‘วันนี้เลิกเที่ยงๆ ไม่ใช่เหรอ?’
“ครับ”
‘แล้วนี่มันบ่ายกว่าแล้วทำไมยังไม่ถึงบ้าน’
“คือ เฮงมาเดินซื้อหนังสือนิดหน่อยอะ”
‘ที่ไหน?’
“พารากอน”
‘อืม แล้วรีบกลับบ้านล่ะ เข้าใจมั้ย?’
“เข้าใจครับเฮียฮก”
‘ให้ไอ้ฮงไปรับมั้ย?’
“เฮียยย ผมโตแล้วนะ นั่งรถไม่กี่ป้ายก็ถึงแล้วบ้าน”
‘เออๆ เฮียก็แค่เป็นห่วง ลื้อตัวเล็กที่สุดในบ้าน-’
“พวกเฮียตัวบึ้กกันเองต่างหาก”
‘ว่ายังไงนะ!”
“เอาน่าๆ ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก เฮียฮกอะ ผมยี่สิบแล้วนา”
‘ลื้อมันยังเด็กอยู่เลย อาเฮง’
“ไม่เด็กแล้ววว แค่นี้นะเฮีย ไว้คุยกันที่บ้าน”
‘เออ กลับบ้านดีๆ นะ’
“อื้ออ”
กดวางสายแล้วก็ถอนหายใจยาว
จริงๆ แล้วเฮงไม่ได้จะไปซื้อหนังสือหรอก แล้วตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่พารากอนด้วย เขากำลังจะไปร้านกาแฟต่างหาก ร้านดังที่ใครๆ ก็ต้องไปถ่ายรูปอัพลงไอจี ร้านสีขาวสวยๆ ที่กาแฟอร่อย แล้วก็ลือกันว่าเจ้าของหล่อมาก เฮงกำลังจะไปร้านนั้น เพราะแบบนี้ไงถึงต้องโกหก ขืนให้เฮียฮกรู้นะ เฮียต้องตีเขาหัวแตกแน่ๆ เลย เฮียฮกน่ะไม่ชอบพวก อะไรนะ ‘ตามกระแส’ ไม่ชอบไอจี ไม่ชอบเฟสบุ๊ค ไม่ชอบทวิตเตอร์ ไม่ชอบอะไรทั้งนั้น เฮียบอกว่ามันจอมปลอม แล้วก็ตื้นเขิน จะยังไงเฮงก็ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าพอเล่นแล้วมันก็สนุกดี ก็เลยเล่น ก็แค่นั้น เหมือนกับวันนี้ที่จะไปร้านกาแฟนั่น อร่อยรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็น่าสนใจ ก็เลยจะไป
เฮงก็เป็นแบบนี้แหละ อยากทำอะไรก็ทำ ชอบอะไรก็ไม่สนใคร
แต่ถ้าเกิดชอบ ‘ใคร’ แล้วได้เป็นแฟนขึ้นมาจริงๆ ก็คงทำอะไรที่อยากทำ อย่างเช่นพาเข้าบ้านไม่ได้หรอก
เฮียฮกยังไม่รู้เลย ว่าเขาน่ะ ชอบผู้ชาย
แค่คิดก็เสียวกระหม่อมแล้ว เฮียฮกต้องฟาดไม่ยั้งแน่ๆ
เฮงเป็นคนหลงทางง่าย แต่พอมีกูเกิ้ลแมพอะไรๆ มันก็ง่ายขึ้น คนเช็คอินกันเต็มขนาดนี้ รูปก็ถ่ายกันแทบทุกมุม ร้านก็คงหาไม่ยาก ใช้เวลาไม่กี่สิบนาทีก็มาถึงจนได้ ร้านกาแฟสีขาวที่มีชิงช้าสีฟ้าอ่อนตั้งอยู่ด้านหน้ากับกระถางดอกไม้สีสวยอีกสองสามกระถาง น่ารักตั้งแต่ทางเข้าเลย เฮงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแล้วผลักประตูไม้สีขาวเข้าไปด้านใน ร้านนี้ถึงจะเป็นที่นิยมมาก แต่ก็ไม่เคยมีคนแน่นร้านเลย พวกคนที่นั่งยาวก็จะมาอ่านหนังสือบ้าง หรือมาทำการบ้านบ้าง แต่จะไม่มีคนมาจับกลุ่มคุยเสียงดังสามสี่ชั่วโมง เฮงเคยเห็นใครโพสไวๆ ว่าเจ้าของร้านเจ้าระเบียบพอสมควร เพราะงั้นคนส่วนมากก็จะมาถ่ายรูปนิดหน่อยแล้วก็กลับบ้านกันไป
วันนี้เฮงก็กะจะมาทำแบบนั้นอยู่เหมือนกัน
เขาไล่สายตามองพื้นไม้ที่ทาสีฟ้าอ่อน กำแพงและเพดานสีขาวที่มีลวดลายดอกไม้เล็กๆ น่ารัก ดูจากขนาดและหน้าตาแต่ละดอกแล้วคงจะนั่งวาดทีละดอกเองเลย ทั้งสวย ทั้งละเอียด โต๊ะไม้ขนาดกลางในร้านมีประมาณเจ็ดแปดโต๊ะ แต่ละโต๊ะมีแจกันใสใส่ดอกไม้สีสดอยู่สามสี่ดอก เลยมีกลิ่นหวานๆ สดชื่นเคล้าไปกับกลิ่นกาแฟ สายตาของเฮงไปสะดุดกับผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งที่ยืนอยู่หลังเคาท์เตอร์ไม้ พอสบตากันเขาก็ยิ้มออกมา
โอ้โห โคตรหล่อ
คนนี้เหรอ เจ้าของร้าน? หล่อสมคำร่ำลือจริงๆ แต่ดูเป็นมิตรกว่าที่คิด เฮงวางกระเป๋าลงบนโต๊ะใกล้เคาท์เตอร์แล้วเดินไปสั่งเครื่องดื่ม ออร่าเจ้าของร้านสาดใส่จนตาที่เดิมตี่อยู่แล้วต้องหยีลงแทบเป็นเส้นขีด เขามองเมนูบนกำแพงอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าของร้านสุดหล่อก็หยิบเมนูกระดาษมาวางลงบนเคาท์เตอร์ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“ดูอันนี้ก็ได้ครับ”
“ขอบคุณครับ”
“สายตาสั้นนี่ลำบากนะครับ”
เฮงแค่ตาตี่ครับ ไม่ได้หยีตาเพราะอ่านไม่ออก
แต่ไม่เป็นไรครับ หล่อ ให้อภัยครับ
“เอา เอ่อ”
เมนูภาษาอะไรครับ อ่านไม่ออก ไม่เคยเป็นคนชอบกินกาแฟครับ
“เพิ่งมาครั้งแรก ให้ผมแนะนำให้มั้ยครับ?”
“ดีเลยครับ”
“ชอบดื่มแบบไหนเข้ม? เข้มมั้ย? หรือชอบเบาๆ หวานๆ?”
“เอ่อออ..”
“...”
“เอาตามตรงนะครับ ผมไม่รู้เหมือนกัน อันไหนก็ธรรมดาสุด ปลอดภัยสุด ผมขออันนั้นแล้วกัน”
“ฮ่าๆๆๆ ได้ครับ ผมจะเอาอันที่ปลอดภัยที่สุดให้ครับ”
“ดีครับ”
หล่อ เวลาหัวเราะก็น่ารักด้วย ไม่เห็นจะดูน่ากลัวเหมือนที่คนอื่นว่ากันเลย
“แก้วเล็ก กลาง ใหญ่ดีครับ”
“เล็กก่อนแล้วกันครับ”
“โอเค คุณชื่ออะไรครับ?”
“ครับ?”
“คือ ผมจะเขียนข้างแก้วให้น่ะครับ แล้วก็เวลาเรียกให้มารับกาแฟจะได้สะดวกด้วย”
“เฮงครับ”
“เฮงนะครับ”
“แล้วคุณชื่ออะไรครับ?”
“ห๊ะ?”
“ผมบอกชื่อผมแล้ว คุณบอกชื่อคุณด้วยสิครับ”
“ฮ่าๆๆๆ ผมชื่อเมฆครับ”
เมฆ น่ารักชะมัด
“คุณเฮงไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนได้นะครับ วันนี้คนไม่เยอะ เดี๋ยวผมเอาไปเสิร์ฟให้ครับ”
“ได้ครับ”
เฮงเดินไปรอบๆ ร้าน จนมาถึงมุมด้านหนึ่งที่พื้นมีหญ้าเทียมปูไว้ กำแพงที่เต็มไปด้วยไม้เลื้อย ชนิดเดียวกับที่ปกคลุมซุ้มเล็กๆ ที่ทำจากเหล็กดัดทาสีขาว ใต้ซุ้มมีเก้าอี้โยกสีขาววางอยู่ตรงกลาง มุมนี้แหละ มุมถ่ายรูปเลย ใครๆ มาก็ต้องถ่ายที่มุมนี้ โชคดีที่วันนี้คนน้อย เฮงเลยเดินวนไปวนมาเล็งหามุมสวยๆ ถ่ายได้ไม่ต้องเกรงใจใคร แล้วก็ไม่ต้องรอต่อคิวด้วย ระหว่างที่เฮงกำลังจะลงไปหมอบคลานกับพื้นก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากด้านหลัง
“คุณเฮง ให้ผมช่วยถ่ายให้มั้ยครับ?”
เมฆนั่นเอง
“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากถ่ายเอง”
“คุณไม่อยากไปนั่งถ่ายบนเก้าอี้เหรอครับ? มุมฮิตเลยนะ”
“เอ่อ ไม่ล่ะครับ ผมไม่ค่อยชอบถ่ายรูป”
“งั้นถ่ายให้ผมหน่อยได้มั้ยครับ?”
“หา?”
“ผมยังไม่มีรูปมุมนี้กับเขาเลยนี่นา”
อะไรของเขาเนี่ย เฮงมองงงๆ เมื่อเจ้าของร้านตัวสูงเดินไปนั่งเต๊ะท่าผมเก้าอี้โยกอย่างรวดเร็วจนเกือบหงายหลัง เจ้าตัวหัวเราะแล้วยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ถ่าย แต่ไม่ทันแล้วล่ะ เฮงกดไปหลายรูปเลย กว่าจะได้รูปแบบที่เจ้าตัวเขาต้องการ เฮงก็มีรูปของเมฆอยู่เต็มเครื่อง
“ส่งมาให้ผมหน่อยครับ”
“ส่งทางไหนดีครับ”
“คุณเฮงไอดีไลน์อะไรครับ?”
โอเค แล้วเฮงก็ได้ไลน์เจ้าของร้านสุดหล่อมาง่ายๆ อย่างนั้น เมฆดูรูปไปหัวเราะไปเพราะท่าเก๊กๆ ของตัวเอง แต่เขาคงไม่รู้ว่าในเครื่องของเฮงยังมีรูปเขาอีกเยอะเลย ทั้งเก๊ก ทั้งไม่เก๊ก รูปที่ขาชี้ฟ้าตอนเกือบหงายไปนั่นก็มี เฮงกำโทรศัพท์แน่น ให้เห็นไม่ได้หรอก ยังไม่ใช่ตอนนี้
“มัวแต่ถ่ายรูป ป่านนี้น้ำแข็งละลายใส่กาแฟหมดแล้วแน่เลย”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ น้ำแข็งของทางร้านเป็นกาแฟเหมือนกัน รสชาติอาจจะแปลกไป แต่ยังอร่อยแน่นอนครับ”
คิดว่าจะได้กาแฟฟรีอีกถ้วยซะแล้ว
เมฆกลับไปยืนประจำที่หลังเคาท์เตอร์แล้ว เฮงใช้หลอดเขี่ยก้อนน้ำแข็งสีน้ำตาลในถ้วยเล่น ดูดกาแฟไป เช็ครูปไป สลับกับแอบมองคุณเจ้าของร้าน ที่ก็แอบชำเลืองมองเขาเป็นพักๆ อยู่เหมือนกัน ให้ตายสิ หล่อ น่ารักชะมัด เฮงส่ายหัวเรียกสติตัวเองแล้วเริ่มแต่งรูปในแอพพลิเคชั่น เขาอยากอัพรูปเช็คอินที่นี่ ‘ตามกระแส’ อย่างที่เฮียฮกว่านั่นแหละ แต่ก็ มันก็สวยดี แล้วเฮงก็ชอบแชร์ชีวิตตัวเองลงไอจีเป็นปกติอยู่แล้ว หนึ่งคือให้เพื่อนๆ ดู สองคือเก็บไว้เป็นความทรงจำของตัวเอง มันก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน
“คุณเฮง ทานเค้กหน่อยมั้ยครับ เข้ากับมอคค่าที่คุณกำลังดื่มมากเลยนะครับ”
เมฆวางจานกระเบื้องสีชมพูอ่อนลงบนโต๊ะ แล้วยืนยิ้มอยู่อย่างนั้น เฮงมองก้อนเค้กสีน้ำตาลนิ่ง จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ชอบกินเค้กอะไรสักเท่าไหร่ แต่พอเมฆเอามาให้แบบนี้ จะไม่กินก็คงไม่ได้สินะ
ว่าแต่ นี่น่ะเหรอเจ้าของร้านเจ้าระเบียบสุดโหดที่เขาลือกัน? เป็นมิตรขนาดเนี่ยนะ? ยิ้มจนหน้ายับหมดแล้วเนี่ย
“เค้กกล้วยหอมราดคาราเมลน่ะครับ”
เมฆคงจะเห็นว่าเฮงกำลังลังเล เลยพยายามโน้มน้าวขึ้นมาอีกครั้ง
“ตอนนี้ทางร้านกำลังจะทำขนมเสิร์ฟคู่กับกาแฟด้วย ผมไปอ่านมาว่าดื่มมอคค่า กับทานเค้กกล้วยหอมเข้ากันดี ผมลองเองแล้วก็ชอบ แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะชอบมั้ย คุณเฮงลองให้หน่อยนะครับ ถือว่าช่วยผม นะ”
“คุณพูดขนาดนี้ ผมจะไม่กินได้ยังไงเนี่ย”
“ฮ่าๆๆ ขอบคุณครับ”
เฮงตักเค้กกล้วยหอมเข้าปาก อร่อยนะ ไม่ร่วน ไม่แห้ง เหนียวนุ่ม และไม่หวานมาก กำลังดีเลย กินกับมอคค่าที่ออกหวานก็กำลังเหมาะ แต่เขาไม่ค่อยชอบคาราเมลด้านบนเลย มันทำให้หวานเลี่ยนเกินไป เฮงชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาเพิ่งเจอเมฆไม่กี่นาทีนี้เอง จะติออกไปตรงๆ ดีรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เขาก็ไม่อยากโกหก พูดดีไปแล้วได้อะไรถ้ามันไม่ใช่ความจริง
“อร่อยนะครับ เข้ากันดี แต่ผมว่าพอมีคาราเมลด้วยแล้วมันหวานไปหน่อย มอคค่าเองก็ค่อนข้างหวานอยู่แล้ว ถ้ากินมากๆ กลัวจะเลี่ยนครับ”
เมฆทำตาโตแล้วยกมือขึ้นมาตบเบาๆ ท่าทางตลกชะมัด แต่ก็ น่ารักมากเลย
“หวานไปใช่มั้ยครับ? พี่หมอกก็ว่าอย่างงั้นเหมือนกัน สงสัยผมคงติดกินหวานมากไปแล้ว”
“ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ จริงๆ แล้ว”
“ครับ ผมจะปรับปรุงครับ อาจจะเอาซอสคาราเมลแยกไว้ข้างๆ ให้เลือกราดเอง”
“แบบนั้นก็ดีครับ”
“ขอบคุณนะครับคุณเฮง ช่วยผมได้เยอะเลย เค้กกล้วยหอมนี่ถือว่าผมเลี้ยงแล้วกันนะครับ”
“ไม่ดีหรอก ให้ผมจ่ายเถอะครับ”
“ให้ผมเลี้ยงเถอะ คุณช่วยผมชิมนี่นา แถมยังหวานไปด้วย เก็บเงินคุณไม่ได้หรอกครับ”
“แต่ว่า-”
“นะครับ”
เฮงยิ้มแหย เมฆคงไม่ยอมให้เขาจ่ายเงินจริงๆ นั่นแหละ พอเฮงไม่ปฏิเสธแล้ว เมฆก็ยิ้มกว้างแล้วใช้ปลายนิ้วไล้ตามขอบจานเค้ก เฮงมองตามอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตาอีกฝ่ายที่มองอยู่ก่อนแล้ว เมฆยืนยิ้มเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่เบาลงเล็กน้อย แต่ทุ้ม และหวานขึ้นมาก
“หลังจากนี้ ถ้าเป็นไปได้มาช่วยผมชิมอีกบ่อยๆ หน่อยก็จะดีนะครับ ยังเหลืออีกหลายเมนูเลยที่ยังไม่ลงตัว”
แบบนี้เองเหรอ เฮงมองตามเมฆที่ยิ้มหวานแล้วหันหลังกลับไปที่เคาท์เตอร์อีกครั้ง
ร้ายไม่เบาเลย มานิ่มๆ แต่ก็หยอดไปหลายรอบแล้วนะครับ คุณเมฆ
เห็นทีเฮงคงจะต้องโกหกเฮียฮกแอบแวะมาที่นี่บ่อยๆ แล้วสิ
เข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไมใครๆ ก็ต้องมา น่าสนใจไม่เบาเลย
To The Sky cafe
No comments:
Post a Comment