Monday, 31 December 2018

II 17 Hybrids II Roborovski Hamster / Bunny / Guppy #jicheol #gyuhaosoon

หลังจบคอนเสิร์ตก็เป็นปกติที่ทุกคนจะหยุดยา โดยครั้งนี้เริ่มจากซึงชอล จีฮุน และซูนยองก่อน ซูนยองน่ะต้องรีบหยุดก่อนเพื่อนอยู่แล้ว เพราะซนที่สุด ทุกคนจะได้ช่วยกันดูแลให้เสร็จไปก่อนแล้วก็ค่อยสบายขึ้นหน่อย ยกเว้นจุนที่ต้องดูแลแมวดื้ออย่างวอนอูต่อ อีกอย่าง ส่วนใหญ่ซูนยองจะหยุดยาก่อนคอนเสิร์ตวันหนึ่งด้วย เพราะการปล่อยให้ร่างแฮมสเตอร์ออกมาบ้างก็จะทำให้คอนเสิร์ตสนุกขึ้นอีก

“โอ้โหโอ้โฮ้ซอกมินซอกมินนน คนฮอตย่างเนื้อล่ะ! โกซอกมิน! โกซอกมิน! โกซอกมิน โว้วววววว!!!”

แค่นั้นทุกคนก็รู้กันว่าซูนยองเริ่มแล้ว พรุ่งนี้หูคงโผล่แน่นอน ตัวหลักในการดูแลซูนยองอย่างหมิงฮ่าวกับมินกยูก็หันไปพยักหน้าให้กัน ต้องเหนื่อยหน่อยแล้วล่ะ ทุกคนสนิทกับซูนยองมากก็จริง แต่มีแต่หมิงฮ่าวที่ดุพอ กับมินกยูที่ละเอียดพอเท่านั้นที่จะคุมแฮมสเตอร์ซนๆ คนนี้ได้ ถ้าเป็นวอนอูก็คงปล่อยให้พังบ้านเละแล้วนั่งหัวเราะอยู่ใกล้ๆ หรือถ้าเป็นซอกมินก็คงโดนปั่นหัวหมุน บางครั้งจองฮันก็เป็นคนดูแลบ้าง แต่การดึงมานอนกอดแล้วหลับไปนี่ก็ไม่ได้เรียกว่าเป็นการช่วยสักเท่าไหร่

“นี่ๆๆๆ ใครอยากไปซ้อมเต้นกันบ้างล่ะ ไปมั้ยๆๆ”

“พี่จะบ้าเหรอนี่เราเพิ่งเล่นคอนเสิร์ตเสร็จนะ!”

“ซูนยอง กลับ!”

โจชัวเป็นคนหิ้วซูนยองกลับบ้านเอง โดยที่เจ้าตัวยังยิ้มและหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่ถึงจะไม่ได้ไปเต้นตามที่ต้องการก็เถอะ หมิงฮ่าวกับมินกยูรีบอาบน้ำนอนทันที หลังจากวันนี้ยังคงต้องเหนื่อยต่ออีกหน่อย จะเสียเวลาพักผ่อนไม่ได้เด็ดขาด คนอื่นๆ ก็ค่อยๆ ทยอยเข้านอนเช่นกัน คอนเสิร์ตสองวัน แปดชั่วโมง เหนื่อยเอาเรื่องเลยล่ะ

แต่ก็ ทำได้ดีเหมือนเคยเลยนะ เซเว่นทีน

“พี่ซึงชอล มาได้ไงเนี่ย”

จีฮุนตื่นมาอีกทีซึงชอลก็นอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขนแล้ว หูยาวๆ สีดำกับหางฟูๆ ที่โผล่พ้นกางเกงนอนทำให้จีฮุนอดเอื้อมมือไปลูบไม่ได้ นุ่ม ซึงชอลเวลากลายร่างน่ะไม่ค่อยต้องดูแลสักเท่าไหร่หรอก เป็นกระต่ายที่ประพฤติตัวดี อยู่เงียบๆ ไม่ทำความเดือดร้อนอะไร ยกเว้นเวลาเกิดเป็นบ้าขึ้นมาก็จะไล่งับสายไฟคอมพิวเตอร์ ถ้าเป็นของวอนอูก็จะถูกดันออกมา คนนั้นน่ะรักคอมยิ่งกว่าอะไร แต่เคยมีอยู่หลายครั้งที่ดันไปกัดของเครื่องตัวเองขาด พอกลับร่างก็นั่งซึมอยู่หลายวัน ว่าแต่ วันนี้ทำไมถึงมานอนบนเตียงเขาแบบนี้ล่ะเนี่ย

“ไม่สบาย?”

ซึงชอบพยักหน้าน้อยๆ หน้าผากอุ่นๆ เหมือนไข้จะเริ่มขึ้น จีฮุนดันตัวคนพี่ออก รีบยกนิ้วห้ามไม่ให้งอแงแล้วพยายามดึงให้ลุกขึ้นตามออกไปกินยาในครัวดีๆ เขาไม่อยากปลุกมินกยูที่นอนอยู่ห้องเดียวกัน เด็กนั่นเดี๋ยวคืนนี้ก็คงต้องรับศึกหนักอีก ยังดีที่ซึงชอลเจ็บคอมากจนพูดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงโวยวายไม่ยอมลุกจากเตียงแน่ๆ แต่พอเห็นทำหน้าทำตาน่าสงสารแล้วก็ใจอ่อน คงทรมานน่าดูเลยล่ะนะที่ใช้เสียงไม่ได้ตามต้องการ

“มานี่เถอะครับ มาทานยาแล้วเดี๋ยวผมสั่งโจ๊กมาให้กิน”

ซึงชอลยอมตามออกมาและกินยาแต่โดยดี แต่พอจีฮุนจะสั่งโจ๊กให้ก็เบ้ปากแล้วส่ายหน้ารัวๆ จีฮุนดุว่าคอเจ็บแบบนี้กินโจ๊กน่าจะลื่นคอที่สุดแล้ว ซึงชอลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาว่า อยากกินซุป จีฮุนขมวดคิ้วแล้วบอกให้เลือกสั่งอาหารเอง ซึงชอลยิ้มแป้นแล้วกดสั่งซุปแครอทฟักทองกับขนมปังไป แครอท สมกับเป็นกระต่ายจริงๆ

“ทีนี้ก็ รอซุปมา”

ทำอะไรดีนะ ยังขี้เกียจอาบน้ำด้วยสิ ยังไม่ทันที่จีฮุนจะได้คิดอะไร ซึงชอลที่ป่วยแค่เป็นไข้เจ็บคอแต่ร่างกายยังแข็งแรงก็จัดการจับคนน้องอุ้มพาดบ่ากลับเข้าห้องนอนเพื่อไปนอนกอดต่อ จีฮุนล่ะเหนื่อยใจ พอไม่สบายทีไรก็ขี้อ้อนแบบนี้ทุกที เอาเถอะ เขาก็อยากพักเหมือนกัน ก็เลยหลับกันต่อจนลืมเวลา

“ใครสั่งซุปมา! ทำไมไม่รู้จักเอาเอง! ห๊ะ!?”


ปกติแล้วแฮมสเตอร์ต้องคึกตอนกลางคืนนี่นา แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น? จองฮันยืนอึ้งอยู่หน้าประตู เขากะว่าจะเข้ามานอนกอดซูนยองเหมือนทุกที แต่แทนที่จะเห็นแฮมสเตอร์ตัวน้อยนอนขดอยู่บนเตียง เขากลับเจอแฮมสเตอร์สุดซนเต้นแอโรบิคอยู่กลางห้องแทน แล้วฮันซลนี่ก็ยังนอนได้ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลย อยากจะเอาหูฟังไปพังทิ้งนัก ถ้าไฟไหม้ขึ้นมาจะรู้อะไรกับเขาบ้างมั้ยเนี่ย แต่ถึงอย่างนั้นจองฮันก็ยังเป็นพี่ที่ดีพอ

“ซูนยอง ฮันซลนอนอยู่ เราออกมา-”

“พี่จองฮันนนน! อรุณสวัสดิ์ครับอรุณสวัสดิ์เรามาเต้นแอโรบิคด้วยกันมั้ยล่ะ เป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ดีมากๆเลยนะครับรู้เปล่าล่ะรู้เปล่ารู้เปล่า”

น้องครับ เพิ่งจบคอนเสิร์ตไปร่างกายพี่ไม่ต้องการอะไรนอกจากนั่งกับนอนเท่านั้นล่ะครับ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป หรือจะเรียกว่าพูดไม่ทันก็ได้เพราะซูนยองเหมือนจะเพิ่งเห็นด้วยกับจองฮันและหยิบโทรศัพท์ตัวเองวิ่งจู๊ดออกจากห้อง เกือบชนจองฮันที่ยืนพิงประตูอยู่คว่ำ

“ซูนยอง ซูนยอง หนูจะไปไหน ซูนยองงงง!!”

“โอ๊ะ จับได้พอดี”

“ชัวววว”

จองฮันแทบจะร้องไห้เมื่อเห็นโจชัวกอดซูนยองไว้ได้ทัน เขากลัวว่าจะทำน้องหายน่ะสิ วิ่งไวขนาดนั้นแล้วเขาเองก็ไม่มีพลังงานพอจะวิ่งตามออกไปไหนต่อไหนด้วย ดีที่โจชัวแข็งแรงพอจะจับแฮมสเตอร์แบตเต็มไว้ได้ โจชัวเลิกคิ้วเอียงหัวถามว่าจะเอายังไง จองฮันเหลือบตาไปมองโซฟาหน้าทีวีแล้วหันไปยิ้มชั่วร้ายให้ โจชัวเองก็แสยะยิ้มออกมาทันที

ได้เวลาฟัดแฮมสเตอร์!

“พี่จีซู พี่จองฮันผมอยากออกไปเล่นข้างนอกนี่นาาา!! ไม่ได้อยากนอนดูทีวีอะปล่อยผมน้าาาาา!!”

“ร่างกายคนเราต้องการการพักผ่อนนะซูนยอง นอนนิ่งๆ เถอะเด็กดี”


“จะต้องให้ผมป้อนด้วยเหรอ?”

ซึงชอลทำปากยื่นแล้วชูมือขึ้นมาให้ดู กลายเป็นอุ้งเท้านุ่มๆ ไปซะแล้ว ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ จีฮุนเปิดกล่องซุปออก ตักขึ้นมาหนึ่งคำ ต้องเป่าให้ก่อนด้วยนะ แล้วถึงยื่นไปให้ซึงชอลที่อ้าปากรับอย่างว่าง่าย พอจะตักคำที่สองซึงชอลก็ยกอุ้งเท้ามาชี้ๆ ที่ขนมปัง ใบ้กันอยู่ไม่นานจีฮุนก็เข้าใจว่าซึงชอลจะให้เอาขนมปังจุ่มซุปให้กิน เรื่องเยอะนะ ป้อนซุปคำ ขนมปังคำ ไปไม่นานก็หมดลง พอถามว่าอิ่มมั้ยซึงชอลก็ยิ้มแล้วพยักหน้า แต่ตอนที่จีฮุนั่งกินไก่ทอดกับโคล่าก็มองตาละห้อยเชียว โอเค จีฮุนอาจจะใจร้ายไปหน่อยที่เอาของทอดมาวางล่อคนเจ็บคอแบบนี้ เพราะงั้นเขาเลยพยายามรีบกินให้หมดอย่างรวดเร็วแล้วเอาขยะไปทิ้ง

“แล้วยังไงต่อ จะทำอะไรดี?”

ซึงชอลนั่งกระพริบตาปริบๆ ใส่เขา ก่อนมือข้างหนึ่งจะยกขึ้นชี้ไปทางห้องนอนช้าๆ จีฮุนขมวดคิ้ว

“จะกินๆ นอนๆ ทั้งวันเลยเหรอ?”

โดนขมวดคิ้วกลับ

“โอเค จะนอนก็ได้ แต่รอให้อาหารย่อยก่อนนะ ไปนั่งโซฟา- ว้อยยย อุ้มทำไมนักหนาเนี่ย!!”

มาจบที่เตียงเหมือนเดิม จีฮุนพยายามดันตัวขึ้นนั่งแต่ก็ถูกลากลงไปนอนกอดเหมือนเดิม แล้วใช้เวลาไม่นานคนป่วยก็หลับปุ๋ย ทำหน้าที่เป็นกระเป๋าน้ำร้อนใบใหญ่ให้จีฮุนรู้สึกอุ่นสบาย พอเห็นริมฝีปากอวบๆ กับขนตาหนาๆ อยู่ระยะประชิดแบบนี้แล้วจีฮุนก็ได้แต่ถอนหายใจ

แพ้ทุกทีนั่นแหละ

“หมิงฮ่าวว รู้ปะรู้ปะดีใจที่สุดเลยนะหมิงฮ่าวพาออกมาเดินเล่นแบบเนี้ยเมื่อกี๊นะพี่จองฮันกับพี่จีซูนอนทับพี่นะลุกไม่ขึ้นเลยอะ อึดอัดมากเลยอะรู้เปล่ารู้เปล่า”

หมิงฮ่าวได้แต่ยิ้ม ซูนยองน่ารักจะตายไป ไม่ว่าจะตอนเป็นคน ตอนเป็นแฮมสเตอร์ หรือตอนเป็นครึ่งคนครึ่งแฮมสเตอร์แบบนี้ ดีที่หนวดยังไม่งอก มาแค่ใบหูนิดหน่อยเลยยังพอใส่หมวกปิดได้ เขาพาซูนยองออกมากินข้าวข้างนอก ซูนยองเวลากลายร่างน่ะจะชอบกินผักทั้งๆ ที่ปกติชอบกินแต่เนื้อ มันเลยเป็นเวลาเหมาะที่เขาจะพามากินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายบ้าง

“อ๊าาาพามากินชาบูชาบูเหรอหมิงฮ่าว โอ้โหอยากกินอะอยากกินอยากกิ๊นเรากินกันเลยเนอะหมิงฮ่าว”

“ครับ กินเลยครับ แต่เวลาอยู่ในร้านอาหารต้องเบาเสียงหน่อยนะครับ เข้าใจมั้ย?”

“อื้อๆ ได้สิได้สิ”

ยังไม่เป็นแฮมสเตอร์ทั้งตัวก็ยังพอคุยได้อยู่หรอก หมิงฮ่าวสั่งผักหกเจ็ดอย่างและหมูอีกสามถาด ซูนยองสั่นขาไปมาแถมยังโยกหัวไปซ้ายทีขวาทีอีก หมิงฮ่าวคิดแล้วยังไงๆ ทางที่ปลอดภัยคือขอห้องเดี่ยว พอเข้ามาในห้องก็ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ซูนยองเองก็เริ่มพูดจ้อขึ้นมา

“เนี่ยนะหมิงฮ่าวรู้มั้ย ตอนทัชนะ ทัชทัชยูแคนทัชอะนะ โห รู้สึกดีมากเลยรู้ปะรู้สึกเซ็กซี่รู้สึกมีอำนาจรู้สึกเจ๋งมากตอนมองลงไปข้างล่างเจอกะรัตล้มเป็นแถบๆ รู้สึกเท่!”

“ครับ เท่ครับ”

“เต้นให้ดูเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า เนี่ยมันจะมีท่าเนี้ย-”

“ไม่ต้องครับพี่ซูนยอง- พี่ซูนยองงงงง”

จนได้นั่นแหละ เต้นสดร้องสดเองให้ดู บิดเอว หมุนคอ มาเต็มที่ ดีที่ตอนจะมาเสิร์ฟอาหารเขาเคาะประตูก่อนหมิงฮ่าวเลยตะครุบตัวพี่ลงมานั่งทัน พอหม้อเริ่มควันฉุยส่งกลิ่นหอมซูนยองก็ไม่ดิ้นจะขึ้นไปเต้นอีก ได้แต่นั่งสั่นไหล่มองผักมองเนื้อในหม้อแทน

“ตอนนี้กินได้เลยมั้ง”

“ยังครับ ยังไม่สุกเลย”

“หรือว่า ตอนนี้เลย?”

“ผ่านไปไม่กี่วินาทีเองครับ”

“อ่าเหรอ”

“ครับ”

“ตอนนี้?”

“ยังครับ พี่ซูนยองนับหนึ่งถึงยี่สิบตามผมนะครับ”

“หนึ่งสองสามสี่ห้าหกเจ็ด-”

“สองงง สามมมม สี่ ห้าาา”

“หมิงฮ่าวนับช้าอะะะะ พี่กินเลยนะ!”

“ไม่ได้ครับพี่ซูนยองงง!”

หมิงฮ่าวรีบลุกขึ้นจับแขนคนพี่ไว้ก่อนจะได้ยัดหมูดิบเข้าปาก ยื้อแย่งกันไปมาซูนยองก็เริ่มเบะปาก หมิงฮ่าวต้องแย่งตะเกียบมาจุ่มลงซุปใหม่ถึงจะหยุดได้ พอไม่มีอาวุธก็ตักอะไรไม่ได้อีก เห็นซูนยองนั่งทำหน้ามู่ทู่แล้วหมิงฮ่าวก็รู้สึกผิดนิดหน่อย ซูนยองคงหิวนั่นแหละ ตื่นมาเต้นแอโรบิคแต่เช้านี่นะ

“รอหน่อยนะครับ ผมอยากให้หมูมันสุกก่อน หมูดิบมีพยาธินะครับกินไม่ได้หรอก”

“ฮึ”

น่ะ

“แล้วก็เมื่อกี๊ ผมทำให้เจ็บไหล่รึเปล่า?”

ซูนยองส่ายหน้าเร็วๆ พอเห็นว่าน้องเป็นห่วงก็รีบยิ้มกว้าง

“ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ไม่เจ็บเลย คุณหมอจับชึ้บๆๆๆ แล้วก็เสร็จเลย จบเลยจริงๆ”

“ดีแล้วล่ะครับ ผมเป็นห่วงนะ”

“อื้อขอบใจนะ”

“ไม่อยากให้พี่-”

“แล้วนี่หมูสุกยังอะฮ่าวสุกยังสุกยังกินได้รึยังได้ยังได้ยังได้ยังงงงง”

“ได้แล้วคร้าบบ เชิญเลยคร้าบบบ”

ซูนยองยัดหมูเข้าเต็มปาก ตาหยีเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข หมิงฮ่าวมองแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ น่ารักน้อยซะที่ไหนล่ะ แต่มัวแต่เคลิ้มอย่างเดียวไม่ได้ต้องคอยเติมผักให้ด้วยไม่งั้นสัญชาติญาณซูนยองร่างคนก็จะจิ้มแต่หมูกินนี่แหละ

“สั่งอีกนะฮ่าว!”

“เอาอะไรอีกดีครับ? ผักบุ้ง?”

“ไม่เอาๆๆ เอาเนื้อวัว! จะได้ไม่ต้องรอสุกนานด้วยอะ นะๆ หมิงฮ่าวนะเอาเนื้อวัวนะ”

สงสัยจะยังมีความแฮมสเตอร์ไม่พอแฮะ แต่หมิงฮ่าวก็สั่งผักมาเพิ่มด้วยอยู่ดีซึ่งซูนยองก็ม้วนๆ กินหมดไม่ได้บ่นอะไร กินเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาเดินย่อย หมิงฮ่าวจับมือซูนยองแน่น ไม่จับไว้ล่ะก็ได้วิ่งเตลิดแน่ๆ เดี๋ยวก็ปวดท้องอีก คิดว่าจะไปเดินที่สวนสาธารณะเงียบๆ สักหน่อย แต่ระหว่างทางเดินไปก็เจอกะรัตจนได้

“พี่ซูนยอง พี่มยองโฮขอลายเซ็นหน่อยค่ะ”

“ได้สิๆๆ ให้เซ็นตรงไหนดีล่ะตรงไหนดี? มีกระดาษมั้ยปากกา? กระดาษ? ปากกา?”

“เอ่ออ”

ความแตกแน่ๆ ถ้าปกติพี่ซูนยองไม่ได้ต๊องๆ อยู่แล้ว กะรัตสองคนก็ได้แต่หัวเราะนิดหน่อยแต่หน้าก็ดูงงๆ ว่าจบคอนเสิร์ตแล้วยังคึกไม่หายเหรอ เซ็นเรียบร้อยหมิงฮ่าวก็รีบจูงมือซูนยองเดินหนีมาไม่งั้นเดี๋ยวจะยาว ใครจะไปรู้ ซูนยองตอนสติไม่ครบนี่อาจจะเต้น Touch ให้กะรัตดูนอกรอบก็ได้

“ฮ่าวๆๆเราเดินกันอีกซักสองรอบเนอะ เอามั้ยๆ นะๆๆ”

หมิงฮ่าวคิดว่าตัวเองเป็นคนร่างกายแข็งแรงนะ เขาดูแลตัวเองดีใช้ได้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พยายามพักผ่อนให้พอตลอด แต่นี่เพิ่งเล่นคอนเสิร์ตเสร็จไม่ถึง 24 ชั่วโมงซูนยองจะพาเขาวิ่งมาราธอนซะแล้ว จะปล่อยไปคนเดียวก็ไม่ได้อีก ดีที่มีเครื่องออกกำลังกายอยู่ที่มุมหนึ่งของสวนหมิงฮ่าวเลยพาซูนยองไปดุ๊กดิ๊กตรงนั้นอยู่ชั่วโมงกว่าๆ เอาให้หมดแรงแล้วถึงพากลับบ้าน

“นี่ๆๆ เรากำลังจะไปเดินเล่นที่ไหนต่อเหรอ?”

กลับบ้านเถอะครับ หมิงฮ่าวขอร้อง


จีฮุนตื่นมาด้วยความรู้สึกคันยิบๆ พอเอื้อมมือไปเกาเท่านั้นล่ะรู้เรื่องเลย เขามัวแต่ดูแลซึงชอลจนลืมไปว่าตัวเองก็หยุดยาเหมือนกัน ตอนนี้ผิวบางส่วนเริ่มเปลี่ยนเป็นเกล็ด และเริ่มมีครีบบ้างแล้ว การกลายร่างของจีฮุนน่ะยากที่สุด พอเป็นปลาแล้วก็ต้องอยู่ในน้ำไม่อย่างนั้นผิวจะแห้งแตก คันและบางทีก็เจ็บ ถ้าลงน้ำไม่ได้จริงๆ ก็ต้องทาโลชั่น แต่นานๆ ทีจะกลายร่างจีฮุนก็อยากลงน้ำมากกว่า พอยุกยิกเข้าหน่อยซึงชอลที่นอนเต็มอิ่มแล้วก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เห็นเกล็ดสีฟ้าเขียวเข้าก็ตื่นเต็มตา เงยหน้าขึ้นเลิกคิ้วถามว่าจะเอายังไง

“เดี๋ยวผมไปแช่น้ำแล้วกันครับ พี่นอนอยู่นี่แหละ”

ซึงชอลขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า จีฮุนก็ทำคืน

“ไปอยู่ด้วยกันในห้องน้ำไม่ได้หรอกครับ ไม่สบายก็นอนพักสิ”

ซึงชอลกอดเอวจีฮุนแน่นแล้วทำปากยื่น เอาสิ อ้อนเข้าไป

“นอนไปเถอะครับ จะไปนั่งบนพื้นแข็งๆ ในห้องน้ำทำไมกัน”

“พี่ชอบดูจีฮุนว่ายน้ำ แค่ก!”

“พูดทำไมเนี่ย”

จีฮุนล่ะปวดหัวจริงๆ ซึงชอลเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำเปะปะมาดื่ม เสร็จแล้วก็ตัดสินใจเอาเองอุ้มจีฮุนไปห้องน้ำ วันนี้จะอุ้มอีกสักกี่รอบกัน แต่เหมือนจะไม่มีไข้แล้วล่ะ พอถึงห้องน้ำซึงชอลก็เดินไปเปิดน้ำให้ เพราะว่าร่างปลาของจีฮุนค่อนข้างลำบากที่จะพาออกไปว่ายน้ำข้างนอก ในห้องน้ำของหอเลยสร้างอ่างน้ำใหญ่พิเศษไว้เพื่อจีฮุนโดยเฉพาะ

“ขอบคุณครับ แต่ผมให้พี่อยู่ในห้องน้ำแบบนี้ไม่ได้หรอก”

ซึงชอลกำลังจะเถียงจีฮุนก็เดินกลับห้องไปหยิบผ้าห่มและหมอนสำรองมาให้ซึ่งซึงชอลก็ยอมใช้แต่โดยดี เวลายี่สิบกว่านาทีกว่าน้ำจะเต็มซึงชอลก็ยังอุตส่าห์จะดึงจีฮุนมานั่งกอดบนพื้นได้อีก ห่อผ้าซะแน่นจนหนีไปไหนไม่ได้ด้วย

“น้ำเต็มแล้ว ผมขอลงแช่ก่อนนะ- ถะ ถอดเองได้ ไม่ต้องช่วย!”

ซึงชอลนั่งยิ้มตาเชื่อมมองจีฮุนถอดเสื้อผ้า น่าหมั่นไส้จนคนน้องปาเสื้อใส่หน้าแล้วกระโดดลงน้ำไป พออยู่ในน้ำได้สักพักครีบสีฟ้าเขียวก็ยาวขึ้นเล็กน้อย และเริ่มมีความหยุ่น ลื่น จีฮุนยกมือขึ้นลูบเหงือกที่หลังใบหูแล้วมุดหัวลงไปใต้น้ำ จีฮุนชอบเวลาถูกน้ำโอบล้อมรอบตัวมากที่สุด เขารู้สึกสงบและสบายใจ เสียงน้ำไม่ใช่เสียงอื้ออึงอย่างที่คนอื่นได้ยิน สำหรับเขา มันเหมือนเสียงเพลงแผ่วเบา ที่คอยขับกล่อมเขาอยู่เสมอ และหลายครั้งเขาก็ได้ไอเดียเพลงใหม่จากการดำน้ำนี่ล่ะ พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นเงาซึงชอลชะโงกมามอง เขาเลยโผล่พ้นน้ำขึ้นมากะว่าจะแกล้งสักหน่อย แต่พอเห็นว่าคนพี่กำลังมองอะไรอยู่ก็ต้องหูแดงด้วยความโมโห

“ออกไปเลยนะถ้าจะมาแอบมองคนอื่นแบบนี้! กระต่ายโรคจิต!!”

“ฮื้อออ”


“เอ้า ฮ่าว เป็นไรอะ”

“ตื่นได้แล้วเหรอมินกยู ดีเลย มาผลัดทีไม่ไหวแล้ว”

มินกยูตื่นมาเจอภาพหมิงฮ่าวนอนหมดสภาพอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งกำเชือกไว้แน่น มองตามปลายเชือกไปก็เจอว่าผูกรอบเอวซูนยองที่เต้นดุ๊กดิ๊กอยู่หน้าทีวี แอโรบิค? มินกยูเดินเข้าไปแก้เชือกให้ซูนยอง ตบบ่าเพื่อนบอกเดี๋ยวดูต่อให้เองหมิงฮ่าวถึงพยักหน้าแล้วเดินกลับเข้าห้องไปนอนพักผ่อน ซูนยองหันมายิ้มให้เขา

“ว่าไงๆๆ มินกยูตื่นแล้วเหรอออ ตื่นสายจังเลยนะมาออกกำลังกายกันหน่อยมั้ยล่ะ! เนี่ยๆๆ แอโรบิคเขาว่าดีต่อร่างกายนะตื่นมาก็ยืดเส้นยืดสายยืดแข้งยืดขายืดหน้ายืดหลัง-”

“เข้าใจแล้วครับๆ”

“ลุกสิๆ มาเต้นด้วยกัน”

“เอ่อ ไม่เป็นไรดีกว่าครับ”

“เนี่ยย มินกยูไม่ยอมออกกำลังกายอะ!”

“พี่ครับบ เมื่อวานเราเพิ่งเล่นคอนเสิร์ตไปนะะ แล้วปกติผมก็เข้าฟิตเนสเป็นประจำอยู่แล้ว”

“เล่นเวทกับออกกำลังกายแอโรบิคมันไม่เหมือนกันนะรู้เปล่าเล่นเวทมันก็ได้เป็นส่วนๆ เท่านั้นแหละมันไม่ต้องช่วยเรื่องการเต้นของหัวใจหรือระบบไหลเวียนเลือดหรือสุขภาพร่างกายหลักๆ นะรู้เปล่าคนเราจะแข็งแรงเป็นส่วนๆ ไม่ได้นะเราต้องขยันออกกำลังกายทั้งตัวให้มันได้เหงื่อออกนะรู้เปล่าถึงเมื่อวานจะเล่นคอนเสิร์ตก็ไม่ได้หมายความว่าวันนี้จะขี้เกียจได้นะจี๊ดดี๊ดจี๊ดเราต้องทำสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายทุกวันทุกวันทุกวันนนนนนนนนน-”

“ยอมแล้วคร้าบบบบ ออกด้วยก็ได้คร้าบบบ”

วอนอูยืนแอบอยู่ที่มุมห้อง ในมือมีโทรศัพท์มือถือที่กำลังถ่ายคลิปมินกยูกับซูนยองเต้นแอโรบิคอยู่กลางห้อง หัวเราะจนตัวสั่นแต่มือยังนิ่งใช้ได้ ในหัวคิดแผนร้ายไว้เยอะแยะจนจุนเดินมาประชิดหลังแล้วดึงโทรศัพท์ออกจากมือ วอนอูโวยวายเสียงดังแล้วพยายามจะแย่งคืน

“อย่ามายุ่งได้มั้ย! เอามา!”

“ชอบแกล้งคนอื่นจังเลย! มานี่มา มาลับเล็บ”

“ยังไม่งอก”

“งอกแล้ว!”

“ไม่งอก!”

“งอก!”

“เงียบทั้งสองคนนั่นแหละ”

วอนอูกับจุนตัวแข็งแล้วค่อยๆ หันไปหาเจ้าของมือบนไหล่ โจชัวยืนยิ้มหัวยุ่งๆ อยู่ ท่าทางคงเพิ่งตื่น และสาเหตุคงเป็นเพราะเสียงของพวกเขาทั้งสองคนแน่นอน วอนอูแย่งโทรศัพท์มาจากมือจุนแล้วตั้งท่าจะวิ่งหนีแต่โจชัวก็รู้ทัน ตวัดแขนคว้าเอวไว้ได้ รอยยิ้มยิ่งฉีกกว้างขึ้นอีกในขณะที่ดึงเจ้าแมวแสบมาจนชิดตัว

“จะไปไหน หืม?”

“คือ เอ่อ ลับเล็บครับ”

“ลับเล็บ มาห้องพี่สิ เดี๋ยวพี่ช่วย”

“มะ ไม่เป็นไร-”

“ให้จองฮันช่วยด้วยเนอะ ยังไงก็ตื่นกันหมดแล้ว”

“คะคือผม ผมขอโทษ แง้วววว”

“จุน ตามพี่มาด้วย”

“เอ่อ ครับ”


“พี่ซูนยอง เมื่อกี๊ได้ยินเสียงพี่วอนอูร้องรึเปล่า?”

“ไม่นี่ มีสมาธิหน่อยสิมินกยู ถึงจะเป็นแค่แอโรบิคแต่ถ้าเต้นผิดพี่ก็ไม่ยอมหรอกนะ!”

“ฮืออ”

มินกยูได้แต่หวังว่าหมิงฮ่าวจะรีบตื่นมาช่วยเขารับมือซูนยองที อุตส่าห์คิดว่าวันนี้จะได้พักแท้ๆ ดันต้องมาเต้นแอโรบิคให้ร่างพังต่ออีก หันไปมองซูนยองเหงื่อแตกเต็มตัวแต่ยังยิ้มแป้นแก้มแดงแจ๋อยู่ก็หลุดยิ้มออกมา ซูนยองเป็นคนมีความสุขง่ายดีเหมือนกัน แล้วเวลาเห็นรอยยิ้มสดใสแบบนี้ เขาก็อยากทำทุกอย่างเพื่อรักษามันไว้

“มองอะไรอะ ไม่ตั้งใจเต้นเลย! วิดพื้นสิบครั้ง! ปฏิบัติ!”

“อภัยให้ผมด้วยยย ไม่เอาาาา”

แต่ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ ใครก็ได้ช่วยที



“พี่ไปนอนบนเตียงดีๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?”

จีฮุนรู้สึกอึดอัดที่ซึงชอลนั่งเกาะขอบอ่างจ้องเขาอยู่แบบนี้ ปกติแล้ววันแรกๆ จีฮุนจะอยู่ในน้ำตลอดเวลายกเว้นตอนนอน ไม่จำเป็นต้องว่ายไปว่ายมา แค่นั่งเฉยๆ ก็สบายตัวแล้ว แต่พอซึงชอลมานั่งมองแบบนี้เขารู้สึกเหมือนต้องว่ายน้ำให้ดูยังไงไม่รู้ แล้วน้ำเองก็ใส พอเขานั่งเฉยๆ สายตาซึงชอลก็เลื่อนลงต่ำตลอด สาดน้ำใส่ไปหลายรอบก็ยังมองตาเป็นมัน จะสาดจนเปียกก็ไม่ได้เพิ่งหายป่วยอีก ซึงชอลส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วเลื่อนสายตาลงมองต่ำอีกครั้ง จีฮุนว่ายมาขอบอ่างอย่างรวดเร็วแล้วเอาหน้าผากโขกกับซึงชอลอย่างแรง

“จะมองอีกนานมั้ย ถ้าอยากมากก็ไปดูหนังโป๊ไป”

พูดจาร้ายกาจ เขารู้ แต่ซึงชอลเองก็ชินแล้ว ยังยิ้มอยู่ได้

“จะไปดูหนังโป๊ทำไม ในเมื่อทุกอย่างที่พี่อยากเห็นก็อยู่ตรงนี้แล้ว”

เสียงเริ่มหายแหบนี่พูดเก่งจริง!!

“ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ออกไป!!!”

“เขินเหรอ?”

“โดนจ้อง ** ตลอดเวลาแบบนี้ถ้าไม่รู้สึกอะไรก็บ้าแล้ว!!”

ซึงชอลเลิกคิ้วแล้วเอื้อมมือมาลูบที่ใบหูของจีฮุน ไล้นิ้วไปตามครีบแล้วโน้มหน้าเข้าหา ไล่จูบตั้งแต่สันกรามขึ้นไปถึงขมับ แล้วจีฮุนก็นั่งนิ่งปล่อยให้ทำอยู่แบบนั้น หูกระต่ายนุ่มๆ ถูกับใบหน้าของเขารู้สึกจักจี้นิดหน่อย

“ก็พี่ชอบจีฮุนนี่นา อยากอยู่กับจีฮุนตลอดเลย”

“ไม่ต้องเจ็บคอแล้วรึไง”

“เจ็บ แต่ตอนนี้อยากเจ็บอย่างอื่นมากกว่า- แอ่ก!”

เปียกน้ำมากไม่ได้กลัวป่วยมากขึ้น จีฮุนก็ทุบซะเลย ทุบกลางหัวแบบไม่สนหูกระต่ายน่ารักๆ นั่นแล้ว ซึงชอลเบะปากทำน้ำตาคลอใส่แต่จีฮุนไม่สน ดำลงน้ำไปนอนที่ก้นอ่าง ปล่อยให้น้ำโอบกอดร่างกายไว้ ให้ใจได้สงบลงบ้าง แต่ก็ทำได้ยาก กระต่ายตัวโตมาเกาะติดตั้งแต่เช้าแบบนี้ จะให้เขาทำเป็นนิ่งเฉยได้ยังไงกัน บ้าจริง


“มินกยูเหนื่อยแล้วเหรอ อ่อนแอ!”

“พี่ซูนยอง ผมขอล่ะ ผมจะตายแล้ว”

“มาได้เวลาพอดีสินะ”

“หมิงฮ่าววว เพื่อนรักกกกกกก”

หมิงฮ่าวเพิ่งตื่นใหม่ สดใสเต็มที่ พอเห็นสภาพมินกยูเหงื่อท่วมตัวนอนกองอยู่บนพื้นแล้วก็ทั้งสงสารทั้งขำ เลยหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปไว้ก่อนจะดึงให้ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟา โชคดีที่ซูนยองเต้นแอโรบิคเสร็จแล้ว หน้าที่ของหมิงฮ่าวในตอนนี้เลยมีแค่พาไปอาบน้ำเท่านั้น มินกยูทำหน้างอแงเพราะงานอาบน้ำน่ะง่ายกว่ากันมาก หมิงฮ่าวยิ้มสะใจใส่ โบกมือให้นิดหน่อยแล้วจูงมือซูนยองเข้าห้องน้ำ

“ฮ่าวๆ ขอใช้แชมพูฮ่าวได้มั้ย? กลิ่นส้มๆ หอมดีอะอยากกลิ่นตัวเป็นกลิ่นส้มกลิ่นฮ่าวหอมดีนะพี่ชอบนะๆๆ”

คนพูดน่ะไม่ได้คิดอะไร แต่คนฟังน่ะคิด หมิงฮ่าวหันหน้าหนีมาหยิบขวดแชมพูให้ หวังว่าซูนยองจะไม่เห็น เขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองหน้าแดงมั้ย แต่ที่รู้สึกเองก็ร้อนๆ อยู่ กำลังพยายามจัดการกับอุณหภูมิหน้าตัวเองอยู่ก็ได้ยินเสียง แป๊ดดด ใหญ่ รีบหันกลับมาแย่งขวดแชมพูออกจากมือคนพี่ก็ไม่ทันแล้ว แชมพูหายไปเกือบครึ่ง อยู่บนหัวซูนยองเรียบร้อย นั่น ยังยิ้มอีก หมิงฮ่าวจะปาดเก็บใส่ขวดก็ไม่ได้ ซูนยองเลยยิ้มกว้างขึ้นแล้วดึงชายเสื้อน้อง

“ฮ่าวก็อาบด้วยกันเลยสิจะได้ไม่เปลืองน้ำด้วยดีมั้ยล่ะ? ผลัดกันขัดหลังด้วยเลยก็น่าจะดีน้าา”

โอ้โห แบบนี้เลยเหรอ ก็ได้

“พี่แน่ใจนะ?”

“อื้อ ทำไมล่ะ?”

“พี่รู้ใช่มั้ย ว่าตัวเองกำลังขออะไรอยู่?”

“อะไรเหรอออ?”

แต่รอยยิ้มบนใบหน้าซูนยองก็บอกหมดแล้ว รวมถึงมือที่หายเข้าไปใต้เสื้อเขาด้วย แฮมสเตอร์นะแฮมสเตอร์ หมิงฮ่าวดึงเสื้อออกจากหัวแล้วดันตัวซูนยองติดผนัง รุกจูบจนคนพี่หอบหายใจแรง ตอนนี้โผล่มาทั้งหนวด ทั้งหู ทั้งหางแล้ว อุ้งมือเล็กๆ ยังจะอุตส่าห์ถอดกางเกงให้หมิงฮ่าวได้อีก อย่างว่าล่ะนะ ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคที่ใหญ่เกินสำหรับแฮมสเตอร์ฮอร์โมนพุ่งพล่านหรอก

“ฮ่าว~ ขอสามรอบติด~”

หมิงฮ่าวหลุดหัวเราะออกมาเมื่อรู้สึกถึงมือเล็กๆ ที่นวดแชมพูลงมาบนผมของเขา อย่างน้อยก็ยังดีที่ไม่เปลืองแชมพู เพราะตัวเขาเองลืมไปหมดทุกอย่างตั้งแต่ได้จูบแล้ว หมิงฮ่าวเป็นคนผอมก็จริง แต่เรื่องความแข็งแรงเขามั่นใจว่าไม่แพ้ใคร สองแขนสอดเข้าใต้ขาแล้วประคองร่างซูนยองขึ้นดันติดผนัง ตะโบมจูบไปทั่วลำตัว ก่อนจะคิดได้แล้วค่อยๆ วางคนพี่ลง

“หยุดทำไมอะฮ่าววว”

“อาบน้ำให้เสร็จก่อนครับ เค็มปี๋เลย”

“ฮ่าวใจร้ายยยย!!!”

“มา เดี๋ยวผมอาบให้ แล้วพออาบเสร็จไปห้องผม จะกี่สิบรอบก็ได้เลย”

“แต่พี่-”

“แล้วมินกยูก็คงจะอาบเสร็จพอดีด้วย”

ซูนยองค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดออกแล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างแทน หมิงฮ่าวรีบลงสบู่ให้อย่างรวดเร็ว ซูนยองเองก็ถูหลังให้ตามที่บอกไว้จริงๆ แต่มืก็อซนจนหมิงฮ่าวต้องจับไว้หลายรอบ อาบน้ำเสร็จแล้วยังต้องดึงตัวไว้เป่าผมให้แห้งอีก ซูนยองงอแงน่าดูแต่หมิงฮ่าวก็ยื้อไว้ได้สำเร็จ อุ้มคนพี่พาดบ่าออกมาจากห้องน้ำก็เดินสวนกับมินกยูพอดี หมิงฮ่าวดึงแขนเพื่อนไว้

“มาห้องฉันสิ”

“ทำไมเหรอ?”

“พี่ซูนยองอยากเล่นอะไรสนุกๆ”

มินกยูยิ้มกว้างแล้วเหมือนหมาเห็นกระดูกไม่มีผิด ดีที่เขากับมินกยูยังไม่ถึงช่วงกลายร่างไม่อย่างนั้นบ้านพังแน่ๆ


“ซูนยองล่ะ? ไม่ใช่ต้องกินข้าวเย็นเวลานี้เหรอ?”

“แปลกๆ ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว เมื่อกี๊เดินผ่านหน้าห้องหมิงฮ่าวก็รู้เรื่องเลย”

“อ๋อ~”

“ไม่ต้องคิดจะไปแอบถ่ายคลิปหรอกนะเจ้าแมวดื้อ”

“ปะ เปล่าซักหน่อย”

วอนอูนั่งคีบปลาเข้าปากโดยที่จุนเป็นคนแกะให้อยู่ข้างๆ ถ้าเขาเริ่มชอบกินปลาขึ้นมาก็แปลว่าคงใกล้ได้เวลากลายร่างแล้วเหมือนกัน เหลือบตามองจองฮันโชจัวที่นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันแล้วก็ต้องเสียวสันหลังวาบ จะเป็นแมวตอนที่สองคนนี้อยู่ใกล้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นโดนแกล้งแน่ๆ จองฮันเงยหน้ามาสบตากับเขาเข้าพอดี แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรซึงชอลก็เดินเข้ามาในครัว ใบหูฟูๆ นั่นทำให้วอนอูรู้สึกคันไม้คันมือได้ทุกที โจชัววางมือทับมือเขาแล้วส่งสายตาปรามในขณะที่จองฮันหันไปถามพี่ใหญ่หางฟู

“จีฮุนล่ะ?”

“อยู่ในอ่าง ฉันออกมาเอาข้าวไปให้”

“เสียงเหมือนจะดีขึ้นแล้วนี่”

“อืม- มือ!”

เห็นขนหางฟูๆ ดุ๊กดิ๊กอยู่ข้างๆ สัญชาติญาณดิบจองฮันก็ทำให้มือเอื้อมไปคว้าไว้โดยอัตโนมัติ ซึงชอลหันมาทำหน้าดุใส่ แถมยังเขกหัวไปอีกทีก่อนจะเดินออกจากครัวไปพร้อมข้าวสองกล่อง โจชัวปล่อยมือวอนอูแล้วกลับไปตักข้าวเข้าปาก วอนอูมองมือตัวเองแล้วก็ต้องถอนหายใจ เล็บเหมือนจะเริ่มงอกแล้วจริงๆ ด้วยสินะ ต้องเลี่ยงซึงชอลหน่อยแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นคงตะกุยหางกระจุยแน่ๆ


“อาา~”

“ผมกินเองได้ แล้วถ้าพี่จับช้อนเองได้แบบนี้เมื่อเช้าจะให้ผมป้อนทำไม?”

นั่นสินะ ซึงชอลพยายามเกร็งอุ้งมือเต็มที่เพื่อจะถือช้อนป้อนข้าว จีฮุนส่ายหัวแล้วฉวยช้อนมาถือไว้เอง ตักข้าวคลุกสาหร่ายเข้าปากไม่มีปัญหา มือของเขาถึงจะมีพังผืดนิดหน่อยแต่ก็ยังหยิบจับอะไรสะดวกเหมือนเดิม ไม่ต้องให้มีใครมาช่วยหรอก ต่างจากหลายๆ คนอย่างวอนอูที่เป็นแมว หรือมินกยูที่เป็นหมา อุ้งเท้าแบบนั้นจะให้จับของเล็กๆ ก็ยากหน่อย ซึงชอลนี่ก็ด้วยแหละ แต่ความพยายามเป็นเลิศเหลือเกินแค่เพื่อจะป้อนข้าวจีฮุนเนี่ย

“จีฮุน พี่คอหายเจ็บแล้วนะ ตัวไม่ร้อนแล้วด้วย”

“แต่ก็ยังต้องพัก ให้ลงมาเล่นน้ำด้วยกันไม่ได้หรอกครับ ผมกินเสร็จพี่ก็กลับห้องไปได้แล้ว”

ซึงชอลเงียบไปเล็กน้อย คิ้วขมวดปากยื่นแล้วเอาคางมาเกยขอบอ่าง โดนจ้องแบบนี้จีฮุนก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน ท่าทางเขาจะแพ้อีกแล้ว

“ทำไมชอบไล่ ไม่อยากให้พี่อยู่ด้วยขนาดนั้นเลยเหรอ?”

เอาสิ กำลังจะงอนแล้วใช่มั้ยเนี่ย ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วแท้ๆ

“พี่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องนั้น พี่ไม่สบายอยู่ ผมเป็นห่วงต่างหาก”

นั่น ยิ้มกว้างเลย ก็จีฮุนพูดแบบนี้บ่อยที่ไหนล่ะ

“เป็นห่วงเหรอจีฮุนนี่ จีฮุนนี่เป็นห่วงพี่เหรอ~?”

“เออ! เสร็จแล้วก็กลับไปนอนที่ห้องซะ ไป๊!”

“แหม~ เขินแล้วชอบหนีนะเราอะ~”

เดี๋ยวพ่อสาดน้ำใส่ให้เปียกทั้งตัวเลย ไม่ได้สิ แบบนั้นซึงชอลจะถือว่าตัวเองเปียกแล้ว และกระโจนลงน้ำมาด้วยแน่ๆ แล้วพอลงน้ำมาล่ะก็ จีฮุนส่ายหัวลบภาพนั้นออกจากหัวไป ข่มใจไม่สาดน้ำใส่กระต่ายตัวโตที่ยิ้มแป้นอยู่ข้างอ่างแล้วหนีปัญหาโดยการดำลงน้ำไปแทน

บ้าจริง เมื่อไหร่จะกลับไปสักที! ปั่นป่วนไปหมดแล้วเนี่ย!


“เอาอีกกก เอาอีกก มินกยูหมิงฮ่าว~ เหนื่อยแล้วเหรอ อ่อนแอออ”

รู้สึกเสียศักดิ์ศรีสุดๆ แต่หมิงฮ่าวกับมินกยูก็หอบแล้วจริงๆ ในขณะที่ซูนยองยังนอนขาชี้ฟ้าตาแป๋วอยู่เลย จะบ้าเรอะ สองคนยังไม่พอกับความต้องการของแฮมสเตอร์ฮอร์โมนพลุ่งพล่านสินะ นั่น งอแงถีบขาไปมาอีก มินกยูต้องกดพี่ลงนอนบนเตียงดีๆ แล้วจูบปิดปากในขณะที่หมิงฮ่าวต้องตามพี่ๆ คนอื่นมา ไม่กี่นาทีต่อมาจองฮันและโจชัวก็ยืนทำหน้าเต็มใจสุดขีดอยู่ในห้อง

“มาๆ เดี๋ยวพี่ผลัดเอง โอ๋เอ๋ซูนยองง ว่าไง พี่มาแล้วครับ”

“พี่จองฮันน พี่จีซู! มาเล้ย! อ้าขารอแล้ว!”

มินกยูกับหมิงฮ่าวออกมานั่งมึนที่โซฟากันสองคน

“รู้สึกวันนี้มัน นานเนอะ เมื่อไหร่จะหมดวัน เหนื่อยจะแย่แล้ว”

“อืม แบบนี้แหละ ใครกลายร่างเราก็เหนื่อยกันหมด”

“โดยเฉพาะพี่ซูนยอง”

“โดยเฉพาะพี่ซูนยอง ใช่”

มินกยูกับหมิงฮ่าวสลบสไลนอนทับกันอยู่บนโซฟาได้ไม่กี่ชั่วโมงโจชัวก็ออกมาปลุก หมิงฮ่าวรู้สึกตัวก่อน ขยี้ตามองนาฬิกาแล้วหันมาหาพี่ที่ยิ้มตาเป็นประกาย ดูสดชื่นสดใสเต็มที่ทั้งๆ ที่หัวฟู คนพี่บอกว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วให้กลับเข้าไปนอนในห้องได้ หมิงฮ่าวพยักหน้าของคุณแล้วถีบมินกยูตกโซฟาให้ตื่น ไม่ได้อยากรุนแรงหรอกแต่หมาน้อยคนนี้น่ะถ้าได้หลับแล้วจะปลุกให้ตื่นน่ะยากมาก

พอกลับมาถึงห้องซูนยองก็นอนหลับปุ๋ยแล้วเรียบร้อย จองฮันเพิ่งเช็ดตัวและใส่เสื้อผ้าให้เสร็จ พี่คนนี้ก็ยิ้มตาเป็นประกายเหมือนกัน รู้สึกขอบคุณที่มาช่วยแต่ก็ร้อนๆ หนาวๆ ยังไงแปลกๆ โดยเฉพาะตอนที่โจชัวเดินมากอดเอวแล้วกระซิบข้างหูว่า ถ้าแมวน้อยอยากให้ช่วยเมื่อไหร่ก็เรียกได้เสมอ ขนนี่ลุกซู่ทั้งตัว โค้งขอบคุณปิดประตูเสร็จเรียบร้อยหันกลับมาก็เจอมินกยูนอนตายอยู่บนเตียงแล้ว หมิงฮ่าวถอนหายใจแล้วดึงผ้าห่มออกจากใต้ตัวหนักๆ ยากลำบากจนอยากถีบตกเตียงให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็สงสาร อุตส่าห์สามัคคีผลัดเวรกันมาทั้งวัน เขาเลยตัดสินใจให้นอนตากแอร์จนเป็นหวัดไปเองแล้วกัน ขี้เกียจดีนัก ตัวเองก็ซุกเข้าใต้ผ้าห่มแล้วดึงซูนยองมากอด กลิ่นส้มอ่อนๆ จากแชมพู ผสมกับกลิ่นเฉพาะของซูนยองและเสียงกรนเบาๆ ของมินกยูทำให้เขาค่อยๆ หลับลงอย่างง่ายดาย

วันนี้เหนื่อยหน่อย แต่ก็สนุกไม่เบาเหมือนกัน นะ

“ผมบอกให้พี่กลับห้องไปได้แล้วไง ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย”

“จีฮุนอยู่นี่ พี่ก็ไม่อยากไปไหน”

ว้อยยยยย

“ทำไมพูดยากแบบนี้ ต้องให้เรียกพี่จองฮันมา ‘ล่า’ กระต่ายมั้ย?”

“เรียกมาตอนนี้เหรอ พี่อาจจะโดนล่า แต่จีฮุนเองคิดเหรอว่าจะรอด? ไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้นแถมยังมีเกล็ดสวยๆ เต็มตัวแบบนี้อีก”

ฮึ่ยยย!!!

“ต้องทำยังไงพี่ถึงจะกลับไป? ไม่สบายเพิ่งหายยังจะอวดดีมานั่งในห้องน้ำแบบนี้อีก!”

“จีฮุนไปนอนกับพี่สิ ถ้าจีฮุนตกลงพี่จะกลับเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวเอาโลชั่นทาตามตัวให้ด้วย!”

ทาโลชั่นตามเกล็ดไม่ให้แห้งมันก็ได้อยู่หรอก แต่จีฮุนชอบอยู่ในน้ำมากกว่านี่นา จริงๆ นอนในน้ำทั้งคืนก็ไม่ค่อยดีหรอก เพราะครึ่งตัวก็ยังเป็นคนอยู่ เดี๋ยวจะปอดบวมเอา แต่ก็ แย่ล่ะสิ แบบนี้กลายเป็นเขาดื้อเองงั้นเหรอ? ซึงชอลฉีกยิ้มเอาคางเกยขอบอ่าง น่าหมั่นไส้จนอยากเอาครีบตบหน้าสักที

“ก็ได้ๆ! ผมกลับไปนอนด้วยก็ได้! หันไปก่อนแล้- ว้อยยยย เลิกอุ้มคนอื่นตามใจชอบสักที!!”

ยังดีที่เอาผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวให้ แต่น้ำก็ยังหยดเต็มตัวกระต่ายตัวโตอยู่ดี ก็ไม่ได้เช็ดเลยนี่นา เวลากลายร่างพวกเขาจะทำอะไรตามอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลแต่นี่มันก็เกินไป อยากจะพากลับห้อง ก็อุ้มพาดบ่าเลย ไม่ได้คิดว่าน้ำจะหกเลอะเทอะแค่ไหน ระหว่างจีฮุนเช็ดผมอยู่ซึงชอลก็บีบโลชั่นลงบนขาของเขาแล้วเริ่มถูไปมา รู้สึกขนลุกเมื่อฝ่ามือลูบสูงขึ้นเรื่อยๆ จนมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่ต้นขา พอดึงผ้าขนหนูออกจากหน้าเท่านั้นแหละ ชัดเลย ดวงตาโตๆ ของซึงชอลจ้องอยู่หว่างขาเขาอีกแล้ว พร้อมรอยยิ้มล่องลอยนั่นนั่นอีก จีฮุนฟาดผ้าขนหนูลงบนหัวที่มีหูฟูๆ เต็มแรง

“มองอะไรนักหนาเนี่ย กระต่ายโรคจิต!!”

“จีฮุน~”

“ถอยไปนะ ถอยออกไป! นี่!”

‘กระต่ายโรคจิต’ นั่งมองมาทั้งวันแล้ว พอได้จับเข้าหน่อยเลยออกอาการมาก จีฮุนเบิกตาแทบถลนเมื่อเห็นเข้า เขาพยายามถีบขาหนี จะลุกจากเตียงวิ่งหนีออกจากห้องแล้วแต่ก็ไม่ได้ผล ถูกดึงขาเข้าหาตัวจนหงายหลังลงนอนบนเตียง ซึงชอลปีนขึ้นมาคร่อมทับทันที รอยยิ้มหวานเชื่อมยิ่งทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม ไอ้ตรงนั้นก็ยิ่งขยับดุกดิกจนจีฮุนรีบหุบขา

“จีฮุน ยังไม่รู้อีกเหรอว่าเราหนีพี่ไปไหนไม่รอดหรอก โดยเฉพาะเวลาอยู่บนเตียง”

“นี่ ไม่เอานะ ไม่สบายอยู่ไม่ใช่รึไง?”

“พี่หายดีแล้ว”

ทำไมน่ากลัวแบบนี้นะเนี่ย! ไข้พึ่งลงแท้ๆ เลย ไม่สิ นี่มัน เป็นเพราะเป็นกระต่ายสินะ!

“จีฮุนคงรู้ ว่ากระต่ายแบบพี่น่ะ อารมณ์เรื่องนี้สูงแค่ไหน จริงมั้ย?”

จีฮุนหลับตาปี๋เพื่อซึงชอลโยกตัวมาถูๆ แถวต้นขา ก่อนที่ขาทั้งสองจะถูกจับแยกออกจากกัน และร่างกายก็ยิ่งแนบชิดกันมากขึ้นอีก จีฮุนเริ่มโอนอ่อนเมื่อถูกถูเข้ามากๆ แล้วเขาก็นึกไปถึงที่วันนี้คนพี่ตามเขาแจทั้งวัน แล้วยังดื้อดึงจะให้เขามานอนด้วยให้ได้

“คิดจะทำแบบนี้สินะ ถึงได้ดื้อไม่ยอมมานอนท่าเดียว”

ซึงชอลยิ้มแล้วโน้มหน้าลงจูบหน้าผากลูกปลาน้อยในกำมือ ฝ่ามือเลื่อนลงต่ำ ช้อนใต้ข้อพับประคองขาทั้งสองข้างของจีฮุนไว้

“พี่ขอนะ จีฮุน”

ตบท้ายด้วยยิ้มหวานอีกที จีฮุนไม่ทันได้ตอบอะไร กางเกงของซึงชอลก็หลุดไปอยู่ที่หน้าขาแล้ว เขาได้แต่เชิดหน้ารับความรู้สึกที่ตามมาเท่านั้น

แบบนี้ทุกทีแหละ เขาเคยชนะซึงชอลที่ไหนกัน


พรืด โครม!

“แง้ววว!! ใครทำน้ำหกที่พื้นทางเดินนน!!!!”

“วอนอูเงียบหน่อย ดึกแล้วนะ”

No comments:

Post a Comment