คิดถึง
ซูนยองกำลังรู้สึกคิดถึงน้องชายตัวดีที่ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปเพราะใกล้แข่งระดับเขต
ช่วงก่อนนี้ที่มินกยูต้องซ้อมละคร
หรือต้องเตรียมแข่งว่ายน้ำระดับโรงเรียนเขาก็ว่ารู้สึกเหงาแล้ว
ตอนที่ไม่อยู่ติดๆ
กันถึงเจ็ดวันช่วงไปค่ายก็ยิ่งเหงา
แต่ครั้งนี้มันมากกว่าเก่า
ไม่รู้ทำไม
อาจจะเป็นเพราะตลอดหลายอาทิตย์มานี้ความสัมพันธ์ของซูนยองและมินกยูพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
ใกล้ชิด ลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ
จากนอนกอดกันเฉยๆ หอมแก้มบ้าง
จูบหน้าผากบ้าง
หลังมานี้มินกยูจะจูบซูนยองก่อนนอนทุกคืน
ดึงขาซูนยองมาพาดลำตัวบ้าง
ซุกหน้าเข้าที่คอ จูบบ้าง
หอมบ้างจนต้องห้ามปรามกันหลายครั้ง
ระหว่างวันเวลานั่งอ่านการ์ตูนมินกยูก็จะดึงเขาไปนั่งตัก
หรือบางทีตัวเองก็ไหลมานอนหนุนตัก
จากเดิมที่ว่าตัวติดกันมากอยู่แล้ว
ยิ่งนัวเนียกันมากขึ้นไปอีก
เพราะงั้นในช่วงนี้ที่มินกยูหายไปทั้งวัน
กลับมาทีก็ดึกดื่นทำให้ซูนยองรู้สึกเหงาถึงขั้นต้องดูคลิปน้องชายที่แอบถ่ายเมื่อก่อน
ไม่ว่าจะเป็นตอนกินขนมจนปากเลอะ
หรือตอนนอนละเมอแล้วตกเตียง
คลิปที่เคยคิดว่าอัดไว้แกล้งเล่นๆ
กลายเป็นต้องนั่งดูบ่อยๆ
จนตัวเองยังขนลุกอยู่หน่อยๆ
ยังไงก็ยังไม่ค่อยชินกับความสัมพันธ์หวานแหววสักที
แต่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้เลย
ทุกอย่างมันกำลังค่อยๆ
เปลี่ยนไปทีละนิด
'ซูนอ่าคิดถึง'
“อืม
คิดถึงเหมือนกัน"
'โทรคุยกันแบบนี้มันก็ดีหรอก
แต่จะดีกว่านี้ถ้าได้เจอกันได้คุยกันต่อหน้าบ้างอ่าา
งือ'
'ไอ้มินกยูแม่งโคตรกระแดะเลย
ทนไม่ไหวแล้วกูจะอ้วก'
'ก็ไปนั่งไกลๆ
ดิวะ ใช่เรื่องมั้ย!
งืออ
ซูนอ่า อีกสองวันก็แข่งแล้ว
เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะกลับบ้านเร็วน้า
พี่ซึงชอลบอกว่าไม่อยากให้หักโหม
เดี๋ยวก็จะได้เจอแล้วว'
'แม่งพูดเหมือนไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน'
“เอ่อ
อื้ม ดีแล้วล่ะ กลับมาพักบ้าง
แล้วคืนนี้พรุ่งนี้จะกินข้าวเย็นมั้ย?”
'กินๆๆ
กินครับ บอกคุณแม่ให้หน่อยผมอยากกินเนื้อย่างง'
“ได้สิ
เดี๋ยวฉันให้แม่ทำเนื้อย่างให้นายกิน"
'อื้ออ~
อ่า ซูนอ่ะ
อยากกอดจังเลยครับ'
'คิม
มินกยู ได้เวลาซ้อมแล้ว
อย่ามัวแต่อ้อนแฟน!'
“อ่า
ต้องซ้อมแล้วใช่มั้ย
งั้นวางสายก่อนนะ"
'ฮืออ
ซูนนน คิดถึงน้าา
พรุ่งนี้จะกอดให้หนำใจเลย'
“อืม
ตั้งใจซ้อมนะ"
'คร้าบบบ'
ซูนยองต้องเปลี่ยวไปอีกวัน
แต่อย่างน้อยพอได้รู้ว่ามินกยูกำลังจะไม่ต้องซ้อมหนักแบบนี้อีกแล้วก็ค่อยมีกำลังใจขึ้นมาหน่อย
ซูนยองรู้แหละว่าตัวเองก็ติดน้องชายพอสมควร
แต่ยิ่งมามันยิ่งเยอะ
จนเขาเองก็เริ่มกลัวตัวเองเหมือนกัน
เมื่อก่อนคิดแต่ว่าอยากให้มินกยูโตเป็นผู้ใหญ่อยู่ด้วยตัวเองได้เผื่อไม่ได้อยู่ด้วยกันจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง
แต่ตอนนี้เป็นซูนยองซะเองที่เริ่มกังวล
กังวลว่าถ้าวันหนึ่งเขาเสียมินกยูไป
จะเหงาขนาดไหนกัน
คืนนั้นซูนยองนอนหลับไม่ค่อยสนิท
มินกยูกลับดึกกว่าทุกครั้ง
ซูนยองที่ติดนอนเช้าตั้งแต่เด็กก็ยังต้องขึ้นเตียงตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่ง
เพราะโตมากับมินกยูเขารู้สึกว่าตัวเองจะนอนดึกเป็นตัวอย่างไม่ได้
เขาอยากให้มินกยูมีสุขภาพและมีระเบียบที่ดีด้วย
ซูนยองนอนลืมตาในความมืดอยู่พักใหญ่ๆ
ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้จนมินกยูกลับมาจากซ้อมว่ายน้ำ
เพราะว่ามินกยูอาบน้ำมาจากที่สระ
พอกลับมาก็วางของ
เปลี่ยนชุดแล้วปีนขึ้นเตียงมานอนได้เลย
ซูนยองขยับตัวเล็กน้อยเมื่อมินกยูสอดแขนเข้ามาใต้ลำตัวแล้วดึงเขาไปกอดแน่น
กลิ่นคลอรีนยังติดอยู่ที่เส้นผมและตามผิวหนังทำให้ซูนยองย่นจมูกเล็กน้อย
มินกยูจูบท้ายทอยซูนยองเบาๆ
แล้วซุกหน้าลงแถวลำคอ
ซูนยองนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็พลิกตัวไปกอดตอบ
ไม่รู้ทำไม
อาจจะเป็นเพราะเขาคิดมากมาทั้งวันบวกกับความคิดถึงสะสม
เขากอดมินกยูแน่นจนน้องชายตกใจเล็กน้อยแล้วยกมือขึ้นลูบหลังเบาๆ
“ซูน
เป็นอะไรอะ?
มีอะไรรึเปล่าฮะ?
เล่าให้ผมฟังได้มั้ย?”
“เปล่าหรอก
เปล่า ไม่มีอะไร ซ้อมเหนื่อยมั้ย?”
“อืออ
เหนื่อยฮะ แต่อีกสองวันก็จบแล้วนะ"
“อือ"
“ซูน
อยู่บ้านคนเดียวเหงามั้ย?
คิดถึงผมเหรอ?”
“มาก
มากๆ เลย"
มินกยูยิ้มกว้างออกมาในความมืดแล้วบรรจงประทับจูบลงบนหน้าผากพี่ชายซ้ำๆ
ตัวเขาเองก็รู้แหละว่าซูนยองก็รักเขาไม่แพ้กับที่เขารักซูนยอง
แต่พึ่งจะเคยเห็นคนพี่แสดงออกมาชัดๆ
หรือพูดออกมาตรงๆ แบบนี้ครั้งแรก
มินกยูลูบแผ่นหลังพี่ชายเบาๆ
แล้วซุกหน้าลงกับกลุ่มผมฟูๆ
ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
มีความสุขเป็นบ้าเลย
“ไม่เป็นไรนะ
อีกไม่กี่วันเองเนอะ"
“อืม"
“แต่ก็
ในวันข้างหน้าเราอาจจะต้องห่างกันแบบนี้บ้างนั่นแหละ
ซูนจะต้องไปทำงาน ผมเองก็ด้วย
เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันอาจจะไม่มากเหมือนตอนที่เรายังเรียนอยู่"
“อืม
ฉันรู้"
“แต่ผมอยากให้ซูนคิดแค่ว่า
ยังไงชีวิตนี้เราสองคนก็จะอยู่ด้วยกันไปตลอดอยู่แล้ว
ถึงวันหนึ่งๆ อาจจะได้เจอกันไม่กี่ชั่วโมง
แต่ถ้าได้เจอกันทุกวันเรื่อยๆ
ทั้งชีวิต มันก็โอเคนะฮะ
จริงมั้ย?”
“อืม"
ซูนยองยิ้มจนแก้มแทบปริแล้ว
เขารู้สึกอบอุ่นในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ถ้าตัดความกังวลทุกอย่างทิ้งไปให้หมด
แล้วนึกภาพอนาคตที่ได้อยู่กับมินกยูไปตลอด
นั่นก็คงเป็นชีวิตที่มีความสุขมากพอดู
เขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนมินกยูนั่นแหละ
ว่าความรักนี้เป็นความรักแบบไหนกันแน่
แต่เขาเองก็นึกไม่ออกเหมือนกัน
ว่าชีวิตนี้จะรักใครได้มากกว่ามินกยู
“กลับมาแล้วคร้าบบบบบบบ
ซู๊นนนนขอกอดหน่อยยยยย ฮือออ
ได้เจอกันตอนที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกสักที
แงงงงง"
“เอ้าๆ
มากอดมา มากอดดด"
มินกยูกระโจนเข้ากอดพี่ชายจนหงายลงไปบนเตียง
เย็นก่อนวันแข่งจริงซึงชอลปล่อยให้ลูกทีมกลับบ้านไปพักผ่อนเพื่อจะได้เตรียมร่างกายให้พร้อมแข่งในวันรุ่งขึ้น
มินกยูวิ่งจากโรงเรียนกลับบ้านด้วยความเร็วสูงและพุ่งเข้าหาซูนยองทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอน
ซูนยองเองก็คิดถึงพอกันแต่ไม่ได้แสดงออกมากเท่าเท่านั้นเอง
มินกยูซุกหน้าเข้าหาอกอุ่นๆ
ของพี่ชายแล้วเอาแก้มถูไปมาจนซูนยองรีบดันออกเพราะกลัวเสื้อจะติดไฟซะก่อน
“แล้วนี่ปวดตรงไหนบ้างรึเปล่า?
จะได้รีบนวดลงยาให้ก่อน
พรุ่งนี้จะได้พร้อมเต็มที่"
“อืมม
ไม่ปวดนะฮะ แต่มีเมื่อยๆ
นิดหน่อยแถวๆ สะบักอีกแล้วอ่า
กับช่วงอก"
“มาๆ
เดี๋ยวฉันนวดให้ดีกว่า
ถอดเสื้อแล้วนอนคว่ำนะ"
“คร้าบบ"
มินกยูดึงเสื้อออกทางหัวแล้วกระโจนลงนอนคว่ำกับเตียงจนฝุ่นฟุ้ง
ซูนยองตีหลังน้องชายเบาๆ
ก่อนจะเดินไปหยิบยาแล้วนั่งลงบนหลังช่วงล่างจะได้นวดถนัด
ถึงซูนยองจะนวดไม่เก่งเท่ามินกยู
แต่เขาก็รู้เรื่องกล้ามเนื้อค่อนข้างดีเพราะตัวเองนั่งหลังขดหลังแข็งทำงาน
อ่านหนังสือบ่อยๆ
นวดไปนวดมาก็เริ่มรู้ว่าจุดไหนนวดแล้วสบาย
จุดไหนนวดแล้วคลายเส้น
มินกยูส่งเสียงในลำคอไปเรื่อยเปื่อย
ยิ้มจนแก้มปริแล้วดีดดิ้นไปมาอย่างมีความสุข
เพราะไม่ได้กลับบ้านเร็วมาสักพักแล้ว
พอได้ใช้เวลากับพี่ชายแบบนี้ก็อดมีความสุขไม่ได้
“นิ่งๆ
น่ามินกยู หยุดดิ้นได้แล้ว"
“ฮืออ
ก็มีความสุขนี่นา คิดถึงซูนจังเลยอ่า
คิดถึง"
“รู้แล้วน่า
คิดถึงเหมือนกัน"
“อื้ออ
ซูนนวดสบายจัง"
“อืม
แล้วไปซ้อมว่ายน้ำทุกวันเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
“เหนื่อยอะ
ก็มียืดเส้นยืดสาย ว่ายแบบจับเวลา
แล้วก็ต้องวิดพื้น ซิทอัพด้วยอะ
อาหารช่วงนี้พี่ซึงชอลก็ให้คุม
กินอกไก่กินผักเงี้ย
ไม่เห็นอร่อยเลยอ่าา
แล้วอยู่กับพี่เขาทั้งวัน
ทั้งสามมือเลย เบื่อมากกก
นี่ผมก็ไม่บอกใครหรอกนะว่าคืนนี้จะกินเนื้อ!
จะกินติดมันเยอะๆ
เลยด้วยผมไม่สนแล้วไม่เห็นเป็นไรเลย!”
“เห้ยๆ
ไม่ได้นะ นักกีฬาเขาก็ต้องกินแต่โปรตีนดีอยู่แล้ว
ไข่ต้ม อกไก่ ผักใบเขียวยืนพื้น
ฉันไม่ให้นายกินเนื้อแล้วดีกว่าเดี๋ยวไปบอกแม่
พรุ่งนี้แข่งด้วยนี่-”
“อ๊าาา
ไม่เอาน้าา ซูนนนนนน"
ซูนยองไม่ได้แกล้งพูดเล่น
เขาคิดจะทำจริงๆ กลัวว่าน้องชายจะอืดมัน
บวมตุ่ยก่อนวันแข่งน่ะสิ
พอลุกขึ้นจากเตียงเท่านั้นแหละ
มินกยูก็รีบลุกตามแล้วกอดเอวเขาไว้แน่น
ยื้อไปยื้อมาจนล้มหงายหลังกลับไปบนเตียงทั้งคู่
ไม่ใช่ท่าสวยซะด้วย
หลังหัวซูนยองกระแทกจมูกมินกยูอย่างแรงจนน้องชายร้องลั่น
ซูนยองรีบลุกขึ้นแล้วพลิกตัวหันกลับไปดู
“เห้ย
มินกยู!
ขอโทษษ
เจ็บมั้ย?
ไหนให้ฉันดูซิ?”
“ฮื้ออ
ใจร้ายยยซูนใจร้ายยย เจ๊บบบ"
“ขอโทษๆ
ไหน เอามืออกซิ ให้ฉันดูหน่อยเร็วเด็กดี"
มินกยูนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ
เลื่อนมือลง ซูนยองโน้มหน้าลงไปใกล้อีกนิด
สันจมูกน้องชายแดงแจ๋จนน่าสงสาร
พี่ชายคนดีเลยก้มลงจูบเบาๆ
แล้วจัดการเป่าให้หวังจะให้เจ็บน้อยลง
วิธีเดิมเหมือนกับที่เคยทำให้ตอนเด็ก
แต่พอจะผละออกมินกยูก็คว้าท้ายทอยพี่ชายไว้แล้วดึงลงมาจูบแทน
ซูนยองตกใจจนเสียหลักล้มทับลงมานอนบนตัวมินกยูดังอั่ก
“โอยย
ซูนอ่า เจ็บนะทับลงมาได้"
“ขอโทษ
ก็นายอยู่ๆ ก็จูบนี่นา"
“จูบแฟนตัวเองไม่ได้เหรอครับ
ทำเหมือนไม่เคยจูบไปได้อ่า"
“นี่!
ก็มันกะทันหันก็เลยตกใจ
แค่นั้นเอง"
“เหรอ
งั้นจูบตอนนี้คงไม่ตกใจแล้วเนอะ?”
“อืม"
มินกยูประคองใบหน้าพี่ชายให้เลื่อนขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกันแล้วจูบอีกครั้ง
เขาไม่ได้รุกล้ำอะไร
แค่ประกบปากจูบซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ
เอียงหน้าทีละน้อย
หาองศาที่จะได้ลิ้มรสพี่ชายให้มากที่สุด
ฝ่ามือของซูนยองลูบที่สีข้างของน้องชายเบาๆ
แล้วก็ต้องตกใจที่มีกล้ามเนื้อหนาขึ้นกว่าเก่าอีกมาก
มินกยูปล่อยมือจากแก้มซูนยองแล้วลูบที่แผ่นหลังของพี่ชายบ้าง
สอดเข้าไปใต้เสื้อยืด
ลูบที่ช่วงเอวขึ้นไปถึงแผ่นหลังด้านบนซึ่งซูนยองก็ครางเสียงต่ำในลำคอ
ขยับขาไปมาพยายามทรงตัวอยู่บนลำตัวน้องชายจนกระทั่งรู้สึกถึงมือของอีกฝ่ายที่เคลื่อนลงต่ำจนถึงขอบกางเกง
และลูบเข้าไปด้านใน-
“ซูนยองงงง
มินกยูวววว กินข้าวได้แล้วครับลูกก"
ซูนยองเป็นคนผละออกมาก่อน
สองมือยันอกน้องชายจะลุกขึ้นนั่งแต่ยังถูกฉุดไว้
พอตั้งท่าจะดุก็เจอสายตาอ้อนๆ
กับปากเบะๆ จนต้องโน้มหน้าลงไปจูบอีกที
นั่นแหละถึงจะยอมปล่อย
ซูนยองลุกขึ้นยืนแล้วดึงกางเกงยางยืดของตัวเองให้กลับที่
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามินกยูดึงจนลงไปต่ำขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่
สายตาจับจ้องอยู่ที่ลำตัวน้องชาย
ตัวใหญ่ขึ้นจริงๆ เห็นได้ชัดเลย
ก่อนหน้านี้ช่วงแข่งระดับโรงเรียนก็ว่าตัวใหญ่ขึ้นแล้ว
ตอนนี้ตัวอย่างกับหมี ช่วงไหล่
และแขนมีกล้ามเนื้อขึ้นเต็มไปหมด
กล้ามท้อง หนึ่ง สอง สาม สี่
ห้า หก เหมือนจะเกือบมีเจ็ดกับแปดขึ้นมาลางๆ
แล้วด้วยซ้ำ
มินกยูสังเกตเห็นว่าพี่ชายแอบมองก็ยกมือขึ้นมาปิดอกแล้วหงายหลังลงไปนอนดิ้นอีกรอบ
“คนบ้า
มองอะไรเขินนะ คนลามก"
“ไม่ต้องมาดีดดิ้นเลย
ลุกมาเดี๋ยวนี้ ไปกินข้าวกัน"
“ซูนอ่า
ใส่เสื้อให้หน่อย"
“ไม่!”
“ซูนนน
น้าา ใส่เสื้อให้หน่อยน้า
เนี่ย ว่ายท่าผีเสื้อจนปวดไหล่เลยอ่ายกแขนไม่ขึ้นเลย"
“เมื่อกี๊ยังถอดเองได้ไม่เห็นมีปัญหาตอนนี้ใส่เองไม่ได้เหรอ?”
“ฮือออ"
“ไม่ใส่เสื้อก็ไม่ต้องลงมา
ฉันจะกินเนื้อส่วนของนายให้หมดเลยคอยดู"
“อ๊าาา
ไม่ได้น้าาา!!
ใส่แล้วๆๆ!!”
บนโต๊ะอาหารเย็นนั้นสดใสกว่าหลายวันที่ผ่านมา
คุณแม่ตักเนื้อให้ลูกชายคนสุดเล็กอย่างเอาใจ
ซูนยองก็ตักผักตามให้ถึงมินกยูจะเบะปากแล้วทำท่าจะเขี่ยทิ้งก็ตาม
นักกีฬาว่ายน้ำคนเก่งของบ้านคุยขโมงโฉงเฉงเล่าการฝึกซ้อมให้คุณแม่ฟังอย่างสนุกสนาน
พอรู้ว่าวันรุ่งขึ้นคุณแม่ไม่ว่างไปดูการแข่งก็ทำหน้างอสะบัดไหล่ไปมา
แต่พอคุณแม่สัญญาว่าจะซื้อเค้กผลไม้ร้านใกล้ที่ทำงานมาให้ทานก็กลับมายิ้มแป้น
หลังกินข้าวซูนยองไล่มินกยูไปอาบน้ำจะได้รีบทายาให้ต่อ
ทีแรกมินกยูอิดออดอยากนอนเล่นแต่พอซูนยองขู่ว่าถ้าช้าจะไม่ทายาให้ก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที
“ซูน
อาบน้ำให้หน่อยนะ ปวดแขน-”
“ไม่
ถ้ายังดื้ออยู่อีก
ยาก็จะไม่ทาให้ด้วย"
“อ๊าา
ใจร้ายอ่า ปวดแขนจริงๆ น้า"
“ถ้าแค่อาบน้ำยังอาบเองไม่ได้ฉันว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องไปแข่งแล้วล่ะ"
“ฮืออ
ใจร้าย ใจร้ายๆ!
เย็นชามากเย็นชา!
จำไว้เลยนะ!
ฮื่อ!”
มินกยูเดินพันผ้าเช็ดตัวออกจากห้องน้ำมาด้วยสีหน้ามู่ทู่
ซูนยองบอกให้ใส่เสื้อผ้ารอก่อนเดี๋ยวอาบน้ำเสร็จแล้วจะทายาให้
แต่มินกยูนั่งลงบนขอบเตียงแล้วเชิดหน้าหนีทำให้ซูนยองได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ
ทำอะไรไม่ได้นอกจากรีบอาบน้ำรีบออกมาง้อ
แต่พอออกมาจากห้องน้ำซูนยองยิ่งต้องดุหนักกว่าเก่าเพราะมินกยูนอนคว่ำเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงทั้งๆ
ที่ยังพันผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียวไม่ยอมแต่งตัว
แอร์ก็เปิดแล้วด้วย
พี่ชายเจ้าระเบียบเดินไปยืนที่ขอบเตียงแล้วตีหลังน้องชายอย่างไม่เบานัก
“นี่!
ฉันบอกให้ใส่เสื้อผ้าไง!
ทำไมมานอนตากแอร์แบบนี้!?
เดี๋ยวเป็นหวัดจะทำยังไง!?”
“เชอะ"
“นี่มินกยู
ไม่ใช่เวลามาดื้อนะ อย่าทำแบบนี้"
“ฮึ"
“ถ้านายไม่สบายแล้วจะทำยังไง
หายป่วยยากด้วยไม่ใช่เหรอ
อย่าทำให้ฉันเป็นห่วงได้มั้ย"
มินกยูค่อยๆ
หันหน้ามามองพี่ชายก่อนจะถอนหายใจหนักๆ
จริงๆ เขาก็งอแงไปตามเรื่องนั่นแหละ
ก็แค่ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตานาน
อยากจะอ้อนพี่ชายบ้างก็เท่านั้น
พอโดนดุใส่ก็เลยน้อยใจนิดหน่อย
แต่พอซูนยองพูดว่าเป็นห่วงแถมยังยกมือมาลูบหัวแบบนี้ทุกอย่างก็พังทลายหมด
มินกยูกอดเอวพี่ชายแล้วดึงให้ลงมานอนบนเตียงด้วยกัน
ปลายจมูกซุกที่ลำคอพี่ชายแล้วพรมจูบอย่างอ่อนโยน
“คิดถึงนะครับ
คิดถึงซูนนะ"
“อืม
ฉันรู้ แต่ปล่อยก่อนนะ
ใส่เสื้อผ้าซะเดี๋ยวจะเป็นหวัด"
“ซูน
ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา
ไม่หนาวสักหน่อย"
“แต่แอร์ลง-”
มินกยูรั้งร่างพี่ชายเข้ามาใกล้แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวทั้งสองคนไว้
ซูนยองรู้สึกถึงแผ่นอกแข็งๆ
ของน้องชายแนบหลังตนเอง
ผ้าห่มที่คลุมร่างของทั้งสองไว้ยิ่งทำให้พื้นที่แคบลงและรู้สึกใกล้กันมากขึ้นไปอีก
ฝ่ามือของน้องชายเลื่อนมาลูบแถวหน้าท้องในขณะที่ริมฝีปากยังถูไถอยู่ที่ลำคอ
ซูนยองเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก
สองมือจับที่มือของน้องชายไว้
ไม่ให้ลูบต่ำลงไปอีก
แต่ก็ห้ามได้ยาก
“มินกยู
อย่า-”
“ซูน
รู้มั้ยว่าคืนนี้พี่ซึงชอลให้พวกเราทำอะไรบ้าง?”
“หือ?”
“พี่ซึงชอลบอกว่า
อยากให้พวกเราพักผ่อนให้เต็มที่"
“กะ
ก็ใช่ไงฉันถึงจะได้ อ๊ะ"
“แล้วก็
อยากให้พวกเราผ่อนคลายด้วยนะฮะ"
“ผ่อนคลาย?”
“อือ
พี่ซึงชอลอยากให้พวกเราอยู่ในภาวะที่ผ่อนคลายที่สุดสำหรับแข่งพรุ่งนี้
ทั้งร่างกาย ทั้งอารมณ์
ซูนรู้มั้ยว่าพี่ซึงชอลบอกพวกเราว่าให้ทำอะไร?”
“หะ
ให้ทำอะไร?”
ลมหายใจร้อนรดลงที่ใบหูทำให้ซูนยองหันหน้าหนีโดยอัตโนมัติ
แต่มินกยูก็ยังโน้มหน้าตามมาอยู่ดี
เสียงหัวเราะเบาๆ
ในระยะประชิดทำให้ซูนยองขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ฝ่ามือของน้องชายหลุดจากมือเขาแล้วลากลงต่ำ
เข้าใต้ผ้าเช็ดตัวไปอย่างรวดเร็ว
ซูนยองครางเสียงสั่นออกมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อจุดอันตรายถูกยึดครองโดยสมบูรณ์
อยากจะปัดออก
แต่เขาเลือกที่จะจับท่อนแขนอีกฝ่ายไว้แล้วแหงนหน้าขึ้น
ปล่อยตัวเองไปกับอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในช่องท้อง
“พี่ซึงชอล
บอกให้พวกผมดูหนังโป๊
เพราะว่าการปลดปล่อยน่ะ
ทำให้ร่างกายเราผ่อนคลายมากเลย
รู้มั้ยฮะ?”
“ฮะ
ฮื่อ พี่ซึงชอล บอกให้ทำแบบนั้น
อะ จริงๆ เหรอ"
“อืม
ใช่ครับ คนอื่นๆ ก็คงดูหนังโป๊นั่นแหละ
แต่ผมน่ะ คงไม่หรอก"
“อ่ะ
อะมิน มินกยู"
“ก็ผม
มีซูนอยู่ทั้งคนนี่ครับ
จริงมั้ย"
No comments:
Post a Comment