้างแล้วยกมือขึ้นปิดปากอย่างโอเวอร์
“ซะ ซูน คนบ้า!
ขอกันแบบนี้เลย-”
“ว้อย!!!
อะไร!!?
ฉันจะทายาให้!
ไปนอน!!!”
โดนสั่งแบบนี้มีเหรอจะขัดได้
มินกยูเลยถอดเสื้อแล้วลงมานอนคว่ำบนเตียงด้วยใจตุ๊มๆ
ต่อมๆ
สองมือกำเสื้อแน่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าพี่ชายที่มาพร้อมเสียงบ่น
บ่นไปบ่นมาแล้วก็กระแทกตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆ
จนมินกยูสะดุ้งโหยง
พักหายใจได้ไม่นานซูนยองก็แทบจะบีบเจลยาราดทั้งหลัง
ปริมาณและความเย็นที่โหดร้ายทำให้มินกยูร้องลั่นแต่ซูนยองก็หัวเราะใส่แล้วตอบกลับอย่างร้ายๆ
ว่านี่คือการแก้แค้น
พูดจบก็ฟาดฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนกลางหลังโดยอ้างว่าเป็นการช่วยให้ยาซึมก่อนจะเริ่มนวดไปตามแนวสะบัก
พอถึงตรงนี้ค่อยสบายหน่อยมินกยูรู้สึกผ่อนคลายลงแล้วซุกหน้าลงกับหมอน
“ซ้อมเป็นไงบ้างล่ะ?”
“งืออ เหนื่อยฮะ"
“นาย..
จำเป็นต้องซ้อมทั้งเช้าทั้งเย็นเลยเหรอ?
ฉันว่ามันหนักไปนะ
ลดๆ ลงหน่อยเถอะ มันไม่ดีต่อร่างกายนายนะ"
“งืออ รู้แล้วครับ
แต่ผมก็ทนอยู่เฉยๆ
ไม่ได้นี่นาผมยังอยากว่ายให้ได้ดีกว่านี้
เร็วกว่านี้ แล้วก็อึดกว่านี้"
“อืม
แต่ก็อย่าลืมสุขภาพตัวเองด้วย
เด็กบ้า อย่าทำให้ฉันเป็นห่วง"
“ซูน..”
หลังจากนั้นก็เงียบไปพักใหญ่
ซูนยองไม่ได้นวดเก่งอะไร
แต่ก็พยายามกดๆ บีบๆ ตรงที่แข็งๆ
ไปเรื่อยและนั่นก็ถือว่าพอใช้ได้
นวดไปสายตาก็ไล่มองไหล่น้องชายไป
แค่ไม่กี่เดือนก่อนนี้ตอนที่เช็ดตัวให้มินกยูยังตัวไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้
ตอนนี้ตัวโตขึ้นจนซูนยองตกใจ
อย่างหนึ่งคือไหล่กว้างขึ้นมาก
อย่างที่สองคือกล้ามเนื้อต้นแขนและช่วงหลังที่เกร็งขึ้นเวลาซูนยองกดแรงไป
มองแบบนี้แล้วก็อดรู้สึกแปลกๆ
ไม่ได้ ก็เมื่อก่อนมินกยูเป็นเด็กค่อนข้างเหยาะแหยะไม่สู้คน
แต่หุ่นแบบนี้เป็นอันธพาลยังได้เลยล่ะมั้ง
แต่นิสัยน่ะคงเป็นไม่ได้หรอก
ปัญญาอ่อนไป มินกยูนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายอารมณ์
หลังจากฝึกซ้อมอย่างหนักมาหลายวัน
ได้นอนสบายๆ
ให้พี่ชายนวดให้เป็นการผ่อนคลายชั้นดีเลยทีเดียวแต่ไม่นานเนื้อยาก็หมดลงแล้วซูนยองก็จูบขมับเขาเบาๆ
เรียกให้ลุกขึ้น
“เอ้า เสร็จแล้วล่ะ"
“งืออ"
“ลุกมาใส่เสื้อผ้าก่อน
แล้วถึงนอนได้ นี่อาบน้ำมาแล้วใช่มั้ย?”
“อื้อออ"
“มินกยู
อย่าเพิ่งนอน ลุกมาใส่เสื้อก่อนเร็ว"
“งืออ
ไม่ใส่ไม่ได้เหรอ ง่วงแล้ว"
“นี่
จะแก้ผ้านอนแบบนี้ไม่ได้นะ!
ลุกมาเดี๋ยวนี้!”
“งื้อออ ซูนน
หอมทีก่อน หอมทีแล้วจะลุก"
“..กี่ขวบแล้ว"
“สี่ละกันวันนี้-
โอ้ย!
ตีทำไมเจ็บนะ"
“ไม่หอม ลุก!”
“ไม่หอมเหรอ?
ไม่หอมก็ได้
มาผมหอมเอง!!”
“เห้ยยย-”
มินกยูจากตอนแรกที่ง่วงๆ
มึนๆ กำลังจะหลับพอพี่ชายไม่ยอมตามใจก็ขัดใจจนตื่นซะอย่างนั้น
ตวัดแขนรวบไหล่พี่ชายกดลงบนเตียงข้างกันก่อนจะไถลตัวไปนอนทับ
ซูนยองตกใจตาเหลือกเพราะนอกจากจะอยู่ในท่าที่อันตรายแล้วยังมีปัจจัยขนลุกเพิ่มมาอีกอย่างคือน้องชายตัวโตขึ้นมากแถมยังไม่ใส่เสื้อ
พอจะยันอกมือไปสัมผัสเนื้อเปล่าเข้าก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัวต้องเปลี่ยนเป็นยันไหล่แทน
มินกยูเห็นท่าทีพี่ชายก็หลุดยิ้มออกมาก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จนซูนยองหันหน้าหนี
“พอแล้วๆๆ
เดี๋ยวฉันหอมๆ ลุกไปก่อนมันหนักกก!"
“หนักเหรอ
หรือเขินผม ฮิ เขินเปล่าาาา?
ผมโป๊อยู่นี่นาเนอะะ”
“เขินบ้าอะไรไอ้เด็กบ้า!
มัน มันแปลกๆ
เสื้อก็ไม่ใส่จับไปโดนนมเมื่อกี๊ไม่รู้สึกจึ๊กกึดึ๋ยเลยรึไง!”
“จึ๊กกึดึ๋ยอะไรเล่า
ไหนลองอีกรอบสิเมื่อกี๊ไม่ทันรู้สึก"
“มินกยู!!
ไม่เอา
อ้าา!!
ปล่อยยยยย!!!”
ซูนยองร้องเสียงหลงเมื่อน้องชายจับข้อมือเขาไว้แล้วเอามือไปละเลงกับหน้าอกตัวเอง
ซูนยองร้อนวูบไปทั้งตัวแล้วพลิกตัวนอนคว่ำจะคลานหนีแต่ข้อมือก็ยังโดนจับไว้เลยไปไหนไม่ได้
มินกยูหัวเราะอย่างอดไม่อยู่เมื่อซูนยองตัวสั่นเกร็งไปหมดแล้วโวยวายเสียงดังจนเขาต้องยอมปล่อยมือแต่ก็ยังเคลื่อนตัวตามไปนอนทับอยู่ดี
“ออกไปป
โอ๊ยยคิดว่าเบามากรึไง
หนักกก จะแบนแล้วว"
“ก็ซูนไม่ยอมหอมผมอะ
ผมนะกลับมาบ้านเหนื่อยๆ
ตามใจหน่อยก็ไม่ได้"
“ฉันก็นวดให้แล้วไง!”
“นวดไม่ใช่ตามใจสักหน่อย
หอมแค่ทีเดียวจะเป็นอะไรไป
เชอะ!
ใจร้ายจริงๆ!”
“งั้นปล่อยก่อนเดี๋ยวฉันหอม"
“ไม่ต้องแล้ว!
ผมหอมเอง!!”
แล้วมินกยูก็จัดการหอมพี่ชายเข้าไปคำใหญ่จนวิญญาณแทบหลุดจากร่างก่อนจะยอมยันตัวลุกขึ้นนั่งดีๆ
ทิ้งให้ซูนยองนอนนิ่งรวบรวมเศษสติอยู่สักพักค่อยลุกตามขึ้นมาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน
เรี่ยวแรงหายหมด มินกยูเห็นหน้าเนือยๆ
ของพี่ชายแล้วก็หัวเราะคิกคักก่อนจะดึงมากอดแน่นแล้วหอมไปอีกฟอดสองฟอด
“ฮื้ออ
ไม่ได้เล่นกับซูนตั้งนาน
คิดถึงจัง"
“ก็นายซ้อมหนักเองนี่"
“อืออ..
ก็ผมอยากทำให้เต็มที่อะ"
“ดีแล้วล่ะ
เวลาจะทำอะไรก็ต้องตั้งใจเต็มที่แบบนี้แหละรู้มั้ย?”
“อืออ
อะไรที่ผมเห็นว่าสำคัญ
ผมตั้งใจจะทำล่ะก็ผมก็จะเต็มที่หมดแหละ"
“อืม ดีแล้ว
เดี๋ยวฉันไปล้างมือแล้วมานอนกันดีกว่า"
“เดี๋ยวฮะ
ซูน"
ซูนยองผละออกจากอ้อมกอดจะลุกไปห้องน้ำแต่มินกยูก็คว้าข้อมือไว้
พี่ชายตาปรือใกล้หลับหันมามองงงๆ
น้องชายตัวโตมองกลับมาด้วยสายตาเรียบนิ่ง
พอซูนยองจะใช้หลังมือข้างที่ว่างขยี้ตามินกยูก็คว้ามืออีกข้างไปจับไว้อีกจนตอนนี้กุมมือพี่ชายไว้ทั้งสองข้าง
ซูนยองตาสว่างขึ้นเล็กน้อยจ้องน้องชายอย่างงุนงงจนในที่สุดมินกยูก็พูดขึ้นมาเบาๆ
“แข่งว่ายน้ำครั้งนี้ผมตั้งใจมากเลยนะฮะซูน"
“อื้อ..”
“เป็นเพราะผมอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยก็ใช่
เพราะอยากดูเจ๋งด้วยก็ส่วนหนึ่งแต่ว่า
เหตุผลหนึ่งก็คือผมอยากให้ซูนภูมิใจในตัวผมด้วยนะ"
“...”
“ผมจะทำเต็มที่
ซ้อมอย่างหนักเลย แล้วก็..”
“...”
“แล้วก็ถ้าผมชนะที่หนึ่งล่ะก็
ผมขออะไรซูนอย่างหนึ่งได้มั้ยฮะ?”
“..ได้สิ
อะไรดีล่ะ?”
“เอาไว้ผมชนะก่อน
แล้วผมจะขอแล้วกันนะฮะ"
“อื้ม..”
“ตกลงแล้วนะ?”
“เอ่อ อื้อ"
มินกยูยิ้มบางแล้วโน้มหน้าลงไปจูบแก้มพี่ชายเบาๆ
ปล่อยให้ริมฝีปากระที่ผิวเนื้อนุ่มอยู่ซักพักถึงจะผละออกมาซบหน้าลงกับไหล่ซูนยองโดยที่เจ้าตัวตัวแข็งไปเรียบร้อยแล้ว
ปกติเขาจะหอมกันโดยใช้จมูกซะส่วนใหญ่
พอโดนจูบแก้มด้วยปากแบบนี้ก็แปลกๆ
อยู่เหมือนกัน
ผิดกับมินกยูที่ซ่อนรอยยิ้มไว้กับซอกคอคนพี่แล้วกระซิบเสียงแผ่วตามหลัง
“ขอบคุณนะครับ
แล้วผมจะรอ"
No comments:
Post a Comment