วัตถุแปลกปลอมบางอย่างถูกโยนลงมา
ผมยกมือขึ้นกันให้พวกพ้องให้ถอยห่างออกไปก่อนแล้วตนเองค่อยๆ
ว่ายเข้าไปใกล้ รูปทรงเป็นจะงอย
มีเศษเนื้อติดอยู่ตรงปลาย วัสดุสีเงิน มันวาว
สะท้อนแสงนั่นทำให้ร่างผมสั่นเทิ้ม
ไม่ผิดแน่
มีสิ่งมีชีวิตแค่ประเภทเดียวที่ใช้ของอย่างนี้
สิ่งมีชีวิตเบียดเบียนผู้อื่นได้อย่างโหดร้ายที่สุด
'มนุษย์'
ผ่านมานานเหลือเกินที่ไม่ต้องพบเจอกับมนุษย์
คิดว่าบ่อน้ำกลางป่านี้จะทำให้หนีพ้นแล้วเชียว
แต่คงจะคิดผิดไป
พวกเราทุกคนคงรู้ดีแล้วว่าไม่ควรเข้าใกล้สิ่งแปลกปลอมอันแสนอันตรายนี้
แต่เมื่อจ้องมองประกายเงาวับที่สะท้อนเข้าตา
ลอยอยู่กลางสายน้ำ ท่ามกลางฝูงเพื่อน
ก้อนหิน พรรณไม้น้ำ
บ้านหลังใหม่สงบสุขอันเป็นที่รัก
ประกอบกับความทรงจำอันเลวร้ายที่หลั่งไหลกลับเข้ามาในสมอง ทำให้อารมณ์อันรุนแรงพวยพุ่งขึ้นในร่างกายเหมือนฟองอากาศ
อัดแน่นจนแตกระเบิดในที่สุด
มือขวาคว้าเอาจะงอยนั่นแล้วพุ่งขึ้นโผล่พ้นผิวน้ำทันที
“เห้ย!!!”
มนุษย์อย่างที่คิดนั่นแหละ
จะเป็นอะไรไปได้ ผมขว้างสิ่งประดิษฐ์เลวๆ
นั่นใส่เจ้าของที่ลนลานถอยห่างจากโขดหินที่ขอบบ่อ
จ้องมองสัตว์ประเสริฐแสนโสโครกด้วยแววตาเคียดแค้น
ประสบการณ์สอนให้ผมเข้าใจว่ามนุษย์นั้นอันตราย
เห็นแก่ตัว และน่ารังเกียจเป็นที่สุด
และคนคนนี้เองก็คงไม่ต่างกัน
“ออกไป!!
แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก!!!
มนุษย์โสโครก!!!”
มนุษย์นั่นจ้องกลับมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
ปากเผยอออกอย่างตกใจ
และล้มกลิ้งลงบนพื้นหญ้า
แต่ก็ยังไม่ยอมขยับหนีจากขอบบ่อไปไหนไกล
ซ้ำยังจ้องมาที่ผมอย่างไม่ลดละ
ช่างเป็นภาพที่น่าหงุดหงิดเหลือเกิน
ทำไมมนุษย์คนนี้ถึงหน้าตาโง่เง่าขนาดนี้นะ
ดวงตาค่อนข้างโตฉายแววงี่เง่าขัดกับร่างกายที่ค่อนข้างเทอะทะ
แขน มือที่ดูแข็งแรงและใหญ่
แต่กลับชี้มาที่ผมสั่นๆ
“นิ่งอยู่ทำไม!
บอกให้ไปไง!!
ออกไป!!”
“นะ
นาย นายเป็นตัวอะไรน่ะ?”
ตัวอะไรงั้นเหรอ
นั่นสินะ ตัวอะไร
ยิ่งมนุษย์นั่นตัวสั่นเท่าไหร่
ผมก็ยิ่งรู้สึกมีอำนาจเท่านั้น
จากที่หยุดอยู่กลางบ่อก็ค่อยว่ายเข้าไปใกล้อีกฝ่ายเรื่อยๆ
ก่อนจะยกตัวขึ้นนั่งบนหินใกล้ฝั่ง
ดวงตานั่นยิ่งเบิกกว้างขึ้นอีกเมื่อเห็นท่อนล่างของผม
ร่างกายเป็นมนุษย์
แต่ตั้งแต่เอวจนถึงปลายเท้าปกคลุมไปด้วยเยื่อบางๆ
คล้ายครีบสีชมพูแดง เหมือนๆ
กับที่กึ่งกลางแผ่นหลังและริมใบหู
ประหลาดสินะ
สิ่งที่มนุษย์เป็นคนดัดแปลงขึ้นมาน่ะ
“ไม่รู้งั้นเรอะ?
มนุษย์"
“งะงะ
เงือกเหรอ?
มะไม่สิ
นี่ไม่ใช่ทะเล"
“ฉันเป็นสิ่งประดิษฐ์ของพวกแกไง
มนุษย์ สัตว์ผสมน่ะ"
“สัตว์ผสม?
แต่ว่า
พวกนั้นต้องอยู่ในห้องทดลองหรือตามร้านสิ"
“หึ
แล้วคิดว่าฉันไม่มีปัญญาหนีออกมารึไง?
พวกมนุษย์จองหอง
คิดว่าตัวเองเท่านั้นที่มีสติปัญญา
มีอำนาจ ทุเรศที่สุด”
“นะ
นี่ มนุษย์ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกคนหรอกน่า"
“ไม่จริง
มนุษย์เห็นแก่ตัวหมดทุกคนนั่นแหละ!
ตัวแกเองเมื่อกี๊ก็ยังคิดจะฆ่าพวกฉันอยู่เลยไม่ใช่รึไงกัน!”
มนุษย์นั่นอ้าปากค้างแล้วก็ค่อยๆ
ก้มหัวลงส่ายหน้าเล็กน้อย
แปลก จากประสบการณ์ทำให้ผมขยาดกลัวมนุษย์มาก
ถ้าไม่จำเป็นไม่อยากพบหน้าด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้ความรู้สึกอีกด้านกำลังตีพุ่งขึ้นมา
โกรธ โมโห ต้องการแก้แค้น
โดยเฉพาะเมื่อมนุษย์ตรงหน้าดูไม่ได้เป็นตัวอันตรายอย่างที่เคยพบมา
แต่เพราะอย่างนั้นกลับทำให้รู้สึกว่า
มนุษย์นี่แปลก ไม่เหมือนอย่างที่คุ้นเคยเลย
“ฉันขอโทษ
แต่ฉันหมดหนทางแล้ว
ฉันไม่มีอะไรกิน"
“ว่ายังไงนะ?”
มนุษย์นั่นถอนหายใจหนักแล้วเล่าเรื่องราวของตนเองออกมา
ผมไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก
ไม่เข้าใจทั้งว่าทำไมมนุษย์นั่นถึงมาเล่าเรื่องอะไรแบบนี้ให้ผมฟัง
ไม่เข้าใจทั้งว่าทำไมผมถึงนั่งฟังจนจบ
มันแปลกเอามากๆ เลย แต่ยังไงก็ตาม
ใจความที่จับได้คือ
มนุษย์นี่เพิ่งเสียเงินไปมากมาย
ทำให้ต้องย้ายออกจากที่อยู่ในเมือง
และออกมาอยู่บ้านริมชายป่า
อยู่ไปได้สักพักก็ไม่มีอาหารกินจนหมดหนทางต้องมาตกปลาที่นี่เพื่อความอยู่รอด
“ประสาท
ตาไม่มีมองหรือไงว่าบ่อนี้มีแต่ปลาหางนกยูง"
“นายจะว่าอย่างนั้นก็ตามใจ
แต่ฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกัน
ของป่าแถวนี้ไม่มีที่กินได้เลย
ฉันไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่วันก่อน
ตาลายไปหมดแล้ว
แต่ยังไงฉันก็ไม่ควรจะจับพวกนายกิน
ก็ ขอโทษก็แล้วกัน"
“หึ"
“ฉันเดินกลับบ้านไม่ไหวแล้วล่ะ
ถ้ายังไงฉันขออยู่ตรงนี้ก็แล้วกันนะ"
“ฉันไม่-”
“ขอร้องล่ะ
ฉันไปไหนไม่ไหวแล้ว
ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ทำอะไรพวกนาย"
พูดจบมนุษย์นั่นก็ล้มตัวลงนอนแผ่ข้างบ่ออย่างนั้นจริงๆ
ผมจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง
แต่ผ่านไปสักพักร่างกายใหญ่โตนั่นก็ยังไม่ขยับไปไหน
ผมลงจากโขดหินและว่ายเข้าไปใกล้
ริมฝีปากนั่นซีดทีเดียว
ร่างกายสั่นน้อยๆ
ไม่ว่าจะเกิดจากอะไรก็ตามแต่มนุษย์นี่ท่าทางจะสภาพย่ำแย่จริงๆ
ขณะที่ผมกำลังจ้องมองสำรวจมนุษย์ตรงหน้าอยู่นั้นดวงตาอีกฝ่ายก็เปิดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มบาง
“ลืมแนะนำตัวไป
ฉันชื่อซึงชอลนะ นายล่ะชื่ออะไร?"
“จะรู้ไปทำไม
ยุ่ง"
“นายอาจจะเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะได้คุยด้วยก็ได้นี่นา
ฉันก็อยากจะรู้จักชื่อนายไว้"
“ไม่จำเป็น"
“งั้นเหรอ
งั้นฉันจะเรียกนายว่าปลาน้อยก็แล้วกันนะ
เจ้าปลาน้อย"
“นี่!!”
“นายเล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังบ้างสิ"
“ไม่จำเป็น!”
“ยังไงฉันก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว
เล่าให้ฉันฟังหน่อยเถอะน่า
นะ ฉันไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ผสมเท่าไหร่เลย
ราคาแพงน่ะไม่ใช่เรื่องของคนระดับล่างเขาจะสนใจกัน
นี่ นายหนีมาจากที่แบบไหนเหรอ?
แล้วหนีมาได้ยังไง?”
ผมจ้องหน้าเขานิ่ง
บนใบหน้ามนุษย์นั่นมีรอยยิ้มจางๆ
ดูอ่อนแรงเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
เมื่อเห็นสายตาอย่างนั้นผมก็ยกแขนขึ้นท้าวขอบบ่อแล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องของผมบ้าง
เรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน
ด้วยภาษาที่ไม่ได้ใช้สื่อสารมานานแสนนาน
ผมเล่าถึงภาพแรกสุดของชีวิตที่จำได้
ตู้กระจกใสที่มีมนุษย์ยืนรายล้อมเต็มไปหมด
และหลังจากนั้น ถูกกระชากขึ้นจากน้ำ
และโยนกลับลงมาใหม่หลายต่อหลายหน
สายพลาสติกที่รัดร่างกายแนบไปกับเตียง
แท่งเหล็กแหลมที่กดลึกเข้ามาที่ข้อพับ
ความเจ็บปวดที่ไหลไปทั่วร่าง
สารหลายต่อหลายอย่างที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างกายผ่านท่อ
ทุกวันคืนที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานเป็นความทรงจำหลักหนึ่งเดียวของผมต่อสถานที่แห่งนั้น
สถานที่ที่เต็มไปด้วยเหล็กสีเงิน
สะท้อนกับแสงไฟสีขาว
ภาพที่ผมผูกโยงกับคำว่ามนุษย์
“ฉันก็คิดอยู่ว่ามันน่าจะโหดร้าย
ในห้องทดลองอะไรพวกนั้น
วิทยาศาสตร์มักจะโหดร้ายกับเหยื่อเสมอ"
“หึ
ไม่ใช่วิทยาศาสตร์หรอก
มนุษย์ต่างหาก"
“นั่นก็คงใช่
แล้วนายหนีออกมายังไงเหรอ?”
“หึ
มนุษย์น่ะฉลาด แต่ก็โง่
มันคงไม่คิดว่าสัตว์ผสมที่เกิดจากปลาต่ำต้อยจะแว้งกัดมันได้ล่ะมั้ง"
ฟันของมนุษย์นั้นทู่
ฟันของปลาก็เช่นกัน
แต่ฟันของสัตว์ที่ผสมมาจากสองพันธุ์และถูกบีบอัดด้วยความทุกข์ทรมานนั้น
คมเสียยิ่งกว่ามีดเล่มไหนๆ
มนุษย์หน้าโง่มองผมด้วยสายตาหวาดหวั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้ง
ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ผมคาดไม่ถึง
“งั้นนายเป็นปลาหางนกยูงสินะ
เจ้าปลาน้อย"
แปลก
มนุษย์นี่แปลกจริงๆ
“เลิกเรียกฉันว่าปลาน้อย
มนุษย์ลิงหน้าโง่"
“นายไม่ยอมบอกชื่อฉันนี่นา
ฉันก็ต้องเรียกนายว่าเจ้าปลาน้อยน่ะสิ"
ผมรู้สึกโมโหอย่างบอกไม่ถูกเลยตัดสินใจดำกลับลงไปใต้น้ำโดยไม่ลืมสะบัดครีบให้น้ำกระเซ็นเข้าหน้ามนุษย์น่ารำคาญนั่นด้วย
คืนนั้นผมโผล่พ้นน้ำขึ้นมาดูอีกครั้ง
มนุษย์นั่นก็ยังไม่ไปไหน
สงสัยว่าร่างกายจะขาดอาหารมากจนเคลื่อนไหวไม่ได้แล้วจริงๆ
มนุษย์นั่นจะมาตายที่นี่งั้นเหรอ?
เช้าวันรุ่งขึ้นก็ยังอยู่
แต่ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท
ผมช่างใจอยู่นานถึงยกมือขึ้นไปอังที่ริมจมูก
ยังมีลมหายใจอยู่ ยังไม่ตาย
แต่ลมหายใจแผ่วเบาเต็มที
ไม่มีเหตุผลเลยที่ผมจะต้องช่วย
ไม่มีเหตุผลที่ผมจะต้องสนใจด้วยซ้ำ
มนุษย์น่ะ ตายๆ ไปเสียก็ดีแล้ว
แต่บางอย่างในสมองทำให้ผมไม่สามารถเพิกเฉยได้
บางอย่างในท่าทีของมนุษย์นั่นต่อผม
บางอย่างในรอยยิ้มจางๆ นั่น
บางอย่างในคำขอโทษที่ไม่เคยได้รับ
บางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่า
มนุษย์อาจไม่ได้มีแค่แบบเดียว
เพี๊ยะ!!
“หะ
เห้ย!”
“กินลงไปซะ!!!”
ผมหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
ไม่ชอบใจที่ตนเองดำลงไปก้นบ่อเพื่อหาสาหร่ายมาให้อีกฝ่ายแบบนี้
สาหร่ายซึ่งเป็นอาหารหลักของพวกเรา
สาหร่ายซึ่งมนุษย์ไม่ควรได้รับ
แต่ผมก็ทนให้มนุษย์โง่นี่มาเป็นศพข้างบ่อไม่ได้
ดังนั้นเมื่อเลือกที่จะให้อาหารอีกฝ่ายแล้วผมก็เลยฟาดลงไปบนหน้าโง่ๆ
นั่นเต็มแรงจนตื่นขึ้นมาจนได้
มนุษย์นั่นทำหน้างงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบกินลงไปโดยไม่ได้ถามอะไรต่อ
ท่าทางตะกละมูมมามนั่นทำให้ผมอดพ่นลมหายใจออกทางปากจนเกิดฟองบนผิวน้ำอย่างรำคาญใจไม่ได้
“ขอบคุณมากนะเจ้าปลาน้อยสำหรับอาหาร"
“เลิกเรียกเจ้าปลาน้อยสักที!!!”
“แล้วสรุปว่านายชื่ออะไรล่ะ?”
“ไม่จำเป็นต้องบอก!!”
“อะฮ่า
งั้นก็เรียกเจ้าปลาน้อยนั่นแหละ"
“ไอ้มนุษย์ลิงหน้าโง่!!
กินเสร็จแล้วก็ไสหัวไปซะ!”
“ฮ่าๆๆ
ก็ได้ๆ ฉันเป็นมนุษย์ลิงหน้าโง่ก็ได้
เจ้าปลาน้อย"
“ฉันไม่ใช่ปลาน้อย!!
อยากตายหรือไง!!”
ผมรู้สึกหงุดหงิดสุดขีดที่มนุษย์บ้านั่นเอาแต่หัวเราะ
ทำเหมือนการที่เห็นผมโมโหเป็นเรื่องสนุก
เรื่องน่าสนใจ
ผมว่ายไปประชิดขอบบ่อก่อนจะกระโจนขึ้นบนบก
นั่นทำให้มนุษย์นั่นเบิกตากว้าง
แต่ไม่ทันที่จะขยับหนีไปไหนมือทั้งสองของผมก็คว้าหมับเข้าที่ลำคอหนาแล้วออกแรงบีบ
กดลงกระแทกกับพื้นหญ้า
ผมเตรียมตั้งรับหากต้องต่อสู้
ผมพร้อมจะกัดคออีกฝ่ายจนหลุดเหมือนที่เคยทำ
แต่ปฏิกิริยาที่ได้กลับทำให้ผมหยุดชะงัก
มนุษย์นั่นนอนแผ่มองหน้าผมนิ่งโดยไม่ได้ต่อสู้ขัดขืนใดใด
ผมกัดฟันอย่างหงุดหงิดแล้วออกแรงบีบขึ้นอีกเล็กน้อย
“อยากตายงั้นเหรอ?”
“เปล่า
ไม่ได้อยากตาย"
“แล้วทำไมไม่สู้?”
“นายเป็นคนช่วยชีวิตฉันไว้นี่นา
แล้วอีกอย่าง ฉันก็สัญญาแล้วนี่
ว่าฉันจะไม่ทำร้ายนาย"
นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดว่าจะได้ยินจากปากมนุษย์เลย
ผมคลายมือออกเล็กน้อยอย่างตกใจ
มนุษย์นั่นยิ้มบางแล้วจ้องตาผมตอบก่อนจะไล่สายตาลงมาที่ส่วนขาของผม
มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาลูบครีบที่ต้นขาของผมแผ่วเบา
ผมสะดุ้งด้วยกับสัมผัสที่ไม่คุ้นเคย
“สวยจังเลยนะ
ครีบของนาย"
“...”
“นายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงามจริงๆ
นะ"
ผมรีบปัดมืออีกฝ่ายออก
ก่อนจะกระโจนลงน้ำไปอย่างรวดเร็ว
อวัยวะบางอย่างในอกกำลังทำงานอย่างหนักจนผมต้องยกมือขึ้นกุมไว้
มนุษย์นั่นทำอะไร ทำอะไรกัน
ทำไมถึงเกิดอาการแบบนี้ขึ้นกับร่างกายของผม
ว่าแล้วเชียว มนุษย์อันตรายจริงๆ
ด้วย นี่คือการทดลองรูปแบบใหม่หรือเปล่านะ?
การทดลองที่ไม่มีความเจ็บปวด
ไม่ต้องใช้ยา แต่ก็มีผลข้างเคียงงั้นเหรอ
ผมพ่นฟองอากาศออกจากปากอย่างอัดอั้นตันใจ
นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นนะ
เพื่อนพ้องของผมว่ายเข้ามาใกล้แล้วจูบตามลำตัวผมเบาๆ
ผมยกแขนขึ้นกอดตนเองไว้เพื่อให้สงบลงแต่แล้วเสียงของมนุษย์โง่นั่นก็ดังผ่านผิวน้ำลงมา
“ฉันกลับบ้านก่อน
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาหาใหม่นะ
เจ้าปลาน้อย!!
แล้วเจอกันนะ!!!”
“อกห่าว่อรหยบอืก!!!!!”
ถ้อยคำโกรธเกรี้ยวของผมส่งผ่านฟองอากาศขึ้นไปบนผิวน้ำ
แต่อีกฝ่ายคงจะไม่รับรู้
'หยุดเรียกฉันว่าปลาน้อย!! ฉันชื่อจีฮุน!! ไอ้มนุษย์ลิงหน้าโง่ซึงชอล!!!'
No comments:
Post a Comment