Tuesday, 3 January 2017

Heart Attack #minsoon

ซูนยองกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ตัวเขาอยากจะให้เวลามันวาร์ปไปตอนเย็นเลย ตอนที่มินกยูออกไปฉลองกับทีมว่ายน้ำแล้ว ปล่อยให้เขานั่งเครียดเป็นบ้าอยู่คนเดียวก็ได้แต่อย่างน้อยก็จะได้ค่อยๆ นั่งครุ่่นคิดทีละอย่าง แต่ชีวิตมันไม่ง่ายเหมือนในการ์ตูนที่เขาชอบอ่าน และน้องชายตัวโตนี่ก็กำลังทำให้มันยากขึ้นไปอีก ปกติแล้วมินกยูจะรู้ทันทีเมื่อซูนยองเริ่มอึดอัดหรือลำบากใจ และถ้าเป็นอย่างนั้นคนตรงหน้าก็ควรจะขยับออกไปได้แล้ว แต่มินกยูยังอยู่ที่เดิม นั่งหันข้างมาหาเขาบนเบาะโซฟาที่ชิดกันจนซูนยองอยากจะถอยหนีให้มีที่ให้หายใจหน่อย แต่ก็ทำไม่ได้ในเมื่อมือทั้งสองข้างของน้องชายยังประคองแก้มเขาอยู่ ท่าเดิมหลังจากจูบเมื่อครู่ พอคิดถึงตรงนี้ซูนยองก็รีบหันหน้าหนีอย่างรวดเร็วจนมินกยูต้องละมือออกไปเอง


“ซูน ผมรู้ว่าตอนนี้ซูนคงลำบากใจมากเลย แต่ว่า ถ้าผมไม่ทำแบบนี้เราคงจะอึดอัดกันไปอีกนาน จริงมั้ยครับ?”


“...” ซูนยองหัวตื้อไปหมดจนตอบอะไรไม่ออก มินกยูถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวกลับไปนั่งบนโซฟาดีๆ


“ที่ผมจูบซูนเมื่อกี๊ เพราะผมอยากจะให้มันชัดเจน ว่าความรู้สึกที่ผมมีให้ซูนมันคืออะไรกันแน่ กอดกัน หอมกัน นอนด้วยกันน่ะก็อาจจะเป็นพี่น้องได้ ใช่ ที่ผมหวงซูนก็อาจจะเป็นน้องชายที่หวงพี่ชายมากเกินไป ก็เป็นไปได้ ก็ชีวิตนี้ผมมีแค่ซูนคนเดียวมาตั้งหลายปี ไม่แปลกที่ผมจะรู้สึกกับซูนมากขนาดนี้ เพราะงั้นผมก็เลยคิดว่า แล้วผมต้องทำยังไงถึงจะแน่ใจว่าความรู้สึกของผม ว่าความรักของผมมันเป็นแบบไหนกันแน่ ผมก็เลยลองคิดดูว่าอะไรที่แตกต่างจากน้องชายกับ กับแฟน ซึ่งนั่นก็คือการจูบ"


“ละ แล้วนาย ได้คำตอบแล้วสินะ"


“อื้ม ซูนอยากจะรู้คำตอบของผมมั้ยล่ะครับ?”


“ฉัน..”


“ถึงซูนไม่อยากรู้ แต่ผมก็อยากบอกนะ ฮ่ะๆ ผมคิดว่าซูนมีสิทธิ์ที่จะรู้ และซูนก็น่าจะรับรู้ความรู้สึกของผมไว้"


มินกยูหันมามองพี่ชายที่ก้มหน้านิ่ง ดวงตามองทางนู้นทีทางนี้ที ไล่วนไปทั่วพื้นจนวุ่นวายดูก็รู้ว่าตอนนี้ในหัวคงคิดอะไรไปมากมายแล้ว น้องชายตัวโตยิ้มน้อยๆ อย่างน้อยซูนยองก็กำลังลังเล นั่นหมายความว่าอย่างน้อยซูนยองไม่ได้รังเกียจสัมผัสของเขาเสียทีเดียว และนั่นน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี มินกยูท้าวแขนลงบนพนักพิงฝั่งซูนยองแล้วโน้มตัวเข้าไปหาจนริมฝีปากยื่นเข้าไปคลอเคลียแถวริมใบหูจนเจ้าตัวสะดุ้งโหยง


“มะ มินกยู"


“ผม ผมชอบนะครับ จูบของเราเมื่อกี๊น่ะ แบบนี้เรียกว่าผมรักซูนมากกว่าพี่ชายได้รึเปล่านะ?"


“!!”


ซูนยองเบิกตากว้างแล้วรีบหันขวับไปมอง แต่การทำอย่างนั้นทำให้ปลายจมูกเฉี่ยวริมฝีปากน้องชายที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้และยิ่งทำให้ตัวเองตกใจเข้าไปใหญ่ มินกยูยิ้มกริ่มกับปฏิกิริยาของซูนยอง ท่าทางลุกลี้ลุกลนแบบนั้นเขาจะขอแอบหวังให้มันหมายความว่าซูนยองกำลังประหม่าได้มั้ยนะ แขนขวายกจากที่ท้าวเก้าอี้ลงมาโอบที่เอวพี่ชายแล้วรั้งให้เข้ามาหาตัวจนคนโดนกอดแทบช็อคตายเมื่อระยะห่างค่อยๆ ใกล้ขึ้นอีก มินกยูไล่สายตาจากดวงตาเรียวรีที่ตื่นตระหนกของพี่ชาย ลงมาที่ริมฝีปากที่เขาเพิ่งสัมผัสเมื่อครู่ ความรู้สึกนุ่มหยุ่นนั้นยังติดอยู่ที่ปากของเขาอยู่เลย


“ซูน ผมจะทำยังไงดี"


“มะ มินกยู"


“ผมไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองจะรู้สึกอะไรแบบนี้ได้ แต่พอได้จูบครั้งนึง ผมก็เหมือนจะหยุดไม่ได้เลย"


“หะ เห้ย!!”


ซูนยองสติกลับเข้าร่างเมื่อน้องชายทำท่าจะโน้มหน้าลงมาจูบอีกครั้งจริงๆ มือขวายกขึ้นตบที่ปากอีกฝ่ายแรงๆ แล้วมือซ้ายจับโต๊ะกลางห้องเป็นหลัก สไลด์จากใต้วงแขนมินกยูออกมาตั้งหลักบนพื้นได้อย่างสวยงาม ปล่อยให้น้องชายที่น่าสงสารนอนจมกองหมอนอยู่บนโซฟาคนเดียวก่อนจะหันหน้ามาหาเขาแล้วดีดดิ้นไปมาด้วยสีหน้างอแง นั่นทำให้ซูนยองรู้สึกหายตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยมินกยูก็ยังเป็นน้องชายคนเดิมของเขา


“ฮืออ ซูนตบปากผมทำไม เจ็บนะ เจ็บบ เจ็บที่สุดเลย ปากจะแตกมั้ยเนี่ย ฮื้ออ"


“ไม่ต้องมางอแงเลย ก็เล่นอะไรของนายเล่า"


“ผมไม่ได้เล่นซักหน่อย ก็ผมอยากจูบจริงๆ อะ นะนะซูนนะ ขอจูบอีกนะ"


“มะ ไม่ได้!!”


“ทำไมล่ะ.. ซูนไม่ชอบเหรอ?”




ไม่ทันไรมินกยูก็กลับมาอยู่ในร่างน่ากลัวสำหรับซูนยองอีกครั้งเมื่อสีหน้างอแงหายไปกลายเป็นเรียบนิ่งใหม่ ซูนยองก้มลงมองพื้นแล้วหลับตาแน่น ถ้าให้พูดจริงๆ ก็คือเขาไม่รู้ ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น สมองมันตื้อมันตันไปหมดตั้งแต่ตอนมินกยูจับแก้มเขาแล้ว แต่ที่แน่ๆ คือมันแปลก แปลกมากแล้วก็เป็นความรู้สึกที่ไม่สบายใจเอาเสียเลย มันกระวนกระวาย จนตอนนี้ในหัวมันปั่นป่วนไปหมด ในอกก็ด้วย มินกยูนอนนิ่งๆ รอให้พี่ชายตอบ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้คำตอบสักทีก็เลยลุกตามลงมานั่งที่พื้นข้างๆ กันโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว เขาไม่อยากจะกดดันอะไรซูนยองนักหรอก แต่ถ้าปล่อยไปแบบนี้ซูนยองจะพยายามหนีเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอนและเขาไม่ต้องการแบบนั้น บางทีก็ต้องใจร้ายกันบ้าง สองมือจับที่เอวพี่ชายแล้วออกแรงยกตัวขึ้นมาพาดบ่าทันที มินกยูเดินต่อไปไม่หยุดแม้ว่าซูนยองจะร้องโวยวายเสียงดังจนกระทั่งถึงห้องนอน น้องชายตัวโตวางพี่ชายที่กำลังหวาดกลัวสุดขีดลงบนเตียงและกระโดดลงไปคร่อมทับตาม ไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้หนีไปไหน


“มะ มินกยู ลุกไปก่อน เราไปนั่งคุยกันดีๆ นะ"


“ขอโทษครับ แต่ผมว่าถ้านั่งคุยกันวันนี้ผมคงไม่ได้คำตอบแน่ๆ ผมขออนุญาตคุยกับซูนแบบนี้แล้วกัน"


“แต่ แต่ว่า"


“ทำไมครับ? กลัวเหรอ? เราก็นอนท่านี้กันออกบ่อยนะครับ"


ซูนยองสั่นไปทั้งตัว มินกยูกลายเป็นคนอื่นที่เขาไม่รู้จัก ไม่มีรอยยิ้มเหมือนเคย ไม่ขี้เล่น ไม่งอแง และกลายเป็นคนคุมสถานการณ์แบบนี้ มินกยูไม่เคยบังคับอะไรเขาแบบนี้ และไม่เคยกดดันแบบนี้ด้วย มินกยูพยายามไม่ใจอ่อนถึงจะเห็นว่าซูนยองทำหน้าน่าสงสารแค่ไหนก็ตาม ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ต้องเล่นบทโหดแบบนี้นานและซูนยองจะยอมเปิดปากพูดไวๆ


“เอาล่ะครับ ผมขอทวนคำถาม ซูนรู้สึกยังไงตอนที่ผมจูบเมื่อกี๊ครับ?”


“...” ซูนยองนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แต่การที่หลบสายตาและเอาแต่มองมือตัวเองทำให้มินกยูเริ่มอารมณ์กรุ่นๆ เล็กน้อย


“ยากไปเหรอครับ? งั้นผมเปลี่ยนคำถาม เกลียดรึเปล่า?”


“หะ หา?”


“เกลียดมั้ย ที่ผมจูบเมื่อกี๊ รังเกียจรึเปล่า รังเกียจที่ผมจูบ รังเกียจที่ผมเป็นผู้ชาย รังเกียจที่ผมเป็นน้องชายของพี่ แต่จูบพี่ รังเกียจรึเปล่า?”


“มะ ไม่ ฉันไม่รังเกียจ ไม่เคยรังเกียจนายมินกยู ไม่เคยเลย"


“..ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้น ชอบมั้ย?”


“...”


“โอเค ผมถามใหม่ งั้นซูนลองอธิบายหน่อยได้มั้ยฮะ ว่าตอนที่ผมจูบ รู้สึกอะไรบ้าง ได้มั้ยครับ?”


“...”


“ขอร้องล่ะครับ พูดกับผมหน่อยเถอะ อะไรก็ได้"


ซูนยองเงยหน้าขึ้นสบตาน้องชายทันทีเมื่อน้ำเสียงอีกฝ่ายเปลี่ยนไป มินกยูในตอนนี้ดูเหนื่อยและเศร้านิดๆ จนซูนยองรู้สึกผิด เพราะงั้นซูนยองเลยหลับตาลงแล้วนึกถึงตอนที่จูบกันอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากแตะเรื่องนี้ พยายามจะเลี่ยงมาตลอด แต่ถ้าการทำแบบนั้นทำให้มินกยูเจ็บ เขาก็จะยอมเผชิญหน้ากับมัน ซูนยองยกมือขึ้นจับแก้มน้องชายไว้ทั้งสองข้างและพูดออกมาเสียงเบาทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่


“ฉัน ฉันไม่แน่ใจว่าจะเรียกมันว่าอะไรมินกยู แต่ มันตีกันมั่วไปหมดเลย ฉันตื่นเต้น แล้วฉันก็กลัว ฉันไม่มั่นใจ แล้วฉันก็รู้สึกแปลกๆ ฉันขอโทษที่ชัดเจนไม่ได้มากกว่านี้แต่ฉัน ฉันไม่รู้จริงๆ แต่ฉันมั่นใจอย่างนึงนะมินกยู ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ได้เกลียดมัน"


“ขอบคุณครับที่ตอบผม"


“อะ อื้ม"


“งั้น ซูนครับ ผมขอจูบซูนอีกซักครั้งได้มั้ย?”


“หะ หา?” ซูนยองลืมตาขึ้นมาอย่างตกใจและพบว่ามินกยูขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกครั้งแล้ว แถมยังยิ้มกริ่มอยู่อีกด้วย


“นะครับ เผื่อความรู้สึกของซูนจะชัดเจนขึ้น ให้ผมจูบซูนอีกนะ"


“อะ ตะแต่ว่า"


“นะครับ ผมปล่อยให้มันคลุมเครือแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เรามาทำให้มันชัดเจนกันดีกว่านะครับ"


“มะ มินกยู"


“นะครับ"


“อ่ะ อื้ออ"


ไม่รอคำตอบ มินกยูเอียงหัวไปทางขวาเล็กน้อยแล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากของพี่ชายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกันเพราะมินกยูมั่นใจในความรู้สึกตนเองแล้ว ริมฝีปากอุ่นบดเบียดปากของพี่ชายไปมาอย่างเชื่องช้า มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าพี่ชายไว้แล้วใช้นิ้วโป้งไล้ไปตามพวงแก้มนิ่ม มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้ศีรษะแล้วดึงเข้าหาตัวให้รับจูบได้แนบแน่นมากขึ้น มินกยูผละออกเล็กน้อยเพื่อสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะก้มลงไปจูบซูนยองอีกครั้ง ครั้งนี้น้องชายตัวโตไม่สามารถห้ามตัวเองได้ ลิ้นอุ่นๆ ลากผ่านริมฝีปากล่างของพี่ชายช้าๆ ดูดดึงเล็กน้อยก่อนจะสอดเข้าไปภายใน ซูนยองตกใจก็ตกใจ แต่ก็รู้สึกวูบโหวงในอกและหมุนบิดในท้องจนตัวเกร็ง นิ่งแข็งไปหมดปล่อยให้โพรงปากถูกรุกรานอย่างอ่อนโยน มินกยูไม่เคยจูบใครมาก่อน จูบแรกก็เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่นาทีก่อนนี้เอง ดังนั้นจึงไม่ได้จาบจ้วงกับพี่ชายนักแค่ไล้ไปมาในช่องปาก แล้วหยอกล้อกับลิ้นของพี่ชายเบาๆ พอให้อีกฝ่ายได้สะดุ้งก่อนจะถอนออกมา แต่แค่นั้นก็เพียงพอจะทำให้แก้มของทั้งสองแดงก่ำ และเห่อร้อนไปหมด มินกยูยกยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วก้มลงจูบซับหยาดน้ำสีใสที่เปื้อนอยู่ที่มุมปากอีกฝ่ายอย่างอ้อยอิ่ง


“อ่า อร่อยจัง มิน่าล่ะเพื่อนผมถึงชอบจูบแฟนกันนัก"


“คะ คิมมินกยู-”


“แล้ว ว่าไงบ้างครับ รู้สึกยังไงบ้าง"


“...” ซูนยองอยากจะบ้าตายเพราะเมื่อกี๊ก็หัวโล่งไปหมดจนไม่มีอะไรจะตอบน้องชายอีกแล้ว รู้อย่างเดียวคือหัวใจแทบวายตาย


“หืม ตอบไม่ได้อีกแล้วเหรอครับ งั้นเดี๋ยวผมจูบอีกรอบ-”


“มะ ไม่ต้อง!! ดะเด็กบ้า ไม่ให้แล้ว ละแล้วเมื่อกี๊ ใครอนุญาตให้นาย หะให้นาย"


“อะ เอ่อคือขอโทษครับ มะมันไปเอง แต่ว่าผมชอบนะครับ ชอบมากเลย เอ่อ ซูนชอบมั้ย"


“มะ ไม่รู้!!”


“งะ งั้นมาผมจูบอีก-”


“บอกว่าไม่ให้จูบไง! พอได้แล้ว ลุกไป!”


“แต่ผมยังไม่ได้คำตอบเลยนี่นา ซูนอะ ตอบผมก่อนสิ"


“ทำไมต้องอยากได้คำตอบขนาดนั้น ได้คำตอบไปแล้วจะทำยังไงต่อเหรอ?”


มินกยูชะงักไปเล็กน้อยในขณะที่ซูนยองพยายามปรับลมหายใจของตนเองให้กลับมาเป็นปกติ น้องชายตัวสูงมองหน้าพี่ชายด้วยสายตาอบอุ่น จากที่ปกติรักมากอยู่แล้ว ในตอนนี้มันยิ่งมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก เขาไม่แน่ใจว่าจะเรียกความรู้สึกนี้ว่าอะไร มันคงเป็นคำว่ารักคำเดิม แต่ความหมายของมันคงไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว เขาไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าความรู้สึกรักจะมีได้หลายแบบอย่างนี้ด้วย


“ผมอยากได้คำตอบ เพราะถ้าเราชอบกันทั้งคู่ หมายความว่าเราคงจะรักกันแบบ เอ่อ รักกันแบบมากกว่าพี่น้องแล้ว แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่า เราทั้งคู่ไม่โสดแล้วไงฮะ"


“อ่ะ มะไม่โสด นี่นายจะ-”


“ผมก็เคยบอกซูนแล้ว ว่าผมไม่ต้องการใครนอกจากซูน ในตอนนั้นเวลาเห็นเพื่อนอยู่กับแฟน หรือตอนที่ซูนไล่ให้ไปมีแฟนผมก็กังวลอยู่เหมือนกัน เพราะผู้หญิงเข้าหาผมก็มาก ผมเคยลองคุยอยู่หลายคนแต่ผมก็ไม่เคยชอบใครเลย ผมไม่อยากจะใช้เวลากับใครมากไปกว่าใช้เวลากับซูน เพราะงั้นผมเลยคิดว่าต่อไปผมจะต้องลำบากแน่ๆ ผมจะมีครอบครัวแบบที่ซูนบอกได้ยังไง แต่ว่า แต่ว่าถ้ามันกลายเป็นว่าคนที่ผมรักน่ะเป็นซูนได้ล่ะก็ แบบนี้มันก็ลงตัวหมดไงฮะ เหตุผลที่ผมไม่เคยรักใคร ไม่เคยอยากไปกับผู้หญิงที่ไหน ก็เพราะที่จริงแล้วผมรักซูนไง แล้วเราก็จะได้อยู่ด้วยกัน"


“...”


“ถ้าแบบนั้น จะเรียกได้ว่า ผมอยากเป็นแฟนซูนได้รึเปล่าฮะ?”


ซูนยองแทบเป็นลม อยากจะมุดลงหมอนให้หายไปซะให้ได้ สัญญาณเตือนภัยในหัวเขามันดังก้องไปหมดตั้งแต่มินกยูจูบเขาเมื่อกี๊แล้ว ตัวเขาเองมีคำตอบในใจแล้วเหมือนกัน แต่เขาไม่อยากพูดมันออกไป ในหัวของเขาหลังจากหมอกจางๆ หายไปก็มีหลายสิ่งประดังเข้ามา มันคือความกลัว เขารู้ว่าสิ่งนี้มันไม่ถูกต้อง เขากำลังจะทำผิด ผิดทั้งกับตัวเอง ผิดกับมินกยู ผิดกับแม่ของเขา และผิดกับคุณแม่ของมินกยูด้วย เขากำลังจะทำให้ชีวิตของมินกยูพัง แต่ถ้าเขาฝืนความรู้สึกของตัวเอง นั่นก็เท่ากับว่าเขาจะต้องทำร้ายมินกยูเช่นกัน ทำลายอนาคต หรือทำร้ายความรู้สึก ซูนยองไม่อยากจะทำมันทั้งคู่ เพราะงั้นตอนนี้เขากำลังสับสน สับสนแทบบ้า แต่แล้วโทรศัพท์ของมินกยูก็สั่นจากในกระเป๋ากางเกง


“อ่า ผมต้องไปแล้ว พี่ซึงชอลเรียกแล้วล่ะครับ"


“อ่า อืม..”


“ไว้คืนนี้ผมจะกลับมาคุยต่อนะครับ"


“อื้ม..”


“ซูน ผมรู้นะครับว่าซูนกังวลอะไร ผมขอร้องล่ะ คิดถึงความรู้สึกของตัวเองให้มากๆ อย่าเพิ่งเอาคนอื่นเข้ามาเกี่ยว ไม่ต้องเป็นห่วงผม ผมโตแล้ว ผมจัดการอะไรได้ มีแค่อย่างเดียวที่ผมอยากให้ซูนดูแล"


“...”


“ความรักของผม ได้โปรดดูแลความรักของผมด้วยนะครับ อย่าใจร้ายกับผมเลย"


ซูนยองกำลังจะเป็นบ้าตาย มินกยูโน้มตัวลงมาจูบเขาอีกครั้ง ครั้งนี้มินกยูแช่ค้างไว้นิ่งๆ ก่อนจะผละออกไปจนเกิดเสียง จุ๊บ เบาๆ ทำให้ซูนยองรู้สึกเหมือนแก้มลุกเป็นไฟ น้องชายตัวโตยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ซูนยองได้ค่อยๆ จัดลำดับความคิดตัวเอง นี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย แต่เขาก็เลี่ยงมันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว



เขารักมินกยู รักเหลือเกิน รักมากเกินกว่าจะทำร้ายมินกยูได้

No comments:

Post a Comment