Monday, 31 December 2018

[OS] Eclipse #jicheol

“อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนอนรอบนเตียง เดี๋ยวนายจะเข้ามาหาคุณ”


และแล้ววันนี้ก็มาถึงสินะ

จีฮุนกับกาอินมีกันอยู่แค่สองพี่น้อง กาอินเป็นโลกทั้งใบของเขา และจีฮุนทำได้ทุกอย่างเพื่อพี่สาว ทุกอย่างจริงๆ


ทั้งสองเริ่มจากการเป็นเด็กเสิร์ฟที่สถานบันเทิงกลางคืนแห่งหนึ่ง ชินชากับพฤติกรรมต่ำทรามของลูกค้าที่นั่น แต่ประสบการณ์ก็ทำให้ทั้งคู่แข็งแกร่งขึ้น และรู้จักเอาตัวรอดมากขึ้น แน่ล่ะ มันไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ควรอยู่นักหรอก แต่ตั้งแต่จำความได้ กาอินก็ทำงานอยู่ที่นั่นมาตลอด เพื่อส่งให้จีฮุนได้เรียนหนังสือ หลังจากจีฮุนเรียนจบมัธยมต้น เขาก็ตัดสินใจจะเลิกเรียนและหันมาช่วยกาอินทำงานเก็บเงินแทน กาอินค้านเสียงแข็ง แต่จีฮุนเองก็ไม่ยอม ดื้อกันทั้งคู่ จนในที่สุดกาอินก็ยอมให้มาช่วยกันทำงานได้ แต่ห้ามเลิกเรียน จีฮุนเรียนจนถึงมัธยมปลายโดยที่มาเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านไปด้วย


จนกระทั่งกาอินเปลี่ยนจากเด็กเสิร์ฟ ไปแสดงบนเวทีแทน


เงินได้มากขึ้นอีกเป็นกอบเป็นกำ ทั้งเงินเดือนที่สูงขึ้น เงินที่แขกโยนขึ้นมาบนเวที เงินที่ส่งให้กับมือ หรือเหน็บตามเสื้อผ้าที่วาบหวิว แต่ที่ได้เงินดีมากที่สุดคงเป็นห้องวีไอพีที่จะมีลูกเค้าเรียกให้ไปทำการแสดงส่วนตัว


หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย แต่สำหรับจีฮุน เขาภูมิใจในตัวพี่สาวมาก พี่สาวของเขาเป็นคนสวย มีสเน่ห์ แต่ละการแสดงไม่ใช่แค่เพื่อยั่วยวนแขกเท่านั้น มันเป็นศิลปะ และมันก็สวยงาม น่าทึ่งมากในสายตาของเขา ดังนั้นเมื่ออายุครบ 18 ปี จีฮุนก็เลือกจะเดินไปในทางเดียวกับพี่สาว


Moon siblings


ชื่อที่ใครๆ ต่างเรียกจีฮุนและกาอิน ผิวขาวนวลผ่อง ดวงตารูปพระจันทร์เสี้ยวที่มักถูกแต่งแต้มด้วยสีเทาดำ ดูลึกลับน่าค้นหา เครื่องแต่งกายระยิบระยับ และการปรากฎตัวยามค่ำคืน สีเทา สีขาว และสีดำ สามสีของดวงจันทร์ สามสีที่เป็นเอกลักษณ์ของสองพี่น้อง สถานบันเทิงแห่งนั้นเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอน ใครหลายๆ คนต่างให้ความสนใจกับพี่น้องจันทร์เสี้ยว พวกเขาได้รับการติดต่อหลายครั้งเพื่อซื้อตัวไปประจำที่อื่น แต่จีฮุนและกาอินไม่ได้ตอบรับที่ไหน ไม่ใช่เพราะรักที่นี่อะไรนักหนา แต่เป็นเพราะที่นี่พวกเขาเป็นดาวเด่น เงินไหลมาอยู่ที่พวกเขาแค่สองคน และพวกเขาก็อยู่รับเงินที่นี่ให้มากที่สุด เพื่อที่จะไปเปิดร้านเป็นของตนเอง


และแล้ววันนั้นก็มาถึง


กาอินจัดการหาทำเลที่ดี และซื้อต่อร้านอาหารแห่งหนึ่งที่พอจะปรับเปลี่ยนมาเป็นสถานบันเทิงได้ สองพี่น้องมีความสุขกันมากในการช่วยกันตกแต่งร้าน วันที่แขวนป้ายขึ้นไปทั้งสองกอดกันและยิ้มออกมา ‘Moon Siblings’ ชื่อที่โด่งดังและทำให้พวกเขาก่อร่างสร้างตัวได้ขนาดนี้ ชื่อที่ให้ชีวิตใหม่ ในที่สุดมันก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว


แต่ทุกสถานที่มืด ก็จะมีเงาดำแฝงตัวอยู่


‘นายคุ้มหัว’ สำคัญมากสำหรับธุรกิจประเภทนี้ เพราะสถานบันเทิงเป็นที่อโคจรยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มมึนเมาและอบายมุข จึงมักจะเกิดเรื่องได้เสมอ และเมื่อเกิดเรื่องแล้ว ก็ต้องมีใครบางคนคอยช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต นั่นคือความสำคัญของ ‘นายคุ้มหัว’ กาอินรู้เรื่องนี้ดี เธอถึงได้เลือกทำเลที่รู้จักกับเจ้าของถิ่นดี ชเวซึงฮยอนเป็นลูกค้าระดับวีไอพีที่เคยแวะมาที่สถานบันเทิงที่สองพี่น้องทำงานอยู่ สำหรับผู้ที่มีอำนาจมืด เขาเป็นคนที่ค่อนข้างใช้ได้ เขาต้องการแค่สถานที่ที่พอเป็นฉากบังหน้าในการค้าขาย หรือเจรจากับคู่ค้า สถานที่ที่จะให้สิทธิ์และปฎิบัติต่อเขาเป็นพิเศษ รวมถึงเครือข่าย ลูกน้องที่มีความจงรักภักดี ซึ่งสองพี่น้องก็พอจะรับได้ ถึงแม้ว่าจะไม่อยากให้ร้านต้องเกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ผิดกฎหมายของเขาก็ตาม


เพราะอย่างนั้น หลังจากที่ร้านเปิดไปได้สักพัก ข่าวการเสียชีวิตของชเวซึงฮยอนจึงทำให้สองพี่น้องตื่นตระหนก และหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก เมื่อไร้บารมีของชเวซึงฮยอนแล้ว ร้านจะเป็นยังไงต่อไป? จะมีตำรวจชั่วที่ไหนมาเก็บเงินเพื่อแลกกับความปลอดภัยหรือไม่? แล้วใครจะเป็นคนคุมถิ่นนี้ต่อ? การได้พบกับชเวซึงฮยอนเป็นโชคดีอย่างมาก เพราะในวงการนี้ การจะหาคนที่ไม่คิดเอาเปรียบพวกเขาหาได้ยากมาก สองพี่น้องที่โด่งดังเรื่องรูปร่างหน้าตา และลีลาความยั่วยวน


“ชเวซึงชอล ยินดีที่ได้รู้จัก”


ผู้ชายคนนั้นมีดวงตาคมโต ขนตายาวเป็นแพ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดอยู่ตลอดเวลา แต่ไหล่กว้างๆ กล้ามเนื้อที่แน่นตึงภายใต้เสื้อเชิร์ต และรอยยิ้มที่มุมปากนั่น ประกอบกับลูกน้องอีกหลายสิบคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ทำให้สองพี่น้องรู้สึกไม่ปลอดภัย และกลัวขึ้นมาจับใจ ผู้ชายคนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องของชเวซึงฮยอน และผู้ชายคนนี้ จะมาเป็น ‘นายคุ้มหัว’ คนต่อไป


ในช่วงแรก ทุกอย่างก็เป็นไปเหมือนเดิม


ซึงชอลไม่ได้เรียกร้องขออะไรต่างจากซึงฮยอน แทบจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่ค่อยเปิดห้องวีไอพีเพื่อเจรจากับคู่ค้า แต่เขามาบ่อยกว่าซึงฮยอน และเขาจะนั่งที่โต๊ะหน้าเวทีเพื่อชมการแสดงของกาอินและจีฮุนเป็นประจำทุกครั้ง


จีฮุนขึ้นแสดงมานับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่อายุ 18 จนตอนนี้เขาอายุ 22 แล้ว เขารู้ว่าคนส่วนมากจะมองเขายังไง แต่เขาไม่ได้แสดงเพราะคนเหล่านั้น เขาแสดงเพื่อตัวเอง เพื่อความพึงพอใจของตัวเอง เพราะงั้นเขามักจะไม่สบตาใคร ต่างจากพี่สาว แต่ชเวซึงชอลเป็นข้อยกเว้น คงเป็นเพราะเขารู้ดีว่าคนคนนี้เป็น ‘นายคุ้มหัว’ คนที่เขาต้องเกรงใจ คนที่มีอำนาจ และการที่เขานั่งอยู่ตรงหน้าเวทีทำให้จีฮุนรู้สึกเกร็งและประหม่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขารู้สึกได้ ถึงสายตาที่จับจ้องมา รอยยิ้มที่มุมปากนั่น มือใหญ่ที่มีรอยแผลอยู่ที่หลังมือซ้าย นิ้วหนา เล็บตัดสั้นเรียบร้อย


“คุณซึงชอลต้องการให้คุณกาอินไปพบครับ”


พี่กาอิน พี่สาว และครอบครัวคนเดียวของจีฮุน เขารู้ดีว่ากาอินสวยและมีสเน่ห์มากแค่ไหน ถึงเขาสองคนจะคล้ายกันมากก็จริง แต่กาอินยิ้มสวย ต่างจากเขาที่ไม่ค่อยยิ้ม การเต้นของกาอินสามารถเปลี่ยนจากเซ็กซี่ยั่วยวน เป็นนุ่มนวลอ่อนหวานได้ไม่ยาก ในขณะที่จีฮุนพลิ้วไหว ร้อนรุ่ม แต่ก็เย็นชา มีผู้คนมากมายที่คลั่งไคล้ในตัวเขา แต่ก็ไม่มากเท่ากับจำนวนคนที่หลงใหลในตัวกาอิน


ซึงชอลเอง ก็คงเป็นอีกคนที่หมายปองในตัวกาอิน


“เขาอยากได้อะไร ที่มากกว่าคุณซึงฮยอน”


“พี่หมายถึงเขาอยากได้ตัวพี่ใช่มั้ย?”


กาอินไม่ต้องตอบจีฮุนก็รู้ดี และนั่นทำให้เขารู้สึกเจ็บ ดูจากสีหน้าเขาก็รู้แล้วว่าพี่สาวไม่อยากทำและลำบากใจมาก ถึงเขากับพี่จะทำงานในสถานบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่เคยมีอะไรเกินเลยกับใครมาก่อน เขาทั้งสองตั้งใจทำงานอย่างหนัก คิดถึงแค่ครอบครัว เงิน และอนาคตเท่านั้น แน่นอนว่าเคยถูกแขกล่วงเกินอยู่บ้าง แต่มันเป็นกฎของสถานบันเทิงที่สามารถเอาผิดคนเหล่านั้นได้


เพราะที่นี่ไม่ใช่ซ่อง และพวกเขาไม่ได้ขายตัว


แต่สถานการณ์ในครั้งนี้แตกต่างออกไป คนคนนี้ไม่ใช่ลูกค้า ไม่ใช่แค่คนมีเงิน แต่เป็นคนที่เป็นทั้งลูกค้า และนายคุ้มหัว มีทั้งเงินและอำนาจ พวกเขาต้องเกรงใจ และต้องยอมโอนอ่อนอยู่แล้ว กาอินถึงได้ระวังตัวมาก และค้นหานายคุ้มหัวที่เหมาะสมอยู่นานจนเจอซึงฮยอนเพื่อจะได้ไม่ถูกบีบและเอาเปรียบแบบนี้


แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วสินะ แล้วจะเอายังไงดี


“จีฮุนไม่ต้องห่วงพี่หรอก พี่หาทางจัดการได้”


“แล้วพี่จะจัดการยังไง?”


กาอินฝืนยิ้ม และจีฮุนก็ทนไม่ไหว


“ให้ผมไปแทนเถอะ”


“ว่าไงนะ?”


“ให้ผมไปแทน พวกเราก็”


จีฮุนหัวเราะออกมาสั้นๆ


“พวกเราก็พอจะคล้ายกันอยู่ทีเดียว ลองต่อรองดูหน่อยก็คงไม่เสียหาย ถ้ายังไงมันก็หนีไม่พ้นแล้วล่ะก็”


“จีฮุน พี่ไม่ยอมให้เราต้องมาลำบากแทนพี่หรอกนะ”


“ไม่ต้องห่วง ผมเป็นผู้ชาย ร่างกายไม่ได้สร้างมาให้มีเยื่อพรหมจรรย์ เพราะงั้นจะครั้งแรกตอนไหน กับใคร ก็คงไม่สำคัญอะไรนักหรอกครับ”


“แต่พี่-”


“ผมจะไปเอง และพี่ก็ขวางผมไม่ได้หรอก”


จีฮุนดื้อหัวแข็งเป็นที่สุด ยืนกรานหนักแน่นจนกาอินอ่อนใจ เธอดึงน้องชายมากอดแน่น สองพี่น้องรักกันมาก ถึงแม้จะไม่ค่อยแสดงออกอย่างนี้ก็เถอะ จีฮุนกอดตอบพี่สาวแล้วหลับตาลง


“ดูแลตัวเองด้วยนะจีฮุน”


“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง พี่ก็รู้จักผมดี”


ชเวซึงชอลตกลง และนั่นทำให้จีฮุนแปลกใจเล็กน้อย เขาต้องการจะไปแทนพี่สาวน่ะใช่ แต่เขาไม่คิดว่านายคุ้มหัวจะตกลงง่ายขนาดนี้ นั่นสินะ ก็เขากับพี่สาวคล้ายกันมาก จะเป็นใครก็คงเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นเขายิ่งต้องตั้งใจ ต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อให้พี่สาวพ้นภัย


เขาจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด


คืนวันนั้นหลังจากที่จีฮุนขึ้นแสดงที่ร้านเสร็จ กาอินก็กอดเขาแน่นที่หลังเวที คนของซึงชอลมารออยู่แล้ว เขาจะต้องไปในทันที ไม่มีเวลาล้างเครื่องสำอางค์ ไม่มีเวลาเปลี่ยนชุดด้วยซ้ำ และนั่นทำให้กาอินน้ำตารื้น ทั้งๆ ที่ปกติเป็นคนเข้มแข็ง และไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นง่ายๆ แท้ๆ จีฮุนปลอบพี่สาวอีกครั้ง


“ผมไม่เป็นไรหรอก แล้วจะรีบกลับมานะครับ”


จีฮุนรู้สึกหนาว แอร์ในห้องโรงแรมที่ซึงชอลเปิดไว้ค่อนข้างเย็น และชุดของเขาก็น้อยชิ้นเสียจนไม่สามารถปกป้องความอบอุ่นของร่างกายได้เลย จีฮุนยกสองมือขึ้นกอดต้นแขนตัวเองหลวมๆ เขาไม่กล้ามุดลงไปใต้ผ้าห่ม มันอาจเสียมารยาท


“อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนอนรอบนเตียง เดี๋ยวนายจะเข้ามาหาคุณ”


ใกล้ถึงเวลาแล้วสินะ จีฮุนอาบน้ำร้อนจนเนื้อตัวแดงไปหมด แต่นั่นอาจทำให้เขาดู ‘น่าขย้ำ’ มากขึ้นก็ได้ ในห้องน้ำไม่มีน้ำยาลบเครื่องสำอางค์ ดังนั้นอายไลน์เนอร์และอายแชโดว์สีเงินเหลือบเทาเข้มยังคงติดอยู่บนใบหน้าของเขา แม้จะเลือนไปบ้างก็ตาม จีฮุนสวมชุดคลุมอาบน้ำแล้วลงซุกเข้าไปใต้ผ้าห่ม เขาได้รับอนุญาตให้นอนบนเตียงแล้วนี่นะ ก็ยังดีหน่อย เพราะทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นบ้าง


แต่ไม่นาน ประตูห้องก็เปิดออก และเขาก็เดินเข้ามา


จีฮุนเคยเห็นซึงชอลใกล้ๆ ก็แค่ครั้งเดียว ครั้งแรกที่เจอกัน ครั้งแรกที่รู้ว่าอีกคนจะเป็นนายคุ้มหัวคนใหม่ หลังจากนั้นเขาก็แค่รับรู้ว่าซึงชอลกำลังจ้องมองมาในขณะที่เขากำลังแสดงอยู่เท่านั้น ในวันนี้ ซึงชอลดูสูงใหญ่ และมีอำนาจกว่าที่เขาจำได้


“มานี่ซิ มาใกล้ๆ ฉัน”


จีฮุนขยับตัวไปนั่งบนขอบเตียงและแหงนหน้าขึ้นตามอย่างว่าง่ายเมื่อซึงชอลเชยคางเขาขึ้น ดวงตาของซึงชอล ถึงจะมีขนตาเรียงสวยก็เถอะ แต่กลับดูน่ากลัว และน่าเกรงขามซะจนจีฮุนรู้สึกว่าตัวเองหดเล็กลง ไร้อำนาจจะต่อกรได้ นิ้วโป้งที่ไล้ลงมาแถวมุมปากทำให้จีฮุนตัวสั่น


“สวยนี่ สวยไม่แพ้พี่เลยจริงๆ”


จีฮุนร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อถูกผลักลงนอนราบบนเตียง ซึงชอลยกนิ้วขึ้นมาแนบริมฝีปากเขา และจีฮุนก็เงียบลง แต่หัวใจยังสั่นระรัวดังลั่นเต็มอกเมื่อซึงชอลค่อยๆ ดึงเชือกผูกชุดคลุมอาบน้ำของเขาออกช้าๆ ฝ่ามือร้อนผ่าวแหวกชายผ้าออกจากกายเขา และนาบลงมาที่ช่วงอกจนจีฮุนแอ่นตัวขึ้นหา ซึงชอลยิ้มและโน้มหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจคลอเคลียที่ริมใบหู


“ไวสัมผัสเชียวนะ เด็กน้อย”


จีฮุนหอบหายใจหนัก เพียงแค่ปลายนิ้วมือที่ไล้ไปมาบนร่างกายเขา ยังไม่ได้ลงต่ำไปถึงบริเวณที่ไวสัมผัสจริงๆ ด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ทำให้เขาร้อนผ่าวไปทั้งตัว และในขณะเดียวกันก็เย็นเยือก จนร่างกายสั่นเทิ้ม แววตาของซึงชอลที่มองมาที่เขามีความพึงพอใจ ชอบใจ และนึกสนุก


“ครั้งแรกสินะ”


จีฮุนไม่จำเป็นต้องตอบซึงชอลก็รู้ดีอยู่แล้ว


“ฉันจะทำให้เธอลืมคืนนี้ไม่ลง เด็กน้อย”


ร้อนเร่าไปทั้งร่าง ทรมานเหลือเกิน แต่ในขณะเดียวกัน สัมผัสที่ไม่คุ้นเคยนี้ กลับทำให้เขารู้จักกับความรู้สึกแปลกใหม่ ที่โหยหายังไงก็ไม่รู้ ฝ่ามือของซึงชอลเริ่มลงน้ำหนักมากขึ้น ริมฝีปากของเขาเริ่มประทับตามร่างกายของจีฮุน จูบตรงนั้น กัดตรงนี้ จีฮุนไม่สามารถกลั้นเสียงไว้ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่อย่างนั้นเขาคงจะแตกระเบิดแน่นอน


“ร้องออกมา ฉันขอสั่งให้เธอร้องออกมาดังๆ”


จีฮุนรู้สึกหมดแรง แม้ว่าซึงชอลจะยังไม่ได้แตะต้องส่วนกลางหว่างขาของเขาด้วยซ้ำ แต่มันกลับชื้นแฉะอย่างน่าอายแบบนี้ จีฮุนได้แต่นอนนิ่งบนผืนเตียง เปิดอ้าร่างกายของตัวเองให้อีกฝ่ายได้เชยชมตามใจอยาก และซึงชอลก็ไม่ได้อ่อนโยนกับเขาเลย ทุกสัมผัสค่อยทวีความรุนแรงขึ้น แต่จีฮุนกลับยิ่งรู้สึกตื่นเต้น และต้องการมากจนตัวเองยังรู้สึกอับอาย


จีฮุนหยิ่งในศักดิ์ศรีเป็นที่สุด เขาจะทำตามความต้องการของตนเอง ในแบบที่เขาคิดว่าถูกต้องที่สุดเท่านั้น แต่ในตอนนี้ เขากลับคุกเข่าอยู่หว่างขาของชายคนนี้ และทำสิ่งที่ทำให้หน้าของเขาร้อนผ่าว และอกของเขาลุกเป็นไฟ ฝ่ามือของซึงชอลอยู่บนหัวของเขา นิ้วทั้งห้าขยำเส้นผมของเขาแน่น ดึงเขาเข้าไปรับแรงกระแทกอย่างไร้ความปรานี จีฮุนรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก แต่หัวใจยังคงเต้นดังโครมครามจนเหมือนจะระเบิด


สำหรับคนที่ไม่เคยก้มหัวให้ใคร การได้คุกเข่าต่อหน้าซึงชอลกลับทำให้จีฮุนรู้สึกสั่นรัวเหมือนมีดอกไม้ไฟแตกระเบิดในอก


แล้วมันก็มาถึง วินาทีที่เขากลัว ซึงชอลแยกขาทั้งสองของเขาออกจากกัน จีฮุนหลับตาเมื่อรู้สึกถึงแรงถูไถที่ทำให้อยากหุบขาลง แต่ซึงชอลก็กดขาของเขาลงกับเตียง และฝ่ามือร้อนก็จับเข้าที่คางของเขา


“ลืมตา”


จีฮุนทำตาม และจ้องลุกเข้าไปในดวงตาที่เหมือนลุกเป็นไฟตรงหน้า


“ฉันขอสั่ง ให้เธอมองฉันตลอดเวลา ห้ามหลับตาเด็ดขาด และจำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดี”


จีฮุนอ้าปากร้องสุดเสียง อกแอ่นขึ้นและมือทั้งสองข้างกำผ้าปูเตียงแน่น


“ความรู้สึก ของการตกเป็นของฉัน”


หลังจากนั้น จีฮุนก็รู้สึกเหมือนมีหมอกบังตา ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็วทำให้เขาจับอะไรไม่ได้เลย แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่องช้าจนความรู้สึกเหล่านั้นประทับอยู่ในใจของเขา ฝ่ามือของซึงชอลที่จับสะโพกของเขา แรงจนขึ้นเป็นรอยช้ำ แรงกระแทกที่ซ้ำเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนคลื่นทะเล ริมฝีปากของซึงชอลที่ลำคอ และช่วงไหล่ รวมถึงรอยฟันประปรายทั่วทั้งอกและต้นขา


ของเขา ของซึงชอล เป็นของนายคุ้มหัวแล้ว เป็นคนของนายคุ้มหัว


“จำไว้ให้ดี จีฮุน เธอเป็นของฉันแล้ว”


เป็นของคุณแล้ว

จีฮุนตื่นขึ้นในห้องที่ว่างเปล่า กลิ่นระอุจากเมื่อคืนยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ จีฮุนยกแขนขึ้นกอดตัวเอง ปลายนิ้วลูบไปตามร่องรอยบนร่างกาย มีหลายส่วนที่ปวด แต่ไม่ใช่ในอก เขาค่อยๆ เขยิบตัวไปหยิบโทรศัพท์ที่ข้างเตียง เขารู้ว่ากาอินคงต้องเป็นห่วงอยู่แน่ๆ เพราะงั้นสิ่งแรกที่เขาทำก็คือโทรหาพี่สาว


“จีฮุน เป็นยังไงบ้าง?”


“ผมสบายดีครับ”


เสียงแหบ มากๆ ภาพตัวเองคุกเข่าตรงหน้าซึงชอลอย่างยินยอมพร้อมใจทำให้เขารู้สึกร้อนขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็รีบสะบัดมันออกจากหัวไป


“แน่ใจนะ? ไม่ได้ เอ่อ บาดเจ็บตรงไหนใช่มั้ย? แล้วเขาต้องการอะไรอีกมั้ย?”


“ผมบอกแล้วไงว่าสบายดี พี่อย่าห่วงเลย แล้วก็ เขาไม่ได้บอกอะไรเพิ่มนะครับ”


แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่โต๊ะข้างเตียง จีฮุนเอื้อมแขนไปหยิบมันมาถือไว้


“พี่กาอิน เดี๋ยวกลับบ้านแล้วคุยกันนะครับ”


จีฮุนขยี้ตาเล็กน้อยก่อนจะหยีตาอ่านตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ


‘เธอยอดเยี่ยมไม่แพ้เวลาอยู่บนเวทีเลยจริงๆ แล้วเจอกันใหม่นะ เด็กน้อย’

No comments:

Post a Comment