ผมเพิ่งตื่นได้สักพัก เขาก็มาอยู่ในห้องอีกแล้ว ผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ กี่วัน กี่เดือนกัน อยู่ในห้องนี้ผมไม่รู้วันเวลาเลย สติก็ขาดๆ หายๆ ความทรงจำไม่ต่อเนื่อง คงเป็นเพราะถูกสูบพลังไปเป็นช่วงๆ นั่นแหละ เจ้าของดวงตาสีทองคนนี้ชื่อโฮชิ เขาบอกผมครั้งหนึ่งตอนที่สั่งให้ผมเรียกชื่อเขา เขามักจะเข้ามาในห้องและกินผมอยู่เสมอ ตอนนี้ตามตัวผมมีแต่รอยฟันเขาเต็มไปหมด มันน่ากลัว แล้วก็น่าอายด้วย แต่ยังไงผมก็อยู่ในห้องอย่างเดียวอยู่แล้ว คงไม่ต้องสนอะไรนัก โดยปกติเขาจะมาหาผมเฉพาะเวลาที่เขา ‘หิว’ แต่บางครั้งเขาก็แวะเอาอาหารเข้ามาให้บ้าง ทั้งที่ปกติอาหารจะมาอยู่ในห้องผมเองโดยที่ผมไม่รู้ตัว เขาคงจะเข้ามาเพราะอยาก ‘เล่น’ กับผมด้วย
แต่วันนี้เขาไม่ได้เอาอาหารมาให้ หรือมากินผมหรอก ในมือของเขามีของสิ่งหนึ่งอยู่ซึ่งทำให้ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยมากกว่าปกติ
ปลอกคอและสายจูง
“มานี่สิ”
ผมรู้ว่าเขาต้องการอะไร แบบไหน เพราะงั้นผมเลยเดินไปทิ้งตัวลงคุกเข่าแทบเท้าเขา คุณโฮชิยิ้มกว้างแล้วลูบหัวผมเบาๆ ชมผมว่าเป็นเด็กดี แล้วก็สวมปลอกคอให้ผม มันอึดอัดนิดหน่อย กลิ่นหนังยังใหม่มาก เหมือนว่าเขาเพิ่งจะซื้อมา โซ่เหล็กเย็นๆ สัมผัสผิวช่วงคอและอกของผม ทำให้ผมรู้สึกขนลุกนิดหน่อย ดูเหมือนเขาจะสังเกตเห็น เพราะเขารีบใช้ปลายนิ้วดันโซ่ให้แนบกับอกผมมากขึ้น และหัวเราะเมื่อผมส่งเสียงประท้วงออกมาเบาๆ
“ลูกหมาน้อย น่ารักจริงๆ”
ผมแทบไม่อยากจะเชื่อว่าผมจะได้เดินออกมานอกห้อง ถึงโถงทางเดินจะมืด และไม่มีหน้าต่างสักบานให้เห็นโลกภายนอกก็เถอะ แต่มันก็แปลกใหม่สำหรับผมมาก คุณโฮชิผ่อนสายจูง และเดินนำผมไปหลายก้าวอยู่ ผมเดินเอื่อยๆ หมุนคอมองนู่นนี่ แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นมองปลายเท้าตัวเองแทน มันไม่มีอะไรให้ดูหรอก นอกจากโคมไฟสีเหลืองส้มเป็นจุดๆ กับกำแพงหินแล้วก็มองไม่เห็นอะไรเลย ผมมองปลายเท้าตัวเองเพลินจนเดินสะดุดสายโซ่ที่หย่อนจนระพื้น ล้มหน้าคะมำ คุณโฮชิเหลือบตากลับมามองแล้วพูดเสียงกลั้วหัวเราะ
“ซุ่มซ่ามจังนะ”
เราเดินต่อมาอีกไม่นานก็ถึงที่หมาย บานประตูสีเข้มเหมือนๆ กับห้องของผม คุณโฮชิเปิดประตูออกและจูงผมเข้าไปด้านใน ภายในห้องใหญ่กว่าห้องของผมเล็กน้อย เตียงขนาดใหญ่แบบสองคนนอน พื้นถูกปูด้วยพรมสีแดงเข้ม มีโต๊ะเตี้ยอยู่หนึ่งตัวที่มีขนมและน้ำดื่มวางอยู่ ในห้องนั้นมีใครอีกคนอยู่ด้วย เขาตัวสูงใหญ่คิดว่าน่าจะพอๆ กับผม เส้นผมตัดสั้น จมูกโด่ง ดวงตาเรียวแต่ดูไม่มีพิษภัย เขาสวมใส่เสื้อผ้าเหมือนๆ กับผม เสื้อยืดกับกางเกงขายาวสีพื้น คุณโฮชิปลดสายจูงออกจากปลอกคอผมแล้วลูบหัวผมเบาๆ
“ลูกหมาน้อย ต่อไปนี้เขาจะเป็นเพื่อนของนาย ม้าแสนอร่อยที่ฉันเคยเล่าให้ฟังไง”
หลังจากนั้นคุณโฮชิก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมอยู่กับเขา ‘ม้า’ เขาจ้องผมนิ่งก่อนจะส่งยิ้มให้ เขาดูท่าทางเป็นมิตร ผมคลานเข่าไปนั่งใกล้ๆ โต๊ะกับเขา เขาหยิบขนมขึ้นมากินและผมก็ทำตาม
“นายชื่ออะไรเหรอ?”
เขายิ้ม
“ม้า”
“ชื่อม้า?”
“ตอนนี้ ฉันคือม้า นายเองก็คือลูกหมาสินะ”
“ไม่นะ ฉันชื่อ”
แล้วสมองผมก็โล่งไปหมด อะไรกัน ผมชื่ออะไรนะ เขายิ้มอย่างใจดีให้ผมแล้วพูดต่อ
“ไม่ต้องกลัวไปหรอก นี่เป็นเรื่องปกติ”
“ปกติงั้นเหรอ?”
“อืม หลังจากที่ถูกคุณโฮชิกินซ้ำๆ หลังจากที่เข้ามาอยู่ที่นี่ ตัวตนของนายก็หายไปทีละน้อย เป็นแบบนั้นล่ะ”
ผมกลัว กลัวเหลือเกิน นี่มันเรื่องอะไรกันนะ ม้าพูดต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“ฉันคิดว่านายคงเพิ่งมา น่าจะยังไม่รู้จักที่นี่ดี ฉันจะเล่าให้ฟังแล้วกันนะ”
ผมนั่งฟังเขาอย่างตั้งใจ เสียงของเขาฟังแล้วสบายใจมากๆ เลย และหลังจากถูกกักอยู่ในห้องมานาน การได้คุยกับใครสักคนทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาก
“ที่นี่เป็นคฤหาสน์ที่มีเจ้าของอยู่สองคน คุณโฮชิ และคุณเจย์ ฉันเคยเห็นคุณเจย์ผ่านๆ ตาของเขาเป็นสีเงิน คุณโฮชิเป็นสีทอง มีอีกคนหนึ่งคือคุณชาน ตาสีออกแดงๆ ”
ตาสีออกแดงๆ งั้นคนที่เข้ามากัดผมในวันนั้นก็คงเป็นคุณชานสินะ
“พวกเขาเป็น พวกเขาเป็น ‘อะไร’ ?”
ซอกมินยิ้มแล้วส่ายหน้าเบาๆ
“ฉันไม่รู้เหมือนกัน แต่คิดว่าพวกเขาทั้งสามคนเป็น ‘อะไร’ ก็ตามที่เหมือนๆ กัน พวกเขาได้รับพลังจากการ ‘กิน’ หรือการกัดทั่วๆ ตัวพวกเรา แล้วก็ดูดเอาพลังชีวิตไปส่วนหนึ่งนั่นแหละ จริงๆ แล้วแค่ไม่กี่คำก็คงจะอิ่มแล้วล่ะ มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณโฮชิรีบๆ ก็เข้ามากัดฉันแค่คำเดียวแล้วก็ไป แต่ที่เขากัดเยอะจนนายลายทั้งตัวแบบนี้ ก็คงเพราะเขาชอบ ‘การกิน’ มากกว่า”
“พลังชีวิต? เขาดูดเอาชีวิตเราไปเหรอ?”
“ไม่ต้องกลัวว่าจะเกี่ยวกับเรื่องอายุสั้นหรอก ฉันคิดว่ามันไม่เกี่ยว ร่างกายของฉันก็ยังแข็งแรงดี นอกจากจะอ่อนเพลียบ้างหลังจากถูกกินมากๆ เท่านั้นเอง กินอาหารออกกำลังกายดีๆ ร่างกายก็จะฟื้นขึ้นมาเอง”
ผมโล่งใจขึ้นมาหน่อยหนึ่งถึงจะจำได้เลือนลางว่าก่อนหน้านี้ทำงานอะไร แต่ผมคิดว่าผมเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงดีคนหนึ่ง จากนี้ไปคงจะนั่งๆ นอนๆ ไม่ได้แล้ว ต้องออกกำลังกายบ้าง
“แล้ว เอ่อ นายก็เป็น ของคุณโฮชิ?”
“อื้ม เหมือนนายนั่นแหละ แต่ช่วงนี้เขาก็มากินฉันน้อยลง คงเพราะนายนั่นแหละ”
“อา แล้ว เรามีกันแค่สองคนเหรอ?”
“ก่อนหน้านี้ก็มีคนอื่นอยู่บ้างนะ แต่ก็ ไม่อยู่แล้วล่ะ”
นั่นทำให้ผมรู้สึกเย็นเฉียบไปทั้งตัว
“ไม่ต้องกลัวหรอก อย่างน้อยถ้าคุณโฮชิมานายมาเจอฉันแบบนี้ ต่อไปนี้เราคงได้เจอกันบ่อยขึ้น ไม่เหงาแล้วล่ะ”
“อื้อ นั่นก็ดี ฉันไม่ชอบอยู่ในห้องคนเดียวเลย”
“ฉันก็เหมือนกัน แต่นั่นเป็นวิธีของคุณโฮชิเขา ในช่วงแรกๆ นั่นแหละ”
“อ่า งั้นเหรอ”
“หลังจากนี้เขาปล่อยนายออกมาบ่อยขึ้นนั่นแหละ ที่ห้องนี้น่ะ มากินขนม มาเล่นกับฉันแล้วก็”
เขาหันไปมองที่เตียงขนาดใหญ่ด้านหลัง ผมมองตามก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มบาง
“บางที เขาก็จะกินเราสองคนพร้อมๆ กัน บนเตียงนั่นล่ะ”
No comments:
Post a Comment