Saturday, 26 May 2018

[OS] ก้อนกำลังใจ #minsoon



“อะ อะไรนะครับ?”


“ก้อนกำลังใจมาส่งแล้ว”


ก้อนกำลังใจ มันคืออะไรก็ไม่รู้ แต่ผมก็ปล่อยเขาเดินดุ๊กดิ๊กเข้ามาในห้องผมจนได้ แย่แล้วล่ะ หรือว่าผมปั่นทีสิสจนเป็นบ้าไปแล้ว ทำไมถึงปล่อยให้ใครก็ไม่รู้เข้าห้องมาง่ายขนาดนี้ แต่ใครคนนี้ ก็ไม่ใช่แค่ ‘ใครก็ไม่รู้’ หรอก แต่เป็นใครก็ไม่รู้ที่ ‘น่ารัก’ เอามากๆ เลยล่ะ นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลลึกๆ ที่ผมยังไม่ไล่เขาออกไปด้วย ผมยืนแอบอยู่โซนครัว ชะโงกมองเขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าว ผมสีน้ำตาลเข้มยาวปรกคิ้ว ดวงตาเรียวรี แต่กลับเห็นลูกตาใสแจ๋ว ผิวสีอ่อนที่ดูเนียนละเอียด แล้วก็ แก้มกลมๆ นั่น


โอ้ยแย่แล้ว-


ผมรีบพลิกตัวหันหลังชนกำแพง แต่คิดว่าหลบไม่ทัน ดวงตาคู่นั้นน่าจะทันเห็นผมยืนเกาะกำแพงจ้องเขาอยู่ เอาเถอะ ถ้าเห็นแล้วก็ไม่มีเหตุผลจะต้องมายืนหลบอยู่อย่างนี้ ยังไงคนที่เดินเข้าห้องคนอื่นด้วยประโยคแปลกๆ นั่นก็ไม่ใช่ผม แต่เป็นเขาต่างหาก ผมหยิบแก้วขวดน้ำแล้วเดินออกไปนั่งที่โต๊ะกับเขา ดวงตาคู่นั้นยังจ้องผมไม่วางตา ผมวางขวดน้ำลงตรงหน้าเขา แล้วก็นั่งเงียบ มีเรื่องอยากจะถามเต็มไปหมด แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ผ่านไปสักพักเขาก็ยิ้ม แล้วก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ


“เอ่อ หัวเราะอะไรเหรอ?”


“มินกยูไม่ไปทำทีสิสต่อเหรอ? ทำไมมานั่งจ้องหน้าเราล่ะ?”


จะให้ไปทำต่อได้ยังไง ใครก็ไม่รู้มาบอกว่าเป็นก้อนกำลังใจแล้วเข้ามาอยู่ในห้องแบบนี้ แถมยังรู้ชื่อผมอีก!


“คุณเป็นใครอะ? รู้ชื่อผมได้ยังไง แล้ว มาห้องผมได้ยังไง แล้ว แล้วก้อนกำลังใจอะไรนี่คืออะไร?”


เขาทำตาโต แล้วก็หัวเราะออกมาอีกระลอก ก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาสี่นิ้ว แล้วค่อยๆ พับเก็บทีละนิ้วหลังจากตอบคำถามผมทีละข้อ


“เราบอกแล้วไง เราชื่อก้อนกำลังใจ”


“นั่นมันไม่ใช่ชื่อ-”


“เรารู้ชื่อมินกยูเพราะเพื่อนมินกยูบอกมา มาห้องมินกยูได้เพราะเพื่อนมินกยูบอกมา”


“ห๊ะ? เพื่อนผมคนไหน ทำไม-”


“ส่วนก้อนกำลังใจ มันเป็นบริการอย่างหนึ่ง คือการ ไปเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังเครียด หรือมีเรื่องไม่สบายใจ เหมือนอย่างมินกยูที่กำลังเครียดกับการทำทีสิสนี่ไง”


“บริการ? อธิบายมากกว่านี้ได้มั้ยครับ?”


“ก็ อย่างเช่น อยากลองกอดเรามั้ยล่ะ? กอดเราอุ่นนะ”


“ห๊ะ!!???”


เขาลุกจากที่แล้วเดินมาหยุดตรงหน้าผมก่อนจะโน้มตัวลงมาดึงผมไปกอด ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ไม่ดิ้น ไม่ผลัก ไม่เอนหนีอะไรทั้งนั้น กอดของก้อนกำลังใจอะไรนี่ก็อุ่นอย่างที่เขาว่าจริงๆ อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ใช่คนผอม หรือเก้งก้าง เรียกว่ามีเนื้อมีหนังอยู่พอสมควร พอได้กอดแล้วก็เลยรู้สึกอุ่น นุ่ม แล้วก็ สบายยังไงแปลกๆ ผมวางคางลงบนไหล่ของเขาแล้วหลับตา ฝ่ามือของเขาลูบแผ่นหลังของผมเบาๆ ผมเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้นอยู่นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ก่อนที่เขาจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเพื่อเตือนสติ


“ไปทำทีสิสก่อนมั้ยมินกยู เดี๋ยวไม่เสร็จนะ”


ผมกลับไปนั่งปั่นธีสิสในขณะที่เขายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะ ผมหันกลับไปมองกี่ทีเขาก็ยังจ้องมาทางนี้ตลอด มียิ้มตาปิดให้บ้าง มียกนิ้วโป้งให้บ้าง ผมไลน์ไปหาเพื่อนในกรุ๊ป ถามว่าใครเป็นคนส่ง ‘ก้อนกำลังใจ’ อะไรนี่มาให้ผม แต่ก็ทั้งไม่อ่าน ทั้งไม่ตอบกันทุกคน ให้เดาก็คือกำลังไฟไหม้กับธีสิสกันอยู่หมดนั่นแหละ ผมนั่งหาวิเคราะห์เรื่องวัสดุทำหลังคา เรื่องการถ่ายเทความร้อน จนตัวเองเริ่มรู้สึกร้อนเริ่มรู้สึกอึดอัดไปด้วยแล้วเนี่ย แต่อยู่ๆ รู้สึกถึงลมเบาๆ ที่พัดมาจากด้านหลัง พอหันกลับไปก็เจอเขาถือพัดกำลังกระพือถี่ๆ มาทางผม ผมจ้องเขานิ่ง แล้วเขาก็หัวเราะออกมาอีกรอบ


“เห็นมินกยูเหงื่อแตกน่ะ ก็เลยพัดให้ จะได้สบายตัว”


“เอ่อ ขอบคุณครับ”


“อยากเปิดแอร์มั้ยอะ? หรือว่าประหยัดไฟอยู่”


ใช่ ผมประหยัดไฟ อาจจะทำธีสิสจนหลอนไปแล้วด้วย แต่ผมกำลังอยากจะใช้ชีวิตให้เขียวที่สุด ประหยัดไฟ ประหยัดพลังงาน อยู่ด้วยธรรมชาติ แต่พอผมมองเขาดีๆ ก็ต้องบอกให้เขาเปิดแอร์ให้ ก็เจ้าตัวกลมที่ยืนพัดให้ผมอยู่น่ะสิ ตัวเองเหงื่อแตกจนเปียกไปหมดเลย ห้องผมคงจะร้อนจริงๆ นั่นแหละ พอเปิดแอร์แล้วผมก็ให้เขาไปนั่งเหมือนเดิม ห้องผมไม่มีทีวีซะด้วย ผมก็เลยไม่รู้จะให้เขาทำอะไร อีกอย่าง ผมก็ยุ่งกับงานตัวเองคงไม่มีเวลาหาหนังสือ หาอะไรให้เขาดูหรอก


จริงๆ แล้ว คำถามก็ยังมีอีกตั้งมากมาย แต่ผมยุ่งจนไม่มีเวลามานั่งถามหรอก ไม่มีเวลาสนใจอะไรทั้งนั้น ได้แต่ปล่อยให้เขาอยู่ในห้องแบบนี้แหละ


“มินกยู”


$%@(#&)I_&@%


“มินกยู”


^@($%@#!))#+*#


“มินกยู”


“เห้ย!”


ผมชินกับการอยู่ในห้องคนเดียวมากเกินไป ระหว่างที่กำลังย่อยข้อมูลอยู่ พอมีมือมาจับที่ไหล่เลยตกใจจนสะดุ้ง ก้อนกำลังใจ- หรือชื่ออะไรก็แล้วแต่ที่เขาไม่ยอมบอกผม ยืนอยู่ข้างหลัง เขายิ้มน้อยๆ แล้วชี้ที่นาฬิกาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ผมก่อนจะผายมือไปที่โต๊ะกินข้าวด้านหลังที่มีข้าวกล่องวางอยู่ ผมกระพริบตาปริบๆ ข้าวกล่องนั่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ก้อนกำลังใจตัวกลมไม่ให้ผมคิดนาน เขาดึงมือผมให้เดินตามมาที่โต๊ะ ทีแรกผมยื้อไว้ อยากจะทำงานต่ออีกนิด แต่พอเห็นเขาเบะปากแล้วส่งเสียง ‘ฮื่อๆ’ ผมก็ยอมแพ้ ผู้ชายที่ท่าทางจะอายุเท่าๆ กับผมมาทำท่าทางเหมือนเด็กประถมแบบนี้ ผมก็ไปต่อไม่ถูกเหมือนกัน


“อร่อยมั้ย?”


“อื้อ ขอบคุณนะ แล้ว เอ่อ ไม่กินเหรอ?”


“กินแล้วล่ะ มินกยูกินเถอะ”


“เอ่อ แล้ว รู้ได้ยังไงว่าผมชอบกินข้าวผัดผัก”


“ก้อนกำลังใจต้องรู้สิ ไม่งั้นจะมาเป็นก้อนกำลังใจของมินกยูได้ยังไง”


“ถามจริงๆ นะ ก้อนกำลังใจเป็นใครกันแน่?”


“ก้อนก็บอกไปแล้วนี่ ไม่เชื่อก้อนก็ไม่ต้องถามแล้ว”


อ่าว ทำหน้ามุ่ยใส่อีก ผมเลยรีบเปลี่ยนคำถามแทบไม่ทัน


“โอเค งั้นเอ่อ ก้อนพอจะบอกผมได้มั้ยว่าเพื่อนคนไหนเป็นคนส่งก้อนมาหาผมเหรอ?”


“อันนั้นก็บอกไม่ได้เหมือนกัน”


ความลับเยอะจัง ผมเคี้ยวข้าวไปมองหน้าเขาไปอยู่ๆ เขาก็เอื้อมมือมาจับมือผมไว้แล้วส่งยิ้มมาให้


“แค่รู้ว่าก้อนมาอยู่ที่นี่ มาเป็นกำลังใจให้มินกยู แค่นั้นก็พอแล้วนะ”


ก้อน น่ารักจัง


หลังจากกินข้าวเสร็จผมก็รีบไปปั่นงานต่อ ผมเพิ่งรู้สึกว่าพอเปิดแอร์แล้วก็สบายขึ้นจริงๆ ก่อนนี้ที่มีอาการมึนๆ หัว หรืออึดอัด หงุดหงิดง่ายอาจจะเป็นเพราะอากาศร้อน แถมยังอับไปด้วย ถ้าไม่ได้อยู่ในเมืองการเปิดหน้าต่างอาจจะช่วยบ้าง แต่อยู่ติดถนนแบบนี้ถ้าเปิดก็มีแต่ควันเสียเข้ามา แถมยังมีเสียงรบกวนจากร้านอาหารข้างล่าง ไหนจะเสียงรถ เสียงแตรอีก น่ารำคาญไปหมด ผมอยากจะรีบเรียนให้มันจบๆ แล้วหนีไปอยู่นอกเมืองเหมือนกัน แต่คงอีกสักพัก อย่างน้อยก็จนกว่าทีสิสนี่จะเสร็จ


ผมนั่งทำงานมาห้าชั่วโมงกว่าๆ ก็เริ่มปวดไหล่ปวดหลังขึ้นมา ยกขึ้นยกลง หมุนไปหมุนมาก็ยังไม่หาย แล้วอยู่ๆ ก็มีมือสองข้างวางลงบนไหล่ของผม พอแหงนหน้ามองก็เห็นเจ้าก้อนกำลังใจยืนยิ้มอยู่ข้างหลังแล้วเริ่มนวดให้ผม


“ก้อนนวดให้นะ มินกยูจะได้ทำงานต่อได้ ขยันจังเลย สู้ๆ นะ! ก้อนเป็นกำลังใจให้!”


อืม รู้สึกดีเหมือนกันแฮะ


“ขอบคุณนะ”


“อื้อ! ให้หอมแก้มด้วยก็ได้นะ!”


ห๊ะ


“เอ่อ”


“ล้อเล่น ฮี่ๆ”


“อ่า แหะๆ”


“แต่ถ้าอยากให้หอมเมื่อไหร่บอกนะ ก้อนทำได้ทุกอย่างเลย!”


งะ งั้นเหรอ


เวลาห้าทุ่มกว่า ผมเริ่มปวดหลังช่วงล่างมากขึ้น เป็นแบบนี้ทุกวันนั่นแหละ พอเริ่มปวดจนทนไม่ไหวผมก็ต้องลงไปนอน เคยฝืนแล้ว เกือบเดินไม่ได้เลยล่ะ ผมค่อยๆ ยันตัวขึ้นจากเก้าอี้ กำลังจะเดินโขยกเขยกไปอาบน้ำ อยู่ๆ ก็มีมือสองข้างก็จับแขนผมไว้ ผมหันไปมองก็เจอก้อนกำลังใจที่มีสีหน้ากังวลยืนอยู่ข้างๆ เขาค่อยๆ ประคองให้ผมยืนขึ้นดีๆ


“มินกยู ปวดหลังมากเลยเหรอ?”


“เอ่อ อื้อ”


“จะไปอาบน้ำใช่มั้ย? เดี๋ยวก้อนพาไปนะ แล้วเดี๋ยวนวดให้”


“เอ้ย นี่ดึกแล้วนะ ไม่กลับบ้านเหรอ?”


ก้อนส่ายหน้าไปมา มือหนึ่งโอบรอบเอวพาผมเดินไปทางห้องน้ำ ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมามองหน้าผมแล้วยิ้มน้อยๆ


“ก้อนต้องดูแลมินกยูนี่นา จะไปไหนได้ยังไง”


หา?


“หมายความว่า ก้อนจะนอนที่นี่ด้วยเหรอ?”


“ได้มั้ย?”


ก้อนมีสีหน้าลำบากใจนิดหน่อยแล้วรีบฝืนยิ้มพูดต่อ


“ถะ ถ้ามินกยูไม่สะดวก ก้อนไปก็ได้นะ เดี๋ยวก้อนจะรีบมาใหม่แต่เช้าเลย เอาข้าวเช้ามาให้-”


“ไม่ๆ อยู่ที่นี่แหละ ดึกแล้ว จะให้ไปไหนได้ยังไงกัน”


ก้อนยิ้มจนแก้มกลมๆ ดันดวงตาให้โค้งขึ้นเป็นพระจันทร์เสี้ยว น่ารัก ทำไมน่ารักขนาดนี้ อยู่ใกล้ๆ แล้วใจหวิวๆ ยังไงไม่รู้ ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงวันหนึ่งนะเนี่ย! ก้อนพาผมเข้าห้องน้ำ พอผมอาบน้ำออกมาเสร็จผมก็หยิบชุดนอนให้เขาชุดหนึ่ง ทีแรกก้อนจะนวดให้ผมก่อนแล้วค่อยอาบน้ำ แต่ผมก็ดันหลังให้เขาเข้าห้องน้ำไปจนได้ เหงื่อแตกตั้งแต่ตอนเช้า ตอนนี้คงเหนียวตัวแย่แล้ว อีกอย่างถ้านวดให้ผมก่อน กว่าก้อนจะได้นอนก็คงดึกน่าดู


“มินกยูนอนคว่ำนะ เดี๋ยวก้อนนวดให้”


“อื้อ ขอบคุณนะ- แอ่ก!”


“กะ ก้อนขอโทษ นั่งแรงไปหน่อย”


ผมอยากจะบอกว่าไม่ใช่นั่งแรงนั่งไม่แรงหรอก เป็นเรื่องน้ำหนักมากกว่า แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป เสียมารยาทแย่เลย จริงๆ ก้อนก็ไม่ได้อ้วนนะ ก็แค่ไม่ได้ผอม ก้อนเป็นคนมีแรงเยอะ ตั้งแต่ตอนพัดให้เขาจนผมยุ่ง ตอนนวดไหล่ให้เขา แล้วยังพยุงเขาพาไปเข้าห้องน้ำได้อีก ตอนนี้ก้อนก็เริ่มนวดให้เขาตั้งแต่ช่วงไหล่ลงมาถึงช่วงเอว มือหนักใช้ได้ สบายมากเชียวล่ะ


“มินกยู ถ้าง่วงก็นอนไปเลยได้นะ เดี๋ยวนวดเสร็จก้อนห่มผ้าให้”


“อืออ ขอบคุณนะ”


“งั้นก็ ฝันดีล่วงหน้านะมินกยู วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว หลับให้สบายๆ เลยนะ”


จบวันแบบนี้ ก็ไม่เลวเลยนะ แอร์เย็นฉ่ำ เตียงนุ่ม มีก้อนมานวดให้ สบายตัว สบายใจแบบนี้ แล้วยัง.. ก้นนุ่มๆ บนหลังนี่อีก อืมม..


ปกติแล้วถึงผมจะนอนดึกแค่ไหน พอหกโมงเช้าผมก็จะรู้สึกตัวตื่นทันที หมายถึงช่วงนี้นะ เพราะทีสิสมันยังทับอยู่บนอก จะนอนสบายใจเฉิบให้ครบแปดชั่วโมงน่ะไม่ได้หรอก แต่วันนี้พอผมลืมตาก็รู้สึกมึนๆ งงๆ เมื่อคืนเป็นคืนแรกที่หลับยาวๆ ไม่ฝันว่าห้องไฟไหม้ คอมพัง หรือไฟล์ทีสิสหายเหมือนทุกคืน พอตื่นมาเลยรู้สึกไม่รู้เวลา หันไปมองหน้าต่างแดดก็จ้าแล้ว พอเห็นแบบนั้นผมก็ยิ่งตกใจ ให้ตายสิ นี่มันกี่โมงกันนะ? เก้าโมง สิบโมง ไม่สิ หรือสิบเอ็ดโมงกันนะ แย่แล้ว เสียไปครึ่งวันเลยเหรอ!?


“อรุณสวัสดิ์มินกยู~ ตอนนี้แปดโมงครึ่ง ยังเช้าอยู่เลย ไม่ต้องตกใจนะ”


ไม่ตกใจเรื่องเวลาก็ได้ แต่ตกใจเรื่องก้อนนี่แหละครับ! ผมมัวแต่มองหน้าต่าง เลยไม่เห็นก้อนที่ท้าวคางอยู่ขอบเตียงข้างตัวผม เหมือนเขาจะอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วด้วย ใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นของผม ปลายนิ้วเคาะแก้มตัวเองเบาๆ เหมือนได้ยินเสียง ดึ๋ง~ ดึ๋ง~ ดึ๋ง~ ออกมาเลย บรรยากาศรอบตัวเขาสดใสจนเหมือนมีพระอาทิตย์ขึ้นบนหัว เมฆขาวเป็นฉากหลัง เสียงนกร้อง จิ๊บ จิ๊บ


“หิวรึยัง เดี๋ยวก้อนจะได้เริ่มเจียวไข่ให้เลย ห้านาทีก็เสร็จแล้วล่ะ ต้องกินตอนร้อนๆ ถึงจะอร่อยนะ”


“อ่า เอ่อ โอเค ขอบคุณ ครับ เอ่อ”


“ยังไม่ตื่นเลย ฮ่าๆๆ มินกยูอยู่บนเตียงก่อนก็ได้ เดี๋ยวก้อนเจียวไข่เสร็จแล้วจะเรียก”


“อือ โอเค”


ก้อนเอื้อมมือมาลูบแก้มผมทีหนึ่งแล้วก็ลุกออกไป ผมนอนมึนๆ อยู่ครู่หนึ่ง ปกติตื่นมาผมก็จะไปนั่งที่คอมเลย อาจจะกินนมสักแก้ว หรือขนมโง่ๆ สักถุง พอมีคนมาทำอาหารเช้าให้แบบนี้ก็แปลกดีเหมือนกัน ไม่นาน ก้อนก็เดินดุ๊กดิ๊กกลับมาดึงผมจากบนเตียง ไข่เจียวง่ายๆ ของเขาน่ากินทีเดียว แถมยังมีน้ำส้มอีกแก้วหนึ่งด้วย เขาคงลงไปซื้อมาจากเซเว่นข้างล่าง ก็ห้องผมไม่มีอาหารอะไรเลยนอกจากนมกับขนมโง่ๆ ดีหน่อยก็ข้าวกล่องเซเว่น ผมถามเขาว่าไม่กินข้าวเหรอ ก้อนก็ส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วบอกว่ากินแล้ว พอกินเสร็จเขาก็ฉวยจานไปจากมือผมแล้วไล่ผมให้ไปอาบน้ำ


“ก้อนจัดการเอง มินกยูยังต้องสู้กับทีสิสอีกนะวันนี้”


ดีเหมือนกัน ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองต้องการใคร หรือต้องการอะไรเป็นพิเศษนะ ก็แค่เรียน ทำงาน คุยเล่นกับเพื่อนบ้าง แต่พอช่วงต้องทำทีสิส ผมก็อยู่กับบ้านคนเดียว มีแต่งาน งาน งาน เหนื่อยก็รู้ เครียดก็รู้ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกขาดอะไร ไม่ได้รู้สึกต้องการอะไร จนมาเจอก้อนนี่แหละ ผมเลยเพิ่งรู้ ว่าเวลามีใครมาอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจ คอยยิ้มให้แบบนี้ มันทำให้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย


“กินขนมมั้ยมินกยู ก้อนซื้อมาเยอะแยะเลย”


ผมมั่นใจว่าเขาไม่ได้ซื้อมาให้ผมอย่างเดียว หลังจากอยู่กันมาหลายวันผมก็รู้ว่าก้อนชอบกินขนม อย่างวันนี้ดูจากคอร์นพัฟที่เขาเหน็บไว้ใต้แขนนั่น คงจะเอาไปนั่งกินหนุบหนับเองแน่ๆ ผมพยักหน้าน้อยๆ แต่พอก้อนเอามาแกะวางไว้ข้างตัวให้ผมก็ไม่ได้กินหรอก มือจะเลอะน่ะ จับคอมไม่ได้ เดี๋ยวจะมันไปหมด ผมมองถุงขนมแล้วก็ถอนหายใจ อยากกินก็อยากกินอยู่หรอก แต่งานก็ต้องเร่ง ก็เลยหันไปสนใจงานต่อ จนกระทั่งมีขนมลอยมาจ่ออยู่ที่ปาก ผมหันไปมองก็เจอก้อนอ้าปากเป็นตัวอย่างให้ดูอยู่ก่อนแล้ว


“อ่ะ อ้าปาก ก้อนป้อน”


ทำไมน่ารักขนาดนี้น้า


“ขอบคุณครับ”


“กินเยอะๆ เลยนะ อันนี้อร่อยมากเลย มินกยูจะได้มีแรงทำทีสิสต่อ!”


ผมยุ่งกับทีสิสมากทั้งวันก็จริง แต่ผมก็มีเหลือบไปมองก้อนบ้างเป็นพักๆ เท่าที่ดู เขานั่งเฉยๆ ทั้งวันเลย กินขนมบ้าง ชะโงกดูนู่นดูนี่ในห้องบ้าง แล้วก็ยิ้มแป้นให้ผมบ้าง แต่ไม่เห็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเลย ซึ่งแปลก ถึงก้อนจะเป็นก้อน แต่ก้อนก็เป็นน่าจะอายุพอๆ กับผม การจะไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นเวลาเบื่อเนี่ย แปลกมากเลย จริงๆ ผมไม่เห็นเขาพกโทรศัพท์ด้วยซ้ำ ก้อนดูเหมือนจะเดินตัวเปล่าตลอด นอกจากเงิน ที่คงพกมาด้วยเพราะซื้ออะไรเข้าบ้านมาตลอดทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ให้เงิน วันแรกที่เจอเขาใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น หนีบรองเท้าแตะ หลังจากนั้นก็ใส่เสื้อผ้าผมตลอด สบู่ แชมพู ก็ใช้ของผม เรียกได้ว่าผมแทบหาความเป็นตัวเขาจากที่ไหนไม่ได้เลย นอกจากความเป็นก้อนของเขาเนี่ย เป็นคนที่ลึกลับ น่าสงสัยมากจริงๆ


ก้อนเป็นใครกันแน่นะ?


“เหม่อเหรอ นี่แน่ะ”


“อะ เอ้ย”


นิ้วของเขาจิ้มลงบนแก้มของผมเบาๆ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะ ก้อนยิ้มแก้มแดงแล้วผมแล้วเอื้อมมือมานวดหัวคิ้วให้เบาๆ


“จ้องคอมทั้งวันมาหลายอาทิตย์แบบนี้ ระวังปวดตานะมินกยู”


“ขอบคุณครับ”


กำหนดส่งงานให้อาจารย์ที่ปรึกษาเช็ครอบสุดท้ายเป็นช่วงเวลาที่ผมเครียดแทบจะที่สุด เพราะก่อนหน้านั้นถึงอาจารย์จะมีข้อติอะไร มันก็ยังพอแก้ได้ เหนื่อยหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่รอบสุดท้ายนี้ ถ้าโดนแก้ มันเป็นได้ตั้งแต่รายละเอียดปลีกย่อยไปจนถึงเนื้อหาหลัก ที่พอเอามาอ่านรวมกับข้อมูลประกอบที่เขาหามาเพิ่มแล้ว เริ่มไม่เข้าที และเมื่อเวลามันกระชั้นเข้ามา ผมก็จะมีเวลาอีกนิดเดียวที่จะปรับแก้เนื้อหาทั้งหมด เวลาบ่ายแก่ๆ ของวันหลังกำหนดส่ง ผมเปิดเมล์ตอบกลับของอาจารย์ แล้วรู้สึกเรี่ยวแรงหายไปหมด


แก้ แก้ แก้ อาจารย์มีข้อติไม่มาก แต่นอกจากรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจารย์ต้องการให้ขยายแล้ว ก็ยังมีส่วนหลักอยู่หนึ่งส่วน ซึ่งอาจารย์อยากให้หาหลักฐานและทฤษฎีสนับสนุนมาเพิ่ม งานช้าง ผมซบหน้าลงกับโต๊ะ หัวปวดหน่วงไปหมด เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ที่จะปรับทีสิสให้เป็นไปในแบบที่อาจารย์ต้องการ


แต่ผมเหนื่อยมาก เหนื่อยจนไม่อยากจะทำอะไรแล้ว จริงๆ นะ หลายเดือนที่ผ่านมารู้สึกมันนานเหลือเกิน ตั้งแต่ร่างโครง คิดทฤษฎี ไหนจะหาหลักฐานมาสนับสนุน วันๆ ทำงานเกือบ 20 ชั่วโมงหน้าคอม อ่านข้อมูลกี่พันหน้า กว่าจะย่อยมาเป็นเนื้อหา และเรียบเรียงใหม่ พอมาถึงช่วงสุดท้ายผมพอมีข้อมูลเต็มหัวแล้ว เหลือแค่จัดเรียงให้อ่านแล้วเข้าใจ เป็นเหตุเป็นผล พอคิดว่าจะต้องมานั่งหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกก็ปวดหัวจะบ้าตายแล้ว


“มินกยู”


ผมรู้สึกถึงสองแขนที่โอบรอบไหล่ เสียงกระซิบเบาๆ ที่ริมใบหูทำให้รู้สึกจักจี้นิดหน่อย ก้อนลูบแขนผมเบาๆ ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างลูบหัวผม ก้อนดูเด็กๆ ทั้งหน้าตา และความน่ารัก แต่ในหลายๆ ครั้งผมก็รู้สึกเหมือนว่าก้อนโตกว่าผม เวลาที่เขาจัดการอะไรๆ ให้ หรือเวลาที่เขาดูแลผม มันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้น และก้อนเปลี่ยนจากยืนข้างหลังมาเป็นย่อตัวลงข้างๆ มืออุ่นๆ ของเขาประคองใบหน้าผมไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยที่แก้มผมเบาๆ เขายิ้มให้ผมอีกแล้ว รอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์ตอนเช้า


“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก้อนอยู่เป็นเพื่อน”


ผมทรุดลงนั่งกับพื้นในระดับเดียวกันแล้วดึงเขาเข้ามากอดแน่น ก้อนลูบหลังผมเบาๆ ในขณะที่ผมซุกหน้าเข้ากับไหล่เขา ผมกอดก้อนครั้งแรกวันที่เจอกันวันแรก ตอนนั้นผมจำได้ว่าก้อนอุ่น วันนี้ ผ่านมาสองสามอาทิตย์ ผมได้รู้อีกอย่างว่านอกจากก้อนจะอุ่นแล้ว ก้อนยังนุ่มมากด้วย ผมดึงก้อนเข้ามาใกล้ตัวอีกนิด จนตัวเองหงายหลัง ก้อนเอามือยันพื้นไว้ไม่ให้ตัวเองล้มทับผม ผมได้ยินเสียงก้อนหัวเราะเบาๆ ก่อนที่เขาจะผละออกแล้วยกมือขึ้นลูบแก้มผม เขายิ้มเอียงคอ แล้วพูดออกมาเสียงเบา


“ให้หอมให้กำลังใจมั้ย?”


“ไม่เป็นไร”


“อ่า..”


“แต่ขอหอมก้อนได้มั้ย?”


“อือ เอาสิ”


ผมไม่ชอบหน้าเจื่อนๆ ของเขาเลย แต่พอผมพูดจบประโยค เขาก็ยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ผมรั้งเอวเขาให้นั่งลงบนตักผม ก่อนที่ผมจะหยัดตัวขึ้นฝังจมูกลงบนแก้มนุ่มๆ นั่น หอม ทั้งนุ่มทั้งหอมอย่างที่คิดไว้จริงๆ ก้อนยิ้มแล้วเอียงแก้มอีกด้านให้ผม และผมก็ไม่ลังเลที่จะหอมลงไปแรงๆ จนเขาหัวเราะออกมา


“มีกำลังใจแล้วนะ ไม่เครียดนะมินกยู”


“อื้อ ขอบคุณนะ”


ตั้งแต่ก้อนมาอยู่ที่นี่ ผมขอบคุณเขาไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ก้อนทำอะไรให้ผมเยอะแยะ แต่ที่สำคัญที่สุดคงเป็นการที่ไม่เคยทิ้งผมไปไหน อยู่ด้วยกันตลอด ดูแลเอาใจใส่ผมอย่างดี และเหมือนจะรู้ว่าผมต้องการอะไรก่อนตัวผมเองซะอีก การอยู่ด้วยกันทุกๆ วัน มันทำให้จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนคุ้นเคย ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย แต่ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้น คือความผูกพันที่ไม่มีเงื่อนไข ผมดึงก้อนมากอดอีกครั้งแล้วซบหน้าลงกับอกของเขา ก้อนลูบหัวผมเบาๆ


“ขอกอดอีกสักพักนะ”


“ได้สิ ก้อนทำได้ทุกอย่างให้มินกยูสบายใจนั่นแหละ”


คงเพราะเหนื่อยสะสม แต่ผ่านไปสักพักผมเริ่มเคลิ้มเหมือนจะหลับทั้งๆ ที่เพิ่งสี่โมงกว่าเอง ผมผละออก ขอบคุณก้อนอีกรอบแล้วลุกขึ้นนั่งที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง จะช้าจะเร็วก็ต้องแก้ตามที่อาจารย์ติมาอยู่ดี เริ่มทำเร็วก็มีเวลาเยอะ เหลืออีกสิบกว่าวันเท่านั้น ผมต้องฝืนใจตัวเองทำให้เสร็จอย่างดีจนได้นั่นแหละ ก้อนวางคางลงบนไหล่ของผมแล้วส่งยิ้มให้


“สู้นะมินกยู เดี๋ยววันนี้ก้อนให้นอนกอด”


นอนกอด ตั้งแต่ก้อนมาอยู่กับผม ผมไม่เคยรู้เลยว่าก้อนนอนที่ไหน เพราะก่อนนอนผมจะทำงานจนปวดหลัง แล้วก็ต้องให้ก้อนนวดให้ ผมก็จะเผลอหลับไปทั้งอย่างงั้น ตื่นมาอีกทีก้อนก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เลยไม่เคยรู้ว่าก้อนนอนตรงไหน แต่ที่นอนก็มีไม่มากหรอก ห้องผมก็ไม่ได้ใหญ่ โซฟายังไม่มีเลย มีแต่เก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวกับโต๊ะหนังสือ


งั้น จริงๆ แล้ว ก้อนอาจจะ นอน กับผม ทุกคืน ตั้งแต่แรก?


“เอ๋~ คิดอะไรอยู่เหรอ หน้าตาตลกจัง มินกยู~ คงไม่ได้คิดทะลึ่งกับก้อนใช่มั้ย~”


“หะเห้ย ปะเปล่า ไม่ได้คิด”


“อือ เหรอ~”


ผมรีบสะบัดหัวไล่ความคิดนุ่มๆ- เอ้ย ชั่วๆ ออกไปแล้วเริ่มอ่านข้อติและคำแนะนำของอาจารย์อีกครั้ง ค่อยๆ เรียบเรียงความคิด หาส่วนที่ต้องแก้ แล้วเริ่มหาทางจัดการ ไม่นานผมก็เริ่มพิมพ์งานอีกครั้งโดยที่แก้มของก้อนยังแนบคอผมอยู่ ผมพิมพ์ไปได้เกือบสิบนาทีก็ได้ยินเสียงก้อนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดว่า


“แต่ ก็ไม่ได้ห้ามสักหน่อยนะ~”


อะไรนะครับ!!?


คืนนั้นหลังจากผมอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก้อนก็นวดหลังให้ผมเหมือนเดิม จริงๆ ผมก็ทำงานหนักเหมือนทุกๆ วันนะ แต่วันนี้ อาจจะเป็นเพราะคำพูดของก้อนเมื่อตอนบ่ายทำให้ผมไม่ผล็อยหลับไปเหมือนทุกที ผมรู้สึกถึงฝ่ามือของเขาที่กดลงมาช่วงสะบัก ปลายนิ้วที่ลงน้ำหนักช่วงไหล่ และก้นนุ่มๆ ที่นั่งอยู่บนช่วงเอว นี่เขานวดให้ผมแบบนี้ทุกวันเลยเหรอเนี่ย ทำไมไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้มาก่อนเลย


“เอ๊ วันนี้มินกยูไม่นอนเหรอ นอนได้เลยนะ เดี๋ยวก้อนห่มผ้าให้เหมือนทุกวันแหละ”


“อ่า อื้อ”


“แต่ว่า ถ้าจะอยู่รอนอนกอดก้อนล่ะก็ ก็ได้นะ~”


ก้อนครับ ทำไมก้อนต้องน่ารักแบบนี้ด้วย


เกือบเที่ยงคืน ก้อนใช้ปลายนิ้วรูดไปตามกล้ามเนื้อบนหลังของผมเป็นรอบสุดท้ายก่อนจะปีนลงมานั่งบนเตียงแล้วก้มหน้าลงมาหาผมพร้อมรอยยิ้ม


“จ๊ะเอ๋ โห มินกยู ยังไม่นอนอีกเหรอเนี่ย ไม่ง่วงเหรอ”


“อืออ..”


“แต่ก็ต้องนอนแล้วล่ะ ดึกแล้วนะ มา นอนกันนะ”


ผมพลิกตัวนอนหงายบนเตียงดีๆ พอจะลุกขึ้นดึงผ้าห่มมาคลุมตัวก้อนก็ดันให้ผมนอนลงอีกรอบแล้วจัดแจงห่มผ้าให้ผมเรียบร้อยแล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าห้องน้ำไป ไม่นานเขาก็กลับออกมาแล้วไฟในห้องก็ดับลง ผมรู้สึกถึงแรงยุบข้างเตียง ผ้าห่มเลิกขึ้น แล้วก้อนก็ค่อยๆ ซุกตัวลงมาข้างๆ ผม ใกล้กันมากจนไหล่ติดกัน เพราะเตียงผมก็ไม่ได้ใหญ่อะไรนักหนา นอนแบบนี้ก็โอเค แต่ว่า ผมกลัวก้อนจะตกเตียงเอาน่ะสิ นอนขอบเตียงแบบนั้น


ผมเป็นห่วงก้อนจริงๆ นะ!


“ก้อน”


“หื้ออ?”


“ก้อนนอนสบายเหรอ”


“อื้อ”


“ไม่กลัวตกเตียงเหรอ”


“ไม่นะ”


ปัดโถ่


“หนะ ไหนก้อนบอกว่า คืนนี้จะให้นอนกอดก้อนไง”


“อืมม มินกยูอยากกอดก้อนเหรอ?”


เสียงของก้อนดังอยู่ที่ริมหู ผมรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที แต่ก็พยักหน้ารับ ซึ่งนั่นทำให้ก้อนหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้ามาหา หัวของเขาวางแหมะลงบนช่วงอกของผม แขนข้างหนึ่งสอดเข้ามาใต้ลำตัว อีกข้างวางพาดเอวผม อื้อหือ นิ่ม ผมยกแขนขึ้นโอบรอบเอวเขา กระชับให้เข้ามาใกล้กว่าเดิมจนแทบจะเกยตัวผม แต่แบบนี้แหละอุ่นสบายดี


ทำไมไม่นอนกันแบบนี้ตั้งแต่แรก เสียเวลาตั้งกี่อาทิตย์แล้วเนี่ย


“แบบนี้ดีรึยังมินกยู~?”


“อื้อ สบายดี”


“งั้นก็ นอนได้แล้วนะ”


“อือ”


“ฝันดีนะ มินกยู”


“ก้อนก็เหมือนกันนะ”


หลังจากนั้น ก้อนก็น่ารักขึ้น ใช่ น่ารักขึ้นอีกจากเดิมที่น่ารักมากอยู่แล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นไปได้ยังไง ผมนั่งพิมพ์งานจนไหล่แข็ง จากเดิมที่ก้อนจะมานวดให้ หลังๆ มานี้เขาถึงขนาดดึงผมลุกจากที่นั่งแล้วให้หมุนแขนไปมาด้วยกัน ผมอยากจะนั่งทำงานต่อนะ แต่พอเห็นเขาเหวี่ยงแขนไปมา ยิ้ม หัวเราะคิกคักแล้วก็ต้องยอม คนอะไร อยู่ด้วยแล้วได้พลังบวกมากขนาดนี้ หรือเวลาที่ผมจ้องจอนานๆ หลายชั่วโมง เมื่อก่อนเขาก็ไม่ได้เข้ามาห้ามอะไร แต่เดี๋ยวนี้เขาจะมาปิดตาผมจากข้างหลัง ทำยังไงก็ไม่ยอมปล่อย นับหนึ่งถึงสามสิบช้าๆ เสียงยานๆ จนผมหัวเราะตาม ครบครึ่งนาทีแล้วถึงปล่อย เขาบอกว่าจริงๆ อยากให้พักสายตานานกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่รู้ว่าผมคงไม่ยอม และเขาก็ไม่อยากกวนผมนานด้วย


แค่เป็นห่วง


น่ารักกกกก!


หลังจากทนทรมานอยู่หลายเดือน ในที่สุดทีสิสของผมก็เสร็จเรียบร้อย ตอนนั่งอ่านตรวจครั้งสุดท้ายแทบจะร้องไห้ ก้อนยืนกอดผมจากข้างหลัง เอาแก้มมาแนบที่คอท่าเดิม แล้วก็พูดซ้ำๆ ว่า ‘เก่งมากๆ’ พอผมกดเซฟงานแล้วก็รู้สึกตัวเบาขึ้นมาก พรุ่งนี้เป็นวันกำหนดส่ง หลายๆ คนอาจจะปั่นจนถึงวินาทีสุดท้าย แต่ผมไม่ทำอย่างนั้น อย่างน้อยผมต้องทำเสร็จก่อนวันหนึ่ง แล้ววันรุ่งขึ้น พอสมองโล่งๆ ก็อ่านตรวจอีกรอบ แล้วค่อยเอาไปส่งตอนบ่ายๆ ก่อนกำหนดตอนสี่โมง ผมวางยูเอสบีลงบนโต๊ะ พรุ่งนี้พออ่านทวนรอบสุดท้ายเสร็จ เอาไปพิมพ์ แล้วเอาไปส่งที่คณะก็จะจบสักที ตอนนี้เพิ่งสองทุ่มกว่าเอง คืนนี้จะเป็นคืนแรกที่ผมได้นอนสบายๆ ในรอบหลายเดือนเลย


“พรุ่งนี้เอาไปส่งแล้วเสร็จเลยใช่มั้ยมินกยู?”


“อื้อ บ่ายๆ ก็เสร็จแล้วล่ะ”


“ดีจังเลย จบแล้วเนอะมินกยู”


“อื้อ!”


“เก่งที่สุดเลย ดีใจด้วยนะ คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่เลยนะ!”


คืนนั้นผมเลยอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยพร้อมนอนตั้งแต่สามทุ่มครึ่ง ระหว่างที่ก้อนห่มผ้าให้ผมเหมือนทุกคืนผมมองหน้าเขานิ่ง พอไม่ต้องเครียดเรื่องทีสิส ผมก็เริ่มคิดเรื่องอื่นๆ ได้มากขึ้น พอผมมองหน้าก้อน ผมก็เพิ่งเรียบเรียงอะไรๆ มากมายที่เกิดขึ้นภายในไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ จากที่ผมอยู่คนเดียว และชินกับการที่จะทำอะไรคนเดียวมาตลอด พอมีก้อนมาอยู่ด้วย ผมก็เพิ่งรู้สึกมีความสุข ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้สึกเศร้าหรือเหงามาก่อน แต่พอมีก้อน ผมก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เพิ่งรู้ว่าการมีใครอยู่ข้างๆ มันดีแค่ไหน ก้อน เป็นก้อนกำลังใจที่เพื่อนผมสักคนส่งมาให้ในช่วงที่ผมเครียดกับทีสิส แต่ตอนนี้ผมไม่อยากให้ก้อนเป็นแค่นั้นแล้ว ก้อนกำลังจะลุกจากเตียงไปปิดไฟแต่ผมก็ดึงข้อมือเขาไว้ก่อน ก้อนหันมามองแล้วยิ้มให้


“เดี๋ยวนะมินกยู ก้อนขอไปปิดไฟก่อน”


“ก้อน ก้อนมาเพื่อเป็นก้อนกำลังใจให้ผมใช่มั้ย?”


“อื้อ ใช่แล้ว”


“ก้อนกำลังใจ ในช่วงที่ผมเครียดตอนทำทีสิส”


“อื้อ”


“แต่ตอนนี้ผมทำเสร็จแล้ว แล้วผม ก็ไม่อยากให้ก้อน เป็นแค่ก้อนกำลังใจ”


“อา..”


“ก้อน หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาที่เราอยู่ด้วยกัน ผมมีความสุขมากเลยนะ อยากจะมีก้อนอยู่ด้วยแบบนี้ ไปตลอดเลย ได้มั้ย?”


ก้อนมองหน้าผมนิ่ง และนั่นทำให้ผมกลัว ปกติแล้วไม่ว่าผมจะขออะไร ก้อนก็จะยิ้มแล้วทำให้ตลอด แต่ครั้งนี้ก้อนเงียบไป หรือก้อนไม่ได้รู้สึกเหมือนกับที่ผมรู้สึกกับเขา? จริงๆ แล้ว ก้อนก็มาในฐานะก้อนกำลังใจ มาเพราะมีคนส่งมาให้ผม ผมอาจจะคิดมากไปเองคนเดียวงั้นเหรอ? ผมคงแสดงสีหน้าอะไรบางอย่าง เพราะก้อนรีบโน้มหน้าลงมาหาแล้วลูบหัวผมเบาๆ ก่อนที่เขาจะยิ้มให้ผมอีกครั้ง

“มินกยู เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้นะ”


“ก้อน..”


“คืนนี้ หลับให้สบายเถอะนะ อย่าเพิ่งคิดมากเลย เชื่อก้อนนะ”


และผมก็จะเชื่อก้อน คืนนั้นผมนอนกอดก้อนแน่น ตัวของก้อนทั้งนุ่ม ทั้งอุ่น ผมกอดแล้วรู้สึกอบอุ่น สบายใจ ก้อนลูบหลังผมเบาๆ เหมือนจะกล่อมให้ผมหลับ และมันก็ได้ผล เวลาอยู่กับก้อนผมก็จะผ่อนคลายแบบนี้ตลอด ก้อนพิเศษจริงๆ นะ ไม่เคยมีใครทำให้ผมรู้สึกได้ขนาดนี้มาก่อน หลายอาทิตย์ก่อน ผมปล่อยให้คนแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาในห้อง และค่อยๆ ปล่อยให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต


จากคนที่อยู่คนเดียวมาตลอด จนตอนนี้มันกลายเป็นผมขาดเขาไม่ได้ไปแล้ว


กลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


เพราะอย่างนั้น เช้าวันถัดไปที่ผมตื่นมาผมถึงรู้สึกเหมือนใจสลาย ก้อนหายไป ไม่อยู่บนเตียง ไม่อยู่ในห้องน้ำ ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะกินข้าว บนโต๊ะมีขนมปังไส้ครีมวางไว้กับนมกล่องหนึ่ง แต่ไม่มีกระดาษโน้ต ไม่มีโพสอิท ไม่มีอะไรทั้งนั้น ผมเดินหาทั่วห้องก็ไม่เจอ นั่งรอจนเที่ยงก็ไม่มี ไม่กลับมา ก้อนหายไป หายไปแล้วจริงๆ ระหว่างที่ผมอ่านทีสิสทวนทั้งๆ ที่ใจยังกระวนกระวาย ผมก็เพิ่งนึกได้


หมดหน้าที่แล้วสินะ


ก็ผมทำทีสิสเสร็จแล้วนี่ ความเครียดอะไรก็คงไม่มีแล้ว ก้อนก็คงไปแล้ว มิน่าล่ะเมื่อคืนตอนผมถามเขาถึงไม่ตอบ ก็เพราะเขาเป็นก้อนกำลังใจ เขามีหน้าที่ทำให้ผมสบายใจและมีความสุข ถ้าเขาบอกผมตรงๆ ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ก็คงจะทำให้ผมเสียใจ เขาคงไม่ต้องการแบบนั้น ไม่สิ เขาทำแบบนั้นไม่ได้สินะ ก็เขาเป็นก้อนกำลังใจ ส่วนผม ก็เป็นแค่หน้าที่หนึ่งของเขาเท่านั้นเอง ผมรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันพังทลายลงมา ตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมามันคงเป็นแค่ความฝัน ความฝันช่วงหนึ่งที่มีก้อนเข้ามาเติมเต็มความสุขในชีวิต แต่มันก็ผ่านไปแล้ว และผมคงต้องทำใจให้ได้


ผมพิมพ์ทีสิส และเดินออกจากหอไปส่งที่คณะแบบมึนๆ ทั้งที่ปกติต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ไป แต่ตอนนี้สติผมไม่อยู่กับตัวแล้ว มันงงไปหมด ทั้งเสียใจ ทั้งสมเพชตัวเอง คิดได้ยังไงว่าก้อนจะอยู่กับผมตลอดไป เข้าข้างตัวเองเกินไปแล้วล่ะมั้ง ทุกอย่างที่เขาทำก็เพราะหน้าที่ทั้งนั้น โง่ โง่จริงๆ ผมกลับมาถึงบ้านได้ยังไงก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้กิน นั่งซึมกะทืออยู่บนเตียงจนมีเสียงเคาะประตู ผมเดินลากขาไปดึงประตูเปิดออก แต่พอเห็นคนตรงหน้า ผมก็อ้าปากค้าง ในสมองโล่งไปหมด


ผมสีน้ำตาลปรกคิ้ว ดวงตาเรียวรีใสแจ๋ว แก้มกลมๆ ที่แดงเรื่อเพราะอากาศที่อบอ้าว ที่เพิ่มเติมมาคือเสื้อยืดพอดีตัวสีเทากับกางเกงยีนส์ขาดๆ และรองเท้าผ้าใบสีขาว กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ สดชื่น โทรศัพท์ที่มีเคสสีเหลืองลายสัปปะรด เขาหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วยกมือขึ้นเสยผม ก่อนจะเอียงคอยิ้มให้ผม


แทบจะจำไม่ได้เลย อะไรกันเนี่ย ทั้งการแต่งตัว แล้วก็ท่าทางแบบนี้ ไม่คุ้นเลย


“กะ ก้อน?”


เขาหัวเราะออกมาอีกระลอก ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ผม จนได้กลิ่นหวานๆ ของลูกอมรสโคล่า


“สวัสดีมินกยู พี่ชื่อซูนยองนะ ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย?”


“อะ ซะซูนยอง? พะ พี่?”


แล้วก้อนกำลังใจของผม ก็กลับเข้ามาในชีวิตผมอีกครั้งหลังจากหายไปไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่ปล่อยให้ผมได้ดราม่านาน


แต่ช่วงเวลาแค่นั้นมันก็มากเกินพอที่จะทำให้ผมรู้ ว่าผมต้องการเขามากแค่ไหน


ผมจะดูแลรักษาเขาไว้ดีๆ ไม่ยอมปล่อยให้เขาหนีไปไหนได้อีก


เพราะถึงจะอยู่ด้วยกันไม่นาน และแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย แต่ผมก็มั่นใจ ว่าผมชอบเขามาก และต้องการจะมีเขาอยู่ในชีวิต


ถึงจะยังงงๆ ก็เถอะ!