Wednesday, 21 March 2018

Demon's Feast 1 #seoksoon


ดวงจิตที่ใสซื่อ มักจะโอนอ่อนได้ง่ายที่สุด และแน่นอน ว่าหอมหวานที่สุด




เด็กตัวโตใส่แว่นกรอบหนากอดเป้ใบใหญ่วิ่งกระหืดกระหอบบนถนนแคบ หันมองหลังอยู่เป็นพักๆ ไม่ไหวแน่ พวกมันมีมากเกินไป ถนนเองก็แคบและปลอดคน ซอกซอยมีบ้างแต่ก็เป็นทางตันเสียส่วนใหญ่ ยังไงวันนี้เขาก็คงไม่รอดอีกตามเคย เพราะงั้นเขาจึงตัดสินใจหยุดวิ่ง อย่างน้อยจะได้พอมีแรงเดินกลับบ้าน เขาหลับตาลง นับหนึ่งถึงห้าช้าๆ ก่อนจะล้มไปด้านหน้าจากแรงของฝ่าเท้าใครสักคนที่กระแทกลงมากลางหลัง


วันห่วยๆ อีกวันของไอ้เห่ยอย่างเขา


อีซอกมิน


กว่ามันจะจบลงพระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว ซอกมินนอนหอบหายใจอยู่กลางซอยเหม็นๆ เขาเหลือบตามองกระเป๋าเป้ที่ถูกเตะไปรวมกับกองขยะแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ดีที่เขารูปซิปและคล้องกุญแจล็อคกระเป๋าเรียบร้อย อย่างน้อยก็ไม่ต้องซื้อสมุด ซื้อหนังสือใหม่ แต่คราวนี้เหมือนจะโดนกระทืบหนักอยู่ พยายามพยุงตัวลุกขึ้นก็ยังพอไหว แต่ก็ลำบากพอสมควร กว่าจะลุกขึ้นมานั่งก็เล่นเอาหอบ เจ็บเสียดไปหมดที่ช่องท้อง หวังอย่างเดียวว่ากระดูกจะไม่หักไม่อย่างนั้นเรื่องใหญ่แน่ๆ เขาไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่านี้ ตอนนี้แค่ได้กลับบ้าน อาบน้ำ นอน ก็พอแล้ว


อ้อ ทำการบ้านอีกอย่าง


แต่ปัญหาก็คือ ตอนที่โดนรุมกระทืบ มีไอ้บ้าสักคนเหยียบข้อเท้าเขาจนมันปวดไปหมด ตอนนี้ขยับไม่ได้เลย แบบนี้จะกลับบ้านยังไงกัน? เขาลองตั้งขา วางเท้าลงบนพื้น แต่แค่นั้นก็ร้าวไปหมด อย่าว่าแต่เดินเลย ยืนก็ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่จะให้เขานอนที่นี่ทั้งคืนก็คงไม่ได้ ยังไงก็คงต้องกลับบ้าน ถึงจะต้องคลานไปก็เถอะ ซอกมินเอื้อมมือไปลากกระเป๋าเป้มากอดไว้ก่อนจะค่อยๆ เขยิบตัวไปชิดกำแพงแล้วเกาะมันพยายามลุกขึ้นยืน แต่ก็ได้แต่พิงอยู่อย่างนั้น ไม่ใช่แค่ข้อเท้าเท่านั้น แต่ทั้งขาร้าวไปหมด ไหนจะที่ความเจ็บช่วงเอวอีก ซอกมินหลับตาแล้วหายใจเข้าออกช้าๆ สงบสติอารมณ์


จะทำยังไงดี


“โดนกระทืบซะอ่วมน่าดูเลยนี่”


ซอกมินลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ประสาทสัมผัสดีอะไรมากมาย แต่เขาสาบานได้ว่าเขาอยู่คนเดียวในซอย และเขาก็ไม่ได้ยินเสียงคนเดินเลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้ตรงหน้าเขามีผู้ชายผมสีทองสว่างคนหนึ่งยืนอยู่ เขาใส่ผ้าคลุมดูรุ่มร่ามสีขาวและกางเกงสีเดียวกัน ดวงตาเรียวรีของเขาเป็นสีฟ้าอมเขียว และดูมีประกายแปลกๆ ริมฝีปากสีซีดยกยิ้มอยู่หน่อยๆ ซอกมินไม่ใช่คนงมงายหรือเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ แต่เขาก็มั่นใจอย่างหนึ่งว่า


คนตรงหน้าเขา ไม่ใช่มนุษย์แน่นอน


“อยากให้ช่วยมั้ยล่ะ?”


ซอกมินไม่ได้ดูคนเก่ง แต่เขาก็พอมองออกว่าใครอันตรายและคนคนนี้ก็ดูไม่น่าไว้ใจเอาเลย เขาอยากจะเดินหนีแต่ขามันก้าวไม่ออก เจ็บระบมไปทั้งตัว จะเดินหนียังไงก็คงไม่รอด อีกฝ่ายหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจ ที่ไม่มี นิ่ง เงียบสนิท


“เดินกลับบ้านเองไม่ไหวซะล่ะมั้ง”


เสียงทุ้มหวานกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ไม่น่าไว้ใจ


“ให้ฉันช่วยดีกว่าน่า นายคงจะซวยไปได้ไม่มากกว่านี้แล้วล่ะมั้ง”


ปลายนิ้วเย็นๆ ไล้ลงมาที่ข้างแก้ม ซอกมินหลับตาปี๋ เสียงแผ่วเบาดังขึ้นที่ริมใบหู


“ไม่ต้องกลัวไป ฉันไม่กินนายหรอก”

“ให้ฉันช่วยนะ”


เขาดูภาพยนต์มามาก อ่านการ์ตูนก็เยอะ แต่มันก็ยังไม่ได้ช่วยอะไรเลยเวลามาเจอกับตัวจริงๆ เขาไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น แต่รู้สึกตัวอีกทีก็นอนอยู่บนเตียงเรียบร้อยเช้าวันถัดมา เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่ ‘ไม่มีอะไร’ แต่จะให้ทำยังไงได้ ถ้าการยอมรับความจริงมันลำบาก การแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปบ้างก็คงง่ายกว่า เพราะงั้นเขาก็เลยไม่ได้เก็บมันมาคิดมาก จนกระทั่งสองสามวันต่อมา ที่เขากลับมาอยู่ในสถานการณ์เดิมๆ แต่ครั้งนี้ขณะที่เขากำลังนอนคุดคู้อยู่บนพื้น ยกแขนขึ้นป้องกันตัวเองจากฝ่าเท้าสามสี่คู่ ตาของเขาก็ไปสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าอมเขียวนั่นอีกครั้ง คนคนนั้นนั่งอยู่บนกำแพงเหนือหัวเขาไม่กี่เมตร ภาพตรงหน้าทำให้เขาเริ่มกลัวว่าสมองจะได้รับผลกระทบจากการกระทืบจนเห็นภาพหลอนไปแล้ว ผู้ชายผมสีทองสว่างคนนั้นนั่งบนกำแพง แนวตั้ง ทั้งที่ไม่มีอะไรยื่นออกมาให้เกาะได้เลย หัวห้อยลงมาด้านล่าง ใบหน้ายังมีรอยยิ้มกึ่งเย้ยหยัน กึ่งเห็นใจ


“อยากจะโดนกระทืบแบบนี้จนตายเลยหรือไง?”


“เมื่อไหร่จะยอมให้ฉันช่วยสักที?”


ซอกมินไม่ได้ตอบอะไร เขาแค่หลับตา และหวังว่าผู้ชายคนนั้นจะหายไป แต่ก็ไม่ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เขาถูกรุมทำร้ายผู้ชายคนนั้นก็จะโผล่มา นั่งบนเสาไฟฟ้าบ้าง ห้อยหัวลงมาจากกำแพงบ้าง หรือบางครั้งก็นอนเอกเขนกอยู่บนเพดานห้องเรียน ซอกมินแทบอยากจะเป็นบ้าตาย ผู้ชายคนนี้น่ากลัวกว่าพวกที่มากระทืบเขามาก เพราะงั้น ต่อให้โดนอัดกี่ครั้งเขาก็ไม่เคยเอ่ยปากให้อีกคนช่วย เขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่เขาเลี่ยงที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยไว้ก่อน


จนกระทั่งวันหนึ่ง


ปกติแล้วซอกมินก็มักจะถูกลากไปกระทืบด้วยเหตุผลไร้สาระอยู่แล้ว อย่างเช่นว่า หน้าตาเขากวนประสาท หรือว่า ตัวเขากลิ่นเหม็น บางทีก็เป็นเพราะเขาหายใจเสียงดังไป แต่วันนี้เป็นวันมหาซวยเพราะซอกมินดันเผลอทำกองหนังสือตกใส่เท้าหัวโจกที่ชอบแกล้งเขาเข้า หนังสือ หลายเล่ม ตกใส่เท้า ซอกมินไม่คิดจะวิ่งหนีด้วยซ้ำ ปกติที่หนีก็แค่อยากจะไม่ต้องโดนแกล้งไปสักหนึ่งวัน วันต่อไปถ้าโชคดีไม่เจอกันก็ไม่มีเรื่องให้โดนแกล้งอีก แต่นั่นมันเพราะเจ้าพวกนั้นมันเบื่อเลยอยากหาเรื่องระบายอารมณ์ ไม่ได้มีเหตุผลที่ต้องตามจองล้างจองผลาญแบบนี้ ซอกมินถูกลากไปหลังโรงเรียน ซอยที่ไม่ถูกพามาบ่อยนัก แต่ก็ไม่ใช่จะไม่เคยมา ซอกมินรู้อยู่แล้วว่าจะต้องโดนกระทืบหนักเป็นพิเศษ แต่เขากลัวจนตัวสั่นเมื่อเห็นไม้ท่อนใหญ่ในมือที่เงื้อขึ้นเตรียมฟาด


แล้วเวลาก็เหมือนจะหยุดนิ่งลง เมื่อเขาสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าอมเขียวนั่นอีกครั้ง คราวนี้เขานั่งอยู่บนหัวของหัวโจกตัวโตที่กำลังจะฟาดไม้ลงมา รอยยิ้มสบายๆ นั่นยังคงอยู่บนใบหน้า แต่ดวงตาของเขาไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลย


“จะเอายังไง อยากจะเลือดออกหัวตายอยู่ที่นี่เลยมั้ย?”


“ผม..”


“ยอมพูดด้วยแล้วเหรอ? ว่าไง อยากจะให้ช่วยมั้ยล่ะ?”


ซอกมินลังเล แต่พอเขาหยุดคิด ไม้นั่นก็เหมือนจะขยับเข้ามาเร็วขึ้น พร้อมผู้ชายผมสีทองที่กระตุกยิ้มแล้วยื่นหน้าลงมาใกล้ ใกล้จนริมฝีปากสีซีดอยู่ที่ปลายจมูก และดวงตาสีอ่อนกดจ้องลงมา


“ว่ายังไง?”


“ชะ ช่วยผมที”


“หึ ตกลงง่ายๆ แบบนี้แต่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้ว ดื้อซะจริงๆ”


“หลับตาซะ แล้วอย่าลืมตา จนกว่าฉันจะบอก”


ฝ่ามือเย็นชืดทาบลงมาบนใบหน้า หนักอึ้งจนซอกมินต้องหงายหลังลงไปนอนบนพื้น และถึงจะพยายามแค่ไหน ตาก็ลืมไม่ขึ้นเลย หูได้ยินเสียงกรีดร้องดังลั่นและเสียงของหนักกระทบกำแพง หล่นลงมาที่พื้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทุกอย่างจะเงียบลง เขารู้สึกถึงของเหลวที่หยดลงมาบนหน้าผาก และอะไรบางอย่างอยู่ข้างขวาของหัว ชิดกับใบหู ก่อนที่เสียงกระซิบแผ่วเบาจะดังขึ้นชิดริมหู


“ลืมตาขึ้นได้แล้วล่ะ เด็กน้อย”


ซอกมินลืมตาอย่างว่าง่าย และสบเข้ากับดวงตาสีสว่างระยะประชิด ชายผมสีทองท้าวแขนลงกับพื้นและยื่นหน้าลงมาจนชิด ปอยผมบนหน้าผากของเขาเป็นสีแดงเข้ม และของเหลวนั่นก็หยดลงมาบนใบหน้าของเขา ซอกมินตกใจกลัวจนตัวแข็ง พอเห็นแบบนั้นเสียงหัวเราะเบาๆ ก็ดังขึ้น ฝ่ามือเย็นลูบที่แก้มของเขาเบาๆ แล้วไล่ลงมากุมคาง


“กลัวเหรอ หืม?”


ซอกมินตอบไม่ออก ร่างกายขยับอะไรไม่ได้เลย นอกจากหายใจเท่านั้น


“ไม่ต้องกลัวนะ พวกที่ทำร้ายนายตอนนี้ ตายหมดแล้วล่ะ”


“!!”


“ตกใจเหรอ ฮึๆ ล้อเล่นน่ะ ยังไม่ตายหรอก แต่ก็ ถ้าไม่มีคนมาช่วยในไม่กี่ชั่วโมงนี้ก็ ไม่แน่นะ”


กลัว คนคนนี้น่ากลัว ซอกมินพลาดแล้วล่ะ เขาไม่ควรเรียกให้อีกคนช่วยเลย ถึงจะขาหัก ถึงจะแขนหัก หรือโดนตีจนกะโหลกแตกก็ช่างมัน นี่เขากำลังยุ่งเกี่ยวกับใคร กับอะไรกันแน่ ชายผมสีสว่างเหมือนจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่เพราะอีกคนแสร้งตีหน้าสงสาร มือซ้ายลูบผมซอกมินเบาๆ แล้วพูดเสียงอ่อย


“แหม ฉันอุตส่าห์ช่วยทั้งที ทำหน้าดีใจหน่อยไม่ได้เหรอ? หรืออย่างน้อยก็ น่าจะ ขอบคุณสักคำ”


ซอกมินพูดไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นไร เขาดูเหมือนจะยังไม่ได้ต้องการคำตอบเพราะดวงตาสีสว่างเหลือบขึ้นมองด้านบนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลดลงมาจ้องหน้าเขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง และน้ำเสียงที่ร่าเริงก็พูดขึ้นอีกครั้ง


“หรือตอบแทนกันสักหน่อย จริงมั้ย?”


สถานการณ์ที่เขากลัวที่สุดได้มาถึงแล้ว คนตรงหน้ายิ้มค้างอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งก่อนดวงตาสีอ่อนจะเลื่อนลงมามองที่ริมฝีปากเขาและปลายนิ้วจะตามลงแตะเบาๆ ซอกมินรู้สึกเหมือนอาการชาที่ปากจะเบาลงและเขาเริ่มขยับได้อีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเงียบไปพักหนึ่ง เขาไม่รู้จะตอบอะไร แต่รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของผู้ชายน่ากลัวตรงหน้าแล้ว เขาเลยรีบพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ


“คุณต้องการ อะไร จากผม?”


“นั่นสินะ ต้องการอะไรดี ลองทายดูสิ”


ซอกมินไม่แน่ใจว่าอีกคนเป็นอะไรกันแน่ เขาคิดว่าคงไม่ใช่ผี เพราะผีในความคิดของเขาคือมนุษย์ปกติที่ตายแล้วเท่านั้น แต่คนคนนี้ดูไม่เหมือนจะเคยเป็นมนุษย์ธรรมดาด้วยซ้ำ ตั้งแต่สีตา พลังพิเศษต่างๆ แล้วก็ เขารู้สึกได้ อะไรบางอย่างจากคนคนนี้ ว่าไม่ใช่ เขาเลยคิดว่าอีกคนน่าจะเป็นปีศาจ ปีศาจแบบไหนก็ตามเขาไม่รู้ แต่โดยปกติแล้วสิ่งที่ปีศาจจะต้องการจากมนุษย์ก็คือชีวิต พอคิดถึงตรงนี้ซอกมินก็ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ผู้ชายตรงหน้าจ้องมองเขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง


“อย่า อย่ากินผมเลย ปล่อยผมไปเถอะ”


“โถ คิดว่าฉันจะกินนายงั้นเหรอ? เด็กน้อย เด็กน้อย”


ปลายนิ้วเย็นๆ ปาดหยดน้ำออกจากหางตาของเขาก่อนที่อีกคนจะโน้มหน้าลงมาใกล้แล้วจูบเบาๆ แทน ซอกมินตกใจจนขยับตัวหนี แต่มืออีกข้างของปีศาจตรงหน้าก็กดไหล่เขาลงกับพื้นด้วยแรงที่ไม่เบานักจนซอกมินขยับไปไหนไม่ได้ ได้แต่นอนนิ่งๆ ให้อีกคนเลียน้ำตาไปเงียบๆ ซอกมินหลับตาปี๋เมื่อปลายจมูกแข็งถูที่ติ่งหูของเขาเบาๆ


“ฉันไม่กินนายหรอกน่า สบายใจได้”


“ละ แล้วคุณจะ จะเอาอะไร”


ชายผมสีทองเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและเลื่อนใบหน้าขึ้นมาจนปลายจมูกชนกัน ซอกมินจ้องเข้าไปในดวงตาสีเขียวฟ้าที่เหมือนมีประกายระยิบระยับอยู่ภายใน ดวงตาของเขาโค้งลงเมื่อเจ้าตัวยิ้ม เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังก้องอยู่ในหูของเขาเมื่อปลายจมูกของอีกคนเลื่อนลงมาที่ข้างแก้ม


“จะเอาอะไรน่ะเหรอ?”





“ฉันได้มันมาแล้ว ซอกมิน”

2 comments:

  1. เจ้าหัวทองได้อะไรจากซอกมินอ่ะ หยดน้ำตาหรอ??? แต่แบบ...เจ้าหัวทองกร้าวใจมากเลย จะคนก็ไม่คน จะผีก็ไม่ผี ยมทูตยุโรปหรือไง?? #ซอกมินกินไม่ได้😂

    ReplyDelete
  2. ชอบแบบนี้!!!!~ สู้ๆค่ะไรท์

    ReplyDelete