Thursday, 2 March 2017

Sickness #minsoon

“ฉันบอกแล้วใช่มั้ย ว่าช่วงนี้อากาศเปลี่ยน"

“งืออ..”

“บอกให้ดูแลตัวเองดีๆ อย่าเล่นน้ำเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหนาว อย่านอนดึก"

“งืออ..”

“แล้วเป็นไง? ไม่สบายตัวร้อนแบบนี้น่ะ?”

“ซูน..”

“ว่ายังไง"

“คือ ปกติผมก็คงขอโทษแล้วก็สำนึกผิด แล้วครั้งนี้ก็คงจะเหมือนกันถ้าซูนก็ไม่ได้นอนป่วยอยู่ข้างผมแบบนี้"

“ฮะ ฮัดเช้ย!”

“นั่น"

ซูนยองพลิกตัวหนีแล้วซุกหน้าลงกับผ้าห่ม มันก็จริงอย่างที่น้องพูดนั่นแหละ เทศนาซะยาวเหยียดทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้ต่างกัน แต่ซูนยองน่ะไม่สบายเพราะนั่งปั่นงานจนถึงดึกๆ ดื่นๆ ต่างหากล่ะ ไม่ได้นอนกลิ้งไปกลิ้งมาเล่นเหมือนมินกยู เล่นน้ำน่ะไม่เล่นอยู่แล้ว แล้วที่ปล่อยให้ตัวเย็นบางทีก็เพราะมัวแต่ทำงานจนลืมใส่เสื้อหนาวนั่นแหละ แก้ตัวให้ตัวเองไม่ทันเสร็จดีก็รู้สึกถึงแรงกอดรัดจากด้านหลังที่ทำให้ต้องดิ้นหนี

“นี่ๆ มินกยูปล่อยนะ มากอดทำไม"

“งื้ออ แล้วทำไมจะกอดไม่ได้อะะ"

“ก็ป่วยอยู่นี่เดี๋ยวก็ติดกันหรอก!”

“..มันคงป่วยไปได้ไม่มากกว่านี้แล้วมั้งซูน ติดไปติดมาก็คงเป็นโรคเดิมอยู่ดีอะ"

มินกยูก็ถูกอีกแล้วนั่นแหละ ท่าทางสองคนจะติดหวัดตัวเดียวกันจริงๆ อาการเหมือนกันเปี๊ยบตั้งแต่ไข้สูงสามสิบแปดกว่า ปวดเมื่อยตามตัว ไม่ค่อยมีแรงแล้วก็อยากนอนตลอดเวลา อาการอื่นๆ จะมีบ้างก็อย่างจามนิดหน่อยกับปวดตา แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร เมื่อวานคุณแม่ก็ดูแลลูกชายสองคนอย่างดี แต่ปัญหาของวันนี้คือ คุณแม่ต้องไปทำงาน ซูนยองยังจำสีหน้ากังวลของแม่ตนเองได้อยู่เลย เพราะลูกสองคนเวลาป่วยแล้วงอแงอย่างกับอะไรดี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกๆ ที่ต้องปล่อยลูกป่วยของคนอยู่บ้าน ดันจะโชคร้ายมาเป็นพร้อมกันอีก ซูนยองขมวดคิ้วน้อยๆ ขณะที่มินกยูซุกหน้าลงกับซอกคอพี่ชายพร้อมรอยยิ้มบางๆ ป่วยน่ะดีจะตายไปสำหรับเขา เป็นข้ออ้างให้ได้นอนเล่นอยู่บนเตียงทั้งวันแถมยังได้กอดซูนยองไปด้วยแบบนี้ มีแต่ได้กับได้

“มินกยู"

“หื้มม"

“เดี๋ยวเราต้องลงไปอุ่นโจ๊กกินกันเองนะ คุณแม่บอกว่าวางไว้ในครัวแล้ว"

“อื้ออ"

“เดี๋ยวเรา ฮะ ฮ้าดฮ้าด ฮ้าดเช้ย! โอ้ย ขอโทษ เดี๋ยวเราลงไปสักเที่ยงๆ ละกันนะ"

“อื้ออ"

แล้วทั้งสองคนก็นอนสลบไสลกันอยู่บนเตียงจนเที่ยงกว่า มินกยูเป็นคนรู้สึกตัวตื่นก่อนเพราะความหิว พอแหงนมองนาฬิกาหลังปรึกษากระเพาะตัวเองแล้วก็ค่อยๆ เอาหน้าผากดันๆ แก้มพี่ชายแรงๆ เพื่อปลุก ดันไปดันมาก็แทบร้องไห้ด้วยความหมดหวังเพราะซูนยองเหมือนตัดสัญญาณหายไปจากโลกนี้ เมื่อไม่เหลือตัวเลือกมากนักมินกยูเลยค่อยๆ เอื้อมมือสั่นเทาขึ้นไปหยิกแก้มพี่ชายเต็มแรงจนร้องลั่น แต่อย่างน้อยในที่สุดก็ตื่นสักที ได้เวลาไปกินข้าวเที่ยงพอดี

“เกาะแน่นๆ นะมินกยู อย่าปล่อยเด็ดขาดนะ"

“ฮืออ ซูนไม่ไหวแล้ว"

“แข็งใจไว้ อีกนิดเดียว"

สองพี่น้องพาร่างกายปวกเปียกลงบันไดมาด้วยความทุลักทุเล สองมือจิกราวบันไดแน่นเมื่อพยุงตัวไว้ไม่ให้กลิ้งตกลงไป ทีแรกมินกยูเสนอให้ไหลลงบันไดเอาแต่ซูนยองคัดค้าน ถึงจะป่วยเขาก็อยากให้น้องชายมีระเบียบหน่อย ให้ล้มลุกคลุกคลานลงบันไดมันดูไม่ดีถึงจะไม่รู้ว่าทำไมก็เถอะ ในเมื่อก็ไม่มีใครอยู่บ้าน

“โจ๊ก โจ๊ก อ่า นั่นไง"

“ฮืออ ซูนนน หนังยางมัดแน่นเลย"

“ไม่เป็นไร ค่อยๆ แกะนะ มานี่มา"

ซูนยองพาน้องเดินมานั่งพักแกะโจ๊ะที่โต๊ะกินข้าวพร้อมชามสองใบ โชคยังดีที่มือไม่ได้อ่อนไปด้วยยังพอแกะได้ แต่แกะไปแกะมาหัวลงไปแนบกับโต๊ะได้ยังไงไม่รู้ มึนงงไปหมด อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาสักตัวที่คุณแม่ให้กิน หรืออาจจะเป็นไข้ ซูนยองสะบัดหัวไปมาแล้วค่อยๆ เทโจ๊กลงชามอย่างใจเย็น

“อ๊าากก โจ๊กกก ฮืออ โจ๊กก"

ซูนยองแทบอยากซึมหายลงพื้นไปเสียเดี๋ยวนั้นเมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นโจ๊กของมินกยูไหลออกจากถุงเลอะเต็มโต๊ะ แถมยังมีบางส่วนไหลลงพื้นแล้วด้วย นอกจากน้องชายจะกินไม่อิ่มแล้ว ทั้งสองยังมีงานหนักเพิ่มขึ้นที่จะต้องมาทำความสะอาด อยากจะดุก็อยากแต่เห็นสีหน้ามินกยูที่เตรียมจะเบะปากร้องงอแงแล้วก็ต้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวแบ่งโจ๊กฉันกินก็ได้ แล้วช่วยกันเช็ด มา"

มาจนถึงตอนนี้ซูนยองไม่สนใจอะไรอีกแล้ว พี่ชายคนเก่งค่อยๆ ทรุดลงคลานกับพื้นไปที่อ่างล้างจานแล้วเอื้อมมือขึ้นไปหยิบผ้าขี้ริ้วมาสองผืนกับทิชชู่อีกม้วนก่อนจะคลานกลับมาที่โต๊ะ

“เอ้า มาช่วยกันใช้ทิชชู่ซับก่อนเร็ว เหม่ออะไรอยู่"

“อ่ะ ปะเปล่าฮะ อะซับ ซับ"

“ฉันซับข้างล่างนี่แล้วกัน นายทำข้างบนนะ"

“อื้อ"

ระหว่างที่ซูนยองใช้กระดาษทิชชู่แปะๆ โจ๊กบนพื้นก็ค่อยๆ ไหลลงไปนอนตะแคงอย่างเหนื่อยอ่อน มินกยูเองก็ซบหน้าลงกับโต๊ะแล้วใช้นิ้วเขี่ยๆ ทิชชู่ไปมา ผ่านไปสักพักทั้งคู่ถึงเช็ดเสร็จแล้วนั่งกินโจ๊กบนโต๊ะอย่างเหนื่อยๆ

“ชาม-”

“เดี๋ยวแม่มาล้าง"

“อ่าา..”

“แล้วก็ มียาหลังอาหารด้วยนะอยู่นี่"

“หงื่อ..”

“ไม่ดื้อนะ กินซะดีๆ"

“ซูนอ่า.. ไม่อยากกินอะ เดี๋ยวมันก็หายเองแหละ ไม่กินนะไม่กิน"

“ไม่ได้!”

“ซูนอ่าาา"

“..ฉันไม่มีแรงมาสู้กับนายหรอกนะวันนี้"

“...”

“เอ้าๆ จะเอาอะไรก็ว่ามา ต้องทำยังไงถึงจะกินยา"

“ฮี่ งั้นถือว่ายอมแล้วนะ?”

“ก็อะไรล่ะ?”

“เดี๋ยวก่อน ยังไม่ขอ"

ซูนยองมองน้องชายกลืนยาลงคออย่างว่าง่ายด้วยสายตางุนงงปนระแวง แสดงว่าไอ้ท่าทางอิดออดไม่ยอมกินยาเมื่อกี๊ก็คงเป็นแผนเหมือนกันงั้นสินะ ซูนยองทำอะไรไม่ได้นอกจากคิดเจ็บใจที่ตัวเองหลงกลอ้อนน้องชายอีกแล้ว พอกินเสร็จสองพี่น้องก็พากันกอดคอพยุงกันขึ้นไปชั้นบนอย่างยากลำบาก ถึงเตียงก็ทิ้งตัวลงนอนกันทันที พลิกไปพลิกมาก็ได้ท่าสบายหลับปุ๋ยไปอย่างรวดเร็วทั้งคู่

บ่ายสามโมงกว่ามินกยูรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล น้องชายตัวโตนอนมึนอยู่ครู่หนึ่งก็ซุกหน้าลงกับกลุ่มผมพี่ชายที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะค่อยๆ พลิกตัวซูนยองให้หันหน้ามาหากัน ใบหน้าตอนหลับของซูนยองก็ไม่ได้หล่อเหลาอะไรนักหนาหรอก ออกจะบู้บี้สักหน่อยด้วย มินกยูแอบขำนิดหน่อยตอนที่คิ้วพี่ชายขมวดยุ่งแล้วขยับปากขมุบขมิบเพราะถูกเขาเป่าลมใส่หน้ากวน สำหรับคนอื่นซูนยองอาจไม่ใช่คนหล่อที่เห็นแล้วต้องสะดุดตา แต่สำหรับเขา ซูนยองเป็นคนที่มีสเน่ห์ มากจนเขาไม่ทันได้พิจารณาหน้าตาอีกฝ่ายจริงๆ จังๆ เพราะทุกๆ อย่างที่พี่ชายทำเขาก็ชอบไปหมดแล้ว เป็นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“จริงๆ แล้วก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย"

“ฮื่ออ"

มินกยูยิ้มน้อยๆ เมื่อซูนยองสะบัดหน้าหนีนิ้วเขาที่จิ้มๆ แถวแก้มก่อนจะเปลี่ยนมาไล้ข้อนิ้วบนผิวเนื้อนุ่มเบาๆ แทน ไม่ค่อยได้เห็นหน้าซูนยองตอนหลับมานานแล้วเหมือนกัน พอตอนกลางคืนจะนอนก็ปิดไฟเลย ตอนเช้ามาก็หงุดหงิดแทบจะถีบตกเตียงเพราะไม่ยอมตื่น ไอ้เรื่องมานั่งชื่นชมนั่งวิเคราะห์หน้าอีกฝ่ายน่ะ ไม่มีหรอก แต่ตอนนี้ยิ่งมองยิ่งเพลิน ท่าจะบ้าซะแล้วสิมินกยู

“อึก แค่ก แค่กๆ แค่ก! โอ้ย แค่กๆๆ"

“เย้ย"

“แค่กๆๆ อ่อก แค่ก!!”

นอนมองอยู่ดีๆ ซูนยองก็เกิดสำลักออกซิเจนขึ้นมา ไอจนตัวสั่น มินกยูรีบไหลลงพื้นไปหยิบแก้วน้ำข้างเตียงมาให้แล้วไหลกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ซูนยองกระดกน้ำลงคอโดยมีน้องชายพยุงให้นั่งพิงหัวเตียง กำลังนอนหลับสบายๆ แท้ๆ อยู่ดีๆ ก็เกิดสำลักอะไรสักอย่างขึ้นมาซะอย่างนั้น พอดื่มน้ำเรียบร้อยแล้วก็พยักหน้าขอบคุณน้องชาย

“ยังปวดหัวอยู่มั้ย?”

“ไม่นะฮะ ซูนล่ะ?”

“ไม่แล้วเหมือนกัน ตาล่ะ? แล้วยังเมื่อยตามตัวมั้ย?”

“ตาผมไม่ปวดแล้ว แต่ยังเมื่อยๆ เหนื่อยๆ อยู่นิดนึงฮะ"

“เอ๋ เหรอ ฉันหายเกือบหมดแล้วล่ะ ไหนมานี่ซิ"

ซูนยองยกฝ่ามือขึ้นแนบหน้าผากน้องชายข้างหนึ่ง หน้าผากตัวเองอีกข้างแล้วกลอกตาขึ้นบนระหว่างวัดอุณหภูมิ การกระทำที่ไม่รู้ตัวว่าน้องชายกำลังค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้ามาหาช้าๆ ก่อนจะดึงมือพี่ชายออกทั้งสองข้างแล้วเอาหน้าผากลงมาแนบชนกันแทน ซูนยองสะดุ้งแล้วลดสายตากลับลงมามองน้องชายที่ตอนนี้ใกล้กันจนปลายจมูกชิด

“วัดแบบใช้มือจะไปรู้เรื่องอะไรล่ะ ใช้หน้าผากชนกันแบบนี้สิรู้เรื่อง"

“แต่ฉันว่าใช้มือมันง่ายกว่า-”

“ซูน เมื่อกี๊ผมยอมกินยา ก็ขออะไรได้อย่างหนึ่งใช่มั้ย?”

“...”

“งั้นผมขอ ขอจูบอีกนะ"

“หะเห้ย นี่ ไม่สบายอยู่นะ-”

“ก็บอกแล้วว่าโรคเดียวกัน ไม่เป็นไรหรอก"

“ตะ แต่ว่า- อื้อ"

ไม่ยอมฟังพี่ชายบ่นไปมากกว่านี้มินกยูรีบแนบริมฝีปากลงไปทันที อุณหภูมิในร่างกายที่ยังไม่ลดลงดีนักทำให้โพรงปากของซูนยองอุ่นกว่าเคย มินกยูโน้มตัวลงไปมากกว่าเดิมจนอกชิดกัน สัมผัสเกินเลยที่ทำให้ซูนยองตกใจแล้วรีบยกมือขึ้นดันไหล่ไว้แต่มินกยูก็คว้าข้อมือทั้งสองข้างแล้วกดไว้กับหัวเตียงแทน คราวนี้ซูนยองตกใจจนตาเหลือกแต่ก็ต้องหลับปี๋ใหม่เมื่อมินกยูเลียที่เพดานปากเบาๆ

“ฮื่ออ"

มินกยูไม่สนใจเสียงประท้วงใดใดทั้งสิ้น มือซ้ายกระชับเอวพี่ชายเข้าหาตัวจนหงายลงไปนอนบนเตียงทั้งคู่ ซูนยองกำมือแน่นเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือน้องชายลูบอยู่ที่บั้นเอวและฟันครูดไปตามริมฝีปากตนเอง เพราะยาที่ทำให้สติไม่ค่อยอยู่กับตัว หรือเพราะพิษไข้ เพราะอุณหภูมิร่างกายที่อุ่นผิดปกติ หรือเพราะอะไรกันแน่นะ

“อ่ะ พะพอก่อน"

กว่าจะให้พักหายใจหายคอซูนยองก็แทบละลายหายไปกับผ้าปูเตียง มินกยูยิ้มเหนื่อยๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนซบอกพี่ชายอย่างออดอ้อน ยิ่งได้ใจเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือที่ลูบอยู่ที่หัว ซูนยองใจหายใจคว่ำกับน้องชายที่อยู่ๆ ก็รุกจูบแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ เพราะปกติมินกยูเป็นคนติดกอดติดหอมอยู่แล้ว นี่ก็แค่พัฒนารุนแรงขึ้นเฉยๆ

“ซูนนน"

“หืม"

“ชอบจังเลยอะ"

“ชอบอะไร?”

“ชอบที่มีซูนแบบนี้ วันนี้ป่วยหนักมากเลย แต่เพราะมีซูนอยู่ด้วยก็เลยผ่านไปได้ ผมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าไม่ได้อยู่กับซูนจะเป็นยังไง"

“อ่า.. อื้ม"

“ซูนน เราอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะ? ได้มั้ย?”

“..อืมม"

“หรือว่า ซูนจะทิ้งผมไปไหนเหรอ?”

“เปล่า ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่ก็ อนาคตมันก็ไม่แน่นอนนะมินกยู"

“..ซูนจะกล้าปล่อยให้ผมป่วยอยู่คนเดียวเหรอ? ถ้ารู้ว่าผมป่วยซูนจะมาดูแลมั้ย?”

“ดูแลสิ"

“ถ้างั้นก็อยู่ด้วยกันแหละดีแล้ว ผมจะป่วยบ่อยๆ เลยแหละ"

“นี่ แบบนั้นได้ยังไงกัน"

“ฮ่าๆๆ"

มินกยูซุกหน้าลงกับอกพี่ชาย เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะกับความอบอุ่นของอ้อมกอดทำให้มินกยูรู้สึกสบายใจอย่างน่าประหลาด ทั้งที่เป็นเรื่องธรรมดาแท้ๆ แต่พอเป็นกับซูนยอง ทุกๆ อย่างก็พิเศษไปหมด แม้แต่เรื่องปกติแบบนี้

“จริงๆ นะ ถ้าไม่ใช่ซูน แล้วจะเป็นใครล่ะที่ผมจะอยู่ด้วยแล้วมีความสุขขนาดนี้จริงมั้ย?”

“...”

“ถ้าให้ได้อยู่กับซูนแล้ว ถึงจะต้องป่วยทุกวัน ผมก็ยอมนะ"


No comments:

Post a Comment