“คืนนี้เหรอ?”
“อื้อ"
“กี่โมงถึงกี่โมง?”
“เอ่อ
ก็ตั้งแต่หลังเลิกเรียนถึง
เอ่อ ถึงสักสามสี่ทุ่มมั้งฮะ"
“ใครบ้าง?”
“ชมรมว่ายน้ำฮะ"
“ทำอะไรกันบ้างนะ?”
“อ่า ก็ ซ้อมกันก่อนแล้วก็นั่งกินข้าว กินขนม ล้อมวงเล่นอะไรกัน-”
“แอลกอฮอล์?”
“อ่ะ
เอ่อ ก็คงจะมีฮะ..”
“อืมม"
“ถะ
ถ้าซูนไม่ให้ไป ผมก็-”
“ไปเถอะ
ระวังตัวด้วยแล้วกัน
อย่าดื่มเยอะ รู้ตัวเองนะ?”
“อ่า
อะโอเคครับ"
“อื้ม"
“เอ่อ
ซูน แล้วซูน ไม่ไปด้วยกันเหรอ?”
“หืม?
ทำไมฉันถึงจะไปล่ะ?”
“ก็
พี่ซึงชอลชวน"
“หา??
มีแต่ทีมว่ายน้ำไม่ใช่เหรอทำไมถึงชวนฉันด้วยล่ะ?”
“ก็
ไม่รู้สิฮะ"
“ไม่ล่ะ
พวกนายกินเลี้ยงกันสนุกๆ
ไปเถอะ ฉันไปจะอึดอัดเปล่าๆ"
“ไม่อึด-”
“เดี๋ยวฉันไปเตรียมขนมให้
อยากเอาอะไรไปบ้าง?”
“ซูน
นี่มันปาร์ตี้มัธยมปลายนะไม่ใช่งานเลี้ยงเด็กอนุบาลถึงจะเอาอาหารไปแชร์กัน
เดี๋ยวพวกผมสั่งพิซซ่าครับ"
“อะ
เอ่อ โอเค"
ซูนยองรู้สึกหน้าแตกนิดหน่อย
คุณแม่ก็บอกแหละว่าซูนยองชอบโอ๋มินกยูเหมือนเด็ก
ตัวเองก็รู้สึกด้วยนิดหน่อย
แต่ไม่เคยโดนมินกยูตอกกลับใส่แบบนี้นี่นา
นั่งหน้าแตกทำเป็นอ่านหนังสืออยู่ได้ไม่นานน้องชายก็กระโจนเข้ามากอดจนหน้าทิ่มโต๊ะไปด้วยกัน
แถมยังจูบที่แก้มรัวๆ อีก
ซูนยองพยายามดันออก
แต่แขนทั้งสองข้างถูกรัดไว้แน่นจนขยับไม่ได้เลย
“นี่ๆๆ
ฮื่อ!
ปล่อยยย!
โอ๊ย
แก้มเปียกหมดแล้วว!”
“ฮ่าๆๆ
ซูนเว่อร์อะ ไม่เห็นเปียกเลย"
“แต่ฉันว่ามันเปียกก!
หยุดเดี๋ยวนี้นะมินกยูหยุด!”
“ฮ่าๆๆ
แก้มไม่เห็นเปียกเลย
ตรงไหนเปียก?”
พอจบประโยคก็เงียบไปด้วยกันทั้งสองคน
ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงจะเล่นกันต่อโดยไม่ได้คิดอะไร
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
เพราะเขากับมินกยูทำอะไรๆ
ด้วยกันมากขึ้นกว่าเก่า
เพราะงั้นบางทีไอ้คำธรรมดาๆ
แบบนี้ก็ทำให้ชวนคิดไปไกลได้เหมือนกัน
มินกยูค่อยๆ กดปลายจมูกลงที่แก้มพี่ชาย
ก่อนที่มือขวาจะเลื้อยลงต่ำไปลูบใกล้จุดอันตราย
“แถวๆ
นี้รึเปล่านะ?”
“ม่ะ
ไม่มีแถวไหนทั้งนั้นแหละ!”
ซูนยองปัดมือน้องชายออกแล้วลุกหนีจากโต๊ะ
รีบก้าวเร็วๆ ลงบันไดไปที่ครัว
ดื่มน้ำเย็นอย่างเอาเป็นเอาตาย
ทำยังไงก็ได้ให้หายร้อนๆ
หน้า ร้อนๆ ตัวสักที
มินกยูเดินตามลงมาแล้วก็แอบยิ้มบาง
ท่าทางซูนยองจะอาการหนักอยู่เหมือนกัน
ก็ตัวเขาน่ะปล่อยสบายๆ
เลยไม่รู้สึกอะไรมากนักหรอก
แต่ซูนยองยังสับสนในตัวเอง
ห้ามบ้าง ดุบ้าง แต่ก็เผลอไผลไปกับเขาบ้าง
บางทีก็เลยขัดแย้งในตัวเองจนเป็นแบบนี้แหละ
มินกยูเองก็สงสารพี่ชายอยู่หน่อยๆ
เหมือนกันนะ แต่เขาก็อึดอัด
อยากจะให้ซูนยองยอมรับความสัมพันธ์ของเขาสองคนเร็วๆ
เหมือนกัน ถ้าได้อยู่ด้วยกันแบบแฟน
โดยที่ไม่ต้องมีความกังวลอะไรเลยได้ก็คงดี
หลังจากยืนมองซูนยองดื่มน้ำจะหมดขวดมินกยูเลยเดินเข้าไปหา
“ยังหิวน้ำมั้ยครับ?
น้ำผมก็มีนะ"
ผิดอีกแล้ว
“เอ่อ
ผมหมายความว่าขวดของผมก็มี
อยู่ในตู้เย็น เห็นของซูนจะหมดแล้วอะ"
“อ่ะ
เอ่อ อื้ม ไม่เป็นไรหรอกขอบใจ"
สรุปว่าเย็นนั้นซูนยองก็ไม่ได้ไปปาร์ตี้ชมรมว่ายน้ำกับน้องชาย
คิดยังไงๆ
ก็ไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องไปก็เลยนอนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บ้านแทน
มินกยูก็ทำได้แค่เดินคิ้วตกออกจากบ้านไปเหงาๆ
เท่านั้น จริงๆ
ก็ไม่ได้อยากให้ซูนยองไปปาร์ตี้อะไรด้วยกันนักหนาหรอก
แต่มินกยูเองนั่นแหละที่อยากอยู่บ้านกับพี่ชาย
แต่พอออกจากบ้านไปก็หายต๋อมไปเลยหลายชั่วโมง
ซูนยองมองนาฬิกาอยู่หลายรอบ
มองแล้วมองอีกจนในที่สุดก็เริ่มกังวลขึ้นมาหน่อยๆ
ทั้งๆ ที่น้องชายแค่ไปสระว่ายน้ำที่โรงเรียนแท้ๆ
แต่ตอนนี้เข็มสั้นชี้เลขแปดจะเลขเก้าอยู่แล้วก็อดกังวลไม่ได้ซะอย่างนั้น
แล้วอยู่ๆ
โทรศัพท์ก็ดัง และเป็นเบอร์น้องชายด้วย
“มินกยูมีอะไร-”
'ซูนยอง
ฉันเอง ซึงชอล'
ห๊ะ
“พี่ซึงชอล?
มีอะไรเหรอครับ?
แล้วทำไมมินกยูไม่พูดโทรศัพท์เอง?
แล้วทำไมพี่ถึงใช้เครื่องมินกยูโทร?
มินกยูเป็นอะไรรึเปล่า?
ทำไมพูดไม่ได้เหรอ?
หรือเกิดอะไรขึ้น?
มีอะไรครับพี่ซึง-”
'เห้ย
ใจเย็น ทีละคำถาม'
“เอ่อ
ขอโทษ-
ขอโทษครับ"
'คือ
ไอ้มินกยูมันเมาแอ๋เลย
ฉันแกล้งมันมากไปหน่อย
ขอโทษที มาที่นี่หน่อยได้มั้ย?'
“หะ
ห๊าาาา!!!!????”
โชคดีที่วันนี้ฝนไม่ตก
ถนนไม่ลื่น
ไม่อย่างนั้นซูนยองได้ล้มหน้าคว่ำเป็นสิบๆ
รอบแน่เพราะวันนี้เขาวิ่งเร็วยิ่งกว่าตอนวิ่งแข่งอีก
คิม มิน กยู กิน เหล้า จน เมา
มา รับ โทรศัพท์ ตัว เอง ไม่
ได้ ครั้งนี้ไม่ได้วิ่งไปด้วยความเป็นห่วง
วิ่งไปด้วยความโมโหล้วนๆ
ย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้ดูแลตัวเองดีๆ
แท้ๆ
ซูนยองใช้เวลาสามนาทีก็มาถึงสระว่ายน้ำในสภาพผมตีกระบังสวยงามจากแรงลม
ที่สระว่ายน้ำมีเด็กอยู่ประมาณแปดเก้าคน
ทุกคนหันมามองเขาอ้าปากค้างรวมถึงซึงชอลด้วย
แต่สายตาของซูนยองกลับจ้องนิ่งไปที่น้องชายซึ่งนั่งหลบอยู่หลังเพื่อน
“คิม
มิน กยู!!!”
“คะคะคะคร้าบบบบ"
“ฉันบอกนายว่ายังไง!!
บอกให้กินแต่พอดีใช่มั้ย?
แล้วทำไมเมาแอ๋
ห๊ะ!!?”
“มะมะไม่ได้เมาน้า
ไม่ได้เมา ไม่เมาจริงๆ
นะซูนฟังก่อนสิ ซู๊นนนนน"
“แล้วทำไมพี่ซึงชอลบอกว่าเมา!!
ไม่ต้องเลยนะ
มานี่เลย มานี่!!!”
“อ๊าาา
ผมเปล่านะผมเปล่าาา!!!
ซูนฟังผมก่อนน
ซู๊นนนน!!!”
กว่าจะสงบลงได้ก็นานอยู่
เด็กคนอื่นๆ
ในชมรมว่ายน้ำกระโดดลงไปหลบในสระกันหมด
เหลือแต่ซึงชอลที่นั่งมองจากบนเก้าอี้ริมสระ
และสองพี่น้องที่กองอยู่บนพื้น
ซูนยองแทบจะถลาเข้ามาตีก้นมินกยูเหมือนตอนเด็กๆ
แต่มีหรือน้องชายจะยอม
โตขนาดนี้แล้ว ไม่ยอมขายหน้าต่อหน้าเพื่อนๆ
แน่นอนถึงจะทำตัวเด๋อใส่ไปแล้วหลายรอบ
มินกยูจับมือพี่ชายไว้ทั้งสองข้างแล้วพยายามตะโกนแข่งอธิบาย
แต่ซูนยองโมโหจนลมออกหูเลยโหวกเหวกกันไปกันมาอยู่พักหนึ่งก่อนจะหมดแรงด้วยกันทั้งคู่ซูนยองถึงยอมฟังแต่โดยดี
“ผมกินเหล้าอะเรื่องจริง
แต่ผมเปล่าเมานะ!
ก็เนี่ยยังคุยกับซูนรู้เรื่องอยู่เลยใช่เปล่าอะ?”
“อืม"
“ทีนี้เราก็เล่น
Truth or Dare กัน
ขวดมันหมุนมาทางผมอะ
แล้วผมก็ไม่ตอบเลยโดน Dare
ใครจะไปรู้ว่า
Dare
ของพี่ซึงชอลคือโทรไปหลอกซูนให้มาตื้บผมถึงนี่อะ"
“อ่า
งั้นเหรอ"
“แต่ซูนอะ
ไม่เชื่อใจผมเลยรึไงกัน
บอกว่าไม่เมาก็ไม่เมาสิ
คิดว่าผมคุมตัวเองไม่ได้เหรอ"
“เอ่อ
ขอโทษที คือฉันก็
ฉันมัวแต่โมโหเพราะคิดว่านายจะไม่-
คือฉันไม่คิดว่าพี่ซึงชอลจะโกหกน่ะก็เลย-”
“ก็คือไม่เชื่อผมอยู่ดีนั่นแหละ
เชอะ"
“ถุ้ย!”
พอได้ยินเสียงแทรกขึ้นมาซูนยองก็เพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้อยู่กับน้องชายแค่สองคน
รีบยันตัวลุกขึ้นยืนทันที
เสียงเมื่อครู่น่าจะมาจากเพื่อนของมินกยูคนหนึ่งในสระ
ที่ซูนยองหวังว่าจะไม่ได้ถ่มน้ำลายจริงๆ
เพราะไม่งั้นสระคงสกปรกน่าดู
ถึงแสงจะน้อยแต่เขาก็พอจะจำหน้าเด็กคนนั้นได้
หนึ่งในเพื่อนของมินกยูที่แสดงละครด้วยกัน
พอลองมองดีๆ
แล้วก็มีอยู่หลายคนเหมือนกันที่อยู่ชมรมว่ายน้ำด้วย
ถึงจะเพิ่งแสดงท่าทีหยาบคายเมื่อครู่แต่เจ้าตัวก็ดันตัวขึ้นจากสระน้ำมายืนบนขอบสระแล้วเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงว่ายน้ำที่ไม่มีอยู่จริงพร้อมทำหน้าที่คิดว่าเก๋าที่สุด
“หวัดดีพี่
พี่ซูนยองใช่ปะ?
ผมจุนฮเวไม่รู้จำได้มะ?”
“เอ่อ
จำได้-”
“ไอ้มินกยูมึงก็น้อยๆ
หน่อย พอพี่ชายคนดีมาทีนี่ก็กระแดะใหญ่เลยนะมึง
ช้งเชอะ เดี๋ยวกูต่อยเลือดออกปาก"
ลูกศิษย์ซึงชอลจริงๆ
ด้วยสิ
ซูนยองรู้สึกตัวลีบลงไปหลายนิ้วในขณะที่มินกยูนั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่กับพื้นพร้อมชูนิ้วกลางใส่เพื่อนตอบกลับ
แต่พอหันมาเจอพี่ชายมองอยู่ก็รีบชูนิ้วชี้ขึ้นมาแล้วโบกไปมาแทน
นั่นทำให้เด็กที่ชื่อจุนฮวยกเท้าขึ้นจะถีบจริงๆ
จนซูนยองลนลานรีบวิ่งเข้าไปขวางก่อนเพราะกลัวน้องชายจะโดนแกล้ง
ซึงชอลที่เงียบอยู่นานลุกจากเก้าอี้เดินมายืนข้างๆ
ซูนยองพร้อมรอยยิ้มสบายๆ
ซึ่งไม่สบายเลยสักนิดสำหรับคนมอง
“เอาน่าซูนยอง
ถือว่าแกล้งกันขำๆ นะ โอเคมั้ย?”
“เรื่องที่โทรมาแกล้งผมน่ะเหรอ?
เอ่อ ครับ"
“เออ
แล้วไหนๆ ก็มาแล้ว
นั่งเล่นด้วยกันต่อก่อนสิ
นะ?”
“หะ
หา?
มะไม่เป็นไรหรอกครับเดี๋ยวผมกลับเลยดีกว่า"
“เห่ย
เกรงใจอะไรกัน มาๆ ฉันเลี้ยงเหล้านะ"
“ไม่เป็นไรดีกว่าครับไม่เป็นไรครับ"
ห่วงมินกยูมั้ย
ห่วงสิ ห่วงมากและห่วงตลอด
แต่พอหันไปมองน้องชายดึงข้อเท้าเพื่อนจนอีกฝ่ายล้มหงายหลังตกสระไปอีกรอบก็เริ่มรู้สึกว่าคงไม่มีอะไรต้องกังวล
อีกอย่าง ซูนยองยังไม่หายกลัวซึงชอลหรอก
ตั้งแต่เรื่องอัดคนอื่นจนหมอบ
มาเรื่องที่ทำเขาตกน้ำถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ
แล้วยังมาเรื่องที่วางแผนโทรให้เขามาอีก
สำหรับซูนยอง
ซึงชอลเป็นคนน่ากลัวที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตัวเองต้องการโดยไม่สนใจคนอื่น
และเขาก็เดาใจซึงชอลไม่เคยออกเลยจริงๆ
ตอนนี้ที่เอาแต่ยืนยิ้มอยู่แบบนี้แต่มีรังสีอะไรหนักๆ
แผ่ออกมานี่ก็ด้วย
“งั้นเหรอ?
งั้นถ้าฉันกรอกเหล้าเข้าปากไอ้มินกยูมันก็ไม่เป็นไรสินะ?”
“ห๊ะ
หา?
ทำไมจะทำแบบนั้นล่ะครับพี่ซึงชอล"
“ไม่รู้สิ
แค่อยากแกล้งมั้ง"
“ผมเชื่อว่าพี่ไม่ทำหรอก"
“ทำไมเชื่อแบบนั้นล่ะ?”
“ไม่รู้สิ
ผมว่ามันไม่มีเหตุผลที่พี่จะต้องทำ"
“แล้วถ้าเป็นเหตุผลว่าฉันอยากให้นายอยู่ต่อล่ะ?”
“พะ
พี่จะเอาอะไรเนี่ย?”
ถึงตรงนี้
ซูนยองเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองก้าวถอยหลังมาเรื่อยๆ
จนถึงขอบสระแล้ว
มินกยูที่เดิมนั่งอยู่บนพื้นลุกขึ้นมายืนข้างๆ
เขาด้วยสีหน้ากึ่งๆ ไม่พอใจ
แต่ซึงชอลยกมือขึ้นห้ามไว้ก่อนจะก้าวเข้ามาฉุดซูนยองเข้าหาตัว
ซูนยองตกใจจนแทบลื่น
แต่ตกใจยิ่งกว่าเมื่อได้ยินเสียงแผ่วเบากระซิบที่ข้างหูด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“แล้วถ้าฉันขู่นายเรื่องที่นายกับมินกยู
มาทำอะไรกันในสระเมื่อหลายวันก่อนล่ะ
จะยอมอยู่มั้ยซูนยอง?”
ซูนยองรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะหนึ่งเมื่อซึงชอลผละออกพร้อมรอยยิ้มเย็น
ถึงมินกยูจะเข้ามาดึงเขาไปกอดแน่นแต่เขาก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้น
เขาไม่รู้หรอกว่าซึงชอลรู้เรื่องนี้ได้ยังไง
อาจจะกล้องวงจรปิดงั้นเหรอ
หรือบังเอิญมาเจอ
หรือมีคนมาเห็นแล้วไปบอกต่อ
จะอะไร ยังไงเขาก็ไม่รู้แล้ว
ที่สำคัญคือ ซึงชอลจะเอาไปบอกใครมั้ย
แล้วจะเอาไปบอกทำไม
แล้วซึงชอลจะรั้งตัวเขาไว้ทำไม
ซูนยองมองหน้ารุ่นพี่แสนน่ากลัวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
แต่ซึงชอลแค่ยกมือมาลูบหัวเขาเบาๆ
แล้วลงนั่งบนพื้น
“เอ้าๆ
ขึ้นมาจากสระได้แล้ว มาเล่น
Truth or Dare
ต่อดีกว่า"
ซูนยองนั่งกระสับกระส่ายอยู่ข้างๆ
มินกยู ถึงน้องชายจะกุมมือเขาเอาไว้แน่น
มันก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่เหมือนมีพายุหมุนอยู่ในท้องเขามันดีขึ้น
พอซูนยองมาคิดดูดีๆ แล้ว
เขาอาจจะคิดในแง่ร้ายมากเกินไป
ซึงชอลถึงจะน่ากลัวไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่คนเลว
จะเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นทำไม
ยิ่งมินกยูเป็นนักกีฬาว่ายน้ำที่มีผลงานดี
ซึงชอลที่รักทีมว่ายน้ำขนาดนี้ไม่น่าทำลายชื่อเสียงด้วยอะไรไร้เหตุผลแบบนี้
หรือว่าซึงชอล จะเกลียดความรักของเขากันนะ
พอคิดมาถึงตรงนี้ซูนยองก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้
นี่ไง สิ่งที่เขากลัว
เหตุผลว่าทำไมต้องปกปิด
ถ้าเกิดในอนาคตมินกยูไปเจอกับคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตหรือหน้าที่การงานแบบนี้
แล้วเกลียดความรักของเขา
มินกยูจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
“โอ๊ะ
ขวดชี้ไปที่นาย ซูนยอง"
แย่ล่ะสิ
“Truth
or Dare?”
“เอ่อ..
คือ..”
ถ้า
Truth
จะต้องโดนถามเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับมินกยูมั้ยนะ?
แล้วถ้า
Dare
ซึงชอลจะสั่งให้เขาทำอะไร
Dare
ดูจะน่ากลัวเกินกว่าที่ซูนยองจะเลือกได้
หรือว่าจะเลือก Truth
แล้วโกหก?
แต่ถ้าโกหกเขาอาจจะต้องทำร้ายความรู้สึกมินกยู
แค่เลี่ยงไม่ตอบ
ไม่เปิดเผยมินกยูก็เสียใจจะแย่แล้ว
ถ้าต้องปฏิเสธจะเกิดอะไรขึ้น?
ไม่สิ
เขาเองก็โกหกไม่เก่งด้วย
แย่แล้ว ทำยังไงดีนะ
“เอ่อ
ถ้าไม่ทำทั้ง Truth
ทั้ง Dare
แล้วดื่มช็อตหนึ่งแทนได้มั้ยครับ?”
ซึงชอลเลิกคิ้วเล็กน้อย
แต่ยังคงมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าก่อนจะรินวอดก้าใส่แก้วขนาดกลางให้ซูนยองถึงครึ่งแก้ว
นั่นทำให้มินกยูเบิกตากว้างแล้วพยายามจะปฏิเสธ
มินกยูรู้ดีว่าซูนยองตอนเมาน่ะเป็นยังไง
ถ้าดื่มเข้าไปเยอะเขาเองอาจจะคุมไม่ไหวด้วยซ้ำ
แต่ซึงชอลยืนยันจะให้ดื่มโทษฐานที่ไม่ยอมทำทั้ง
Truth และ
Dare
ซูนยองที่ปวดหัวแทบระเบิดก็รับแก้วมาแล้วกระดกลงคออย่างรวดเร็ว
ลำคอร้อนผ่าวไปหมด
และหัวตื้อจนต้องซบหน้าลงกับไหล่น้องชาย
“ซูน
ซูนไหวมั้ย?
เรากลับกันมั้ย?
เดี๋ยวผมพากลับนะ"
ซูนยองเหลือบมองซึงชอลเล็กน้อย
ไม่ได้หรอก ซึงชอลต้องการให้เขาอยู่ที่นี่
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
เพราะงั้นเขาก็จะอยู่
อยู่จนกว่าอีกฝ่ายจะพอใจ
และเขาจะต้องขอร้องไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปบอกใครด้วย
และเพราะอย่างนั้นเกมส์ก็เลยดำเนินต่อไปโดยที่เมื่อไหร่ที่ปากขวดมาหยุดที่ซูนยอง
ซูนยองก็จะดื่มวอดก้าครึ่งแก้ว
วนไปวนมาอย่างนั้น
จนในที่สุดมินกยูต้องโอบไหล่พี่ชายไว้ไม่ให้หัวทิ่ม
เด็กๆ
คนอื่นในทีมไม่ได้รู้สึกถึงบรรยากาศอึมครึมเท่าไหร่ก็ล้อซูนยองว่าขี้เมาเอาแต่จะกินเหล้า
แต่มินกยูรู้ว่านี่มันไม่ปกติ
และเมื่อปากขวดมาหยุดที่ตนเอง
เขาก็จ้องซึงชอลกลับไปนิ่งๆ
“Dare”
“อ้อ
งั้นเหรอๆ อืมม อะไรดีนะ"
“...”
“งั้น
เอาแบบนี้มั้ย?”
“...”
“นายต้องจูบใครสักคนในวงนี้
สามสิบวินาที แบบนั้นดีมั้ย?”
ซูนยองแทบจะตาสว่าง
สองมือกำฝ่ามือของน้องชายไว้แน่น
ไม่นะ
มินกยูเองก็นิ่งไปเหมือนกัน
เขาไม่รู้หรอกว่าซึงชอลคุยอะไรกับพี่ชาย
ไม่รู้ว่าตกลงอะไรกัน
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นพี่ชายถึงได้มีสีหน้าอึดอัดลำบากใจแบบนี้
แต่ตอนนี้เขาเริ่มได้เค้าลางอะไรบางอย่างแล้ว
ซึงชอลมักจะดูกล้องวงจรปิดในสระว่ายน้ำเพื่อตรวจดูว่าหลังจากที่ตนเองกลับไปแล้ว
หรือวันที่ไม่ได้มาคุม
พวกเขาตั้งใจซ้อมกันดีรึเปล่า
และคงจะบังเอิญ
ไปเห็นสิ่งที่เขากับซูนยองทำกันเข้า
มินกยูได้แต่นึกโทษตัวเองที่ทำอะไรไม่คิด
จนทำให้ซูนยองเดือดร้อนแบบนี้
แล้วตอนนี้ก็หัวตื้อไปหมด
ไม่รู้จะหาทางออกยังไง
เขาไม่อยากจะจูบเพื่อนเขาสักคนในวง
แน่นอนว่าไม่อยากจูบซึงชอลด้วย
คนเดียวที่เขาอยากจูบ
และต้องการจะจูบก็คือซูนยอง
แต่ถ้าทำแบบนั้นซูนยองต้องไม่ยอมแน่ๆ
“เอ้า
ว่าไงล่ะ
หรือสามสิบวินาทีมันน้อยไปสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำ
หกสิบวินาทีมั้ย-”
“สามสิบครับ"
“หึ
ก็ได้ แล้วว่าไง จะจูบใครดี?”
“เอ่อ
ผมขอเป็นดื่มเหล้าแทน-”
“ไม่ดีมั้ง
ฉันหยวนให้ซูนยองเพราะมันไม่ได้อยู่ทีมว่ายน้ำ
นายน่ะทำตามกฎดีๆ จะดีกว่านะ"
มินกยูรู้สึกอยากจะต่อยรุ่นพี่ทีมตัวเองให้คว่ำก็วันนี้
รอยยิ้มยียวนกวนประสาทนั่น
พอรู้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ซูนยองต้องเป็นแบบนี้
ทำให้เขาอยากจะอัดให้หมอบ
เพื่อนๆ ในทีมเขาโวยวาย
พากันยกเท้าขึ้นทำท่าจะถีบเขาเพราะไม่อยากให้จูบ
เขาได้แต่ลังเลมองหน้าซึงชอลที
เหลือบมองซูนยองที
พี่ชายเขาแข็งเป็นหินไปแล้ว
ยิ่งโดนเหล้ามากขนาดนั้น
ป่านนี้จุกจนพูดไม่ออกแล้วล่ะมั้ง
ซึงชอลมองมินกยูยิ้มๆ
หลังจากผ่านไปหลายนาทีก่อนจะถอนหายใจแล้วโน้มตัวข้ามขวดกลางวงมาจับต้นคอเขาไว้
การกระทำที่ทำให้ทั้งซูนยองและมินกยูสะดุ้งพร้อมกัน
“อะไรกัน
ไม่เลือกงั้นเหรอ?
ถ้าไม่เลือกล่ะก็
ฉันจูบนายเองให้สิ้นเรื่อง"
มินกยูเบิกตากว้างอย่างตกใจ
สองมือโอบกอดพี่ชายแข็งเป็นหินในขณะที่ใบหน้าของซึงชอลโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
“หยุดนะว้อยยยยยยย!!!”
โครม!!
มินกยูกระพริบตาปริบๆ
ในขณะที่เพื่อนๆ
ในทีมว่ายน้ำอ้าปากค้างเมื่อซึงชอลล้มหงายหลังไป
ทุกสายตาจับจ้องไปที่ซูนยองซึ่งตอนนี้นั่งตัวตรง
มือที่ผลักซึงชอลค่อยๆ
ลดลงมาวางข้างตัว
ดูจากใบหน้าที่สีแดงก่ำกูแน่ใจได้ว่าเมาแล้วแน่นอน
มินกยูเอื้อมมือมาจับแขนพี่ชายไว้
แต่ซูนยองสะบัดออกแล้วคลานตามไปชี้หน้าซึงชอลที่นอนอ้าปากค้างอยู่กับพื้น
“พี่มีปัญหาอะไรกับผมมากมั้ย!!
จะเอาอะไรวะ!!
ผมบอกเลยนะ
ถ้าพี่มายุ่มย่ามอะไรกับมินกยูอีก
ผมเอาพี่ตายแน่!!
อัดคนอื่นจนหมอบเหรอ
หึ!
เป็นนักว่ายน้ำแล้วคิดว่าแขนใหญ่!
มาเจอนักวิ่งหน่อยมั้ย!
เดี๋ยวพ่อเอาแข้งฟาดหน้า!!
อึดอัดว้อย!!”
“ซะ
ซูน คือ..”
“อยากจูบมินกยูเหรอ?
หรืออยากเห็นมินกยูจูบใคร!?
พี่จะเอายังไงกันแน่วะ
ผมงงไปหมดแล้วนะว้อย!!
อย่ามาแกล้งผม!
อย่ามาปั่นหัวผม!
ที่สำคัญ
อย่าดึงมินกยูเข้ามาเกี่ยวด้วย!!”
“ซูน
คือ ซูนเมามากแล้ว เรากลับ-”
“จูบงั้นเหรอ?
เหอะ!
จูบก็จูบสิ!!
แต่ผมเตือนไว้ก่อนนะ
จูบของมินกยูน่ะ-”
“ซูน!!”
“เป็นของผมเท่านั้น!!!”
จบประโยค
ซูนยองก็หันกลับมาหามินกยูที่อ้าปากค้างด้วยความตกใจและรั้งคอน้องชายเข้ามารับจูบทันที
ทีมว่ายน้ำทั้งทีมนั่งอ้าปากค้างล้อมรอบ
และซึงชอลนอนอ้าปากค้างอยู่ไม่ไกล
No comments:
Post a Comment