Saturday, 10 March 2018

First Challenge 1/3 #minsoon

“งึ่ย เชอะ เชอะๆๆ!”

“เอ้า เป็นอะไรๆ มานี่มา"

ซูนยองดึงตัวน้องชายลงมานอนกลิ้งบนเตียงด้วยกัน หลังจากเรียนจบซูนยองก็ขอเวลาพักหน่อยก่อนจะเริ่มหางาน แต่ก็อ่านหนังสือไปด้วยเตรียมสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น มินกยูเองก็เรื่อยเปื่อยไปกับเขาด้วย ยังไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักที ซูนยองลูบหัวน้องชายเบาๆ แล้วเอนหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์ที่น้องยื่นมาให้ดู

“ไลน์คุยกับคุณจองฮัน?”

“เขาทักมา"

“ว่ายังไงบ้างล่ะ"

“ก็เนี่ย บอกว่ามีงานแรกมาให้แล้ว"

“ก็ดีนี่! เร็วเหมือนกันนะเนี่ย แล้วต้องทำยังไงบ้างล่ะ?”

“ก็บอกว่าเป็นงานถ่ายแบบนิตยสารฉบับพิเศษช่วงหน้าร้อนน่ะ เป็นถ่ายเซ็ตกีฬา ถ่ายกับอีกหลายคนเลย ของผมเป็นว่ายน้ำ ก็ช่วงนี้จะให้ฟิตหุ่น แล้วก็เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะให้ไปลองกล้องที่สระก่อน เขาบอกว่าเพราะผมไม่ใช่ตัวหลักอะไร มันถ่ายรวมกันหลายคนก็ไม่น่าจะยาก แล้วก็ไม่ได้ขึ้นปก ลงไม่กี่รูปเองมั้ง"

“อืม ก็ดีนะ"

“อื้อ ก็คงงั้นอะ แต่ก็ ไม่ชอบไอ้พี่จองฮันมันเลย"

“ฉันรู้ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขา โอกาสคงไม่มาไวขนาดนี้หรอกใช่มั้ยล่ะ?”

มินกยูทำหน้าบูดแต่ก็พยักหน้าเล็กน้อย ซูนยองเองก็ไม่ชอบ ไม่พอใจจองฮันอยู่หลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ การจะดันให้มินกยูเข้าวงการทางนี้เส้นสายก็เป็นสิ่งสำคัญมากเหมือนกัน เพราะมินกยูก็ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย เด๋อๆ ด๋าๆ ไปวันๆ การจะมีแมวมองมาเล็งตัวไว้ กับการจะมีคนคอยฝึก คอยหาโอกาสให้ คอยพัฒนาให้ มันก็ต่างกันมาก เพราะงั้นเขาก็คงต้องทนๆ หน่อย เพื่ออนาคตของมินกยู งานถ่ายแบบครั้งนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างน้อยไม่ต้องถ่ายคนเดียวก็ไม่เครียด แล้วก็ยังเป็นเรื่องใกล้ตัว ว่ายน้ำ-

เห้ย

“เดี๋ยวนะมินกยู"

“หื้อ?”

“ถ่ายแบบ ว่ายน้ำเหรอ?”

“อื้อ"

“แบบนี้ ก็คือนายต้องถอดเสื้อถ่ายใช่มั้ย?”

“ก็คงงั้นแหละ"

ข่มใจไว้ซูนยอง อย่าปล่อยปีศาจออกมาเชียว เพื่อน้อง ท่องไว้ เพื่อน้อง!

“หึงเหยอ~ ซูนนน~”

“เปล่า"

“จริงเหยอ~ กิ๊วๆๆ"

“หุบปาก"

“แง้งง พูดจารุนแรงง ใจร้ายยย"

ถ้าจะให้พูดจริงๆ ซูนยองก็หวงนั่นแหละ หวงมากด้วย หลังจาก หลังจากไปขั้นสุดกันแล้วเขาก็รู้ว่าน้องชายน่ะ หุ่นดีแค่ไหน จริงๆ ไอ้ฟิตหุ่นน่ะแทบจะไม่ต้องเลยด้วยซ้ำ เขาก็ภูมิใจนะ ภูมิใจที่น้องน่ารัก ดูดี แต่พอคิดถึงว่าจะต้องมีใครอีกหลายคนที่อ่านนิตยสาร แล้วดูรูปน้องเขาใส่กางเกงว่ายน้ำตัวเดียว มันก็อดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ ซูนยองพยายามไม่คิดถึงมันมาก เขายืนดูมินกยูถอดเสื้อแล้วหมุนไปหมุนมาหน้ากระจกก่อนจะหันมายิ้มให้เขา

“โชคดีที่เพิ่งแข่งไปไม่นานมานี้ก็เลยยังพอจะฟิตอยู่ แต่ก็เริ่มมีพุงนิดหน่อยแล้ว อีกอย่าง ถ้าจะให้ไหล่กว้างๆ แขนแน่นๆ กว่านี้ก็ต้องวิดพื้น ต้องซิทอัพอะเนอะ"

“อื้อ"

“ซูนช่วยผมนะ~”

“ทำไมต้องช่วยล่ะ? ไอ้พวกนี้ทำเองได้นี่?”

“มันไม่มีกำลังใจอะสิ~”

“เอ้า"

“น้าน้าาา น้าาาาา"

ซูนยองเคยปฏิเสธมินกยูได้ที่ไหนล่ะ มินกยูนั่งเขียนแผนการออกกำลังกายอยู่แค่สองสามนาทีก็เอามาอวดเขา ซูนยองไล่อ่านแล้วก็รู้สึกว่าคุ้นๆ คล้ายๆ ตอนเขาจะลดน้ำหนักคราวนั้น มินกยูยิ้มแล้วเอาหัวมาซบที่ไหล่ บอกว่าถ้าทำคนเดียวต้องห่อเหี่ยวมากแน่ๆ อยากจะให้เขาช่วย ซูนยองก็ไม่ได้ขัดอะไร เขาชอบอยู่กับน้องอยู่แล้ว แต่เขาก็ลืมดูให้ละเอียด เพราะงั้นเช้าวันต่อมาตอนที่มินกยูปลุกเขาตั้งแต่หกโมง ซูนยองทั้งหงุดหงิดทั้งง่วง แต่พอเห็นหน้าหงอยๆ ของน้องแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“ซูนปั่นจักรยานนะ เดี๋ยวผมวิ่งตาม ซูนจะได้ออกกำลังกายด้วย"

“เอ่อ"

“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวนี้อะซูนเอาแต่นั่งๆ นอนๆ ตัวกลมขึ้นทุกวันแล้วเนี่ย น่ารักก็น่ารักอยู่หรอก แต่ไม่ดีต่อสุขภาพนะรู้เปล่า!”

แล้วเขาจะเถียงอะไรได้ ซูนยองเลยปั่นจักรยานเอื่อยๆ คู่ไปกับมินกยูที่ใส่เสื้อยืดสีฟ้าลายก้อนเมฆตัวโปรดกับกางเกงบอลขาสั้น วิ่งทำหน้าสดชื่นเหมือนจะถ่ายโฆษณาน้ำดื่ม สถานการณ์แตกต่างจากตอนซูนยองลดน้ำหนักอย่างสิ้นเชิง มินกยูวิ่งอยู่ชั่วโมงกว่าๆ ถึงจะดูเหนื่อยอยู่บ้าง เหงื่อแตกเต็มตัว แต่ก็ยังยิ้มหน้าชื่นตาบานอยู่ได้ อ้อนจะขอจิบน้ำอยู่บ่อยๆ แต่ซูนยองก็ไม่ได้ให้ดื่มเยอะมากเพราะเดี๋ยวจะจุกเอา ต่างจากซูนยองในตอนนั้นที่วิ่งขาลาก ขาเป๋ หอบจนคิดว่าจะตายซะแล้ว แถมตอนหลังยังขาสั่นขนาดเดินกลับเองไม่ไหว ครั้งนี้กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบแปดโมงเพราะมินกยูไม่ยอมซ้อนจักรยานกลับ จะวิ่งท่าเดียว พอกลับเข้ามาก็เจอคุณแม่ที่กำลังจะออกไปทำงานพอดี

“ว้ายตายแล้ว นี่ยังไม่แปดโมงเลย ซูนยองตื่นแล้วเหรอลูก! ออกไปปั่นจักรยานมาด้วย! นี่แม่ฝันอยู่รึเปล่าเนี่ย!”

“แม่อะะ"

“ฮ่าๆๆๆ แม่ไม่ได้ฝันหรอกคร้าบ ผมลากซูนออกจากเตียงไปออกกำลังกายเองเมื่อเช้า"

“ลูกมินกยูนี่เอง มิน่าล่ะ เจ้าหมูน้อยของแม่น่ะถ้าไม่มีเรานะ คงจะนอนอืดอยู่บ้านทั้งวันแหละลูก"

“แมมมม่"

ซูนยองนั่งกินขนมปังทาแยมอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นมินกยูต้มไข่กินกับนมจืด ปกติก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองอ้วนหรือใช้ชีวิตไม่ดีอะไรเท่าไหร่ แต่พอเห็นน้องชายทำตัวสุขภาพดีขึ้นมาแบบนี้เขาก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ แต่จะให้เขากินแบบมินกยูน่ะเหรอ ไม่เอาหรอก มินกยูเหลือบมามองขนมปังทาแยมของเขาเล็กน้อยก่อนจะเม้มปากแล้วหันหน้าหนีไป ซูนยองรีบฉีกขนมปังเป็นคำเล็กๆ แล้วใช้นิ้วจิ้มๆ แก้มจนน้องหันมา

“อะ อ้าปาก กินคำหนึ่งไม่เป็นไรหรอก"

“ฮื้ออ ซูนน"

ตอนเขาจะลดน้ำหนัก น้องก็ยอมเอาเนื้อให้กิน ตอนน้องจะฟิตหุ่น เขาก็จะเอาขนมปังทาแยมให้กินเหมือนกัน

คนเราถ้ามีกำลังใจสักหน่อย อะไรๆ ก็ทำได้ ซูนยองอยากจะเป็นกำลังใจให้น้อง เหมือนที่น้องเป็นกำลังใจให้เขามาตลอด

ซูนยองให้มินกยูอาบน้ำก่อน เหงื่อแตกเต็มตัวขนาดนั้นเขาไม่ใจร้ายให้น้องยืนเหม็นอยู่ในห้องหรอก มินกยูอ้อนบอกให้มาอาบด้วยกันแต่เขาไม่ยอม เดี๋ยวได้ยาวอีกน่ะสิ ระหว่างอาบน้ำซูนยองก็คิดกังวลเรื่องน้องจะต้องไปถ่ายแบบ ไหนจะเรื่องจองฮัน เรื่องต้องถอดเสื้อถ่ายรูป ไหนจะกังวลว่ามินกยูจะทำได้มั้ยอีก เดินเช็ดผมออกมามึนๆ ไม่ได้สังเกตว่ามินกยูแอบหลบอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า ซูนยองกำลังจะเปิดตู้ก็ถูกรวบกอดจากด้านหลังแล้วเหวี่ยงลงเตียงพร้อมกับเจ้าน้องชายที่คลานตามขึ้นมาคร่อมทับไว้ทันที

สถานการณ์อันตรายชัดๆ

“เห้ย อะไรเนี่ยมินกยู!”

“อะไรดีล่ะครับ~”

“ละแล้วทำไมไม่ใส่เสื้อผ้า เดี๋ยวเป็นหวัดหรอก!”

“แอร์ก็ไม่ได้เปิด อากาศก็ไม่ได้เย็น ไม่เป็นหรอกหวัดอะ อีกอย่าง จะใส่ทำไม เดี๋ยวก็ต้องถอดอยู่ดี"

ซูนยองขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อน้องชายโน้มหน้าลงมาจูบแถวหัวไหล่ มือข้างหนึ่งดึงผ้าเช็ดตัวรอบเอวของเขาโยนลงไปข้างเตียง ซูนยองจับไหล่น้องชายแน่น ไม่ได้ดึงเข้าหา แต่ก็ไม่ได้ผลักออกไป มินกยูยิ้มแล้วเขยิบตัวขึ้นจูบพี่ชาย จูบซ้ำๆ จนกว่าจะพอใจในขณะที่มือเลื้อยต่ำลงไปเรื่อยๆ ซูนยองหลับตาปี๋ สองแขนโอบรอบเอวน้องไว้ สองขายอมขยับตามที่น้องต้องการ

“ซูนจ๋า~”

“อย่าเรียกแบบนี้ มะ ไม่เอา"

ประมาณสิบโมงกว่า ซูนยองตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาเป็นคนไม่ค่อยหลับระหว่างวันเท่าไหร่ แต่หลังจากไปทะเลด้วยกันมินกยูก็ทำให้เขาต้องหมดแรงจนต้องหลับไปทั้งๆ ที่ไม่ใช่เวลาแบบนี้บ่อยๆ น้องชายซุกหน้าอยู่กับอกของเขา ยังหลับสบายอยู่ ซูนยองลูบผมน้องเบาๆ มินกยูเป็นคนแก้มย้อยมาแต่ไหนแต่ไร ถึงจะไม่ได้อ้วน แต่จะมีแก้มนุ่มๆ ใกล้ริมฝีปากเสมอ ตอนนี้ถึงจะโตขึ้นมากแล้วแต่ก้อนเนื้อนิ่มๆ นั่นก็ยังอยู่ ซูนยองใช้ปลายนิ้วเขี่ยเล่นแล้วก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อมินกยูขมวดคิ้วแล้วหันหน้าหนีโดยการซุกหน้าลงกับอกเขามากกว่าเดิม ซูนยองเลิกแกล้งน้องแล้วกระชับกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม ช่วงนี้เขามีความสุขมาก โดยเฉพาะเวลาแบบนี้ ความรู้สึกมันตีตื้นขึ้นมาในอกเมื่อมีมินกยูอยู่ในอ้อมกอด มันเหมือนย้ำเตือนเขาซ้ำๆ ว่าความสัมพันธ์นี้เป็นของจริง มินกยูที่น่ารักของเขาเป็นของจริง เพราะก่อนนี้การจะได้กอดมินกยูแบบนี้มันเหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แต่ในที่สุด เขาก็ยอมปล่อยทุกอย่างเพื่อจะได้อยู่กับมินกยูแบบนี้ ถึงตอนนี้เขาจะยังไม่มั่นใจว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกรึเปล่าก็ตาม

“เอาล่ะซูน ผมจะเริ่มซิทอัพละนะ~”

“อื้อ"

“ซูนช่วยหน่อยน้า~”

“ให้จับเท้าให้ใช่มั้ย?”

“อื้อ! เอ้อ เอาคางมาวางบนเข่าผมด้วยนะ”

“ทำไมอะ?”

“เอาเถอะ นะนะน้าา"

ซูนยองขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เขานั่งทับเท้าน้องอย่างไม่ทันคิดแล้วก็ต้องรีบลุกเมื่อได้ยินเสียงร้องโอดโอยดังลั่น ลืมไปว่าน้ำหนักขึ้นมามากจะให้นั่งทับแทนใช้มือจับก็คงไม่ได้ ถึงจะรู้สึกเสียหน้านิดหน่อยแต่ซูนยองก็รีบขยับออกโดยดี ใช้มือจับไว้แน่นแล้วก็วางคางลงบนเข่าตามที่น้องบอก มินกยูยิ้มแป้นแล้วยกมือขึ้นประสานไว้บนอก

“เอาละน้า~”

“เอาเลย"

“ฮึบบ~"

จุ๊บ

ว่าแล้ว ว่าแล้วเชียว ซูนยองพลาดได้ยังไง มินกยูยิ้มแป้นในขณะที่ริมฝีปากยังแตะกันอยู่ น้องชายตัวแสบซิทอัพขึ้นมาจนอกชนต้นขา ขึ้นมาสูงจนได้จูบพี่ชายนั่นแหละ พอจูบเสร็จก็หงายลงไปใหม่ แล้วก็ยกตัวขึ้นมาอีกครั้ง และอีกครั้ง ซูนยองไม่ได้ขยับหนี ถึงจะเขินอยู่หน่อยๆ เพราะกลายเป็นน้องชายออกกำลังกายไปจูบเขาไป อยากแช่งให้ปวดคอด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็นะ อย่างซูนยองจะแช่งอะไรมินกยูได้ เขารักน้องมากเกินไปจริงๆ มากจนตัวเองชักจะเสียเปรียบเยอะไปแล้ว!

“พอยังเนี่ย- อื้อ นี่หลายร้อยที- อื้อ ละนะเนี่ย- อื้อ จะจูบอะไรนัก- อื้อ หนา!! ปากจะเปื่อย- อื้อ หมดแล้ว!!”

สุดท้ายมินกยูก็ซิทอัพไปสามร้อยกว่าที เหงื่อแตกเต็มตัว หน้าตาแช่มชื่นเป็นที่สุด เจ้าตัวดึงเสื้อยืดขึ้นโชว์กล้ามท้องที่เริ่มขึ้นเป็นลอนๆ ซูนยองมองแล้วก็เบ้ปากเล็กน้อย ดูแบบนี้แล้วก็เท่ใช้ได้จนเขาเองก็เริ่มอยากจะมีบ้างแล้วสิ มินกยูถอดเสื้อโยนทิ้งไปข้างๆ แล้วเริ่มซิทอัพต่อหลังจากพักไปได้ไม่กี่นาที ซูนยองแอบเหน็บว่าจะถอดเสื้อปล่อยกลิ่นเต่าทำไม มินกยูไม่ตอบแต่แอบงับปากพี่ชายจนร้องลั่น ซิทอัพไปได้เกือบหกร้อยทีก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงพอดี

“นายมันบ้า บ้าไปแล้วแน่ๆ ซิทอัพบ้าอะไรจนท้องขึ้นเป็นลูกๆ แบบนั้น"

“เท่ล่ะสิ อยากมีบ้างล่ะสิ~ ไม่ต้องมาทำเป็นหมั่นไส้เลย ผมรู้หรอกว่าจริงๆ ซูนก็อยากมี"

“ไอ้เด็กบ้า"

ซูนยองกินข้าวหน้าเนื้อมันเยิ้มอย่างเอร็ดอร่อย คราวนี้เขาไม่แบ่งน้องข้อหากวนประสาท ปล่อยให้กินอกไก่กับสลัดผักจ๋อยๆ ไปแทน มินกยูเหลือบมองเนื้อย่างแล้วส่งสายตาเว้าวอนมาหาเขา แต่ไม่มีทางซะหรอก สุดท้ายมินกยูก็นั่งปากยื่นกินไก่แห้งๆ อย่างงอนๆ เพราะซูนยองไม่แม้แต่จะชายตามามอง หลังจากกินข้าวกันเสร็จก็ต้องรออาหารย่อยก่อนถึงจะออกกำลังกายใหม่ได้ มินกยูดึงมือพี่ชายที่กำลังจะลงไปนอนเล่นบนโซฟาไว้ทันแล้วขมวดคิ้วใส่

“กินแล้วนอนเป็นหมู!”

“เอ่อ ฉันก็แค่-”

“ไม่ได้เป็นแค่หมู เป็นกรดไหลย้อนด้วย! เอาสิ!”

หมดคำพูด เถียงไม่ออก

มินกยูนำซูนยองยืดเส้นอยู่หน้าโซฟา เริ่มจากท่าง่ายๆ ก้มเอามือแตะพื้นซึ่งสองพี่น้องเกือบอ้วกแตกเลยต้องรีบเปลี่ยนเป็นหมุนไหล่หมุนข้อเท้าแทน ซูนยองปกติไม่ชอบออกกำลังกายอะไรเท่าไหร่นอกจากวิ่งแต่พอมองหุ่นน้องแล้วก็เริ่มรู้สึกอยากออกกำลังกายขึ้นมาบ้าง ยิ่งมินกยูหมุนบิดซ้ายทีขวายิ่งเห็นสัดส่วนที่แน่นตึงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ซูนยองก้มมองเอวตัวเองที่เริ่มจะหนาขึ้นแล้วก็ถอนหายใจ ถือโอกาสที่มินกยูฟิตหุ่น ลดน้ำหนักไปด้วยเลยจะดีกว่า ขืนรอให้อ้วนเหมือนตอนนั้นเขาได้ตายอีกรอบแน่ กว่าจะลดลงมาได้ ยากมากจริงๆ

“เอาล่ะ ชั่วโมงกว่าแล้ว อาหารน่าจะย่อยแล้วล่ะมั้ง"

“อื้อ ก็คงงั้น ต่อไปวิดพื้นใช่มั้ย?”

“อื้อ~”

“ให้ฉันนั่งบนหลังนาย?”

“ไม่! บอกไปแล้วไงว่าไม่ นี่ซูนอยากให้ผมหลังหักเหรอ?”

“อะ อ่าว-”

“ซูนนอนกับพื้นไป นอนหงายนะ"

“ทำไม-”

“เร็ววว"

ซูนยองขมวดคิ้วแล้วใช้นิ้วจิ้มจมูกน้องแรงๆ หนึ่งทีข้อหามาสั่งเขา รู้สึกตะหงิดๆ ว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีอีกแน่ แต่ก็นอนหงายลงอย่างว่าง่าย มินกยูยิ้มแล้วรีบปีนมาคร่อมทับทำเอาซูนยองโวยลั่น แต่มินกยูก็ไม่สนแล้วจัดท่าเหมือนจะวิดพื้น ตะโกนแข่งบอกว่าจะวิดแล้วให้นอนเงียบๆ ซูนยองหยิกแก้มน้องอย่างหงุดหงิด ยิ่งบิดแรงขึ้นเมื่อน้องเอาแต่ยิ้ม และซูนยองก็โดนแกล้งอีกแล้วจริงๆ เพราะทุกครั้งที่มินกยูงอแขนก็จะโน้มหน้าลงมาจูบเขาด้วย นับเลขไปจูบไปแถมยังยิ้มกริ่มอย่างน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด

“หนึ่ง จุ๊บ สอง จุ๊บ สาม จุ๊บ"

“ไอ้เด็กนี่- อื้อ จะเอาให้ปากฉัน- อื้อ เปื่อยไปเลยใช่มั้ย! นี่!”

ซูนยองจะถดตัวหนีก็ไม่ได้เพราะพอจะขยับมินกยูก็เหมือนจะรู้ทัน ทิ้งตัวลงมานอนทับทันที หนักก็หนัก เหงื่อก็ออก ซูนยองหงุดหงิดจนตีไหล่น้องไปสามสี่ทีระบายอารมณ์แล้วถึงยอมนอนให้จูบดีๆ พอนับไปได้ถึงเกือบร้อยครั้งซูนยองก็เริ่มแกล้งน้องคืนบ้าง เอนหัวหนีให้จูบพื้นบ้าง เอาหัวโขกบ้าง มินกยูเบะปากทำท่าจะงอแงเมื่อจูบพื้นรอบที่สี่ซูนยองเลยยันตัวขึ้นหอมแก้มไปหนึ่งที แค่นั้นก็มากพอจะทำให้น้องมีกำลังใจขึ้นมาอีกได้ พอถึงร้อยครั้งมินกยูก็กลิ้งตัวลงนอนแผ่อย่างเหนื่อยอ่อน

“ขอพักก่อนนะซูน เหนื่อยอะ"

“อื้อ พักสิ เมื่อเช้าก็ออกกำลังกายไปตั้งเยอะแล้ว อย่าหักโหมเลย"

“แต่มีเวลาแค่อาทิตย์เดียวเองนี่นา"

“อืม ก็ใช่ แต่หุ่นนายก็ไม่ได้แย่อะไรแต่แรกอยู่แล้วนี่"

“จริงเหยอ~”

ช่วงบ่ายรวมแล้ววิดพื้นไปได้สองร้อยกว่าครั้ง ยิ่งวิดยิ่งเหนื่อยจนมินกยูยอมแพ้ นอนตะแคงกอดตัวเองดราม่าอยู่บนพื้นสิบกว่านาทีก่อนซูนยองจะลากให้ลงไปนอนที่โซฟาดีๆ ช่วงเย็นก็เลยนอนดูทีวีกัน มินกยูจะแอบหยิบคุกกี้แต่ซูนยองก็ตีมือแล้วดึงกล่องหนีปล่อยให้น้องนั่งห่อเหี่ยวไป เพราะว่าตอนเที่ยงกินน้อยแถมยังออกกำลังกายมาก พอตอนเย็นคุณแม่กลับมาบ้านมินกยูเลยรีบวิ่งเข้าไปกอดเอวทันที

“คุณแมมมมมม๊"

“อะไรครับลูกมินกยู?”

“หิวข้าววววว"

“ฮ่าๆๆๆ โอ๋ๆ นี่ลดน้ำหนักอยู่นี่นาใช่มั้ย? ถ่ายแบบอาทิตย์หน้าใช่มั้ยลูก?”

“อื้อ~ คุณแม่ ผมอยากกินเนื้อย่างงง"

“ได้เหรอลูก ไม่ใช่ต้องกินอกไก่เหรอ?”

“จะกินเนื้ออ่าาา หิวว นะนะคุณแม่ทำให้ผมกินนะ"

“เอ่อ-”

“อย่านะแม่ มานี่เลยมินกยู เดี๋ยวฉันอุ่นอกไก่ให้"

“ซูนนนนน"

“แล้วเดี๋ยวเอาเนื้อย่างจากจานฉันไปได้ชิ้นหนึ่ง ตกลงมั้ย?”

“ฮื้ออออ ซูนนนนน"

“เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ซื้อเนื้อวัวบดไม่มีมันมาให้แล้วกันลูก"

“ฮืออออ คุณแมม่"

ซูนยองแบ่งเนื้อให้มินกยูตามที่สัญญา มินกยูแทบจะกระโดดนั่งตักเพื่อหอมแก้มแต่ก็ถูกดันไว้ก่อน คุณแม่สำลักเนื้อเล็กน้อยแต่ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอได้เนื้อไปชิ้นหนึ่งมินกยูก็สับเป็นเศษเล็กๆ แล้วกินกับไก่ทุกคำด้วยเหตุผลว่า จะได้ทำให้มันมีรสชาติขึ้นมาบ้าง โชคดีที่ยังมีนมอัลมอนด์เลยทำให้ฝืดคอน้อยลง ซูนยองหยิบทิชชู่ขึ้นถูกปากน้องที่เต็มไปด้วยซอสเนื้อ น้ำสลัดและนมอัลมอนด์ เละเทะซะยิ่งกว่าตอนอยู่อนุบาลอีก แต่มินกยูก็แก้ตัวว่าตัวเองกำลังจะเช็ดอยู่แล้ว หลังจากกินข้าวเสร็จมินกยูก็รีบโยนให้ซูนยองเป็นคนล้างจานทันที

“อะ- อะไรเล่า ทำไมไม่เป่ายิ้งฉุบเหมือนทุกทีล่ะ?”

“ไม่ได้ๆ ถ้าผมเป็นคนล้างล่ะก็ซูนต้องไปนอนดูทีวีแน่เลย กินแล้วนอนเป็นหมูๆ ใช่มั้ยคุณแมมม่"

“ใช่จ้ะลูกมินกยู ลูกหมูซูน เราล้างนะวันนี้"

“แมมมมมมมม่!!”

ซูนยองยืนล้างจานหน้าบูด มินกยูที่มายืนระริกระรี้ใกล้ๆ ต้องคอยหลบเท้าพี่ชายที่ตกขึ้นจะถีบอยู่เป็นพักๆ มินกยูยิ้มขำแล้วพูดไม่หยุดว่าที่ทำแบบนี้เพราะตั้งใจจะให้ซูนยองสุขภาพดี เดี๋ยวนี้เรียนจบไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยจากเดิมที่เคลื่อนตัวน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยลงไปอีกจนวันหนึ่งเดินนับก้าวได้ พอซูนยองทำหูทวนลมมินกยูเลยหยิกพุงพี่ชายเบาๆ พอให้เห็นเป็นตัวอย่างจนโดนโวยใส่เสียงดัง

“นี่! เกินไปแล้วนะไอ้เด็กบ้า! ใครให้หยิกท้องฉัน!”

“ท้องไหนล่ะ เขาเรียกพุง ซูนอะ พยายามหลีกเลี่ยงคำที่ดูอ้วนเนอะ"

“คิม มิน กยู!!”

ผ่านไปชั่วโมงกว่าอาหารน่าจะย่อยเรียบร้อยก็มาถึงการออกกำลังกายช่วงดึก ซูนยองแยกเขี้ยวใส่น้องแล้วถามว่ายังกล้ามาขอให้ช่วยอีกเหรอ มินกยูยิ้มแป้นสู้แล้วบอกว่าแน่นอน พอมาแบบนี้พี่ชายก็พูดไม่ออกเหมือนกัน มินกยูนั่งลงบนโซฟาแล้วให้พี่ชายนั่งตักในขณะที่ตัวเองยกน้ำหนักไปด้วย ซูนยองบ่นเบาๆ ว่าแค่นี้ทำไมจะต้องการกำลังใจอีกแต่พอน้องทำหน้าเศร้าใส่ก็ต้องหอมแก้มปลอบ แพ้แบบนี้ทุกที นั่งดูทีวีอยู่พักหนึ่งคุณแม่ก็เดินมาจะดูด้วย พอเห็นพี่น้องนั่งตักกันก็สำลักอากาศจนไอไม่หยุดไปหลายนาที ซูนยองทำท่าจะปีนลงจากตักน้องแต่คุณแม่ก็ยกมือห้ามไว้

“ไม่ แค่ก ไม่เป็นไรลูก แม่ แค่กๆ แม่โอเค แม่โอเค นั่งไปเถอะ สบายๆ ลูก"

ซูนยองให้มินกยูอาบน้ำก่อนเหมือนเดิม แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างไป พอน้องอาบเสร็จซูนยองก็ปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย พอถอดเสื้อผ้าออกหมดก็ยืนหมุนไปหมุนมาหน้ากระจกแล้วขมวดคิ้ว อืม ก็อ้วนขึ้นจริงๆ นั่นแหละ จริงๆ เขาก็มองตัวเองอยู่ทุกวัน แต่ไม่เคยสังเกตอะไรมากนัก จนกระทั่งได้เห็นหุ่นมินกยูชัดๆ แล้วพอลองมาเทียบกับตัวเองก็รู้สึกแย่ยังไงไม่รู้ เพราะงั้นซูนยองก็เลยแอบวิดพื้นในห้องน้ำ ที่ไม่พอก็ยันแขนกับอ่างล้างหน้าแทน น้องวิดได้ร้อย เขาลองห้าสิบดูก็แขนแทบหลุดแล้ว แถมขายังสั่นไปหมด อาบน้ำเสร็จก็ยังไม่หาย ยืดเส้นก็แล้ว ลองนั่งพักก็แล้ว ทำยังไงก็ไม่หาย ทุเรศตัวเองก็ทุเรศ อายก็อายแต่ซูนยองก็เดินขาสั่นออกมาจากห้องน้ำ มินกยูที่แอบอยู่หลังตู้เสื้อผ้าที่เดิมพอเห็นพี่เดินสั่นๆ ออกมาก็พับแผนผีผ้าห่มแล้วรีบเดินเข้าไปหา

“ซูน ซูนเป็นอะไรอะ? ทำไมขาสั่นอะ?”

“เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก"

“ไม่มีอะไรได้ไงอะ เห้ย แขนก็สั่นอะ ซูนน! ซูนเป็นอะไร ซูนบอกผม!”

“ไม่มีอะไรจริงๆ มินกยู ถอยไปก่อนนะเดี๋ยวฉันใส่เสื้อผ้า"

“ซูน! สั่นไปหมดแบบนี้จะให้ผมปล่อยไปได้ยังไง! เป็นอะไรบอกผมมาเดี๋ยวนี้นะ!”

ซูนยองหลับตาแล้วเอาหน้าผากพิงประตูตู้เสื้อผ้า นึกไม่ออกว่าจะตอบน้องยังไงดี มินกยูเห็นพี่ซบไปแบบนั้นก็ยิ่งร้อนใจ อุ้มพี่ไปนอนบนเตียงดีๆ ซูนยองเห็นสีหน้าน้องดูกังวลก็รีบยกมือขึ้นจะลูบหัว แต่ดันกลายเป็นทำให้ห่วงกว่าเดิมเพราะแขนยกไม่ขึ้น ก่อนที่มินกยูจะเรียกรถพยาบาลซูนยองก็ตัดใจรีบเล่าความจริงให้ฟัง

“อย่าหัวเราะนะ เข้าใจมั้ย?”

“ไม่หัวเราะหรอก! จะหัวเราะได้ไง!-”

“คือฉัน แอบไปวิดพื้นในห้องน้ำมา"

“ซูนเจ็บขนาด- ห๊ะ?”

“อือ ขาสั่นแขนสั่นเพราะแบบนี้แหละ"

เงียบสนิท ซูนยองก้มลงมองพุงตัวเองแล้วก็ถอนหายใจ ทำไมมันเป็นก้อนๆ แบบนี้นะ ถึงจะยังไม่ได้ยื่นออกมา แต่ก็เรียกได้ว่าไม่มีกล้ามเนื้อเลย ยิ่งมินกยูเงียบไปแบบนี้เขายิ่งรู้สึกแย่ แต่พอจะลุกไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่มินกยูก็ดึงเขาไปกอดแน่น สองมือลูบแผ่นหลังเขาเบาๆ โน้มหน้ามาจูบที่ไหล่และต้นแขนเขา

“ซูน ที่ผมล้อซูนว่าอ้วน ว่าหมูน่ะ ผมล้อเล่นนะ"

“ไม่หรอก ฉันก็อ้วนจริงๆ-”

“ซูนไม่อ้วนนะ จริงๆ ไม่อ้วนเลย ผมก็แค่ห่วงสุขภาพซูนอะ กลัวซูนสุขภาพไม่ดี"

“อือ"

“แต่ถึงซูนจะอ้วนอะ ผมก็ยังรักซูนนะ รักซูนตลอดนั่นแหละ ไม่ว่าซูนจะเป็นยังไงก็ตาม เคยบอกแล้วนี่"

“อื้อ"

“อย่าเครียดเลยนะ ผมเห็นหน้าซูนผมก็รู้แล้วว่าซูนคิดมาก ขอโทษนะครับ"

“นายไม่ผิดหรอก อย่าขอโทษเลย"

“ซูน อย่าฝืนตัวเองเลยนะ เรามาค่อยๆ ออกกำลังกาย แล้วก็สุขภาพดีไปด้วยกันดีกว่า นะ"

“อื้อ"

“ผมอะ รักซูนที่สุดเลย นะ~”

“อือ"

ซูนยองเอียงหัวไปซบกับไหล่น้องแล้วยิ้มออกมา ไม่ว่าตอนไหน เมื่อไหร่ มินกยูก็มีวิธีทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ตลอดเลย เพราะแบบนี้น่ะสิเขาถึงได้ทั้งรักทั้งหลงขนาดนี้ นิ้วโป้งของน้องนวดที่ฝ่ามือเขาเบาๆ ในขณะที่ปากยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวไหล่ ทั้งที่ภาพตัวเองในกระจกยังติดอยู่ในหัว แต่แค่คำพูดไม่กี่คำกับมินกยูกลับทำให้เขาสบายใจขึ้นได้ขนาดนี้ ไม่มีใครอีกแล้วล่ะที่จะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาได้แบบนี้

“ซูน~”

“หืม?”

“แต่ว่า ถ้าซูนยังอยากออกกำลังกายล่ะก็ ผมจะช่วยนะ"

“อื้อ ขอบใจนะ"

“ตอนนี้เลยนะ?”

“หืม? แต่เราอาบน้ำแล้วนะ ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน"

“ไม่หรอก ตอนนี้แหละ"

ซูนยองเลิกคิ้วแล้วหันมามองหน้าน้อง แต่พอเห็นสีหน้าเท่านั้นแหละ ซูนยองก็รู้ทันทีว่ากำลังจะโดนเล่นอีกแล้ว

“ซูนน~”

“นี่ๆ ไม่เอานะ-”

“ซูนรู้เปล่า จะอึ๊งจะอึ๊งกันเนี่ยสลายไขมันดี๊ดีนะ~”

“นี่ๆๆ ถอยไปเลยนะ เพิ่งอาบน้ำมาเดี๋ยวก็- ว้ากกก คิมมินกยู!!"



แต่นอกจากจะเป็นกำลังใจที่ดีแล้ว ก็ยังขยันทำให้เขาปวดหัวด้วย!

No comments:

Post a Comment