ซูนยองยืนแหงนหน้าให้น้ำจากฝักบัวราดตัวอยู่แบบนี้มาเกือบสิบนาทีแล้ว
คืนนี้เขาจะไปค้างที่บ้านมินกยู
จริงๆ ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากปกตินักหรอก
จะนอนที่ไหนก็เหมือนกันคือเขาก็ต้องนอนกับมินกยูอยู่แล้ว
แต่หลังจากเหตุการณ์ในสระเมื่อครู่ทำให้เขาสงบใจไม่ได้จริงๆ
โดยเฉพาะตอนที่เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ
แล้วน้องชายเขาขอบคุณ
นี่เขาพูดอะไรพลาดไปรึเปล่าเนี่ย?
“ซูนนน
ช้าจังเลย เล่นน้ำเหรอ"
“เห้ย!!!”
ไม่ทันหายกังวล
เจ้าตัวปัญหาก็มาสร้างความกังวลเพิ่มให้อีก
ซูนยองรีบหันมามองอย่างตกใจเมื่อมินกยูเดินเข้ามาในห้องอาบน้ำเดียวกัน
ยังดีที่เขาไม่ได้ถอดกางเกงว่ายน้ำไม่อย่างงั้นเหตุการณ์จะไปซ้ำกับในห้องแต่งตัวและเขาก็ไม่อยากนึกถึงมันเท่าไหร่ด้วย
มินกยูเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของพี่ชายแล้วก็ยิ้มกริ่ม
เขารู้หรอกน่าว่าซูนยองคิดถึงอะไรอยู่
“ต้องยืมคำพูดซูนแล้วล่ะ
จะเอาให้ตัวเปื่อยเลยเหรอออ"
“นะ
นี่!
ฉันพูดเพราะเป็นห่วงหรอกตอนนั้นน่ะ"
“ตอนนี้ผมก็เป็นห่วงเหมือนกันน
นี่ดูสิ หน้าเหี่ยวหมดแล้วมั้ง"
“อะ
ไอ้เด็กนี่!”
มินกยูหัวเราะน้อยๆ
ก่อนจะยกมือขึ้นลูบแก้มพี่ชายเบาๆ
หน้าซูนยองไม่ได้เหี่ยวหรอกเขาก็พูดเล่นไปงั้นแหละ
แต่ซูนยองอาบนานเกินไปแล้ว
ถ้าให้เดาก็คงเป็นเพราะเรื่องที่เขาพูดที่สระ
แล้วก็เรื่องในห้องแต่งตัวนั่นแหละ
ก็ช่วยไม่ได้
เขาไม่อยากปล่อยให้อะไรมันไม่ชัดเจนไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม
พอเกี่ยวกับซูนยองแล้วเขาก็ต้องการให้เข้าใจตรงกันทั้งคู่จะได้ไม่มีโอกาสเข้าใจผิดกัน
โดยที่ไม่รู้ตัวมินกยูก็เลื่อนนิ้วโป้งไปลูบริมฝีปากพี่ชายเบาๆ
สายตาที่จับจ้องอยู่อย่างนั้นทำให้ซูนยองร้อนหน้าขึ้นมาทันที
“อะ
เอ่อ ฉันอาบเสร็จแล้วแหละ
เรากลับกันเลยได้"
“หืม?
ฮ่าๆๆ
จะกลับทั้งกางเกงว่ายน้ำเหรอครับ?”
“เอ้ย
ไม่ใช่ เดี๋ยวเปลี่ยนชุดก่อน"
“ฮ่าๆๆ
ครับๆ รีบเปลี่ยนชุดดีกว่านะ"
มินกยูมองพี่ชายตัวเองอีกครู่หนึ่งก็เดินกลับออกมาเปลี่ยนชุดตัวเองบ้าง
ลืมไม่ลงเลย ภาพร่างกายของพี่ชายเขาน่ะ
เมื่อก่อนก็เห็นกันออกบ่อย
แต่พอความรู้สึกเปลี่ยนอะไรๆ
ก็เปลี่ยน ผิวของซูนยองไม่ได้ขาวจัด
แต่ก็ไม่ได้แทน
เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นสีอะไรนะแต่นุ่มมือใช้ได้เลย
พอมีกล้ามเนื้ออยู่บ้าง
แต่ก็ยังนุ่มเวลาที่เขาจับ
หลังๆ มานี้ทำให้รู้สึกอยากจะ-
“มินกยู
ฉันเสร็จแล้ว ป่ะ กลับบ้านกัน"
“อ่ะ
ครับ"
สองพี่น้องตกลงกันว่าจะเอาของไปเก็บที่บ้านก่อนแล้วค่อยคิดกันทีหลังว่าจะกินอะไร
แต่พอเดินมาถึงบ้านซูนยองก็เหนื่อยแล้วก็เริ่มขี้เกียจจนไม่ยอมออกไปไหนอีกทำให้ต้องสั่งข้าวมากินอย่างช่วยไม่ได้
ครั้งสุดท้ายที่มาค้างที่นี่ก็ตอนมินกยูเข้ามัธยมต้นใหม่ๆ
เพราะโรงเรียนมินกยูอยู่ใกล้บ้านซูนยองมากกว่าบ้านตัวเอง
การจะมาค้างที่นี่เลยออกจะลำบากไปหน่อย
หลังจากนั้นน้องชายตัวโตก็เลยเป็นลูกคนที่สองของบ้านซูนยองโดยสมบูรณ์
นั่นก็ผ่านมาเกือบเจ็ดปีแล้วเพราะงั้นตอนที่ซูนยองมาหยุดยืนตรงหน้าบ้านของมินกยูถึงได้ตาโตด้วยความตกใจ
“โอ้โห
บ้านใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย
ไม่ได้มาซะนานจำไม่ได้เลย"
“จำไม่ได้น่ะถูกแล้วครับ
พอดีต่อเติมนิดหน่อยน่ะ"
คงไม่นิดแล้วล่ะมั้ง
แต่ซูนยองก็ไม่ได้พูดออกมา
ได้แต่ยืนมองอึ้งๆ
ขณะที่มินกยูไขกุญแจเข้าไป
มินกยูจะกลับมาดูความเรียบร้อยที่บ้านบ้างเป็นครั้งคราวโดยที่ซูนยองไม่ได้มาด้วยเขาเลยไม่รู้สึกแปลกใจนักที่บ้านใหญ่ขึ้น
แต่ซูนยองถึงกับอึ้งเมื่อเห็นห้องนั่งเล่นที่ดูโอ่โถงกว่าที่จำได้มาก
พื้นหินอ่อนสีขาว โซฟาหนัง
และโต๊ะกระจกตัวใหญ่
ทุกอย่างแปลกตาจากที่จำได้มาก
“ซูน!”
“อะ
ห๊ะ อะไร?”
“ฮ่าๆๆ
ทำหน้าตาตลกจัง ตามมานี่ครับ
เอาของขึ้นไปเก็บที่ห้องกันจะได้กินข้าว"
“อ่า
โอเค"
ห้องนอนของมินกยูก็เปลี่ยนไปมาก
เมื่อก่อนก็ว่าเตียงหลังใหญ่แล้วนะ
แต่นี่ใหญ่กว่าเดิมอีกมาก
โทนสีเดิมเป็นสีเขียวกับฟ้าแต่ตอนนี้กลายเป็นสีขาวดำ
พื้น ผนัง และเพดานสีขาวและเครื่องเรือนเป็นสีดำ
ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นห้องนอนของผู้ใหญ่
ไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็นห้องนอนของน้องชายเขาได้เลย
กลิ่นก็แปลกไปเหมือนกัน
ซูนยองถือเป้เก้ๆ กังๆ
ไม่รู้จะวางตรงไหนดี
อยากจะวางที่พื้นแต่ก็ดันมีพรมสีขาวนุ่มๆ
ท่าทางสะอาดปูอยู่อีก
มินกยูเห็นแบบนั้นแล้วก็หัวเราะออกเบาๆ
ก่อนจะหยิบกระเป๋าจากมือพี่ชายแล้ววางลงบนพื้น
“วางตรงไหนก็วางเถอะซูน
ป่ะ ไปกินข้าวกัน"
“เอ๊ะ?
ข้าว
สั่งมาแล้วเหรอ?”
“อื้อ
สั่งร้านแถวนี้อะ แป๊ปเดียวก็มา
นี่น่าจะมาแล้วล่ะ"
“อ่าเหรอ"
ซูนยองนั่งเกร็งๆ
อยู่บนพื้นหน้าทีวี
ขณะมินกยูแกะกล่องข้าวบนโต๊ะกระจก
ไม่เคยรู้สึกอึดอัดหรือตื่นเต้นแบบนี้มาก่อน
บ้านนี้เหมือนไม่ใช่บ้านที่เขาเคยมาค้างบ่อยๆ
ตอนเด็กๆ อะไรๆ ก็ดูแพงไปหมด
เขาไม่รู้จักกับคนในครอบครัวมินกยูมากนักเพราะมินกยูไม่อยากจะพูดถึงโดยเฉพาะเรื่องแม่
ดังนั้นเขาเลยไม่เคยรู้ว่าทางบ้านมินกยูฐานะเป็นยังไง
หรือทำงานอะไร
จะมีแค่เงินทุกเดือนที่ส่งมาในบัญชีเป็นค่าเลี้ยงดูมินกยูเท่านั้นซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไรจนคาดเดาฐานะได้
แต่พอมาตอนนี้ซูนยองเริ่มจะมั่นใจแล้วล่ะว่าบ้านมินกยูคงจะรวยอยู่เหมือนกัน
ไม่อย่างนั้นบ้านคงไม่ใหญ่ขนาดนี้
คงจะเกี่ยวกับที่แม่ของมินกยูไม่ค่อยมีเวลาให้จน-
“อ่ะ
ซูน หมี่ผัดครับ เจ้านี้ดังอยู่นะ"
“รู้ได้ไงน่ะ?
มากินบ่อยเหรอ?”
“เปล่า
คนต่อแถวเยอะ ฮ่าๆๆๆ"
“เห้อ..”
“นี่ซูน"
“หืม?”
“ไม่ต้องเกร็งไปหรอกน่า
บ้านผมก็เหมือนบ้านซูนนั่นแหละ
ทำตัวสบายๆ หน่อยสิน้าาา"
ซูนยองอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อน้องชายลงมาซบไหล่แล้วเอาหน้าถูๆ
อย่างออดอ้อน มินกยูก็เป็นซะแบบนี้
แค่อยู่ด้วยก็ทำให้สบายใจ
ให้หายเหนื่อยได้แล้ว
ซูนยองยกแขนขึ้นกอดน้องชายแน่นแล้วกดปลายจมูกลงในกลุ่มผมที่ยังหมาดๆ
ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
แล้วถึงค่อยผละออกมาเริ่มกินข้าว
มินกยูเห็นพี่ชายมีสีหน้าที่ดีขึ้นก็ยิ้มบางก่อนจะจัดการกับข้าวของตนเองบ้าง
กินกันไม่นานอาหารก็หมดลง
คงเพราะความหิวเพราะเลยเวลามานานจนถึงสามทุ่มกว่าแล้ว
“ซูน
เราไปอาบน้ำกันดีกว่าป่ะ
เมื่อกี๊เดินตัวเปียกๆ
กันมาตั้งนานแน่ะเดี๋ยวไม่สบาย"
“หืม?
เอ่อ
นายอาบก่อนก็ได้
เดี๋ยวเสร็จแล้วฉันอาบต่อ"
“อาบด้วยกันก็ได้นี่นา"
“อย่าเลยๆ นายอาบก่อนเถอะ"
“หืมม
เชอะ"
“อะ
อะไรเล่า"
“เป็นแฟนกันเขาก็ต้องอาบน้ำด้วยกันสิ"
“บะ
บ้าสิ ทำไมเป็นแฟนกันแล้วต้องอาบน้ำด้วยกันด้วย
ไปอาบเลยเร็วๆ!”
“ก็ได้ๆ
แต่ซูนก็ต้องอาบด้วยนะ
ตัวเปียกมาเหมือนกันแบบเนี้ย
แอร์เย็นด้วย อ่ะๆ
ไม่ต้องห่วงไม่ได้อาบด้วยกันหรอกเดี๋ยวผมอาบชั้นล่างซูนอาบชั้นบนละกันนะ
ในห้องนอนอะ"
“หา?
สร้างห้องน้ำเพิ่มเหรอ?”
“อื้อ
เผื่อแขกน่ะ"
“อ่า
โอเค"
ซูนยองเดินขึ้นบันไดมืดๆ
ไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ
เพราะบ้านมินกยูเปลี่ยนไปจนรู้สึกไม่ค่อยสะดวกใจเท่าไหร่
พอถึงห้องนอนก็รีบตบๆ
กำแพงเปิดไฟทันทีแล้วก็เปิดทิ้งค้างไว้อย่างนั้นแม้ว่าจะเข้าห้องน้ำแล้ว
แต่พอได้อาบน้ำอุ่นๆ
ในห้องน้ำก็รู้สึกสบายตัวสบายใจขึ้นมาบ้าง
เพราะแอร์ในห้องรับแขกเมื่อครู่ค่อนข้างหนาวซูนยองเลยอาบน้ำร้อนแม้ว่าจะเป็นหน้าร้อนก็เถอะ
ห้องน้ำเดิมจากเป็นอ่างเล็กๆ
ตอนนี้ใหญ่ขึ้นมาก
แถมมีให้เลือกสองโซนว่าจะอาบฝักบัวหรืออาบอ่างด้วย
ซูนยองเริ่มสงสัยแล้วจริงๆ
ว่าแม่มินกยูทำงานอะไรถึงรวยขนาดนี้
แต่เขาก็ยังไม่พอใจอีกฝ่ายอยู่ลึกๆ
นั่นแหละ
ถึงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขากับมินกยูเจอกันก็เถอะ
ซูนยองอาบน้ำสระผมเรียบร้อยก็พันผ้าเช็ดตัวเดินออกมาหาชุดนอนด้านนอกแต่อากาศก็ยังร้อนอบอ้าวจนไม่อยากใส่
เดินหารีโมทแอร์ทั่วห้องก็ยังหาไม่เจอประกอบกับรู้สึกเหนื่อยๆ
เพราะอากาศร้อนทีหนาวทีบวกกับเล่นในน้ำมาทั้งวันก็เลยล้มตัวลงนอนแผ่บนเตียงโดยคิดแค่ว่าพอมินกยูขึ้นมาก็คงจะเปิดแอร์ให้เอง
แกร๊ก
“มินกยูอาา
เปิดแอร์ให้หน่อยย ร้อนน"
“...”
“มินกยู
ฉันร้อนน เปิดแอร์ที"
“...ซูน
เอ่อ"
ซูนยองเปิดตาขึ้นช้าๆ
แล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างหงุดหงิดนิดๆ
มินกยูยืนนิ่งหัวฟูๆ
อยู่ที่หน้าประตู
ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นเตรียมนอน
จริงๆ เขาก็ง่วงแล้วด้วยเพราะนี่ก็ค่อนข้างจะดึกแล้ว
แต่พอเข้าห้องมา
เจอซูนยองนอนแผ่อยู่บนเตียงโดยพันผ้าเช็ดตัวไว้ผืนเดียวอยู่ๆ
ก็ตื่นเต็มตาขึ้นมาซะอย่างนั้น
เขาเข้าใจแหละ
คงเพราะอากาศร้อนและเปิดแอร์ไม่ได้ก็เลยนอนอยู่ท่านี้
แต่เขาก็ยังอดรู้สึกถึงอะไรแปลกๆ
ในช่องท้องไม่ได้อยู่ดี
“มินกยูอ่า
ร้อนน เปิดแอร์หน่อยรีโมทอยู่ไหนเหรอ?”
“อ่า
ระรีโมท รีโมทอยู่ เอ่อ
อยู่ตู้ข้างเตียงฮะ"
“อืม
ตู้ข้างเตียง"
ทุกอย่างมันชิบหายกว่าเก่าเมื่อซูนยองคลานไปแถวหัวเตียง
แล้วค่อยๆ ก้มตัวลงไปเปิดลิ้นชักทีละอัน
มินกยูเบิกตาค้าง
กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อผ้าเช็ดตัวผืนน้อยค่อยๆ
ร่นขึ้นเรื่อยๆ
แถมยังรัดสัดส่วนของพี่ชายแน่นจนเห็นอะไรๆ
ชัดเจน
สติของเขาขาดสะบั้นลงเมื่อพี่ชายเสียหลักแล้วต้องใช้แขนข้างหนึ่งยันพื้นไว้และทำให้ผ้าเช็ดตัวเลิกสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่น่าให้อภัย
“อ่า
เปิดได้แล้ว มินกยูอุณหภูมิ-
เห้ยย!!”
ซูนยองเองก็ตื่นเต็มตาเหมือนกันคราวนี้
จากง่วงๆ เหนื่อยๆ ไม่ค่อยมีสติ
ตอนนี้มาครบทุกอย่างเมื่อรู้สึกถึงแรงกอดรัดจากด้านหลัง
พร้อมริมฝีปากอุ่นที่จูบซับลงตามไหล่
ขนลุกเกรียวกราวไปหมดทั้งร่าง
สถานการณ์คล้ายกับตอนในห้องแต่งตัวแต่เสียงหายใจกระชั้นถี่
และสัมผัสของฝ่ามือน้องชายบนลำตัวทำให้เขารู้ว่าครั้งนี้มันรุนแรงกว่ามาก
ที่สำคัญ เขาดันสะเพร่านอนแผ่อยู่บนเตียงได้ยังไงทั้งๆ
ที่พันผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว
อุณหภูมิจากร่างกายน้องชายอุ่นร้อนไปทั่วแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าทำให้เขาเริ่มหายใจติดขัด
ลืมได้ยังไงว่าตอนนี้เขาไม่ได้มาค้างบ้านน้องชายเหมือนก่อน
แต่มาค้างบ้านคนที่มีสถานะว่าเป็นแฟน
“อ่ะ
อะ มะมินกยูอย่า จะใจเย็นๆ
ก่อนมินกยู ฮื่ออ"
แย่แล้ว
ฝ่ามือร้อนลูบสูงขึ้นมาเรื่อยๆ
จากสัมผัสแผ่วเบาก็เริ่มหนักขึ้น
เริ่มบีบเค้นไปตามร่างกายทำให้ซูนยองรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว
ยี่สิบสามปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยผ่านอะไรแบบนี้มาก่อน
เมื่อนิ้วของน้องชายกดลงที่ยอดอกทำให้เรี่ยวแรงหายไปหมด
แขนที่ยันร่างตัวเองกับผืนเตียงไว้สั่นระริก
มินกยูจูบย้ำๆ
ที่ลำคอของเขาแล้วค่อยเคลื่อนขึ้นมาที่ใบหู
“ซูน
ซูนครับ ซูน อืม ซูน"
อย่า
อย่าเรียกเขาด้วยเสียงแบบนั้น
ซูนยองรู้สึกตาพร่าเลือนไปหมด
ริมฝีปากเผยอออกปล่อยเสียงแปลกๆ
ออกมา ใช่ว่าเขาไม่เคยดูหนังโป๊
เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง
แล้วก็เป็นผู้ใหญ่แล้วด้วย
ใช่ว่าเขาจะไม่รู้จักเรื่องพวกนี้
แต่รู้จักกับความคุ้นเคยมันคนละเรื่องกัน
และเขาก็ไม่มีประสบการณ์เรื่องพวกนี้เลยด้วย
เขาเชื่อว่ามินกยูเองก็เหมือนกัน
แต่เรื่องพวกนี้มันเป็นไปตามธรรมชาติ
ซูนยองร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อฝ่ามือขวาของมินกยูลากต่ำลงไปจนถึงส่วนกลางลำตัว
“มะมินกยู
ไม่นะ หยุด พอก่อนมินกยู!!”
ดูเหมือนว่าสติของมินกยูจะหายไปหมดแล้ว
ซูนยองพยายามจับมืออีกฝ่ายไว้
แต่ตัวเขาเองก็แรงหายไปหมดตั้งแต่อีกฝ่ายตามขึ้นเตียงมาแล้ว
ฝ่ามือของน้องชายที่กอบกุม
บีบรัด แล้วค่อยๆ ถูไปมาช้าๆ
ทำให้ซูนยองหอบหายใจหนัก
แย่แล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเขาต้องแย่แน่ๆ
ซูนยองทรุดตัวลงกับผืนเตียงก่อนจะเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
“มินกยูหยุดเดี๋ยวนี้
อึก ถะถ้าไม่หยุด ฉันจะโกรธนะ
อ่ะ หยุด!
ฉันบอกให้หยุด!”
ได้ผล
ถึงมินกยูจะขาดสติแค่ไหน
แต่เสียงก็ยังเดินทางไปถึง
น้องชายคลายมือออกทำให้เขาได้หายใจหายคอขึ้นหน่อยก่อนจะถูกพลิกตัวลงนอนหงายโดยที่อีกฝ่ายยังคร่อมอยู่ด้านบน
ซูนยองผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ
เพื่อจัดการกับอารมณ์ของตนเองก่อนจะค่อยๆ
ลืมตาขึ้น
ดวงตาของน้องชายที่จ้องกลับมาทำให้เขาสั่นไปทั้งตัว
ดวงตาที่ไม่เหมือนมินกยูคนเดิม
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ
“มะมินกยู
อย่าทำแบบนี้เลย
ฉันขอโทษที่ไม่ระวังตัวเอง
แต่ว่า-”
“ซูนบอกเองว่านี่เป็นเรื่องธรรมชาตินี่
ใช่มั้ยครับ?”
“ฉะ
ฉันพูดแบบนั้นก็จริงแต่ว่า-
อ่ะ!
มะมินกยู!”
มินกยูใช้นิ้วโป้งกดลงมาตรงหว่างขาของเขาแล้วค่อยๆ
บดคลึงไปมาช้าๆ มุมปากยกขึ้นน้อยๆ
จนกลายเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัว
“มันก็เป็นธรรมชาติจริงๆ
นั่นแหละ ซูนเองก็ยังรู้สึกเลยใช่มั้ยฮะ?
แล้วเราจะฝืนธรรมชาติกันทำไม?”
“ตะแต่ว่ามันไม่ควร
มินกยูมันไม่ควร"
“ทำไมไม่ควรเหรอครับ?
บอกผมหน่อยสิ
ตรงไหนที่ไม่ควร?
ที่ผมทำนี่ผิดอะไร?”
“กะก็
ก็มัน นะนายยัง-”
“ถ้าซูนพูดว่าผมยังเด็กผมจะโกรธนะ
ผมอายุสิบแปดแล้ว ซูนอายุยี่สิบสาม
เราโตแล้วทั้งคู่
เราสองคนรู้จักกันมาสิบสองปีแล้ว
ผมรักซูนแทบบ้า แล้วซูนเองก็รักผม
อะไรที่ไม่สมควร?”
“...”
“หรือว่า
ถ้าเราสักคนเป็นผู้หญิง
มันถึงจะถูกต้องงั้นเหรอ?”
“มะ
ไม่ใช่นะ"
“แล้วมันยังไงล่ะครับ?”
“...”
“ซูน
ผมเป็นผู้ชาย ซูนเองก็เป็น
ซูนน่าจะรู้ว่าเรามีความต้องการ
ผมรักซูนนะ รักมาก ผมอดทนมานานแล้ว
และสิ่งที่เราจะทำก็คือการแสดงความรักนี่ครับ
แล้วมันผิด มันเสียหายตรงไหนล่ะ?”
“...”
“ได้โปรดเถอะนะครับ
ให้ผมนะ"
ซูนยองกำลัจะแพ้
มินกยูเองก็รู้ เขายิ้มบาง
ก่อนจะค่อยๆ
เลื่อนใบหน้าลงไปใกล้แล้วมอบจูบอ่อนโยนให้กับพี่ชาย
จูบที่ทำให้ซูนยองเคลิ้มแล้วยกมือขึ้นมาโอบร่างน้องชายไว้
มินกยูใช้นิ้วโป้งลากไล้ที่สีข้างของพี่ชายเบาๆ
แล้วย้ายขึ้นไปบดคลึงที่บริเวณไวต่อสัมผัสช่วงอก
ซูนยองส่งเสียงครวญครางออกมาแผ่วเบาทำให้เขายิ่งตื่นตัวมากขึ้นแล้วลงน้ำหนักแรงขึ้นอีก
มินกยูถอนริมฝีปากออกแล้วจูบซับหยาดน้ำสีใสที่มุมปากพี่ชายอย่างรักใคร่
ดวงหน้าของซูนยองเป็นสีแดงก่ำ
ดวงตาปรือปรอยจ้องมาที่เขาเล็กน้อยก่อนจะเสหลบไป
มินกยูรู้ว่าซูนยองกำลังโอนอ่อนเต็มทีแล้ว
แต่เขาไม่อยากรวบรัดจนเกินไป
เขาอยากจะแน่ใจว่าพี่ชายอนุญาตและเต็มใจจะทำจริงๆ
เท่านั้น
“นะครับ
นะซูนนะ ให้ผมนะ"
“...”
“นะครับ"
“...คะ
แค่มือนะ"
รอคำนี้มานานแล้ว
“ได้ครับ"
มินกยูหยัดตัวขึ้นแล้วดึงเสื้อยืดพ้นหัวตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนจะปาไปมั่วๆ
แล้วโน้มตัวลงมาบดจูบที่ริมฝีปากของพี่ชายอย่างรุนแรง
ซูนยองหลับตาปี๋แล้วส่งเสียงอื้ออึงในลำคออย่างตกใจ
สองมือของน้องชายลูบไล้ไปตามลำตัวของพี่ชาย
บีบเข้าที่ช่วงเอวก่อนจะลงมาตะปบที่สะโพก
ตัวการที่ทำให้เขาเสียการควบคุมในวันนี้
“อ่ะ
อะมินกยูอ่ะ"
ซูนยองเบี่ยงหน้าหนีจากริมฝีปากร้อนแล้วปล่อยเสียงครางสั่นเครือออกมาเมื่อสะโพกถูกบีบคลึงอย่างรุนแรง
รู้สึกร้อนวูบทั้งตัว
เหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นตามไขสันหลังเมื่อมินกยูจรดริมฝีปากลงที่ยอดอก
จูบเบาๆ แล้วเริ่มดูดดึงอย่างหิวกระหาย
ซูนยองเข้าใจ
และรู้ดีว่ามินกยูต้องการสิ่งนี้มากแค่ไหน
และต้องอดทนมานานแค่ไหนแล้ว
การใกล้ชิดกันทุกวัน
นอนด้วยกันทุกคืนแต่ทำอะไรไม่ได้มันเป็นยังไงเขาเข้าใจดี
ดังนั้นวันนี้เขาจะนอนนิ่งๆ
ให้น้องชายเขาทำตามใจชอบจนถึงที่สุด
“ซูน
ซูนครับ อืมซูน"
“อ่ะ
อื้อ มิน-”
ผ้าเช็ดตัวหลุดไปแล้ว
หลังจากตะโบมจูบไปทั่วร่างกายของพี่ชายจนขึ้นรอยแดงเต็มไปหมด
มินกยูก็ผละออกเล็กน้อยก่อนจะกดเข่าของพี่ชายให้อ้ากว้างออก
ภาพตรงหน้าทำให้เขาหัวใจเต้นเร็วจนควบคุมไม่อยู่
ซูนยองที่เขารักที่สุด
ตอนนี้อยู่ใต้ร่างเขา
ผิวกายเต็มไปด้วยร่องรอยของเขา
ให้ตายสิ
ฝ่ามือตะปบลงที่กลางลำตัวพี่ชายทันทีอย่างไม่ลังเลทำให้คนเป็นพี่ร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ
มินกยูอยากสัมผัสซูนยองให้ได้มากที่สุด
มากที่สุดเท่าที่เขาจะได้รับอนุญาตในวันนี้
“อื้อ
อึกมิน มินกยู ขะ ของนาย"
“หื้มม?
ว่าไงครับซูน"
“ของนาย
อ่ะ อึดอัด ถะถอดกางเกง"
มินกยูขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่ฝ่ามือยังบดคลึงพี่ชายต่ออย่างเอาใจ
ซูนยองหยัดตัวขึ้นเล็กน้อยแล้วดึงกางเกงน้องชายออกอย่างทุลักทุเลก่อนจะช่วยผ่อนคลายอีกฝ่ายบ้าง
มินกยูยิ้มกว้างอย่างดีใจ
ดีใจที่พี่ชายนึกถึงเขา
และรู้สึกดีใจจนตัวสั่นไปหมดเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือของอีกฝ่ายบนลำตัวของตนเอง
สิ่งที่แอบฝันมานาน
“อ่ะ
อะอ้า มะมินกยูอ่ะ มิ-”
“ซูน
อืมอ๊ะ ซูนครับ ซูน"
สองฝ่ามือขยับขึ้นลงด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ
มินกยูเอื้อมมืออีกด้านไปช้อนสะโพกซูนยองให้ขึ้นมาเกยเข่าตนเอง
เขาชอบสะโพกของซูนยองมากที่สุด
หลายครั้งที่เผลอจ้องโดยไม่รู้ตัว
วันนี้เขาได้บีบนวดมันจนสมใจแล้ว
มินกยูก้มลงจูบซูนยองอย่างเร่งรีบเมื่อเข้าใกล้ขีดจำกัดขึ้นทุกที
ซูนยองเองก็จูบตอบอย่างรุนแรงด้วยความรู้สึกท่วมท้นไม่แพ้กัน
ผิวกายเปลือยเปล่าที่ร้อนเร่าไปด้วยแรงอารมณ์เสียดสีกันไปมา
จนในที่สุดทั้งคู่ก็กระตุกเกร็งเล็กน้อยแล้วปลดปล่อยออกมา
มินกยูล้มตัวลงนอนทับพี่ชายแล้วซุกใบหน้าลงกับอกอุ่น
หอม กลิ่นของซูนยองเป็นกลิ่นที่เขาชอบที่สุด
ปกติก็จะแตกต่างกันไปอยู่ที่ว่าวันนั้นซูนยองทำอะไรไปที่ไหนบ้าง
แต่ตอนนี้เป็นกลิ่นที่เขาถูกใจที่สุด
กลิ่นเหงื่อของเขาและซูนยองหลังจากแสดงความรักต่อกันอย่างแนบแน่นที่สุด
มินกยูอมยิ้มอย่างมีความสุข
ไม่อยากจะเชื่อว่าในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
เมื่อรู้สึกถึงอ้อมกอดของซูนยองที่กระชับช่วงไหล่ให้จมลึกไปกับหน้าอกอีกฝ่ายมากขึ้นก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้นอีก
ซูนยองกำลังผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ
ในที่สุดเขาก็ทำมันลงไปจนได้
ในที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ให้กับมินกยู
ให้กับความต้องการ ให้กับตนเอง
ซูนยองอยากจะรู้สึกเสียใจ
กังวล แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่เขากำลังรู้สึกอิ่มเอม
มีความสุข เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน
ไม่เคยมีช่วงเวลาแบบนี้กับใครมาก่อน
ยิ่งกับมินกยูด้วยเขายิ่งมีความสุข
และเขาก็ยิ่งดีใจเมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของน้องชาย
เพราะความจริงแล้วเขาก็รัก
รักมินกยูเหลือเกิน
บางครั้งมันก็ลำบากที่จะห้ามใจตนเอง
และวันนี้เขาก็ถูกมันครอบงำเข้าอย่างสมบูรณ์
“ซูนน
ซูนครับบ"
“หืม
ว่าไง?”
“ผม
เอ่อ ผมขอโทษนะครับที่เอาแต่ใจ
ซูนจะไม่คิดมากใช่มั้ย?”
“อืมม
ตอนนี้ยัง"
“ยังไปเรื่อยๆ
แล้วกันนะ ฮ่าๆๆ"
“หึๆ ไอ้เด็กบ้า"
“ซูนนน"
“อะไร"
“มีความสุขจังเลย
ขอบคุณนะครับที่ยอมใจอ่อนให้ผม"
“ใจอ่อนงั้นเหรอ?
ไม่หรอกจริงๆ
แล้วฉันเองก็..”
"คงจะอยากให้มันเป็นแบบนี้อยู่เหมือนกัน"
No comments:
Post a Comment