เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวผม โดยที่ผมหลบอยู่หลังกำแพงโซนครัว สถานการณ์เหมือนกับวันแรกที่ผมเจอเขาเป๊ะ แต่ที่ต่างไปคือเวลา และก้อน ที่ไม่ใช่ก้อนอีกแล้ว ผมกำขวดน้ำในมือแน่น สายตาไล่มองพี่ซูนยองอย่างละเอียด เขากำลังกดโทรศัพท์เล่นอยู่ เหมือนจะพิมพ์คุยไลน์กับใครบางคน ให้ตายสิ เป็นภาพที่ไม่ชินตาเอาซะเลย ก้อนเนี่ยนะเล่นโทรศัพท์ ก้อนเนี่ยนะ! แถมยังยิ้มมุมปากอีก! ปกติผมเห็นแต่ก้อนยิ้มเด๋อๆ ไอ้ยิ้มมุมปากอะไรเนี่ยไม่เคยเห็นเลย!
“มินกยู ออกมาจากครัวได้แล้วน่า ไม่ต้องแอบมองหรอก มาคุยกันเลยดีกว่า~”
ก้อนจับได้ว่าผมแอบมองเขา แต่ครั้งนี้เขาเลือกจะพูดลอยๆ ขึ้นมาโดยไม่หันมามองให้ผมได้รู้ตัวและหลบ ร้ายจริงๆ! ผมเดินเก้ๆ กังๆ ไปนั่งลงที่โต๊ะกับเขาแล้ววางขวดน้ำลงบนโต๊ะ ก้อนหยิบขึ้นมาเปิดดื่มทันที ด้านนอกร้อนมากจริงๆ แถมเขายังเป็นคนขี้ร้อนด้วย ดีที่ผมเปิดแอร์แล้วไม่งั้นคงเหงื่อแตกเต็มตัวอีกแน่
“มีอะไรจะถามก็ถามมาได้เลยนะ วันนี้พี่ตอบทุกอย่างเลย”
“จะ จริงนะครับ?”
“อื้อ ถามเลย”
“เอ่อ.. งั้น คำถามแรกก็ เอ่อ พี่ซูนยอง เป็นใครครับ?”
“เป็นใครเนี่ย จะให้ตอบยังไงดีล่ะ?”
“ก็แบบว่า อายุเท่าไหร่ ทำงานที่ไหน ทำไมถึงมาเป็นก้อนกำลังใจได้ มาหาผมได้ยังไง เพื่อนคนไหนส่งมาแล้วทำไมถึง-”
“โอเคๆ หยุดก่อน เดี๋ยวพี่ตอบห้าคำถามนี้ก่อนนะ ข้อแรก พี่อายุยี่สิบแปด-”
“ห๊ะ!!!?”
“หน้าเด็กใช่มั้ยล่ะ ฮึฮึ ใครๆ ก็บอกแบบนั้นแหละ”
หวะ หวา หลงตัวเองด้วย
“พี่เป็นครูสอนวิชาการแสดงอยู่ที่คณะอักษร ทำไมถึงมาเป็นก้อนกำลังใจ กับใครส่งมา อันนี้ต้องขอเล่าก่อน ยาวหน่อยนะ”
“ได้ครับ”
“คอร์นพัฟยังอยู่ในตู้ใช่มั้ย พี่ขอกินนะ”
“ห๊ะ เอ่อ ได้ครับ”
แล้วพี่ซูนยองก็เดินไปหยิบขนมโปรดในตู้แล้วกลับลงมานั่งที่เดิม จ้วงขนมไปแล้วก็เริ่มเล่า สงสัยจะหิวแฮะ ไม่ได้กินข้าวเที่ยงงั้นเหรอ?
“ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ที่ใครๆ ก็บอกว่าพี่น่ะเป็นคนที่ใครอยู่ด้วยก็สบายใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมนะ แต่เขาว่ากันอย่างนั้นแหละ ตอนนั้นพี่อยากหางานพิเศษทำ ก็เลยไปเป็นก้อนกำลังใจให้คนนั้นคนนี้ แต่อย่างมากก็ไม่กี่ชั่วโมงหรอก ไปคุยด้วย ไปดูแล ไปกินข้าวเป็นเพื่อน ทำนองนั้น อ่า ฟังดูเหมือนเพื่อนเที่ยวเลยแฮะ”
จริงๆ ผมก็คิดแบบนั้นอยู่
“แต่ไม่มีอะไรเกินเลยนะ สิ่งที่พี่ทำคือ ไปเป็นความสุข ไปเป็นความสบายใจให้พวกเขาน่ะ ลูกค้าแย่ๆ ก็มี เจอไปครั้งเดียวพี่เลิกเลย แล้วก็เลยรับแต่คนรู้จัก หรือคนที่คนรู้จักพี่รับรองให้ได้น่ะ มันรู้สึกดีนะ เวลาเราเห็นว่าจบวันแล้วเขามีความสุขขึ้นน่ะ พี่ชอบมากเลย แล้วหลังจากนั้นพี่ก็เรียนจบ แล้วก็มาสอนที่คณะ พอเริ่มสอนพี่ก็ไม่รับงานก้อนกำลังใจแล้วล่ะ มันเริ่มเบื่อด้วย จะเรียกว่าเครียดขึ้น ก็คงได้ ตัวพี่เองก็เริ่มหาความสุขของตัวเองไม่เจอ ก็เลยไปเป็นก้อนกำลังใจของใครไม่ได้น่ะ อ๊ะ หมดแล้ว”
เอ้อ ผมเดินไปหยิบขนมอีกถุงมาให้พี่ซูนยอง พี่เขายิ้มแป้นแล้วผงกหัวขอบคุณก่อนจะเปิดกินต่อทันที แบบนี้สินะเขาถึงซื้อขนมมาตุนไว้เยอะแยะ
“อีกอย่างก็คือ การเป็นก้อนกำลังใจเนี่ย มันก็ เรียกว่าเป็นการแสดงอย่างหนึ่งล่ะมั้ง? พี่ต้องได้ข้อมูลลูกค้ามาเยอะ มีอะไรต้องท่องจำเยอะแยะเลยล่ะ เพื่อที่เราจะเป็นก้อนกำลังใจ ‘สำหรับเขา’ อย่างเช่น ซื้อข้าวที่เขาชอบมาให้กิน หรือชวนดูหนังเรื่องที่เขาอยากดู โดยที่ไม่ต้องถามเขา เหมือนรู้ใจไปเลยไง มันทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจขึ้นน่ะ”
ได้ยินคำว่าลูกค้าเยอะๆ ผมเริ่มไม่ค่อยชอบแล้วสิ พี่เขาทำแบบนี้มากับกี่คนแล้วนะ..?
“มันก็เป็นการฝึกไปในตัว เล่นมาหลายบทบาทเลยล่ะ แต่มันก็ถึงจุดอิ่มตัว พี่ไม่อยากตามใจใครแล้ว เบื่อน่ะ พอได้งานสอนก็เลยเลิก”
“แล้วทำไม พี่ถึงรับงานนี้ล่ะครับ?”
พี่ซูนยองยิ้มแล้วยกมือขึ้นท้าวคาง
“ก็ จริงๆ แล้วนายน่ะไม่ใช่งานของพี่หรอก มินกยู”
“อ่าว ยังไงอะครับ ผมไม่เข้าใจ”
“เราไม่ได้เจอกันครั้งแรกที่นี่หรอกนะ พี่เคยเห็นนายที่คณะนะ”
ทำไม ผมเริ่มรู้สึกว่าจะต้องเขินแล้วล่ะครับ มาแบบนี้ดีแน่ๆ เลย
“ไม่ต้องรีบทำหน้าเพ้อฝันแบบนั้นหรอก พี่ก็แค่คิดว่านายหน้าตาน่ารักดี แต่ไม่ได้ทำอะไรต่อหรอกนะ”
“อ่าว”
“ก็แค่เห็นบ่อยๆ แล้วก็ ชอบนิดหน่อย แล้วทีนี้ฉันเป็นเพื่อนกับจุนน่ะ สอนจีนสื่อสารหนึ่ง ที่นายคิดจะมาเก็บเอแล้วก็ส่องสาวไง”
“เอ้ย!”
“จุนน่ะเริ่มสนิทกับหมิงฮ่าว ตอนที่รู้ว่าหมิงฮ่าวจริงๆ เป็นคนจีนแต่มาเก็บเอที่วิชามันนี่แหละ ฮ่าๆๆ”
“อ๋าา ผมถอนมาก่อนเลยไม่รู้”
“ใช่ นายไม่ตั้งใจเรียนด้วยนะ จุนบอกมา เอาแต่เล่นโทรศัพท์”
“อะ กะก็”
“นั่นแหละ แล้วจุนกับหมิงฮ่าวก็คุยกันเยอะ สนิทกันระดับหนึ่งเลยแหละ พอขึ้นปีห้า หมิงฮ่าวก็มาเล่าให้จุนฟัง ว่านายเริ่มเก็บตัว แล้วก็เครียดขึ้นเรื่อยๆ จากทีสิส เขาก็แค่เล่าให้ฟังแบบคนสนิทกันนั่นแหละ แต่ทีนี้จุนมันรู้ว่าพี่เคยรับงานพวกก้อนกำลังใจไง มันก็เลยมาขอให้พี่ช่วยหน่อย”
“งั้นเพื่อนผมคนที่ติดต่อพี่ก็คือหมิงฮ่าว”
“กับจุน ใช่ พี่ก็ไม่อยากจะรับหรอกนะ แต่จุนมันก็รู้อีกว่าพี่เคยเหล่นายบ่อยๆ ในโรงอาหาร จุนก็เลยส่งรูปมา พี่ก็เลยรับ”
โอ้โห ง่ายอย่างนั้นเลย พอเล่าแบบนี้มันเขินไม่ลงยังไงไม่รู้
“หมิงฮ่าวก็เป็นคนส่งข้อมูลของนายมาให้ฉัน เห็นว่าหลอกนายว่าเป็นแบบทดสอบจิตวิทยาอะไรนี่แหละ”
“เอ้ย!!”
“ฮ่าๆๆๆ นั่นแหละ หมิงฮ่าวก็ฉลาดนะได้ข้อมูลนายมาเพียบเลยล่ะ ฉันก็นั่งท่อง นั่งจำ แล้วก็รอเวลา พอหมิงฮ่าวไลน์มาบอกว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของทีสิสแล้ว ฉันก็เลยมาหานายนี่แหละ”
ผมนั่งเงียบไปสักพัก กำลังย่อยข้อมูลที่พี่เขาเล่าให้ฟังทั้งหมด รู้สึกย่อยยากกว่าข้อมูลที่จะเอามาทำทีสิสอีก สรุปว่า พี่เขาเคยทำงานก้อนกำลังใจมาก่อนแล้ว แต่เขาก็เลิก แล้วมาสอนการแสดงที่อักษร แล้วมารับงานผมอีกที เพราะเขาชะชอบ เอ่อ ชอบผม แต่มันก็ยังเป็นงานอยู่ดีนี่นะ? แล้วตอนนี้ เขารู้สึกยังไงนะ? อยากถามแต่กลับคำตอบ แต่ถ้าไม่ถามก็ไม่รู้!
“เอ่อ แล้ว หมิงฮ่าวจ่ายเงิน หรือ ผม หรือ?”
พี่ซูนยองส่ายหน้าช้าๆ พร้อมรอยยิ้ม
“ไม่ต้องจ่ายหรอก พี่เต็มใจ”
โอเค เหมือนจะตอบคำถามไปหลายข้อเลยล่ะ
“แล้ว เอ่อ แล้วตอนนี้พี่ เอ่อ กลับมาคือ คือยังไง”
“ฮ่าๆๆๆ นั่นสินะ คือยังไงดีล่ะ?”
พี่ซูนยองเอนหลังพิงพนักแล้วส่งยิ้มยียวนมาให้ผม ไม่เหมือนก้อนเลยแฮะ เห็นแบบนี้แล้วอยากหยิกแก้มกลมๆ นั่นจัง
“เมื่อคืนที่นายบอกพี่ว่า ไม่อยากให้พี่เป็นแค่ก้อนกำลังใจ จำได้มั้ย?”
“จะ จำได้ครับ”
“แล้วถ้าพี่ไม่ได้เป็นก้อนกำลังใจแล้ว ถ้านายรู้จักพี่ ในฐานะพี่ซูนยอง ไม่ใช่ก้อนกำลังใจ นายจะยังรู้สึกเหมือนเดิมอยู่มั้ย นั่นล่ะที่ทำให้พี่มาในวันนี้”
นั่นสินะ หลายอาทิตย์ที่ผ่านมา คนที่ผมรู้จัก ที่ผมรัก และอยากจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อน่ะคือก้อน และก้อนที่ผมรู้จัก ก็เป็นตัวตนที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผมสบายใจโดยเฉพาะ เพราะงั้นมันไม่แปลกเลยที่ผมจะหลงรักเขา แต่ก้อนไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้คือพี่ซูนยองต่างหาก
แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่อยากจะปล่อยเขาให้หลุดมือไป
“คือ ผมก็ไม่แน่ใจหรอกนะครับ เพราะที่ผ่านมา สำหรับผมพี่คือก้อน แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ พี่คือพี่ซูนยอง แล้วผมก็อาจจะ ยังไม่รู้จักพี่ดีเท่าไหร่”
พี่ซูนยองเอียงคอมองหน้าผมนิ่ง นิ้วโป้งลูบเคสสัปปะรดสีเหลืองในมือไปมา
“แต่ว่า ผมคิดว่า พี่ซูนยองเองก็คงอยู่ในก้อนที่ผมรู้จักบ้าง อย่างเช่น เรื่องที่ชอบกินขนม เรื่องที่ ขี้ร้อน เรื่องที่ชอบแกล้งอ่อยผม-”
“ฮ่าๆๆๆ”
“แล้ว ถึงมันจะยังไม่มาก ถึงมันจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยมันก็เป็นจุดเริ่มต้นนะครับ แล้วก็ การที่พี่ตัดสินใจรับงานก้อนกำลังใจ ถึงจะเพราะเงิน แต่จริงๆ แล้วพี่ก็ต้องเป็นคนใจดีแน่ๆ เลย”
พี่ซูนยองยิ้มสบายๆ แล้วโน้มตัวมาท้าวแขนบนโต๊ะอีกรอบ รวดเร็ว และใกล้จนผมตกใจ
“นี่แหละน้า พี่ถึงได้ชอบนายขึ้นเรื่อยๆ ไง ทีแรกคิดว่าจะน่ารักแค่หน้าตา แต่ยิ่งรู้จักก็ยิ่งชอบแฮะ น่ารักจัง”
อ๋า ทำให้เขินอีกแล้ว
“แล้ว จะเอายังไงดีครับ”
“เอายังไงล่ะ?”
ถามกลับอีกแล้ว ผมไม่ชอบสถานการณ์อึดอัดแบบนี้เลย เขินนะ! ปกติเวลาเจอแบบนี้ผมก็จะหนีก่อนแล้ว แต่กับก้อน ไม่สิ กับพี่ซูนยอง ผมกลัวมากกว่า กลัวว่าเขาจะหลุดมือไป เพราะงั้นถึงจะยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่ก็ต้องลองดูเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีวันรู้!
“หลายอาทิตย์ที่ผะ ผ่านมานี้ ผมอาจจะยังไม่รู้จักพี่มากนัก แต่พี่ต้องรู้จักผมมากแล้วแน่ๆ ถะถ้าพี่ไม่รังเกียจผม ผมก็อยากจะรู้จักพี่มากขึ้น เรามา มาลองคุยกันมั้ยครับ?”
“ลองคุยเหรอ?”
“ครับ”
“ไม่ขอเป็นแฟนเลยเหรอ?”
“กะ ก็ ก็ผมยังไม่รู้จักพี่มากขนาดนั้น”
“ลองคุยก่อนเผื่อไม่ชอบจะได้หนีทันเหรอ?”
“มะไม่ใช่นะ ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ ก็ ผมกับพี่ก็เหมือนๆ กัน ช่วงเวลาที่คุยกันถ้ามั่นใจขึ้นแล้วก็ ก็ค่อยเลื่อนเป็นแฟนไงครับ”
“อืม~”
พี่ซูนยองมองหน้าผมยิ้มๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหา ผมมองหน้าเขาเลิ่กลั่กเพราะเดาทางไม่ถูกว่าเขาจะทำอะไร แล้วก็ต้องยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อเขาลงนั่งบนตักผม สองมือจับไหล่ผมไว้แล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้
“จะ จะทำอะไรครับ”
“ลองคุยดี หรือลองอย่างอื่นดีล่ะ”
อะไรครับเนี่ยยย!?
พี่ซูนยองบดสะโพกลงบนตักผม แล้วยังเอนตัวมาจนอกชนกันอีก ดวงตาของเขาพอมองใกล้ๆ แบบนี้แล้ว ระ เร่าร้อนชะมัดเลย ตอนนี้เราใกล้กันจนลมหายใจของเขาเป่ารดลงบนใบหน้าของผม ได้กลิ่นคอร์นพัฟที่เขาเพิ่งกินไปด้วย
“เอ้า หลับตาอีก แต่ไม่ขยับหนี หมายความว่าไม่อยากเริ่มก่อนแต่ถ้าจูบก็ดีงั้นเหรอ?”
“กะก็ ก็ถ้าผมลุกพี่ก็ตกสิครับ”
“อ๋อเหรอ~ แล้วมินกยู ไม่อยากให้พี่จูบเหรอ? หรือว่ายังไง หืม? ตอบพี่สิ เด็กดี”
ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้น และเห็นว่าเขาเอียงคอยิ้มให้ผมอยู่ ตัวผละออกไปแล้ว ถึงจะยังนั่งอยู่บนตักก็เถอะแต่ผมก็รู้สึกหายใจหายคอคล่องขึ้นเยอะ เพื่อกันไม่ให้เขาโจมตีอีกผมเลยซุกหน้าลงกับไหล่พี่ซูนยองแล้วกอดเขาแน่น
“กะ ก็ผมชอบพี่นี่นา พี่หน้าตาน่ารัก แล้วยังใจดีด้วย ผมก็ต้องอยากจูบพี่สิ แต่ว่า มันเร็วไปนะฮะ เรายังไม่รู้จักกันดีๆ เลยอะ เราค่อยๆ คุยกัน ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่านะครับ”
พี่ซูนยองเงียบไปนิดหน่อยก่อนจะหอมแก้มผมแรงๆ จนเหมือนจะดูดวิญญาณออกจากร่าง ผมตกใจจนร้อง เห้ย ออกมาแล้วพี่ซูนยองก็หัวเราะไปกอดผมไป ผมไม่เห็นหน้าเขาหรอกนะ แต่ฟังจากเสียงเหมือนเขาจะยิ้มอยู่เลย
“แบบนี้ล่ะพี่ถึงชอบมินกยูไง น่ารักจริงๆ เออ อ่อยไปไม่เสียแรง”
อะ อะไรเล่า
“ขอบใจนะ ขอบใจที่จริงจังตั้งใจแบบนี้ พี่ค่อยเบาใจหน่อย งั้นก็ตกลงตามนี้แล้วกันนะ เรามาเริ่ม ‘ลองคุย’ กัน”
“ครับ”
ผมรู้สึกว่านี่คือจุดเริ่มต้นของอะไรดีๆ ในชีวิตผมล่ะ พี่ซูนยองหยิบโทรศัพท์มาแลกเบอร์ แลกไลน์กันเสร็จเรียบร้อยเขาก็บอกผมว่าตัวเองสอนวันไหนบ้าง มีเวลาว่างช่วงไหนบ้างที่พอจะไปเที่ยว ไป ‘เดท’ ด้วยกันได้ ผมแทบเป็นคนฟังอย่างเดียวเลยเพราะไอ้แบบทดสอบจิตวิทยาที่หมิงฮ่าวหลอกให้ผมทำมันโคตรละเอียด เขารู้จักผมทุกซอกทุกมุมหมดแล้วล่ะ
“พี่มีนิสัยไม่ดีของพี่จะมาเตือนไว้ก่อนอีกหน่อยนะ พี่ขี้ร้อน อันนี้มินกยูน่าจะรู้อยู่แล้ว แต่อีกอย่างที่น่าจะยังไม่รู้คือพี่ใจร้อนด้วย อาจจะมีปากเสียไปบ้างเวลาโกรธ พี่ยอมรับว่าเป็นข้อเสียที่แย่มาก ก็พยายามแก้อยู่นะ แล้วก็ พี่เป็นคนเอาแต่ใจประมาณหนึ่ง ไม่ชอบให้คนมาบังคับ จู้จี้ คอยตามจิก”
“ผมก็เหมือนกัน”
“ใช่ พี่รู้ เราคงไปด้วยกันได้ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้มันห่างกันเกินไปจนไม่รู้เรื่องอะไรของกันและกันเลย อย่าโลกส่วนตัวสูงไป”
“ครับ”
“แล้วก็ พี่เป็นคนความต้องการสูงนะ ถ้าไอ้ ‘ค่อยเป็นค่อยไป’ ของมินกยูจบเมื่อไหร่ มินกยูจะรับไหวมั้ยนะ?”
แล้วก็บดสะโพกใส่ผมอีกแล้ววว ทำไมก้อนตัวจริงขี้ยั่วแบบนี้ครับ! ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะผมแกล้งแล้วสนุกแน่เลย เพื่อนๆ ก็ชอบแกล้งผม แต่ถ้ายั่วบ่อยขนาดนี้ผมว่าพี่ซูนยองก็คง ‘ความต้องการสูง’ จริงๆ นั่นแหละ!
“ผมก็ เอ่อ จะพยายามครับ”
“ว่าง่าย น่ารัก”
พี่ซูนยองมองผมอยู่แป๊ปหนึ่งแล้วก็ยื่นหน้ามาจูบหน้าผากผมแรงๆ จนหน้าหงาย แล้วยังตามมาจูบแก้ม จูบปลายจมูกต่ออีก ผมหน้ามืดตาลายไปหมดกว่าจะหยุดได้ แล้วยังหัวเราะอีก
“น่ารักจังน้ามินกยู เรามารู้จักกันไวๆ ดีกว่านะ พี่อยากข้ามขั้นแล้วสิ”
“จะ ใจเย็นๆ คร้าบบ”
“ฮ่าๆๆ พี่ล้อเล่นๆ พี่ไม่เร่งมินกยูหรอกไม่ต้องห่วง รอมาขนาดนี้แล้ว พี่รอต่ออีกหน่อยได้น่า แล้วก็ พี่อยากรู้จักมินกยูจริงๆ มากกว่านี้นะ จากตัวจริงไม่ใช่ข้อมูลในกระดาษ”
ผมเองก็อยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน อยากรู้จักแล้ว พี่ซูนยองในแบบที่เป็นตัวเขาจริงๆ ที่ไม่ใช่ก้อนกำลังใจ หนังแบบไหนกันนะที่เขาชอบดู อาหารแบบไหนที่ชอบกิน คำพูดติดปากแบบไหน หัวเราะกับเรื่องอะไร เวลาโมโหจะด่ารัวขนาดไหนไม่รู้ แต่ผมก็อยากรู้ อยากรู้ไปหมดเลย
“จากนี้ไป หวังว่าเราจะรู้จักกันให้มากกว่านี้ไวๆ นะครับ”
“ฮ่าๆๆ ได้สิ เรามารู้จักกันให้มากกว่านี้นะ มินกยู”
ไม่ว่าจะเป็นก้อน หรือเป็นพี่ซูนยอง ผมก็เชื่อนะ ว่าเขาจะเป็นกำลังใจให้ผม เป็นที่พึ่ง เป็นอ้อมกอดให้ผมได้
ก้อนกำลังใจของผม
No comments:
Post a Comment