ซูนยองตื่นสายอีกตามเคย
มินกยูตั้งนาฬิกาปลุกไว้สิบตัว
ซูนยองก็ปิดทั้งสิบตัวได้อย่างเชี่ยวชาญทั้งๆ
ที่ยังไม่เปิดตา ต้องวิ่งผ่านน้ำ
วิ่งผ่านโต๊ะกินข้าว
วิ่งหาสถานที่แข่งซึ่งครั้งนี้ก็ยังโชคดีอีกตามเคยเพราะอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก
และถึงจะแปลกที่แต่กลับไม่ได้หายาก
นักวิ่งเก่าวิ่งจากบ้านตามกูเกิ้ลแมพไปยังสถานที่แข่ง
พอวิ่งเลี้ยวเข้าถนนใหญ่เท่านั้นก็ไหลไปกับผู้คนทันที
ซูนยองตาโตเมื่อรู้ว่ามีคนมากมายขนาดนี้มาเพื่อดูการแข่งว่ายน้ำระดับเขต
พอนึกแล้วก็อดภูมิใจแทนน้องชายไม่ได้
ก้าวมาอีกระดับแล้วสินะ
ระหว่างไหลไปกับฝูงชนซูนยองก็เห็นผู้หญิงหลายคนถือลูกโป่ง
ถือช่อดอกไม้
ความสงสัยจากการแข่งครั้งที่แล้วก็กลับมาอีกครั้ง
เขารู้กันได้ยังไงว่าคนที่ตัวเองเชียร์จะชนะ?
แล้วถ้าซื้อไปแล้วไม่ชนะไม่อึดอัดรึไงกัน
แต่ก็นะ
“ซูนยอง!
ทางนี้!
มาสายจริง
ไปห้องพักนักกีฬาตอนนี้ไม่ทันแล้ว
มานั่งตรงนี้มาเร็ว"
“อะ
อ่า ขอโทษครับ ขอบคุณครับที่จองที่ไว้ให้"
“อีกสองนาทีเริ่ม
เกือบไม่ทันแล้วมั้ยล่ะ!
ดีนะที่ยังมาทันไม่งั้นฉันเอานายตายแน่!”
“ถะ
โถ่ พี่อะ"
“แค่ตอนนั่งรออยู่ในห้องพักแล้วนายไม่มาสักทีไอ้มินกยูมันก็จะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว!
ถ้าตอนแข่งยังไม่เห็นหน้านายอีกล่ะก็-”
“เข้าใจแล้วครับ
ขอโทษครับ"
“ว่าแต่นายเนี่ย
ตื่นสายประจำเลยรึไง
ครั้งที่แล้วก็เห็นวิ่งมา"
“กะก็นิดหน่อยครับ"
“เมื่อคืนทำอะไรดึกรึไง"
“ก็-
เออใช่
พี่ซึงชอล!
พี่สอนอะไรน้องผมอะ!!”
“เอ้า
อยู่ๆ โวยวายอะไรเนี่ย สอนอะไร
ก็สอนว่ายน้ำนี่ไง"
“ไม่ใช่!
ไอ้วิธี..
ไอ้วิธีผ่อนคลายก่อนการแข่งของพี่เนี่ย..”
“อ๋อ
เรื่องปกติ
เป็นธรรมเนียมทีมว่ายน้ำโรงเรียนฉันรุ่นสู่รุ่น
ปีฉันฉันก็ทำ-”
“แต่พี่
พี่เอาคลิปอะไรให้มินกยูดู!!
อยู่ดีๆ
เมื่อวานเขาก็-
ฮึ่ย!”
“เขาก็?”
“ก็พี่เอาอะไรให้เขาดูล่ะ!”
“ไม่อะไรนี่-
อ๋อ
ไม่ใช่ฉันหรอก เด็กคนอื่นในทีมล่ะมั้ง
ก็แค่เอาคลิปโป๊เกย์ให้ดูเฉยๆ
ก็มินกยูมันไม่รู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่
เดี๋ยวทำผิดทำถูก มั่วๆ
ไปล่ะก็แย่ออก แบบนี้ก็ดีแล้วนี่-”
“ดีตรงไหนกัน!!
เมื่อคืนผมเกือบ-
โว้ยยย!”
“เบาหน่อยๆ
นั่น จะเริ่มแข่งแล้ว
เงียบได้แล้ว"
นักกีฬาของแต่ละเขตออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดาน
มีทั้งหมดหกทีม จากหกเขตใกล้เคียงในภูมิภาค
ทีมละสี่คนแบ่งเป็นสี่ท่าคือฟรีสไตล์
กบ กรรเชียง และผีเสื้อ
เมื่อเห็นน้องชายตัวสูงหน้าตาล่กๆ
เดินออกมาซูนยองก็รีบโบกมือให้ทันที
ยังดีที่ซึงชอลได้สิทธิพิเศษที่นั่งแถวหน้าทำให้มองเห็นสระว่ายน้ำได้ชัดเจน
มินกยูยิ้มแป้นเมื่อเห็นพี่ชายโบกมือให้และลืมตัวยกสองแขนขึ้นโบกกลับจนคนบนอัฒจันทร์หันมองหาว่าโบกหาใคร
อย่างที่ซึงชอลบอกจริงๆ
ก็คือ ผู้หญิงเยอะแยะที่ชอบมาดูแข่งว่ายน้ำ
และรู้ได้ไม่ยากว่าคนไหนเป็นนักกีฬาที่เป็นที่ชื่นชอบเพราะเสียงกรี๊ดจะดังสนั่นหวั่นไหวทีเดียว
และมินกยูก็เป็นหนึ่งในนั้นซะด้วย
“น้องชายนายน่ะ
ฮอตมากในหมู่สาวๆ อย่าหึงล่ะ
หึๆ"
ซูนยองไม่ตอบ
เขาไม่อยากจะไม่พอใจหรอก
แต่บางทีก็รู้สึกนิดหน่อย
ถึงจะพยายามห้ามตัวเองก็เถอะแต่เขาก็หวงมินกยูมากเหมือนกัน
แต่เมื่อมินกยูส่งยิ้มมาให้อย่างต่อเนื่องเขาก็รู้ดีว่าไม่ต้องเป็นห่วงอะไร
มินกยูน่ะติดเขาซะยิ่งกว่าอะไรดีเรื่องนั้นใครๆ
ก็รู้ แย่ล่ะสิ
จิตสำนึกพี่ชายที่แสนดีอยากให้น้องชายเปิดโอกาสตัวเองให้กับผู้หญิงดีๆ
หลายคนเริ่มจะจางลงเรื่อยๆ
แล้ว ตอนนี้กลายเป็นมีแต่ควอนซูนยอง
ผู้ชายคนหนึ่งที่ทั้งรักทั้งหวงคิมมินกยูจนแทบอยากจะเก็บไว้กับตัวเองคนเดียว
“ซูนยอง"
“ครับ?”
“ฉันรู้ว่านายขี้กังวลนะ
แต่อย่าห่วงไปเลย สำหรับฉันนะ
ฉันว่าถ้าเรารู้สึกว่าทำอะไรแล้วมีความสุข
ทำไปเถอะ จริงๆ นะ"
“ครับ
ผมรู้ แต่บางทีมันก็ ทำยากนะครับ"
“มินกยูน่ะ
รักนายมาก ถ้านายรักมินกยูจริงๆ
ก็อย่าทำให้มันต้องเสียใจเพราะคนที่รักปฏิเสธมันเลย"
“...ครับ"
“คอยอยู่กับมัน
สอนมัน ดูแลมัน รักมันให้มากๆ
แค่นี้มินกยูมันก็มีความสุขแล้ว
แค่นี้ก็ถือว่าทำเพื่อมันแล้วนะ"
“ครับ
ผมก็..
หลังๆ
มานี้ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน"
การแข่งขันดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
เริ่มจากท่าฟรีสไตล์ ไปท่ากบ
ท่ากรรเชียง และสุดท้ายท่าผีเสื้อ
สระว่ายน้ำขนาดใหญ่มีหกลู่ไม่ต่างจากโรงเรียนของมินกยู
นั่นทำให้ซูนยองเข้าใจว่ากีฬาว่ายน้ำคงเป็นอะไรที่สำคัญสำหรับโรงเรียนนั้นจริงๆ
ไม่อย่างนั้นคงไม่มีสระใหญ่ระดับนี้หรอก
การแข่งครั้งที่แล้วซูนยองมัวแต่ตื่นเต้นไปกับผล
และหูอื้อไปหมดเพราะเสียงเชียร์
แต่ในครั้งนี้เขาได้ลองมองน้องชายเต็มๆ
ตา มินกยูดูเครียด คิ้วขมวดยุ่งไปหมด
ตัวเกร็ง
แต่เมื่อกระโดดลงไปในสระแล้วก็แหวกว่ายได้อย่างสวยงามที่สุด
ทั้งมีทรงพลัง และพลิ้วไหว
ซูนยองรู้สึกตัวสิบวินาทีให้หลัง
ตอนที่เสียงเชียร์กระหึ่มดังลั่น
ว่ามินกยูชนะ ชนะอีกแล้ว
ซูนยองแทบไม่รู้ตัวว่าตัวเองยิ้มกว้างแค่ไหนจนรู้สึกปวดแก้ม
มินกยูเองก็ยิ้มกว้างไม่ต่างกัน
สมแล้วที่ซึงชอลบอกว่ามินกยูหน่วยก้านดี
สมแล้วที่มินกยูซ้อมอย่างหนักมาตลอด
สมแล้วที่น้องชายของเขาทุ่มเท
และไม่ยอมแพ้
“เป็นไงล่ะ
ฉันบอกแล้ว ทีมว่ายน้ำโรงเรียนฉันไม่เคยแพ้ใคร!”
เหรียญทองสามเหรียญ
เหรียญเงินหนึ่งเหรียญ
ทีมว่ายน้ำโรงเรียนมินกยูชนะระดับเขตได้อย่างสวยงาม
หลังจากรับเหรียญเสร็จมินกยูก็ใส่เสื้อทีมว่ายน้ำลวกๆ
แล้ววิ่งมาหาเขาทันที
ในมือกำเหรียญทองที่คล้องรอบคอแน่น
สีหน้าทั้งตื่นเต้นและดีใจ
เต็มไปด้วยรอยยิ้มจนตาหยี
ซูนยองอ้าแขนกว้างและทันทีที่กอดกันมินกยูก็ยกตัวเขาหมุนไปมาอย่างมีความสุข
ในวินาทีนั้นซูนยองลืมไปหมดทุกอย่าง
ลืมผู้คนรอบตัว ลืมความกังวลของตัวเอง
ลืมแม้กระทั่งซึงชอลที่ยืนอยู่ข้างกัน
ซูนยองจูบแก้มน้องชายเบาๆ
อย่างรักใคร่
“เก่งมาก
มินกยูของฉัน"
“ชนะอีกแล้วอ่าซู๊นนนน
ฮือออ ดีใจจ เมื่อกี๊ซูนเห็นมั้ย!
โอ้โหผมนี่นะกวาดแขน
ฟ้าบๆๆๆ เปรี้ยง!
แตะขอบสระคนแรกเลย!!”
มินกยูวางซูนยองลงบนพื้นแล้วเต้นไปเต้นมาจนซูนยองต้องจับตัวไว้
กลัวจะลื่นล้มซะก่อนน่ะสิ
เพื่อนคนอื่นๆ
ในทีมของมินกยูก็ยืนอยู่ในบริเวณเดียวกัน
ซูนยองแอบเห็นเด็กที่ชื่อจุนฮเวมองบนใส่เล็กน้อย
และนั่นทำให้ซูนยองเริ่มรู้สึกประหม่า
แต่พอมินกยูยิ้มแก้มตุ่ยใส่ซูนยองก็ดึงน้องมากอดอีกครั้ง
น่ารักที่สุด แล้วก็ ภูมิใจชะมัด
อ่า
จริงสิ
ซูนยองเดินกลับไปที่ที่นั่งแล้วหยิบช่อดอกกุหลาบแดงที่แอบวางไว้ใต้เก้าอี้ขึ้นมาถือไว้
ทีแรกเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าควรจะซื้อมั้ย
ก็อย่างที่ว่า
ถ้าไม่ชนะขึ้นมาก็ไม่อึดอัดแย่เหรอ
แต่คิดไปคิดมาเขาก็เดินกลับไปที่ร้านดอกไม้อีกครั้ง
เขาไม่ได้หวังจะให้มินกยูเพราะมินกยูชนะ
แต่เขาอยากจะให้เพราะอยากเห็นมินกยูยิ้มมากกว่า
ถึงจะแพ้ แต่ถ้าได้ดอกไม้มินกยูก็น่าจะมีความสุข
ซูนยองหันหลังกลับมาหาน้องชายแล้วยื่นให้อีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้ม
ดวงตาของมินกยูเหมือนมีประกายระยิบระยับขึ้นมาทันที
“อ่ะ
คราวที่แล้วฉันไม่ได้ซื้อของอะไรให้เลย
คราวนี้ก็เลยซื้อกุหลาบแดงมา
ยังไงก็ดีใจด้วยนะ"
“ซูนนนน
ฮื้ออออ ขอบคุณครับบ"
ซูนยองยิ้มตามมินกยูที่ทำหน้าแป้นแล้นปนขวยเขินกับช่อกุหลาบในอ้อมแขน
ซูนยองซื้อแบบช่อโตที่สุด
จริงๆ แล้วถึงซื้อมาแค่ดอกเดียวมินกยูก็คงยิ้มแก้มตุ่ยอยู่ดี
แต่เขาไม่อยากให้แค่นั้น
สำหรับซูนยองแล้วมินกยูต้องได้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ
ไม่นานก็ได้ยินเสียงโห่มาจากเพื่อนในทีมทั้งคนที่ได้ลงแข่งและไม่ได้ลงแข่งแต่มาเชียร์
แต่แทนที่จะเขินต่อมินกยูกลับโพสท่าถือดอกไม้อย่างน่าหมั่นไส้จนเกือบโดนถีบ
ซูนยองกำลังจะเข้าไปตีหัวน้องชายพอดีกับที่กลุ่มหญิงสาวสี่ห้าคนที่น่าจะเรียนอยู่มัธยมเดินเข้ามาหา
“เอ่อ
พี่มินกยูคะ ยินดีด้วยนะคะ
ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยได้มั้ย?”
“พี่จุนฮเวด้วย
พี่มุนบิน-”
ซูนยองเขยิบถอยหลังมาเล็กน้อยในขณะที่เด็กในทีมคนอื่นเป็นคนถ่ายรูปให้
ทั้งรูปคู่ รูปกลุ่ม
มินกยูเหล่มามองพี่ชายเล็กน้อยแต่ก็ยังถ่ายรูปต่อโดยที่พยายามยืนตัวตรงและให้มีระยะห่างเยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ซึงชอลมายืนข้างๆ
เขาแล้วกระซิบบอกว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาเพราะตอนซ้อมก็มีเด็กพวกนี้มาคอยเชียร์อยู่เป็นประจำ
แต่ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรเพราะเขาไม่เคยอนุญาตให้ลูกทีมวอกแวกกับเด็กพวกนี้
“ทำไมล่ะพี่?”
“เอ้า
ขืนมีแฟนเป็นแฟนคลับขึ้นมา
แฟนคลับคนอื่นๆ ก็หายหมดสิ"
“โห
นี่นักว่ายน้ำหรือไอดอลอะพี่"
“ธรรมดา"
“ธรรมดาสำหรับโรงเรียนพี่อะสิ
ตอนผมเป็นนักวิ่งไม่เห็นมีปัญหาแบบนี้เลย"
“ก็นายไม่หล่อนี่ซูนยอง"
“อะ
อ่าว!
พี่ซึงชอล!”
“ฮ่าๆๆๆ"
ซูนยองพยายามไม่คิดอะไร
แต่เห็นสายตาหวานเชื่อมของผู้หญิงหลายคนที่มองน้องเขาแล้วก็อยากจะวิ่งเข้าไปรูดซิปเสื้อให้ดีๆ
จริงๆ ตอนแข่งว่ายน้ำก็ต้องถอดเสื้อเห็นทั้งตัวแล้ว
ตอนนี้ยังมาเปิดวับๆ แวมๆ
อีก
แต่เหมือนมินกยูจะรู้สึกถึงสายตาของเขาเลยรีบดึงซิปขึ้นมาถึงคอทันที
จากห้านาที เป็นสิบ จากสิบเป็นสิบห้า
กลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่เข้ามาขอถ่ายรูปกับทีมว่ายน้ำสุดหล่อแสนโด่งดังที่ซึงชอลภูมิใจนักหนา
มินกยูเริ่มยิ้มเหี่ยวลงเรื่อยๆ
ได้แต่ชะเง้อคอทำหน้าอ้อนๆ
มาหาแต่ก็เดินออกมาไม่ได้สักที
จนซูนยองตัดสินใจได้
เขาจะพามินกยูกลับบ้าน
เดี๋ยว นี้ เลย
ซูนยองเดินกลับไปที่นั่งเพื่อหยิบกระเป๋า
ในหัวก็คิดคำพูดไปเรื่อย
ไม่รู้จะดึงน้องชายออกมายังไงดี
จริงๆ การมีคนชอบเยอะๆ
ก็อาจจะสร้างโอกาสให้มินกยูได้หลายอย่าง
ยิ่งรู้จักคนเยอะ
ก็ยิ่งมีคนช่วยเยอะไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม
เขาก็ไม่อยากจะดึงน้องมาเก็บไว้คนเดียวหรอก
เขาไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว
พอคิดได้แบบนั้นก็เลยยืนหันหลังถอนหายใจอยู่คนเดียว
จนรู้สึกว่ามีคนมายืนข้างๆ
ก็เงยหน้าขึ้นมอง
คนคนนั้นตัวสูงพอสมควร
สูงกว่าเขา แต่ก็เตี้ยกว่ามินกยูนิดหน่อย
เครื่องหน้าสวยงามบวกกับผมยาวสีเทาอ่อนที่รวบเป็นหางม้าไว้ด้านหลังทำให้ซูนยองเผลอจ้องโดยไม่รู้ตัว
“สวัสดี
จ้องขนาดนี้ทักฉันเลยก็ได้"
“อะ
ขะขอโทษครับคือ ผมเสียมารยาทคือพอดีผม-”
“ไม่เป็นไรหรอก"
ซูนยองอ้าปากพะงาบๆ
เมื่อคนตรงหน้ายกมือขึ้นเสยผมแล้วหันมายิ้มให้เขานิดๆ
ก่อนจะเบนสายตากลับไปมองยังจุดเดิม
ซูนยองหันไปมองตามแล้วก็พบว่าคนแปลกหน้าคนนี้กำลังจ้องน้องชายของเขาอยู่
ยังไม่ทันที่ซูนยองจะได้นึกสงสัยว่าเขาเป็นใคร
อีกคนก็เดินเข้าไปหามินกยูทันทีระหว่างที่ผู้หญิงกลุ่มใหม่กำลังจะขอถ่ายรูป
ซูนยองรีบก้าวเท้าตามไปอย่างนึกสงสัยและได้ยินบทสนธนาของทั้งคู่พอดี
“สวัสดี
นายชื่อมินกยูสินะ?”
“เอ่อ
ครับ คุณเป็นใคร-”
“ส่วนสูง?
น้ำหนัก?”
“สูงร้อยแปดสิบเจ็ด
หนักเจ็ดสิบครับ เอ้ย
คุณถามทำไมอะ คุณเป็น-”
“สมส่วน
มีกล้าม สูง ขายาว ใช้ได้เลย"
“อะ
อะไรเนี่ย คุณเป็นใคร-”
ผู้ชายผมยาวคว้ามือมินกยูมาจับก่อนจะยกขึ้นระดับสายตาแล้วเพ่งมองเหมือนกำลังหาอะไรอยู่
ทั้งมินกยูทั้งซูนยองต่างตกใจพูดอะไรไม่ออกได้แต่มองหน้ากันไปมา
แต่มันไม่จบแค่นั้น
ผู้ชายประหลาดคนนี้ยังจับคางมินกยูให้หมุนคอไปมาเล็กน้อยแล้วจ้องมองอย่างพิจารณาโดยที่มินกยูได้แต่ยืนงงทำอะไรไม่ถูก
จังหวะที่ซูนยองกำลังจะดึงน้องชายออกมาซึงชอลก็เดินเข้ามาพอดี
“เห้ย!
ไอ้จองฮัน
แนะนำตัวก่อนมั้ย
เด็กมันกลัวหมดแล้วเนี่ย!”
“พี่ซึงชอล?
พะ
เพื่อนพี่เหรอ?”
“เออ
เพื่อนฉันเอง"
จองฮันหันมายิ้มให้ซูนยองเล็กน้อยก่อนจะหยิบกระดาษกับปากกาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเริ่มจดอะไรยุกยิกๆ
ซูนยองดึงมือน้องชายให้มายืนข้างๆ
กันทันที
ยังมีหญิงสาวอีกห้าหกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเหมือนจะรอถ่ายรูป
แต่ก็ไม่กล้าพอเลยหันไปถ่ายกับคนอื่นในทีมแทน
จองฮันพับกระดาษใส่ลงไปที่เดิมแล้วดึงนามบัตรใบเล็กออกมายื่นให้มินกยู
“ขอโทษที่เสียมารยาท
ฉันชื่อยุน จองฮัน เป็นช่างภาพอิสระ
นายแบบไม่มีสังกัด
แล้วบางครั้งก็เป็นแมวมองด้วย"
“อ่ะ
เอ่อ มะแมวมอง-”
“ฉันสนใจนายมินกยู
และคิดว่านายไปได้ไกลแน่ๆ
อยู่ที่ว่านายอยากจะทำรึเปล่า
แค่นั้นเอง"
“เอ่อ
คือผมไม่น่าจะ..”
“ไม่ต้องกลัว
ฉันอยู่ในวงการนี้มานานและฉันไม่เคยมองคนผิด
คนจะเป็นนายแบบได้ไม่ใช่แค่หน้าตาดี
หุ่นดีเท่านั้น แต่ต้องมีความพิเศษบางอย่าง
ที่มีแค่เขาเท่านั้นที่มี
และฉันเห็นมันในตัวนาย"
“...”
“เงิน
ชื่อเสียง งาน ทุกอย่างจะหลั่งไหลเข้ามาแน่นอน
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือศิลปะ
อารมณ์ และการถ่ายทอด
นั่นเป็นสิ่งที่ฉันรักที่สุดในวงการนี้
ฉันเห็นรอยยิ้มของนายเมื่อกี๊ตอนชนะการแข่ง
และรอยยิ้มของนายอาจจะทำให้ใครอีกหลายๆ
คนมีความสุขตามได้"
“ผม..”
“ยังไม่ต้องรีบตัดสินใจหรอก
ค่อยๆ คิด ถ้าสนใจขึ้นมา
หรืออยากลองล่ะก็
โทรมาตามเบอร์ในนามบัตรนี่แหละ
ฉันจะรอ"
มินกยูงอแงไม่ยอมไปกินขนมกับเพื่อนในทีมต่อ
ซึงชอลก็ยอมอ่อนให้เพราะเห็นว่าเพิ่งชนะการแข่งมาแต่กำชับให้คืนนั้นไปกินเลี้ยงด้วยกันซึ่งมินกยูก็ตกลงไปแกนๆ
ซูนยองตัดสินใจพามินกยูไปกินไอศกรีม
ตลอดทางน้องชายก็ทำหน้ายุ่ง
เหลือบมองนามบัตรในมือเป็นพักๆ
ซูนยองได้แต่ถอนหายใจ
เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกยังไง
มันปุบปับมาก เขาสงสัยในตัวจองฮัน
บุคลิกอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกประหม่า
และเขากังวลในสิ่งที่จองฮันเสนอ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิด
แต่เป็นเพราะเขาคิดมาตลอดต่างหาก
มินกยูเป็นเด็กที่หน้าตาดีมาแต่ไหนแต่ไร
แต่ยิ่งโตๆ ก็ยิ่งสูงขึ้น
แล้วยังมาเป็นนักกีฬาอีก
น้องชายของเขากลายเป็นชายหนุ่มดูดีไร้ที่ติ
และเขารู้ว่ามันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
ว่าเมื่อไหร่จะมีแมวมองมาชวนเข้าวงการ
มินกยูนั่งตักไอศกรีมเข้าปากช้าๆ
อารมณ์ตื่นเต้นดีใจของการชนะการแข่งหายไปเฉย
กลายเป็นความกังวล ความไม่มั่นใจแทน
ซูนยองหันมองไปรอบร้านเล็กน้อย
เขาตั้งใจเลือกที่มุมร้านในซอกที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว
และเมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครมองแล้วก็ยกมือขึ้นลูบแก้มน้องชายเบาๆ
“เป็นอะไรหืม?
ยิ้มหน่อยสิเรา
เพิ่งชนะการแข่งมานะ
แล้วยังมีแมวมองมาชวนไปเป็นนายแบบอีก"
“อืมม
ก็กลุ้มเรื่องเนี้ยแหละซูนน"
“ทำไมล่ะ?
ไหน
เล่าให้ฉันฟังหน่อยซิ
ตอนนี้คิดอะไรอยู่บ้าง?”
“ก็
ก็ไม่รู้สิ มันก็แปลกๆ อะ"
“แปลกยังไง?”
“แปลกที่ว่า
ไม่คิดว่าจะมีคนมาชวนไปเป็นนายแบบ
ซูนก็รู้ว่าผม ไม่รู้สิ
ผมไม่น่าจะเหมาะนะ"
“ทำไมถึงไม่เหมาะ?”
“ก็
ก็นายแบบก็ต้องเท่ๆ ปะ
ซูนว่าผมเท่ปะล่ะ?”
“ไม่อะ"
“ฮื้อ
นั่นไง-”
“แต่นายน่ารักนะ"
“ซูนอ่า
เขิน"
“ฮ่าๆๆ
แต่นั่นแหละ พี่จองฮันเขาก็บอกนี่นาใช่มั้ย
ว่านายแบบแต่ละคนมีความพิเศษของตัวเอง
ไม่ใช่จะเท่กันหมดสักหน่อย
อีกอย่าง ที่เขาสนใจในตัวนายก็ตอนนายยิ้มด้วยนี่
ใช่มั้ย?”
“อื้ออ"
“อื้ม
นั่นไง"
“ซูน..
ซูนคิดว่ายังไงบ้างอะ?
กับเรื่องนี้อะ
ซูน อยากให้ผมทำมั้ยหรือยังไง?”
“เรื่องนี้
จริงๆ นายก็ควรจะตัดสินใจเองนะ
ว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่ถ้าถามฉัน
ฉันว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไร
นายหน้าตาดี นายก็รู้มินกยู
หุ่นก็ดี อ่ะๆ ไม่ต้องยิ้มเหลิงเลยนะ
ฉันเอาตามที่พี่จองฮันว่า
นั่นแหละ นายมีคุณสมบัติครบที่จะเป็นนายแบบนะ
แล้วฉันคิดว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้มาง่ายๆ
ด้วย ก็ลองไปดูก่อน ถ้าไม่ชอบ
ไม่ได้ ก็จบ แค่นั้นเอง
แต่ทั้งหมดก็คือนายต้องคิดด้วยว่านายชอบมั้ยงานแบบนี้"
“อื้มม"
ซูนยองรู้สึกแปลกๆ
อีกแล้ว เขากำลังสู้กับตัวเอง
เหมือนกับที่ทำมาตลอด
สิ่งที่ดีสำหรับน้องชาย
กับสิ่งที่เขาอยากได้ทำไมมันไม่ตรงกันสักทีนะ
เขารู้สึกว่าแค่มินกยูรักและติดเขามากขนาดนี้ก็ถือเป็นเรื่องเห็นแก่ตัวมากแล้ว
เขาอยากให้มินกยูได้ไปเจอคนดีๆ
เจออะไรใหม่ๆ ได้เรียนรู้อะไรมากๆ
เขาอยากเปิดโอกาสให้น้องได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ
และได้ทุกสิ่งที่ควรจะได้
แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่อยากให้มินกยูไปไกลจากตัวเขาเลย
แต่สุดท้าย
เขาก็รักน้องมากเกินกว่าจะกอดไว้กับตัวได้ตลอดเวลา
มินกยูเงยหน้าขึ้นจากถ้วยไอศกรีมแล้วดึงมือเขามาจับพร้อมทำหน้างอแง
“ซูนต้องไปเป็นเพื่อนผมนะะ"
“ได้สิ"
เพื่อนาย
ได้ทุกอย่างนั่นแหละ มินกยู
No comments:
Post a Comment