เอ
ทำไมมันสบายๆ แปลกๆ นะ เตียงนุ่ม
ผ้าห่มอุ่น มินกยูสบาย
แสงอาทิตย์อ่อนๆ
ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแยงตาซูนยอง
แต่เขาก็พลิกตัวหนีและดึงมินกยูมาด้วย
เสียงคลื่นกระทบฝั่งได้ยินอยู่ไกลๆ
สงบ สบาย แต่ เอ~
ทำไมถึงมีเสียงคลื่นได้นะ?
แล้วทำไม
ผ้าม่านมันถึงโปร่งแสง
ปกติตอนนอนปิดผ้าม่านทึบนี่นา
นอกจากมินกยูจะเปิดเพื่อปลุก
แต่นี่ มินกยูก็กอดเขาจากด้านหลังอยู่นี่นา
เออ
จริงสิ อยู่ทะเลนี่นะ
ทะเล
อืม ทะเล แล้วทำไม
ทำไมยังนอนอยู่บนเตียงล่ะ?
มาแค่คืนเดียว
วันนี้มันน่าจะเป็นวัน-
“อ๊ากกกกกก
วันนี้ต้องกลับแล้วนี่นา!!
พี่ซึงชอลไม่ใช่นัดเก้าโมงหรอกเหรออ?
นี่มันกี่โมงแล้ววว!!
มินกยู!!”
“งืออออ
อะไรเล่าซูน โวยวายอะไรแต่เช้า"
“สะ
สิบโมงแล้ว!
มินกยู!
ตื่นเร็ว
ตื่นเร็วเข้า!
เราตกรถแล้วมินกยู!
ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ
โอย ต้องโทรหาพี่ซึงชอลก่อนสิ
เดี๋ยว หรือวิ่งออกไปลานจอดรถดี-”
“ซูนนนหยู๊ดดดดด"
มินกยูตื่นเต็มตา
รีบกระโดดจากเตียงไปคว้าเอวพี่ชายหงายหลังกลับลงมานอนแผ่ด้วยกัน
เพราะซูนยองเกือบจะวิ่งออกจากห้องไปทั้งชุดนอนแล้วจริงๆ
เห็นพี่ชายตื่นตกใจขนาดนี้ก็คิดว่าจะรีบอธิบายให้ฟัง
แต่เพราะดึงมาแรงจนลงมานอนทับกันทำให้จุกไม่น้อย
น้ำหนักซูนยองก็ไม่ใช่เล่นๆ
ซูนยองแกะมือน้องชายออกแล้วทำท่าจะกระโจนออกไปอีกรอบ
มินกยูรีบคว้าแขนพี่ชายแล้วเหวี่ยงลงมานอนข้างๆ
ตัวก่อนจะตามไปคร่อมทับไว้
จนกว่าจะหายจุกยังไงก็ต้องจับตัวพี่ชายไว้ก่อน
ไม่ใช่ไปวิ่งออกถนนโดยที่ใส่เสื้อกล้ามกางเกงบอลแบบนี้
“มินกยูจับฉันไว้ทำไม!
ไม่รู้พี่ซึงชอลป่านนี้-”
“ซูนหยุด!
พวกเขาไปกันหมดแล้ว
ผมบอกพวกเขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าให้ไปได้เลยไม่ต้องรอ"
“หะ
หา?
ทำไมแบบนั้นล่ะ?
นี่นายตั้งใจตกรถงั้นเหรอ?”
“ซูน
ตั้งสติก่อน ตื่นเช้าทีไรมึนแบบนี้ทุกทีเลย
หายใจลึกๆ ครับ นับหนึ่งถึงสิบ"
“12345678-”
“เร็วไปแล้วว!
แต่ก็
ช่างมันเถอะ โอเค ใจเย็นลงแล้วนะ?”
“อื้อ
มั้ง สรุปมันยังไง?”
“ผมบอกให้ทุกคนกลับไปได้เลย
เพราะผมกับซูนจะไม่กลับด้วย"
“หา?
ทำไมล่ะ?
เราจะเรียกรถกลับกันเองเหรอ?”
“ซูน-
เห้อ
ให้ตายสิ เอาเป็นว่าจะกลับยังไงคืออีกเรื่อง
ไว้คุยมะรืนนี้"
“มะรืนนี้?”
“อื้อ
แต่ตอนนี้เราอาบน้ำแล้วเก็บของกัน
เดี๋ยวไปเช็คเอ้าท์"
“แล้ว?”
“แล้วเราไปอีกโรงแรมหนึ่งกัน"
“หา?”
“เราจะอยู่ที่นี่กันต่อครับ
ผมกับซูน แค่สองคน"
ซูนยองอาบน้ำงงๆ
เก็บของมึนๆ
แล้วลากกระเป๋าตามน้องออกมาเช็คเอ้าท์โดยที่ยังค่อยเข้าใจอะไรนัก
แต่มินกยูเอาแต่ยิ้มแล้วก็บอกว่า
เดี๋ยวค่อยคุยๆ
ซูนยองเลยเดินตามน้องชายขึ้นรถตู้แล้วนั่งขยี้ตามองวิวด้านนอก
จนได้ยินเสียงฮัมเพลงเบาๆ
พอหันไปมองก็เห็นว่ามินกยูยิ้มอยู่
ดูท่าทางอารมณ์ดีแปลกๆ
จนซูนยองเริ่มกังวลนิดหน่อย
เห็นมินกยูอารมณ์ดีมันก็ดีอยู่หรอก
แต่รอยยิ้มนั่น เหมือนคนมีแผน
แล้วเวลามินกยูมีแผนทีไร
มีแต่เรื่องวุ่นๆ ทั้งนั้น
พอรถจอด
และลงมาถึงที่หมายซูนยองก็ยิ่งตกใจ
“เห้ย
นี่มันท่าเรือนี่"
“ใช่ครับ"
“เราจะไปไหนกันเนี่ย?”
“เกาะครับ"
“เกาะ!?”
มินกยูใส่เสื้อชูชีพให้พี่ชายแล้วจูงมือขึ้นเรือ
ซูนยองจับมือน้องชายแน่น
ทะเลตื้นๆ แบบน้ำระดับข้อเท้าน่ะเขาไม่เป็นไร
แต่นี่เล่นแล่นเรือออกมาแบบนี้เขาก็เริ่มกลัวๆ
หน่อยๆ แล้ว คลื่นซัดเรือโคลงทีเขาตัวสั่นไปหมด
คนที่ว่ายน้ำไม่เป็น
เวลาอยู่กลางน้ำแบบนี้ก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา
แถมมีประสบการณ์เคยจมน้ำที่ฝังใจด้วยยิ่งแล้วใหญ่
มินกยูโอบไหล่พี่ชายที่เริ่มตัวสั่นแล้วรั้งใบหน้าให้มาซบที่ช่วงไหล่
ซูนยองมัวแต่กลัวจนไม่ได้มองรอบข้างและไม่ได้ระวังตัวเรื่องความใกล้ชิดกับน้องชายอย่างเคย
ปล่อยให้มินกยูกอดอยู่อย่างนั้นจนถึงฝั่ง
พอลงจากเรือซูนยองเดินเซเล็กน้อย
มินกยูที่ไม่ได้ปล่อยพี่ชายให้ห่างตัวรั้งเอวไว้ได้ทัน
“ซูน
ไม่เป็นไรนะ?
ไหวมั้ยครับ?”
“อื้อ
ไหว ขอโทษที พออยู่กลางทะเลแล้วมัน-
ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะกลัวน้ำขนาดนี้นะเนี่ย"
“ผมก็ไม่ทันคิด
ขอโทษนะครับ"
“ไม่ๆ
ไม่ต้องขอโทษฉันหรอก
ฉันขี้กลัวเอง"
“ถ้ารู้สึกกลัวอีกเมื่อไหร่
ก็จับมือผมไว้แน่นๆ นะครับ
ผมจะไม่ปล่อยมือซูนเด็ดขาดเลย"
ซูนยองรู้สึกอุ่นวาบในอก
เงยหน้าส่งยิ้มให้น้องชายที่ยิ้มอยู่ก่อนแล้ว
กระชับฝ่ามือที่กุมกันไว้แน่น
“อื้อ
ขอบใจนะ"
“ตอนนี้เราไปโรงแรมกันดีกว่าเนอะ"
จากท่าเรือไปโรงแรมมีรถของทางโรงแรมมารับ
พอไปถึงซูนยองก็ตาโตอย่างตกใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน
ถ้าเทียบกันแล้วโรงแรมที่ซึงชอลจองก็เป็นกระต๊อบชัดๆ
ซูนยองเดินตามมินกยูที่จับมือเขาไม่ปล่อยเข้ามาในล็อบบี้
โทนสีของโรงแรมดูอบอุ่นด้วยไฟสีเหลือง
วัสดุหลักเป็นไม้ ตัวอาคารสูงโปร่ง
ลมดี ซูนยองหมุนคอมองไปรอบๆ
ในขณะที่น้องชายจัดการเช็คอิน
ท่าทางจะแพงไม่ใช่เล่น
ระหว่างรอก็มีพนักงานเอาน้ำผลไม้มาเสิร์ฟ
ซูนยองก้มหัวหงึกๆ
แล้วยกขึ้นจิบไปพลางๆ
“-Pool
Villa นะคะ"
“ใช่ครับ"
เดี๋ยวนะ
อะไรวิลล่านะ?
“มะ
มินกยู นี่นาย เอาเงินที่ไหน-”
“เงินเก็บของผมเองครับ
ฮิฮิ”
หลังจากเช็คอินเรียบร้อยก็ได้เวลาไปห้องพัก
ซูนยองเดินตามมินกยูมาอยู่ดีๆ
พอเห็นหน้าตาห้องเท่านั้นแหละ
แทบทรุด มันไม่เชิงห้องพักหรอก
แต่เป็นคล้ายๆ
บ้านพักแยกออกมาจากตัวโรงแรมเลยต่างหาก
หาดของโรงแรมก็เป็นหาดส่วนตัวอยู่แล้ว
แต่ตัววิลล่าที่มินกยูจองก็มีมุมส่วนตัวเข้าไปอีก
เพราะโซนวิลล่านั้นจะมีกำแพงไม้กั้นระหว่างวิลล่าแต่ละหลังด้วย
ซูนยองเดินเข้าไปภายในแล้วก็ยิ่งตกใจ
เพราะดูล็อบบี้ว่าหรูแล้ว
ห้องพักยิ่งหรูกว่าอีก
มินกยูเห็นพี่ชายยืนอ้าปากหวออยู่กลางห้องแล้วก็ต้องเดินไปดันคางให้ปิดปากดีๆ
ก่อนจะหัวเราะออกมา
“ซูนอะ
ทำไมต้องตกใจขนาดนี้ด้วย"
“ก็
วันนี้นายมีเรื่องให้ฉันงงตั้งแต่เช้าแล้ว
ไม่กลับกับพี่ซึงชอล
อยู่ต่อด้วยกันแค่สองคน
นั่งเรือข้ามมาที่เกาะ
แถมยังจองโรงแรมหรูขนาดนี้อีก"
“นิดหนึ่งครับ
โอกาสพิเศษก็ต้องลงทุนกันหน่อยสิ"
“โอกาสพิเศษ?”
“เอ่อ
ก็ โอกาสผมเรียนจบไงแล้วก็โตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่อะ"
“อืมม
เหรอ ขนาดนี้เลย"
“ใช่สิ
เอ้อ หิวแล้วเนอะ
กินข้าวเที่ยงกันดีกว่าซูน
ผมสั่งไว้แล้ว เราไปกินกันริมหาด"
“ยังมีอะไรให้ฉันตกใจไปมากกว่านี้มั้ยฉันจะได้เตรียมตัวถูก!!”
อาหารที่มินกยูสั่งไว้ก็เป็นอาหารทะเลเผาทั่วไป
แต่ก็อร่อยมากจนซูนยองชมไม่หยุด
ไม่นานอาหารสี่ห้าจานบนโต๊ะก็หมดลง
ซูนยองเอนหลังพิงพนักแล้วหลับตา
สูดกลิ่นอายทะเลเข้าเต็มปอด
พอได้กินอาหารเข้าไปก็รู้สึกร่างกายมีแรงขึ้น
ไม่มึนๆ งงๆ เหมือนเมื่อเช้า
หายตกใจแล้วก็กลายเป็นตื่นเต้นแทน
ตอนนี้เขาได้มาเที่ยวทะเลอย่างที่ไม่ต้องมีเรื่องอึดอัดใจแล้ว
แถมยังมาพักที่ที่หรูหราขนาดนี้อีก
อย่างเขาน่ะเคยมาอยู่โรงแรมหรูๆ
แบบนี้ที่ไหนกันล่ะ
“อิ่มแล้วก็นอนเลย
หมูชัดๆ"
“ใครหมู!
ไอ้เด็กหมา!
ฉันยังไม่ได้นอนแค่พักสายตา"
“เอ้าเหรอ
งั้น เราลงไปเล่นน้ำกันดีกว่าซูน"
“กินข้าวเสร็จใหม่ๆ
เล่นน้ำเลยไม่ได้นะเดี๋ยวจุกหมด"
“ก็ไปนั่งเล่นบนทรายก็ได้
ก่อปราสาททรายก็ได้
หาหอยหาปูก็ได้อะ มาๆ
มาเร็วซูนอย่านั่งอืดดด"
“ไม่ได้นั่งอืด!
เด็กนี่!”
“อู๊ดๆๆ
มานี่เร็วมา อู๊ดๆ"
“อะ
อู๊ดๆ เหรอ!!
มาให้ตีเดี๋ยวนี้นะคิมมินกยู!!
จะหนีไปไหน!!”
“ว้ากกก
หมูป่าไล่แล้วว ช่วยด๊วยยย"
หาดส่วนตัวไม่ได้ใหญ่นัก
แต่ก็มีพื้นที่มากพอให้ซูนยองวิ่งไล่มินกยูไปรอบๆ
จนเหนื่อยได้ มินกยูเป็นนักกีฬาก็จริง
แต่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ
มีเหรอจะวิ่งหนีนักกีฬากรีฑาอย่างซูนยองได้
ถึงจะไม่ได้แข่งมาหลายปีก็เถอะ
แต่ก็เป็นถึงแชมป์เก่า
ไม่นานซูนยองก็คว้าคอเสื้อน้องชายแล้วยกขาขึ้นเตะก้นจนเจ้าตัวร้องโอดโอยว่าโดนหมูเตะ
นั่นยิ่งทำให้ซูนยองเตะแรงกว่าเดิมก่อนจะผลักลงล้มกลิ้งบนผืนทราย
มินกยูกลิ้งหนีลงไปใกล้ทะเลแล้ววักน้ำขึ้นสาดพี่ชายกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“เจอนี่ซะ!!
ท่าฉลามหนุ่มมินกยูปล่อยพลัง!”
“ฉลามหนุ่มบ้าอะไร
กะโปโลแบบนี้ เป็นได้แค่นีโม่มั้ง!”
“นะ
นีโม่เหรอ!
ถ้าผมนีโม่พี่ก็ดอรี่แล้ว!
ป้ำๆ เป๋อๆ
เด๋อๆ เหมือนเมื่อเช้าเนี่ยจะกระโดดออกจากห้องไปทั้งชุดนอน!”
“ป้ำๆ
เป๋อๆ เหรอ!?
ใครเลี้ยงนายมาจนโตขนาดนี้ห๊ะ!?
มานี่เลย
มานี่!
เดี๋ยวจะตีให้ก้นลายเลยมานี่!”
“นีโม่มีลายอยู่แล้วไม่ต้องตี-ว้ากกก"
ซูนยองกดมินกยูไว้กับพื้นแล้ววักน้ำทะเลขึ้นลูบหน้าลูบตาจนน้องโวยลั่นเพราะน้ำเข้าปาก
ซูนยองหัวเราะเสียงดังตอนน้องงอแงว่าเค็ม
พอโดนล้อว่าเป็นหมูอีก
ทีนี้ซูนยองทิ้งตัวลงนั่งทับอกน้องทันที
มินกยูโวยไม่ออกเพราะจุก
พอน้องเริ่มหน้าเขียวซูนยองก็ต้องลุกขึ้น
ทั้งสงสารทั้งขำ
เขาก็ว่าตัวเองไม่ได้อ้วนอะไร
คงจะหนักกระดูกซะล่ะมั้ง
มินกยูกลิ้งตัวลงทะเลแล้วว่ายหนีออกจากฝั่งไปเล็กน้อย
ดำผุดดำว่ายอยู่ครู่หนึ่งก็อมน้ำขึ้นมาพ่นใส่พี่ชายที่เดินตามลงมา
“เห้ย-
นี่!
เล่นสกปรกนี่!”
“ตามลงมาสิๆ
ตามมาได้เปล่าล่ะ ฮิฮิ"
“ฮึ่ย!
อย่าให้จับได้นะเด็กบ้า!”
“โอ๋ๆ
อย่างอนสิ ล้อเล่นน"
หลังจากเล่นน้ำกันจนขาเขียว
แขนเขียวเพราะฟัดกันแรงไปหน่อย
มินกยูก็หอบร่างเปียกๆ
ขึ้นจากทะเล
ดึงผ้าเช็ดตัวที่พาดไว้บนเก้าอี้มาคลุมตัวแล้วเดินไปกดๆ
โทรศัพท์ที่อยู่ด้านนอกห้องพัก
ไม่นานนักก็เดินหายเข้าบ้านพักไป
ซูนยองเอาผ้าเช็ดตัวคลุมไหล่แล้วนั่งหอบหายใจอยู่บนเก้าอี้
พอเริ่มหายเหนื่อย
มินกยูก็เดินยิ้มแป้นกลับออกมาพร้อมน้ำมะม่วงสองแก้ว
“ซูนนน
กินน้ำมะม่วงก่อนเร็ว
ตะโกนมากจนคอแห้งหมดแล้วมั้ง"
“ก็คงคอแห้งพอๆ
กับนายนั่นแหละ ก็ตะโกนพอๆ
กัน"
“แต่ซูนโวยวายเยอะกว่า"
“นี่
จะมาเอาชนะอะไรกันห๊ะ เด็กนี่"
“ดื่มเร็ว
ดื่มๆ จ๊วบบบ"
“จ๊วบบ้าอะไรเล่า
เอ้ย อร่อยแฮะ"
“แน่น๊อน
น้ำมะม่วงสุดพิเศษจากผม
อร่อยอยู่แล้ว"
“จากนายอะไรกัน
ของโรงแรมต่างหาก"
“แต่ผมเป็นคนถือมา!”
“แล้วยังไง?”
“มันต้องอร่อยขึ้นเพราะผมถือมา!”
“เออๆ
โอเค ก็ได้ อร่อยขึ้นมากกกกเลยเพราะนายถือมา
โอเค"
สองพี่น้องนอนบนเก้าอี้ผ้าใบ
จิบน้ำมะม่วงไป มองวิวทะเลไป
เพราะว่าเป็นหาดส่วนตัวก็เลยเงียบสงบและบรรยากาศดีเหมาะแก่การพักผ่อนมาก
มินกยูหันไปมองพี่ชายแล้วยิ้มออกมา
ซูนยองดูตาปรือๆ เหมือนจะง่วงเต็มทีแล้ว
แหงสิ เมื่อคืนนั่งล้อมวงกินเหล้าจนดึก
เมื่อเช้าก็ตื่นเช้า
แถมยังวิ่งเล่นกันกลางแดดแรงๆ
ตั้งหลายชั่วโมงอีก
ตอนนี้ก็สี่โมงกว่าแล้ว
คงจะอยากพักแล้วล่ะ
มินกยูวางแก้วลงบนโต๊ะแล้วลุกไปยืนข้างๆ
เก้าอี้พี่ชาย โน้มตัวลงจูบหน้าผากอีกคนเบาๆ
“ซูน
เหนื่อยแล้วสิ"
“อืมม
นิดหน่อย"
“เข้าไปนอนก่อนมั้ย?”
“ไม่เอาหรอก
นอนตอนเย็นได้ที่ไหนกัน
เดี๋ยวตื่นมาก็ปวดหัวน่ะสิ"
“งั้น
ไปอาบน้ำกัน"
“เดี๋ยวห้าโมงกินข้าวแล้วค่อยอาบไม่ดีเหรอ?”
“ไม่ดีหรอก
อาบตอนนี้แหละซูน นะ ป่ะ
เดี๋ยวผมช่วยอาบ"
“ฉันอาบเองได้น่า"
“ก็อยากช่วยอาบอ่า"
“ไม่ต้องเลย"
“งั้นซูนช่วยผมอาบ?”
“ไม่"
“ใจร้ายยยยยย"
ตกใจอีกรอบกับห้องน้ำ
ซูนยองยืนหัวฟูมึนๆ
จ้องอ่างอาบน้ำอย่างอึ้งๆ
นี่มันไม่ใช่อ่างแล้ว
นี่มันสระว่ายน้ำย่อส่วนชัดๆ
พอมองดีๆ ก็เห็นว่ารูเล็กๆ
ตามผนังอ่างด้วย จากุซซี่
แน่ๆ มินกยูโผล่มากอดเอวจากด้านหลังแล้วจะเนียนเข้ามาอาบด้วย
แต่ซูนยองก็ดันออกไปแล้วล็อคประตูห้องน้ำอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเสียงงอแงและเสียงทุบประตูจากด้านนอก
ซูนยองแช่น้ำอยู่ยี่สิบกว่านาที
และคงจะนานกว่านั้นถ้าไม่นึกออกว่าน้องชายยังไม่ได้อาบน้ำ
อยากจะนอนในอ่างเลยด้วยซ้ำ
แรงดันน้ำช่วงหลังและไหล่สบายจนแทบจะหลับไปได้เลยจริงๆ
เขาขึ้นจากอ่างอย่างไม่เต็มใจ
พันผ้าเช็ดตัวรอบเอวแล้วออกจากห้องน้ำมาตามน้อง
“มินกยู
อาบน้ำได้แล้วมา
ฉันขอโทษที่อาบนานไปหน่อย
จากุซซี่นี่มันสบายจริงๆ
เลยนะ เอ้า นั่งนิ่งทำไม
มองอะ-”
เผลอตัวอีกแล้ว
หลังจากเหตุการณ์ที่บ้านมินกยูคราวนั้น
ซูนยองพยายามเตือนตัวเองให้ใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำ
หรือไม่ก็พอออกมาแล้วรีบใส่ให้เร็วที่สุด
สงสัยเพิ่งแช่น้ำร้อนเลยมึนๆ
หรือจริงๆ วันนี้ก็มึนมาทั้งวันแล้วด้วย
แต่ตอนนี้มินกยูจ้องมาที่เขานิ่ง
สายตาที่ไล่มองลำตัวช่วงบนทำให้ซูนยองรีบหันหลังวิ่งกลับเข้าห้องน้ำแล้วใส่เสื้อคลุมอาบน้ำแทน
พอออกมาอีกครั้งมินกยูก็ไม่ได้มีสีหน้าน่ากลัวแล้ว
“เอ้อ
มินกยู
นายไม่ได้บอกฉันว่าจะอยู่ต่อฉันเลยเตรียมเสื้อผ้ามาแค่สองชุดเอง
แล้วแบบนี้ทำยังไง?”
“ไม่เห็นยากเลย
เวลาเล่นทะเลก็ใส่กางเกงตัวเดียว
เวลาอยู่ในห้องก็ใส่ชุดคลุมอาบน้ำเนี่ยแหละ"
“เอาแบบนั้นเลยเหรอ"
“หรือซูนอยากจะพันผ้าเช็ดตัวผืนเดียวก็ได้นะ
ผมชอบ"
“บะ
บ้าสิ รีบไปอาบน้ำเลย
เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก"
“ฮิฮิ~
ก็ได้คร้าบ"
พอน้องชายเข้าห้องน้ำไป
ซูนยองก็เดินไปยืนพิงประตูบานกระจก
มองวิวทะเลด้านนอก
ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว
ทะเลกลืนพระอาทิตย์ลงไปครึ่งดวง
แสงสีส้มแดงสาดส่องไปทั่วหาด
สายลมอ่อนๆ พัดให้กิ่งไม้แกว่งไหวๆ
เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังคลอไปกับเสียงใบไม้เสียดสีกัน
ซูนยองเอนหัวพิงกรอบประตู
ปกติเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองอึดอัด
หรือเครียดอะไรมากมาย
แต่พอมาอยู่ที่นี่ถึงเพิ่งรู้สึกว่าได้ผ่อนคลายจริงๆ
อะไรๆ ที่เคยวิ่งวนในหัวทุกเช้าหลังตื่นนอน
หรือทุกคืนก่อนเข้านอน
เหมือนจะละลายหายไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว
แต่ในตอนนี้ รู้สึกเหมือนตัวเบาขึ้นเป็นกอง
และได้วิ่งเล่นโดยที่ไม่มีความกังวลอะไร
ทำอะไรที่อยากจะทำโดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง
มีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
“เล่นเอมวีอยู่เหรอซูน"
“เอมวีบ้าอะไรเล่า
มาดูนี่สิ สวยดี"
“หรือว่าเอวี"
“เล่นซ้ำ
เล่นไปแล้วมุกนี้อะ"
“แหม
เล่นซ้ำได้เรื่อยๆ แหละ
อันนี้ผมชอบ"
“ไม่เห็นชอบเลย"
“ซูนหิวยัง
กินข้าวเย็นกันดีกว่า~”
“อืม
หิวแล้วล่ะ ตอนบ่ายวิ่งเล่นซะเหนื่อยเลย"
“ไม่จริงอะ
เพราะเป็นหมูต่างหากเลยหิวเร็ว"
“คิมมินกยู!!
ถ้ายังไม่เลิกเรียกฉันว่าหมูล่ะก็
จะเป็นหมูป่าแล้วขวิดนายจริงๆ
ด้วย!”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ
เอางั้นเลยเหรอซูนนนน"
อาหารเย็นกินกันในบ้านพัก
มีปลาตัวโตมาหนึ่งตัวกับข้าวอบทะเลสองที่
ซูนยองพูดขำๆ
ว่ากลับจากที่นี่คงจะไม่กินอาหารทะเลไปอีกสักพัก
มินกยูตอบกลับว่าซูนยองคงอยากกินเนื้ออยู่แล้วต่างหากแค่หาข้ออ้าง
พูดจบก็ก้มหัวหลบฝ่ามือของพี่ชายแล้วหัวเราะคิกคัก
ซูนยองจิบน้ำมะพร้าวแล้วจ้องน้องชายเขม็ง
เดี๋ยวนี้ชักจะขี้แกล้งขึ้นทุกวันแล้ว
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เด็กน้อยน่ารักอยู่ในโอวาทของเขาเปลี่ยนไป
นึกไม่ออกเลยจริงๆ
แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน
ก็ยังน่ารักสำหรับเขาอยู่ดีนั่นแหละนะ
กินกันไม่นานอาหารก็หมดลง
รวดเร็วสมกับเป็นพี่น้องนักกิน
ซูนยองยกจานไปวางไว้หน้าห้องในขณะที่มินกยูเช็ดโต๊ะ
พอปิดประตูห้องเสร็จน้องชายก็เดินมากอดเอวแล้วโน้มหน้าลงมาใกล้
ปลายจมูกกดลงที่แก้มพี่ชาย
หอมเข้าเต็มแรง
ซูนยองยืนนิ่งให้น้องชายหอมอยู่แบบนั้นจนปลายจมูกค่อยๆ
ย้ายลงต่ำมาแถวลำคอซูนยองถึงเบนหน้าหนีเล็กน้อย
มินกยูหัวเราะเสียงเบาก่อนจะเคลื่อนใบหน้าขึ้นมาประชิดที่ริมใบหูแล้วกระซิบเสียงแผ่ว
“ซูน
มีความสุขมั้ยฮะ?”
“อะ
อื้อ มีสิ ทำไมอยู่ๆ ถามเนี่ย"
“ก็
แค่อยากจะแน่ใจอะไรหน่อย
ถึงจะรู้อยู่แล้วก็เถอะ"
“อืม
แล้ว มากอดอะไรหน้าประตู"
“กอดที่อื่นดีกว่าเนอะ"
“ห๊ะ?”
“ซูน
เดี๋ยวแปรงฟันแล้วตามผมมาที่ห้องนอนนะ"
“หืม?”
“แล้วผมจะรอนะ~”
อะไรของเขา?
เขียนดีมากจริงๆค่ะ บรรยายดีมากคือเห็นภาพตามเลยย เมื่อไหร่จะแต่งได้แบบนี้บ้างเนี่ยㅠㅠ
ReplyDelete