ซอกมินทำงานกับซึงชอลมานาน เขารู้ว่าโดยเนื้อแท้แล้วซึงชอลก็เป็นคนดี ในระดับหนึ่งนะ เขารับซอกมินเข้าทำงานตอนที่ซอกมินยังไม่ได้เก่งอะไรมากมาย เป็นแค่นักมวยเถื่อนขึ้นต่อยตามเวทีพนันผิดกฎหมาย รู้แค่ต้องเหวี่ยงหมัดซัดอีกฝ่ายให้ล้มเท่านั้น ซึงชอลเป็นคนสอนอะไรเขาหลายๆ อย่างจนเขาเป็นบอดี้การ์ดคนสำคัญ เป็นมือขวาที่ได้รับความไว้ใจ เรียกได้ว่าซอกมินเป็นหนี้ชีวิตซึงชอลเลยก็ได้
แต่ก็มีอยู่หลายเรื่อง ที่ซอกมินไม่เห็นด้วยกับซึงชอลสักนิด
เขาไม่เห็นด้วยเวลาซึงชอล ‘สั่งเก็บ’ คนที่ยังไม่ได้ทำอะไร แค่เพราะว่าอาจจะเป็นปัญหาในอนาคต เขาไม่เห็นด้วยที่ซึงชอลมักหลอกล่อคนจนไม่มีทางสู้มาเป็นมือเป็นเท้าให้ และที่สำคัญที่สุด เขาไม่เห็นด้วยเวลาที่ซึงชอลต้องการอะไร หรือต้องการใคร เขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา
เด็กคนนั้นอายุเพิ่งครบ 18 ไม่นาน ดีแค่ไหนแล้วที่อย่างน้อยก็ยังบรรลุนิติภาวะแล้วเพราะเขาเชื่อว่าซึงชอลไม่สนหรอกว่าเด็กคนนั้นจะอายุเท่าไหร่ แค่คำว่า ‘ถูกใจ’ ก็มากพอที่จะทำให้ซึงชอลลงมือจัดการแล้ว ไม่นานนักร้านขายก๋วยเตี๋ยวของเด็กคนนั้นก็ถูกพัง หนี้ค่าเช่าตึกก็ยังไม่ได้จ่าย โต๊ะเก้าอี้ที่พังเละก็ไม่สามารถเอาไปตั้งตัวทำอะไรใหม่ที่ไหนได้ แล้วก็ได้เวลาที่ซึงชอลออกโรง ทั้งเสนอทางช่วยอย่างเทวดา ทั้งขู่ทำร้ายอย่างปีศาจ ในที่สุดเด็กคนนั้นก็ตกมาอยู่ในมือของซึงชอลจนได้
คืนแรกของเด็กคนนั้น ซอกมินยังจำได้ขึ้นใจ ทั้งที่เขาอยากจะลบมันออกไปซะ
ครั้งแรกที่เขาได้คุยกับเด็กคนนั้นคือเช้าวันรุ่งขึ้น ซึงชอลเชื่อใจให้เขาเป็นคนดูแล ‘อย่าให้มันตาย อย่าให้มันหนี’ สองประโยค ซอกมินมองร่างบอบช้ำที่นอนขดตัวอยู่บนเตียง เสียงสะอื้นดังไม่ขาดสาย เขาวางกล่องข้าวผัดลงบนโต๊ะข้างเตียง เด็กคนนั้นก็สะดุ้งและขดตัวแน่นยิ่งกว่าเดิม
ซอกมินไม่รู้จะทำยังไง เขาอยากให้เด็กคนนี้รู้สึกอบอุ่นขึ้นบ้าง เพราะเขารู้ว่าซึงชอลติดใจเด็กคนนี้มาก ยังไงก็คงไม่ปล่อยไปง่ายๆ
“พี่ชื่อซอกมินนะ เราออกมากินข้าวก่อนเถอะ ร้านนี้อร่อย พี่กินประจำเลย”
นานหลายสิบนาที กว่าเด็กคนนั้นจะยอมโผล่หน้าออกจากกองผ้าห่มมา ตาบวมช้ำไปหมด และน้ำตาก็ยังไหลไม่หยุด แต่คงจะหิวเพราะจ้วงกินไม่ยั้ง ซอกมินไม่ได้โกหก นี่เป็นร้านโปรดเขาจริงๆ และเมนูนี้เขาก็กินประจำด้วย ซอกมินนั่งลงบนพื้นข้างเตียงแล้วหยิบกล่องข้าวของตัวเองออกมากินเป็นเพื่อน กินคนเดียวคงจะเหงา และถ้าเขานั่งมองอย่างเดียวก็คงเกร็ง
“เราชื่ออะไรล่ะ?”
“ซูนยองครับ”
ซอกมินพยักหน้า เขาหันหลังชนเตียง ไม่ได้มองหน้าซูนยองเพราะเขารู้ว่าอีกคนคงจะสบายใจมากกว่าถ้าเขาทำแบบนี้ ซอกมินพยายามหาเรื่องชวนคุยไปเรื่อยๆ ซูนยองตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่อย่างน้อยก็ยังทานข้าวจนหมด คงจะพอมีแรงขึ้นมาบ้าง ซอกมินก็คงต้องพูดเรื่องที่ไม่อยากพูดบ้างแล้ว
“พี่ต้องบอกความจริงกับนายนะ คุณซึงชอลคงไม่ปล่อยนายไปเร็วๆ นี้ พี่รู้ว่ามันแย่มาก แต่ซูนยองคงต้องพยายามปรับตัวหน่อย อย่าขัดใจเขาแล้วนายจะไม่เจ็บตัว แค่นั้นล่ะ”
ซูนยองเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
“ทำไมผมต้องปรับตัวด้วย ผมผิดอะไรต้องมาเจออะไรแบบนี้ ผมอยากกลับบ้าน”
ซอกมินยกมือขึ้นจับมือของซูนยองที่เกาะอยู่ข้างเตียง ซูนยองไม่ได้ดึงมือออกแล้วยังซบหน้าลงมาบนมือเขาอีกด้วย ร้องไห้จนตัวสั่น จนมือเขาเปียกไปหมด ซอกมินล่ะเกลียดจริงๆ เกลียดซึงชอลที่ทำให้ใครต่อใครต้องร้องไห้เสียใจขนาดนี้โดยที่ไม่ได้คิดจะหันกลับมามองเลย
“มันไม่ยุติธรรมหรอก แต่พี่ได้แต่แนะนำว่านายควรทำตัวยังไง เพื่อให้อยู่ได้กับสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้ว แค่นั้นแหละ”
“พี่ช่วยผมไม่ได้เหรอ?”
ซอกมินหลับตาลง บีบมือซูนยองหนึ่งครั้งก่อนจะถอนหายใจ
“พี่ขอโทษ”
โดยปกติแล้ว ซอกมินจะติดตามซึงชอลไปทุกที่ เป็นทั้งคนขับรถ ทั้งบอดี้การ์ด แล้วก็คอยจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่กวนใจซึงชอลด้วย แต่ตั้งแต่ซูนยองเข้ามาในบ้าน ซอกมินก็มีหน้าที่ดูแลซูนยองซะส่วนใหญ่ จะออกไปกับซึงชอลแค่เฉพาะเวลาไป ‘คุยงาน’ เท่านั้น ซอกมินรู้สึกเป็นเหมือนพี่เลี้ยงเด็กนิดหน่อย หาข้าวให้กิน พาออกไปเดินข้างนอกบ้างไม่ให้เหี่ยวเฉา ก็คือพยายามให้ซูนยองมีความสุขที่สุดในกรอบชีวิตที่แสนเศร้า เพื่อให้สดใหม่ รอให้ซึงชอลมาซ้ำเติมเท่านั้น
“ซูนยอง วันนี้อยากกินอะไรดี?”
“อะไรก็ได้ครับ”
ซูนยองมีวันที่แย่นิดหน่อย วันที่แย่มาก และวันที่แย่ที่สุด วันนี้คงเป็นแบบที่สาม เมื่อคืนซึงชอลเมากลับบ้านมา ซอกมินได้ยินเสียงซูนยองร้องดังลั่น เขาอยากจะปิดหู เปิดเพลงเสียงดังๆ เพื่อให้ไม่ได้ยินจริงๆ แต่ในใจเขาก็ปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ดี
“แต่งตัวนะ เดี๋ยวพี่พาออกไปกินเนื้อย่าง”
ซอกมินไม่คิดว่าซูนยองจะหนีหรอก เพราะเขาไม่มีที่ให้ไปแล้ว พ่อกับแม่ตอนนี้เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเหมือนเดิมได้ก็เพราะซึงชอล ถ้าซูนยองหนีไปทั้งสองคนก็ต้องถูกทำร้ายเป็นรายแรกแน่นอน เพราะงั้นซูนยองคงไม่หนี แต่ถึงจะหนี ซอกมินก็เชื่อว่าเขาตามจับได้อยู่ดี เขาเลยไม่ได้เดินจับมือซูนยอง ถึงจะอยากจับก็เถอะ ซูนยองเดินตัวลีบตามหลังเขา มือจับๆ ข้อมือที่เป็นรอยช้ำของตัวเองตลอดเวลาจนถึงตอนที่นั่งอยู่ในร้านอาหาร
“แพง..”
ซูนยองพึมพำเสียงเบา ซอกมินยิ้มนิดๆ เขาเองรู้สึกว่าแพง แต่นี่เป็นบัตรของซึงชอลนี่นะ เขาจะใช้เท่าไหร่ก็ได้ เพราะงั้นเขาก็เลยเลือกจะมาซื้ออาหารอร่อยๆ ให้ซูนยองกิน ซูนยองนี่ล่ะสมควรจะได้กินของดีๆ มากที่สุด
“เอาชีสวางไว้บนเนื้อ ผักห่อทับแล้วจิ้มน้ำจิ้มนี้ดูสิ อร่อยนะ นายชอบกินข้าวผัดร้านเดียวกับพี่ เราอาจจะชอบกินอะไรคล้ายๆ กัน”
ซูนยองทำตาม แล้วก็ทำตาโต อมยิ้มหน่อยๆ ด้วย นั่นทำให้ซอกมินยิ้มออกมา เขาไม่เคยเห็นซูนยองยิ้มเลย จากนี้ไปเขาคงพาออกมาจากบ้านบ่อยขึ้น ออกมาจากที่ที่มีประสบการณ์แย่ๆ ซูนยองคงจะสดใสขึ้นบ้าง
“อยากกินไอศกรีมมั้ย? เคยกินร้านนี้รึเปล่า อร่อยนะ?”
ซูนยองส่ายหน้า และซอกมินก็ไม่แปลกใจ ก่อนที่เขาจะมาทำงานกับซึงชอลเขาก็ไม่เคยหรอก ห้างนี้ไม่เคยเข้าด้วยซ้ำ แต่เขาและซูนยองก็เสียสละอะไรมากมายเพื่อความสุขของซึงชอล เพราะงั้นบัตรในมือนี้เขาจะรูดจนดว่าจะพอใจเลย เขาพาซูนยองมาเดินเล่นในสวน และนั่งกินไอศกรีมกันตรงหน้าบึงน้ำ อยู่ๆ ซูนยองก็หันมามองหน้าเขา พอซอกมินหันไปหา ซูนยองก็ยิ้มเศร้าๆ
“ผมอยากให้ทุกวันเป็นแบบนี้จังครับ”
เขายิ้มเพราะมีความสุขในตอนนี้ แต่ก็รู้ดีกว่ากลับบ้านไปทุกอย่างก็ยังเป็นเหมือนเดิม
ซอกมินตื่นขึ้นกลางดึกเพราะเสียงเคาะประตู และตกใจเมื่อเห็นซูนยองยืนร้องไห้อยู่ด้านหน้า เขาไม่รู้หรอกว่าซึงชอลไปอารมณ์เสียอะไรมา แต่เขามักระบายอารมณ์กับใครก็ตามที่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้อยู่ตลอด ซอกมินไม่รู้จะทำยังไง เขารู้ว่ามันไม่ควร แต่เขาคงบังคับให้ซูนยองกลับไปนอนที่ห้องตัวเองไม่ได้หรอก เขาไม่อยากทำอย่างนั้น หลังจากทายาให้เรียบร้อยแล้วซูนยองก็ซุกตัวเข้าหาซอกมิน สะอื้นอีกไม่กี่นาทีก็ผล็อยหลับไป ซอกมินดึงผ้าห่มขึ้นห่อตัวเด็กน้อยไว้ เขาอยากให้ซูนยองรู้สึกอบอุ่นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“ชอบเด็กคนนั้นเหรอ ซอกมิน?”
ซึงชอลถามเขาขึ้นมาในวันหนึ่ง ซอกมินนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบอะไร และซึงชอลก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ แค่หัวเราะแล้วแล้วก็ส่ายหัว
“ซูนยอง หนังเรื่องนี้น่าดูนะ เราไปดูกันมั้ย?”
ซูนยองตื่นเต้นน่าดู แต่งตัวอย่างดี ตาโตเป็นประกายเมื่อซอกมินซื้อป๊อปคอร์นและน้ำอัดลมให้ พอเข้าโรงไปได้จ้วงกินป๊อปคอร์นก็ยิ้มใหญ่ ซอกมินสั่งรสรวมมิตรให้อย่างที่ชอบ บ่ายวันนั้นมีความสุขน่าดูเลยล่ะ ถึงขนาดที่นั่งรถกลับบ้านแล้วซูนยองก็ยังยิ้มอยู่บ้าง ทั้งที่ปกติแค่พูดว่าต้องกลับหน้าก็เศร้าแล้ว ซอกมินหวังอยากจะให้ซูนยองได้ยิ้มตลอดทั้งวันบ้างจริงๆ
“เสาร์อาทิตย์นี้เราจะพาลูกค้าไปเลี้ยงที่ริมทะเลที่เดิม ซูนยองก็ต้องไปด้วย”
ซอกมินรู้สึกทั้งโกรธ ทั้งกลัว กลัวแทนซูนยอง กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาทำงานกับซึงชอลมาหลายปี มีเหรอจะไม่รู้ว่าเวลาไปเลี้ยงลูกค้าที่นั่นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซูนยองที่ไม่รู้เรื่องก็ได้แต่จัดกระเป๋าเตรียมเสื้อผ้าไปเนือยๆ เพราะซึงชอลไปด้วยเขาก็เลยไม่มีความสุขเท่าไหร่ ซอกมินเป็นคนขับรถให้ซึงชอล และซึงชอลก็รังแกซูนยองที่เบาะหลังตลอดทาง ซอกมินพยายามมีสมาธิกับถนนตรงหน้า แต่เสียงร้องของซูนยองก็ยังดังลั่นรถ
บางที ซอกมินอาจจะเกลียดซึงชอลมากจริงๆ
ซูนยองไม่อยากออกไปเล่นน้ำแล้ว นั่งทำหน้าเศร้าอยู่บนโซฟาในขณะที่ซึงชอลออกไปที่หาด จริงๆ แล้วซอกมินควรตามซึงชอลออกไป คอยดูแลลูกค้าด้วย คอยดูแลซึงชอลด้วย แต่ซึงชอลบอกว่าไม่เป็นไร ให้ดูแลซูนยองให้พร้อมสำหรับคืนนี้ ซอกมินกัดฟันก้มหน้ารับ เขาพยายามทำใจให้สบายและนั่งดูทีวีกับซูนยอง แต่ก็ทำได้ยาก
“พี่ซอกมิน คืนนี้จะเกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
ซูนยองถามเสียงเรียบ ซอกมินคิดว่าการบอกความจริงที่โหดร้ายมันดีกว่าการปิดบังมันไว้ด้วยคำโกหกที่สวยหรู แต่ในเวลานี้เขาพูดไม่ออกจริงๆ ซูนยองซุกหน้าลงกับเข่าและซอกมินก็อดไม่ไหว ดึงร่างเด็กน้อยเข้ามากอด
“ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ”
ลูกค้ามาถึงแล้ว ซึงชอลนั่งคุยหัวเราะสบายอารมณ์บนโซฟาโดยที่แขนโอบรอบเอวซูนยองที่นั่งอยู่บนตัก ซอกมินแทบไม่อยากมองภาพตรงหน้าเลยจริงๆ สีหน้าซูนยองแย่มาก ไม่ใช่เจ็บปวด ทรมาน แต่เป็นสีหน้าว่างเปล่าของคนที่รับความจริงได้แล้ว ซอกมินเป็นคนบอกให้ซูนยองพยายามอยู่กับความจริงให้ได้ แต่จริงๆ แล้วเขาเองไม่ได้อยากให้ซูนยองทำแบบนั้นเลย ทำไมจะต้องรับความจริงที่โหดร้ายแบบนี้ด้วย
เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น และซอกมินก็เดินไปเปิด เขาตกใจเล็กน้อยที่เห็นคนสามสี่คนยืนอยู่ด้านหน้า ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย จากการแต่งตัวเขาก็พอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร เขาพาเดินเข้าไปในห้องรับแขกและซึงชอลก็ลุกขึ้นแล้วดึงซูนยองเดินมาหาเขาพร้อมรอยยิ้ม
“ดีใจด้วย รางวัลสำหรับความจงรักภักดีของนายที่ไม่ขัดขวางอะไรฉัน ถึงแม้ว่ามันจะทำให้นายเจ็บปวด ซูนยองเป็นของนายแล้ว”
ซอกมินยืนอึ้งในขณะที่กลุ่มลูกค้าเริ่มเล่นสนุกกับโสเภณีที่ซึงชอลจ้างมา ซูนยองเองก็ตกใจเหมือนกันแต่พอซึงชอลปล่อยมือเขาก็รีบเดินมาหาซอกมินทันที และซอกมินก็ดึงเด็กน้อยของเขามากอดไว้แน่น
“แต่นายแน่ใจแล้วเหรอ? ว่าจะเอาคนนี้? แทนที่จะเอาของเหลือจากฉัน ฉันหาให้นายได้ดีกว่านี้เยอะเลยนะ”
ซอกมินรู้สึกขอบคุณนะ ที่ซึงชอลยังมีใจจะยกซูนยองให้เขา ถึงแม้ว่ามันจะลบล้างกับสิ่งที่เขาทำกับซูนยองไม่ได้ก็ตาม แต่คำพูดร้ายๆ ของซึงชอลทำให้ซอกมินเลือดขึ้นหน้า
“ถ้าคุณจะพูดแบบนั้น ผมเอง ก็เป็นของเหลือจากเวทีมวยเหมือนกันแต่คุณก็ยังเอาของเหลือมาเป็นบอดี้การ์ดของคุณ”
ซึงชอลไม่ได้ยิ้มแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีสีหน้าโมโหอะไร แค่แปลกใจเท่านั้น คงเพราะซอกมินไม่เคยต่อปากต่อคำกับซึงชอลเลยสักครั้ง
“นั่นมันไม่สำคัญหรอก เพราะจริงๆ แล้ว ใครๆ ก็มีค่าทั้งนั้น ผมเห็นค่าในตัวเอง และผมก็เห็นค่าในตัวซูนยอง ผมหวังว่าคุณจะเห็นค่าในตัวคนอื่นๆ บ้าง”
คืนนั้นซูนยองนอนห้องซอกมิน เด็กน้อยแทบไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นอิสระแล้วจริงๆ ทั้งร้องไห้ ทั้งหัวเราะ โถมกอดซอกมินแน่นไม่ยอมปล่อย ซอกมินลูบหัวลูบหลัง ขอโทษนับครั้งไม่ถ้วนที่ตัวเองเข้มแข็งไม่พอจะปกป้องซูนยองได้ ถึงการที่เขาไม่ทำอะไรเลยจะเป็นเหตุผลที่ซึงชอลเชื่อใจ และยอมปล่อยซูนยองให้เขาก็ตาม แต่เขาก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี
“ไม่เป็นไรหรอกครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือพี่ปลดปล่อยผม ตอนนี้ผมจะทำอะไร จะไปที่ไหนก็ได้แล้ว ผมดีใจที่สุดเลยครับ”
ซอกมินช่วยซูนยองเก็บข้าวของที่ใช้บัตรซึงชอลรูดซื้อใส่กระเป๋าและพาไปส่งที่บ้าน พ่อกับแม่ของซูนยองร้องไห้กอดลูกชายแน่น ขอโทษครั้งแล้วครั้งเล่าที่ต้องเป็นสาเหตุให้ซูนยองไปเจอเรื่องร้ายๆ แบบนั้น แต่ซูนยองก็ยิ้มและบอกว่า ยังไงตอนนี้ก็ได้กลับมาแล้ว และร้านก็ใหญ่ขึ้น มั่นคงขึ้นมาก สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ให้ผ่านไปเถอะ
“แต่ที่ร้านเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวไม่ใช่เหรอ? แบบนี้ก็ต้องซื้อวัตถุดิบมาเก็บไว้เพิ่มน่ะสิ จะคุ้มเหรอ?”
“แต่พี่ซอกมินชอบกินข้าวผัดร้านนั้นมากนี่ครับ ซื้อให้ผมกินบ่อยจนผมว่าผมน่าจะพอทำเป็นแล้วล่ะ ผมอยากทำขาย อยากทำให้พี่กินด้วย”
“ไม่ลำบากเราเหรอ?”
“ไม่ลำบากหรอกครับ ผมจำรสชาติได้แม่นเลย ใส่ผงชูรสเยอะๆ ก็พอแล้ว”
“ตัวแสบ”
ซูนยองเปลี่ยนไปมาก หรือจริงๆ แล้ว นี่ต่างหากคือซูนยองตัวจริง ร่าเริง สดใส ขี้เล่น ซอกมินมาฝากท้องกับร้านของซูนยองทุกครั้งที่มีโอกาสโดยพยายามไม่ให้เสียงาน ซึงชอลก็ไม่ได้ว่าอะไร ซูนยองชักจะซนขึ้นเรื่อยๆ แถมยังดื้ออีกต่างหาก เมื่อก่อนเอาข้าวอะไรให้กินก็กิน เดี๋ยวนี้กินขนมเยอะ มื้อหลักก็ไม่ยอมกินข้าวก็มี บางวันซอกมินแวะมาหาตอนเช้า ตื่นไม่ขึ้นก็มี ทุกๆ วันซูนยองทำให้ซอกมินยิ้มได้เสมอ เหมือนเขาได้ค่อยๆ รู้จักซูนยองมากขึ้นทีละนิด
“พี่ซอกมิน อะไรเนี่ย?”
ซอกมินถอนหายใจแล้วพยายามเก็บกล่องช็อคโกแลตหนีแต่ซูนยองวิ่งมาดึงมือไว้แถมยังแย่งไปถืออีก ซนนักล่ะ พอซูนยองอ่านการ์ดที่แปะไว้ด้านหน้าแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองซอกมินที่อุตส่าห์ใส่สูทแต่งหล่อมาเต็มที่
“พี่จะขอผมเป็นแฟนเหรอ?”
“ได้มั้ยล่ะ?”
“ได้สิๆ เป็นเลย”
มันง่ายไปหน่อยมั้ยเนี่ย ซอกมินอยากให้มันมีความหมาย อยากให้ซูนยองเข้าใจความรู้สึกของเขาจริงๆ มากกว่านี้ เขาเลยกุมมือซูนยองไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะแกะกล่องหยิบช็อคโกแลตเข้าปากซะก่อน
“ซูนยอง พี่รู้จักเรามานานแล้วเนอะ เกือบปีแล้ว แต่เพิ่งไม่กี่เดือนนี้เองที่พี่ได้ดูแลเราจริงๆ จังๆ ก่อนหน้านี้พี่ขี้ขลาดเกินไป”
“พี่ซอกมิน มันไม่-”
“ฟังพี่พูดก่อนนะครับ พี่รู้ว่าพี่พูดบ่อยแล้ว แต่พี่ขอโทษ ขอโทษที่พี่ไม่ทำอะไรเลยทั้งๆ ที่พี่เห็น พี่รับรู้ทุกวันว่าเราเจ็บแค่ไหน พี่ขอโทษที่พี่ปกป้องเราไม่ได้ และมันจะติดอยู่ในใจพี่ตลอดไป แต่หลังจากนี้ พี่ขอสัญญาว่าพี่จะปกป้อง จะดูแลเราให้ดีที่สุด ขอบคุณที่ให้อภัยพี่ ขอบคุณที่อยู่กับคนแบบพี่ พี่รักเรานะซูนยอง”
ซูนยองดึงซอกมินไปกอดแล้วตบหลังเบาๆ
“พี่ซอกมิน ผมรู้ว่าพูดยังไงพี่ก็จะยังพระเอกแบกรับความผิดไว้คนเดียวอยู่ดี แต่พี่ก็รู้นี่ครับ ว่าตอนนั้นพ่อกับแม่ผมอยู่ในมือเขา ถึงพี่จะช่วยผม ยังไงเขาก็ต้องทำร้ายพ่อกับแม่อยู่ดี เราไม่มีทางหนีเขาพ้นหรอกครับ นอกจากวิธีนี้นั่นแหละ พี่ไม่ตกงาน พ่อกับแม่ผมก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ และตอนนี้ผมก็สบายดี เพราะงั้นพี่ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะครับ จริงๆ นะ”
แล้วซูนยองก็นั่งกินช็อคโกแลตหนุบหนับบนตักเขา ซอกมินนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง จับมือแล้ว กอดแล้ว นอนกอดบนเตียงก็ทำแล้ว หอมแก้มเคยครั้งหนึ่งตอนที่ซูนยองกินมันเผาแล้วน่ารักมากๆ จนอดใจไม่ไหว แต่ตอนนี้ที่เป็นแฟนกันแล้ว เขาอยากจูบซูนยองบ้างเหมือนกัน ติดที่ว่าไม่รู้จะเริ่มยังไง
“จูบได้นะครับ”
“ห๊ะ??”
“ผมเห็นพี่จ้องปากผมซะขนาดนี้ จะไม่รู้ได้ไง จูบได้นะ ผมกินช็อคโกแลตอยู่ หวานแน่นอนเลย”
พูดจาอันตรายจริง แต่ในเมื่อเสนอมาแบบนี้ ซอกมินจะไม่สนองได้เหรอ เขาจับท้ายทอยซูนยองแล้วดึงเข้าหาตัวก่อนจะจูบแฟนตัวเล็กบนตักอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนที่สุด กำลังจะรู้สึกหวานซึ้งอยู่แล้วเชียวซูนยองก็หัวเราะคิกคักออกมาก่อนจนซอกมินเริ่มเสียความมั่นใจ
“ขำอะไรเหรอ?”
“พี่ซอกมินอะ พี่จูบผมเหมือนตอนจบเทพนิยายยังไงไม่รู้อะ มีมุม มีจังหวะมากเลย ผมรู้สึกเหมือนได้ยินดนตรีบรรเลงขึ้นมาเลยอะ”
“ตัวแสบ! ทำลายบรรยากาศเก่งนัก! พี่ไม่ให้กินแล้วช็อคโกแลต เอามานี่เลย!”
“อ๊าา ไม่เอานะ พี่ให้ผมแล้วนี่!”
ซอกมินเกลียดซึงชอลในหลายๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องที่เขาทำกับซูนยองด้วย มากเป็นพิเศษเลยล่ะ แต่อย่างน้อยตอนนี้ซูนยองก็อยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว แน่ล่ะมันมีวิธีอื่นอีกมากมายที่จะทำให้เขากับซูนยองได้เจอกัน แต่ในเมื่อมันเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว เขาก็ต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้เท่านั้น
ซูนยองในวันแรกที่เจอ สิ่งที่เขารู้สึกคือความสงสาร หลังจากนั้นก็เป็นความเอ็นดู เปลี่ยนมาเป็นความอยากปกป้อง มาจนถึงวันนี้ไม่ว่ามันจะเกิดจากอะไร แต่เขารักซูนยองมากจริงๆ ทั้งรัก ทั้งอยากดูแล
เขาหวังว่าต่อไปนี้เขาจะสามารถทำให้ซูนยองยิ้มมีความสุขได้ในทุกๆ วัน โดยที่ไม่ต้องทนรับความเจ็บปวด ความโหดร้ายอีกต่อไป
No comments:
Post a Comment