“งึ่ย
เชอะ เชอะๆๆ!”
“เอ้า
เป็นอะไรๆ มานี่มา"
ซูนยองดึงตัวน้องชายลงมานอนกลิ้งบนเตียงด้วยกัน
หลังจากเรียนจบซูนยองก็ขอเวลาพักหน่อยก่อนจะเริ่มหางาน
แต่ก็อ่านหนังสือไปด้วยเตรียมสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น
มินกยูเองก็เรื่อยเปื่อยไปกับเขาด้วย
ยังไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักที
ซูนยองลูบหัวน้องชายเบาๆ
แล้วเอนหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์ที่น้องยื่นมาให้ดู
“ไลน์คุยกับคุณจองฮัน?”
“เขาทักมา"
“ว่ายังไงบ้างล่ะ"
“ก็เนี่ย
บอกว่ามีงานแรกมาให้แล้ว"
“ก็ดีนี่!
เร็วเหมือนกันนะเนี่ย
แล้วต้องทำยังไงบ้างล่ะ?”
“ก็บอกว่าเป็นงานถ่ายแบบนิตยสารฉบับพิเศษช่วงหน้าร้อนน่ะ
เป็นถ่ายเซ็ตกีฬา ถ่ายกับอีกหลายคนเลย
ของผมเป็นว่ายน้ำ
ก็ช่วงนี้จะให้ฟิตหุ่น
แล้วก็เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะให้ไปลองกล้องที่สระก่อน
เขาบอกว่าเพราะผมไม่ใช่ตัวหลักอะไร
มันถ่ายรวมกันหลายคนก็ไม่น่าจะยาก
แล้วก็ไม่ได้ขึ้นปก
ลงไม่กี่รูปเองมั้ง"
“อืม
ก็ดีนะ"
“อื้อ
ก็คงงั้นอะ แต่ก็
ไม่ชอบไอ้พี่จองฮันมันเลย"
“ฉันรู้
แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขา
โอกาสคงไม่มาไวขนาดนี้หรอกใช่มั้ยล่ะ?”
มินกยูทำหน้าบูดแต่ก็พยักหน้าเล็กน้อย
ซูนยองเองก็ไม่ชอบ
ไม่พอใจจองฮันอยู่หลายอย่าง
แต่อย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ
การจะดันให้มินกยูเข้าวงการทางนี้เส้นสายก็เป็นสิ่งสำคัญมากเหมือนกัน
เพราะมินกยูก็ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย
เด๋อๆ ด๋าๆ ไปวันๆ
การจะมีแมวมองมาเล็งตัวไว้
กับการจะมีคนคอยฝึก คอยหาโอกาสให้
คอยพัฒนาให้ มันก็ต่างกันมาก
เพราะงั้นเขาก็คงต้องทนๆ
หน่อย เพื่ออนาคตของมินกยู
งานถ่ายแบบครั้งนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
อย่างน้อยไม่ต้องถ่ายคนเดียวก็ไม่เครียด
แล้วก็ยังเป็นเรื่องใกล้ตัว
ว่ายน้ำ-
เห้ย
“เดี๋ยวนะมินกยู"
“หื้อ?”
“ถ่ายแบบ
ว่ายน้ำเหรอ?”
“อื้อ"
“แบบนี้
ก็คือนายต้องถอดเสื้อถ่ายใช่มั้ย?”
“ก็คงงั้นแหละ"
ข่มใจไว้ซูนยอง
อย่าปล่อยปีศาจออกมาเชียว
เพื่อน้อง ท่องไว้ เพื่อน้อง!
“หึงเหยอ~
ซูนนน~”
“เปล่า"
“จริงเหยอ~
กิ๊วๆๆ"
“หุบปาก"
“แง้งง
พูดจารุนแรงง ใจร้ายยย"
ถ้าจะให้พูดจริงๆ
ซูนยองก็หวงนั่นแหละ หวงมากด้วย
หลังจาก หลังจากไปขั้นสุดกันแล้วเขาก็รู้ว่าน้องชายน่ะ
หุ่นดีแค่ไหน จริงๆ
ไอ้ฟิตหุ่นน่ะแทบจะไม่ต้องเลยด้วยซ้ำ
เขาก็ภูมิใจนะ ภูมิใจที่น้องน่ารัก
ดูดี แต่พอคิดถึงว่าจะต้องมีใครอีกหลายคนที่อ่านนิตยสาร
แล้วดูรูปน้องเขาใส่กางเกงว่ายน้ำตัวเดียว
มันก็อดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้
ซูนยองพยายามไม่คิดถึงมันมาก
เขายืนดูมินกยูถอดเสื้อแล้วหมุนไปหมุนมาหน้ากระจกก่อนจะหันมายิ้มให้เขา
“โชคดีที่เพิ่งแข่งไปไม่นานมานี้ก็เลยยังพอจะฟิตอยู่
แต่ก็เริ่มมีพุงนิดหน่อยแล้ว
อีกอย่าง ถ้าจะให้ไหล่กว้างๆ
แขนแน่นๆ กว่านี้ก็ต้องวิดพื้น
ต้องซิทอัพอะเนอะ"
“อื้อ"
“ซูนช่วยผมนะ~”
“ทำไมต้องช่วยล่ะ?
ไอ้พวกนี้ทำเองได้นี่?”
“มันไม่มีกำลังใจอะสิ~”
“เอ้า"
“น้าน้าาา
น้าาาาา"
ซูนยองเคยปฏิเสธมินกยูได้ที่ไหนล่ะ
มินกยูนั่งเขียนแผนการออกกำลังกายอยู่แค่สองสามนาทีก็เอามาอวดเขา
ซูนยองไล่อ่านแล้วก็รู้สึกว่าคุ้นๆ
คล้ายๆ ตอนเขาจะลดน้ำหนักคราวนั้น
มินกยูยิ้มแล้วเอาหัวมาซบที่ไหล่
บอกว่าถ้าทำคนเดียวต้องห่อเหี่ยวมากแน่ๆ
อยากจะให้เขาช่วย
ซูนยองก็ไม่ได้ขัดอะไร
เขาชอบอยู่กับน้องอยู่แล้ว
แต่เขาก็ลืมดูให้ละเอียด
เพราะงั้นเช้าวันต่อมาตอนที่มินกยูปลุกเขาตั้งแต่หกโมง
ซูนยองทั้งหงุดหงิดทั้งง่วง
แต่พอเห็นหน้าหงอยๆ
ของน้องแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ซูนปั่นจักรยานนะ
เดี๋ยวผมวิ่งตาม
ซูนจะได้ออกกำลังกายด้วย"
“เอ่อ"
“ไม่ต้องเลย
เดี๋ยวนี้อะซูนเอาแต่นั่งๆ
นอนๆ ตัวกลมขึ้นทุกวันแล้วเนี่ย
น่ารักก็น่ารักอยู่หรอก
แต่ไม่ดีต่อสุขภาพนะรู้เปล่า!”
แล้วเขาจะเถียงอะไรได้
ซูนยองเลยปั่นจักรยานเอื่อยๆ
คู่ไปกับมินกยูที่ใส่เสื้อยืดสีฟ้าลายก้อนเมฆตัวโปรดกับกางเกงบอลขาสั้น
วิ่งทำหน้าสดชื่นเหมือนจะถ่ายโฆษณาน้ำดื่ม
สถานการณ์แตกต่างจากตอนซูนยองลดน้ำหนักอย่างสิ้นเชิง
มินกยูวิ่งอยู่ชั่วโมงกว่าๆ
ถึงจะดูเหนื่อยอยู่บ้าง
เหงื่อแตกเต็มตัว
แต่ก็ยังยิ้มหน้าชื่นตาบานอยู่ได้
อ้อนจะขอจิบน้ำอยู่บ่อยๆ
แต่ซูนยองก็ไม่ได้ให้ดื่มเยอะมากเพราะเดี๋ยวจะจุกเอา
ต่างจากซูนยองในตอนนั้นที่วิ่งขาลาก
ขาเป๋ หอบจนคิดว่าจะตายซะแล้ว
แถมตอนหลังยังขาสั่นขนาดเดินกลับเองไม่ไหว
ครั้งนี้กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบแปดโมงเพราะมินกยูไม่ยอมซ้อนจักรยานกลับ
จะวิ่งท่าเดียว
พอกลับเข้ามาก็เจอคุณแม่ที่กำลังจะออกไปทำงานพอดี
“ว้ายตายแล้ว
นี่ยังไม่แปดโมงเลย
ซูนยองตื่นแล้วเหรอลูก!
ออกไปปั่นจักรยานมาด้วย!
นี่แม่ฝันอยู่รึเปล่าเนี่ย!”
“แม่อะะ"
“ฮ่าๆๆๆ
แม่ไม่ได้ฝันหรอกคร้าบ
ผมลากซูนออกจากเตียงไปออกกำลังกายเองเมื่อเช้า"
“ลูกมินกยูนี่เอง
มิน่าล่ะ เจ้าหมูน้อยของแม่น่ะถ้าไม่มีเรานะ
คงจะนอนอืดอยู่บ้านทั้งวันแหละลูก"
“แมมมม่"
ซูนยองนั่งกินขนมปังทาแยมอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นมินกยูต้มไข่กินกับนมจืด
ปกติก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองอ้วนหรือใช้ชีวิตไม่ดีอะไรเท่าไหร่
แต่พอเห็นน้องชายทำตัวสุขภาพดีขึ้นมาแบบนี้เขาก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่
แต่จะให้เขากินแบบมินกยูน่ะเหรอ
ไม่เอาหรอก
มินกยูเหลือบมามองขนมปังทาแยมของเขาเล็กน้อยก่อนจะเม้มปากแล้วหันหน้าหนีไป
ซูนยองรีบฉีกขนมปังเป็นคำเล็กๆ
แล้วใช้นิ้วจิ้มๆ แก้มจนน้องหันมา
“อะ
อ้าปาก กินคำหนึ่งไม่เป็นไรหรอก"
“ฮื้ออ
ซูนน"
ตอนเขาจะลดน้ำหนัก
น้องก็ยอมเอาเนื้อให้กิน
ตอนน้องจะฟิตหุ่น
เขาก็จะเอาขนมปังทาแยมให้กินเหมือนกัน
คนเราถ้ามีกำลังใจสักหน่อย
อะไรๆ ก็ทำได้ ซูนยองอยากจะเป็นกำลังใจให้น้อง
เหมือนที่น้องเป็นกำลังใจให้เขามาตลอด
ซูนยองให้มินกยูอาบน้ำก่อน
เหงื่อแตกเต็มตัวขนาดนั้นเขาไม่ใจร้ายให้น้องยืนเหม็นอยู่ในห้องหรอก
มินกยูอ้อนบอกให้มาอาบด้วยกันแต่เขาไม่ยอม
เดี๋ยวได้ยาวอีกน่ะสิ
ระหว่างอาบน้ำซูนยองก็คิดกังวลเรื่องน้องจะต้องไปถ่ายแบบ
ไหนจะเรื่องจองฮัน
เรื่องต้องถอดเสื้อถ่ายรูป
ไหนจะกังวลว่ามินกยูจะทำได้มั้ยอีก
เดินเช็ดผมออกมามึนๆ
ไม่ได้สังเกตว่ามินกยูแอบหลบอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า
ซูนยองกำลังจะเปิดตู้ก็ถูกรวบกอดจากด้านหลังแล้วเหวี่ยงลงเตียงพร้อมกับเจ้าน้องชายที่คลานตามขึ้นมาคร่อมทับไว้ทันที
สถานการณ์อันตรายชัดๆ
“เห้ย
อะไรเนี่ยมินกยู!”
“อะไรดีล่ะครับ~”
“ละแล้วทำไมไม่ใส่เสื้อผ้า
เดี๋ยวเป็นหวัดหรอก!”
“แอร์ก็ไม่ได้เปิด
อากาศก็ไม่ได้เย็น ไม่เป็นหรอกหวัดอะ
อีกอย่าง จะใส่ทำไม
เดี๋ยวก็ต้องถอดอยู่ดี"
ซูนยองขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อน้องชายโน้มหน้าลงมาจูบแถวหัวไหล่
มือข้างหนึ่งดึงผ้าเช็ดตัวรอบเอวของเขาโยนลงไปข้างเตียง
ซูนยองจับไหล่น้องชายแน่น
ไม่ได้ดึงเข้าหา แต่ก็ไม่ได้ผลักออกไป
มินกยูยิ้มแล้วเขยิบตัวขึ้นจูบพี่ชาย
จูบซ้ำๆ จนกว่าจะพอใจในขณะที่มือเลื้อยต่ำลงไปเรื่อยๆ
ซูนยองหลับตาปี๋ สองแขนโอบรอบเอวน้องไว้
สองขายอมขยับตามที่น้องต้องการ
“ซูนจ๋า~”
“อย่าเรียกแบบนี้
มะ ไม่เอา"
ประมาณสิบโมงกว่า
ซูนยองตื่นขึ้นอีกครั้ง
เขาเป็นคนไม่ค่อยหลับระหว่างวันเท่าไหร่
แต่หลังจากไปทะเลด้วยกันมินกยูก็ทำให้เขาต้องหมดแรงจนต้องหลับไปทั้งๆ
ที่ไม่ใช่เวลาแบบนี้บ่อยๆ
น้องชายซุกหน้าอยู่กับอกของเขา
ยังหลับสบายอยู่ ซูนยองลูบผมน้องเบาๆ
มินกยูเป็นคนแก้มย้อยมาแต่ไหนแต่ไร
ถึงจะไม่ได้อ้วน แต่จะมีแก้มนุ่มๆ
ใกล้ริมฝีปากเสมอ
ตอนนี้ถึงจะโตขึ้นมากแล้วแต่ก้อนเนื้อนิ่มๆ
นั่นก็ยังอยู่
ซูนยองใช้ปลายนิ้วเขี่ยเล่นแล้วก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อมินกยูขมวดคิ้วแล้วหันหน้าหนีโดยการซุกหน้าลงกับอกเขามากกว่าเดิม
ซูนยองเลิกแกล้งน้องแล้วกระชับกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม
ช่วงนี้เขามีความสุขมาก
โดยเฉพาะเวลาแบบนี้
ความรู้สึกมันตีตื้นขึ้นมาในอกเมื่อมีมินกยูอยู่ในอ้อมกอด
มันเหมือนย้ำเตือนเขาซ้ำๆ
ว่าความสัมพันธ์นี้เป็นของจริง
มินกยูที่น่ารักของเขาเป็นของจริง
เพราะก่อนนี้การจะได้กอดมินกยูแบบนี้มันเหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
แต่ในที่สุด
เขาก็ยอมปล่อยทุกอย่างเพื่อจะได้อยู่กับมินกยูแบบนี้
ถึงตอนนี้เขาจะยังไม่มั่นใจว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกรึเปล่าก็ตาม
“เอาล่ะซูน
ผมจะเริ่มซิทอัพละนะ~”
“อื้อ"
“ซูนช่วยหน่อยน้า~”
“ให้จับเท้าให้ใช่มั้ย?”
“อื้อ!
เอ้อ
เอาคางมาวางบนเข่าผมด้วยนะ”
“ทำไมอะ?”
“เอาเถอะ
นะนะน้าา"
ซูนยองขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
เขานั่งทับเท้าน้องอย่างไม่ทันคิดแล้วก็ต้องรีบลุกเมื่อได้ยินเสียงร้องโอดโอยดังลั่น
ลืมไปว่าน้ำหนักขึ้นมามากจะให้นั่งทับแทนใช้มือจับก็คงไม่ได้
ถึงจะรู้สึกเสียหน้านิดหน่อยแต่ซูนยองก็รีบขยับออกโดยดี
ใช้มือจับไว้แน่นแล้วก็วางคางลงบนเข่าตามที่น้องบอก
มินกยูยิ้มแป้นแล้วยกมือขึ้นประสานไว้บนอก
“เอาละน้า~”
“เอาเลย"
“ฮึบบ~"
จุ๊บ
ว่าแล้ว
ว่าแล้วเชียว ซูนยองพลาดได้ยังไง
มินกยูยิ้มแป้นในขณะที่ริมฝีปากยังแตะกันอยู่
น้องชายตัวแสบซิทอัพขึ้นมาจนอกชนต้นขา
ขึ้นมาสูงจนได้จูบพี่ชายนั่นแหละ
พอจูบเสร็จก็หงายลงไปใหม่
แล้วก็ยกตัวขึ้นมาอีกครั้ง
และอีกครั้ง ซูนยองไม่ได้ขยับหนี
ถึงจะเขินอยู่หน่อยๆ
เพราะกลายเป็นน้องชายออกกำลังกายไปจูบเขาไป
อยากแช่งให้ปวดคอด้วยความหมั่นไส้
แต่ก็นะ อย่างซูนยองจะแช่งอะไรมินกยูได้
เขารักน้องมากเกินไปจริงๆ
มากจนตัวเองชักจะเสียเปรียบเยอะไปแล้ว!
“พอยังเนี่ย-
อื้อ
นี่หลายร้อยที-
อื้อ
ละนะเนี่ย-
อื้อ
จะจูบอะไรนัก-
อื้อ หนา!!
ปากจะเปื่อย-
อื้อ
หมดแล้ว!!”
สุดท้ายมินกยูก็ซิทอัพไปสามร้อยกว่าที
เหงื่อแตกเต็มตัว
หน้าตาแช่มชื่นเป็นที่สุด
เจ้าตัวดึงเสื้อยืดขึ้นโชว์กล้ามท้องที่เริ่มขึ้นเป็นลอนๆ
ซูนยองมองแล้วก็เบ้ปากเล็กน้อย
ดูแบบนี้แล้วก็เท่ใช้ได้จนเขาเองก็เริ่มอยากจะมีบ้างแล้วสิ
มินกยูถอดเสื้อโยนทิ้งไปข้างๆ
แล้วเริ่มซิทอัพต่อหลังจากพักไปได้ไม่กี่นาที
ซูนยองแอบเหน็บว่าจะถอดเสื้อปล่อยกลิ่นเต่าทำไม
มินกยูไม่ตอบแต่แอบงับปากพี่ชายจนร้องลั่น
ซิทอัพไปได้เกือบหกร้อยทีก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงพอดี
“นายมันบ้า
บ้าไปแล้วแน่ๆ
ซิทอัพบ้าอะไรจนท้องขึ้นเป็นลูกๆ
แบบนั้น"
“เท่ล่ะสิ
อยากมีบ้างล่ะสิ~
ไม่ต้องมาทำเป็นหมั่นไส้เลย
ผมรู้หรอกว่าจริงๆ ซูนก็อยากมี"
“ไอ้เด็กบ้า"
ซูนยองกินข้าวหน้าเนื้อมันเยิ้มอย่างเอร็ดอร่อย
คราวนี้เขาไม่แบ่งน้องข้อหากวนประสาท
ปล่อยให้กินอกไก่กับสลัดผักจ๋อยๆ
ไปแทน มินกยูเหลือบมองเนื้อย่างแล้วส่งสายตาเว้าวอนมาหาเขา
แต่ไม่มีทางซะหรอก
สุดท้ายมินกยูก็นั่งปากยื่นกินไก่แห้งๆ
อย่างงอนๆ เพราะซูนยองไม่แม้แต่จะชายตามามอง
หลังจากกินข้าวกันเสร็จก็ต้องรออาหารย่อยก่อนถึงจะออกกำลังกายใหม่ได้
มินกยูดึงมือพี่ชายที่กำลังจะลงไปนอนเล่นบนโซฟาไว้ทันแล้วขมวดคิ้วใส่
“กินแล้วนอนเป็นหมู!”
“เอ่อ
ฉันก็แค่-”
“ไม่ได้เป็นแค่หมู
เป็นกรดไหลย้อนด้วย!
เอาสิ!”
หมดคำพูด
เถียงไม่ออก
มินกยูนำซูนยองยืดเส้นอยู่หน้าโซฟา
เริ่มจากท่าง่ายๆ
ก้มเอามือแตะพื้นซึ่งสองพี่น้องเกือบอ้วกแตกเลยต้องรีบเปลี่ยนเป็นหมุนไหล่หมุนข้อเท้าแทน
ซูนยองปกติไม่ชอบออกกำลังกายอะไรเท่าไหร่นอกจากวิ่งแต่พอมองหุ่นน้องแล้วก็เริ่มรู้สึกอยากออกกำลังกายขึ้นมาบ้าง
ยิ่งมินกยูหมุนบิดซ้ายทีขวายิ่งเห็นสัดส่วนที่แน่นตึงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
ซูนยองก้มมองเอวตัวเองที่เริ่มจะหนาขึ้นแล้วก็ถอนหายใจ
ถือโอกาสที่มินกยูฟิตหุ่น
ลดน้ำหนักไปด้วยเลยจะดีกว่า
ขืนรอให้อ้วนเหมือนตอนนั้นเขาได้ตายอีกรอบแน่
กว่าจะลดลงมาได้ ยากมากจริงๆ
“เอาล่ะ
ชั่วโมงกว่าแล้ว
อาหารน่าจะย่อยแล้วล่ะมั้ง"
“อื้อ
ก็คงงั้น ต่อไปวิดพื้นใช่มั้ย?”
“อื้อ~”
“ให้ฉันนั่งบนหลังนาย?”
“ไม่!
บอกไปแล้วไงว่าไม่
นี่ซูนอยากให้ผมหลังหักเหรอ?”
“อะ
อ่าว-”
“ซูนนอนกับพื้นไป
นอนหงายนะ"
“ทำไม-”
“เร็ววว"
ซูนยองขมวดคิ้วแล้วใช้นิ้วจิ้มจมูกน้องแรงๆ
หนึ่งทีข้อหามาสั่งเขา
รู้สึกตะหงิดๆ ว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีอีกแน่
แต่ก็นอนหงายลงอย่างว่าง่าย
มินกยูยิ้มแล้วรีบปีนมาคร่อมทับทำเอาซูนยองโวยลั่น
แต่มินกยูก็ไม่สนแล้วจัดท่าเหมือนจะวิดพื้น
ตะโกนแข่งบอกว่าจะวิดแล้วให้นอนเงียบๆ
ซูนยองหยิกแก้มน้องอย่างหงุดหงิด
ยิ่งบิดแรงขึ้นเมื่อน้องเอาแต่ยิ้ม
และซูนยองก็โดนแกล้งอีกแล้วจริงๆ
เพราะทุกครั้งที่มินกยูงอแขนก็จะโน้มหน้าลงมาจูบเขาด้วย
นับเลขไปจูบไปแถมยังยิ้มกริ่มอย่างน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด
“หนึ่ง
จุ๊บ สอง จุ๊บ สาม จุ๊บ"
“ไอ้เด็กนี่-
อื้อ
จะเอาให้ปากฉัน-
อื้อ
เปื่อยไปเลยใช่มั้ย!
นี่!”
ซูนยองจะถดตัวหนีก็ไม่ได้เพราะพอจะขยับมินกยูก็เหมือนจะรู้ทัน
ทิ้งตัวลงมานอนทับทันที
หนักก็หนัก เหงื่อก็ออก
ซูนยองหงุดหงิดจนตีไหล่น้องไปสามสี่ทีระบายอารมณ์แล้วถึงยอมนอนให้จูบดีๆ
พอนับไปได้ถึงเกือบร้อยครั้งซูนยองก็เริ่มแกล้งน้องคืนบ้าง
เอนหัวหนีให้จูบพื้นบ้าง
เอาหัวโขกบ้าง
มินกยูเบะปากทำท่าจะงอแงเมื่อจูบพื้นรอบที่สี่ซูนยองเลยยันตัวขึ้นหอมแก้มไปหนึ่งที
แค่นั้นก็มากพอจะทำให้น้องมีกำลังใจขึ้นมาอีกได้
พอถึงร้อยครั้งมินกยูก็กลิ้งตัวลงนอนแผ่อย่างเหนื่อยอ่อน
“ขอพักก่อนนะซูน
เหนื่อยอะ"
“อื้อ
พักสิ เมื่อเช้าก็ออกกำลังกายไปตั้งเยอะแล้ว
อย่าหักโหมเลย"
“แต่มีเวลาแค่อาทิตย์เดียวเองนี่นา"
“อืม
ก็ใช่ แต่หุ่นนายก็ไม่ได้แย่อะไรแต่แรกอยู่แล้วนี่"
“จริงเหยอ~”
ช่วงบ่ายรวมแล้ววิดพื้นไปได้สองร้อยกว่าครั้ง
ยิ่งวิดยิ่งเหนื่อยจนมินกยูยอมแพ้
นอนตะแคงกอดตัวเองดราม่าอยู่บนพื้นสิบกว่านาทีก่อนซูนยองจะลากให้ลงไปนอนที่โซฟาดีๆ
ช่วงเย็นก็เลยนอนดูทีวีกัน
มินกยูจะแอบหยิบคุกกี้แต่ซูนยองก็ตีมือแล้วดึงกล่องหนีปล่อยให้น้องนั่งห่อเหี่ยวไป
เพราะว่าตอนเที่ยงกินน้อยแถมยังออกกำลังกายมาก
พอตอนเย็นคุณแม่กลับมาบ้านมินกยูเลยรีบวิ่งเข้าไปกอดเอวทันที
“คุณแมมมมมม๊"
“อะไรครับลูกมินกยู?”
“หิวข้าววววว"
“ฮ่าๆๆๆ
โอ๋ๆ นี่ลดน้ำหนักอยู่นี่นาใช่มั้ย?
ถ่ายแบบอาทิตย์หน้าใช่มั้ยลูก?”
“อื้อ~
คุณแม่
ผมอยากกินเนื้อย่างงง"
“ได้เหรอลูก
ไม่ใช่ต้องกินอกไก่เหรอ?”
“จะกินเนื้ออ่าาา
หิวว นะนะคุณแม่ทำให้ผมกินนะ"
“เอ่อ-”
“อย่านะแม่
มานี่เลยมินกยู เดี๋ยวฉันอุ่นอกไก่ให้"
“ซูนนนนน"
“แล้วเดี๋ยวเอาเนื้อย่างจากจานฉันไปได้ชิ้นหนึ่ง
ตกลงมั้ย?”
“ฮื้ออออ
ซูนนนนน"
“เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ซื้อเนื้อวัวบดไม่มีมันมาให้แล้วกันลูก"
“ฮืออออ
คุณแมม่"
ซูนยองแบ่งเนื้อให้มินกยูตามที่สัญญา
มินกยูแทบจะกระโดดนั่งตักเพื่อหอมแก้มแต่ก็ถูกดันไว้ก่อน
คุณแม่สำลักเนื้อเล็กน้อยแต่ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอได้เนื้อไปชิ้นหนึ่งมินกยูก็สับเป็นเศษเล็กๆ
แล้วกินกับไก่ทุกคำด้วยเหตุผลว่า
จะได้ทำให้มันมีรสชาติขึ้นมาบ้าง
โชคดีที่ยังมีนมอัลมอนด์เลยทำให้ฝืดคอน้อยลง
ซูนยองหยิบทิชชู่ขึ้นถูกปากน้องที่เต็มไปด้วยซอสเนื้อ
น้ำสลัดและนมอัลมอนด์
เละเทะซะยิ่งกว่าตอนอยู่อนุบาลอีก
แต่มินกยูก็แก้ตัวว่าตัวเองกำลังจะเช็ดอยู่แล้ว
หลังจากกินข้าวเสร็จมินกยูก็รีบโยนให้ซูนยองเป็นคนล้างจานทันที
“อะ-
อะไรเล่า
ทำไมไม่เป่ายิ้งฉุบเหมือนทุกทีล่ะ?”
“ไม่ได้ๆ
ถ้าผมเป็นคนล้างล่ะก็ซูนต้องไปนอนดูทีวีแน่เลย
กินแล้วนอนเป็นหมูๆ
ใช่มั้ยคุณแมมม่"
“ใช่จ้ะลูกมินกยู
ลูกหมูซูน เราล้างนะวันนี้"
“แมมมมมมมม่!!”
ซูนยองยืนล้างจานหน้าบูด
มินกยูที่มายืนระริกระรี้ใกล้ๆ
ต้องคอยหลบเท้าพี่ชายที่ตกขึ้นจะถีบอยู่เป็นพักๆ
มินกยูยิ้มขำแล้วพูดไม่หยุดว่าที่ทำแบบนี้เพราะตั้งใจจะให้ซูนยองสุขภาพดี
เดี๋ยวนี้เรียนจบไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยจากเดิมที่เคลื่อนตัวน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยลงไปอีกจนวันหนึ่งเดินนับก้าวได้
พอซูนยองทำหูทวนลมมินกยูเลยหยิกพุงพี่ชายเบาๆ
พอให้เห็นเป็นตัวอย่างจนโดนโวยใส่เสียงดัง
“นี่!
เกินไปแล้วนะไอ้เด็กบ้า!
ใครให้หยิกท้องฉัน!”
“ท้องไหนล่ะ
เขาเรียกพุง ซูนอะ
พยายามหลีกเลี่ยงคำที่ดูอ้วนเนอะ"
“คิม
มิน กยู!!”
ผ่านไปชั่วโมงกว่าอาหารน่าจะย่อยเรียบร้อยก็มาถึงการออกกำลังกายช่วงดึก
ซูนยองแยกเขี้ยวใส่น้องแล้วถามว่ายังกล้ามาขอให้ช่วยอีกเหรอ
มินกยูยิ้มแป้นสู้แล้วบอกว่าแน่นอน
พอมาแบบนี้พี่ชายก็พูดไม่ออกเหมือนกัน
มินกยูนั่งลงบนโซฟาแล้วให้พี่ชายนั่งตักในขณะที่ตัวเองยกน้ำหนักไปด้วย
ซูนยองบ่นเบาๆ
ว่าแค่นี้ทำไมจะต้องการกำลังใจอีกแต่พอน้องทำหน้าเศร้าใส่ก็ต้องหอมแก้มปลอบ
แพ้แบบนี้ทุกที
นั่งดูทีวีอยู่พักหนึ่งคุณแม่ก็เดินมาจะดูด้วย
พอเห็นพี่น้องนั่งตักกันก็สำลักอากาศจนไอไม่หยุดไปหลายนาที
ซูนยองทำท่าจะปีนลงจากตักน้องแต่คุณแม่ก็ยกมือห้ามไว้
“ไม่
แค่ก ไม่เป็นไรลูก แม่ แค่กๆ
แม่โอเค แม่โอเค นั่งไปเถอะ
สบายๆ ลูก"
ซูนยองให้มินกยูอาบน้ำก่อนเหมือนเดิม
แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างไป
พอน้องอาบเสร็จซูนยองก็ปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย
พอถอดเสื้อผ้าออกหมดก็ยืนหมุนไปหมุนมาหน้ากระจกแล้วขมวดคิ้ว
อืม ก็อ้วนขึ้นจริงๆ นั่นแหละ
จริงๆ เขาก็มองตัวเองอยู่ทุกวัน
แต่ไม่เคยสังเกตอะไรมากนัก
จนกระทั่งได้เห็นหุ่นมินกยูชัดๆ
แล้วพอลองมาเทียบกับตัวเองก็รู้สึกแย่ยังไงไม่รู้
เพราะงั้นซูนยองก็เลยแอบวิดพื้นในห้องน้ำ
ที่ไม่พอก็ยันแขนกับอ่างล้างหน้าแทน
น้องวิดได้ร้อย
เขาลองห้าสิบดูก็แขนแทบหลุดแล้ว
แถมขายังสั่นไปหมด
อาบน้ำเสร็จก็ยังไม่หาย
ยืดเส้นก็แล้ว ลองนั่งพักก็แล้ว
ทำยังไงก็ไม่หาย ทุเรศตัวเองก็ทุเรศ
อายก็อายแต่ซูนยองก็เดินขาสั่นออกมาจากห้องน้ำ
มินกยูที่แอบอยู่หลังตู้เสื้อผ้าที่เดิมพอเห็นพี่เดินสั่นๆ
ออกมาก็พับแผนผีผ้าห่มแล้วรีบเดินเข้าไปหา
“ซูน
ซูนเป็นอะไรอะ?
ทำไมขาสั่นอะ?”
“เอ่อ
ไม่มีอะไรหรอก"
“ไม่มีอะไรได้ไงอะ
เห้ย แขนก็สั่นอะ ซูนน!
ซูนเป็นอะไร
ซูนบอกผม!”
“ไม่มีอะไรจริงๆ
มินกยู ถอยไปก่อนนะเดี๋ยวฉันใส่เสื้อผ้า"
“ซูน!
สั่นไปหมดแบบนี้จะให้ผมปล่อยไปได้ยังไง!
เป็นอะไรบอกผมมาเดี๋ยวนี้นะ!”
ซูนยองหลับตาแล้วเอาหน้าผากพิงประตูตู้เสื้อผ้า
นึกไม่ออกว่าจะตอบน้องยังไงดี
มินกยูเห็นพี่ซบไปแบบนั้นก็ยิ่งร้อนใจ
อุ้มพี่ไปนอนบนเตียงดีๆ
ซูนยองเห็นสีหน้าน้องดูกังวลก็รีบยกมือขึ้นจะลูบหัว
แต่ดันกลายเป็นทำให้ห่วงกว่าเดิมเพราะแขนยกไม่ขึ้น
ก่อนที่มินกยูจะเรียกรถพยาบาลซูนยองก็ตัดใจรีบเล่าความจริงให้ฟัง
“อย่าหัวเราะนะ
เข้าใจมั้ย?”
“ไม่หัวเราะหรอก!
จะหัวเราะได้ไง!-”
“คือฉัน
แอบไปวิดพื้นในห้องน้ำมา"
“ซูนเจ็บขนาด-
ห๊ะ?”
“อือ
ขาสั่นแขนสั่นเพราะแบบนี้แหละ"
เงียบสนิท
ซูนยองก้มลงมองพุงตัวเองแล้วก็ถอนหายใจ
ทำไมมันเป็นก้อนๆ แบบนี้นะ
ถึงจะยังไม่ได้ยื่นออกมา
แต่ก็เรียกได้ว่าไม่มีกล้ามเนื้อเลย
ยิ่งมินกยูเงียบไปแบบนี้เขายิ่งรู้สึกแย่
แต่พอจะลุกไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่มินกยูก็ดึงเขาไปกอดแน่น
สองมือลูบแผ่นหลังเขาเบาๆ
โน้มหน้ามาจูบที่ไหล่และต้นแขนเขา
“ซูน
ที่ผมล้อซูนว่าอ้วน ว่าหมูน่ะ
ผมล้อเล่นนะ"
“ไม่หรอก
ฉันก็อ้วนจริงๆ-”
“ซูนไม่อ้วนนะ
จริงๆ ไม่อ้วนเลย ผมก็แค่ห่วงสุขภาพซูนอะ
กลัวซูนสุขภาพไม่ดี"
“อือ"
“แต่ถึงซูนจะอ้วนอะ
ผมก็ยังรักซูนนะ รักซูนตลอดนั่นแหละ
ไม่ว่าซูนจะเป็นยังไงก็ตาม
เคยบอกแล้วนี่"
“อื้อ"
“อย่าเครียดเลยนะ
ผมเห็นหน้าซูนผมก็รู้แล้วว่าซูนคิดมาก
ขอโทษนะครับ"
“นายไม่ผิดหรอก
อย่าขอโทษเลย"
“ซูน
อย่าฝืนตัวเองเลยนะ เรามาค่อยๆ
ออกกำลังกาย แล้วก็สุขภาพดีไปด้วยกันดีกว่า
นะ"
“อื้อ"
“ผมอะ
รักซูนที่สุดเลย นะ~”
“อือ"
ซูนยองเอียงหัวไปซบกับไหล่น้องแล้วยิ้มออกมา
ไม่ว่าตอนไหน เมื่อไหร่
มินกยูก็มีวิธีทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ตลอดเลย
เพราะแบบนี้น่ะสิเขาถึงได้ทั้งรักทั้งหลงขนาดนี้
นิ้วโป้งของน้องนวดที่ฝ่ามือเขาเบาๆ
ในขณะที่ปากยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวไหล่
ทั้งที่ภาพตัวเองในกระจกยังติดอยู่ในหัว
แต่แค่คำพูดไม่กี่คำกับมินกยูกลับทำให้เขาสบายใจขึ้นได้ขนาดนี้
ไม่มีใครอีกแล้วล่ะที่จะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาได้แบบนี้
“ซูน~”
“หืม?”
“แต่ว่า
ถ้าซูนยังอยากออกกำลังกายล่ะก็
ผมจะช่วยนะ"
“อื้อ
ขอบใจนะ"
“ตอนนี้เลยนะ?”
“หืม?
แต่เราอาบน้ำแล้วนะ
ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน"
“ไม่หรอก
ตอนนี้แหละ"
ซูนยองเลิกคิ้วแล้วหันมามองหน้าน้อง
แต่พอเห็นสีหน้าเท่านั้นแหละ
ซูนยองก็รู้ทันทีว่ากำลังจะโดนเล่นอีกแล้ว
“ซูนน~”
“นี่ๆ
ไม่เอานะ-”
“ซูนรู้เปล่า
จะอึ๊งจะอึ๊งกันเนี่ยสลายไขมันดี๊ดีนะ~”
“นี่ๆๆ
ถอยไปเลยนะ เพิ่งอาบน้ำมาเดี๋ยวก็-
ว้ากกก
คิมมินกยู!!"
แต่นอกจากจะเป็นกำลังใจที่ดีแล้ว
ก็ยังขยันทำให้เขาปวดหัวด้วย!
No comments:
Post a Comment