Saturday, 11 March 2017

Heat 1/2 #minsoon

“โอย ร้อนนน ร้อนนน ร้อนนนนนนนนนน!!”

ซูนยองนอนแผ่อยู่บนเตียงด้วยอารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่าน เปิดแอร์ก็แล้ว ปิดผ้าม่านก็แล้ว นี่พัดตัวเองอยู่ด้วยก็แล้วแต่ยังร้อนจนเหงื่อท่วม หน้าร้อน ซูนยองเกลียดหน้าร้อนที่สุด ร้อน อบอ้าว มากับความเฉอะแฉะของเหงื่อ เหม็นอีกต่างหาก โดยเฉพาะเขาเป็นคนเหงื่อออกง่ายด้วยยิ่งทำให้ชีวิตในหน้าร้อนลำบากขึ้นอีกเท่าตัว เพราะงั้นเขาถึงเกลียด เกลียดที่สุด ต่างกันกับน้องชายที่นั่งยิ้มแป้นแล้นอยู่ข้างๆ นี่ ชอบหน้าร้อนอย่างกับอะไรดี

“โถถ่ ซูนอ่าาา อากาศวันนี้สดใสสส๊ สดใสเราออกไปวิ่งเล่นข้างนอกกันดีกว่า-”

“วิ่งเล่นบ้าอะไร ร้อนตับแตกขนาดนี้!”

“ฮ่าๆๆๆ อารมณ์เสียจังเล้ยย"

อีกอย่างที่เกลียดคือ พออากาศร้อนแบบนี้เขาจะขี้หงุดหงิดเป็นพิเศษ ซึ่งปกติเวลาอยู่กับมินกยูเขาจะพยายามระวังตัวจนกลายเป็นคนอารมณ์ค่อนข้างเย็นและไม่บ่นไม่โวยวายมาก ยกเว้นจะเป็นการดุมินกยูน่ะนะ แต่เพราะอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเขาก็เลยไม่ค่อยได้บ่นเท่าไหร่ มีแค่ช่วงนี้ของปีเท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้น มินกยูที่ใส่เสื้อยืดสีฟ้าลายก้อนเมฆตัวโปรดเอาคางมาเกยที่ขอบเตียงแล้วซบหน้าลงกับแขนเขาอย่างอ้อนๆ แต่ก็ถูกสะบัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยจนน้องชายตัวโตโอดครวญเสียงหงุงหงิง

“ฮืออ ใจร้ายๆ สะบัดกันแบบนี้ได้ยังไง ไม่รักผมแล้วเหรอ?”

“ก็ฉันบอกอยู่ว่าร้อนๆ เด็กนี่! ยังมาโดนตัวกันอีก!”

“แหมซูนอ่าาา หน้าร้อนทั้งทีนอนผึ่งแอร์แบบนี้ได้ยังไงอะ"

“แล้วจะให้ทำอะไร ก็มันร้อนร้อนร้อนร้อนร้อนนน ขนาดนี้น่ะ จะให้ออกไปวิ่งเล่นอย่างที่นายพูดฉันจะละลายกลายเป็นกองเหงื่ออยู่นอกบ้านพอดี"

“ฮ่าๆๆ แหมซูนอ่า เดี๋ยวผมโกยๆ ใส่ขวดกลับมารวมร่างที่บ้านให้ก็ได้"

“ไม่ตลก! ร้อนน!”

“ฮ่าๆๆ ซูนนน หน้าร้อนน่ะเป็นหน้าที่มีชีวิตชีวาที่สุดเลยน้าา มีกิจกรรมอะไรสนุกๆ เยอะแยะเลยย ไม่เหมือนหน้าหนาวที่ต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านกับฮีทเตอร์"

“กิจกรรมอะไรของนาย ร้อนขนาดนี้ใครเขาออกไปวิ่งเล่นกันบ้างล่ะ มีแต่นายคนเดียวน่ะเด็กบ้า"

“หงื่อ ไม่ได้หมายถึงวิ่งเล่นสักหน่อย ก็ พูดถึงหน้าร้อนก็ต้องนี่เลย ไปทะเลล วิ่งเล่นบนหาดทราย-”

“วิ่งเล่นอีกแล้ว"

“นะ นั่นแหละ ก็วิ่งเล่นๆ แล้วก็ดื่มน้ำผลไม้เย็นเย็นน กินแตงโมมม! ดื่มน้ำมะพร้าว! อาบแดดให้สบายใจไป-"

“อาบมาจนเกรียมเลยสินายน่ะ"

“ซูนนนน!!!!”

“เออน่า ล้อเล่น นายก็รู้ว่าฉันชอบสีผิวนายจะตายไป"

“หวา เขินนะ"

“ไอ้เด็กบ้า"

“อา นั่นแหละ แล้วก็ๆ กินน้ำแข็งไสสสส ว้า พูดแล้วอยากกินเลยอ่า ผมนะติดใจมากเลยน้ำแข็งไสแถวบ้าน- ซู๊นนนนนน!!!”

“โว้ยย อะไรๆ ตกใจหมด"

“ฮ่าๆๆ โว้ยด้วย เอ้อ แต่ซูนน!! ไปกันๆๆ"

“ไปไหน?”

“สระว่ายน้ำที่อยู่แถวบ้านผมไง! ที่นั่นอะมีน้ำแข็งไสขาย อร่อยมากกกกกก"

“มันจะสักแค่ไหนกันเชียว กะอีแค่น้ำแข็งไส"

“ก็มันเป็นน้ำแข็งไสบุฟเฟ่ต์อะสิ! มีเครื่องให้เลือกเต็มมมไปหมดเลยนะรู้เปล่า ใส่โซดาก็ได้ด้วยล่ะ ครีมโซดาเอย แดงโซดา มีน้ำสีฟ้าๆ ม่วงๆ ก็มีน้า ผลไม้นี่อย่างเยอะเลย แล้วก็มีพวกซีเรียลด้วยล่ะ โห ขนมปังก็มีจุ้มน้ำหวานเสยน้ำแข็งนะโห้ยยยอร่อยอย่างงี้เลย ไม่พอๆ เขามีไอศกรีมขายด้วยล่ะ ใส่ไอศกรีมก็ได้นะ โอ้โห้แล้วพวกขนมอื่นๆ ถ้าอยากใส่ลงไปรวมกันก็ได้ล่ะ! โดนัทเอยเค้กเอยมาการองเมอแรงค์เอแคลร์-”

“แต่อากาศมันร้อนนน ไม่ได้ใกล้ๆ เลยนะเดินไปเดินกลับฉันเหงื่อแตกตายเลย"

“อ่า.. ซูนน งั้นไปว่ายน้ำกันด้วยดีกว่า! เล่นน้ำเย็นๆ ไปกินน้ำแข็งไสไปนะ โห้ยยย ฟินงี้เลย แล้วก็ แล้วก็ เตรียมเสื้อผ้าไปด้วยนะ คืนนี้ไปค้างบ้านผมกัน ไม่ได้ค้างนานแล้วนี่นา"

“อ่า เอางั้นเหรอ"

“อื้อ! น้าาาาาา นะนะนะน้าาา"

“...อืม ก็ได้ๆ"

“เย่!!!”

ซูนยองเตรียมชุดนอนกับเสื้อผ้าสำหรับพรุ่งนี้ใส่กระเป๋าเป้แต่มินกยูที่แอบซุ่มอยู่ข้างหลังรีบยัดกางเกงว่ายน้ำใส่ลงไปให้ด้วย ซูนยองอยากจะค้านเพราะเขาไม่อยากเล่นน้ำเท่าไหร่ ที่ไปเพราะน้ำแข็งไสล้วนๆ แต่มินกยูก็ยืนกรานจะให้เอาไปให้ได้ พร้อมบอกว่าสระว่ายน้ำต่อเติมสระแบบจากุซซี่มีที่นั่งให้ด้วย ซูนยองถึงยอมพยักหน้าแล้วใส่กางเกงว่ายน้ำลงกระเป๋าไป นอกนั้นก็ไม่ต้องเอาอะไรไปอีกเพราะสบู่แชมพูที่นั่นก็มี ถึงเดี๋ยวนี้จะไม่ได้ไปค้างบ่อยเพราะมินกยูเรียนมัธยมแล้วแต่ตอนประถมซูนยองก็ไปค้างกับน้องชายตัวเล็กเป็นประจำ จะได้กลับไปใหม่คราวนี้หลังจากไม่ได้ไปมาหลายปีก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน

“โอยร้อน ร้อนมากเลยไม่ไหวแล้ว กลับดีกว่า-”

“อ๊ะๆๆ ไม่ได้นะซูนไม่ได้ กลับมานี่ๆ"

กว่ามินกยูจะลากซูนยองไปถึงสระได้ก็ยากพอดู ถึงจริงๆ แล้วระยะทางระหว่างบ้านมินกยูกับซูนยองจะไม่ได้ไกลกันนัก แต่พอต้องมาเดิน โดยในกระเป๋ามีเสื้อผ้าสองชุด ในอากาศหน้าร้อนแบบนี้ซูนยองที่ปกติเดินกระฉับกระเฉงก็ลากขาเสียอย่างนั้น แถมยังบ่นไปตลอดทางจนมินกยูต้องยัดขวดน้ำเย็นใส่ปากด้วยความรำคาญ แต่ในที่สุดก็มาถึง มินกยูเปลี่ยนกางเกงว่ายน้ำแล้วกระโจนลงสระอย่างรวดเร็วจนซูนยองที่เพิ่งจะนั่งพักหายเหนื่อยเสร็จมองตามด้วยความตกใจ ก็เมื่อกี๊น้องชายเขาเพิ่งจะวางกระเป๋าเอง อยู่ๆ ก็ไปโผล่ในน้ำซะแล้ว พอว่ายวนไปมาจนพอใจแล้วก็กลับมาเกาะขอบสระใกล้ๆ เก้าอี้ที่พี่ชายนั่งอยู่

“ซูนนนน ไปเปลี่ยนชุดเร็วว มาเล่นน้ำกันน"

“อ่า.. โอเค..”

“..ตอบแบบนี้แปลว่าจะเบี้ยวใช่มั้ย?”

“เปล่านะก็แค่.. อีกแป๊ปนึง"

มินกยูหรี่ตามองหน้าพี่ชายนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะกระโจนขึ้นจากสระจนน้ำกระเซ็นเต็มพื้นแล้วลากแขนซูนยองที่กำลังตกใจเข้าห้องแต่งตัวทันที ห้องแต่งตัวของที่นี่มีพื้นที่ส่วนกลางที่มีเก้าอี้และล็อคเกอร์ไว้เก็บของ และอีกฝั่งที่กั้นเป็นห้องเล็กๆ ไว้สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า มินกยูลากพี่ชายเข้าไปในห้องเล็กๆ ด้านในสุดแล้วล็อคประตูอย่างรวดเร็วก่อนจะหันมาหาพี่ชายที่ยืนมองเขาหน้าตาตื่นอยู่

“จะทำอะไร- ว้ากกก! มินกยูอย่า!”

“ไม่ต้องมาห้ามเลย เอามือออกไป! มาสระว่ายน้ำทั้งทีมานั่งนิ่งๆ ทำไมตั้งสิบนาทีแล้วเนี่ยเสียเวลา! มานี่ผมถอดให้!”

“ไม่เอาๆ ยอมแล้วๆ มินกยูฉันถอดเอง มินกยู!!”

โชคดีที่ในห้องแต่งตัวตอนนี้ไม่มีใคร ทำให้ซูนยองไม่ต้องกลัวจะมีใครมาได้ยินบทสนธนาน่าหวาดเสียวแบบนี้แล้วมุ่งความสนใจไปที่มือของน้องชายที่จับอยู่ปลายเสื้อเขาแน่น ซูนยองพยายามดึงเสื้อตัวเองไว้แน่น ไม่ใช่ไม่เคยถอดเสื้อผ้าอาบน้ำด้วยกันหรอก แต่นี่มันคนละเรื่องกัน มินกยูไม่เคยพยายามถอดเสื้อผ้าเขาแบบนี้ และด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายเดือนที่ผ่านมานี้ทำให้เขาไม่สนิทใจที่จะทำอะไรเหมือนๆ เดิมกับมินกยูเลยสักนิด

“มินกยู หยุด! คิมมินกยู!”

“มานี่ ผมถอดให้!”

“ไม่!! เห้ย!!”

พอเห็นว่าเสื้อดึงไม่ออกสักทีมินกยูก็เปลี่ยนไปจับขอบกางเกงยางยืดของพี่ชายแล้วดึงลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกันทั้งตัวในตัวนอก ทำเสร็จเองก็ตกใจเองเมื่อสายตามองจ้องไปที่อะไรๆ ของพี่ชายที่ไม่ได้เห็นมานาน ซูนยองร้องตะโกนเสียงดังแล้วรีบหันหน้าเข้าหากำแพง หันหลังให้น้องชาย หัวใจเต้นสั่นระรัวไปหมดกับสถานการณ์อันตรายแบบนี้ ยิ่งในห้องแคบๆ ด้วย ยังไม่ทันหายตกใจดีมือของมินกยูก็จับยึดที่ชายเสื้อเขาอีกครั้งก่อนจะกระชากอย่างแรงจนหลุดออกไปจนได้ ตอนนี้ซูนยองยืนตัวเปลือยเปล่าหันหลังให้น้องชาย ตัวสั่นเล็กน้อยเพราะลมแอร์ และน้องชายที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“มินกยู เอากางเกงว่ายน้ำมาสิ ฉะฉันจะได้ใส่"

“...”

“มินกยู มินกยู?- อ่ะ"

ซูนยองตัวร้อนวูบเมื่อน้องชายสอดแขนเข้ามาที่ช่วงเอวแล้วดึงร่างของเขาเข้าไปกอดจากด้านหลัง ซูนยองเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อลมหายใจร้อนรดที่ช่วงไหล่ก่อนจะรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นๆ นาบลงมา จูบเบาๆ ไปตามลาดไหล่ ลงมาถึงหัวไหล่ แล้วค่อยๆ ไล่ขึ้นไปที่ซอกคอ คนเป็นพี่ตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก จะหันไปห้ามก็ไม่กล้าเพราะช่วงล่างที่เปลือยเปล่า กลัวจะไปเร่งอะไรๆ ให้มันไปไกลมากกว่าเดิม แต่จะให้ยืนอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้

“อืออ ซูนน"

“อึก"

เสียงเรียกแผ่วเบาที่ริมใบหูพร้อมกับฝ่ามือที่เริ่มเคลื่อนไปมาแถวหน้าท้องทำให้ซูนยองรู้สึกเหมือนมีไฟมาสุมในอก ก่อนที่อะไรๆ จะเกินเลยไปมากกว่านั้นซูนยองตัดสินใจรีบหันหลังกลับไปแล้วฉวยกระเป๋าเป้มาจากมือน้องชาย ดึงกางเกงว่ายน้ำออกมา ใส่อย่างรวดเร็วแล้ววิ่งออกจากห้องแต่งตัวในเวลาไม่เกินสามสิบวินาทีปล่อยให้น้องชายยืนเอ๋ออยู่ในห้องคนเดียวไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามออกมาช้าๆ ก็เจอพี่ชายนั่งอยู่ในสระจากุซซี่อยู่แล้ว

“เอ่อ ซูน อยู่ตรงนี้ไม่เป็นไรนะ? คือผมอยากไปว่ายเล่นตรงสระลึก-”

“ไม่เป็นไรหรอก ตื่นขนาดนี้ฉันไม่จมหรอกนอกจากจะนอนคว่ำหน้าไปกับพื้นน่ะ"

“ฮ่าๆๆ อ่า โอเคครับ งั้นเดี๋ยวถ้าซูนจะขึ้นเมื่อไหร่บอกผมนะ จะได้ไปกินขนมกัน น้ำแข็งไสที่เล่าให้ฟังที่บ้านอะ"

“อื้ม โอเค"

“เอ่อ ซูน.. เมื่อกี๊..”

“ไปว่ายเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน โอเคนะ?”

“อ่า ได้ครับ"

ซูนยองนั่งหลับตาเอนหลังพิงขอบสระแล้วถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยใจ เกือบไปแล้ว เมื่อกี๊เกือบไปแล้ว เขารู้ว่ามันคงต้องมาถึงสักวันแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ มินกยูเป็นคนถึงเนื้อถึงตัว ชอบกอดชอบหอมมาตั้งแต่เด็กๆ แน่นอนว่าพอน้องชายรู้ตัวว่ารักเขา มันต้องมีสักวันที่เจ้าตัวจะเริ่มทำอะไรเกินเลย ซึ่งตัวซูนยองเองก็ยังไม่รู้ว่าจะจัดการยังไงเหมือนกัน รู้แต่ว่าต้องพยายามยืดเวลาออกไปให้นานที่สุด เขายังไม่ได้คิดให้มินกยูผูกอยู่กับตัวเองทั้งชีวิตหรอกนะ เพราะงั้นเขาถึงไม่อยากให้มินกยูมีอดีตอะไรที่จะทำให้ใครตะขิดตะขวงใจได้ ถึงจะต้องฝืนใจแค่ไหนก็ตาม

“มินกยู ว่ายพอรึยัง"

“ยังงงง"

“ตัวเปื่อยแล้วมั้งนั่น"

“ไม่เปื่อยยย"

ซูนยองเข้าใจดีเลยว่าทำไมตอนนั้นน้องชายเล่นน้ำจนไข้ขึ้นได้ พวกเขามาที่สระตั้งแต่บ่ายโมง ตอนนี้เกือบทุ่มหนึ่งแล้วมินกยูก็ยังไม่ยอมขึ้น ข้าวก็ไม่กิน เหมือนตัวติดกับน้ำในสระซะอย่างนั้น ซูนยองกินบุฟเฟ่ต์ขนมไปสองรอบแล้วน้องชายก็ยังไม่ยอมขึ้นจนเขากลัวจะเป็นลมคาสระซะก่อนเลยโยนขนมปังใส่ปากให้เหมือนให้อาหารปลา

“มินกยู ขึ้นมาได้แล้ว มืดแล้วนะ ไปกินข้าวเย็นกัน"

“หงื่อออ ซูนอ่าาา"

“มินกยู ไม่ดื้อนะ ขึ้นมาเลย เร็วเข้า กลับบ้านกัน"

“ซูนนนน"

“มินกยูอ่าา"

ไม่ยอม ยังไงก็ไม่ยอม มินกยูว่ายไกลออกจากขอบสระไปจนอยู่กลางสระลึก หันมายิ้มตาหยีใส่ทีหนึ่งแล้วดำผุดดำว่ายต่อ ซูนยองนั่งขอบสระเอาขาจุ่มน้ำแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ ถ้าเขาว่ายน้ำเป็น หรือไม่ได้กลัวน้ำคงตามลงไปลากคอขึ้นมาแล้ว แต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอ ซูนยองนั่งมองน้องชายว่ายไปว่ายมาด้วยสีหน้ามีความสุขแบบนั้นแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ไม่ว่าจะทำอะไร ถ้ามินกยูยิ้มแย้มมีความสุขเขาก็ชอบหมดนั่นแหละ แค่อยากให้น้องชายมีความสุขแค่นั้นเอง

“ว้ากกกก!!!”

“ฮ่าๆๆๆๆ เหม่ออะไรอะซูนน ฮ่าๆๆ"

ซูนยองตกใจจนหัวใจแทบกระเด็นหลุดออกมาเมื่อรู้สึกถึงแรงดึงที่ขาจนแทบร่วงจากขอบสระ เป็นเจ้าน้องชายตัวแสบนั่นเอง ตอนนี้ในสระไม่มีใครแล้วนอกจากเขาสองคนจึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครตกใจตามที่เขาร้องดังขนาดนั้น ซูนยองยีหัวน้องชายแรงๆ อย่างมันเขี้ยว

“เล่นแบบนี้ฉันตกใจหมดเด็กบ้า ขึ้นมาได้แล้วมา"

“ซูนอ่าา ยังอยากเล่นอยู่เลย"

“ขุดสระให้เล่นที่บ้านเลยดีมั้ยเนี่ยห๊ะ ติดสระน้ำอะไรขนาดนี้!”

“หงื่ออ ซูนอ่า"

“ขึ้นมา! เดี๋ยวนี้เลย!!”

“งืออ ไม่เอา!”

“นี่! เห้อ ต้องทำยังไงถึงจะขึ้นมาฮึ?”

“อืมม.. งั้นน ซูนลงมาเล่นกับผมแป๊ปนึงได้มั้ย แล้วเดี๋ยวขึ้นเลย"

“หะ ห๊ะ? จะบ้าเหรอ ไม่เอาหรอก ฉันว่ายน้ำไม่เป็น"

“ไม่เป็นไรผมจับไว้เอง นะนะนะ"

“มะ ไม่เอา มินกยู นายก็รู้ว่าฉัน-”

“เชื่อใจผมนะซูน นะ ลงมาหน่อยนะ แป๊ปเดียวเอง"

“...แต่ว่า"

“น้าา นะครับ ผมจะจับซูนไว้เอง ไม่ปล่อยให้จมแน่นอนเลย เชื่อใจผมนะ ผมเป็นนักว่ายน้ำดีเด่นเหรียญทองเชียวน้าา"

“เห้อ.. ไอ้เด็กบ้า"

ซูนยองกลัวน้ำมาก เพราะตอนเด็กๆ เคยจม แล้วไม่ใช่จมธรรมดา จมนานพอสมควร อย่างน้อยก็ในความรู้สึกเขานะ กว่าคุณแม่จะมาช่วยก็กลืนน้ำลงไปหลายอึกอยู่เหมือนกัน มินกยูยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ โดยที่ช่วยอะไรไม่ได้เลยเพราะตอนนั้นก็ยังตัวเล็กอยู่ เรื่องนั้นนอกจากฝังใจซูนยองแล้ว สำหรับมินกยูก็ถือเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจอยู่เหมือนกัน ซูนยองค่อยๆ ไถลตัวลงจากขอบสระช้าๆ พอลงมาในน้ำก็รีบยกมือขึ้นเกาะไหล่น้องชายทันที แต่แทนที่มินกยูจะกอดเอวไว้เฉยๆ น้องชายตัวโตกลับดึงขาซูนยองให้ยกขึ้นรัดรอบเอวตัวเองไว้ด้วย ซูนยองเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับท่าที่ค่อนข้างล่อแหลม เหตุการณ์ในห้องแต่งตัวย้อนกลับเข้ามาในหัวทำให้ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีก

“มิ- มินกยู เอาขาลง-”

“ไม่หรอกครับ แบบนี้แหละ"

“อะ มะมินกยูไม่เอา ไม่ไป อยู่ขอบสระแหละ มินกยู!”

ซูนยองเริ่มรู้สึกกลัวจนตัวสั่นเมื่อมินกยูค่อยๆ ว่ายเข้าไปกลางสระ น้ำที่ล้อมรอบตัวจนไม่มีทางหนีทำให้ซูนยองซบหน้าลงกับไหล่น้องชายแล้วหลับตาแน่น สองมือจิกลงบนเนื้อตัวอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว มินกยูก้มมองพี่ชายแล้วลูบหัวเบาๆ ก่อนจะจูบหน้าผากซูนยองอย่างอ่อนโยน

“ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมบอกแล้วไง ผมไม่ปล่อยซูนยองจมน้ำหรอก"

“ตะ แต่ฉันก็ยังกลัวอยู่ดี ไปที่ขอบสระเถอะนะ"

“ขอโทษนะครับ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้หรอก"

“ทำไม?”

“ผมมีเรื่องจะคุยกับซูนครับ แล้วถ้ามาอยู่กลางสระแบบนี้ซูนก็คงหนีผมไปไหนไม่ได้ด้วย"

“นี่! ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ! นายไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวน่ะ-”

“คิดครับ แต่ผมก็พยายามจะให้ซูนหายกลัวน้ำด้วยแหละ ถ้ากอดกับผมอยู่แบบนี้ก็คงไม่กลัวเท่าไหร่ใช่มั้ยล่ะ ผ่อนคลายหน่อยครับผมกอดซูนไว้แน่นเลยนะตอนนี้ ไม่จมหรอก"

ซูนยองเงยหน้าขึ้นมาจ้องน้องชาย แต่จะโมโหก็โมโหไม่ได้สุดเพราะสายตาอ่อนโยนของน้องชายที่ส่งมา ซูนยองก็รู้ว่ามินกยูคงไม่ได้แกล้งเขาเล่นหรือใจร้ายขนาดพามากลางสระทั้งๆ ที่รู้ว่าเขากลัวหรอก จริงๆ มินกยูเคยพยายามนานแล้ว พยายามให้เขาหายกลัวน้ำแต่ก็ยังไม่สำเร็จเท่าไหร่สักที จนวันนี้ที่ไม่รู้ทำไมเขาบ้าจี้ตามลงมานี่แหละ น้องชายกระชับกอดที่ใต้สะโพกพร้อมรอยยิ้มที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยทำให้ซูนยองต้องรีบหลบตาทันที

“มีอะไรจะคุยก็รีบคุยสิ"

“รีบเหรอครับ ฮ่าๆๆ"

“รีบสิ หิวแล้ว ไอ้เด็กบ้า"

“ฮ่าๆๆ โอเคๆ เอ่อ ก็เรื่องเมื่อตอนบ่ายนั่นแหละครับ"

“อะ อื้ม"

“คือ คืออย่างแรกเลยคือผมอยากจะขอโทษก่อน ขอโทษที่ทำอะไรโดยพลการไม่ได้ขออนุญาตก่อนนะครับ ขอโทษครับ"

“อื้ม ไม่เป็นไร"

“เอ่อ แล้วก็ คือผมก็รู้ว่าตอนนี้เราทดลองเป็นแฟนกันอยู่ใช่ม้า แต่ก็ เอ่อ ซูนก็น่าจะรู้ว่าจริงๆ แล้วผมก็อยากเป็นจริงๆ อะ"

“...”

“เพราะงั้น เอ่อ เวลาเป็นแฟนกันแล้ว ผมก็อยากจะกอด อยากจะหอม บางทีก็อยาก เอ่อ อยากจะทำมากกว่านั้น"

“...”

“คือ ขอโทษครับ แต่ว่ามันเอ่อ ผมห้ามตัวเองไม่ได้อะ ผมรักซูน รักซูนจริงๆ นะรักมากๆ เลยแล้วมันก็ บางทีมันก็ ผมก็..”

“ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ"

“ไม่โกรธนะฮะ?”

“ไม่หรอก มันเป็นเรื่องธรรมชาติน่ะมินกยู ไม่ต้องคิดมากหรอก"

“อ่ะ จริงเหรอ?”

“อื้อ"

“ขะ ขอบคุณนะครับ!”

“หืม?”

“งั้นเรารีบขึ้นสระกันดีกว่า กลับบ้านกัน กลับบ้านๆ"


หืม?

No comments:

Post a Comment