Thursday, 1 June 2017

Intervention #minsoon

“ถ้าตามแผนที่แล้ว ก็ไกลอยู่เหมือนกันฮะ ถึงจะนั่งใต้ดินไปก็ไม่ถึง ต้องเดินต่อ มีรถบัสไปเหมือนกัน แต่ก็ไม่ถึงอีกอะ หรือเราจะนั่งแท๊กซี่ไปดีอะซูน"

ซูนยองขมวดคิ้วจ้องแผนที่ในกระดาษใบเล็กเขม็ง ไกลจริงๆ ซะด้วย ไม่ใช่แค่เดินไม่ถึง จะโดยสารรถอย่างอื่นก็ต้องไปหลายต่อ ถึงจะไปแท๊กซี่ก็เถอะ คงจะหลายร้อยอยู่เลย แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปล่อยให้มินกยูไปคนเดียวอยู่แล้ว ดังนั้นเขาก็เลยจูงมือน้องชายมาโบกแท๊กซี่ที่ถนนใหญ่ ระหว่างอยู่บนรถก็เหลือบมองน้องชายที่นั่งตัวเกร็ง มินกยูใส่เสื้อเชิร์ตสีเขียวอ่อนกับกางเกงยีนส์ อาจจะดูธรรมดาแต่สำหรับเด็กที่ปกติเอาแต่ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นนี่ก็ถือว่าพิถีพิถันมากแล้ว อีกอย่าง วันนี้จองฮันนัดให้ไปลองถ่ายรูปเล่นๆ เฉยๆ และอยากให้มินกยูเป็นตัวเองที่สุด ซูนยองถอนหายใจเบาๆ น้องชายของเขาแค่แต่งแค่นี้ก็ดูดีจะแย่อยู่แล้ว นึกไม่ออกเลยว่าเวลาถ่ายแบบจริงๆ จะเป็นยังไง และถ้าเกิดได้งานจริงๆ เขาคงไม่ให้น้องนั่งแท๊กซี่ไปๆ มาๆ แบบนี้หรอก

“ฉัน ต้องเรียนขับรถแล้วล่ะมั้ง?”

“หื้ม? ว่าไงนะซูน?”

“ก็แค่คิดว่า ฉันต้องเรียนขับรถแล้วล่ะ จะได้ขับรับส่งนายได้ไง"

“ฮื้ออ ซูนนนน"

มินกยูโถมตัวเข้ามากอดไม่อายสายตาคนขับที่เหล่มามองเล็กน้อย ซูนยองดันตัวน้องชายออกอย่างรวดเร็วแต่มินกยูก็ไม่ได้ว่าอะไร ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่หมายซึ่งเป็นสตูดิโอขนาดเล็กและด้านหน้าเป็นร้านกาแฟ ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวของจองฮันเอาไว้แคสเด็กก่อนจะส่งไปรับงานจริง จองฮันบอกว่าเป็นเพราะตนเองมีชื่อเสียงที่ต้องรักษา ถ้าเด็กคนไหนไม่ผ่านเขาก่อน เขาก็ไม่ส่งไปให้โดนตีกลับมาแน่นอน และนั่นก็หมายความว่าถ้าจองฮันให้ผ่านแล้วล่ะก็ แปลว่าเด็กคนนั้นไปได้ไกลแน่นอน ซูนยองค้อมหัวและกดหลังให้มินกยูก้มตามเมื่อเดินเข้ามาภายในห้องสีขาวหลังร้าน จองฮันแต่งตัวสบายๆ เสื้อแขนยาวเนื้อบางสีขาวและกางเกงยีนส์สีซีดที่มีรอยขาดเต็มไปหมด ซูนยองย่นจมูกเล็กน้อยเพราะกลิ่นบุหรี่ลอยฟุ้งเต็มห้องไปหมด สาเหตุก็มาจากมวนที่ยังติดไฟอยู่ในมือเจ้าของสถานที่นั่นแหละ

“เอ่อ สวัสดีครับ พะพี่จองฮัน-”

“สวัสดีๆ นั่งก่อนสิ นี่มินกยู แล้วนาย?”

“ซูนยองครับ"

“แฟน?”

“มะ ไม่ใช่ พี่ชายครับ"

“อืม งั้นเหรอ พี่ชายแบบไหนกันนะ?”

“ผะ ผม-”

“กินอะไรก่อนมั้ย? หน้าเครียดแบบนี้คงเครียดจนกินข้าวเช้าไม่ลงมาล่ะสิ ฉันยังไม่เริ่มจนกว่านายจะสบายใจ"

มินกยูนั่งเม้มปากแน่น จ้องมองพายช็อคโกแลตบนจานนิ่งจนซูนยองอึดอัดแทน ถูกของจองฮัน น้องชายเขาเครียดจนกินอะไรไม่ลงจริงๆ นั่นแหละ เขาพยายามปลอบแล้วแต่ก็ทำได้ยาก แถมกลิ่นบุหรี่ที่อบอวลไปทั้งห้องแบบนี้ยิ่งทำให้ห้องนี้รู้สึกอับ ดูเหมือนว่าจองฮันจะสังเกตจมูกที่ขยับดุกดิกของสองพี่น้องเลยเดินไปเปิดประตูและพัดลมดูดอากาศก่อนจะลงมานั่งที่โต๊ะเดียวกันแล้วเอื้อมมือมาหยิบคุกกี้เนยส่งเข้าปาก

“ต้องทำยังไงนายถึงจะผ่อนคลายกว่านี้นะ มินกยู"

“อะ เอ่อ ขอโทษครับ"

“ฉันเป็นคนสบายๆ ก็จริง แต่ก็ ไม่ได้มีเวลาทั้งวันให้นายนะ"

“ขอโทษครับ"

มินกยูนั่งตัวหดเล็กลงเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่จองฮันนั่งไขว่ห้างสบายๆ แต่กลับมีบรรยากาศรอบตัวที่อึดอัดอึมครึมแปลกๆ ซูนยองเอื้อมมือไปใต้โต๊ะและดึงมือน้องชายมากุมไว้ มินกยูจับมือเขาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง และผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ซูนยองไม่ชอบเลยเวลาที่เห็นมินกยูเป็นแบบนี้ เขาไม่ชอบเห็นน้องชายไม่สบายใจเลยจริงๆ

“คุณจองฮัน ขอโทษนะครับ น้องชายผมไม่เคยทำงานอะไรแบบนี้มาก่อนเลยอาจจะปรับตัวยากหน่อย แล้วก็-”

“ขอโทษที นาย ซูนยองสินะ?"

“อะ คะครับ"

“ไม่ต้องพูดแทนกันหรอก มินกยูมีอะไรให้พูดเองดีกว่ามั้ย?”

“อะ คะครับ? คือ ผมเป็นพี่ชายก็เลย- คือมินกยูยังเด็กผมก็เลยคิดว่า-”

“นี่ คุณพี่ชาย เข้าใจนะว่าคงหวง ห่วงน้องมาก แต่มินกยูอายุ เท่าไหร่ล่ะ สิบเก้าแล้วใช่มั้ย? เขาควรจะรับมือกับความเครียดได้มากกว่านี้นะ อย่าหาว่าฉันสอนเลย แต่เพราะคุณคอยกางปีกปกป้องเขาตลอดเวลานี่แหละเขาถึงไม่โต รู้มั้ย? ที่จริงวันนี้เขาควรมาคนเดียวด้วยซ้ำ ผู้ชายอายุเท่านี้ มารับงาน เขาไม่ต้องให้พี่ชายนั่งรถไปนั่งรถกลับมาส่งแล้วคุณ"

“อย่าว่าซูนยองนะ!”

มินกยูลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะทันที ซูนยองได้แต่อ้าปากค้างอย่างตกใจ แต่อยู่ๆ จองฮันก็แสยะยิ้มออกมา ซูนยองไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ คนเพิ่งรู้จักกันทำไมอยู่ๆ ถึงกล้าวิจารย์อะไรออกมาแบบนี้ ไม่แปลกหรอกที่มินกยูจะโมโห นอกจากจองฮันจะว่ามินกยูว่าเป็นเด็กไม่โตแล้ว ยังบอกว่าสาเหตุมาจากเขาอีก และคำพูดนั้นทำให้ซูนยองพูดอะไรไม่ออก เพราะมันก็ไม่ผิดเสียทีเดียว เพียงแต่ไม่เคยมีใครพูดออกมาเท่านั้น

“เอาล่ะ พร้อมถ่ายแล้วล่ะมั้ง ไปยืนหน้าฉากเลย"

“ผมไม่-”

“หรือว่า เด็กน้อยจะโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่พี่ชายคนดีโดนว่า จนพากันจูงมือวิ่งหนีกลับบ้านทิ้งงานไปล่ะ? หื้ม?”

“นี่!”

“ยังไงดีล่ะ หื้ม? คุณพี่ชาย? จะพาน้องกลับบ้านเลยมั้ยครับ? โดนพูดทำร้ายจิตใจแบบนี้ เอายังไงดี?”

“ฮึ่ย ไม่! ถ่ายก็ถ่ายสิ! แล้วไม่ต้องยุ่งกับซูน! คุยกับผมพอ!”

“หึหึ"

ซูนยองนั่งมองน้องชายที่แยกเขี้ยวใส่กล้องอยู่หน้าฉากอย่างอึ้งๆ มินกยูจ้องไปที่จองฮันอย่างเคียดแค้น จากจอภาพที่อยู่ด้านข้าง หลายรูปก็เสียเพราะหน้าตาน่ากลัวเกินไป แต่บางรูปก็ใช้ได้ อาจจะเป็นเพราะมินกยูหน้าตาดีอยู่แล้วด้วย พอไม่ทำหน้าเด๋อๆ แต่ทำหน้าดุๆ โดยไม่ต้องโพสท่าอะไรที่ต้องใช้ทักษะมาก ทำหน้าไม่พอใจใส่กล้องก็ดูดีแล้ว ผ่านไปสักพักอารมณ์มินกยูก็เหมือนจะเย็นลงจนกลายเป็นหน้าตายๆ แทน นั่นทำให้จองฮันหยุดถ่ายและบอกให้ไปนั่งกินขนมต่อได้ ช่างภาพหนุ่มเดินมาถึงตัวเขาก่อนพร้อมรอยยิ้มน่ากลัวและโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหู

“โอ๋น้องชายหน่อยล่ะ ต่อไปผมจะถ่ายแบบหน้าตายิ้มแย้มสดใส ฝากด้วยนะครับ คุณพี่ชาย"

ซูนยองขนลุกซู่กับรอยยิ้มร้ายๆ ของอีกฝ่ายก่อนจะผลักประตูเดินกลับเข้าไปในร้านกาแฟ พอดีกับที่มินกยูกระแทกตัวลงนั่งข้างๆ เขาแล้วใช้ส้อมจ้วงกินพายช็อคโกแลตอย่างมูมมามทั้งๆ ที่ยังคิ้วขมวดอยู่ ซูนยองใช้นิ้วโป้งเช็ดออกแล้วเลียเก็บคราบหวานๆ เข้าปากก่อนจะหลุดยิ้มออกมา มินกยูเวลากินจนแก้มตุ่ยๆ ทั้งๆ ที่ยังหน้าตาบูดบึ้งแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ

“เนี่ย! อะไรของเขาก็ไม่รู้ เรียกผมมาแท้ๆ ก็มาว่าๆๆ ผม แถมยังว่าๆๆๆ ลามไปถึงซูนด้วย! แล้วยังมาสบประมาทกันอีกผมอะไม่ยอมหรอกรู้ปะ! ให้มันรู้ไปว่าผมเก่งไม่เก่ง ถึงตอนแรกจะไม่ค่อยมั่นใจนะแต่ตอนนี้ต้องเอาให้หน้าหงายไปเลย! จะได้รู้ว่าน้องชายซูนเนี่ยเก่ง! ฮึ่ย! ไม่ชอบเลยอะมาว่าซูนทำไมปัดโถ่นี่ ฮึ่ย!”

“เอ้าๆ ไม่ต้องบ่นแล้วเดี๋ยวติดคอ"

“ซูน! ยิ้มไรอะ สนุกมากปะเนี่ย ผมนี่หงุดหงิดจะตายอยู่แล้ว! งื่อ-! ซูนน"

ซูนยองหัวเราะชอบใจเมื่อน้องชายเปลี่ยนจากหน้าบึ้งเป็นหน้าเด๋อทันที คิ้วที่ขมวดอยู่ก็คลายลง ดวงตากลับใสแจ๋วเหมือนเดิมหลังถูกจูบปิดปากไปทีหนึ่ง ซูนยองหยิบเอแคลร์ไส้ครีมยัดใส่ปากมินกยูก่อนจะหัวเราะออกมา สีหน้าบูดบึ้งของน้องชายกลับมาอีกครั้งพร้อมกำปั้นที่ทุบลงบนแขนเบาๆ และหันหน้าหนีไป พี่ชายคนดีเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้แล้วกอดน้องชายไว้แน่นพร้อมโยกตัวไปมา

“เมื่อกี๊สีหน้าใช้ได้เลยนะ เก่งจัง ไหนว่าเท่ไม่เป็นไง"

“อะ อะไรของซูนอ่า เขินนะ เท่อะไรกัน"

“ฮ่าๆๆ แต่เมื่อกี๊ก็ใช้ได้จริงๆ นะ ฉันดูรูปจากจออยู่"

“เชอะ ก็ผมโมโหนี่น่า มาว่าซูนได้ไงอะ ไม่ชอบ"

“เอาเถอะ ที่เขาพูดมาก็ไม่ใช่จะผิดทั้งหมดหรอกนะ"

“ซูน!”

“ชู่ว ฟังก่อนๆ ฉันก็อาจจะปกป้องนายมากเกินไปจริงๆ จนไม่ยอมให้นายโต นายเองก็น่าจะรู้ตัวนะมินกยูใช่มั้ย?"

“งือ.. ไม่เห็นเป็นไรเลยอ่า"

“อืม ฉันก็คิดว่าหลายๆ อย่างก็ไม่เป็นไรนะ แต่ฉันก็จะพยายามมองนายให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ปล่อยนายมากขึ้นก็แล้วกัน"

“ฮื่ออ ซูนอ่าา"

“ไม่ต้องห่วงไปหรอกน่า ฉันก็อยู่กับนายไม่ไปไหนอย่างนี้แหละ แค่อาจจะโอ๋น้อยลงแค่นั้นเอง เอาล่ะ ไม่งอแงนะ เดี๋ยวเริ่มถ่ายใหม่ พี่เขาให้ทำอะไรก็ทำ รู้มั้ย? นายโตแล้ว งานคืองาน ไม่ดื้อ ไม่งอแง รู้มั้ย?”

“งืออ ก็ได้"

“เก่งมาก มานี่มา"

ซูนยองโน้มคอน้องชายลงมาใกล้และอีกฝ่ายก็ก้มลงมาจูบทันทีอย่างรู้งาน ห้องนี้มีแค่เขาสองคนเท่านั้นเพราะงั้นซูนยองไม่ห่วงอะไร สองมือลูบเส้นผมน้องชายเบาๆ แล้วจูบตอบอย่างอ่อนโยน กว่าจะผละออกมาได้ แก้มของมินกยูก็ขึ้นสีแดงอ่อนๆ แล้ว รสชอคโกแลตยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น หอม หวาน อร่อย จนซูนยองอดเลียริมฝีปากตัวเองไม่ได้ในขณะที่มินกยูจิ้มครัวซองค์กินต่ออย่างเอร็ดอร่อย พอดีกับที่จองฮันเปิดประตูกลับเข้ามาพร้อมซึงชอล

“อ้าว พี่ซึงชอลสวัสดีครับ"

“ว่าไงซูนยอง มินกยู โอ้โห กี่จานวะนั่น จะแดกให้หมดทั้งร้านเลยรึไงเนี่ย มาถ่ายแบบหรือมาปล้นร้านเขา"

“อะไอเอ้า อี้อ้อ แค่กๆ ก็เอามาให้กินก็ต้องกินสิ ไม่งั้นเสียของ โว๊ะ"

จองฮันยังมียิ้มเย็นอยู่บนใบหน้า ซึ่งนั่นทำให้ซูนยองยังรู้สึกขนลุกหน่อยๆ ในขณะที่ซึงชอลลงนั่งข้างมินกยูและเริ่มเปิดศึกแย่งขนมกันจองฮันก็วางมือลงบนไหล่ซูนยองแล้วโน้มหน้าลงมาชิดใบหูอีกครั้ง ลมหายใจที่เป่ารดลงมาทำให้ซูนยองเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง น่ากลัวเหมือนซึงชอลไม่มีผิดเลยถึงจะคนละแบบก็เถอะ ถึงได้เป็นเพื่อนกันได้สินะ

“ทำได้ดีนี่ คุณพี่ชาย ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะขนมฉันหมดร้านก็เลี้ยงได้ สบาย"

“อะ เอ่อ ครับ"

“หื้ม เสียงสั่นตลอดเลยนะ กลัวฉันเหรอ?”

“ปะ เปล่าครับ"

“โกหก อา หรือที่จริงแล้วคุณพี่ชายเองก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่งั้นเหรอ"

“อะ.. มะ ไม่ใช่"

“จริงเหรอครับ หื้ม? คุณพี่ชาย"

!!

“พี่จองฮัน! ทำไรซูนอะ ทำไมต้องเข้าไปใกล้ขนาดนั้นด้วย!”

มินกยูยื่นมือขวาที่ไม่ได้ถือคุกกี้อยู่มาปัดๆ ระหว่างพี่ชายกับจองฮันเพื่อให้แยกออกจากกันทันทีที่เห็นสถานการณ์ไม่ปลอดภัย จองฮันหัวเราะหึแล้วเดินไปทางหน้าฉากโดยไม่ลืมหันมายิ้มให้ ซูนยองยกมือขึ้นลูบหูขวาตัวเองแรงๆ สัมผัสของริมฝีปากยังร้อนผ่าวอยู่ ถึงจะเฉียดมาแค่นิดเดียวก็เถอะ รู้สึกเย็นวูบไปทั้งตัวเลย มินกยูลากเก้าอี้มานั่งข้างพี่ชายแล้วทำหน้าบึ้งมองช่างภาพอย่างไม่พอใจ

“ซูน เมื่อกี๊พี่จองฮันทำไรซูนป่าวอะ? ถ้ายังแกล้งซูนไม่เลิกผมไม่ทำแล้วงานเรากลับบ้าน-”

“ไม่ได้นะ! พะ พี่จองฮันไม่ได้ทำอะไรหรอก ไม่ต้องห่วง มานี่มา"

“งืออ ซูนน"

กอดหมับเข้าไปมินกยูก็เอนหัวมาซบไหล่พี่ชายอย่างออดอ้อนทันที ทำเอาซึงชอลที่นั่งอยู่ใกล้เบะปากใส่อย่างหมั่นไส้ ซูนยองลูบหลังน้องชายเบาๆ แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นจองฮันที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ต้องรีบผละออก ไม่รู้ทำไม พอคนคนนี้อยู่ใกล้ๆ ซูนยองก็รู้สึกกลัวขึ้นมาตลอด ทำอะไรเงอะๆ งะๆ ไปหมด แต่เขาจะให้อารมณ์ตัวเองมาดึงน้องชายลงแบบนี้ไม่ได้ เพราะอารมณ์มินกยูก็ขึ้นอยู่กับเขานี่แหละ เพราะงั้นก็เลยปาดครีมจากบนจานมาป้ายปลายจมูกน้องชายจนคนโดนแกล้งร้องโวยวาย

“อ๊าา ซูนอ่า เอาครีมมาป้ายทำไมเลอะหมดเลยอ่าา"

“ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรหรอก นายก็กินเลอะประจำอยู่แล้วนี่"

“นี่มันไม่เหมือนกันอ่าา เช็ดให้เดี๋ยวนี้เลยนะ! ซูนทำเปื้อน ซูนก็ต้องเช็ด!”

“อะ ได้ๆๆ"

“ไม่เอาทิชชู่"

“อ้าว?”

“จุ๊บเอาแทนได้มั้ย? อร่อยน้าา"

“หึ"

ซูนยองยกมือขึ้นปิดรอบจมูกน้องชายก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปจูบเบาๆ ลิ้นเลียเก็บเอาครีมหวานๆ เข้าปากมาด้วย พอผละออกมามินกยูก็ยิ้มแป้นแล้วซบหน้าลงกับไหล่พี่ชายแถมยังสั่นตัวดุ๊กดิ๊กไปมาอีกต่างหาก แค่นั้นซูนยองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ท่าทางจะอารมณ์ดีแล้ว แบบนี้ก็คงถ่ายต่อได้ จองฮันที่มองอยู่แต่แรกเรียกมินกยูไปที่ฉากและหยิบกล้องมาถือไว้อีกครั้ง ซึงชอลย้ายมานั่งข้างๆ ซูนยองที่จ้องน้องชายไม่วางตา

“คราวนี้ฉันอยากให้นายยิ้ม สดใส มีความสุข โอเคนะ?”

“อะ เอ่อ"

ซูนยองเริ่มรู้สึกเครียดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นมินกยูยิ้มฝืนๆ แกนๆ มินกยูเป็นคนยิ้มเก่งน่ะใช่ แต่ไม่ใช่คนยิ้มไม่มีสาเหตุ ไม่ใช่คนที่จะยิ้มสดใส เป็นธรรมชาติให้กับกล้องได้ และเมื่อซึงชอลเองก็ส่ายหน้าไปมาเบาๆ ซูนยองก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเองคนเดียว ถ้าจองฮันบอกว่ามินกยูมีสิ่งที่พิเศษในตัว คือรอยยิ้มที่ทำให้คนยิ้มตามละก็ รูปที่ถ่ายมานี่ก็ใช้ไม่ได้เลย ถ่ายไปแค่สี่ห้ารูปจองฮันก็ลดกล้องลง คิ้วขมวดน้อยๆ ก่อนจะหันมามองซูนยองที่นั่งมองอยู่ก่อน

“คุณพี่ชายครับ มานี่หน่อยซิ"

“หะ ห๊ะ? อะ ครับ"

ซูนยองเดินเก้ๆ กังๆ ไปหาจองฮันที่ยืนถือกล้องอยู่ก่อน คนตัวสูงเสยผมสีเทาขึ้นลวกๆ ก่อนจะหยิบหนังยางขึ้นมามัดไว้โดยที่สายตายังจ้องมาที่เขาอย่างพิจารณา ซูนยองยืนเงียบๆ และเลือกที่จะหันไปมองน้องชายที่ยืนตัวเกร็งอยู่ ไม่สบตาช่างภาพตรงหน้า แต่ฝ่ามือเย็นเฉียบที่วางลงมาบนไหล่ทำให้สะดุ้งหันกลับไปหา

“ชอบถ่ายรูปมั้ย?”

“คะ ครับ? เอ่อ ก็ ก็ถ่ายบ้าง"

“เคยใช้กล้องมั้ย?”

“เอ่อ ก็ ครั้งสองครั้ง"

“อืม งั้น ถือกล้องไว้นะแล้วหันไปทางเด็กน้อย เหมือนจะถ่ายรูปนั่นแหละ"

“เลิกเรียกผมเด็กน้อยสักที ชื่อมินกยู!”

ซูนยองถือกล้องอย่างเก้ๆ กังๆ เพราะกล้องหนักมาก และมีปุ่มอะไรเยอะแยะไปหมด เขาแค่เคยใช้กล้องตัวเล็กๆ ของเพื่อนเท่านั้น ไม่เคยใช้กล้องใหญ่แบบนี้ ระหว่างที่กำลังหามุม หาปุ่มอยู่ก็รู้สึกถึงลมหายใจที่เป่ารดแถวใบหูอีกครั้ง พร้อมมือเย็นๆ สองข้างประกบซ้อนที่มือทั้งสองของตนเองเพื่อพยุงกล้อง ซูนยองตกใจจนแทบทำกล้องตกแต่จองฮันก็จับไว้ได้ทัน เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู

“คุณพี่ชาย กล้องแพงนะครับ ระวังหน่อย"

“เอ่อ คะคุณจองฮันคือ ผม ผมใช้เป็นครับไม่ต้อง-”

“ไม่ๆ ผมจะช่วยคุณหามุม พอได้มุมแล้วค้างไว้ คุณกดชัตเตอร์อย่างเดียวพอ โอเคนะครับ?”

มินกยูหน้าบูดลงเรื่อยๆ เมื่อเห็นจองฮันใกล้ชิดพี่ชายเกินพอดี แต่พูดอะไรไม่ได้ ได้แต่พยายามย้ำตัวเองซ้ำๆ ว่าให้โตเป็นผู้ใหญ่ และอย่าใช้อารมณ์ตัดสินในการทำงาน และไม่นานจองฮันก็ผละออกจากพี่ชายให้หายใจคล่องขึ้นหน่อย ซูนยองกดชัตเตอร์ลองอยู่สามสี่ครั้งจองฮันก็บอกว่ามุมดีแล้ว ซูนยองก็ค่อยสบายใจขึ้น

“มินกยู ยิ้มหน่อย"

“งื่อ! ยิ้มยังไงดีอ่า ซูน"

“ก็ยิ้มปกติน่ะ จะมียิ้มยังไงล่ะ"

“ยิ้มปกติมันแบบไหนอ่า"

“ก็ สมมติว่าฉันจะพานายไปกินเค้กร้านผ้ากันเปื้อนแดง หรือว่า ฉันจะพานายไปกินเนื้อย่างห้างเอสวีที หรือว่า-”

“อ๊าา อยากกิน เที่ยงนี้นะซูน เที่ยงนี้นะ"

“ได้สิ เดี๋ยวพาไปว่ายน้ำด้วยดีมั้ย?"

"อ๊าาา ดี! ไม่ได้ไปนานแล้วอ่าา ซูนเล่นน้ำด้วยกันน้าา"

"อะ เอ่อ ได้สิๆ ให้เล่นหกชั่วโมงเลยก็ได้นะ"

"จริงง่ะ??"

"จริงสิ ไหนยิ้มหน่อยเร๊ว เด็กดี"

“ฮี่~~”

จองฮันกับซึงชอลส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจในขณะที่ซูนยองหัวเราะเพราะไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้ มินกยูฉีกยิ้มกว้าง หัวเราะคิกคักบ้าง หัวเราะจนตาปิดบ้าง แต่รูปที่ถ่ายได้ก็ค่อนข้างดีอยู่หลายรูป มันไม่ใช่รูปที่สวยอะไรนักหรอก เบี้ยวบ้าง หลุดบ้าง มินกยูหลับตาบ้าง ปากเบี้ยวบ้างเพราะเอาแต่พูดจ้อ แต่สิ่งที่สำคัญคือรอยยิ้มต่างหาก รอยยิ้มที่จริงใจ สดใส และร่าเริง ซูนยองยังคงคุยกับน้องชายไปเรื่อยๆ เพื่อให้อีกคนยิ้มอยู่ตลอด จองฮันยืนมองหน้าจออยู่สักพักก็เดินไปจับไหล่ซูนยองและบอกให้พอได้ มินกยูกระโดดจากหน้าฉากมากอดพี่ชายไว้แล้วอ้อนให้พาไปเลี้ยงเนื้อย่าง พาไปว่ายน้ำตามที่สัญญาซึ่งซูนยองก็ยีหัวน้องชายคืนอย่างมันเขี้ยว

“เอาล่ะ จากการทำงานกับนายวันนี้นะมินกยู นายยังอ่อนในหลายๆ เรื่อง อย่างแรกคือทำงานไม่เป็นเลย แถมยังเด็กมาก ทักษะการถ่ายแบบเป็นศูนย์ ถ่ายรูปเล่นยังใช้ไม่ได้เลย ถือว่าสอบตก"

“งั้น-”

“แต่"

จองฮันกดเลือกรูปขึ้นมาสี่รูป สองรูปที่มินกยูทำหน้าบูดบึ้งเคียดแค้นใส่กล้อง อีกสองยิ้มจนตาปิด และหัวเราะจนเขี้ยวโผล่ ซูนยองมองรูปสุดท้ายที่น้องชายหัวเราะจนตาหยีแล้วยิ้มตามออกมา น่ารัก น่ารักที่สุด มินกยูเวลายิ้มน่ะ น่ารักสดใสจนทำให้คนรอบข้างรู้สึกสดชื่นไปด้วยจริงๆ นั่นแหละ

“นั่นไง คุณพี่ชายยิ้มใหญ่เลย"

“อ่ะ ผะผม-”

“นี่แหละ ที่ฉันต้องการ และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ฉันเลือกนาย มินกยู นายมีสิ่งพิเศษนั้นอยู่ในตัวจริงๆ เพราะงั้นฉันถือว่านายผ่าน เพราะรอยยิ้มแบบนี้หาได้ยากมาก ฉันคิดว่านายจะเป็นนายแบบที่มอบรอยยิ้มให้คนอื่นๆ ได้แน่ๆ ถ้าได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ อย่างถูกต้อง"

“ขะ ขอบคุณครับ"

“ในฐานะที่ฉันเป็นนายแบบ ฉันจะเป็นคนสอนนายเอง จนนายไม่ต้องให้ฉันยั่วโมโห หรือให้พี่ชายนายมาคอยยืนคุยด้วยเพื่อให้ได้ภาพสวยๆ อีก"

“อ่ะ นะนี่พี่ยั่วโมโหผม-”

“แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น"

จองฮันหันมาส่งยิ้มให้ซูนยอง รอยยิ้มหวานที่แผ่ไอเย็นออกมาแปลกๆ จนซูนยองรู้สึกเสียวสันหลังวาบ


"ก็ ต้องเหนื่อยหน่อยล่ะนะ คุณพี่ชาย"

No comments:

Post a Comment