โรงแรมที่ซึงชอลเลือกไม่ได้หรูหราอะไร
เป็นแนวสบายๆ เสียมากกว่า
สียืนพื้นเป็นสีขาว เพดาน
ผ้าคลุมเตียง และมุ้งเป็นสีฟ้าอ่อน
มินกยูรีบร้อนพาซูนยองเข้าห้องพัก
พอเข้ามาถึงซูนยองก็รู้หน้าที่เดินเข้าไปล้างแผลในห้องน้ำ
ถึงจะเลือดออกมากอยู่แต่ก็ไม่ใช่แผลใหญ่อะไร
เอากระดาษทิชชู่ซับๆ
หน่อยแล้วก็เดินกลับออกมา
มินกยูที่นั่งรออยู่บนเตียงชี้ๆ
ให้มานั่งข้างกัน ซูนยองเดินไปนั่งงงๆ
กำลังจะถามว่ามีอะไรขาก็ถูกดึงไปพาดตักน้องชายจนเกือบล้มหงายหลัง
รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกแสบๆ
ที่เข่า
พอผงกหัวขึ้นมองก็เห็นมินกยูกำลังหยอดเบตาดีนที่ไปเอามาจากไหนไม่รู้ลงบนแผล
แถมยังสูดปากไปด้วยเหมือนตัวเองเป็นคนเจ็บซะอย่างนั้น
ใส่ยาเสร็จก็ยกมือขึ้นพัดๆ
พร้อมก้มหน้ามาเป่าลมใส่
เป่าแรงจนซูนยองรู้สึกจักจี้อยู่หน่อยๆ
“เอ่อ
ไม่ต้องเป่าแล้วล่ะ
ปล่อยไว้เดี๋ยวก็แห้งเองแหละ"
“หงื่อ"
“จริงๆ
เชื่อสิ แผลไม่ได้ใหญ่อะไรสักหน่อย
น่านะ อะ พอละ"
“...”
“ขอบใจนะ"
แล้วก็ยื่นหน้าไปหอมหนึ่งที
กำลังจะยกขาลงมินกยูก็จับไว้แน่นแถมยังซบหน้าลงกับต้นขาเขาอีก
เพราะค่อนข้างใกล้จุดอันตรายซูนยองเลยสะดุ้งแล้วพยายามถดตัวหนี
แต่ก็ขยับไปไหนไม่ได้เพราะน้องชายจับไว้ซะแน่น
พอจะอ้าปากถามว่าทำอะไร
มินกยูก็เริ่มจูบเบาๆ
ที่บริเวณเข่าใกล้ๆ แผล
สัมผัสแผ่วเบาทำให้ซูนยองรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาจนสองมือกำผ้าห่มแน่น
“มิ
มินกยูทำอะไรหืม?”
“ขอโทษครับ"
“ห๊ะ?
ขอโทษอะไร?”
“ขอโทษที่ปล่อยให้ซูนต้องเจ็บตัวแบบนี้"
“โถ่
มันไม่ใช่ความผิดของนายสักหน่อย"
“ถ้าผมไม่บ้าวิ่งลงไปเล่นที่ชายหาด
ซูนคงไม่ล้มอะ"
“นี่
นายจะโทษตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะ
ฉันซุ่มซ่ามเองต่างหาก-”
“มันไม่ใช่ซูนซุ่มซ่ามแค่อย่างเดียวหรอก
ใช่มั้ยฮะ?
ไม่งั้นเลือดคงไม่ไปติดขากางเกงไอ้พี่จองฮันมันหรอก"
ซูนยองตอบไม่ออก
โกหกไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี
ได้แต่ถอนหายใจแล้วยกมือขึ้นลูบหัวน้องเบาๆ
มินกยูยกแขนขึ้นกอดเอวพี่ชายแล้วซบหน้าลงกับหน้าท้อง
ซุกไปซุกมาจนซูนยองต้องเอนตัวลงนอนหงายจนได้
แล้วห้องก็เงียบไปสักพัก
ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง
มินกยูค่อยๆ เขยิบตัวขึ้นมานอนซบที่ช่วงไหล่
ซูนยองก้มหน้าลงมองน้องก่อนจะจูบที่หว่างคิ้วเบาๆ
“ไม่เอาสิ
ไม่คิดมาก ดูสิ หน้าย่นหมดแล้วเราน่ะ"
“อย่างซูนนี่เตือนไม่ให้คนอื่นคิดมากได้ด้วยเหรอ
คิดเยอะสุดก็ซูนเนี่ยแหละ"
“อะ
อ้าว
ฉันคิดมากก็ไม่ได้หมายความว่าจะเตือนนายไม่ให้คิดมากไม่ได้นะ
เดี๋ยวหน้าเหี่ยวล่ะแย่เลย
จะเป็นนายแบบไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่อยากเป็นแล้ว"
“อะ
อ้าว เห้ย!
ทำไมล่ะ?”
“ไม่อยากยุ่งกับไอ้พี่จองฮัน"
“เห้ย
แบบนี้ไม่ได้นะมินกยู!
นี่มันอนาคตนายนะ
จะล้มเลิกเพราะไม่ชอบเขาแบบนี้เหรอ?”
“ก็มันชั่วอะ
จะให้ผมไปคบกับคนไม่ดีเพื่อหน้าที่การงานแบบนี้เหรอซูน"
“มันก็..”
มันก็จริง
ซูนยองอยากให้มินกยูไปได้ดีก็จริง
แต่ถ้าต้องไปคลุกคลีกับคนไม่ดีเขาก็คงไม่ยอมเหมือนกัน
ถึงจองฮันจะยังไม่ได้มีนิสัยอะไรแย่มากนัก
ก็แค่ปากร้าย แล้วก็ยุ่งไม่เข้าเรื่องในบางที
แต่นี่ก็เพิ่งรู้จักกันไม่นาน
ไม่รู้ว่านิสัยจริงๆ
แล้วเป็นยังไงด้วยซ้ำ
แค่ที่แสดงออกก็ไม่ค่อยน่าคบแล้ว
แล้วคนแบบนี้น่ะเหรอที่ซูนยองก็ฝากมินกยูไว้ด้วยได้
แล้วยังไง จะต้องไปตามนั่งเฝ้าอีกมั้ยล่ะเนี่ย
ไม่สิ ไหนว่าจะปล่อยให้มินกยูโตแล้วไง
แต่เห็นคนไม่น่าไว้ใจอยู่ตรงหน้าแบบนี้ก็จะปล่อยไปงั้นเหรอ
แต่ถ้าไม่ปล่อยแล้วยังไง
โอกาสในสายงานนี้มาอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ
จะให้หลุดมือไป ทั้งๆ
ที่ยังไม่แน่ใจอะไรแบบนี้น่ะเหรอ-
“ซูน
หน้าเครียดอีกแล้วอะ
ดูสิคิ้วย่นเลย มา เดี๋ยวผมจูบคืนให้
ฮิฮิ"
เอ้า
บทจะหายเครียดก็ง่ายเชียว
“เหนื่อยเนอะ
ชีวิตเนี่ย มึนหัว"
“อ้าว
อยู่ๆ ก็บ่นเป็นคนแก่เลย
ไม่เอาสิๆ ยิ้มหน่อยเร็ว
มาเที่ยวไงมาเที่ยว"
แบบนี้แหละ
ถ้าคนหนึ่งเครียด
อีกคนก็ต้องช่วยปรับอารมณ์ให้
ถ้าอารมณ์แย่ทั้งสองคนก็จะยิ่งฉุดกันต่ำลงไปอีก
เพราะงั้นต้องคอยประคับประคองกันแบบนี้ล่ะ
ซูนยองก้มมองน้องชายที่ยิ้มแก้มตุ่ยขยับหัวดุกดิกไปมาบนอกแล้วก็หลุดยิ้มออกมา
น่ารักน้อยซะที่ไหนล่ะ
มินกยูพอเห็นพี่ชายยิ้มได้ก็รีบกระเถิบตัวขึ้นมาจนหัวจนคางซูนยองดังปั่ก
ยังไม่ทันขอโทษดีก็เขยิบตัวขึ้นมาอีกรอบ
คราวนี้กะระยะพอดี ระวังไม่ให้คางแตก
หัวแตก แล้วจูบพี่ชายดังจ๊วบ!
ซูนยองหน้าร้อนหูแดงเมื่อมินกยูยังจูบดังจ๊วบๆ
ไม่หยุด ไม่รู้ปากหรือที่ดูดส้วม
พอพูดออกไปมินกยูก็งอนปากเบ้แล้วพลิกตัวนอนหันหลังให้จนพี่ชายต้องพลิกตัวไปกอดง้อ
“โอ๋ๆ
ไม่งอนสิ ไม่งอน มาเที่ยวน้ามาเที่ยว"
“มาเที่ยวเกี่ยวอะไรกับไม่งอน!
มาว่าผมเป็นที่ดูดส้วม
เชอะ!
ถ้าผมเป็นที่ดูดส้วมซูนก็เป็นส้วมอะ!
ดูสิด่าตัวเองสมน้ำหน้าเชอะ!”
“เออจริง
ฮ่าๆๆๆ เอ้า งั้นก็เท่ากันแล้วนะ
หายโกรธสิ"
“จะยอมหายโกรธก็ได้
ส้วม!”
“ส้วมเหรอ
ส้วมเหรอออ?
มานี่เลยมานี่!
ต้องโดนลงโทษซะหน่อยแล้วว"
“อ๊าาา
ส้วมมมมมมมม ไม่เอาๆๆๆ
พอแล้วๆๆๆ"
ซูนยองรัดเอวน้องชายแน่น
แน่นชนิดที่แทบจะหายใจไม่ออก
มินกยูถีบขาไปมา
พยายามดิ้นหนีออกจากอ้อมกอด
ตะโกนโหวกเหวกโวยวายจนหน้าแดงไปหมดในขณะที่ซูนยองก็ยังไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ
ยกขานักกีฬาเก่าขึ้นรัดช่วงต้นขาน้องไว้อีกแรง
มินกยูยิ่งดิ้นหนักเข้าไปใหญ่
เริ่มตะโกนเรียกหาคุณแม่ๆ
จนพี่ชายหัวเราะไม่หยุดและยอมปล่อยในที่สุด
เพราะใช้แรงมากทั้งคู่สุดท้ายเลยนอนหอบหายใจไปพักหนึ่งก่อนมินกยูจะพลิกตัวกลับมากอดพี่ชายไว้แน่น
“ผมชอบเวลาอยู่กับซูนที่สุดเลย
มีความสุขที่สุดก็คือเวลาเราอยู่ด้วยกันนะซูน"
“อื้ม
ฉันก็เหมือนกัน"
“ผมพูดไปหลายครั้งแล้ว
แต่ก็ รักนะครับ"
“รักเหมือนกัน"
“งือ"
“ป่ะ
ไปเล่นน้ำกันดีกว่า"
“เข่าเป็นแผลแบบนี้ไปเล่นน้ำทะเลสกปรกๆ
ได้เหรอซูน"
“เล่นได้น่า"
“โกหก
ให้ผมไปเล่นคนเดียวแล้วซูนจะนอนอืดอยู่ที่เก้าอี้ริมหาดอะสิ"
“นะ
นอนอืดอะไรกันเล่า
ก็อุตส่าห์มาเที่ยว
นี่เพื่อนนายป่านนี้ลงไปว่ายกันหมดแล้วมั้ง
ไปเร็วไป"
“ซูนอะ
แล้วซูนอดเล่นน้ำอะ
จะสนุกเหรอไปนอนดูเฉยๆ"
“ฉันยืนดูก็ได้"
“กวนนะซูนอะ
มาหอมทีสิหมั่นไส้"
“เอ้ย
อะไรเล่า ฮื่อ!
โอย
คนหรือเครื่องดูดฝุ่น พอแล้ว
หยุด!
ไปเล่นน้ำ!”
“เมื่อกี๊ก็ให้เป็นที่ดูดส้วม
ตอนนี้ก็เป็นเครื่องดูดฝุ่น
เดี๋ยวเป็นไม้กวาดด้วยเลยแล้วกัน"
“เห้ย
อะไรเล่า!
โอ๊ย
ไม่เล่นมินกยู!
นี่ จักจี้นะ
ฮ่าๆๆๆ หยุ๊ด!”
กว่ามินกยูจะหยุดเอาผมมาสะบัดใส่หน้าซูนยองแล้วอ้างว่าเป็นไม้กวาด
ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงพอดี
เพื่อนทีมว่ายน้ำที่ชื่อมุนบินโทรศัพท์มาตามให้ไปกินข้าวที่หาดด้วยกัน
ซูนยองกึ่งลากกึ่งจูงมินกยูให้ออกจากห้องลง
แต่พอเดินออกจากส่วนโรงแรมมาเห็นชายหาดเท่านั้นแหละ
กลายเป็นน้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งลากพี่
พอซูนยองบอกให้ช้าลงหน่อยมินกยูก็ทำท่าจะอุ้มจนคนพี่ต้องรีบโบกมือปฏิเสธรัวๆ
ตอนที่ลงมาถึงหาดคนอื่นๆ
ก็เริ่มกินข้าวกันแล้ว
กลิ่นอาหารทะเลย่างทำเอาสองพี่น้องน้ำลายไหล
“ไอ้มินกยู
กว่าจะมาได้นะมึง
กูแดกปลาหมึกไปสิบตัวแล้วเนี่ย!”
“เคี้ยวให้หมดปากก่อนก็ได้ไอ้จุนฮเว
ทุเรศ"
“ไม่จำเป็นต้องเคี้ยวให้หมดปาก
พอหมด ก็กินใหม่
ไม่มีจังหวะให้พูดแบบปากว่างๆ
หรอก"
เห็นแก่กินที่หนึ่งจริงๆ
เด็กคนนี้
ซูนยองมองปลาหมึกที่อยู่บนเตาแล้วก็หยิบมาสองไม้เผื่อน้อง
พอจะเอื้อมไปหยิบกุ้งที่อยู่อีกเตาจองฮันก็เอื้อมมาหยิบปลาหมึกที่อยู่เตาใกล้ตัวเขาพอดี
ซูนยองชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะคว้าปลาย่างที่อยู่ใกล้ๆ
กันมาแทน
แล้วรีบเดินกลับไปหามินกยูที่ยืนทะเลาะกับจุนฮเวอยู่
พอยัดปลาหมึกใส่ปากปุ๊บก็เงียบปั๊บ
ซูนยองปล่อยให้น้องคุยเล่นกับเพื่อนแล้วเดินแยกตัวไปใกล้ทะเลแทน
ซูนยองเคยจมน้ำก็จริง
แต่ก็ไม่ได้เชิงกลัวน้ำ
เพราะงั้นทะเลช่วงตื้นๆ
เขาก็พอเล่นได้อยู่
ได้หลับตาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดแล้วก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นหน่อย
แถมปลาหมึกก็อร่อยด้วยสิ
“เข่าเป็นยังไงบ้าง"
มาอีกแล้ว
“ไม่เป็นอะไรครับ"
“อืม
ก็ดีแล้ว"
“ครับ"
“เรื่อง
คืนนั้นน่ะ ฉัน-”
“คุณจองฮันครับ
เอาแบบนี้ดีมั้ยครับ?”
ซูนยองหันกลับไปหาจองฮันก่อนจะพูดแทรกขึ้นมา
เขาได้มองจองฮันเต็มตาเป็นครั้งแรกของหลังจากเหตุการณ์นั้น
ผู้ชายคนนี้ดูดีจริงๆ นั่นแหละ
สูง โปร่ง ไม่ได้ดูบอบบาง
แต่ก็ไม่ได้ดูมีกล้ามอะไรมาก
ผมสีเทายาวสลวยมัดไว้ลวกๆ
สมแล้วที่เป็นนายแบบ
ขนาดใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงสีขั้นสบายๆ
ยืนถือปลาหมึกเสียบไม้ยังดูดีเลย
คนที่หน้าตาและท่าทางดูดีแบบนี้
แต่กลับพูดจาไม่น่าฟัง
ให้ตายสิ ผิดกับแวบแรกที่เจอ
ในตอนนั้น ไม่คิดเลยว่าจะต้องเกี่ยวข้องอะไรกัน
แล้วก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนแบบนี้ด้วย
“ผมอยู่ส่วนผม
คุณอยู่ส่วนคุณ
เราไม่ต้องยุ่งกันมากก็ได้ครับ
เพราะยังไงเราก็ไม่ได้เกี่ยวกันโดยตรงอยู่แล้ว
นะครับ"
“ฉันไม่ชอบค้างๆ
คาๆ กับใคร อยากคุยให้เข้าใจ"
“ไม่มีอะไรต้องเข้าใจมั้ง
ผมว่าคืนนั้นคุณก็พูดชัดแล้วล่ะว่าคิดยังไง"
“ใช่
แต่ไม่ใช่แค่เรื่องนั้น
แต่ฉันยังจูบ-”
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะครับ
ไม่สำคัญอะไรหรอก"
จองฮันมองซูนยองนิ่งๆ
อยู่สักพักก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวแล้วจับข้อศอกซูนยองไว้
คนถูกจับตกใจจนไม้เสียบหล่นลงบนพื้นทราย
ยังดีที่ไม่แข้งขาอ่อนล้มไปอีก
ซูนยองเป็นคนเครียดง่าย
ตกใจง่าย
และเวลาอยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัดก็จะทำอะไรไม่ถูกแบบนี้
เพราะงั้นเขาเลยยืนนิ่งแข็งเป็นหินเมื่อจองฮันยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“ฉันพูดน่ะไม่ผิดเลย
นายนี่มันดื้อจริงๆ"
“อะ
อะไร-”
“ไม่สำคัญงั้นเหรอ
ถ้าไม่สำคัญจริง
เมื่อเช้าแค่ฉันเข้าไปคุยด้วยหน่อยคงไม่ตกใจจนตกบันไดหรอก
จริงมั้ย?”
“ปะ
ปล่อยแขนผม ปล่อย"
ซูนยองขี้กลัว
และจองฮันก็มองออกถึงได้ปล่อยแขนทันที
ซูนยองไม่ได้วิ่งหนีไปไหน
แต่ยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น
จองฮันยกมือขึ้นเสยผมแล้วหยิบบุหรี่ออกมาสูบ
พอเห็นซูนยองย่นจมูกแล้วก้าวถอยหลังหนีก็ลดบุหรี่ในมือลงก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
นั่นทำให้ซูนยองรู้สึกฉุนขึ้นมาหน่อยๆ
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“เมื่อกี๊โทษที
นิสัยนี้แก้ไม่หายสักที"
“นิสัยอะไร"
“ก็นิสัย
เห็นเด็กดื้อแล้วอยากจับมาตีสักทีน่ะสิ"
“ดะ
เด็กดื้อบ้าอะไร!
ผมก็แค่-”
“เอาเถอะ
เอาเป็นว่า ฉันขอโทษแล้วกัน
ทั้งเมื่อคืนนั้นแล้วก็เมื่อกี๊ด้วย"
"...”
"นายกับน้องจะเป็นยังไงก็ช่าง
มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันควรยุ่งแล้วก็
เรื่องระงับอารมณ์
ฉันควรทำมันได้ดีกว่านี้
จริงๆ อยากจะแก้ตัวว่าคืนนั้นดื่มเยอะไปหน่อย
แต่เมื่อกี๊เองก็..
ไม่ได้ดื่มอะไร
จะบอกว่าเมาปลาหมึกก็คงไม่ได้"
“...หึ"
“นั่น
ทำเสียงขึ้นจมูกอีก มันน่านัก"
“นี่ๆ
อะไรของคุณ-”
“ฉันไม่ทำอะไรนายหรอกน่า
เลิกขี้ตื่นขี้กลัวได้แล้ว
แบบนี้จะดูแลน้องได้ยังไง
จูงมือน้องเผ่นแน่บน่ะสิ"
“นี่!!”
“ฉันแค่จะเตือนนะ
จะหาว่าสอดก็ได้ แต่อยากจะให้ระวัง
ฉันเห็นมาเยอะแล้ว พวกแม่ๆ
ที่ตามหวงลูกตามดูลูกมากไปจนลูกเสียน่ะ
เคสที่เป็นพี่ชายนี่ก็เพิ่งเคยเจอครั้งแรก
แต่ก็ อยากให้ระวังไว้หน่อย
วงการนี้มันอยู่ยาก
จะตามกางปีกปกป้องตลอดมันเป็นไปไม่ได้หรอก
ให้น้องหัดเดินด้วยตัวเองเถอะ
ฉันถูกใจมินกยูตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น-”
“เห้ย!”
“ไม่ใช่แบบนั้น
ขี้ตื่นจริงนะ ฉันถูกใจในฐานะช่างภาพ
แล้วก็ในฐานะแมวมองด้วย
ฉันปั้นเด็กมาก็มาก
ประสบการณ์ก็พอตัว
ฉันเห็นว่าเด็กคนนี้จะไปได้ไกลแน่ๆ
อยากให้ลองทำอาชีพนี้ดู
มีไม่กี่คนนะ ที่ฉันเห็นแล้วถูกใจขนาดนี้"
“..อืม"
“เพราะงั้น
อย่าเพิ่งถอย อย่าเพิ่งหนี
แล้วฉันจะช่วยให้เขาเข้าวงการนี้เอง"
“..ครับ"
“แล้วก็
อย่าเพิ่งขี้ตื่นไปก่อนล่ะ
รู้มั้ย คุณพี่ชาย"
“อูนนนนนน!!”
มุมปากจองฮันกระตุกเล็กน้อยก่อนจะทำหน้าเหม็นเบื่อและเดินหนีไปพอดีกับที่มินกยูวิ่งมาถึง
น้องชายตัวโตถือปลาหมึกย่างมาสี่ไม้แถมในปากก็ยังเคี้ยวอะไรหนุบหนับอยู่ด้วย
แก้มมีคราบซอสเปื้อนอยู่เป็นดวงๆ
น่ารักซะจนซูนยองต้องยกมือขึ้นไปยีหัวเบาๆ
ทำให้สีหน้าที่เดิมยุ่งอยู่แล้วมู่ทู่กว่าเดิมอีก
ซูนยองรับไม้ปลาหมึกมาถือไว้สองไม้แล้วรอน้องชายให้เคี้ยวเสร็จอย่างใจเย็น
“เมื่อกี๊คุยอะไรกันอะ
ไอ้พี่จองฮันมาแกล้งอะไรอีกรึเปล่า!?
ผมมัวแต่เถียงกับไอ้จุนฮเวอะ!!
งึ่ย!
ไอ้จุนฮเวนี่มันตัวมารจริงๆ
คุยกับมันทีไรต้องเกิดเรื่อง-”
“นี่ๆ
ใจเย็นๆ ก่อน ไม่มีอะไรมินกยู
ไม่มีอะไร เขามาขอโทษฉันเฉยๆ"
“โห
ขอโทษคนอื่นเป็นด้วยเหรอเนี่ย
เห็นหน้าหยิ่งๆ คิดว่าจะ-”
“ไม่เอาน่า
อย่าพูดจาแบบนั้นเลย
เราคงจะยังต้องพึ่งเขาอีกมากนะ"
“ห๊ะ?
อะไร
ทำไมอะ?”
“อย่าลืมนะว่าคนที่จะพานายเข้าวงการนายแบบได้
ก็คือคุณจองฮัน"
“ไม่เอาๆๆๆ
ถ้าต้องไปกับไอ้คุณพี่จองฮันเนี่ย
ผมไม่เป็นแล้ว"
“อย่าดื้อสิมินกยู
ใช้เหตุผลหน่อย
ฉันไม่ได้ให้นายหยุดปีหนึ่งเพื่องอแงแบบนี้นะ"
“แต่ก็
ก็ มันก็ยังมีอีกตั้งหลายทางนี่นา"
“มินกยู
ทักษะอะไรนายก็ยังไม่มีเลยนะ
ถ้าไม่ให้คุณจองฮันช่วยนายจะทำยังไงหื้ม?”
“งือ..”
“นี่ก็ถือว่าเราโชคดีมากแล้วนะ
รู้มั้ย?”
“อือ..”
“เชื่อฉันสิ
ลองดูหน่อยนะ ได้มั้ย?
เด็กดี?”
“งือ
เชอะ แต่ผมจะไม่ญาติดีกับไอ้พี่มันหรอกนะ"
“ฉันก็คงบังคับอะไรนายไม่ได้นะ
แต่มีมารยาทหน่อยก็แล้วกัน"
“หึ!”
หลังจากกินข้าวเสร็จทีมว่ายน้ำก็พากันวิ่งเล่นบนชายหาด
ซูนยองได้แต่ยืนมองอยู่ไกลๆ
แล้วก็ส่ายหัว เพื่อนกันก็ต้องมีอะไรเหมือนๆ
กันสินะ ถึงได้ดูเหมือนเด็กสามขวบกันทั้งทีม
กระโดดโลดเต้น สาดน้ำใส่กัน
วิ่งไปวิ่งมาไม่กลัวไส้ติ่งอักเสบ
โค้ชเองก็ไม่ต่างกัน
ลงน้ำไปแล้วเรียบร้อย
ดำผุดดำว่ายไม่กลัวอาหารไหลย้อน
จะเหลือก็แต่ซูนยองที่เดินเลียบทะเลเรื่อยๆ
กับจองฮันที่ยืนถ่ายรูปอยู่ไม่ไกล
ซูนยองที่เดินหลบจากกลุ่มทีมว่ายน้ำที่เอะอะโวยวาย
พอมาเจอจองฮันก็รีบหมุนตัวเดินหนีทันที
แต่ก็ไม่ทันเพราะอีกคนเห็นเขาก่อน
“อ้าว
ไปไหนล่ะคุณพี่ชาย
ไหนบอกว่าไม่คิดอะไรไง
ทำไมเดินหนีล่ะ"
“ผมเปล่าเดินหนี
แต่ทางนู้นไม่มีอะไร จะไป-”
“อีกทางก็เสียงดัง
โหวกเหวกโวยวายออกจะตายไป
เดินหลบมาเพราะแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“...เปล่า"
“ดื้อ"
“หึ"
“เดี๋ยวสิ
มานี่หน่อย มาเป็นแบบให้ทีสิ"
“ไม่ดีกว่าครับ"
“ทำไมล่ะ
หรือไม่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาตัวเองเหรอหืม?
คุณพี่ชาย?”
“คุณ-
..คุณใช้วิธียั่วโมโหแบบนี้กับผมไม่ได้ผลหรอกครับ"
“เหรอ
ถ้าลากตัวมาก็คงได้ผลอยู่สินะ"
“นี่!
อย่า!
ทำไมต้องมายุ่งกับผมด้วย!
นี่!”
ซูนยองจะเดินหนีก็ไม่ทัน
จองฮันคว้าศอกเขาไว้แล้วดึงเข้าหาตัว
จะว่าสู้แรงไม่ได้ก็คงใช่ในส่วนหนึ่ง
แต่จริงๆ คือซูนยองไม่กล้าใช้แรงกับอีกคนมากกว่า
พูดตรงๆ ก็คือ เขาคาดเดาอะไรจองฮันไม่ได้เลย
เลยออกจะเกรงๆ อยู่หน่อย
ไม่รู้ว่าทำอะไรรุนแรงไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ไม่ใช่อีกคนดูอ่อนแอนะ
ตรงกันข้ามต่างหาก
แถมในมือยังมีกล้องดูแพงขนาดนั้นอยู่ด้วย
ซูนยองพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด
จะพยายามสะบัดแขนออก
ยังไงอีกคนก็ต้องคว้าไว้ได้อีกอยู่ดี
เขานักวิ่งเก่าก็จริง
ถ้าให้วิ่งหนีก็คงได้
แต่ก็รู้สึกทุเรศตัวเองแปลกๆ
วิ่งหนีคนคนนี้มากี่ครั้งแล้วนะ
พอเห็นซูนยองไม่ดิ้นจองฮันก็ยิ้มกว้าง
รอยยิ้มแบบที่ซูนยองไม่ชอบเลย
ให้ตายสิ
“ไปยืนทางนั้นหน่อยสิ
ฉันขอลองกล้องหน่อย"
“ลองเสร็จแล้วผมก็ไปได้ใช่มั้ย?”
“อื้ม
ก็คงงั้นแหละนะ"
ซูนยองเดินลงทะเลไปส่วนที่ความลึกระดับข้อเท้าแล้วถอนหายใจหนัก
เขาไม่ค่อยชอบให้ใครถ่ายรูปเขาสักเท่าไหร่
ยิ่งเป็นคนที่อึดอัดด้วยแบบนี้
จองฮันบอกให้เขาหันมามองกล้อง
ซูนยองก็หันไปมอง
ไม่ได้ทำสีหน้าอะไรเป็นพิเศษ
จองฮันหลุดหัวเราะออกมานิดหนึ่งแล้วบอกว่าเขาหน้าเหมือนง่วงนอน
พอเขาบอกไม่ได้ง่วงและคงจะชักสีหน้านิดหน่อย
จองฮันก็กดถ่ายอีก
แล้วก็หัวเราะออกมาอีก
ซูนยองรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกเลยรีบเดินหนี
แต่จองฮันก็ตามจับทันจนได้
“นี่!
จะอะไรกับผมนักหนาเนี่ย!
แกล้งผมทำไม!”
“'แกล้งผมทำไม'เหรอ
พูดจาน่ารักจังนะ หืม คุณพี่ชาย"
“ยุ่ง!
ปล่อยผม!
ผมจะไปเดินเล่นแล้ว
คุณให้ทีมว่ายน้ำสักคนมาเป็นแบบให้แทนก็แล้วกัน!”
“ใครดีล่ะ?”
“แล้วแต่คุณสิ!”
“ถ้าแล้วแต่ฉัน
ฉันก็อยากได้นายเป็นแบบไง
คุณพี่ชาย"
“นี่คุณ!
เลิกยุ่งกับผมได้มั้ยเนี่ย!”
ซูนยองขมวดคิ้วยุ่ง
พร้อมจะเริ่มโวยวายเต็มที่
แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อจองฮันปล่อยมือออกจากข้อศอกเขาแล้วขยับหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นเล็กน้อย
ซูนยองเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ
แต่หนีไปไม่ได้ไกล
ก็ต้องหยุดเพราะมือของอีกฝ่ายที่แผ่นหลัง
ใบหน้าเปื้อนยิ้มเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ
“ดูสิ
ตากแดดแก้มแดงหมดเลย"
“...”
“น่ารักไม่เบาเลยนะ
คุณพี่ชาย"
อะไรกัน
“ซูนนนนนนนนนนนน!!”
No comments:
Post a Comment