Saturday, 31 December 2016

Asserting 2/2 #minsoon



วันนี้ก็เป็นอีกวันที่มินกยูต้องกลับบ้านดึก เพราะว่าคุณแม่ไม่อยู่ซูนยองก็เลยคิดว่าจะซื้อข้าวกล่องมากินกับน้องชายข้างสระ แถมมินกยูยังโม้ว่าจะว่ายท่าผีเสื้อสุดภูมิใจให้ดูด้วย เวลาสามโมงกว่าซูนยองเดินถือถุงข้าวผัดสองกล่องเข้าโรงเรียนมาแบบงงๆ ที่มาเร็วเพราะกะจะมาแอบดูน้องชายซ้อมว่ายน้ำทั้งๆ ที่นัดไว้ห้าโมงครึ่ง เวลาเลิกซ้อมของวันนี้ แต่แทนที่จะไปถึงก่อนอาจจะสายซะได้เพราะดันมาหลงทางหาสระว่ายน้ำไม่เจอ ซูนยองเหงื่อตกเมื่อหันซ้ายหันขวาก็ยังไม่เห็นที่ไหนที่เหมือนจะเป็นสระว่ายน้ำ จะโทรหามินกยูก็คงจะยังไม่เลิกเรียน แถมแผนจะแตกอีกด้วย แถวนี้ก็ไม่มีใครให้ถามสักคน เว้นแต่ผู้ชายตัวใหญ่ที่กำลังเดินดุ่มๆ ไปทางสนามหญ้าอยู่นั่น ซูนยองรีบวิ่งตามไปเป้าหมายทันที


“ขอโทษครับๆ คือ คุณพอจะรู้มั้ยครับว่าสระว่ายน้ำอยู่ทาง- ว้าก!”


“อ้าว ซูนยอง! มาทำอะไรที่นี่เนี่ย แล้วทำไมต้องทำเสียงตกใจขนาดนั้น! คนเว้ยไม่ใช่ผี!"


“พี่ซึงชอล!”


จากตอนแรกแค่หลงตอนนี้ซูนยองเริ่มล่ก ผู้ชายตัวโตตรงหน้าเขาคือซึงชอลที่น่าจะเรียนอยู่วิทยาศาสตร์การกีฬา รู้จักเพราะเคยเรียนวิชาเลือกแล้วก็โดนจับทำงานกลุ่มด้วยกัน อีกฝ่ายเป็นเด็กซิ่วด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่รู้ทำให้มาอยู่ปีเดียวกันแต่ทุกคนเรียกว่าพี่ ที่แน่ๆ ซูนยองจำได้แม่นว่าซึงชอลเป็นคนค่อนข้างอารมณ์ร้อนถึงจะไม่ได้มีเรื่องกันโดยตรงแต่คราวที่คนในกลุ่มเอาเปรียบตอนทำรายงานโดนซึงชอลอัดจนน็อคไปเลย นั่นทำให้ซูนยองกลัวมาจนถึงทุกวันนี้


“ซูนยอง? เห้ย ซูนยองฉันถามว่าทำอะไรที่นี่ ได้ยินหรือเปล่า?”


“เอ่อ ได้ยินคร้าบ คือ เอ่อ น้องชายผมเรียนที่นี่น่ะครับเลยจะมาหา"


“อ้อ เหรอ เออ เมื่อกี๊ถามถึงสระว่ายน้ำใช่มั้ย? ทางนี้ๆ มาด้วยกันเลยฉันก็กำลังจะไปเหมือนกัน"


“เอ้อ คะ ครับ"


“แล้วที่บอกว่ามาหาน้อง แต่จะไปสระว่ายน้ำเนี่ยหมายความว่าน้องนายอยู่ชมรมว่ายน้ำงั้นสิ?”


“อ่า ใช่ครับ"


“น้องแท้รึเปล่า? ชื่ออะไร?”


“เอ่อ ไม่แท้หรอกครับ เป็นน้องชายที่สนิทกันมาก ชื่อมินกยูครับ"


“ไอ้เด็กกวนส้นตีนนั่นน่ะเหรอน้องนาย? ท่าทางไม่น่าเข้ากันได้เลยนะเนี่ย"


“หา? เอ่อ พี่ซึงชอลทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ? รู้จักมินกยูด้วยเหรอ?”


“เมื่อกี๊ฉันบอกว่าฉันจะไปสระเหมือนกันใช่มั้ย?”


“ใช่ครับ"


“เออ ก็ฉันน่ะศิษย์เก่าที่นี่ เป็นโค้ชรุ่นพี่ที่มาคุมทีมว่ายน้ำนี่แหละ"


“หา!!??”


ภาพแรกที่แว่บเข้ามาในหัวซูนยองคือมินกยูโดนต่อยจนหมอบเพราะงอแงและเป็นบ้าเกินไป ก่อนจะรีบสะบัดหน้าเร็วๆ ไล่ความคิดนั้นออกไป ระหว่างเดินไปสระว่ายน้ำซึงชอลก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ ผิดกับซูนยองที่เดินหนีบๆ อย่างหวาดกลัวเพราะภาพเพื่อนในกลุ่มนอนเดี้ยงอยู่บนพื้นยังติดตา


“ทีมว่ายน้ำโรงเรียนเรามีชื่อเสียงมานานแล้ว! รุ่นฉันชนะระดับโรงเรียน ระดับเขต เกือบได้ไปแข่งระดับชาติด้วย รุ่นต่อจากนั้นทุกรุ่นก็เหมือนกัน เพราะงั้นฉันเลยต้องกลับมาดูแลอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทีมเราจะยังแข็งแกร่งต่อไป ขืนให้ใครก็ไม่รู้มาคุมแล้วส่งไปแข่งมั่วๆ แพ้ขึ้นมาล่ะอายแย่เลย"


“อ่า ครับ"


“นี่ไง ถึงแล้ว"


ในที่สุดก็มาถึง พอเดินเข้าไปซูนยองก็ต้องเบิกตากว้างเพราะสระว่ายน้ำใหญ่กว่าที่คิดมากแถมยังมีอัฒจันทร์ด้วย พอไล่สายตามองไปทั่วๆ ก็ต้องกลับมาหยุดที่ซึงชอลที่ยืนยิ้มทำหน้าภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ จนซูนยองเกือบหลุดหัวเราะออกมา ก็รุ่นพี่ทำหน้าเหมือนเป็นคนสร้างสระขึ้นมากับมือซะอย่างนั้น


“สระของเราเป็นสระกึ่งโอลิมปิค มีหกลู่ว่ายน่ะเห็นมั้ย จะได้ซ้อมพร้อมกันได้หลายๆ คนแต่ถ้าจะให้โค้ชจะได้จับตามองเป็นคนๆ ไปได้ด้วยก็จะเหลือสาม"


“อ่า ครับ"


“แล้วนั่นถือถุงอะไรมาน่ะ?”


“อ๋อ กล่องข้าวครับจะเอามาทานกับน้องชาย ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทานด้วยกันก็เลย.."


“นี่ถ้านายไม่บอกว่าเป็นพี่มินกยูฉันต้องคิดว่าน้องชายนายต้องเป็นเป็นเด็กน้อยน่ารักแน่ๆ เลยนะเนี่ย"


“เอ่อ ทำไมล่ะครับ"


“ก็เจ้ามินกยูมันตัวโตเป็นควายขนาดนี้ แต่นายดันเลี้ยงเหมือนเป็นเด็กตัวเล็กๆ น่าทะนุถนอมซะอย่างนั้น ดูนั่นสิ มีขนมมีลูกอมมาซะด้วย"


“อะ เอ่อ ก็ ผะผมคงติดล่ะมั้งครับ ผมเลี้ยงมินกยูมาตั้งแต่อนุบาล"


“เหหห! เหรอ แปลกดีแฮะ แล้วไปสนิทกันได้ยังไงล่ะ?”


“พอดีวันนั้นฝนตกหนักน่ะฮะ โรงเรียนอนุบาลมินกยูอยู่แถวบ้านผมแล้วเขามาติดฝนอยู่ที่สนามเด็กเล่น ผมเดินผ่านไปเจอ แล้วก็พามาหลบฝนที่บ้านแทน"


“อ๋ออ แล้วก็สนิทกันมาตั้งแต่ตอนนั้น?”


“ใช่ครับ"


“หื้มม ก็เป็นเรื่องบังเอิญดีนะ"


“ครับ"


“มินกยูชอบว่ายน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ?”


“ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ชอบเล่นน้ำป๋อมแป๋มมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วฮะ แต่เพิ่งมาชอบว่ายเอาจริงๆ เมื่อปีก่อนนี่เองมั้งฮะ"


“มินกยูน่ะได้เปรียบที่สรีระ ไหล่กว้างอยู่แล้วด้วย แล้วก็เป็นเด็กที่กล้ามเนื้อขึ้นง่ายมาก คงจะชอบกินโปรตีนล่ะสิ"


“ชอบกินไก่ทอดมากครับ"


“นั่นแหละ แถมยังอึดอักต่างหาก ไม่ใช่เด็กเหนื่อยง่ายเลยแล้วก็มีแรงใจเยอะ ฉันว่าฉันปล่อยซ้อมสายแล้วนะ ไอ้หมอนี่มันไม่เคยยอมกลับเลยจะซ้อมต่อท่าเดียว"


“เหรอครับ?”


“ใช่ เคยหลับคาบันไดสระด้วย ตลกเป็นบ้า ฮ่าๆๆๆ"


ซูนยองยิ้มบาง นึกภาพน้องชายตัวโตฮึดซ้อมเต็มที่จนหลับคาสระแล้วก็อ่อนใจ อยากจะดุที่หักโหมเกินไปแต่อีกใจหนึ่งก็ภูมิใจที่มินกยูโตมาเป็นเด็กเอาจริงเอาจัง ว่าแล้วก็เช็คเสบียงในถุง ข้าวกล่องสองกล่องกับขนมอีกห้าถุง น้ำดื่มสองขวดและเกลือแร่อีกหนึ่งขวด ซึงชอลที่ยืนอยู่ริมสระมองซูนยองที่นั่งจัดของในถุงแล้วก็พูดประโยคหนึ่งออกมาที่ทำให้ซูนยองสะดุ้งจนขวดน้ำหลุดจากมือ


“ไม่เหมือนพี่ชายเลยว่ะ"


“หะ หา? มะไม่เหมือนพี่ชายอะไรครับ? ไม่เหมือนพี่ชายแล้วเหมือนอะไรครับ?”


“ไม่รู้สิ เหมือนพี่เลี้ยง เหมือนแม่นมอะไรสักอย่าง"


“พะ พี่! แม่นมอะไรกัน"


“นายน่าจะเห็นสีหน้าตัวเอง แล้วนายจะเข้าใจ"


“..ขะ เข้าใจอะไร"


“หวงมันรึเปล่าเนี่ย?”


“ครับ?”


“เจ้ามินกยูน่ะ หวงมันรึเปล่า?”


“คะ ครับ?”


“ดูท่าทางจะหวงน้องน่าดูนี่นา เจ้ามินกยูน่ะมันฮอตมากนะ นี่อีกเดี๋ยวก็คงจะมากันแล้วล่ะ"


“ครับ? ใครมา?”


“กองเชียร์มันไง พวกเด็กโรงเรียนหญิงล้วนน่ะ มานั่งกันเต็มแถวสองแถวแรกเลยแหละ ฉันให้อยู่เฉพาะตอนวอร์มเท่านั้นแหละพอซ้อมจริงก็ไล่กลับ เสียงดังโวยวายชะมัด แต่จะให้ไม่ให้เข้าดูเลยก็ไม่ได้ เดี๋ยววันจริงไม่มีกองเชียร์ก็หงอยแย่"


“นี่มีเด็กโรงเรียนอื่นมาดูตอนซ้อมด้วยเหรอครับเนี่ย??”


“อื้ม ทีมว่ายน้ำโรงเรียนเราดังน่ะฉันบอกแล้ว ดังมาตั้งแต่รุ่นฉัน ดังมาทุกรุ่น ปีนี้ตัวเต็งก็ไอ้มินกยูมันนี่แหละ สาวก็กรี๊ดกันสนั่น"


“อ่า..”


“นั่น หวงน้องจริงๆ ซะด้วย"


“ครับ?”


“ทำหน้าเหมือนไม่พอใจนี่นา"


“หะ เห้ย เปล่าผมไม่ได้ทำหน้าแบบนั้น"


“นายไม่เห็นหน้าตัวเองจะรู้ได้ยังไง นายเป็นคนสีหน้าอ่านง่ายมากซูนยอง ฉันรู้ว่านาย-”


“ผมเปล่านะครับ ไม่ได้ไม่พอใจอะไรซักหน่อย"


“หึ งั้นมานี่ มาดูเงาในน้ำเดี๋ยวฉันจะให้ดูว่าสีหน้าเป็นยังไง ไหนมานี่ซิ ปากแข็งจริง"


“เห้ย ไม่เอาพี่ซึงชอล ปล่อยผมมม!!”


ซูนยองตาเหลือกเมื่อรุ่นพี่ตัวโตย่างสามขุมเข้ามาหา สองมือยกขึ้นโบกไปมาแต่เรี่ยวแรงในขาหายไปหมดเหลือแต่ภาพในหัวที่ตัวเองนอนจมกองเลือดอยู่ใต้อัฒจันทร์จนซึงชอลลากคอไปข้างสระได้ง่าย แต่พอสองเท้าก้าวเข้าใกล้สระซูนยองก็สั่นไปหมดทั้งตัวก่อนจะยกมือขึ้นดันรุ่นพี่ตัวใหญ่ออกแล้วพยายามวิ่งหนีกลับไปที่นั่ง ซึงชอลไม่ยอมปล่อยง่ายๆ จับอีกฝ่ายหมุนตัวกลับมาหาสระน้ำ


“จะหนีไปไหนเล่าซูนยอง ทำเหมือนฉันจะฆ่าไปได้"


“ผมไม่เล่นนะพี่! ปล่อยยยย!!”


“อะไรของนายเนี่ย ทำไมต้องกลัวขนาดนี้ด้วย?”

“ผม ผม- อ๊ะ"



หลังจากยื้อกันไปยื้อกันมากับซึงชอลอยู่ครู่หนึ่ง ซูนยองรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวเมื่อสองเท้าที่เคยเหยียบอยู่หมิ่นเหม่ขอบสระดันลื่นพรืดจนหงายหลัง จังหวะที่ร่างกายรู้สึกไร้น้ำหนัก สายตาค่อยๆ เลื่อนจากใบหน้ารุ่นพี่ที่ตื่นตระหนกลอยสูงขึ้นไปที่เพดานสูงใหญ่ก่อนร่างทั้งร่างจะร่วงลงสระไปทั้งๆ ที่สติยังไม่กลับมาเต็มร้อย


ตูมมมม!!


“เห้ย! ซูนยอง!!”


ซูนยองตัวแข็งไปหมดเมื่อรู้สึกถึงน้ำที่โอบล้อมรอบลำตัวไว้ และตนเองค่อยๆ จมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า ในอกของซูนยองเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ อึดอัด ทรมาน เหมือนกันกับตอนนั้น แทนที่จะตะเกียกจะกายขึ้นผิวน้ำกลับขยับตัวไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่นานก็มีอีกร่างกระโจนลงน้ำตามมาแล้วฉุดรั้งให้ขึ้นจากสระอย่างรวดเร็ว ซูนยองกระพริบตาถี่ๆ แล้วไอโขลกๆ เอาน้ำออกมาสองสามอึกก่อนจะถูกดึงเข้าไปกอดแน่น ฝ่ามือใหญ่ลูบที่แผ่นหลังช้าๆ พร้อมเสียงคุ้นหูที่คอยปลอบประโลม


“ซูน ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว"


“มะ มินกยู?”


“ครับ ผมเอง ผมมาแล้ว ซูนไม่เป็นอะไรแล้วนะ"


ซูนยองสั่นเทาไปทั้งร่างถึงแม้ว่ามินกยูจะใช้ผ้าเช็ดตัวพันไว้แล้วก็ตาม อาจจะเป็นเพราะความหนาว หรือจริงๆ คงเป็นเพราะความกลัว ซูนยองซบหน้าลงกับอกน้องชาย สองมือเกาะแขนอีกฝ่ายแน่นพยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ ให้หัวใจที่เต้นรัวเร็วค่อยสงบลงทีละน้อย มินกยูลูบหัวพี่ชายจนมั่นใจว่าดีขึ้นแล้วก็หันกลับไปหาซึงชอลด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวแบบที่ซูนยองไม่เคยเห็นมาก่อน


“พี่ทำอะไร?”


“เอ่อ ฉันกับซูนยองแค่เล่นๆ กัน"


“เล่น? เล่นบ้าอะไร!!! ซูนเคยจมน้ำ!! แล้วซูนก็ว่ายน้ำไม่เป็น!!!! ถ้าผมไม่มาซ้อมเร็วแล้วเกิดอะไรขึ้นมา พี่รับผิดชอบไหวมั้ย?? ห๊ะ!!?”


“เห้ย ก็ฉันไม่รู้ ใจเย็นดิวะ"


“ใจเย็นอะไร!!? ไม่รู้ก็ไม่ควรทำมั้ย? ถ้าไม่รู้อะไรก็อย่ามายุ่งสิวะ!!!”


“ไอ้มินกยู! กูเป็นพี่มึงนะเว้ย!! พูดจาอะไรให้เคารพบ้าง!!”


“มินกยู มินกยูใจเย็นๆ ฉันไม่เป็นอะไร"


ซูนยองที่ได้ยินเสียงน้องชายตะโกนดังขึ้นเรื่อยๆ รีบยกมือขึ้นลูบแก้มอีกฝ่ายเบาๆ เขาเองยังสั่นๆ อยู่จากการตกน้ำหลังจากที่ไม่ได้ลงน้ำมานาน ความทรงจำร้ายๆ หวนกลับมาจนสมองตื้อไปหมดแต่เขาก็อดตกใจไม่ได้ที่เห็นมินกยูตวาดคนอื่นแบบนั้น เขาแทบไม่เคยเห็นมินกยูโกรธเลย และไม่เคยเห็นมินกยูก้าวร้าวกับใครมาก่อน ซึงชอลเองก็ท่าทางหัวเสียไม่เบาแต่เมื่อเลื่อนสายตามาที่ซูนยองก็ค่อยอ่อนลง


“ซูนยอง ฉันไม่รู้ว่านายเคยจมน้ำ ไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษ"


“ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่รู้"


แล้วซูนยองก็ไม่ได้ติดใจอะไรจริงๆ ในตอนนี้แค่กลัว แล้วก็ยังตกใจนิดหน่อย มือขวายังลูบแก้มมินกยูไปเรื่อยๆ ให้อีกฝ่ายเย็นลง และผ่านไปสักพักก็ดูเหมือนจะดีขึ้นเมื่อซึงชอลเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนมาส่งให้ มินกยูรับมาแล้วค่อยๆ เช็ดผมซูนยองอย่างอ่อนโยน


“เมื่อกี๊ ผมอารมณ์ร้อนไปหน่อย ขอโทษที่เสียมารยาทครับ แต่ซูนยองเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม ผมก็เลยควบคุมตัวเองไม่อยู่"


“อ่ะ มินกยู ทำอะไร"


“พี่เดินไม่ไหวหรอก เดี๋ยวผมอุ้ม พี่ซึงชอลครับ ผมต้องขอโทษด้วยแต่วันนี้ผมต้องขอกลับก่อน สวัสดีครับ"


ซูนยองอยากจะค้าน แต่ความจริงก็คือเขาเดินไม่ไหวจริงๆ วินาทีที่แผ่นหลังสัมผัสน้ำเรี่ยวแรงก็หายไปหมด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา มินกยูตัดสินใจเรียกแท็กซี่ หนึ่งคือทางเดินกลับบ้านใกล้ก็จริง แต่ก็ไกลเกินไปที่มินกยูจะอุ้มซูนยองไปตลอดทางไหว อีกอย่างคือมินกยูอยากรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด


“ซูนไม่เป็นไรแล้วจริงๆ นะ?”


“อืม ฉันไม่เป็นไรแล้ว"


“..อืม"


“ขอบใจนะ ถ้านายไม่ลงมาช่วยล่ะก็ ฉันแย่แน่ๆ เลย"


“ครับ"


ซูนยองลูบแผ่นหลังน้องชายที่นอนทับตัวเองอยู่ช้าๆ จะว่าหนักก็หนัก แต่อุณหภูมิร่างกายมินกยูทำให้ซูนยองรู้สึกอุ่นสบายและไม่ได้อยากถีบตกเตียงไปเหมือนทุกครั้ง จากเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ซูนยองคนเดียวที่สภาพจิตใจไม่ปกติ มินกยูเองก็ด้วย หลังจากเงียบไปสักพักจนซูนยองเกือบเคลิ้มหลับมินกยูก็ขยับตัวขึ้นมาซบบนหมอนแถวๆ ใบหูพี่ชายแล้วกระซิบเสียงเบา


“ซูน"


“หืม?”


“เมื่อตอนเย็น ตอนที่ผมเห็นซูนตกน้ำไป ผมตกใจมากเลยนะฮะรู้มั้ย"


“อืม ฉันเองก็ตกใจเหมือนกัน"


“ตอนนั้นผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ผมควรจะลงไปช่วยซูนได้เร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ"


“ไม่ใช่ความผิดนายหรอกมินกยู นายลงมาช่วยฉันเร็วมากพอแล้วล่ะ"


“แต่ว่า ครั้งหน้าผมจะทำให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เรื่องตกน้ำ แต่ครั้งหน้าถ้าซูนอยู่ในอันตรายไม่ว่าจะเป็นอะไร ผมสัญญา ผมจะช่วยซูนให้เร็วกว่านี้ นะฮะ"


“อืม ขอบใจนะ"


“รักนะครับ"


วันแข่งจริงมินกยูออกจากบ้านไปแต่เช้ามืด บอกว่าจะไปวอร์มร่างกายที่สระโดยไม่ลืมทิ้งนาฬิกาปลุกไว้ให้ซูนยองสี่เครื่องพร้อมตั้งปลุกในโทรศัพท์ซูนยองไว้ทุกหนึ่งนาทีจนในที่สุดซูนยองก็แงะตัวจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวได้ทันเวลา เวลาแข่งว่ายน้ำคือสิบโมง ระหว่างเดินผ่านไปที่โรงเรียนเจอร้านดอกไม้ ร้านลูกโป่งซูนยองก็ยืนคิดๆ ว่าจะซื้อดีมั้ย ตัวเขาเองไม่รู้ว่ามินกยูเก่งแค่ไหน หรือมีโอกาสชนะมั้ยก็เลยไม่กล้า ถ้าซื้อไปแล้วมินกยูแพ้เขาจะเก้อมั้ย แต่ถ้าไม่ซื้อไปแล้วมินกยูชนะเขาจะยิ่งรู้สึกแย่รึเปล่า คิดไปคิดกลับก็ปรากฏว่าเกือบสายจนต้องวิ่งไปโดยไม่มีอะไรติดมือไปสักอย่าง งานในครั้งนี้คือแข่งว่ายน้ำกับโรงเรียนในเครือ สถานที่จัดงานโชคดีที่ปีนี้เวียนมาที่โรงเรียนมินกยูพอดี ตอนที่ซูนยองไปถึงก็ต้องตาเหลือกเพราะคนเต็มไปหมดจนหาที่นั่งไม่ได้โชคดีที่บังเอิญเจอซึงชอลพอดี รุ่นพี่ตัวใหญ่เลยพาเข้าไปในห้องพักนักกีฬาไปหามินกยูที่กำลังนั่งหน้าเครียดอยู่ พอเห็นซูนยองก็หันมายิ้มเกร็งๆ ให้จนซูนยองหลุดหัวเราะออกมาแล้วดึงน้องชายเข้ามากอดแน่น


“ซูนอะ ขำอะไรเล่า คนเขาเครียดๆ อยู่!”


“ก็ ฮ่าๆๆๆ ไม่เคยเห็นนายเป็นแบบนี้เลยนี่นา โอ๋ๆ เครียดเหรอหืม?”


“เครียดสิ.. ซูนอะ ไม่รู้หรอกว่าแข่งครั้งนี้สำคัญกับผมมากแค่ไหน"


“รู้สิ นายทุ่มเทมากเลยนี่นาใช่มั้ย ซ้อมหนักมากเลย เพราะงั้นไม่ต้องกังวลนะ นายทำได้ดีแน่นอน!”


มินกยูซุกหน้าลงกับหน้าท้องพี่ชายแล้วพยายามทำใจให้สงบ แต่มันไม่ง่ายเลย เสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้คนบนอัฒจันทร์ดังเข้ามาถึงข้างในจนต้องดึงเสื้อพี่ชายมาปิดหู ซูนยองพอเห็นว่าแหย่เล่นแล้วน้องยังเกร็งอยู่ก็เลยย่อตัวลงมาหาก่อนจะหอมแก้มเบาๆ


“ไม่เป็นไรนะ นายทำเต็มที่ก็พอ โอเคมั้ย?”


หลังจากนั้นซึงชอลก็พาซูนยองมานั่งที่นั่งติดสระ ที่นั่งพิเศษของโค้ชอะไรสักอย่างที่รุ่นพี่ตัวโตโม้ไว้ ซูนยองรู้สึกได้ว่าซึงชอลพยายามทำตัวดีผิดปกติ คงเพราะยังไม่หายรู้สึกผิดเรื่องเมื่อหลายวันก่อนที่ทำเขาตกน้ำถึงซูนยองจะย้ำไปหลายรอบแล้วว่าไม่เป็นไรก็ตาม ไม่นานนักการแข่งขันก็เริ่มขึ้น โดยจะเป็นท่าฟรีสไตล์ก่อน ท่ากบ ท่ากรรเชียง แล้วจบด้วยท่าผีเสื้อ โชคร้ายเหลือเกินที่เป็นอย่างนั้นทำให้มินกยูนั่งเกร็งจนตัวบิดไปอีกนานโข ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงในที่สุดมินกยูก็ยืนสแตนบายที่แท่นกระโดดน้ำ ถึงตอนนี้ซูนยองเองก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้องไปกับเขาแล้วเหมือนกัน เมื่อกรรมการให้สัญญาณเริ่มมินกยูก็กระโดดลงน้ำไปอย่างรวดเร็ว หายลงไปใต้น้ำสักพักแล้วกระโจนพรวดขึ้นมาใหม่พร้อมกวาดสองแขนเต็มที่ ซูนยองที่ว่ายน้ำไม่เป็นไม่รู้ว่าน้องชายตัวเองว่ายเก่งมั้ย หรือท่าสวยหรือเปล่า แต่พอเห็นมินกยูว่ายน้ำแบบนี้แล้วทำให้เขาอดรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้ ร้อยเมตรผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็มาถึงช่วงสุดท้าย ซูนยองเพิ่งละสายตาจากมินกยูเป็นครั้งแรกแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าน้องชายว่ายนำคนอื่นๆ อยู่ช่วงระยะหนึ่ง จนในที่สุดก็ว่ายไปจนถึงและเอามือแตะขอบสระเป็นคนแรก เสียงโห่ร้องดังก้องทั่วไปหมดจนเพดานสะเทือน มินกยูโผล่พ้นจากน้ำ ดึงแว่นตาและหมวกว่ายน้ำออกพร้อมรอยยิ้มสดใส ในตอนนั้นเองที่ซูนยองรู้สึกเหมือนหัวใจพองคับเต็มอกไปหมด ดีใจ และภูมิใจกับน้องชายคนนี้เหลือเกิน ผลสรุปคือทั้งสี่ท่าโรงเรียนมินกยูชนะทั้งหมด ได้เหรียญทองมาอย่างสมศักดิ์ศรี ซูนยองปรบมือไปพร้อมๆ กับคนอื่นในขณะที่ซึงชอลตะโกนโวยวายเสียงดังซักอย่างเกี่ยวกับศักยภาพทีมว่ายน้ำที่ไม่เปลี่ยนแปลง ซูนยองมองน้องชายที่รับเหรียญเสร็จแล้ววิ่งมาหาเขาท่ามกลางเสียงโห่ร้องดังก้อง สองแขนอ้าออกโดยอัตโนมัติรับมินกยูที่โถมตัวเข้ามากอดเต็มรัก


“ซูนนน ผมชนะแล้วว! ชนะแล้วเห็นมั้ย ชนะแล้วว ฮ่าๆๆ"


“เห็นแล้วๆ เก่ง เก่งมากมินกยู เก่งจริงๆ"


หลังจากนั้นมินกยูก็รีบขอตัวกลับบ้านแทนที่จะเดินเที่ยวงานอย่างทุกครั้ง นั่นทำให้ซูนยองแปลกใจเล็กน้อยข้าวก็ไม่กิน ขนมก็ไม่กินแถมยังฉุดเขาวิ่งหนีกองเชียร์จนวุ่นวายไปหมด พอมาถึงบ้านมินกยูก็ให้เหตุผลว่าเหนื่อย อยากพัก และทีมว่ายน้ำนัดฉลองกันคืนนั้นไม่ใช่ตอนกลางวันเลยจะกลับมานอนพักเอาแรง นั่นทำให้ซูนยองพอเข้าใจขึ้นมาบ้าง แต่ที่ไม่เข้าใจคือตอนที่กำลังจะเดินเข้าครัวไปหยิบข้าวกล่องแช่แข็งออกมาอุ่น มินกยูดึงเขาลงมานั่งบนโซฟาด้วยกัน แถมยังนั่งสั่นขา ตามองหลุกหลิกไปมา สักพักหนึ่งกว่าจะเงยหน้ากลับขึ้นมาสบตาเขาได้


“มีอะไรรึเปล่ามินกยู?”


“ซูน ซูนจำที่ผมเคยบอกได้มั้ย? ว่าถ้าผมชนะ ผมอยากจะขออะไรซูนอย่างหนึ่ง"


“อ่า อื้ม จำได้สิ"


“งั้นผมขอเลยได้มั้ยฮะ?”


“ตอนนี้เลยเหรอ? ได้สิ"


“ผม.. ตอนนี้มันมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป และผมว่าซูนเองก็รู้เหมือนกัน เพราะงั้นเพื่อทำให้มันชัดเจน ไม่ว่ามันจะไปในทางไหน ผมอยากจะขอ.. ซูน ผมขอจูบซูนนะครับ"


ซูนยองเบิกตากว้าง ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อยอย่างตกใจ มินกยูพูดถูก เขาเองก็รู้สึกว่าอะไรบางอย่าง ระหว่างเขากับมินกยูกำลังเปลี่ยนไป และสักวันทั้งสองจะต้องเผชิญหน้ากับมัน แต่เพราะว่ามันยังคลุมเครืออยู่มากเขาเลยไม่ได้คิดว่าวันนั้นมันจะมาเร็วแบบนี้ เพราะอย่างนั้นซูนยองเลยนั่งนิ่งปล่อยให้มินกยูเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาประคองแก้มทั้งสองข้างไว้ และดวงตาค่อยๆ ปรือปิดลงพร้อมๆ กับน้องชายเมื่อระยะห่างลดลง จนในที่สุดสัมผัสนุ่มอุ่นก็ลงมาประทับที่ริมฝีปาก ซูนยองรู้สึกร้อนที่แก้ม ไม่แน่ใจว่าร้อนจากแก้มไปฝ่ามือของมินกยู หรือจากมือมินกยูลงมาที่แก้มของเขากันแน่ ริมฝีปากของมินกยูบดเบียดกับริมฝีปากของเขาไปมา แช่มช้า นุ่มนวล และอ่อนโยนอย่างที่สุด ซูนยองไม่เคยมีแฟน มินกยูเองก็ไม่เคยมี สัมผัสนี้คือครั้งแรกของทั้งคู่ จังหวะของหัวใจที่เปลี่ยนไปนี่ก็ด้วย ความรู้สึกที่เหมือนกับหัวใจค่อยๆ พองโตขึ้นในอก และยวบยาบไปพร้อมๆ กันเป็นสิ่งใหม่ของทั้งคู่ ผ่านไปครู่หนึ่งหลังจากซูนยองรู้สึกเหมือนจะละลายหายไปซะให้ได้ มินกยูก็ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก ซูนยองปรือตาขึ้นช้าๆ และพบว่าน้องชายจ้องตนเองอยู่ก่อนแล้ว พร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นและโล่งใจอย่างที่สุด



“ผมว่า ผมได้คำตอบแล้วล่ะครับ"

Wednesday, 21 December 2016

Asserting 1/2 #minsoon

ซูนยองกำลังนอนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข เขาเพิ่งสอบเสร็จ งานที่คั่งค้างต่างๆ ก็สะสางจนเรียบร้อย ถึงเวลาได้พักอย่างเต็มอิ่มเสียที วันนี้ก็คงเป็นอีกวันดีๆ อันสงบสุข.. จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังกึกก้องมาจากต้นซอยซึ่งบ่งบอกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา นั่นทำให้ซูนยองค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง วางหนังสือการ์ตูนไว้ในที่ปลอดภัยแล้วตั้งท่ารับ เมื่อเสียงประตูบ้านปิดดังปังใหญ่ และเสียงตุ้บๆตั้บๆ ดังขึ้นมาตามบันไดพร้อมเสียงหอบแฮ่กๆ ปนเสียงหัวเราะคุ้นหู ซูนยองยกมือสองข้างขึ้นตั้งการ์ดอย่างระมัดระวัง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ซูนยองพร้อมแล้ว ประตูห้องเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับ-


“ซูนนนนนนนน!!!! ผมมีข่าวดีจะมาบอกกกก!!!!!!!!”


“หยุดอยู่ตรงนั้-อั่ก!!!”


ไม่เคยได้ผล สองมือที่พยายามป้องกันตนเองถูกปัดออกก่อนเจ้าของร่างสูงใหญ่จะโถมตัวเข้ากอดอย่างรุนแรงจนล้มหัวฟาดพื้นกันทั้งคู่ ดีที่พื้นห้องเป็นพรม ไม่อย่างนั้นได้ตายหมู่แน่นอน ซูนยองพยายามจะดันหัวน้องชายออกแต่ก็ไม่สำเร็จ ไอ้อาการกระโดดกอดแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติก็จริง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะคึกกว่าครั้งอื่นๆ ทำให้ซูนยองแปลกใจ แล้วยังบอกว่ามีข่าวดีอะไรนั่นอีก


“มินกยู มินกยูใจเย็น ปล่อยก่อน มีอะไร ข่าวดีอะไร?”


มินกยูที่ถูกดันออกยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วทำหน้าตาลิงโลดใส่จนซูนยองเริ่มหวาดๆ เพราะมินกยูน่ะประหลาดๆ ไม่รู้ข่าวดีของน้องจะเป็นข่าวร้ายของพี่รึเปล่า พอยันตัวลุกขึ้นนั่งตามมินกยูก็ดีดดิ้นต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะจับไหล่ซูนยองเขย่าไปมาพร้อมตะโกนเสียงดัง


“ผมผ่านเข้าทีมว่ายน้ำของโรงเรียนแล้ว!!!!”


“หะ ห๊า?????”


ที่ตกใจไม่ใช่แค่เพราะมินกยูได้เข้าทีมว่ายน้ำ แต่ไปคัดตอนไหน หรือว่า ทำไมอยู่ดีๆ จะเข้าแล้วเข้าทำไมแล้วต้องทำอะไรบ้างคำถามวิ่งวนเต็มหัวซูนยองไปหมด มินกยูยิ้มแก้มปริแล้วซุกหน้าลงกับอกพี่ชายก่อนจะดึงไปกอดแน่นอีกครั้งจนซูนยองต้องพยายามดันออกไม่อย่างงั้นได้แบนตายคาพื้นแน่ๆ


“ไหนเล่ามาตั้งแต่ต้นซิ ไปสมัครตอนไหน อะไรยังไงฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"


“ก็ช่วงหลังๆ มานี้ผมกลับบ้านสายบ้างใช่มั้ยล่ะ ผมก็เคยบอกไปแล้วว่าผมไปว่ายน้ำที่สระโรงเรียน แต่ที่ผมไม่ได้บอกก็คือผมตั้งใจซ้อมเพื่อจะได้คัดตัวเข้าทีมโรงเรียนไง! ว้าาาว ทีมโรงเรียนเนี่ยดังมากเลยนะรู้เปล่าๆ!! อีกเดี๋ยวก็จะถึงฤดูแข่งขันแล้ว แข่งกับโรงเรียนในเครือเอย แข่งในเขตเอย บางทีอาจจะแข่งระดับชาติเลยก็ได้โอ้โห! ต้องเก็บกระเป๋าแล้วล่ะจะต้องไปแข่งที่อเมริกา!-”


“หยุ๊ดดดดด ยังไม่ทันได้แข่งซักรอบเลยจะไปอเมริกาแล้วเหรอไอ้เด็กบ้า!”


“แหะๆๆ ก็มันตื่นเต้นอ่า ซูนนนน เป็นไงล่ะ เข้าทีมโรงเรียนเชียวนะทีมโรงเรียน! ทีนี้เรื่องการเรียนตกจะพอยกโทษให้ได้รึยังอ่าา"


“ไม่ได้หรอก! ต้องทำให้ดีทั้งสองอย่างนั่นแหละ! แล้วเป็นยังไงมายังไงถึงไปคัดได้ล่ะ?”


“ก็ผมอะชอบว่ายน้ำอยู่แล้ว แล้วนี่ปีสุดท้ายแล้วด้วยอะผมก็เลยอยากทำกิจกรรมดูบ้าง ซ้อมตั้งหลายเดือนแน่ะ! คัดเมื่อวานน่ะแล้วก็ประกาศวันนี้ โอ๊ยตื่นเต้นอะซูนนนนน"


“แล้วต้องทำอะไรบ้างล่ะ? แล้วแข่งอะไรบ้าง เมื่อไหร่?”


“งานที่ใกล้ที่สุดน่าจะเป็นแข่งกับโรงเรียนในเครือเดือนหน้าอะ หลังจากนี้ก็ต้องซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียน อ่า อาจจะกลับบ้านช้าหน่อยนะฮะ"


“อ่า งั้นเหรอ..”


“ซูนนน ซูนดีใจกับผมมั้ย?”


“ดีใจสิดีใจ เก่งเหมือนกันนะนาย ฉันคิดว่าว่ายเป็นแต่ท่าลูกหมาตกน้ำซะอีก"


“ซูน!!!! ผมนี่โปรท่าผีเสื้อเลยนะบอกไว้ก่อน ถึงได้อกผายไหล่ผึ่งแบบนี้ไง หน็อย ดูถูกเหรอดูถูก มานี่เดี๋ยวให้ดูว่าหุ่นดีแค่ไหน-”


“เห้ยๆๆ ไม่ต้องๆ มินกยูไม่ต้องงง โอ๊ยยยย"


ซูนยองรีบโบกมือไปมาหวังจะห้ามแต่ก็ไม่ทัน มินกยูคว้าหัวพี่ชายมากดจมอกแล้วพลิกตัวนอนหงาย พอได้ยิินเสียงโวยวายอู้อี้พร้อมกับร่างที่ดิ้นกระแด่วๆ อยู่บนตัวก็ระเบิดหัวเราะเสียงดัง วันนี้เป็นวันที่มินกยูมีความสุขแทบจะที่สุดเลยก็ว่าได้ เขาตั้งใจพยายามมานานกับการว่ายน้ำและหวังว่าข่าวดีในครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงอะไรๆ หลายอย่างได้


“ฮื่อออออออ่อยยยยยไอ่อินอูอ่อยยยย"


“ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ยซูนนน ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยแต่ซูนตัวเล๊กกเล็กนะเนี่ย เป็นตัวเล็กแทนผมแล้วม้างงง"


“ไออัวเอ็ก!!! ไอ่อิน- ไอ้มินกยู!! ฉันก็ตัวพอๆ กับนายแต่นายมันบ้าพลังกว่าฉันแค่นั้นเองไอ้น้องบ้า! จมูกบี้หมดแล้ว!!!”


หลังจากนั้นซูนยองก็รู้สึกเหมือนกลับไปช่วงที่มินกยูซ้อมละครแต่หนักกว่าเดิม นอกจากตอนเย็นไม่ค่อยกลับมากินข้าวที่บ้านแล้วน้องชายขยันหนักถึงขนาดตอนเช้าก็ไปโรงเรียนตั้งแต่หกโมงเพื่อไปซ้อมอีก ยังดีที่ซูนยองไม่มีเรียนแล้วไม่อย่างนั้นคงได้ไปสายแน่นอนเพราะขาดนาฬิกาปลุก แถมมินกยูยังเหนื่อยหนักชนิดที่ว่ากลับมาบ้านแทบจะหลับเป็นตายน้ำไม่ยอมอาบ อ้างว่าอาบมาจากที่โรงเรียนแล้ว ข้าวก็กินมาแล้วอีก ซูนยองทั้งเหงาทั้งเหี่ยวเพราะแทบไม่ได้คุยเล่นกับน้องเลยจนกระทั่งวันหนึ่งมินกยูกลับมาบ้านเร็วกว่าปกติเล็กน้อยพร้อมสีหน้าไม่ค่อยดี ถามก็ไม่ยอมตอบแต่ซูนยองก็ซักจนในที่สุดรู้ว่าว่ายน้ำหนักเกินจนปวดสะบัก เท่านั้นแหละ ซูนยองแทบกระโดดตบหัวน้องชายหลุดกระเด็น


“ทำไมหักโหมแบบนี้!!! ฉันเตือนนายแล้วใช่มั้ย? ทำไมไม่ฟังกันเลย!”


“ขอโทษครับ..” แต่เห็นหน้าหงอยๆ ของน้องชายแล้วซูนยองก็ทนดุต่อได้ไม่นาน ถึงจะอยากดุมากก็เถอะ


“เอ้า ถอดเสื้อออกแล้วไปนอนรอบนเตียงซะ" จบประโยคน้องชายตัวโตก็เบิกตากว้างแล้วยกมือขึ้นปิดปากอย่างโอเวอร์


“ซะ ซูน คนบ้า! ขอกันแบบนี้เลย-”


“ว้อย!!! อะไร!!? ฉันจะทายาให้! ไปนอน!!!”


โดนสั่งแบบนี้มีเหรอจะขัดได้ มินกยูเลยถอดเสื้อแล้วลงมานอนคว่ำบนเตียงด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ สองมือกำเสื้อแน่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าพี่ชายที่มาพร้อมเสียงบ่น บ่นไปบ่นมาแล้วก็กระแทกตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆ จนมินกยูสะดุ้งโหยง พักหายใจได้ไม่นานซูนยองก็แทบจะบีบเจลยาราดทั้งหลัง ปริมาณและความเย็นที่โหดร้ายทำให้มินกยูร้องลั่นแต่ซูนยองก็หัวเราะใส่แล้วตอบกลับอย่างร้ายๆ ว่านี่คือการแก้แค้น พูดจบก็ฟาดฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนกลางหลังโดยอ้างว่าเป็นการช่วยให้ยาซึมก่อนจะเริ่มนวดไปตามแนวสะบัก พอถึงตรงนี้ค่อยสบายหน่อยมินกยูรู้สึกผ่อนคลายลงแล้วซุกหน้าลงกับหมอน


“ซ้อมเป็นไงบ้างล่ะ?”


“งืออ เหนื่อยฮะ"


“นาย.. จำเป็นต้องซ้อมทั้งเช้าทั้งเย็นเลยเหรอ? ฉันว่ามันหนักไปนะ ลดๆ ลงหน่อยเถอะ มันไม่ดีต่อร่างกายนายนะ"


“งืออ รู้แล้วครับ แต่ผมก็ทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้นี่นาผมยังอยากว่ายให้ได้ดีกว่านี้ เร็วกว่านี้ แล้วก็อึดกว่านี้"


“อืม แต่ก็อย่าลืมสุขภาพตัวเองด้วย เด็กบ้า อย่าทำให้ฉันเป็นห่วง"


“ซูน..”


หลังจากนั้นก็เงียบไปพักใหญ่ ซูนยองไม่ได้นวดเก่งอะไร แต่ก็พยายามกดๆ บีบๆ ตรงที่แข็งๆ ไปเรื่อยและนั่นก็ถือว่าพอใช้ได้ นวดไปสายตาก็ไล่มองไหล่น้องชายไป แค่ไม่กี่เดือนก่อนนี้ตอนที่เช็ดตัวให้มินกยูยังตัวไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้ ตอนนี้ตัวโตขึ้นจนซูนยองตกใจ อย่างหนึ่งคือไหล่กว้างขึ้นมาก อย่างที่สองคือกล้ามเนื้อต้นแขนและช่วงหลังที่เกร็งขึ้นเวลาซูนยองกดแรงไป มองแบบนี้แล้วก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ ก็เมื่อก่อนมินกยูเป็นเด็กค่อนข้างเหยาะแหยะไม่สู้คน แต่หุ่นแบบนี้เป็นอันธพาลยังได้เลยล่ะมั้ง แต่นิสัยน่ะคงเป็นไม่ได้หรอก ปัญญาอ่อนไป มินกยูนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายอารมณ์ หลังจากฝึกซ้อมอย่างหนักมาหลายวัน ได้นอนสบายๆ ให้พี่ชายนวดให้เป็นการผ่อนคลายชั้นดีเลยทีเดียวแต่ไม่นานเนื้อยาก็หมดลงแล้วซูนยองก็จูบขมับเขาเบาๆ เรียกให้ลุกขึ้น


“เอ้า เสร็จแล้วล่ะ"


“งืออ"


“ลุกมาใส่เสื้อผ้าก่อน แล้วถึงนอนได้ นี่อาบน้ำมาแล้วใช่มั้ย?”


“อื้อออ"


“มินกยู อย่าเพิ่งนอน ลุกมาใส่เสื้อก่อนเร็ว"


“งืออ ไม่ใส่ไม่ได้เหรอ ง่วงแล้ว"


“นี่ จะแก้ผ้านอนแบบนี้ไม่ได้นะ! ลุกมาเดี๋ยวนี้!”


“งื้อออ ซูนน หอมทีก่อน หอมทีแล้วจะลุก"


“..กี่ขวบแล้ว"


“สี่ละกันวันนี้- โอ้ย! ตีทำไมเจ็บนะ"


“ไม่หอม ลุก!”


“ไม่หอมเหรอ? ไม่หอมก็ได้ มาผมหอมเอง!!”


“เห้ยยย-”


มินกยูจากตอนแรกที่ง่วงๆ มึนๆ กำลังจะหลับพอพี่ชายไม่ยอมตามใจก็ขัดใจจนตื่นซะอย่างนั้น ตวัดแขนรวบไหล่พี่ชายกดลงบนเตียงข้างกันก่อนจะไถลตัวไปนอนทับ ซูนยองตกใจตาเหลือกเพราะนอกจากจะอยู่ในท่าที่อันตรายแล้วยังมีปัจจัยขนลุกเพิ่มมาอีกอย่างคือน้องชายตัวโตขึ้นมากแถมยังไม่ใส่เสื้อ พอจะยันอกมือไปสัมผัสเนื้อเปล่าเข้าก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัวต้องเปลี่ยนเป็นยันไหล่แทน มินกยูเห็นท่าทีพี่ชายก็หลุดยิ้มออกมาก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จนซูนยองหันหน้าหนี


“พอแล้วๆๆ เดี๋ยวฉันหอมๆ ลุกไปก่อนมันหนักกก!"


“หนักเหรอ หรือเขินผม ฮิ เขินเปล่าาาา? ผมโป๊อยู่นี่นาเนอะะ”


“เขินบ้าอะไรไอ้เด็กบ้า! มัน มันแปลกๆ เสื้อก็ไม่ใส่จับไปโดนนมเมื่อกี๊ไม่รู้สึกจึ๊กกึดึ๋ยเลยรึไง!”


“จึ๊กกึดึ๋ยอะไรเล่า ไหนลองอีกรอบสิเมื่อกี๊ไม่ทันรู้สึก"


“มินกยู!! ไม่เอา อ้าา!! ปล่อยยยยย!!!”


ซูนยองร้องเสียงหลงเมื่อน้องชายจับข้อมือเขาไว้แล้วเอามือไปละเลงกับหน้าอกตัวเอง ซูนยองร้อนวูบไปทั้งตัวแล้วพลิกตัวนอนคว่ำจะคลานหนีแต่ข้อมือก็ยังโดนจับไว้เลยไปไหนไม่ได้ มินกยูหัวเราะอย่างอดไม่อยู่เมื่อซูนยองตัวสั่นเกร็งไปหมดแล้วโวยวายเสียงดังจนเขาต้องยอมปล่อยมือแต่ก็ยังเคลื่อนตัวตามไปนอนทับอยู่ดี


“ออกไปป โอ๊ยยคิดว่าเบามากรึไง หนักกก จะแบนแล้วว"


“ก็ซูนไม่ยอมหอมผมอะ ผมนะกลับมาบ้านเหนื่อยๆ ตามใจหน่อยก็ไม่ได้"


“ฉันก็นวดให้แล้วไง!”


“นวดไม่ใช่ตามใจสักหน่อย หอมแค่ทีเดียวจะเป็นอะไรไป เชอะ! ใจร้ายจริงๆ!”


“งั้นปล่อยก่อนเดี๋ยวฉันหอม"


“ไม่ต้องแล้ว! ผมหอมเอง!!”


แล้วมินกยูก็จัดการหอมพี่ชายเข้าไปคำใหญ่จนวิญญาณแทบหลุดจากร่างก่อนจะยอมยันตัวลุกขึ้นนั่งดีๆ ทิ้งให้ซูนยองนอนนิ่งรวบรวมเศษสติอยู่สักพักค่อยลุกตามขึ้นมาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน เรี่ยวแรงหายหมด มินกยูเห็นหน้าเนือยๆ ของพี่ชายแล้วก็หัวเราะคิกคักก่อนจะดึงมากอดแน่นแล้วหอมไปอีกฟอดสองฟอด


“ฮื้ออ ไม่ได้เล่นกับซูนตั้งนาน คิดถึงจัง"


“ก็นายซ้อมหนักเองนี่"


“อืออ.. ก็ผมอยากทำให้เต็มที่อะ"


“ดีแล้วล่ะ เวลาจะทำอะไรก็ต้องตั้งใจเต็มที่แบบนี้แหละรู้มั้ย?”


“อืออ อะไรที่ผมเห็นว่าสำคัญ ผมตั้งใจจะทำล่ะก็ผมก็จะเต็มที่หมดแหละ"


“อืม ดีแล้ว เดี๋ยวฉันไปล้างมือแล้วมานอนกันดีกว่า"


“เดี๋ยวฮะ ซูน"


ซูนยองผละออกจากอ้อมกอดจะลุกไปห้องน้ำแต่มินกยูก็คว้าข้อมือไว้ พี่ชายตาปรือใกล้หลับหันมามองงงๆ น้องชายตัวโตมองกลับมาด้วยสายตาเรียบนิ่ง พอซูนยองจะใช้หลังมือข้างที่ว่างขยี้ตามินกยูก็คว้ามืออีกข้างไปจับไว้อีกจนตอนนี้กุมมือพี่ชายไว้ทั้งสองข้าง ซูนยองตาสว่างขึ้นเล็กน้อยจ้องน้องชายอย่างงุนงงจนในที่สุดมินกยูก็พูดขึ้นมาเบาๆ


“แข่งว่ายน้ำครั้งนี้ผมตั้งใจมากเลยนะฮะซูน"


“อื้อ..”


“เป็นเพราะผมอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยก็ใช่ เพราะอยากดูเจ๋งด้วยก็ส่วนหนึ่งแต่ว่า เหตุผลหนึ่งก็คือผมอยากให้ซูนภูมิใจในตัวผมด้วยนะ"


“...”


“ผมจะทำเต็มที่ ซ้อมอย่างหนักเลย แล้วก็..”


“...”


“แล้วก็ถ้าผมชนะที่หนึ่งล่ะก็ ผมขออะไรซูนอย่างหนึ่งได้มั้ยฮะ?”


“..ได้สิ อะไรดีล่ะ?”


“เอาไว้ผมชนะก่อน แล้วผมจะขอแล้วกันนะฮะ"


“อื้ม..”


“ตกลงแล้วนะ?”


“เอ่อ อื้อ"


มินกยูยิ้มบางแล้วโน้มหน้าลงไปจูบแก้มพี่ชายเบาๆ ปล่อยให้ริมฝีปากระที่ผิวเนื้อนุ่มอยู่ซักพักถึงจะผละออกมาซบหน้าลงกับไหล่ซูนยองโดยที่เจ้าตัวตัวแข็งไปเรียบร้อยแล้ว ปกติเขาจะหอมกันโดยใช้จมูกซะส่วนใหญ่ พอโดนจูบแก้มด้วยปากแบบนี้ก็แปลกๆ อยู่เหมือนกัน ผิดกับมินกยูที่ซ่อนรอยยิ้มไว้กับซอกคอคนพี่แล้วกระซิบเสียงแผ่วตามหลัง



“ขอบคุณนะครับ แล้วผมจะรอ"

Monday, 19 December 2016

Diet #minsoon

“โอ๊ะ"


ซูนยองรู้สึกหัวใจกระตุกวาบก่อนจะค่อยๆ ก้มลงมองที่มือตัวเอง ไม่จริงน่ะ ทำไมกัน ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้ ซูนยองเป็นคนระวังตัวเองพอสมควร ไม่คิดว่าจะปล่อยปละละเลยจนมาถึงในจุดๆ นี้ได้ ถึงจะเกิดกับคนอื่นตั้งมากแต่ซูนยองไม่เคยคิดว่าจะมาถึงตัวเอง เขาที่เคยเป็นนักวิ่งมาก่อน พอคิดถึงตรงนี้ก็น้ำตาแทบไหล


“ซูน เกิดอะไรขึ้น?”


มินกยูเดินงงๆ เข้ามาหาพี่ชายที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ไม่บ่อยเลยที่เขาเห็นซูนยองทำหน้าแบบนี้ แต่พอมองต่ำลงมาที่มือของซูนยองแล้วก็ต้องเบิกตากว้างและยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจแล้วค่อยๆ ทรุดถอยหลังลงไปกับกองพื้น เล่นใหญ่เหมือนตั้งใจให้ทุกบ้านในซอยข้างๆ รับรู้พร้อมแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างดราม่าที่สุดในโลก


“ซูนรูดซิปกางเกงไม่ขึ้นนนนนนนนนนนนนนนน"






“รอบเอวสามสิบเจ็ดกว่าๆ.. อ้วนใช้ได้เลย"


มินกยูมองหน้าพี่ชายด้วยสีหน้าสงสารปนเห็นใจ ซูนยองให้มือทั้งสองข้างขยำแถวเอวและหน้าท้องตัวเอง มันนิ่ม นิ่มกว่าปกติและมีเนื้อเยอะมากๆ จนแทบหากระดูกไม่เจอ ทั้งๆ ที่ปกติซูนยองถึงจะไม่ใช่คนผอมแต่ก็ไม่เคยอ้วนแท้ๆ คงเป็นเพราะข้อเท้าพลิกแล้วได้แต่นอนอยู่บนเตียงเกือบอาทิตย์แต่กินจุบกินจิบมากกว่าเดิม คิดได้ก็สำนึกเสียใจจนเกือบร้องไห้ หมดกันภาพลักษณ์พี่ซูนยองคนเท่ กลายเป็นหมูอ้วนไปซะแล้ว


“ซูนน อย่าเครียดไปเลย ลดไม่ยากหรอกฮะ นะๆ"


“ไม่ยากได้ยังไงกัน ฉัน ฉันไม่เคยมีพุงแบบนี้เลยนะ แล้วต่อไปฉันจะกินอาหารยังไง ในตู้เย็นยังมีเค้กอยู่เลย ฉันอยากกิน"


“อ่า ซูนไม่เอาๆ ไม่เศร้านะ ลืมไปแล้วเหรอผมเป็นใคร? มาเลยๆ มาออกกำลังกายกัน!! เดี๋ยวมินกยูคนนี้จะเป็นเทรนเนอร์ให้เอง!!”


“งะ งั้นเหรอ"


มินกยูยิ้มกริ่ม ซูนยองไม่เคยว่าง่ายแบบนี้มาก่อนแต่ซูนยองในตอนนี้อยู่ในสภาวะเปราะบางที่สุดและขาดความมั่นใจ ทุกๆ สองนาทีจะต้องจับพุงตัวเองแล้วทำหน้าหมดหวัง ซึ่งเป็นการง่ายมากที่มินกยูจะลุกขึ้นมาเป็นใหญ่บ้าง ถึงเหตุผลหลักคือการช่วยซูนยองให้ผอมลง สุขภาพดีขึ้น และกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม แต่เหตุผลรองคือมินกยูอยากลองเป็นผู้กุมอำนาจดูบ้าง


“เอาล่ะ! วันนี้ซูนกินให้เต็มที่เลยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะมาเริ่มโปรแกรมมินกยูเดอะฮาร์ดคอร์เทรนเนอร์โมสวอนเดอร์ฟูลพาวเวอร์เรนเจอร์มาสก์ไรดเดอร์อุลตร้าแมนกัน!!!”


“อืม.. ได้ งั้นฉันไปกินเค้กก่อนนะ"




นั่นไง อย่างที่มินกยูคิด ซูนยองไม่ล้อชื่อโปรแกรมเขาซะด้วยซ้ำ แต่เดินออกจากห้องนอนเข้าครัวไปกินเค้กแทน มินกยูเองไม่ได้รู้สึกว่าซูนยองอ้วนขึ้นเท่าไหร่ อาจจะเพราะอยู่ด้วยกันตลอดแต่พอมองดีๆ ซูนยองก็ดูตัวกลมขึ้นจริงๆ นั่นแหละ ใส่ได้แต่กางเกงยางยืดนอกนั้นต้องพับเก็บหมด ระหว่างที่พี่ชายนั่งกินเค้กด้วยสายตาเหม่อลอยปนอาลัยอาวรณ์มินกยูก็ร่างตารางการออกกำลังกายขึ้นมาคร่าวๆ ด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย คราวนี้แหละซูนยองจะต้องเป็นฝ่ายงอแงและเขาจะต้องเป็นคนได้ดุบ้าง!


“นะ เหนื่อยแล้วมินกยู"


“ไม่ได้ๆ เพิ่งวิ่งมาได้สิบนาทีเองง! วิ่งต่อปายย"


“ตะแต่ว่า ฉันเหนื่อยมากแล้วจริงๆ นะ"


“ไม่ได้ๆ เป็นแบบนี้ได้ไงเสียชื่อนักวิ่งหมดเลยย อยากเป็นหมูเหรอ"


ซูนยองกัดริมฝีปากแน่นเมื่อถูกพูดแทงใจดำ ศักดิ์ศรีความเป็นนักกีฬาเก่ามันทำให้เขาออกวิ่งต่อไป แต่ไม่ลืมหันไปส่งสายตาอาฆาตแค้นน้องชายที่ถีบจักรยานอยู่ข้างๆ อย่างสบายอารมณ์ ถึงมินกยูจะทำเพื่อช่วยเขาก็เถอะแต่หน้าตารื่นเริงเกินเหตุของอีกคนทำให้ซูนยองอดหงุดหงิดไม่ได้ หลังจากกินจนเต็มที่แล้วเมื่อวาน ตอนเช้าซูนยองถูกปลุกตั้งแต่หกโมงเพื่อออกมาวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะที่ห่างจากบ้านไปไม่ไกลนัก ด้วยความที่เป็นคนตื่นสายอยู่แล้วเช้าวันนี้เลยเป็นโปรแกรมที่หนักหนาที่สุดของซูนยอง


“ซูน อ้าปากๆ กินเกลือแร่หน่อยเดี๋ยวเป็นลม"


“อืมม"


อาหารเช้าก็ไม่ได้กิน มินกยูมีแค่น้ำเกลือแร่มาป้อนเขาเป็นระยะๆ เท่านั้น พอมองนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าวิ่งมาจวนครบชั่วโมงหนึ่งแล้ว ถึงหลังๆ มานี้จะไม่ได้ออกกำลังกายนักแต่เขาก็เคยเป็นนักกีฬามาก่อน นักวิ่งด้วย เพราะงั้นไม่ถึงกับเป็นลมหรือเดี้ยง แต่ก็เหนื่อยพอควรถึงจะเป็นการวิ่งเหยาะๆ ก็เถอะ พอเจ็ดโมงครึ่งครบหนึ่งชั่วโมงพอดีมินกยูก็บอกให้หยุดได้ ถ้าไม่กลัวเสียฟอร์มซูนยองคงลงไปนอนกับพื้นแล้วแต่ตอนนี้ได้แต่โค้งตัวลงเอามือยันเข่าอย่างเหนื่อยอ่อน มินกยูลงจากจักรยานมานั่งยองๆ เช็ดหน้าพี่ชายพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน


“เก่งมากเลยครับ เอาล่ะไปกินข้าวเช้ากันดีกว่า"


“อืม แต่ แฮ่ก แป๊ปนึงได้มั้ยฉัน แฮ่ก ฉันยังเดินต่อไม่ไหว"


“ไม่ต้องเดินหรอก มาๆ ซ้อนท้ายผมดีกว่า"


“ฉะฉันอ้วนนะ แฮ่ก นายปั่นไหวเหรอ แฮ่ก"


“ไหวสิ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรถ้าเพื่อซูนผมก็ทำได้หมดแหละ ขึ้นมาเถอะครับ"


ซูนยองซบหน้าลงกับแผ่นหลังมินกยูอย่างเหนื่อยอ่อน ในมือถือขวดเกลือแร่แล้วดูดไปด้วยให้สดชื่นขึ้น ไม่น่าเชื่อว่ามินกยูจะปั่นไหวจริงๆ ทั้งที่เมื่อเช้าซูนยองชั่งน้ำหนักแล้วตัวเองยังแทบเป็นลมกับเลขเจ็ดปลายๆ แปดต้นๆ ของตัวเองอยู่เลย ไม่นานนักมินกยูก็ปั่นกลับมาถึงบ้าน ซูนยองเห็นน้องชายเดินเป๋ๆ นิดหน่อยแล้วก็ต้องหลุดขำ ท่าทางจะฝืนตัวเองจริงๆ


“กลับมากันแล้วเหรอลูก มาทานข้าวเช้ากันเร็ว"


“หูยยยยย แมมม่ แพนเค้กน่ากินจังเลยยยย"


“อ๊ะๆๆ ซูน ถอยไปๆ อันนี้ของผมต่างหากเล่า ของซูนน่ะอันนั้น"


“หา? ม่ายยยยยยยย"


ซูนยองมองแพนเค้กเจ็ดแผ่นราดน้ำผึ้งและวิปครีมในมือมินกยูตาละห้อยก่อนจะเบนสายตามามองข้าวเช้าของตัวเอง แอปเปิ้ลเขียวหนึ่งลูกกับนมหนึ่งแก้ว เขาหันไปมองแม่กะว่าจะอ้อน แต่คุณแม่ก็รู้ทันรีบเดินหนีไปเสียก่อน เพราะถึงซูนยองจะทำตัวเป็นพี่ชายคนเก่งของมินกยูตลอดเวลา แต่เวลาอยู่กับคุณแม่ก็อ้อนเก่งไม่แพ้มินกยูเลย แล้วคุณแม่ก็ต้องยอมลูกชายทุกที


“แม่ ฮืออ ผมอยากกินแพนเค้ก"


“ไม่ได้ๆ ซูนไม่ต้องอ้อนคุณแม่เลย ผมตกลงกับคุณแม่เรียบร้อยแล้ว! ต่อไปนี้ผมจะเป็นคนดูแลซูนทุกอย่าง ซูนเป็นสิทธิ์ขาดของผมเข้าใจมั้ย?”


“ไม่เอามินกยูฉันไปวิ่งมานะ ฉันหิวว"


“ไม่ได้ๆ!! กินแอปเปิ้ลกับนมไปเลย!”


“มินกยู ฉันขอคำหนึ่งนะ ไม่ป้ายวิปครีมก็ได้ นะ"


“ไม่ได้!! ถ้าซูนยังงอแงอยู่ละก็แอปเปิ้ลก็ไม่ต้องกิน ผมจะให้กินโปรตีนผงแทนดีมั้ย?”


“ม่ายยยยยยยยย"


ซูนยองแทบจะกินแอปเปิ้ลทั้งน้ำตา คอยเหล่มินกยูที่เคี้ยวแพนเค้กแก้มตุ่ยด้วยหน้าตาแช่มชื่น พอมินกยูหันมายิ้มให้ซูนยองก็รีบหันหน้าหนีอย่างรวดเร็วจนน้องชายตัวโตส่งเสียงงอแงแล้วขยับตัวมานั่งใกล้ๆ ซูนยองที่กินแอปเปิ้ลหมดแล้วปาแกนแอปเปิ้ลใส่แล้วเดินหนีขึ้นห้องนอนไปอาบน้ำ


“เอาล่ะ มาเริ่มโปรแกรมตอนเช้ากันต่อ"


“อืม"


“หลังจากกินข้าวเช้าไปชั่วโมงครึ่งน่าจะหายอิ่มแล้ว เพราะงั้นเราจะมาา~”


“อะไร"


“เล่นฮูลาฮูปปปปปป"


“หา?”


ซูนยองรู้สึกหงุดหงิด หงุดหงิดมากจนอยากทุบหัวน้องชายที่นั่งขำแล้วถ่ายวิดิโอเขาอย่างมีความสุข ซูนยองรู้สึกเหมือนหมูแอโรบิคที่ยืนส่ายเอวไปมากลางห้องนอนอย่างบ้าคลั่งเพื่อเล่นไอ้ฮูลาฮูปบ้าๆ นี่ แต่ซูนยองก็เข้าใจถึงความจำเป็นเพราะสิ่งนี้น่าจะทำให้เอวเล็กลงจริงๆ ถึงอย่างงั้นก็เถอะซูนยองไม่ชอบมันเอาซะเลย เล่นไปไม่กี่ครั้งก็หล่น ไม่กี่ครั้งก็หล่นจนโปรแกรมนี้แทบจะเป็นฮูลาฮูปผสมก้มตัวแล้วเพราะซูนยองต้องเก็บเจ้าห่วงนี่ทุกๆ สองนาที


“ฮ่าๆๆ ทำต่อสิฮะทำต่อ ฮ่าๆๆๆ โอ๊ยเหมือนหมูน้อยเลยน่าร้ากกก- อั่ก!!”


“เงียบปากไปซะ!!”


“ซูนเจ็บน้าาา!! ทำร้ายเทรนเนอร์แบบนี้เดี๋ยวเจอดีแน่บอกเลย!!”


ไม่นานก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน แต่สำหรับซูนยองที่เล่นฮูลาฮูปจนหัวหมุนรู้สึกเหมือนแก่ขึ้นสิบปี เดินลากขาตามน้องชายลงมาชั้นล่างก็ได้กลิ่นหอมๆ แตะจมูก หมูย่าง กลิ่นหมูย่างแน่ๆ ซูนยองตาลุกเมื่อเห็นกล่องอาหารหน้าตาคุ้นเคยจากร้านอาหารญี่ปุ่นที่สั่งทานเป็นประจำ และกลิ่นนี้ต้องเป็นข้าวหมูย่างซอสหวานของโปรดเขากับมินกยูแน่นอน ..เขากับมินกยู หรือว่า-


“อ๊ะๆๆ ถอยไปเลยๆ อันนั้นของผมนะ ของซูนน่ะอันนู้นต่างหากล่ะ"


“ม่ายยยย มินกยูไอ้เด็กผี!!!!”


ซูนยองมองจานของเขาสลับกับมินกยู เขาไม่เคยรู้สึกอยากต่อยมินกยูมากขนาดนี้มาก่อน ข้าวหน้าหมูซอสหวานแสนอร่อยไม่ใช่ของเขา แต่เป็นจานแก้วใบใหญ่ที่มีแตงกวา แครอท และแอปเปิ้ลเขียวจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม แอปเปิ้ลเขียว แอปเปิ้ลเขียวอีกแล้ว ซูนยองมองหาน้ำสลัดแต่ก็ไม่มี


“ถ้าหาน้ำสลัดอยู่ล่ะก็ไม่มีหรอก พวกนั้นแคลอรี่เยอะจะตายไป ซูนกินเปล่าๆ แบบนั้นแหละ เร็วเข้าจะได้รีบๆ ย่อยแล้วเข้าโปรแกรมช่วงบ่ายกัน"


“ฉันเกลียดนาย"


“ขอบคุณครับ รักซูนเหมือนกัน"


“ฉันบอกว่าฉันเกลียดนาย! ไอ้เด็กหมา!”


“ผมรู้ว่าซูนหมายความว่ารักผมครับ พี่หมู"


“คิมมินกยู!!!!”


มินกยูปล่อยให้ซูนยองย่อยหนึ่งชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้ให้นั่งๆ นอนๆ น้องชายตัวโตลากพี่ออกมาเดินเล่นในซอยทั้งๆ ที่คนเป็นพี่แทบจะขาลากอยู่แล้ว พอครบหนึ่งชั่วโมงก็พากลับมาบ้าน ซูนยองทรุดลงนอนกับพื้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องนอน โปรแกรมของมินกยูนี่มันฮาร์ดคอร์จริงๆ ซะด้วย ถึงจะรู้ว่าน้องชายพยายามช่วยก็เถอะ


“เอาล่ะ เหมือนว่าปัญหาหลักของพี่ตอนนี้คือพุงกับต้นขาที่นิ่มมาก- โปรแกรมของเทรนเนอร์มินกยูจะเน้นที่สองจุดนั้นนะครับบบ"


“อืม..”


“อย่าเพิ่งเหนื่อยสินี่วันแรกเอง อ่ะ บ่ายนี้เราจะมาซิทอัพกับวิดพื้นกันนะครับ!”


“หื่อออ ฉันล่ะเกลียดที่สุดเลย ให้ฉันไปวิ่งต่อยังดีกว่า"


“ไม่ได้ๆ นี่ไฮไลท์เลยนะไฮไลท์ เอาให้เลือกว่าจะทำอะไรก่อน"


“ไม่อยากทำทั้งสองอย่างเลย เล่นฮูลาฮูปต่อก็ได้นะ"


“ไม่! พูดไม่รู้เรื่องเหรอ นี่แน่ะ!!”


“ย๊ากกก"


มินกยูผลักซูนยองลงนอนกับพื้นอย่างรวดเร็วแล้วจับขาทั้งสองข้างให้ชันขึ้นเตรียมให้ซิทอัพ แต่ซูนยองยังนอนนิ่งๆ ทำใจอยู่ไม่ยอมเริ่มสักทีจนมินกยูต้องหาวิธีใหม่ มินกยูหยิบอาวุธลับออกมาจากกระเป๋า แกะ แล้วหยิบแท่งหนึ่งใส่ปากตัวเอง แอบนึกยิ้มกระหยิ่มในใจในแผนการสุดล้ำเลิศของตัวเอง


“ซูนน ถ้าซูนยอมซิทอัพนะ ผมจะให้กินป๊อกกี้แหละ!”


“หืม??”


“ครั้งละคำ ดีมั้ยครับ?”


ซูนยองตาโตเมื่อเห็นป๊อกกี้รสชอคโกแลตของโปรดยื่นออกมาจากปากน้องชาย ถึงจะเริ่มรู้สึกถึงอันตรายแต่เป็นเพราะขาดน้ำตาลหรือเมาน้ำย่อยมากถึงได้พยักหน้ารัวๆ สอดมือเข้าใต้หัวอย่างเชื่อฟังแล้วค่อยๆ ยกตัวเองขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก ซูนยองกำลังขาดีมากก็จริงแต่ช่วงบนค่อนข้างอ่อนแอโดยเฉพาะกล้ามท้องที่ไม่เคยมีเท่าไหร่ แถมช่วงนี้ยังมีพุงอีก มินกยูเห็นพี่ชายฮึดฮัดอยู่บนพื้นก็สงสารบอกแค่ให้ลอยจากพื้นมาครึ่งทางก็นับหนึ่งครั้งได้ ไม่ต้องขึ้นมาถึงข้างบนแล้วยื่นหน้าลงไปหาให้ซูนยองงับป๊อกกี้ทีละนิด และคอยถอยออกเมื่อซูนยองพยายามจะงับคำใหญ่ขึ้น ไม่นานป๊อกกี้ก็ชิ้นเล็กลงเรื่อยๆ จนโผล่ออกมาจากปากน้องชายไม่ถึงห้าเซนติเมตร


“นายกินที่เหลือสิ แล้วเปลี่ยนแท่งใหม่"


“ไม่อะ ถ้าซูนไม่กินแท่งนี้ให้หมด ผมก็ไม่เปลี่ยน ซูนก็กินแค่แท่งเดียวแล้วกัน"


“มินกยู มันเหลือแท่งนิดเดียวเอง"


“แต่ก็ยังเหลือนี่ฮะ"


“มันโผล่มาแค่นั้นจะให้ฉันจูบนายรึไง!”


พูดจบซูนยองก็ตกใจเอง ต่างจากมินกยูที่ยิ้มนิดๆ แล้วโน้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก กลายเป็นพี่ชายตัวกลมแทนที่เลิ่กลั่กที่ถูกกดขาไว้กับพื้นจนขยับไปไหนไม่ได้ มินกยูก้มหน้าลงมาจนปลายป๊อกกี้ห่างจากริมฝีปากซูนยองเพียงเล็กน้อย ลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดใบหน้าทำให้ซูนยองเหมือนได้ยินเสียงรถหวอในหัว อันตราย อันตรายเกินไปแล้ว


“กินเร็วสิครับ"


“เอ่อ..”


“เร็วครับ บ่ายนี้ซูนต้องซิทอัพร้อยครั้ง วิดพื้นร้อยครั้งนะครับ ถ้าไม่ครบผมไม่ให้กินข้าวเย็น"


“ทำไมถึงโหดแบบนี้นะ ไอ้เด็กบ้า!”


“เพื่อตัวซูนเองน้า เอากินเร็วครับ"


ซูนยองชักสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ยืดตัวขึ้นไปงับป๊อกกี้ไว้ คิดว่าจะดึงขนมออกจากปากอีกฝ่ายแต่มินกยูดันงับไว้ไม่ปล่อยจนซูนยองที่เริ่มเมื่อยหงายหลังกลับลงมานอน แต่ที่ทำให้ซูนยองตกใจจนตาโตคือมินกยูเองก็เคลื่อนตัวตามลงมาพร้อมขนมในปากจนริมฝีปากเฉียดกันไปเล็กน้อย ซูนยองตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกจ้องในระยะประชิดแบบนี้ ไม่กี่วินาทีมินกยูก็ปล่อยขนมออกจากปาก ยิ้มเล็กน้อยแล้วยืดตัวกลับขึ้นไปทิ้งให้ซูนยองคาบแท่งป๊อกกี้ไว้นิ่งอย่างอึ้งๆ


“เอ้าๆ รีบทานรีบซิทอัพต่อคร้าบบ แท่งใหม่มาแล้วว ถ้าไม่ถึงร้อยครั้งอย่าหวังจะได้กินข้าวเย็นนะหมูซูนนนน"


“ว่าใครหมู ไอ้เด็กบ้า!!”

หลังจากนั้นทั้งบ่ายมินกยูก็สั่งให้ซูนยองซิทอัพและวิดพื้นอย่างโหดร้ายและเลือดเย็นจนซูนยองเหงื่อท่วมตัว แอร์ก็ไม่ให้เปิดอีกด้วย พอซูนยองจะขอหยุดมินกยูก็จิ้มเข้าที่พุงแรงๆ จนซูนยองต้องกัดฟันฮึดสู้ต่อ พอถึงเวลาห้าโมงเย็นมินกยูก็อนุญาตให้ซูนยองพักได้ถึงแม้ว่าจะซิทอัพไปร้อยครั้งและวิดพื้นไปแค่ห้าสิบกว่าครั้งเท่านั้น มินกยูแค่ขู่ไปอย่างนั้นเอง ซูนยองไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อนทำได้แค่นี้ก้ถือว่าเก่งมากแล้ว ได้เวลาอาหารอีกครั้งแต่พอซูนยองเห็นชามสลัดของตัวเองก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก


“ซูนน อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ มาทานข้าวเถอะครับ ยังมีโปรแกรมตอนดึกรออยู่"


“ยังมีอีกเหรอ??? พอก่อนเถอะฉันไม่ไหวแล้ว"


“ไม่ได้น้า หมูซูนน อยากเป็นหมูเหรอ หมู หมูๆๆๆ หมู"


“พอ!!”


ซูนยองหยิบมะเขือเทศเชอร์รี่เข้าปากทีละลูก สายตาจ้องมองข้าวหน้าเนื้อในชามของน้องชายตาละห้อย ขนาดน้ำของเขายังเป็นน้ำส้มเลย วันนี้ทั้งวันเขากินแต่ผัก แค่คิดว่าอีกอาทิตย์สองอาทิตย์เขาจะต้องอยู่อย่างนี้ไปตลอดก็ท้อแท้แล้ว มินกยูเหลือบมองพี่ชายที่ฟุบลงกับโต๊ะกินข้าวแล้วก็ถอนหายใจยาว เขาชอบแกล้งซูนยองก็จริง แต่ไม่ได้อยากเห็นอีกฝ่ายหงอยแบบนี้สักหน่อย


“ซูนน ไม่กินข้าวเหรอ?”


“นี่มันมีแต่ผัก.. เรียกว่าข้าวไม่ได้ด้วยซ้ำ..”


“อ่า..”


“มินกยู"


“หืม?”


“ฉันอ้วนแล้วน่าเกลียดมากรึเปล่า"


“หา?”


“เป็นหมูแล้วน่าเกลียดมากมั้ย ฉันเหนื่อย ถ้าจะไม่เป็นหมูแล้วต้องอยู่แบบนี้ไปอีกหลายวันฉันไม่รู้ว่าฉันจะอยากทำรึเปล่า วันนี้ฉันไม่มีความสุขเลยมินกยู..”


มินกยูตกใจที่หันไปเห็นพี่ชายทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาแทบไม่เคยเห็นพี่ชายร้องไห้เลยและเขาไม่อยากเป็นสาเหตุนั้น ซูนยองเป็นคนชอบกิน และกินเยอะโดยเฉพาะพวกขนมและโปรตีนทั้งเนื้อทั้งหมูแถมยังไม่ค่อยชอบออกกำลังกายด้วย นอกจากวิ่งระยะสั้น เพราะงั้นวันนี้คงจะหนักหนาสำหรับพี่ชายของเขาพอควร มินกยูนึกโทษตัวเองที่มัวแต่อยากเล่นโดยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของซูนยอง คงจะทั้งเหนื่อยที่ออกกำลังกาย หิวที่ไม่ได้กินอาหารอร่อยๆ เหมือนที่ชอบกิน แล้วก็คงไม่มั่นใจในรูปร่างตัวเองด้วย มินกยูถอนหายใจ โอบตัวพี่ชายเข้ามากอดแน่นแล้วซบหน้าลงกับไหล่ที่ช่วงนี้นุ่มนิ่มเป็นพิเศษ


“ซูนน ซูนไม่มีวันน่าเกลียดหรอก สำหรับผมแล้วซูนน่ารักเสมอแหละ"


“ฉันไม่ชอบคำว่าน่ารักเวลาใช้กับฉัน"


“รู้แล้วคร้าบ ฮ่าๆๆ หล่อก็ได้ หล่อ"


“นายพูดไปอย่างนั้นเอง"


“ง่า แต่มันจริงนะ ซูนไม่น่าเกลียดหรอกครับ แล้วที่ผมให้ซูนออกกำลังกาย คุมอาหารก็ไม่ใช่เพราะซูนน่าเกลียดน้า"


“...”


“แต่ว่าซูนอ้วน- เอ่อ น้ำหนักขึ้นเพราะขนมซะเยอะ ผมว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพผมก็เลยอยากให้ซูนสุขภาพดีขึ้นแค่นั้นเอง เดี๋ยวถ้างานที่มหาลัยซูนเยอะอีกซูนก็จะนั่งกินขนมตัวติดโต๊ะทั้งวันอีกอ่า"


“อืม..”


“ก็เลยให้ออกกำลังกายแบบนี้ไง แต่ว่าผมอาจจะให้ซูนออกหนักไปหน่อย ขอโทษนะครับ"


“ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันอ่อนแอไปหน่อยเองแหละ"


“ง่า ไม่หรอก ผมจัดตารางโหดไปจริงๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลดให้แล้วกันน้า แล้วก็ขอโทษที่เรียกว่าหมูๆๆ ตลอดวันเลย.. จริงๆ แล้วซูนไม่ได้อ้วนขนาดนั้นหรอก"


“อืม"


“แต่ว่า ถึงจะอ้วนเป็นหมู ก็เป็นหมูที่ผมรักที่สุดเลย น้า"


พูดจบมินกยูก็กดปลายจมูกลงบนแก้มพี่ชายแรงๆ แล้วหอมเข้าฟอดใหญ่ ซูนยองหันมามองหน้ามินกยูแล้วยิ้มน้อยๆ เพราะอยู่ด้วยกันมานานทำให้ทั้งคู่รู้ว่าเวลาอีกคนเสียใจจะต้องปลอบแบบไหน ซูนยองเอนหัวลงซบมินกยูคืนแล้วจูบลงกับกลุ่มผมนิ่มเบาๆ น้องชายตัวโตเหลือบมองสลัดผักไม่มีน้ำสลัดในชามพี่ชายแล้วก็ถอนหายใจ ถ้าเป็นเขาเองก็คงไม่อยากกินเหมือนกัน ดีนะที่ว่ายน้ำมากเลยไม่เคยอ้วน คุณแม่เตรียมอาหารสุดโหดแบบนี้ไว้ให้ตามที่มินกยูขอแล้วหายเข้ากลีบเมฆไปเพื่อกันซูนยองงอแง


“ซูน"


“หื้ม?”


“จริงๆ แล้วกินแต่ผักก็ไม่ดีหรอก มันจะไม่มีอะไรไปสร้างกล้ามเนื้อเอาน่ะสิ"


“อืมม"


“มา ผมให้ชิมเนื้อคำนึงก็ได้"


“หื้มม?”


ซูนยองตาเป็นประกายเมื่อน้องชายผละออกไปแล้วตักเนื้อจากชามตนเองขึ้นมาชิ้นหนึ่ง พี่ชายตัวกลมจ้องพุงตัวเองสลับกับเนื้อก้อนเล็กที่ค่อยๆ ยื่นมาตรงหน้า มินกยูยิ้มน้อยๆ แล้วดึงมือพี่ชายที่ดูไม่ค่อยมั่นใจไปกุม


“ไม่เป็นไรหรอก เนื้อชิ้นเดียวเองฮะ อ่ะ อ้ามม"


“ไม่ต้องมาอ้ามเลย"


“อ้าปากกก"


“ฮึ่ย อั้ม! ฮืออ อร่อยย"


มินกยูมองพี่ชายที่เคี้ยวเนื้อด้วยสีหน้าปลื้มปิติแล้วหยิบผักสลัดกินต่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แค่นี้ซูนยองก็คงพอมีกำลังใจจะสู้ต่อแล้ว ถึงเขาจะชอบแกล้งพี่ชายโดยให้ออกกำลังกายหนักๆ ก็จริง แต่สิ่งที่เขารักที่สุดคือรอยยิ้มแบบนี้นี่แหละ อีกสองอาทิตย์ หรือจนกว่าซูนยองจะผอมลงอาจจะหนักหน่อย แต่มินกยูจะลดหย่อนลง ให้กินขนมบ้าง เพราะสุขภาพคือสิ่งสำคัญก็จริงแต่สำหรับเขาแล้ว ความสุขของซูนยองสำคัญที่สุด


“มินกยู ขออีกคำได้มั้ย?”



“ไม่ได้!”