Wednesday, 15 March 2017

White Day #minsoon

ช่วงนี้คิมมินกยูมีความสุขมากและร่าเริงสดใสเป็นพิเศษจากเดิมที่เป็นคนอารมณ์ดีอยู่แล้ว บางทีก็นั่งยิ้มคนเดียว หรือมองโทรศัพท์แล้วเขินตัวบิดไปมา สะบัดไหล่สะบัดมือ ท่าทางน่าหมั่นไส้น่าดู ถ้าไม่ใช่เพราะปิดเทอมอยู่เพื่อนๆ คงรุมกระทืบไปแล้ว สาเหตุของความสีชมพูหวานแหววของมินกยูในช่วงนี้มาจากซูนยองล้วนๆ ซูนยองใน 'คืนนั้น' ที่บ้านของเขา คิดถึงกี่ครั้งมินกยูก็ต้องส่ายหน้าไปมาด้วยความขวยเขิน ผ่านมาไม่ถึงสัปดาห์ก็ต้องคิดถึง อยากทำแบบนั้นอีก เขาว่ากันว่ารสของรักน่ะยิ่งสัมผัสยิ่งลุ่มหลง โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ฮอร์โมนพุ่งพล่านและได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรก มินกยูปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากคืนนั้นความรู้สึกของเขาที่มีต่อซูนยองมันยิ่งมากขึ้นจนปรอทแตก รวมถึงความรู้สึกอย่างอื่นๆ ด้วย พี่ชายเขาชอบใส่กางเกงขาสั้นอยู่บ้าน ยิ่งอากาศร้อนแบบนี้ด้วยยิ่งสั้น ยิ่งบาง หลายครั้งแค่อีกฝ่ายนั่งขัดสมาธิ สายตาเขาก็แอบมองไล่ขึ้นไปที่ต้นขา หรือบางทีที่อากาศร้อนแล้วพี่ชายกระพือเสื้ออย่างหงุดหงิด เขาก็อดมองหน้าอก หรือหน้าท้องที่โผล่พ้นชายผ้าออกมาไม่ได้

จนเขาเริ่มกลัวตัวเองแล้วเหมือนกัน ว่าทำไมอยู่ๆ หื่นได้ขนาดนี้

แต่ก็นั่นแหละ เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เลย และจากการศึกษาในอินเตอร์เน็ตเล็กน้อยเขาก็พอจะทำใจให้สบายขึ้นได้บ้าง เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติของเด็กวัยกำลังเจริญเติบโต จะมีความต้องการทางเพศสูงพิเศษก็ไม่แปลก ดังนั้นเขาเลยพยายามปล่อยตัวปล่อยใจให้สบายๆ หน่อยแล้วจ้องต้นขาพี่ชายต่อไปโดยในใจวางแผนไปด้วย แผนที่จะนำให้เขาและซูนยองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบคืนนั้นอีก และก็ประสบโอกาสเหมาะเอาวันนี้พอดี วันที่ 14 มีนาคม หรือ White Day วันที่ผู้ชายจะต้องของตอบแทนผู้หญิงที่นำชอคโกแลตมาให้ในวันวาเลนไทน์ของเดือนก่อนหน้า

“ซูนนนนน"

“หืม ว่าไง?”

“ที่บ้านผมตอนนี้มีขนมจากต่างประเทศเยอะแยะเลยล่ะ ไปกินกันมั้ย?”

“หืม??”

ซูนยองที่กำลังนอนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ข้างๆ พัดลมหันหน้ามามองเขาอย่างงุนงง มินกยูลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มันก็ฟังดูน่าสงสัยจริงๆ นั่นแหละ เหมือนคนร้ายใช้ขนมล่อเด็กไปเรียกค่าไถ่อะไรอย่างนั้นเลย แต่แผนที่เขาคิดได้ก็มีแค่นี้นี่นา

“ก็.. เอ่อ ที่บ้านเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศก็เลยเอาขนมมา.. วางไว้อะ ผมกินคนเดียวไม่หมด จะให้ขนมาก็ยังไงอยู่ เลยอยากให้ซูนไปนั่งกินด้วยกันที่นู่นอะ นะๆ ไปนะ"

“คุณน้าเหรอ?”

“อะ อื้ม"

“อ่า แล้ว-”

“เขาก็ออกไปไหนอีกแล้วไม่รู้แหละ"

“งั้นเหรอ..”

“อื้อ นะนะซูนนะ ไปช่วยผมกินหน่อยนะ นี่ก็หลายวันแล้วอะ กลัวเสีย"

“อ่า ก็ได้ๆ ไปๆ"

พอพี่ชายยอมมาด้วยอย่างง่ายดายมินกยูก็ดีใจเนื้อเต้น จะว่าทุเรศตัวเองก็ทุเรศที่ใช้ขนมหลอกล่อพี่ชายมาลวนลาม ตอนนี้เขาหยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ แต่เขาเริ่มจะเห็นลางร้ายอะไรบางอย่างตอนที่ซูนยองเดินลากขาท่ามกลางแสงแดดแล้วบ่นงึมงำ ขมวดคิ้วแน่น เขาลืมไปเลยว่าพาซูนยองออกมาเดินกลางแดดในช่วงฤดูร้อนไม่ได้ ดูเหมือนซูนยองเองก็ลืมไปเหมือนกันถึงได้ยอมตามออกมาง่ายๆ แบบนี้ ร่มก็ไม่เคยพกอยู่แล้ว มินกยูเริ่มตัวซีดลงๆ เมื่อเห็นซูนยองอารมณ์บูดถึงขีดสุด ก็วันนี้มันร้อนเกือบถึงสี่สิบองศาเลยนี่นา แย่แล้วสิ

“โว้ยยยย ร้อนนนนนนนนนนนนนน"

ระเบิดลงที่บ้านเขานี่แหละ แทบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา มินกยูรีบวิ่งไปเปิดแอร์ทุกตัวในบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ก่อนจะวิ่งไปหยิบผ้ามาพันน้ำแข็งแล้วส่งไปลูบๆ ลำคอพี่ชาย โดยพ่วงน้ำเย็นเจี๊ยบและโมจิไส้ไอศกรีมมาให้ด้วย ซูนยองยังคงบ่นเป็นหมีกินผึ้งแต่ก็ค่อยอารมณ์เย็นลงตามลำดับ ยิ่งเห็นน้องชายปรนนิบัติพัดวีขนาดนี้ยิ่งรู้สึกผิด ซูนยองยกมือขึ้นลูบหัวมินกยูเบาๆ

“โทษทีๆ ฉันอารมณ์เสียไปหน่อย ขึ้นมานั่งดีๆ เถอะ"

“เอ่อ ไม่เป็นไรฮะผมเช็ดให้ดีกว่านะ ผมผิดเองนั่นแหละ อากาศร้อนขนาดนี้ยังพาซูนออกมาเดินอีก"

ซูนยองนั่งกินโมจิด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นในขณะที่มินกยูใช้ผ้าขนหนูซับๆ ตามลำคอซูนยอง แต่ซับไปซับมาอาการหื่นก็กลับมาอีกครั้ง จะว่าเขาโรคจิตก็ได้แต่พอมานั่งใกล้ๆ ซูนยองที่เหงื่อแตกเต็มตัวแบบนี้เขากลับรู้สึกตื่นตัวขึ้นมายังไงแปลกๆ ซูนยองเป็นคนเหงื่อออกง่าย และการเดินจากบ้านมาที่นี่ก็ทำให้พี่ชายเขาเหงื่อซกทั้งตัว จนเสื้อเปียก หมด เลย สายตาไล่ลงมองแถวหน้าอกพี่ชายอย่างไม่ได้ตั้งใจ วันนี้ซูนยองใส่เสื้อสีขาวซะด้วย แล้วก็บาง จนมองเห็น ทะลุ ไปยัง ตรงนั้น ที่ตอนนั้น ลิ้น ของ เขา เคย -

“มินกยู พอแล้วล่ะ นายเองก็เหงื่อออกเหมือนกัน มานี่มา ฉันซับให้"

ซูนยองดึงผ้าออกจากมือน้องชายแล้วกลับด้านเพื่อซับแก้มน้องชายที่เขาคิดว่าแดงขึ้นจากแดด แต่ความจริงแล้วมันก็ไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียว มินกยูแทบลมจับเมื่อพี่ชายหันหน้าเข้าหาแล้วโน้มตัวมาใกล้ สายตามองไล่จากดวงตา ลงมาที่แก้มที่ขึ้นสีจากความร้อน ริมฝีปาก ลำคอ และหน้าอก-

“ซะซูน ผมว่าเราเหงื่อแตกกันเยอะเลยอะ ไปอาบน้ำดีกว่านะเดี๋ยวเหม็น"

“หืม?”

“กะ ก็ ดูสิๆ เสื้อเปียกหมดเลย ไม่ใช่เหม็นอย่างเดียวนะตัวเปียกๆ แบบนี้มานั่งตากแอร์นะไม่สบายแน่เลย เชื่อสิ"

“อืม ก็จริง"

“นะนะ ป่ะป่ะ"

มินกยูยิ้มกริ่มเมื่อพี่ชายเดินตามขึ้นมาบนห้องนอน พอเข้ามาถึงซูนยองก็ชะงักไปเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อสายตาไปตกอยู่ที่เตียงกว้างที่มีผ้าห่มผืนใหญ่สีเทา ภาพจากเมื่อคืนวันนั้นไหลเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ พอหันไปมองมินกยูที่ยืนยิ้มอยู่ เขาก็เริ่มรู้แล้วว่าน้องชายพาเขากลับมาที่นี่อีกทำไม แต่เรื่องอาบน้ำยังไงก็คงต้องอาบเพราะนอกจากเขาจะไม่สบายตัวแล้วก็ยังเสี่ยงไม่สบายอย่างที่น้องชายบอกจริงๆ

“งั้นฉันอาบห้องนี้ นายอาบข้างล่างเหมือนเดิมนะ?”

“อาบด้วยกันก็-”

“โอเค งั้นเดี๋ยวอาบเสร็จเจอกันในครัวข้างล่าง จะได้กินขนมกัน"

ปัง! แกร๊ก!

ปิดประตูลงกลอนเรียบร้อยเล่นเอามินกยูอ้าปากค้าง ซูนยองไหวตัวทันแล้วแน่ๆ ไม่อย่างนั้นพี่ชายเขาไม่ระวังตัวแบบนี้หรอก มีการตัดบทกันอีก มินกยูได้แต่กัดผ้าห่มอย่างลำบากใจ ตอนนี้ในหัวมีอยู่สามทางเลือก ทางเลือกหนึ่งคือสะเดาะกลอนห้องน้ำแล้วเข้าไปอาบด้วย แต่ก็เสี่ยงถูกถีบหัวทิ่ม ทางเลือกที่สองคือรีบลงไปอาบน้ำข้างล่างแล้วขึ้นมาดักรอตอนออกจากห้องน้ำใหม่ๆ ซึ่งก็อาจจะถูกลากลงบันไดมากินขนมอยู่ดี ส่วนทางเลือกที่สามคือ เลิกลามกแล้วกินขนมกันดีๆ

ก็ต้องเป็นทางเลือกที่สองแหละ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ทางเลือกที่สามน่ะโยนมันทิ้งไปซะ

มินกยูวิ่งลงชั้นล่างไปอาบน้ำเร็วเหมือนสายฟ้าแลบแล้วรีบโกยขนมจากตู้เย็นขึ้นมาโยนเต็มพื้นห้องนอน โชคดีที่เขาอาบน้ำเสร็จก่อนทำให้เขาได้รู้ก่อนว่า ในตู้ไม่มีเสื้อผ้าเลย นอกจากกางเกงไม่กี่ตัว เขาเคยมาจัดการดูแลบ้านบ้างเลยต้องเปลี่ยนจากกางเกงขายาวเป็นขาสั้นเพื่อความคล่องตัว แต่ไม่เคยเอาเสื้อมา นั่นทำให้เขายิ้มกว้างขึ้นมาอย่างชั่วร้าย หมายความว่าซูนยองจะต้องใส่กางเกงตัวเดียว อยู่ในห้อง กับเขาสองคน นึกสมน้ำหน้าที่พี่ชายรีบร้อนหนีเขาเข้าห้องน้ำไปแบบนั้นจนไม่ได้เอาเสื้อผ้าเข้าไปด้วย มินกยูรีบหลบหลังเตียงทันทีเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ซูนยองโผล่หน้าออกมามองซ้ายมองขวา เมื่อไม่เห็นใครก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าทั้งๆ ที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว

ผ้า เช็ด ตัว ผืน เดียว อีก แล้ว

ยิ่งมองจากมุมต่ำด้วยแล้ว มินกยูยิ่งรู้สึกอุณหภูมิ ฮอร์โมน และต่อมหื่นในร่างกายสูงปรี๊ดจนปรอทแตก ซูนยองก้มๆ เงยๆ หาเสื้อผ้าในตู้แล้วก็ถอนหายใจออกมาเสียงดังแถมยังบ่นอะไรงุบงิบๆ อีก สองมือก็ลูบแขนตัวเองไปด้วย เพราะมินกยูเปิดแอร์ไว้เบอร์แรงสุดน่ะสิ

โถ ซูนยอง หนาวเหรอ มินกยูคนนี้จะกอดเอง

“อ่ะ!! มะ มินกยู!!”

“หาอะไรอยู่เหรอครับ?”

มินกยูฝังจมูกลงที่ลาดไหล่ของพี่ชาย หอม หอมฉุยเลย ซูนยองตอนอาบน้ำใหม่ๆ นี่หอมชื่นใจจริงๆ ในขณะที่น้องชายกำลังมีความสุข พี่ชายก็ตัวสั่นด้วยความตื่นตระหนก ซูนยองรู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง ได้แต่โทษตัวเองที่หลงกลน้องชายซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ จะหนียังไงรอดในเมื่อเสื้อผ้าก็ไม่มี มีแต่กางเกงไม่กี่ตัว อยู่ในห้องสองต่อสองแถมยังถูกกอดไว้แล้วด้วย ที่สำคัญคือ ผ้าเช็ดตัวเฮงซวยนี่อีกแล้วที่ทำให้เขาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่เขาก็ต้องพยายามทำใจดีสู้เสือไว้ก่อน

“มะ มินกยู ทำไมในตู้มีแต่กางเกงล่ะ เสื้อไม่มีหระ อ่ะ เหรอ?”

“อืมม ไม่มีอะครับ พอดีผมไม่ได้มาค้างที่นี่เลยซูนก็รู้นี่นา ไม่เป็นไรหรอก ก็อากาศร้อนออกนี่นา เนอะ"

ซูนยองกรีดร้องในใจอย่างหมดหนทางเมื่อน้องชายเริ่มจูบซับหยดน้ำตามไหล่และคอเขาอย่างใจเย็น ทำยังไงดี จะหนีไปจากตรงนี้ยังไง ประตูอยู่ไกลเกินไป บ้าเอ๊ยทำไมห้องต้องใหญ่แบบนี้ ถึงจะทำให้พอหนีไปหนีมาได้ก็เถอะ แต่จะหลุดออกจากอ้อมกอดนี้ได้ยังไง ดูก็รู้ว่ามินกยูไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ แน่ มินกยูยิ้มกริ่มอย่างเหนือกว่าเมื่อแอบมองเสี้ยวหน้าซูนยองจากด้านหลัง ลนลานไปหมดเลย

“มะมินกยูงั้น งั้นเดี๋ยวฉันใส่กางเกงก่อนแล้วกันเนอะแล้วลงไปกินขนมกันเนอะ"

“อืม ไม่ต้องลงไปไหนหรอกครับผมเอาขนมขึ้นมาบนห้องหมดแล้วนี่ไง กินกันบนนี้แหละ"

“อ่า กะกินกันบนนี้เหรอ"

“อื้ออ~”

“งะงั้นก็ ปละปล่อยก่อนสิ จะได้ใส่กางเกง"

“...”

“...”

“ไม่เห็นต้องใส่เลย เดี๋ยวก็ต้องถอดอีกอะ"

นั่นทำให้ซูนยองรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะหนึ่ง นั่นเป็นเหมือนเสียงสัญญาณนกหวีด ว่ามันได้เริ่มขึ้นแล้ว

“มิน- อ่ะ!!”

ซูนยองรู้ว่ามินกยูแข็งแรง แต่ไม่คิดว่าขนาดนี้ เขาถูกอุ้มจนลอยหวือข้ามหัวอีกฝ่ายไป รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังกระแทกกับอะไรบางอย่างนุ่มๆ เตียง เขาถูกเหวี่ยงจนลงมานอนหงายบนเตียง ซูนยองหน้าซีดเมื่อมินกยูตามขึ้นมาคร่อมทับทันที แววตาของน้องชายเขาเหมือนมีประกายไฟลุกโชนอยู่ ซวย ซวยแล้วแน่ๆ มินกยูไม่ได้ประชิดเข้ามาจูบเขาจนตาลายเหมือนครั้งที่แล้ว แต่อีกฝ่ายแค่มองเขานิ่งๆ และยกยิ้มแบบที่ไม่น่าไว้ใจเขาซะเลย ข้อมือเขาถูกกดไว้กับเตียงทั้งคู่ แล้วแบบนี้จะรอดได้ยังไงกัน ซูนยองกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คิดหาทางรอด แต่ดูเหมือนจะไม่มี

“มะ มินกยู ทะ ทำอะไร-”

ไม่สิ การถามเตือนสติแบบนี้ตอนนี้คงไม่ได้ผลแล้วล่ะ จังหวะนี้คงต้องลองเกลี้ยกล่อมเท่านั้น

“มินกยูอย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยฉันเถอะ"

“บอกว่าอย่าทำๆ อีกแล้ว ซูน ถามจริงๆ มันผิดมากเหรอการแสดงความรักแบบนี้น่ะ"

“..เอ่อ คือฉัน ฉันไม่อยากให้นายหมกมุ่นเกินไป เรื่องพวกนี้มันธรรมชาติก็จริงฉันเคยพูดแล้ว แต่ระ เรื่องพวกนี้น่ะยิ่งเสพก็ยิ่งติด ฉันไม่อยากให้นายมีแต่เรื่องพวกนี้ในหัวตลอดเวลามันจะไม่เป็นอันทำอย่างอื่นนะ"

“หืม ไม่อยากให้ผมมีแต่เรื่องพวกนี้ตลอดเวลาเหรอฮะ? ผมน่ะ หยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้เลยมาอาทิตย์หนึ่งแล้วล่ะ"

“หะ หา?”

“เพราะว่าไม่ได้ทำต่างหากถึงทำให้ใจมันไม่สงบน่ะ เพราะงั้นถ้าซูนกังวลเรื่องนั้นล่ะก็ ยิ่งต้องให้ผมทำเลยนะ"

ซูนยองรู้สึกเกลียดมินกยูขึ้นมาชั่วขณะเมื่อน้องชายยื่นหน้าลงมายิ้มล้อเลียน ก่อนจะจูบเขาหนักๆ หนึ่งที เขารู้สึกว่าเหตุการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไป คราวที่แล้วมินกยูถูกกระตุ้นเพราะเขาดันแต่งตัวไม่เรียบร้อย แถมสถานการณ์ยังพาไปเพราะอยู่บนเตียงด้วย แต่ครั้งนี้ ครั้งนี้มินกยูจงใจ น้องชายเขาวางแผนให้เขามาอยู่ที่นี่ เวลานี้ และอยู่ในสภาพอย่างนี้ ร้ายกาจ ร้ายกาจจริงๆ มินกยูเริ่มเห็นสีหน้าพี่ชายเปลี่ยนไปก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างอ่อนใจ เขาไม่ได้อยากบังคับขืนใจซูนยองสักหน่อย อยากให้ซูนยองต้องการไปพร้อมกับเขาต่างหาก แบบนี้คงจะต้องใช้วิธีใหม่

“ซูนอะ ซูนไม่รู้เหรอว่าวันนี้วันอะไร?”

“หะ หา วันอะไรอีกแล้วเนี่ย?”

“หึ วันนี้น่ะ White Day นะฮะ"

“อะ อ่า..”

“เพราะงั้นก็เลยชวนมากินขนมที่บ้านเนี่ย แล้วก็ อยากจะได้ของขวัญตอบแทนชอคโกแลตวันวาเลนไทน์ด้วยนี่นา"

“อ่า งะงั้นเหรอ"

“นะนะ นะฮะ นะซูนนะ หรือซูนไม่ชอบเหรอ คืนนั้นน่ะ?”

“กะก็ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่-”

“ถ้าชอบ ก็ไม่มีแต่แล้วฮะ เพราะมันไม่ใช่เรื่องผิดสักหน่อยอะ น้า"

“เห้อ มินกยู ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้นายเสียเด็กเลยให้ตาย- อ่ะ อ้า!! มินกยู!!”

“ไม่เห็นเสียเด็กเลย ผมโตจะตายชักแล้ว เมื่อไหร่จะจำสักที"


มินกยูตะปบลงที่หว่างขาซูนยองทันทีอย่างหงุดหงิดเมื่อพี่ชายเขาทำเหมือนเขาเป็นเด็กๆ ซูนยองหน้าขึ้นสีเมื่อฝ่ามือของน้องชายเริ่มขยับ พยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกให้ใจเย็น แต่ก็ทำได้ยากเมื่อมินกยูโน้มหน้าลงมาจูบลงที่หน้าอก จุดอ่อนของเขาเลย เพิ่งรู้พร้อมมินกยูในคืนนั้นแหละ ซูนยองรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟไหลทั่วร่าง ถูกสัมผัส ถูกจูบตรงไหนก็ช็อตไปหมดจนเรี่ยวแรงหายไม่มีเหลือได้แต่นอนหอบหายใจอยู่อย่างนั้น เขาแพ้ทางมินกยูจริงๆ แพ้ทุกอย่าง แพ้อย่างราบคาบ มินกยูเหลือบมองพี่ชายที่ซุกหน้าลงกับผ้าห่มแล้วก็หลุดยิ้มออกมา ทีแรกก็กลัวอยู่หรอกว่าจะเป็นการฝืนใจพี่ชาย ทำให้อีกฝ่ายทรมาน แต่พอเห็นสีหน้าแบบนั้นแล้วเขาก็รู้ว่าพี่ชายแค่ปากแข็งเท่านั้นเอง เห็นแล้วก็อดแซวไม่ได้

“ซูน ชอบมั้ยครับ?”

“อึก อื้ออ"

“ไม่ตอบเหรอ ซูน ชอบมั้ย? อยากให้ทำแรงกว่านี้ หรือเร็วกว่านี้มั้ย?”

“น่ะ นี่! หยุดพูด อึก ได้แล้ว!”

“หึๆ ปกติเหมือนซูนจะเป็นคนควบคุมผมนะ แต่พออยู่บนเตียงแล้ว ซูนก็เหมือนลูกไก่ในกำมือผมเลย รู้มั้ย"

ประโยคนั้นเหมือนไปจุดระเบิดอะไรบางอย่างในใจซูนยอง เขาลืมตาแล้วจ้องเขม็งมาทางน้องชายทันที มินกยูรู้สึกหนาววูบไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาเรียวของพี่ชาย แววตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รู้ตัวอีกทีก็ถูกจับพลิกลงมานอนหงายบนเตียงแทนแล้ว มินกยูอ้าปากค้างอย่างตกใจเมื่อพี่ชายกระชากกางเกงขาสั้นเขาออกอย่างรวดเร็วแล้วตะปบลงมาที่เดียวกับที่เขาเพิ่งกลั่นแกล้งอีกฝ่ายอยู่เมื่อครู่

“อ่ะ อ๊ะ ซะซูน ฮื่อออ อย่าา"


มินกยูรู้สึกว่าภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือของพี่ชาย บีบรัดและขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็วก่อนจะตามมาด้วยริมฝีปากอุ่นๆ ตะโบมจูบลงมาทั่วทั้งใบหน้า ลำคอ และช่วงอก จบลงที่เดียวกันกับที่เขาเพิ่งกลั่นแกล้งอีกฝ่ายไปเมื่อครู่ มินกยูหวีดร้องเสียงสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายเสียการควบคุมไปดื้อๆ ถ้าเขากระทำอะไรรุนแรงแล้ว ซูนยองยังยิ่งกว่า เหมือนอีกฝ่ายกำลังระบายอารมณ์โดยไม่มีขีดจำกัด เมื่อสบสายตากันก็ต้องสั่นสะท้าน ซูนยองในตอนนี้มีแววตาของผู้ล่าอย่างแท้จริง ถึงมือจะไม่ได้ถูกมัดไว้ แต่มินกยูกลับทำอะไรไม่ได้เลย ซูนยองละออกจากหน้าอกเขาชั่วครู่เพื่อมาไล่ต้อนลิ้นในโพรงปากของเขาอย่างเผ็ดร้อน จนมินกยูรู้สึกปากชาๆ พร้อมทั้งร้อนในอกไปหมดยามที่ฝ่ามือร้อนฉ่าบีบเค้นไปทั่วร่างของเขา แล้วยังมาตะปบลงที่สะโพกเขาแรงๆ จนต้องสะดุ้งอีก เหมือนกับจะเอาคืนทุกอย่างที่เคยถูกทำ มินกยูครางอื้ออึงในลำคอ รู้สึกเสียววูบไปทั่วช่องท้าง ซูนยองถอนจูบออกแล้ว แต่ยังคลอเคลียอยู่แถวริมฝีปาก

“ไงล่ะ ใครกันที่เป็นลูกไก่ในกำมือน่ะฮึ? เด็กน้อย"

“อ่ะ อ๊าา! ซูนนน!!”

ซูนยองรู้ไปหมด ต้องรูดตรงไหน บีบส่วนไหน บดขยี้ที่ปลายไหน ธรรมชาตินี่น่ากลัวจริงๆ ทำให้พี่ชายของเขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ มินกยูนอนร้องระงมได้อยู่อย่างเดียว รู้สึกอ่อนเปลี้ยไปหมดเมื่อเป็นคนถูกกระทำ ร่างกายเกร็งยามที่ปลายลิ้นร้อนลากผ่าน ริมฝีปากนุ่มขบกัดไปทั่วร่างเหมือนที่เขาเคยทำอีกฝ่ายขึ้นรอยไปหลายวัน ตอนนี้เขาเองก็กำลังโดนทำแบบเดียวกัน แต่ยิ่งกว่า สะท้านเกร็งไปทั้งร่างเมื่อรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ต้นขา ตอนนี้เขาเป็นเหมือนเหยื่อตัวโตที่กำลังถูกล่า ทั้งๆ ที่เป็นแผนการของตนเอง มินกยูพยายามรวบรวมสติแล้วเอื้อมมือขึ้นไปช่วยทำให้พี่ชายได้ปลดปล่อยด้วยกัน ซูนยองครางเสียงต่ำอย่างพึงพอใจแล้วจูบที่แก้มเขาเบาๆ

“ฮื่ออ ซูน อึก ฮืออ อ๊าา!”

“มะ มินกยูอา อ่ะ อ้า!”

พายุสงบลง มินกยูหอบหายใจหนักพร้อมๆ กับที่ร่างค่อยๆ ผ่อนคลายลง ซูนยองจูบที่หน้าผากเขาเบาๆ ฝ่ามือที่ลูบอยู่ที่หัวทำให้มินกยูรู้สึกสบายขึ้น เมื่อเขาปรือตาขึ้นมองซูนยองก็จ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว บนใบหน้าพี่ชายมีรอยยิ้มอยู่ แต่ไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยันหรือรอยยิ้มแบบคนเหนือกว่า แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่น อ่อนโยน รอยยิ้มของซูนยองที่เขาคุ้นเคย มินกยูซุกหน้าเข้ากับอกพี่ชายแล้วดึงอีกฝ่ายมากอดแน่น ซูนยองตบหลังเขาเบาๆ แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างไว้

“แผนนายตั้งแต่ชวนฉันมากินขนมแล้วใช่มั้ย?”

“หืม?”

“นายตั้งใจจะทำแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ย?”

“เอ่อ.. อย่างที่ซูนคิดแหละครับ แหะๆๆ โอ๊ย!”

“มันน่าตีนัก! คิดแต่เรื่องแบบนี้เหรอหืม? คิดแบบนี้มาอาทิตย์หนึ่งแล้วด้วยใช่มั้ย? ใช่มั้ย?”

“ฮืออ ซูนอย่าตีผมสิ เจ็บนะ ก็ ก็ผมรักซูนอ่า อยู่ใกล้ซูนแล้วมันอดไม่ไหวทุกทีเลยอ่า"

“เหรอ งั้นสงสัยฉันต้องไล่นายออกจากบ้านแล้วล่ะ"

“มะ ไม่นะ! ไม่เอานะ!! ซูนอย่าไล่ผมนะ!!”

“ล้อเล่นน่า ใจเย็นๆ สิ"

ซูนยองจูบแก้มน้องชายเบาๆ แต่มินกยูก็ยังหน้ามุ่ยอยู่เล็กน้อย เขาไม่ชอบให้ซูนยองล้อเล่นเรื่องแบบนี้เท่าไหร่เลย ซูนยองรู้ว่าทำให้น้องชายไม่สบายใจก็พลิกตัวอีกฝ่ายมานอนคว่ำทับตนเองแล้วกอดแน่น ท่าประจำที่มินกยูชอบนอนที่สุด เขาเหลือบตามองกองขนมบนพื้นแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ สำหรับการหลอกล่อมาครั้งนี้ต้องยอมรับว่ามินกยูลงทุนมากจริงๆ

“มินกยู นายก็โตแล้วล่ะนะ ฉันว่าเรามาคุยกันแบบผู้ใหญ่ๆ ดีกว่า เรื่องที่เราทำกันน่ะ ถึงเราจะคิดว่าไม่ผิดแต่คนในสังคมทุกคนไม่ได้คิดแบบเราหรอกนะ นาย.. ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมีแฟนเป็นผู้หญิงจริงๆ เหรอ?”

“ไม่ครับ ผมแน่ใจ ยิ่งผมอยู่กับซูนมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งมั่นใจว่าผมจะไม่เปลี่ยนใจไปรักใครอีก เราอยู่ด้วยกันมาสิบสองปีแล้วนะครับ ถ้านั่นไม่พอที่จะพิสูจน์ได้ว่าผมรักซูนมากแค่ไหน ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว"

“แต่ก่อนหน้านี้เราอยู่กันแบบพี่น้อง-”

“แล้วยังไงล่ะฮะ? มันจะไม่เหมือนกันตรงไหน ชีวิตผมก็มีแต่ซูนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้าต่อไป และตลอดไปจะมีแค่ซูน ผมก็คงมีคามสุขดี"

“อ่า.. นาย นายเคยคิดว่าอยากจะมีลูกบ้างมั้ย?”

“ไม่อะ หรือซูนอยากมีล่ะฮะ?”

“ปะ เปล่า แต่การมีลูกคือการสืบสกุลนะมินกยู"

“...”

“ถะ ถ้านายไม่มี ตระกูลนายก็.. คุณน้าก็-”

“อย่าพูดถึงแม่ผม!”

“...มินกยูอา"

“เรา เราอย่าพูดเรื่องนี้กันเลยนะฮะ"

“อืม แต่ยังไงฉันก็อยากให้นายเก็บไปคิดดูนะ"

“ไม่ต้องคิดแล้วล่ะครับ ผมมั่นใจในสิ่งที่ผมเลือก และผมเลือกซูนครับ"

“อ่า..”

“ผมถามซูนแค่คำเดียว ซูนรักผมมั้ย?”

“รักสิ"

“ถ้าซูนรักผม และพร้อมจะสู้ไปกับผม ไม่ทิ้งผมไปไหน แค่นั้นก็พอแล้วครับ"

“อ่ะ อืม"

“อย่าคิดมากอีกเลยนะครับ"




“แล้วก็ ถ้าซูนเองก็ชอบ เรามารักกันแบบนี้อาทิตย์ละครั้งดีมั้ย”

No comments:

Post a Comment