Monday, 31 December 2018

[KillHealAU] Sunday #hoonsoon

“จีฮุน อย่าหวงเราสิ ตั้งกี่ปีแล้วยังไม่ชินสักทีเหรอ?”

“ไม่ได้หวง”

ซูนยองส่ายหน้ายิ้มๆ เมื่อเฮดตัวเล็กนั่งไขว่ห้างหันหน้าหนีเขา ปากบอกไม่หวง แต่ทุกวันอาทิตย์จะตื่นมาพร้อมหน้าเหม็นเบื่อแบบนี้ตลอด ในฐานะคอร์ ซูนยองมีหน้าที่จะต้องกระชับความสัมพันธ์แฟมิลี่ให้แนบแน่นที่สุด คอร์ แปลว่าศูนย์กลาง และเขาก็ต้องเป็นคนยึดเหนี่ยว เป็นที่พึ่งของทุกคน เขาจะทำแบบนั้นไม่ได้เลยถ้าเขาไม่รู้จักและเข้าใจแต่ละคนมากพอ นั่นทำให้เขาคิดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเมื่อหลายปีก่อน ‘กอดคอร์วันอาทิตย์’ จีฮุนเบ้ปากใส่เขาแต่ซูนยองก็ยังยืนยันใช้ชื่อนี้ต่อมาเรื่อยๆ จะมีชื่อไหนอธิบายได้ดีกว่านี้ล่ะจริงมั้ย

“ฮีลเลอร์ซอก เข้ามาได้เลย~”

ฮีลเลอร์เบอร์หนึ่งของแฟมิลี่คือซอกมิน ตัวเลขจะไล่ตามอาวุโสในแฟมิลี่ คือใครเข้ามาก่อนหลัง ซอกมินอยู่กับเขามานานที่สุดถ้าไม่นับจีฮุนที่เป็นเฮด เริ่มจากซอกมินก่อนทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายได้ไม่ยาก ซอกมินเดินยิ้มแป้นเข้ามานั่งบนโซฟาใกล้กันก่อนที่ทั้งสองจะอ้าแขนกว้างแล้วโผเข้ากอดกันแน่นพร้อมเสียงหัวเราะ ระหว่างที่ซอกมินซุกหน้าลงบนไหล่ ซูนยองก็เริ่มใช้พลังส่งความอบอุ่นเข้าหา ซอกมินที่เป็นฮีลเลอร์เองก็ส่งพลังตอบกลับมา ซอกมินเป็นฮีลเลอร์ที่รักษาได้ทั้งอาการบาดเจ็บตามร่างกายและจิตใจเหมือนกับซูนยอง แต่ตอนนี้ทั้งคู่ไม่ได้บาดเจ็บอะไร เลยมีเพียงความอบอุ่น และความสุขที่ส่งหากันเท่านั้น

“อาทิตย์นี้เป็นยังไงบ้าง?”

“ดีนะครับ วันก่อนผมไปเจอร้านเค้กใหม่ด้วยล่ะ อร่อยมากเลย สั่งไปแค่สามอย่างก็อร่อยหมดเลย ผมชวนคอร์แล้วแต่คอร์บอกว่าไว้ก่อนๆ”

ซูนยองรู้สึกถึงคลื่นสีฟ้าไหลเข้ามา น้อยใจสินะ เขาอาจจะตัวติดกับจีฮุนมากไปหน่อยช่วงนี้ ซูนยองซุกหน้าลงกับกลุ่มผมของซอกมิน

“ขอโทษนะ เดี๋ยววันนี้ไปกันเลยมั้ยล่ะ? ไปกินข้าวข้างนอกกัน แล้วก็ไปร้านเค้กนั่นต่อเลย”

“จริงนะครับ?”

“อื้อ!”

ซูนยองยิ้มเมื่อสีฟ้าค่อยๆ จางหายไปกลายเป็นสีเหลืองทองเหมือนเดิม สีของซอกมินมีประกายวิบวับอยู่เสมอ คงเกี่ยวกับนิสัยของเจ้าตัวด้วยล่ะมั้ง ซอกมินมาไวไปไวทุกครั้งเพราะไม่เคยมีเรื่องอะไรให้ไม่สบายใจเท่าไหร่ ฮีลเลอร์เบอร์หนึ่งคนนี้เป็นคนมองโลกในแง่ดี และทำให้ซูนยองกับจีฮุนเครียดน้อยลงมาก ถ้าไม่มีซอกมินล่ะก็ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะตีกันขนาดไหน แฟมิลี่นี้

“ช่วยตามฮีลเลอร์เบอร์สองให้ทีนะ”

“ได้ครับ ขอจุ๊บๆ ก่อน”

ซูนยองหันไปมองจีฮุนที่จ้องเขาเขม็งแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก จีฮุนเองก็ชอบซอกมินจะตาย ซอกมินเป็นคนโปรดของทุกคนนั่นแหละ เป็นข้อยกเว้น แล้วก็เป็นจุดอ่อนด้วย ซูนยองดึงซอกมินเข้ามาแตะปากกันเบาๆ แค่นี้ซอกมินก็ยิ้มดีใจแล้วเดินตัวเด้งออกจากห้องไป

“จีฮุน~”

ไม่ยอมหัน ซูนยองกำลังจะดึงมาจุ๊บให้เท่าเทียมกันแล้วแต่ฮีลเลอร์เบอร์สองก็เข้ามาในห้องซะก่อน ประตูก็ไม่เคาะ ซูนยองอ้าแขนกว้างแล้วฮันซลก็เดินเข้ามากอดเอวทันที ซูนยองหลับตาลง คลื่นสีเขียวค่อยๆ กระจายเข้ามา

“มีอะไรรึเปล่าฮันซล?”

“บางที ผมก็คิดว่าเกิดมาเป็นฮีลเลอร์นี่โชคร้ายจัง”

ซูนยองกลับลงมานั่งบนโซฟาโดยที่ดึงฮีลเลอร์ตัวสูงมาด้วย

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ?”

“ก็ ฮีลเลอร์ไม่มีพลังพิเศษในการต่อสู้ ได้แต่พยายามฝึกให้เก่งด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่ก็สู้พวกคิลเลอร์ไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว แล้วยังเป็นที่ต้องการตัวของแฟมิลี่อื่นๆ อีก ถึงจะไม่มากเท่าคอร์ก็เถอะ แต่ฮีลเลอร์ก็ยังเรียกได้ว่าประโยชน์เยอะ จับไปรีดพลังก็แทบชุบชีวิตคนได้เลยมั้ง”

ซูนยองยกมือขึ้นลูบหัวฮันซลเบาๆ

“มันก็คงใช่ ฮีลเลอร์ต้องระวังตัวมากกว่าคิลเลอร์ แต่ฉันไม่อยากให้นายคิดว่าเราเกิดมาโชคร้ายนะ ถ้าเราจะต้องเทียบชีวิตตัวเองกับใคร เราก็คงต้องโชคร้ายอยู่ตลอดนั่นแหละ เพราะยังไงก็ต้องมีคนที่ชีวิตดีกว่าเราจริงมั้ย? ฉันอยากให้นายคิดถึงแต่สิ่งที่นายมี สิ่งดีๆ ที่นายทำได้ ฉันเห็นคิลเลอร์หลายคนเลยนะ ที่เจ็บปวดมากที่ไม่สามารถรักษาคนที่รักได้ พลังของเรามีอำนาจมากเลยนะ นายสามารถทั้งปกป้องทั้งช่วยชีวิตคนที่นายรักได้ แบบนั้นไม่ดีเหรอ?”

“ก็ดีครับ จริงๆ ผมก็เข้าใจแหละ แต่แค่รำคาญชานน่ะ วันนี้มาซ้อมขว้างมีดอยู่ได้ เสียงดัง พอไปว่าเข้าก็มาพูดว่าผมเป็นฮีลเลอร์ไม่เข้าใจหรอก”

“โถ่เอ๊ย คิดว่าอะไร เอาเถอะเดี๋ยวฉันคุยให้แล้วกัน ยังมีเรื่องไม่สบายใจอีกมั้ย?”

“ไม่น่าจะมีแล้วครับ”

“โอเค ถ้ามีอะไรก็บอกฉันนะรู้มั้ย?”

“ครับ”

“มาจุ๊บทีมา”

จีฮุนต้องอยากฆ่าซูนยองแล้วแน่ๆ แต่เขาก็ดึงฮันซลมาจุ๊บอยู่ดี ก่อนออกจากห้องก็กำชับให้ตามคิลเลอร์เบอร์หนึ่งมาด้วย แต่ไม่จำเป็น เพราะคนตัวสูงยืนรออยู่นอกห้องแล้ว ซูนยองอ้าแขนรอ แต่อีกคนก็ลงมานั่งข้างๆ และวางมือลงบนแขนเขาแทน จริงๆ ก็คือการใช้พลังของคอร์น่ะ แค่แตะตัวก็พอแล้ว แต่ถ้ากอดให้อกแนบกันจะแนบแน่นกว่าเท่านั้นเอง ซูนยองไม่อยากให้อึดอัดก็เลยยอมเปลี่ยนเป็นจับมือแทน

“เป็นยังไงบ้างวอนอู”

“ก็ รำคาญนิดหน่อย”

“เสียงชานขว้างมีดรึเปล่า? ฮันซลบอกแล้วล่ะ เดี๋ยวฉันคุยให้”

“เปล่า”

“แล้วเรื่องอะไรเหรอ?”

“ฉัน เป็นคนเข้ากับคนอื่นยากสินะ”

“ก็ไม่เชิงนะ วอนอูอาจจะเงียบไปหน่อยเท่านั้นเอง”

“ทำให้อึดอัดด้วยมั้ย?”

ซูนยองเอื้อมมือไปวางกลางอกวอนอู เป็นสีเทาอมฟ้า สีปกติของคิลเลอร์เบอร์หนึ่งอยู่แล้ว แต่เข้มกว่าเดิมหน่อย ซูนยองส่งพลังของตัวเองผ่านฝ่ามือเข้าไปและวอนอูก็เอนหัวพิงพนักหลับตาลง

“นายไม่ได้ตั้งใจทำให้ใครอึดอัดสักหน่อยนี่นา ความเงียบไม่ได้หมายถึงความอึดอัดเสมอไปหรอกรู้มั้ย? แต่ถ้านายอยากเป็นเพื่อนกับใครสักคนก็ต้องลองทำความรู้จักกันก่อน อย่างเช่นคำถามง่ายๆ ว่าชอบสีอะไร ชอบอากาศแบบไหนก็เป็นบทสนธนาเริ่มต้นที่ดีนะ นอกจากจะทำให้ไม่เงียบแล้วยังได้รู้จักกันมากขึ้นอีก”

“อืม”

“ว่าแต่ ไปชอบใครเข้าล่ะ”

วอนอูเปิดตาขึ้นทันทีแล้วทำท่าจะลุกหนีแต่ซูนยองพาดขาลงบนตักอีกฝ่ายแล้วยิ้มทะเล้น ก้อนขยุกขยุยสีชมพูในอกของวอนอูคือการแอบรักชัดๆ บวกกับแก้มสีแดงก็ชัดเจนเลยว่าวอนอูต้องไปปิ๊งใครเข้าแน่ๆ

“บอกหน่อยน่า นะ~”

“ทะ ทำไมเล่า”

“เผื่อฉันจะได้แนะนำอะไรได้ไง”

วอนอูถอนหายใจแล้วหลับตาลงอีกครั้ง ทุกคนในแฟมิลี่ปกปิดอะไรจากคอร์ไม่ได้หรอก คอร์มีอำนาจอย่างนั้นแหละ ซูนยองแอบเห็นที่หางตาว่าจีฮุนหันหน้ามาทางนี้ ทำเหมือนไม่ได้ฟังแต่จริงๆ ก็สนใจอยู่สินะ

“เป็นเจ้าของร้านเค้กที่เพิ่งไปเจอ”

“เอ๊ะ ร้านเดียวกับที่ซอกมินเพิ่งไปรึเปล่า? พอดีเลย! ซอกมินจะพาฉันไปวันนี้ล่ะ”

ก้อนสีชมพูเริ่มพองโตขึ้นและเปลี่ยนเป็นสีแดง ตอนนี้ใบหน้าของวอนอูก็เป็นสีเดียวกันแล้ว ซูนยองกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ แต่ในฐานะคอร์เขาต้องไม่แหย่ ไม่แกล้ง ทำตัวให้เป็นกลางที่สุด ไม่อย่างนั้นคงจะรับฟังปัญหาของทุกคนไม่ได้หรอก

“อยากจะมาด้วยกันมั้ยล่ะ?”

“อืม ก็ได้”

“ว่าแต่ เขาชื่ออะไรล่ะ?”

“มินกยู เป็นคนธรรมดา”

วอนอูเดินตัวปลิวหนีออกจากห้องไปก่อนจะโดน ‘จุ๊บ’ ซูนยองกลับลงมานั่งบนโซฟาแล้ววางมือลงบนอกตัวเอง จัดการกระแสสีฟ้า เขียวหม่นและเทาเข้มในตัวจนเปลี่ยนเป็นสีขาวเหมือนเดิม ระหว่างนั้นเขาก็คิดถึงเรื่องคนชื่อมินกยูที่วอนอูชอบ ซูนยองเห็นภาพขาดๆ ตอนๆ ระหว่างที่วอนอูคิดถึงคนคนนั้น สูง ผิวสีเข้ม หอมขนมเค้ก และรอยยิ้มสดใส เขาดีใจที่วอนอูอาจจะได้รักกับคนธรรมดา บางครั้งมันก็ยากที่จะรักกับฮีลเลอร์ หรือคิลเลอร์ด้วยกัน ต่างแฟมิลี่ ต่างความคิด ดีไม่ดีอาจจะมีปัญหากันด้วยซ้ำ

“อาทิตย์นี้เป็นยังไงบ้างหมิงฮ่าว”

คิลเลอร์เบอร์สองนอนอยู่บนตักของเขา มือก็กุมมือของเขาไว้บนอกตนเอง วังวนสีแดงเข้มในอกของหมิงฮ่าวเป็นสิ่งปกติ คิลเลอร์คนนี้มักมีเรื่องในใจเสมอ แต่ก็ไม่ได้กระทบกับอารมณ์อะไรนัก ซูนยองพยายามกวนสวนทางให้นิ่งลงหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล คงเป็นเพราะหมิงฮ่าวชอบคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้อยู่ประจำด้วย

“ผมอยากจะเก่งให้มากกว่านี้”

นี่เป็นประโยคประจำที่เขาพูด และซูนยองก็ตอบไปหมดทุกทางแล้ว คิลเลอร์เบอร์สองยิ้มให้เขาอย่างเข้าใจ

“แค่บอกเฉยๆ ผมพัฒนาตัวเองอยู่ทุกวัน ก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอแหละครับ”

“ดีแล้วล่ะ แต่ก็ระวังอย่ากังวลมากล่ะ ไหน หลับตาซิ”

ซูนยองวางมือลงบนหน้าผากอีกคนแล้วดำดิ่งลงไป ตะกอนกังวลของหมิงฮ่าวมีเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด แต่ก็เล็กเป็นฝุ่น ไม่มีปัญหาอะไร และมีผงระยิบระยับอีกมากมายที่คอยยึดทุกอย่างไว้ด้วยกัน หมิงฮ่าวเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็งมากคนหนึ่ง ไม่มีอะไรที่ซูนยองต้องเป็นห่วง แต่เขาก็ยังส่งพลังสีขาวของตนเองลงไปกวาดสักรอบหนึ่งซะหน่อย เอาให้เรื่องยิบย่อยน้อยลงบ้าง

“คืนนี้น่าจะหลับดีนะ”

“ขอบคุณครับ”

“ถ้าว่างๆ ก็มาคุยกันได้นะ ฉันจะช่วยหาคำตอบเท่าที่ทำได้”

หมิงฮ่าวยิ้มแล้วดึงมือของเขาขึ้นมาจูบเบาๆ ก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไป ภาพวังวนสีแดงเข้มยังคงติดอยู่ในหัวของซูนยอง และมวลสีแดงสดนั่นด้วย มันต่างจากก้อนสีชมพูของวอนอูที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ของหมิงฮ่าว มันโตขึ้นอย่างช้าๆ แต่มั่นคงและมันก็อยู่ตรงนั้นมาเป็นปีแล้ว ซูนยองหวังแต่ว่ามันจะไม่ไปเบียดเบียนส่วนอื่นๆ เท่านั้น

“ชาน ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้าจะซ้อมขว้างมีดให้ออกไปทำข้างนอกห้อง? มันรบกวนคนอื่นนะ”

“ขอโทษครับ แต่คอร์อะ วันนี้อากาศข้างนอกร้อนจะตาย ผมอยากอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ แต่ก็ไม่อยากนอนคิดเรื่องอะไรเพ้อเจ้อไปวันๆ ผมอยากจะเก่งขึ้นอีก ผมก็ต้องฝึกสิครับจริงมั้ย?”

“ชาน”

“คอร์อะะะะ”

ซูนยองถอนหายใจแต่ก็กลั้นยิ้มไม่อยู่ ชานเพิ่งเข้ามาอยู่ในแฟมิลี่ได้เกือบปีเท่านั้น เป็นสมาชิกที่ยังค่อนข้างใหม่ แต่ด้วยอายุจริงที่น้อยและนิสัยขี้อ้อนทำให้ซูนยองรักได้ไม่ยาก ระหว่างที่มือหนึ่งลูบหัวคิลเลอร์น้อยบนตัก อีกมือก็เอื้อมไปกุมมือเฮดตัวเล็กไว้ด้วย จีฮุนไม่ยอมหันมามองเขา แต่จากกระแสสีแดงเข้มที่ไหลทะลักเข้ามาผ่านฝ่ามือของเขา จีฮุนคงจะรำคาญเต็มทนแล้วล่ะ ซูนยองพลิกตัวชานให้นอนหงายแล้ววางมือลงบนอก กระแสสีฟ้าสดใสพุ่งเข้ามาในร่างเขาทันที สดใส ร่าเริง เต็มไปด้วยพลังงานและความตื่นตัว ซูนยองยิ้ม

“อาทิตย์นี้เองก็มีความสุขดีสินะ? ได้เรียนอะไรใหม่ๆ บ้างล่ะ?”

“สถาบันสอนอะไรเยอะแยะเลยครับ พอขึ้นปีสองก็เริ่มแบ่งเป็นกลุ่มเล็กลงใช่มั้ยล่ะ จัดพวกที่พลังใกล้เคียงกัน อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ผมได้คะแนนสูงสุดของกลุ่มเลย ควบคุมพลัง น้ำหนักและทิศทางของมีดได้ดีขึ้นมากเลย เอ้อ คอร์มาดูผมซ้อมสิครับ นะๆ คอร์จะได้รู้ว่าผมเก่งขึ้นเยอะแค่ไหน เวลาที่คอร์ออกไปไหนทีหลังอะ ให้ผมตามไปคนเดียวก็ได้ ผมปกป้องคอร์ได้นะครับ”

ซูนยองส่งพลังของตนเองเข้าไปในอกชานเพื่อให้สงบลงหน่อยและชานก็ค่อยๆ เงียบลง กลายเป็นนอนมองหน้าเขาเฉยๆ แล้วก็ยิ้มออกมา ซูนยองยิ้มตอบก่อนจะถามกลั้วหัวเราะ

“ยิ้มอะไรหืม?”

“รักคอร์นะครับ”

“อื้ม รักเหมือนกันนะ คิลเลอร์น้องเล็ก”

“ไม่เล็กแล้วนะครับ”

“เด็กสุดนี่นา ยังไงก็เป็นน้องเล็กนะ”

“ผมจะไปหาคนมาเข้าแฟมิลี่เราเพิ่ม! ผมจะได้ไม่เป็นน้องเล็กสักที คอร์คอยดูนะ!”

ซูนยองพยายามใช้พลังของตัวเองสู้กับชานอยู่พักหนึ่งจนสงบลงบ้างแล้วถึงดึงมากอด หอมแก้มไปทีหนึ่งหอแล้วบอกให้ไปเตรียมตัวออกไปกินข้าวข้างนอกด้วยกัน พอพูดถึงร้านเค้กชานก็ตื่นเต้นดีใจแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไป โดยไม่ลืมหอมแก้มซูนยองไปทีหนึ่งก่อนด้วย พอประตูห้องปิดลงซูนยองก็เอนหัวพิงพนักแล้วยกมือขึ้นแนบอกตัวเอง พลังสีฟ้าของชานยังวิ่งวนในตัวเขาอยู่ กว่าจะกวาดให้เป็นสีขาวหมดคงต้องใช้เวลาหน่อย รู้สึกตัวอีกทีจีฮุนก็ดึงตัวเขาให้ลงนอนบนโซฟาด้วยกัน ซูนยองลืมตาขึ้นแล้วซุกหน้าลงกับอกอุ่น

“แล้วคุณเฮดล่ะครับ? วันนี้เป็นยังไงบ้าง?”

สงบลงแล้วล่ะ จีฮุนขี้รำคาญไปหน่อยเท่านั้น แต่ก็หายง่าย ตอนนี้ตะกอนสีน้ำเงินเข้มกองอยู่ข้างใต้ ด้านบนใสแจ๋วเชียว แต่มีหมอกสีแดงอยู่จางๆ ซูนยองยิ้มแล้วเขยิบตัวขึ้นไปจูบแก้มนุ่มๆ จีฮุนส่งเสียงไม่พอใจนิดหน่อยแล้วจับคางเขาให้แหงนขึ้นอีกจนริมฝีปากอยู่ในระดับเดียวกัน หมอกสีแดงทึบขึ้นเรื่อยๆ และมีผงสีม่วงเข้ามาปนทีละน้อย ซูนยองยกแขนขึ้นโอบรอบเอวเฮดตัวเล็กแล้วลูบย้อนขึ้นไปถึงช่วงไหล่ใต้ร่มผ้า

“รักนะครับ คุณเฮด”

“บำบัดผมหน่อยนะ คุณคอร์”

สัมผัสแค่ปลายนิ้วก็ช่วยจัดการกับความรู้สึกได้ ถ้ากอดกันก็สามารถส่งความรักและความอบอุ่นให้กันได้ แต่ถ้าลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น นอกจากจะช่วยเติมเต็มกันทางอารมณ์แล้ว ยังช่วยให้ผ่อนคลาย ทั้งสงบทั้งอิ่มเอมได้เลยทีเดียว

“คุณเฮดครับ พอก่อนนะ เดี๋ยวต้องออกไปกินข้าวข้างนอกกัน สัญญาซอกมินไว้แล้ว”

จีฮุนยังซุกหน้าอยู่กับอกเขาไม่หยุด จูบนิด กัดหน่อยจนจักจี้ หมอกสีม่วงในอกเขาค่อยจางลงทีละน้อยจนกลายเป็นสีขาวเหมือนเดิม แต่ถ้าจีฮุนยังไม่หยุดโยกสะโพกบนตัวเขาแบบนี้ล่ะก็ สีม่วงต้องฟุ้งกระจายไปทั่วตัวแน่ๆ ซูนยองคว้าเอวเฮดตัวเล็กแล้วดันให้ลงมานอนข้างกันดีๆ จีฮุนถอนหายใจแล้วกอดเอวเขาแน่น หน้ายังซุกอกเขาไม่ไปไหน

“ไม่ไปไม่ได้หรอกนะจีฮุน”

เฮดในสายตาคนภายนอกน่ะ ทั้งน่ากลัว น่าเกรงขาม ในสายตาคนในแฟมิลี่เองก็ยังเรียกได้ว่าดูดุและค่อนข้างเงียบขรึม แต่สำหรับคอร์ที่อยู่ด้วยกันมานาน จีฮุนน่ะมีหลายด้านมากๆ เวลาอยู่บนเตียง ยิ่งถ้าเพิ่งเสร็จกิจ จะตัวติดเขาเป็นตังเม แถมยังดื้อเงียบอีกต่างหาก ตอนนี้ก็ไม่ยอมปล่อยท่าเดียว เสื้อผ้าก็ไม่ได้ใส่ทั้งคู่ กอดกันนานๆ เดี๋ยวจะยุ่งอีก ซูนยองผิดสัญญาซอกมินไม่ได้ด้วย ฮีลเลอร์เบอร์หนึ่งน่ะถึงจะมองโลกในแง่ดีแค่ไหนแต่ก็ขี้น้อยใจที่หนึ่งเลย

“จีฮุน ลุกไปแต่งตัวกันเถอะ”

“เฮดอยากจะอยู่บนเตียงกับคอร์ทั้งวัน ใครจะทำไม”

ดื้อสุดๆ

“เฮดครับ เราอยู่บนเตียงวันละหลายชั่วโมงติดๆ กันมาหลายวันแล้วนะ”

เงียบ

“จีฮุนน ปล่อยเถอะนะ เรากินข้าวกันกินขนมกันเสร็จแล้วค่อยกลับมานอนกอดกันต่อ ดีมั้ย? เดี๋ยวฉันให้อีกสองรอบเลยบ่ายนี้”

จีฮุนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาหา หมอกสีม่วงยังคงอยู่ แต่จางลงบ้างแล้วล่ะ


“ฮาวายเอี้ยน!”

“กินแต่ฮาวายเอี้ยนอยู่ได้ ลองของใหม่ๆ บ้างสิ”

“ของเดิมอร่อยแน่นอนอยู่แล้วจะลองอย่างอื่นทำไม ครั้งที่แล้วนายสั่งกุ้งเผ็ดอะไรไม่รู้กินไม่ได้สักคน”

“กินแต่ของเดิมๆ น่าเบื่อจะตาย ไม่ลองของใหม่จะรู้มั้ยว่ามีอะไรอร่อยอีก”

ซูนยองกุมมือจีฮุนแน่น ส่งพลังเย็นๆ เข้ากับดับไฟที่กำลังลุกโชนเต็มที่ นอกจากจะถูกงัดออกจากเตียงแล้ว ยังต้องมานั่งฟังคิลเลอร์ ฮีลเลอร์น้องเล็กเถียงกันอีก พอชานเริ่มเรียนชั้นสูงขึ้นก็เหมือนจะมีความมั่นใจมากขึ้น ทั้งหลักการ ทั้งแนวคิดก็แข็งไปหมด ฮันซลเองก็ไม่ค่อยยอมใคร เลยเป็นแบบนี้ ยังดีที่หมิงฮ่าวชิงสั่งตัดหน้าไปซะก่อนทำให้ทั้งสองคนต้องเงียบปากลง

“ทำไมถึงสั่งหน้าผักรวมมาล่ะครับ?!”

“สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องกินอาหารแต่ละหมู่ให้เท่าๆ กัน จะกินแต่โปรตีนไปสร้างกล้ามเนื้อก็ไม่ได้ เข้าใจนะ”

เข้าใจรึเปล่าไม่รู้แต่พอหมิงฮ่าวพูดจบชานก็เงียบทันที ซูนยองกลั้นขำเมื่อเห็นจีฮุนดันถาดพิซซ่าหน้าผักออกห่างจากตัวแล้วจิ้มหน้าไก่ทอดมากินแทน ซูนยองจิ้มหน้าผักมาวางบนจานให้ก็ถลึงตาใส่

“อย่างที่หมิงฮ่าวพูดนั่นแหละ กินโปรตีนอย่างเดียวไม่ได้นะครับ เฮด”

โดนหยิกหน้าขาไปทีหนึ่ง แต่จีฮุนก็ยอมกิน จะมาดันออกจากจานทำตัวเป็นเด็กๆ ต่อหน้าทั้งแฟมิลี่ก็ไม่ได้ เป็นถึงเฮด ถ้าเฮดไม่กินเดี๋ยวชานก็ได้ใจ ไม่กินตามได้อีก ซูนยองยิ้มมองจีฮุนเคี้ยวพิซซ่าผักหน้าบึ้งแล้วหันไปมองหน้าชานกับฮันซล

“สองคนก็กินซะด้วยล่ะ ฟังหมิงฮ่าวบ้าง นะ”

หมิงฮ่าวยิ้มตอบแล้วก้มลงหั่นพิซซ่าในจานต่อโดยที่รอยยิ้มไม่ได้จางหายไป ตะกอนสีแดงฟุ้งขึ้นเล็กน้อยทำให้ซูนยองบีบมือจีฮุนอีกครั้งก่อนจะจัดการกับพิซซ่าในจานตัวเองบ้าง

มินกยูหล่อกว่าที่คิดมาก ช่วงสั้นๆ ที่ซูนยองเห็นจากความทรงจำวอนอู เขาคิดว่ามินกยูจะร่าเริง สดใส ยิ้มเก่ง ไม่ใช่ว่าตัวจริงยิ้มไม่เก่งนะ ยิ้มตั้งแต่เปิดประตูเข้าไปยันตอนมาเสิร์ฟเค้กเลยล่ะ แต่ดูสุขุม ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าที่คิด ที่สำคัญสูงมากๆ ตัวใหญ่กว่าที่คิดมากพอควรเลยล่ะ ซูนยองรู้ว่าควรทำตัวเป็นธรรมชาติที่สุด แต่เขาก็อดเหลือบมองวอนอูเป็นพักๆ ไม่ได้ เขารู้จักวอนอูมานาน แต่ไม่เคยเห็นชอบใครจริงๆ จังๆ สักที ก้อนสีชมพูในใจวอนอูน่ะ เขาไม่เคยเห็นมันในลักษณะนี้เลย วุ่นวาย เลอะเทอะไปหมด ไม่ว่ามินกยูจะเป็นยังไง เขาก็มีอิทธิพลต่อวอนอูมากทีเดียว อย่างตอนนี้ที่วอนอูยืนสั่งเค้กอยู่ ตัวก็เกร็งพอดูเลย ไม่ค่อยสบตา มองต่ำอย่างเดียว แล้วก็หน้าแดงหน่อยๆ ด้วย ซูนยองคิดว่ามินกยูต้องรู้แน่ๆ ว่าวอนอูแอบชอบตัวเอง ก็ชัดซะขนาดนั้น

“จีฮุน อดทนหน่อยนะครับ เดี๋ยวกลับบ้านให้รางวัล”

จีฮุนเหนื่อยแล้วล่ะ หัวเอนมาซบแล้วยังหลับตาด้วย สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น ตอนนี้คงคิดถึงเตียงเต็มที่แล้ว ยิ่งเป็นวันอาทิตย์ด้วย วันที่ปกติจะได้เล่นซนกับซูนยองบนเตียงทั้งวัน เขากับจีฮุนรู้จักกันมาหลายปีแล้ว แน่นอนว่าความสัมพันธ์ต้องลึกซึ้งกว่ากับคนอื่นมาก ถึงจะพยายามให้เท่าเทียมกันในฐานะคอร์ แต่มันก็ยากที่จะรักใครหลายๆ คนเท่าๆ กัน โดยเฉพาะถ้าระยะเวลาที่รู้จักกันต่างกัน

“สวัสดีครับ เพื่อนของวอนอูทุกคนยินดีต้อนรับนะครับ เค้กของร้านเราอบใหม่ทุกวัน แต่ละวันจะมีเค้กไม่เหมือนกันสามารถเช็คดูจากทางเพจได้ก่อนครับ สำหรับวันนี้เรามีเค้กส้ม เค้กชอคโกแลตหน้านิ่ม เค้กชาเขียว แล้วก็เค้กเผือก ลองทานกันดูก่อนนะครับ ถ้าชอบชิ้นไหนเป็นพิเศษก็ซื้อกลับบ้านได้ครับ ตอนนี้เรามีโปรโมชั่นซื้อสามฟรีหนึ่งใส่กล่องกลับบ้านครับ”

จบด้วยรอยยิ้มที่เปล่งประกายเจิดจ้า โค้งหนึ่งครั้ง ยิ้มให้วอนอูหนึ่งทีแล้วหมุนตัวเดินจากไป วอนอูก้มหน้านิ่งแต่รังสีสีชมพูยังแผ่ออกมามากจนซูนยองรู้สึกได้ เขาคิดว่าคนอื่นๆ เองก็คงรู้สึกเหมือนกัน อาจจะยกเว้นชานไว้คนหนึ่งที่ตื่นเต้นกับเค้กและรีบหยิบส้อมขึ้นมาตักเค้กส้มทาน

“โหยยย อร่อยอะ! มาครั้งที่แล้วไม่มีเค้กเผือกเนอะพี่ซอกมิน! เราซื้ออันนี้กลับด้วยดีกว่า ซื้อสามฟรีหนึ่งใช่มั้ย? เราเอาแปดชิ้นเลย! นะๆๆ พี่ซูนยองนะ นะะะ”

“ได้สิ ไปเลือกกันนะว่าจะเอาอะไรบ้าง”

ชาน ฮันซล ซอกมินไปยืนเกาะตู้เค้กด้วยสีหน้าตื่นเต้น ชี้นู่นชี้นี่แย่งกันในขณะที่หมิงฮ่าวยืนคุมอยู่ด้านหลัง ซูนยองตักเค้กชาเขียวที่ยังเหลือป้อนจีฮุนที่เกือบหลับไปแล้ว วอนอูนั่งเขี่ยนิ้วตัวเองบนโต๊ะอยู่พักหนึ่งก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมินกยูลงนั่งบนเก้าอี้ข้างกัน ซูนยองพยายามกลั้นยิ้มเมื่อเห็นวอนอูตัวเกร็งขึ้นมาทันที

“วอนอู ชอบเค้กเผือกมั้ยครับ? น่าจะเพิ่งได้เคยทานของร้านครั้งแรกเลยใช่มั้ยครับ?”

“เอ่อ อื้ม”

“วอนอู ชอบทานเค้กตัวไหนของร้านเป็นพิเศษมั้ย?”

“เอ่อ ก็ กาแฟ”

“เอ๋ ผมว่าวอนอูยังไม่เคยมาทานวันที่มีเค้กกาแฟเลยนี่นา”

“ก็ ก็ชอบกาแฟ”

ซูนยองเริ่มรู้สึกกังวลเมื่อเห็นมินกยูยิ้มแห้งลงทุกที คนที่รู้จักวอนอูดีอย่างซูนยองน่ะ รู้ว่าวอนอูกำลังตื่นเต้นมากทำให้ตอบมั่วซั่วไปหมดโดยไม่คิด แต่มินกยูน่ะไม่รู้จะเข้าใจมั้ย เห็นทีคอร์อย่างเขาจะต้องช่วยซะแล้วล่ะ

“ขอโทษมินกยูด้วยนะครับ เมื่อคืนวอนอูนอนดึกน่ะครับ เลยงงๆ นิดหน่อย จริงมั้ยวอนอู?”

“อื้อ”

จีฮุนยกแขนขึ้นมาโอบเอวเขาแล้วซุกคอเต็มที่ กะจะหลับกลางร้านเค้กเลยใช่มั้ยเนี่ย? ซูนยองลูบหลังเฮดขี้เซาเบาๆ การกระทำที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ ไม่ได้คิดอะไร แต่นั่นทำให้มินกยูหันมาสนใจและเปลี่ยนเรื่องคุยในทันที

“โอ๋ น้องง่วงแล้วเหรอครับ?”

อุ่ย

ซูนยองส่งพลังสีขาวของตัวเองเข้าไปกวาดระเบิดสีแดงเข้มในตัวจีฮุนอย่างรีบร้อนก่อนที่มินกยูจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ซะก่อน แต่คงส่งเข้าไปรุนแรงมากไปหน่อยจนจีฮุนมึนและหมดพลังยิ่งกว่าเก่าจนสลบคาอกเขาทันที วอนอูยกมือขึ้นปิดหน้าในขณะที่มินกยูไม่ได้รู้เรื่องอะไร คิดว่าจีฮุนเป็นเด็กน้อยที่ต้องนอนกลางวัน ซูนยองทั้งขำทั้งรู้สึกแย่ ไม่รู้จะทำยังไงได้แต่หัวเราะแห้งๆ ตอบไป มินกยูเริ่มคุยกับซูนยองไปเรื่อย เพราะเป็นคนคุยเก่งทั้งคู่บทสนธนาเลยไม่ติดขัด ซูนยองชำเลืองมองวอนอูอยู่หลายครั้ง เขารู้ว่าคิลเลอร์เบอร์หนึ่งกำลังพยายามอยู่ แต่ไม่มีช่องให้พูดแทรกขึ้นมาเลย เพราะงั้นเขาเลยต้องเป็นคนเปิดโอกาสให้เอง

“เอ้อ คุณมินกยูเลี้ยงแมวนี่ใช่มั้ยครับ วอนอูเองก็ชอบแมวเหมือนกัน วอนอู นายเล่าเรื่องแมวตัวนั้นให้มินกยูฟังสิ ตัวที่นายชอบไปให้อาหารเมื่อก่อนไง”

วอนอูพูดติดๆ ขัดๆ อยู่บ้าง แต่พอเริ่มเล่าถึงเจ้าแมวสีเทาที่ชอบกระโดดมาหลบฝนอยู่ที่ระเบียงห้องวอนอูก็เริ่มพูดลื่นขึ้น มียิ้มเล็กยิ้มน้อยบ้างด้วยทั้งๆ ที่ปกติชอบทำหน้าบูดจะตายไป ซูนยองแอบสังเกตว่ามินกยูก็ดูผ่อนคลายขึ้นมาก ตอนแรกๆ ก็คงจะเกร็งตามวอนอูนั่นแหละ เขาล่ะนึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าก่อนหน้านี้คุยกันยังไงบ้างโดยที่ไม่มีเขาช่วย นึกได้ไม่นานซูนยองก็สะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงแรงขยำที่เสื้อ จีฮุนเหลือบตาขึ้นจ้องเขาเขม็ง

“กล้าทำฉันหลับเหรอครับคุณคอร์? กลับบ้านไปเจอดีแน่ เตรียมตัวไว้เลย”

ลืมไปเลยว่ามีความผิดติดตัว แย่ล่ะสิ

“สรุปว่ามีมีเค้กแค่สี่แบบอะ ก็เลยสั่งอย่างละสอง ก็มันอร่อยหมดเลยเลือกไม่ได้”

“ถือระวังนะชาน เดี๋ยวเค้กเละหมด”

“รู้แล้วคร้าบบ”

ระหว่างทางกลับบ้านชานกับฮันซลเถียงกันเรื่องว่าเค้กรสไหนอร่อยกว่าในขณะที่หมิงฮ่าวและซอกมินเดินคุยกันเรื่องร้านขนมใหม่ที่เพิ่งมาเปิดไม่นาน วอนอูเดินแอบยิ้มอยู่คนเดียว ก็วันนี้ได้คุยกับมินกยูตั้งนาน แถมมินกยูยังสัญญาว่าครั้งหน้าจะพาแมวมาให้เล่นด้วยอีก มีแต่ซูนยองนี่แหละที่ร้อนๆ หนาวๆ เพราะจีฮุนที่มีพลังสีแดงม่วงพวยพุ่งออกมาจากตัวแถมยังขู่ฟ่อๆ ไม่ยอมให้ใช้พลังช่วยอีก

ซูนยองกำลังคิดหาทางง้อเฮดหัวร้อนอยู่ ก็พอดีกับที่รู้สึกถึงพลังสีแดงเข้มของหมิงฮ่าวพุ่งมาจากด้านหลัง และสีฟ้าจากซอกมิน ถนนอิฐสีส้มและท้องฟ้าสดใสเปลี่ยนเป็นมิติสีม่วงเข้ม พวกเขาถูกดึงตัวออกจากมิติเดิมเพื่อการต่อสู้สินะ ซูนยองรีบหันหลังกลับไป และก็อย่างที่คิดเลย มีคิลเลอร์จากแฟมิลี่อื่นคิดจะมาพาตัวซอกมินไป เพราะฮีลเลอร์เป็นที่ต้องการตัวแบบนี้ล่ะนะพวกเขาถึงต้องฝึกศิลปะป้องกันตัวไว้ด้วย และถึงซอกมินจะกลัว แต่ซอกมินก็ไม่ใช่คนขี้ขลาด แน่นอนว่าไม่ใช่คนอ่อนแอด้วย พวกมันมากันสามคน หมิงฮ่าวกำลังสู้อยู่กับคนหนึ่ง และสองคนกำลังรุมซอกมินอยู่ ซอกมินเป็นฮีลเลอร์ที่รักษาทั้งร่างกายและจิตใจ แน่นอนว่าต้องเป็นที่ต้องการตัวอยู่แล้ว

“พี่ซอกมิน หมอบ”

ชาน ร้อนวิชา รีบปามีดใส่ศัตรูทันที และก็เข้าเป้าทั้งสองเล่ม ซูนยองร้อนใจอยู่บ้างเพราะชานยังไม่เคยสู้จริงๆ จังๆ นัก ทำให้ยังไม่ได้รู้จังหวะกับคนในแฟมิลี่เท่าไหร่ แต่ครั้งนี้ก็ยังไม่พลาดอะไร วอนอูกระโจนเข้าไปจัดการคิลเลอร์ทั้งสองที่รุมซอกมินซ้ำอีกรอบในขณะที่หมิงฮ่าวเตะก้านคอคิลเลอร์คนที่สามจนสลบ ซูนยองกับจีฮุนไม่ต้องเข้าไปยุ่งด้วยซ้ำ วอนอูกระชากผมของคิลเลอร์ทั้งสองที่คุกเข่าอยู่กับพื้น ใช้เวลาไม่กี่วินาทีเสียงกรีดร้องทรมานก็หยุดลงและวอนอูก็ปล่อยมือ ทิ้งให้สองร่างไร้สติกระแทกลงกับพื้น ซูนยองพาพวกเขากลับสู่มิติเดิมแล้วดึงซอกมินมากอด

“ไม่เป็นไรนะ?”

“ครับ ไม่เป็นไร”

ซอกมินเข้มแข็ง แต่ถึงจะโดนโจมตีกี่ครั้งก็ยังไม่ชินสักที ซูนยองปล่อยพลังของตัวเองเข้าไปไล่สีฟ้าออกจากตัวซอกมินให้มากที่สุด ฮีลเลอร์ตัวสูงซบหน้าลงกับไหล่ของเขาแล้วค่อยผ่อนคลายลง ซูนยองกวักมือเรียกหมิงฮ่าวให้เข้ามาหา คิลเลอร์เบอร์สองมีรอยถลอกที่แก้มนิดหน่อย สนับมือสินะ เพียงแค่จูบเบาๆ รอยนั้นก็หายไปในทันที หมิงฮ่าวซุกหน้าลงข้างแก้มของเขา

“ขอบคุณนะครับ”

“อื้ม”

กลับมาบ้านซูนยองก็ดุชานนิดหน่อยที่รีบร้อนปามีดไปแบบนั้น นอกจากกลัวจะโดนซอกมินแล้วยังอาจจะโดนวอนอูที่กำลังวิ่งเข้าไปหาด้วย เขาอยากให้ชานเรียนให้จบแล้วมาฝึกซ้อมด้วยกันก่อนถึงจะเริ่มต่อสู้ด้วยกันได้ ชานเบะปากแล้วงอแงว่าไม่อยากรอแล้ว ไม่อยากเป็นเด็กที่ช่วยอะไรใครไม่ได้แบบนี้ไปอีกหลายปี ซูนยองเข้าใจทั้งหมดนั่นแหละ เขาอาจจะแค่ห่วงชานมากเกินไปหน่อยเพราะอายุต่างกันมาก เขายังมองชานเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้จริงๆ สุดท้ายแล้วจีฮุนเป็นคนตัดสินใจว่าให้ชานร่วมสู้ด้วยได้ แต่หลังจากนี้ต้องมาฝึกกับคิลเลอร์ทุกอาทิตย์ ชานดีใจจนกระโดดกอดเลยล่ะ ซูนยองแอบขำเฮดที่ทำหน้าไม่ถูก ชอบให้คนอื่นมาจับตัวที่ไหนล่ะคนนี้น่ะ

ยกเว้นก็แต่เขานี่ล่ะมั้ง

“จะไปไหนคอร์ มานี่”

“ไม่ได้จะไปไหนสักหน่อย”

ก็อยู่ห้องเดียวกัน นอนเตียงเดียวกัน จะหนีตอนนี้ให้มันได้อะไร ยังไงก็หนีไม่พ้นอยู่ดี ยิ่งหนียิ่งโดนโมโหน่ะสิ เวลาจีฮุนโมโห ขอโทษไปไม่ได้ผลเท่าไหร่ จีฮุนรับฟังนะ แต่อารมณ์โมโหมันไม่ได้หายไปง่ายๆ ถ้าไม่ได้รับการปลดปล่อย เพราะงั้นการกระทำสำคัญกว่าคำพูด ซูนยองคุกเข่าลงตรงหน้าจีฮุนที่นั่งอยู่บนโซฟา เอาคางเกยหน้าขาแล้วพูดเสียงอ่อน

“ฉันทำไปเพราะกลัวนายจะระเบิดลงน่ะสิ วอนอูชอบมินกยูมาก ฉันไม่อยากให้เขาเสียโอกาสนี้ไป เข้าใจใช่มั้ย?”

และไม่ต้องรอคำตอบซูนยองก็รีบกระชากกางเกงเฮดตัวเล็กออกและส่งพลังเข้าไปยังจุดอ่อนของเขาทันที ทำให้เฮดรู้สึกดีด้วย ทำให้เฮดหายโกรธด้วย ได้ใช้พลังกำจัดหมอกทั้งสีแดงทั้งสีม่วงไปพร้อมกัน ไม่นานเฮดก็เอนหัวพิงพนัก อ่อนเปลี้ยไปทั้งร่าง ซูนยองกลืนกินพลังสีแดงเข้าไปจนหยดสุดท้ายก่อนจะยิ้มแล้วขึ้นไปนั่งบนโซฟาข้างกันให้เฮดได้ซบไหล่

“โอเคนะครับ เฮด?”

“อือ อย่าทำอีกแล้วกัน นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบอ่อนแอ”

“นายไม่อ่อนแอหรอก เข้มแข็งที่สุดเลยต่างหาก”


“คอร์ นอนกับผมไม่ได้เหรอ?”

“เราพูดเรื่องนี้กันหลายรอบแล้วนะชาน”

นี่น่ะเหรอที่บอกว่าโตแล้ว ชานยังชอบอ้อนขอให้เขานอนด้วยอยู่ตลอด วันกอดคอร์จะจบลงด้วยการมาส่งเข้านอน ซูนยองเลยต้องเผื่อเวลามาโอ๋น้องคนเล็กทุกอาทิตย์ คิลเลอร์เด็กน้อยที่มีมีดปักเต็มผนังยังจับมือคอร์ไว้แน่น พยายามดึงขึ้นเตียง ซูนยองโน้มหน้าลงไปจูบหน้าผากและส่งพลังเข้าไปจนชานเริ่มง่วง

“เอาล่ะ นอนได้แล้วนะ?”

“คอร์ทำผมง่วงอีกแล้ว ใจร้าย”

“ใจร้ายยังไงครับ? จะได้หลับสบายๆ ไง พรุ่งนี้วันจันทร์เราต้องตื่นแต่เช้าไปเรียนนี่”

“ครับ ไปเรียน ผมจะรีบเก่งไวๆ คอร์จะได้ออกไปไหนมาไหนกับผมได้บ้าง ไม่ใช่ว่าแค่ผมอยากพาคอร์ไปกินไอศกรีมก็ยังต้องคอยถามคิลเลอร์คนอื่นว่าว่างมั้ยเพื่อจะได้ออกไปด้วยกัน ผมจะเป็นคิลเลอร์แม่นมีดที่ปกป้องคอร์ให้ได้เลยคอยดู”

ซูนยองลูบหัวชานไปเรื่อยๆ จนหลับสนิทดีถึงจะเดินไปห้องที่สอง ฮันซลหลับไปก่อนซะแล้ว เขาเลยแค่วางมือลงบนหน้าผากลบความกังวล กลุ้มใจออกไปเพื่อให้ฝันถึงแต่เรื่องดีๆ มาถึงห้องซอกมินซูนยองก็นอนกอดฮีลเลอร์ของเขาซะหน่อย กระแสสีทองยังคงมีสีฟ้าเจือปนอยู่บ้าง แต่ซอกมินกอดตอบเขาแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ไม่อยากให้เขาใช้พลังมากเกินไปเพราะวันนี้คงเหนื่อยมามากพอแล้ว

“ผมเข้มแข็งพอครับ คอร์ไม่ต้องห่วงนะ ผมจัดการตัวเองได้ อย่าโอ๋ผมเกินไปเลยไปโอ๋ชานเถอะครับ”

อยู่กับซอกมินทีไรก็มีแต่รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะทุกที ใช้เวลานานนิดหน่อยไม่เป็นไรเพราะอีกสามคนที่เหลือนอนดึก ตอนที่ซูนยองเข้าไปในห้องหมิงฮ่าว คิลเลอร์ตัวผอมนั่งอ่านหนังสืออยู่ ซูนยองลงนั่งบนเตียงแล้วดึงหมิงฮ่าวมากอดหลวมๆ

“สงบดี ไม่มีอะไรกวนใจนะวันนี้?”

“ไม่มีครับ วันนี้ผมมีความสุขมากต่างหาก”

ที่คอร์จูบแก้มผม ซูนยองได้ยินประโยคนั้นชัดเจนโดยที่อีกคนไม่ต้องพูดออกมา ซูนยองไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงจริงๆ ผิดมั้ย? มันไม่ผิดหรอก ทุกคนในแฟมิลี่ต้องรักคอร์มากอยู่แล้ว แต่นั่นก็ทำให้หลายแฟมิลี่มีปัญหาเรื่องความรักไม่เท่ากันนี่ล่ะ หมิงฮ่าวบีบไหล่ซูนยองเบาๆ

“ผมจัดการตัวเองได้ คอร์ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

ซูนยองรู้ว่าหมิงฮ่าวเก่ง แต่เขาก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี

“แล้วจะไปเล่นกับแมวมินกยูเมื่อไหร่ล่ะ?”

“พรุ่งนี้เย็นครับ”

“ดีนะ ทีนี้ก็มีเรื่องที่คุยกันได้แล้วสิ ใช่มั้ย?”

วอนอูยิ้ม ยิ้มจริงๆ ไม่ใช่แยกเขี้ยวเหมือนปกติ คงจะชอบมากสินะคนนี้ ซูนยองคุยเล่นอยู่หน่อยหนึ่งแล้วก็กลับห้อง จีฮุนที่โดนพลังไปสองครั้งวันนี้คงเหนื่อยจัดเลยหลับไปแล้ว ต้นเหตุอย่างเขารู้สึกผิดนิดหน่อยก็จริงแต่พอเห็นเฮดที่ปกติเคร่งขรึม นอนหลับไม่รู้เรื่องแบบนี้แล้วก็อดก้มลงไปฟัดแก้มสักทีไม่ได้ จีฮุนเป็นคนผิวดี นุ่มเนียนไปหมด เสียดายที่ไม่ค่อยยอมให้ฟัดเท่าไหร่ จะมีโอกาสก็ตอนหลับแบบนี้แหละ

“ฮื่ออ”

น่ารักจริง

ซูนยองก้มหัวลงหนีแขนของเฮดที่ฟาดสะเปะสะปะมาหา คงรำคาญที่ถูกกวนสินะ เขาปีนขึ้นเตียงแล้วดึงเฮดตัวเล็กมากอดแน่น ส่งพลังสีขาวเข้าไปให้สีน้ำเงินเข้มกลายเป็นสีฟ้า ส่งสีแดงเข้าไปให้มันกลายเป็นสีม่วง และส่งสีชมพูเข้าไปจนทั่ว จีฮุนส่งเสียงในลำคอแล้วซุกหน้าเข้ากับอกเขา ซูนยองยกมือขึ้นลูบหลังแล้วกระชับกอดแน่นขึ้น

หวังว่าคืนนี้ทุกคนจะนอนหลับฝันดี

แค่นี้แหละ ที่คอร์อย่างเขาต้องการ

No comments:

Post a Comment