“ซูนน
วันอังคารนี้ว่างมั้ยอะ
ผมอยากจะชวนไป เอ่อ-”
“อ่า
ขอโทษนะมินกยู ช่วงนี้ฉันเรียนหนักน่ะ
ไม่ว่างเลย"
“อ่า..”
“ขอโทษนะ"
“..ไม่เป็นไรครับ"
ไม่เป็นไร
ซะที่ไหนกันล่ะ ซูนยองเรียนหนัก
มินกยูเข้าใจ
คณะของซูนยองเป็นคณะที่ต้องทำงานเยอะ
เปป้งเปเปอร์อะไรตั้งมากมาย
แถมภาควิชาของซูนยองยังได้ชื่อว่าเรียนหนักแทบจะที่สุดอีกด้วย
เรื่องนี้มินกยูเข้าใจ
แล้วซูนยองก็เป็นคนลืมวันลืมเวลา
เทศกาลอะไรก็ไม่เคยจะเล่นกับเขาเลย
อันนี้มินกยูก็เข้าใจ
วันฮาโลวีนถึงได้เป็นคนจัดการเองทุกอย่างเพราะมินกยูเข้าใจซูนยองดี
แต่ว่า วันวาเลนไทน์แรกหลังจากเป็นแฟนกัน
ซูนยองจะทั้งลืม
ทั้งยุ่งพร้อมกันแบบนี้ไม่ไดดดดดดดดด้!!
“เห้อ..”
มินกยูได้แต่นอนตะแคงมองปฏิฑินตาละห้อย
ทั้งๆ ที่มีรูปหัวใจสีแดงที่เขาเป็นคนวาดไว้แท้ๆ
ซูนยองก็ยังลืมซะได้
หรือถึงจะไม่ได้ลืมซูนยองก็คงไม่ใส่ใจ
งั้นเหรอ?
ลืมหรือไม่ใส่ใจ
อันไหนมันน่าน้อยใจว่ากันก็ไม่รู้
มินกยูพยายามทำตัวไม่งี่เง่าเพราะเขาได้ยินมาเยอะจากเพื่อนๆ
ที่มีแฟน เวลาทะเลาะกับแฟนทีไรก็เรื่องไร้สาระทั้งนั้น
อาจจะเป็นเพราะใส่ใจและคาดหวังต่อกันมากเกินไปล่ะมั้ง
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ
เขาก็ห้ามใจ ห้ามความคิดตัวเองไม่ได้สักหน่อย
“เห้อออ"
“มินกยู
เป็นอะไรรึเปล่า ถอนหายใจหลายรอบแล้วนะ"
“เปล่าครับ"
เปล่าซะที่ไหนกันล่ะ
แต่ซูนยองมองเขาอยู่อีกแค่ไม่กี่วินาทีก็หมุนตัวกลับไปพิมพ์งานต่อ
แล้วแบบนี้จะไม่ให้น้อยใจได้ยังไงกัน
น้องชายพ่วงตำแหน่งแฟนทั้งทียังไม่สนใจใยดีกันเลย
เห็นๆ อยู่ว่าเขากำลังไม่ปกติ
หมายถึงอารมณ์นะ อารมณ์ไม่ปกติ
แค่มองนิดเดียวแล้วก็หันกลับไปซะอย่างนั้น
ไม่ถงไม่ถามอะไรสักคำ
คิดแล้วก็กลิ้งตัวไปนอนหันเข้าหากำแพง
แต่ไม่นานผืนเตียงด้านหลังก็ยุบลงแล้วอ้อมแขนที่คุ้นเคยก็ดึงเขาเข้าไปกอดแน่นพร้อมเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ริมใบหู
“เป็นอะไรหืม?
บอกฉันหน่อยได้มั้ย?
มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า"
อา
ซูนยอง พอมาแบบนี้แล้วจะให้งอนต่อไปได้ยังไงกัน
“ไม่มีอะไรครับ
ผมแค่คิดๆ อะไรไปเรื่อยน่ะ"
“อืม
เหรอ?”
“อื้อ
จริงๆ นะ ไม่มีอะไรหรอก
แต่ก็..
หอมผมทีสิ"
แล้วก็ได้หอมฟอดใหญ่อย่างที่ต้องการ
พอพี่ชายเดินกลับไปนั่งที่เดิมมินกยูก็พลิกตัวหันมามอง
ซูนยองไม่เคยปล่อยให้เขางอนนานหรอก
ถึงจะไม่สนใจเรื่องเทศกาลอะไรเท่าไหร่นัก
แต่แน่นอนว่าใส่ใจเขาที่สุด
แล้วก็ไม่เคยปล่อยให้งอนนานๆ
สักครั้งเลยด้วย จะตามมาง้อตลอด
วิธีง้อก็อย่างที่เห็น
แล้วแบบนี้จะไม่รักได้ยังไงกัน
และเพราะอย่างนั้นเขาเลยตัดสินใจจะเลิกงอน
แล้วเปลี่ยนเป็นวางแผนใหม่แทน
ไม่ได้ไปเที่ยวกันก็ไม่เป็นไรเพราะเขายังมีตัวช่วยอยู่!
'เซอร์ไพรส์วันวาเลนไทน์เหรอ?'
มินกยูนอนกลิ้งอยู่บนเตียง
ในมือมีปากกากระดาษพร้อมจดส่วนโทรศัพท์เปิดสปีคเกอร์วางไว้ข้างตัว
ดีที่วันนี้ซูนยองมีเรียนทำให้เขาสามารถโทรไปขอความช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องไปแอบในห้องน้ำของอย่างลับๆ
เพราะเรื่องนี้จะให้ซูนยองรู้ไม่ได้เด็ดขาด
มินกยูเรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งที่แล้วว่าเพือนตัวเองช่วยอะไรไม่ได้เลย
ครั้งนี้เขาเลยเลือกจะโทรหาอึนฮาแต่แรกเพื่อขอไอเดีย
“อืม
ปกติเธอได้เซอร์ไพรส์อะไรบ้างเหรอ?”
'อืมมม
ก็มีดอกไม้อยู่ครั้งสองครั้งนะ-'
“ดอกอะไรเหรอ?”
'ของฉันก็ได้กุหลาบครั้งหนึ่ง
แล้วก็ลิลลี่มั้ง แต่นี่
นายต้องซื้อจากที่แฟนนายชอบสิ'
“เอ้อ
จริงด้วย แต่เห้ย-
มะ
ไม่ใช่แฟนฉันนะ ไม่ใช่
เป็นเรื่องของเพื่อนของเพื่อน-"
'เลิกโกหกได้แล้วมั้ง
เอ้อ ช่างเถอะ นั่นแหละดอกไม้
แล้วก็อืมม
ถ้าพูดถึงวาเลนไทน์ก็ต้องช็อคโกแลตแหละนะ'
“อ่าา
ช็อคโกแลตเหรอ"
'ต้องให้บอกมั้ย
แต่ห้ามซื้อเด็ดขาดเลยนะ
ไม่งั้นมันก็ไม่พิเศษ
ปกติผู้หญิงเขาจะทำช็อคโกแลตเองแล้วก็เอาไปให้แฟน
หรือไปบอกชอบคนที่แอบชอบน่ะรู้มั้ย'
“อืมม
อย่างงั้นเอง
ว่าแต่ช็อคโกแลตนี่ทำเองยังไงเหรอ?”
'แบบง่ายที่สุดก็ผสมผงโกโก้
น้ำตาล นม เนย แล้วปรุงรสเองตามใจชอบน่ะ'
“อ๋าา
โอเค พวกผงโกโก้นะ เนย น้ำตาล
นม อืมม"
'อื้ม
หรือว่า พวกแอบไปแต่งห้องนอนนี่ก็โรแมนติคนะ
อย่างเช่นเอาลูกโป่งไปใส่ไว้อะไรแบบเนี้ย'
“ลูกโป่ง?
มีใครชอบอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ
แล้วเอาลูกโป่งไปทำอะไรอะ?”
'ก็..
เห้อ
ไม่ต้องก็ได้ ไม่รู้ผู้หญิงคนอื่นเขาชอบกันมั้ย
แต่ไอ้ลูกโป่งสวยๆ
ระเกะระกะเต็มพื้นแล้วมีช่อดอกไม้วางไว้บนเตียง
ฉันว่าก็น่ารักดีนะ'
“อ๋ออ
จัดฉาก แต่งห้องทำนองนั้นเหรอ?”
'อื้ม
ประมาณนั้น หรือนายจะทำเค้กก็ได้นะ
ถึงจะไม่ใช่วันเกิด
แต่ทำเค้กช็อคโกแลตก็เก๋ดี
ไม่ใช่แค่ช็อคโกแลตธรรมดา
เก็บไว้กินได้หลายวันด้วย'
“อ้าา
สายกิน-”
'ว่าไงนะ'
“อะ
เปล่า แล้วมีอะไรอีกมั้ยอะ?”
'อืมม..
แฟนนายโตกว่าหรือเด็กกว่าเหรอ?'
“โตกว่าสี่ปี
อะ เอ้ย ไม่ใช่ๆ ไม่มีสักหน่อยไม่มี-”
'อืมม
ถ้าอย่างงั้น เอาเป็น
จูบเป็นไง?'
“จะ
จูบเหรอ?”
'อืม
ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ทำอย่างอื่นด้วยนะ
แต่ว่า จะทำเค้กทำอะไรก็แล้วแต่
แล้วก็จบด้วยจูบสักที
โรแมนติคดีออก'
“อ่า
งั้นเหรอ"
'โตกว่านายตั้งสี่ปี
น่าจะจูบกันมาบ้างแล้วล่ะมั้ง
ใช่มั้ย?
ถ้ามากกว่านั้นนายก็เอากลีบกุหลาบโรยบนเตียงเลยนะ
แล้วก็เอาโบว์สีแดงผูกคอตัวเอง
ลงไปนอนทำท่าเซ็กซี่ๆ
บนเตียงเลย-'
“นะ
นี่เธอ จะบ้ารึไง!
มะ ไม่คุยแล้ว
ขอบใจมากนะ แค่นี้นะ!”
หลังจากนั้นมินกยูก็ศึกษาวิธีทำจากในอินเตอร์เน็ตแล้วแอบไปซื้อส่วนผสมมาเก็บไว้ในตู้เก็บของในวันที่ซูนยองไม่อยู่
และวันที่ซูนยองมีเรียนบ่ายวันหนึ่งเขาก็ลองหยิบส่วนผสมทั้งหมดออกมาทำช็อคโกแลตดูก่อนเผื่อพลาด
จริงๆ
ก็อยากจะทำเค้กแต่เห็นวิธีทำแล้วตาลายเลยคิดว่าเก็บไว้คราวต่อไปจะดีกว่า
ทีแรกก็กังวลว่าจะทำช็อคโกแลตออกมาได้ไม่ดีด้วยซ้ำแต่พอทำไปทำมาก็ไม่ได้รู้สึกว่ายากนัก
อาจจะเป็นเพราะว่าเขาพอทำอาหารได้บ้างอยู่แล้วด้วย
เห็นเป็นน้องเล็กของบ้านแบบนี้
แต่พอคุณแม่ซูนยองไม่อยู่บ้าน
เขาก็ต้องมาช่วยกันมั่วๆ
ทำอาหารกินกันเองกับซูนยองอยู่หลายครั้ง
ทำให้พอมีพื้นฐานอยู่บ้าง
ผ่านไปชั่วโมงกว่าก็ได้ช็อคโกแลตออกมาถาดหนึ่ง
มินกยูหยิบใส่ปากชิมอย่างไม่ลังเลแล้วก็ต้องยิ้มกว้าง
“หื้มม
ก็ไม่ได้ยากนี่นา ใช้ได้
อร่อยดีด้วย แบบนี้ซูนจะต้อง-"
“ทำอะไรอยู่เหรอ
ลูกมินกยู"
“จ๊ากกกกกกก!!!”
แต่ที่มินกยูคาดไม่ถึง
หรือลืมสังเกตไปคือ
เวลาล่วงเลยมาจนห้าโมงกว่าและคุณแม่ซูนยองกลับมาถึงบ้านแล้ว
สงสัยคงเพราะมัวแต่ชื่นชมกับช็อคโกแลตที่เพิ่งทำครั้งแรกอยู่จนลืมเวลา
หลักฐานเต็มครัวไปหมดแบบนี้จะปฏิเสธก็คงยากแล้ว
เขานึกถึงที่ซูนยองบอกว่าห้ามบอกใครว่าเป็นแฟนกัน
แต่คุณแม่ซูนยองก็ไม่ใช่คนอื่นที่ไหนและก็เป็นคนใจดี
ถึงอย่างนั้นมินกยูก็ยังเหงื่อตกอยู่ดี
แล้วตอบเลี่ยงๆ เพื่อให้ปลอดภัยที่สุด
“เอ่อ
ทำช็อคโกแลตอยู่น่ะครับ"
“หืมม
สำหรับวาเลนไทน์นี้เหรอลูก?”
“ครับ"
“อืมม
ก็ดีนะ มีอะไรให้แม่ช่วยมั้ย?”
“เอ๊ะ
เอ่อ ไม่มีอะไรครับ
แต่ว่าลองชิมหน่อยได้มั้ยฮะ?
ผมไม่แน่ใจว่าอร่อยรึยัง"
“ได้สิลูก"
มินกยูหยิบก้อนช็อคโกแลตส่งให้คุณแม่กิน
ในใจก็นึกสงสัยว่าทำไมคุณแม่ไม่ถามอะไรเลย
ทั้งๆ ที่การที่เขาลุกขึ้นมาทำช็อคโกแลตน่ะผิดปกติจะตายไป
กี่ปีๆ ก็ไม่เคยทำ
แล้วยังไม่ถามอะไรต่อด้วย
ไม่ถามแม้กระทั่งว่าทำไปให้ใคร
คุณแม่เคี้ยวอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ยิ้มออกมา
ยิ้มตาหยีแบบซูนยองที่ทำให้เขาต้องยิ้มตาม
“อร่อยมากลูก
ไม่หวานไป ขมนิดๆ กำลังดีเลย"
“ฮ้าา
ขอบคุณครับบ!”
“ดีแล้วล่ะที่เราไม่ได้ใส่น้ำตาลมาก
แต่เป็นโกโก้ซะส่วนใหญ่
ให้ทานของหวานมากๆ ไม่ดีหรอก
เดี๋ยวก็อ้วนอีก"
“ครับ
ผมก็คิดอย่างนั้น"
มินกยูจัดการกินช็อคโกแลตเรียบเพื่อทำลายหลักฐาน
ระหว่างล้างชามล้างถาดไปก็ยิ้มไป
เขาจงใจทำให้รสไม่หวานนักเพราะถึงซูนยองชอบกินขนมหวาน
แต่ก็ไม่ได้ชอบของที่หวานมากเกินไปนัก
ดังนั้นเลยใส่น้ำตาลน้อยกว่าสูตรในอินเตอร์เน็ต
ลดนมลดเนยด้วย
เพราะนึกภาพซูนยองตั้งใจออกกำลังกายตอนนั้นแล้วก็อดขำไม่ได้
ดูเป็นสองอาทิตย์ที่ทรมานที่สุดในชีวิตของพี่ชายเขาเลยล่ะ
ในที่สุดวันวาเลนไทน์ก็มาถึง
วันนั้นดันเป็นวันที่เหนื่อยที่สุดของซูนยองเพราะมีเรียนตั้งแต่เช้ายันเย็น
นาฬิกามนุษย์อย่างมินกยูต้องหอมต้องฟัดอยู่นานกว่าจะแซะพี่ชายหมดไฟลุกจากเตียงได้
แต่หลังจากถูกจุ๊บไปสองสามทีซูนยองก็เดินลากขาออกจากบ้านไปพร้อมกำลังใจเต็มเปี่ยมจากน้องชายที่ยืนโบกผ้าเช็ดหน้าหยอยๆ
อยู่หน้าประตูเหมือนส่งพี่ชายขึ้นเรือไปต่างประเทศ
พอดูจนแน่ใจว่าพ้นปากซอยแล้วมินกยูก็รีบปิดประตูแล้ววิ่งตื๋อเข้าครัวทันที
เขากะว่าจะลองทำช็อคโกแลตแบบใหม่ๆ
ดูโดยใส่ถั่ว
ใส่ส่วนผสมอย่างอื่นเข้าไปด้วยจะได้พิเศษกว่าเดิม
บ่ายนั้นทั้งบ่ายก็เลยง่วนอยู่กับการทำช็อคโกแลตจนครัวเลอะ
หน้าตามอมแมมไปหมด
แต่ในตอนเย็นเขาก็ได้ช็อคโกแลตโปะถั่วสุดพิเศษขึ้นมาที่ตั้งชื่อให้ว่า
มินซูนนัทสเปเชี่ยลช็อคโกแลตว้าวๆ
มินกยูยืนยิ้มอย่างภูมิใจไปห่อช็อคโกแลตใส่กระดาษสวยๆ
ไปอย่างมีความสุขแล้วกระเด้งกระโดดมานั่งหน้าแป้นแล้นบนโซฟา
และในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง
ซูนยองเปิดประตูเข้าบ้านมาอย่างเชื่องช้า
พอถอดรองเท้าเสร็จเงยหน้าขึ้นมาจมูกแทบทิ่มอกมินกยูที่มายืนยิ้มแก้มตุ่ยอยู่หน้าประตู
“เอ่อ
มีอะไรเหรอ?
ดูซิ
ยิ้มแก้มบวมหมดแล้ว"
“ซูนอะะะ!
ว่าแต่
วันนี้เหนื่อยมั้ยฮะ?”
“อื้ม
ก็นิดหน่อย"
“งั้นจงหายเหนื่อยซะเดี๋ยวนี้เลยยยะเฮยยะเฮยยะเฮยยะเฮยยยยยยยยยยยย!!!”
“เย้ย!”
พูดจบ
ไม่สิ
พอตะโกนใส่หน้าเสร็จก็ถอยเท้าด้านหนึ่งเฉียงซ้ายไปด้านหลัง
ขาอีกข้างย่อลงเพื่อทรงตัว
สองแขนยืดตรงยื่นช็อคโกแลตห่อกระดาษสีแดงไปให้ซูนยองด้วยท่าที่คิดว่าเท่ที่สุด
ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมากจนซูนยองเผลอร้องออกมาเสียงดัง
แต่พอมินกยูหันมายิ้มแป้นให้จนตาหยีแล้วตะโกนขึ้นมาอีกหนก็ทำให้ซูนยองต้องยิ้มตามอย่างอ่อนใจ
“แฮปปี้วาเลนไทน์เดยยยยย์
ซูนนนนนนน"
“...”
“รับสิ
เมื่อยนะะ"
“ฮ่ะๆๆ
นายนี่มันจริงๆ เลย"
ซูนยองหยิบช็อคโกแลตจากในมือน้องชายมาถือไว้แล้วดึงน้องชายเข้ามากอดแน่น
ฝังปลายจมูกลงบนไหล่แข็งๆ
แล้วสูดลมหายใจเอากลิ่นผงโกโก้เข้าไปเต็มปอด
วันนี้ซูนยองเหนื่อยจริงๆ
นั่นแหละ เหนื่อยมากจนอยากจะขึ้นไปนอนเลยโดยไม่กินข้าว
ไม่อาบน้ำ แต่พอกลับมาเจอมินกยู
ที่เหนื่อยอยู่ก็หายเป็นปลิดทิ้ง
ความสดใส ความร่าเริงของมินกยูทำให้เขาสดชื่นได้ตลอด
มินกยูยิ้มกว้างแล้วก็ยกแขนขึ้นมากอดพี่ชายกลับ
“ฮื้ออ
เหนื่อยมั้ยๆ กินช็อคโกแลตน้าา
แล้วไปอาบน้ำ!
เสร็จแล้วมานอนกอดกันดีกว่าจะได้หายเหนื่อยย"
“อืมม
หึๆ ขอบใจนะ
นายไม่งอนฉันใช่มั้ยที่วันนี้ไม่ว่างไปเที่ยวด้วย?”
“ไม่งอนหรอก
ก็ซูนเรียนหนักนี่นา ผมเข้าใจ"
ซูนยองยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบของน้องชายก่อนจะกดจมูกลงบนแก้มอุ่นๆ
แล้วหอมเข้าฟอดใหญ่
แต่กลับต้องไอค่อกแค่กเพราะสำลักผงโกโก้
มินกยูหัวเราะคิกคักก่อนจะหอมคืนแรงๆ
จนซูนยองต้องเอายิ้มจิ้มแก้มอย่างมันเขี้ยว
พอดูดีๆ แล้วก็เห็นว่าผงโกโก้เลอะเต็มหน้าไปหมด
น่ารักซะจนต้องจูบแก้มไปสองสามทีเพื่อทำความสะอาดให้
ในขณะที่มินกยูยืนยิ้มรับอยู่ซูนยองก็ค่อยๆ
เอื้อมมือลงไปในกระเป๋าตัวเองแล้วโน้มหน้าไปกระซิบที่ข้างใบหูน้องชายไปด้วย
“วันนี้วันวาเลนไทน์แท้ๆ
เลยแต่ฉันกลับปล่อยให้นายนั่งทำช็อคโกแลตให้ฉันอยู่คนเดียว-"
“ไม่เป็นไรหรอก
จริงๆ นะ"
“ถึงนายจะพูดแบบนั้นก็เถอะ
แต่ก็ อ่ะ"
“อ๊ะ"
มินกยูเบิกตากว้างเมื่อซูนยองผละตัวออกเล็กน้อยแล้วหยิบดอกกุหลาบสีแดงออกมาจากกระเป๋า
ใบออกจะดำๆ นิดหน่อย
แล้วกลีบดอกก็เหี่ยวนิดๆ
แต่กลับทำให้มินกยูหัวใจพองโตจนแทบจะระเบิดออกมา
โดยเฉพาะรอยยิ้มบนใบหน้าพี่ชายที่ส่งมาให้ด้วย
จะไม่ให้ดีใจได้ยังไงในเมื่อนอกจากซูนยองจะไม่ได้ลืมแล้ว
ขนาดวันนี้ยุ่งแทบตายยังอุตส่าห์หาดอกไม้มาให้เขาอีก
แล้วยังเป็นดอกนี้
“กุหลาบแดง
ที่ผมชอบ"
“อื้ม
พอดีที่คณะวิศวะเขามีงานทุกวาเลนไทน์น่ะ
แล้วก็มีดอกไม้แจก
โชคดีนะที่นายชอบดอกกุหลาบแดงพอดีไม่อย่างงั้นฉันไม่รู้จะไปหาที่ไหนมาให้แล้ว
เหี่ยวนิดหนึ่งขอโทษทีนะ
ฉันเอามันใส่กระเป๋าไว้น่ะ
อ่ะ รับไปสิ"
“ฮื้อออ
ซูนนนนนนนน"
มินกยูรับดอกกุหลาบมาถือไว้
กำลังจะพุ่งเข้าไปกอดแล้วเชียวแต่บทสนธนากับอึนฮาก็ย้อนกลับเข้ามาในหัว
หลังจากให้ช็อคโกแลต
ถ้าอยากให้มันพิเศษกว่านั้น
ก็ควรจูบสินะ
แต่ตอนนี้สติยังไม่เต็มร้อยนักเพราะยังปลาบปลื้มกับเซอร์ไพรส์ของพี่ชายอยู่
ทีแรกคิดว่าแค่พี่ชายดีใจแล้วกินช็อคโกแลตอย่างมีความสุขก็พอแล้ว
นี่มันเหนือความคาดหมายเอาไว้มากทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน
หน้าร้อนวูบวาบ ได้แต่ก้มมองดอกกุหลาบในมือ
ยิ้มจนปวดแก้มไปหมด
ซูนยองเห็นน้องชายยืนแก้มแดงอยู่ก็เลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ
ก่อนจะจับท้ายทอยน้องชายไว้แน่นแล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้
“แฮปปี้วาเลนไทน์มินกยู"
จุ๊บ
ถึงจะไม่ใช่จูบที่ลึกซึ้ง
แค่กดริมฝีปากลงมาหนักๆ
หนึ่งที แต่ก็ทำเอามินกยูหน้าแทบไหม้
ทั้งสีหน้า ทั้งรอยยิ้ม
กุหลาบแดง ทุกๆ
อย่างของซูนยองวันนี้ทำให้มินกยูอยากจะเป็นบ้าตายจริงๆ
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
ว่าการบอกรักซูนยอง
และการได้มาเป็นแฟนกันแบบนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตเขาเลย
“เอ้อ
ซูน ชิมช็อคโกแลตหน่อยสิ
ผมไม่แน่ใจว่าอร่อยรึเปล่า"
“หืม
ไม่ได้ชิมก่อนเหรอ?”
“เปล่า
ชิมแล้วนะ ชิมมาเรื่อยๆ
เลยแต่สูตรสุดท้ายเนี่ยเร่งมากเลยยังไม่ทันชิม
ฮ่าๆๆ ช็อคโกแลตใส่ถั่วพีแคนของโปรซูน"
“โห
ห่อซะสวยเลย"
“แน่น๊อน"
ซูนยองแกะกระดาษวิบวับสีแดงออกแล้วก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ
ก็ช็อคโกแลตที่อยู่ข้างในหน้าตาปกติซะที่ไหน
มีตะปุ่มตะป่ำเต็มไปหมดคงเพราะถั่วด้วย
แต่ดูจากรูปร่างก็เบี้ยวๆ
บูดๆ อยู่
พอเหลือบไปเห็นมินกยูเริ่มทำหน้างอแงก็เลยรีบงับเข้าไปอย่างรวดเร็ว
พอเคี้ยวไปได้สักพักก็เอื้อมมือไปจับคางน้องชายดึงเข้าหาตัวแล้วกดจูบเบาๆ
ที่ปากยู่ๆ นั่น
วันนี้เขาห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย
“งื้อ
ซูนอะ!
อร่อยมั้ยฮะ?”
“อร่อยสิ
ไม่หวานไป กำลังดีเลย"
“เย่!
ผมก็กลัวอยู่
แต่ไม่ขมไปด้วยใช่มั้ยฮะ?”
“อ่า
ก็ขมอยู่นะ แต่ไม่เป็นไรหรอกดีแล้วล่ะ"
มินกยูนั่งมองพี่ชายที่กัดเอาๆ
จนช็อคโกแลตแท่งสั้นลงเรื่อยๆ
คงเพราะข้าวเย็นก็ยังไม่ได้กินเลยหิว
แต่ไอ้อาการเก็บอาหารไว้ข้างแก้มของพี่ซูนยองนี่แก้ไม่หายสักที
เห็นแล้วมันเขี้ยวจริงๆ
น้องชายตัวโตจ้องริมฝีปากพี่ชายที่ขมุบขมิบไปมาระหว่างเคี้ยวตุ้ยๆ
แล้วก็ลังเลเล็กน้อย
จะว่าจูบไปแล้วก็ใช่
แต่นั่นมันซูนยองจูบเขาก่อน
ทั้งสองรอบเลย
ตั้งแต่กลับจากเขาครั้งนั้นนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ซูนยองจูบเขาก่อน
จะว่าพิเศษก็ใช่ แต่มันไม่เหมือนกันนี่นา
เขาอยากเป็นคนเริ่มจูบก่อน
คิดไปคิดมาแล้วก็ยิ้มออกมานิดๆ
ก่อนจะเอียงหัวลงไปมองหน้าพี่ชายใกล้ๆ
“ซูนน
ขมเหรอ?”
“นิดหน่อยเอง
ไม่เป็นไรหรอก อร่อยแล้ว"
“อื้ม
แต่ว่า ผมมีวิธีน้า ที่ทำให้ไม่ขมอะ"
“หืม?
อื้อ-”
มินกยูยกมือขึ้นจับท้ายทอยพี่ชายไว้ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปจูบปากที่เลอะคราบช็อคโกแลตทันที
โดยไม่ลืมชิมขนมฝีมือตัวเองไปด้วย
ก็ขมนิดๆ อย่างที่ีพี่ชายว่าจริงๆ
แต่พอกินแบบนี้แล้วก็หวานกำลังดีเลยนะ
จนช็อคโกแลตละลายหมดมินกยูถึงค่อยผละออกมาแล้วเลียริมฝีปากตัวเองเก็บของหวานจนเลี้ยงพร้อมยิ้มหวานตบท้าย
“ถ้ากินแกล้มกับมินกยูล่ะก็
หวานกำลังพอดีเลยครับ"
No comments:
Post a Comment