Tuesday, 17 January 2017

Flirt #minsoon

มินกยูกำลังนอนคว่ำอยู่บนโซฟา หน้าจมหมอนไปครึ่งหนึ่ง ตาจ้องโทรศัพท์ในมือ คิ้วขมวดมุ่น จากคำแนะนำของอึนฮาเขาก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมแต่ก็ไม่ค่อยได้อะไรนัก ส่วนใหญ่จะมีแต่กระทู้อวดแฟนที่อ่านแล้วเลี่ยนจนอยากอ้วกสามที หรือไม่ก็ทฤษฎีเกินจริงที่อ่านแล้วไม่แน่ใจว่าคนเขียนวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์รึเปล่า หงุดหงิดจนกดปิดหน้าจอแล้วเปลี่ยนมานอนหงายแทน เหลือบมองนาฬิกาเป็นเวลาสิบเอ็ดโมง ซูนยองเรียนมาได้สองชั่วโมงแล้ว ตอนนี้อาจจะเป็นเวลาเหมาะพอดีที่จะทำตามขั้นตอนการเป็นแฟนเต็มตัว


“ส่งไลน์ไปให้กำลังใจสินะ ฮืม คำพูดอย่างเดียวไม่น่าจะพอ"


มินกยูพึมพำอยู่เล็กน้อยแล้วก็ยิ้มออกมาก่อนจะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นสูง เปิดกล้องหน้าแล้วเริ่มถ่ายรูปตัวเอง หัวพิงหมอน ผมยุ่งหน่อยๆ เงยหน้านิดๆ ปากกึ่งเบะกึ่งยู่ ส่งสายตาออดอ้อนไปเต็มที่ พอได้รูปที่พอใจแล้วก็กดส่งไปให้ซูนยองทันที พร้อมแคปชั่นที่คัดกรองมาแล้วอย่างดี


'คิดถึงจังเลย เรียนเป็นยังไงบ้างครับซูน'


มินกยูนอนดีดดิ้นอย่างเขินอายปนตื่นเต้นอยู่คนเดียว แต่สักพักก็ค่อยๆ สงบลงเพราะซูนยองไม่ตอบ ลืมไปว่าพี่ชายเขาอาจจะตั้งใจเรียนจนไม่มีเวลามาตอบ คิดแล้วก็ห่อเหี่ยวลงทันที การไลน์ไปให้กำลังใจถ้าซูนยองไม่เปิดอ่านมันจะได้อะไรกันล่ะ กำลังจะงอแงอยู่แล้วเชียว โชคดีจริงๆ ที่คาบเรียนที่ซูนยองเรียนอยู่วันนี้ค่อนข้างน่าเบื่อและเป็นคาบเรียนรวมทำให้ห้องใหญ่และอาจารย์ไม่เพ่งเล็งซูนยองก็เลยตอบกลับมาได้


'นึกยังไงส่งรูปมาหาฉันเนี่ย'


มินกยูดีใจเนื้อเต้น จนลุกขึ้นมาเต้นทั้งตัว ไม่รู้จะตื่นเต้นอะไรขนาดนี้ ความรู้สึกของเขาต่อซูนยองมันเปลี่ยนไปรวดเร็วขนาดนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้ถึงขนาดแค่อีกฝ่ายตอบไลน์ก็ต้องขึ้นมาดีดดิ้นเป็นผีบ้า พอสงบลงมินกยูก็รีบไถลตัวกลับลงไปนอนท่าเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวใส่กล้อง ส่งไปให้อีกรูป


'ก็คิดถึงอะ'

'คิดถึงอะไรกัน ฉันก็มาเรียนเหมือนปกติ'

'แล้วมันเกี่ยวกับส่งรูปยังไง'

'ก็กลัวเรียนหนัก เลยส่งรูปไปให้กำลังใจไง'

'ซูนส่งรูปกลับมาบ้างสิ ผมคิดถึงอ่าา คิดถึงจริงๆ น้าา อยากเห็นหน้า'

ซูนยองเงียบไปทั้งที่ไลน์ขึ้นว่าอ่านแล้วจนมินกยูใจเสีย คิดว่าตัวเองกำลังเป็นบ้าเกินไปแล้ว แต่มานึกเสียใจตอนนี้ก็ไม่ทันได้แต่กระวนกระวายไม่รู้จะแก้บทสนธนายังไงดี แต่เขาก็อยากเห็นหน้าซูนยองจริงๆ นั่นแหละ ปกติเห็นตัวเป็นๆ ไม่เคยมีเวลาส่งรูปหากันแบบนี้ ฟังดูแล้วก็เป็นเหตุผลที่แปลกๆ มินกยูขยี้หัวตัวเองแรงๆ แล้วกลิ้งไปมาจนตกโซฟาหัวกระแทกโต๊ะรับแขกก็พอดีกับที่ซูนยองส่งรูปกลับมาพอดี เป็นรูปมุมเสย ซูนยองจงใจย่นคอจนเหนียงออก มินกยูเห็นแล้วแทบสำลักน้ำลายตัวเอง

'เป็นไง หายคิดถึงมั้ย'

'ซูนนนน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ'

'คาบนี้น่าเบื่อชะมัด หิวข้าวแล้ว'

'หวา เป็นนักเรียนที่ไม่ดีเลยไม่ตั้งใจเรียนได้ไง'

'แต่ไม่ได้หมายความว่าให้เลิกคุยกับผมนะะ'

'ดีแล้วที่รู้ว่าไม่ดี อย่าทำตามแล้วกัน'

'อยากกินคัตสึด้งร้านเขียวจัง'

'อ้าา จริงด้วยไม่ได้กินนานแล้ว อยากกินจังง'

'อืม'

'อาจารย์เปลี่ยนสไลด์แล้ว ฉันเรียนก่อนนะ'

'ตั้งใจเรียนนะคร้าบบ รักน้าาา'

'อื้ม'

'จะไม่บอกรักตอบหน่อยเหรอ'

'ซูนนนนนน'

'ซูนนนนนนนนนนนนนนนน!'

เป็นบทสนธนาที่สั้นมาก แถมซูนยองยังไม่ยอมบอกรักตอบอีก มินกยูดีดดิ้นไปมาบนพื้นพรมแล้วปามือถือกลับขึ้นไปบนโซฟาเพราะถ้าปาไปที่อื่นอาจจะพัง แต่แล้วอยู่ดีๆ ก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้แล้วรีบหันไปมองนาฬิกา ถ้าเขาจำไม่ผิดซึ่งไม่น่าจะผิดเพราะท่องมาแล้ว ตารางเรียนของซูนยองวันนี้จบที่เที่ยงครึ่ง แล้วซูนยองก็บอกว่าหิวข้าว แล้วยังบอกอีกว่าอยากกินคัตสึด้งร้านเขียวอีก มินกยูรีบวิ่งกลับขึ้นไปที่ห้องนอนทันที ทีแรกจะหยิบเสื้อยืดสีฟ้าลายเมฆตัวโปรดแต่คิดไปคิดมาอาจจะน่ารักเกินไป ก็เขาใส่เสื้อตัวนี้มาตั้งแต่มัธยมต้นแล้ว ตอนนั้นใส่แล้วหลวมสบายแต่ตอนนี้เริ่มพอดีตัวแล้ว ก็เลยเปลี่ยนไปดูอีกฝั่งของตู้แทน เสื้อเชิร์ต เขาไม่ค่อยได้ใส่หรอกแต่ก็ซื้อมาเก็บไว้เผื่อวันไหนอยากแต่งหล่อ ก็วันนี้ไง ออกไปรับซูนยองไปกินข้าว ตามขั้นตอนความแฟนพอดีเลยนี่นา หลังจากเลือกไปเลือกมาอยู่นานมินกยูรีบวิ่งออกจากบ้านอย่างมั่นใจด้วยเสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงยีนส์ขายาว มาถึงคณะซูนยองก็เป็นเวลาเที่ยงกว่าฉิวเฉียดพอดี แต่ชะโงกมองในห้องแล้วไฟกลับมืดสนิทก็เลยไลน์ไปหาซูนยองด้วยความงงๆ

'ซูนนน อยู่ไหนเหรอ?'

'มีอะไรเหรอ?'

'แต่นแต๊นน ผมมารับไปกินข้าวด้วยกันน ยืนอยู่หน้าห้องเรียนแล้วว'

'แต่ไฟมืดอะ เลิกเรียนแล้วเหรอ? อยู่ไหนอะเดี๋ยวไปหา'

'มินกยูอา วันนี้อาจารย์เขาปล่อยเร็วน่ะ'

'ฉันหิวมาก เลยออกมาแล้ว'

'ตอนนี้กินคัตสึด้งอยู่กับจีฮุนวอนอู'

'อ่า เหรอครับ'

'ไม่โกรธนะ ฉันขอโทษ'

''ไม่รู้ว่านายจะมา'

'ไม่เป็นไรฮะๆ'

'ก็ผมไม่ได้บอกก่อนนี่นา ฮ่าๆๆ'

'เอายังไงดี นายจะมากินด้วยกันมั้ย?'

'ไม่เป็นไรฮะๆ ซูนกินไปเถอะ'

'แล้วนายจะกินอะไร? อยู่คณะนี่นาใช่มั้ย?'

'อื้อ แต่ไม่เป็นไรฮะ ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่'

'เดี๋ยวกลับไปนอนเล่นที่บ้านก็ได้'

'ซูนกินข้าวไปเถอะะ ผมจะกลับละะ'

ไอ้โกรธน่ะไม่โกรธหรอก แต่เสียใจน่ะสิ มินกยูยืนคอตกอยู่หน้าห้องเรียนที่ไฟมืดสนิท รู้ดีว่าเรื่องนี้ตัวเองผิดเพราะดันอยากเซอร์ไพรส์ไม่เข้าเรื่องจนคลาดกันแบบนี้ แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ อุตส่าห์ใส่เสื้อเชิร์ตครั้งแรกในรอบหลายเดือนจะออกมาพาแฟนไปกินคัตสึด้งซักหน่อย กลายเป็นเขาไปกินกับเพื่อนซะอย่างนั้น โรงเรียนมัธยมไม่มีสักหน่อยไอ้เลิกเร็วเกือบครึ่งชั่วโมงแบบนี้ มินกยูยกมือขึ้นขยี้ตาป้อยๆ แล้วเดินลากขาออกจากคณะอย่างไร้สติ เดินกลับมาถึงบ้านอย่างงงๆ แต่ไม่ลืมซื้อหมี่ผัดหน้าปากซอยเข้ามากินด้วย กินเสร็จก็นอนหงายอยู่บนโซฟา พยายามจะไม่นึกน้อยใจ แต่ก็ทำไม่ได้อยู่ดี ถึงจะรู้ว่าซูนยองไม่ผิดก็เถอะ

“ฮื้ออออ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ฮือออ"

“มินกยู"

“จ๊ากกก"

เพราะมัวแต่คร่ำครวญเลยไม่ได้ยินเสียงประตู รู้ตัวอีกทีคือซูนยองมาหยุดยืนอยู่ข้างโซฟาแล้ว มินกยูมองหน้าพี่ชายแวบหนึ่งแล้วรีบหลบตา ก็สีหน้าซูนยองดูรู้สึกผิดซะขนาดนั้นใครจะไปทนมองไหว รู้สึกผิดทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ผิดด้วยนี่สิ ซูนยองย่อตัวลงมานั่งยองๆ ข้างโซฟาแล้วยกมือขึ้นลูบหัวน้องชายเบาๆ

“กินข้าวรึยังหืม?”

“กินแล้วฮะ"

“กินอะไรไป? หมี่ผัดเจ้าเก่ารึเปล่า?”

“อะ อื้ม"

“วันนี้แต่งตัวหล่อเชียว..”

“อื้อ"

“ขอโทษนะ"

“ซูน ไม่ต้องขอโทษหรอก จริงๆ นะ ผมทะเล่อทะล่าไปเองอะ ซูนไม่ผิดหรอก"

“อื้ม ฉันรู้ว่าฉันไม่ผิดที่ออกไปกินข้าวข้างนอก แต่ฉันก็ยังรู้สึกผิด ที่ทำให้นายเสียใจ เพราะงั้นฉันถึงได้ขอโทษไง เด็กโง่"

“ฮืออออ"

มินกยูทนไม่ไหวจนส่งเสียงครวญครางออกมา ซูนยองยิ้มขำแล้วโน้มหน้าลงไปจูบหน้าผากน้องชายเบาๆ เขารู้ว่ามินกยูน่ะขี้น้อยใจ นิสัยแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ดูเหมือนว่าการที่คุณแม่ของมินกยูไม่มีเวลาให้จะทำให้มินกยูเป็นเด็กขี้เหงาพอตัว ค่อยดีขึ้นบ้างหลังจากย้ายมาอยู่บ้านซูนยองมากขึ้นแต่น้องชายของเขาก็ยังใจน้อยบ่อยอยู่เหมือนกัน เพราะงั้นซูนยองเลยระมัดระวังพยายามไม่ไปทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายเข้า แต่คราวนี้ก็พลาดจริงๆ เขาไม่ได้คิดว่ามินกยูจะมาหาที่คณะ เลยไม่ได้ไลน์บอกว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อน

“เอ้าๆ ไม่งอแงแล้ว ลุกมาเร็วฉันซื้อข้าวมาฝาก กะแล้วว่าต้องกินหมี่ผัด กินกี่ทีก็ไม่อิ่มก็ยังจะกินอยู่นั่น"

“ก็มันถูกนี่นา แล้วก็เดินใกล้นิดเดียวเองด้วย"

“มาๆ ลุกมาเร็ว"

มินกยูอยากจะงอแงอีกสักพักแต่เพราะท้องยังหิวอยู่เลยว่าง่ายเป็นพิเศษ กลิ้งตัวลงจากโซฟามาเปิดถุงพลาสติกที่อยู่บนโต๊ะหน้าทีวีทันที พอเห็นว่าข้างในเป็นอะไรก็แทบจะเบะปากร้องไห้ ซูนยองที่เดินกลับมาพร้อมช้อนส้อมเลยดึงไปกอดขำๆ แล้วโยกตัวไปมาโอ๋น้องชายสามขวบ

“เอ้าๆ เป็นอะไรหืม?”

“ฮืออ คัตสึด้งร้านเขียวว"

“ก็นายบอกว่าอยากกินเหมือนกันนี่นา ใช่มั้ย?”

“อื้อออ"

“มาๆ มากินด้วยกัน ฉันก็ยังไม่อิ่มเหมือนกัน ก็ปกติไปร้านนี้ทีไรก็ไปแค่กับนาย สั่งมาสามที่แล้วแบ่งกันกินตลอดนี่นะ"

“ฮือออ ซูนนนนน"

มินกยูนั่งตักข้าวเข้าปากไปมองพี่ชายไปด้วยสายตาวิบวับ อยู่ด้วยกันมาก็นานแล้วแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่มินกยูจะไม่ซาบซึ้งตรึงใจกับความใจดีและเอาใจใส่ของซูนยองเลย แค่ในชามข้ามนี่ก็ชัดมากแล้ว ซูนยองตักหมูทอดส่งให้น้องชายแทบหมดตัวเองกินนิดเดียวโดยให้เหตุผลว่าตอนอยู่ที่ร้านก็กินคนเดียวทั้งชามแล้ว

“เอ้อ ซูนนน"

“หืม?”

“รู้เปล่าซอยขนมอะ มีร้านไอศกรีมมาเปิดใหม่แหละ"

“หืม เหรอ"

“อื้อ แล้วก็นะ เขาบอกว่าร้านนี้นะไอศกรีมนมอร่อยมากเลยยย ก็เลยเบสเป็นนม มีรสนมชอคโกแลตเอย นมสตอเบอร์รี่ นมกีวี่นมมะม่วงก็มีด้วย"

“ฟังดูดีนี่"

“อื้อ! บ่ายนี้ซูนต้องทำงานอะไรมั้ยอ่า ถ้าไม่ต้อง ไปกินด้วยกันมั้ย"

“อื้อ เอาสิ"

ด้วยความตะกละไอศกรีมนมของทั้งคู่ทำให้มาถึงร้านอย่างรวดเร็วหลังจากกินคัตสึด้งเสร็จไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทีแรกก็ยืนลังเลเลือกรสกันอยู่นานจนตาลายในที่สุดถึงตกลงกินรสนมดั้งเดิมด้วยกันทั้งคู่ และคิดว่าถ้าอร่อยคราวหน้าจะมาลองรสอื่น ทั้งสองคนสั่งแบบใส่โคนแล้วเดินกินกันระหว่างทางกลับบ้านด้วยเหตุผลว่าแน่นพุงจนนั่งไม่ไหวแล้ว ระหว่างเดินซูนยองก็หันไปมองน้องชายที่เลียไอติมเหมือนลูกหมาน้อยก่อนจะยิ้มออกมา

“ซูน ขำอะไร"

“เปล่า แต่ก็ นายเนี่ยนะเล่นเอาฉันรู้สึกผิดมากเลยรู้มั้ย นอกจากปล่อยให้ไปรอเก้อที่คณะแล้วนายยังแต่งตัวมาซะเต็มยศแบบนี้ด้วย"

“ตะ เต็มยศอะไรกัน ก็แค่เสื้อเชิร์ต"

“ที่ไม่เคยใส่เลยทั้งปีทั้งชาติ"

“ก็นั่นแหละ! เชอะ! คนที่บอกกับแฟนว่าอยากกินคัตสึด้งแต่หนีไปกินกับคนอื่นต่างหากที่แย่ที่สุดเลย!”

“โอ๋ๆ ไม่เอาสิๆ ไหนบอกไม่โกรธไง"

“ไม่โกรธแต่น้อยใจ!”

“ไม่เอานะๆ ไว้ไปกินด้วยกันอีกแล้วกันดีมั้ย?”

“ฮึ! เอ้อ จริงด้วยซูน ผมมีเรื่องอะไรจะถาม”

“ว่าไง"

“จำได้มั้ยที่ผมให้เลือกทะเลภูเขาเมืองเก่าเข้าป่า"

“อืม พูดติดกันเป็นพืดจนฉันงงเลย"

“สรุปว่าภูเขานี่นะ ทีนี้ผมจะบอกว่าบนเขาน่ะมันต้องดื่มด่ำบรรยากาศใช่ม้า ยิ่งเป็นเดทแล้วด้วยล่ะก็ เลยจะไปภูเขาแบบที่เขามีเต๊นให้ยืมน่ะ ซูนว่าดีมั้ย? แต่เขาจะมีพื้นที่แล้วก็อุปกรณ์ทำอาหารให้เช่าเราก็เอาพวกของสดไปก็ได้ หรือเอามาม่าไปต้มดีกว่าฝีมือการทำอาหารพวกเราก็ไม่ค่อยน่าไว้ใจ"

“ฮ่าๆๆ อืม ก็แบบนั้นก็ได้ ฉันยังไงก็ได้ทั้งนั้นแหละ ก็ไปกับนายนี่"

“ซูนนนนบ้าาา มาหยอดอะไรแบบนี้"

“เห้ย ฉันเปล่าหยอด อะไรเล่า"

ซูนยองยัดไอศกรีมเข้าปากจนหมดทั้งโคนแล้วเดินไปที่ถังขยะใกล้สวนสาธารณะเพื่อทิ้งกระดาษทิชชู่ มินกยูรีบเดินตามไปยืนใกล้ๆ ทั้งๆ ที่ไอศรีมยังเหลืออีกเกือบครึ่ง คงเป็นเพราะมินกยูเป็นคนชอบเลียไอศรีม ไม่ยอมกัดก็เลยกินช้าแบบนี้ทุกครั้ง แต่ดูเหมือนมินกยูจะอยากทิ้งทิชชู่ที่ถังขยะนี้เหมือนกันเลยพยายามเลียเร็วขึ้นทั้งๆ ที่ยังพูดจ๋อยๆๆ ไปด้วย จนซูนยองอดขำไม่ได้

“ก็ซูนมาพูดว่าถ้าไปกับผม ยังไงก็ได้ทั้งนั้นนี่นาจะไม่เรียกว่าหยอดได้ยังไง- ขำอะไรอะ!”

“ก็ขำที่นายนี่โตแล้วยังเลียไอศกรีมอยู่ได้ ดูซิ ฉันกินหมดแล้วนายยังเหลืออีกตั้งเยอะแน่ะ เอ้าๆ เลอะปากอีก เอาทิชชู่เช็ดซะสิ"

“เดี๋ยวก็เลอะอีกอะ กินให้หมดก่อนค่อยเช็ดก็ได้มั้ง"

“ก็ได้ๆ"

“ซูนนน ช่วยกินหน่อยสิ เลี่ยนแล้วอะ"

“อ้าว ทำไมอย่างนั้น เห้อ เอามานี่สิ"

มินกยูไม่ได้ส่งโคนไอศกรีมให้พี่ชายแต่แค่เอนไปหาเล็กน้อย ซูนยองส่ายหน้านิดๆ ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปกัดไอศกรีมนมที่น้องชายยื่นมาแต่ฟันยังไม่ทันถึงเนื้อไอศกรีมดีมินกยูก็โน้มหน้าเข้ามาเลียจากฝั่งตัวเองจนหน้าผากชิดกัน ซูนยองตัวแข็ง เหลือบตามองมินกยูทันที จากสายตาวิบวับกับริมฝีปากที่โค้งขึ้นจนเห็นเขี้ยวทั้งๆ ที่ลิ้นยังเลียไอศกรีมอยู่แบบนั้นหมายความว่าน้องชายของเขาจงใจแน่ๆ ไม่พอ ยังค่อยๆ เลียเข้ามาใกล้จนลิ้นแตะริมฝีปากบนซูนยองเบาๆ อีกด้วย นั่นทำให้พี่ชายสะดุ้งตัวโยนแล้วผละออกอย่างรวดเร็วก่อนจะหันมองรอบข้าง โชคดีที่ไม่มีใคร มินกยูแกล้งทำเป็นยู่ปากไม่พอใจ

“แหม ซูนอ่ะ บอกให้ช่วยกินไอศรีมนะ ไม่ใช่ให้เอาฟันมาเฉาะเฉยๆ"

“ก็นาย- ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย"

“แหมม ทำไมอะ เป็นแฟนกัน โดนตัวกันนิดหน่อยไม่เห็นเป็นไรเลย"

“ไม่ใช่แบบนี้!”

“อ้าวซูนนน จะไปไหนอะะ รอด้วยย"

“ฉันจะกลับบ้านแล้ว อยากกินไอศกรีมหน้าถังขยะนั่นจนค่ำก็เชิญเลย!”

“ซู๊นนนนนนนน"


แล้วบ่ายนั้นซูนยองก็ทำโทษมินกยูด้วยการเดินเร็วกลับบ้านตลอดทางจนน้องชายแทบตามพี่ชายนักวิ่งเก่าไม่ทัน วิ่งจนขาขวิด กระเซอะกระเซิง หัวยุ่ง มือก็เหนียวเพราะไอศรีมละลายแถมรอบปากยังขาวไปหมดเพราะไม่ได้เช็ดอีกต่างหาก ถือเป็นบทลงโทษที่หนักหนาพอควร แต่สำหรับมินกยูแล้วถือว่าคุ้มอยู่เหมือนกัน ถึงจะปวดขาไปหน่อยก็เถอะ

No comments:

Post a Comment