Tuesday, 23 January 2018

Go With The Flow 1/3 #minsoon

“ซูนน ไม่อยากไปอ่า"

“มินกยู ไม่ดื้อ"

“ซูนน เราไปกันแค่สองคนนะ?”

“มินกยู"

“เดี๋ยวแคนเซิลเดี๋ยวนี้เลย แล้วจองโรงแรมใหม่เอง เงินไม่ใช่ปัญ-”

“มินกยู!”

จ๋อย ซูนยองถอนหายใจ ม้วนเสื้อตัวสุดท้ายยัดใส่กระเป๋าเดินทางแล้วเหลือบตามองน้องชาย มินกยูนั่งขัดสมาธิห่อไหล่อยู่ข้างๆ สองมือเขี่ยยุกยิกไปมาอยู่บนตัก ปากยื่นหน่อยๆ แก้มพองนิดๆ ตามสูตรงอนระดับเริ่มต้น ซูนยองถอนหายใจยาวอีกรอบ แถมส่ายหน้าเบาๆ แล้วก็ต้องยอมแพ้ หันไปหาจนได้ พอยกแขนขึ้นอ้าออกหน่อยเดียวเท่านั้นแหละ มินกยูที่รอโอกาสอยู่แล้วก็ตาวาวโถมตัวเข้ามากอดทันที ให้มันได้อย่างนี้สิ ซูนยองต้านแรงไม่ไหวหงายหลังลงหัวกระแทกพื้น ดีที่น้องชายรอบคอบเอามือมารองไว้ก่อนแล้ว แถมยังกะทิศทางดีไม่หัวฟาดกระเป๋าเดินทางอีก

แปลว่าคิดไว้แล้วว่าจะกอดสุดแรงเกิดให้หงายหลังสินะ ร้ายจริงๆ

“ฮื้อ ซูนอ่าาา"

“ไม่เอาๆ อย่างอแงแบบนี้สิ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนี่นา ใช่มั้ย"

“แต่ว่า อยากไปกับซูนสองคนนี่นา..”

“นี่ ทำไมเราถึงต้องไปด้วยกันทุกคนนะ หื้ม?”

“...”

“เพราะนายไม่ยอมไปกับเพื่อนใช่มั้ย? จะไปแต่กับฉันใช่รึเปล่า จนเที่ยวทะเลสองรอบต้องยุบมารอบเดียว ใช่มั้ย?”

“ก็ไม่เห็นต้องไปกับเพื่อน-”

“มินกยู แบบนั้นได้ไง"

“หงื่อ"

“นี่ นายจบม.6 แล้วนะ โอกาสจะได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ได้เจอเพื่อนบ่อยๆ มันไม่มีแล้ว รู้มั้ย? ใครที่เป็นเพื่อนที่สนิทก็พยายามเกาะเอาไว้ อย่าให้มันห่างไป เพื่อนดีน่ะหายาก ถ้าขาดการติดต่อกันไปนานๆ แล้วมันต่อติดยากนะรู้มั้ย? อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย"

“งือ"

“แล้วก็ กับพี่ซึงชอล ก็อย่าให้มัน-”

“ผมไม่ชอบไอ้พี่ซึงชอล! ทำแบบนั้นกับซูนได้ไง! จนเกิดเรื่องวุ่นวายเลยอะ เห็นปะ!”

ก็ใช่ ซูนยองเองได้แต่หลับตาแล้วลูบหลังน้องเบาๆ ตัวเขาเองถ้าจะให้พูดจริงๆ ตอนนี้ความรู้สึกที่มีต่อซึงชอลก็ติดลบอยู่พอสมควร อีกคนโตกว่า ดูเหมือนมีประสบการณ์อะไรๆ มากกว่า แต่กลับทำอะไรไม่รู้จักคิด สักแต่จะเล่นเอาสนุก สักแต่จะเอามันส์ พอคิดถึงคืนที่อีกคนจับกรอกเหล้าแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะซึงชอลแท้ๆ ทำให้เกิดเรื่องแบบนั้นกับจองฮัน ไม่สิ ก่อนหน้านี้ก็ด้วย คืนนั้นที่โดนมอมที่สระน้ำ ถึงผลลัพธ์จะออกมาดีก็เถอะ แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีว่ามันจะเป็นแบบนั้นเลย ครั้งนั้นเขาโชคดี ไม่อย่างนั้นป่านนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้

“เอาเถอะ ยังไงเขาก็โค้ชทีมว่ายน้ำนาย อายุมากกว่าแล้วก็ ก็คอยช่วยฝึกช่วยสอนนาย ก็มีมารยาทหน่อยก็แล้วกัน"

“ทำไมต้องทำตัวดีกับคนที่ทำตัวไม่ดีกับเราด้วย!”

“เราต้องเลวให้เท่ากับทุกคนที่เลวกับเราเลยรึไง"

“ก็.. ฮึ่ย!”

“เอาเถอะน่า ทนหน่อยนะเด็กดี"

“งืออ หอมแก้มด้วยๆ"

“เด็กนี่ เอ้า หอมแล้ว"

“งื้อ ขอหน้าผากด้วยสิ~”

“เอ้า แถมจุ๊บอีก"

“ปากๆ จูบหน่อยย"

ซูนยองกำลังจะโวยวายแต่เสียงสั่นของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาซะก่อน มินกยูทำหน้าเหม็นเบื่อแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาดู พอเห็นชื่อของคนโทรเข้าก็ยิ่งเบะปากหนักเข้าไปอีก แถมยังทำท่าจะวางสายจนซูนยองต้องรีบคว้ามือไว้แล้วกดรับเองโดยที่ยังไม่ทันดูว่าใครโทรมา

“มินกยู มาถึงหน้าบ้านแล้วเสร็จรึยัง"

“เสร็จแล้วครับ พี่ซึงชอล เดี๋ยวลงไปครับ"

“เอ่อ เออ ไม่ต้องรีบก็ได้นะซูนยอง"

“ครับ"

จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่มินกยูกับซูนยองหรอกที่อึดอัด ซึงชอลเองก็คงเหมือนกัน ตัวคนทำผิดน่าจะต้องรู้สึกมากกว่าเยอะด้วย ถึงซึงชอลจะทำพลาดไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ หรือไม่ใช่คนชั่ว พอตัวเองเป็นต้นเหตุของปัญหา ซึงชอลก็พยายามขอโทษอยู่หลายครั้ง ถึงซูนยองจะบอกว่าไม่ได้โกรธอะไรแล้วก็ตาม ซึงชอลก็ยังประหม่าอยู่ดี วันนี้ก็เลยอาสาขับรถมารับถึงบ้าน จริงๆ จะให้สองคนไปรอที่เดียวกับเด็กคนอื่นๆ ในทีมก็ได้ แต่ก็เพราะความรู้สึกผิดนี่ล่ะมั้ง ทำให้ซึงชอลขับรถตู้มารับถึงที่นี่ ซูนยองดึงมือน้องชายให้รีบลุกขึ้นเตรียมตัวลงไปข้างล่างแต่มินกยูก็งอแงไม่ยอมไปไหนจนโดนฟาดเข้าที่หลังจนร้องโอดโอยนั่นแหละถึงยอมลุกได้

“ไม่อยากไปๆๆๆ ไม่อยากเจอหน้าพี่ซึงชอลๆๆๆๆ"

“รู้แล้วน่า บ่นให้ฉันหูชาแล้วมันเปลี่ยนอะไรได้มั้ยเล่า หยุดบ่นได้แล้ว!”

“เชอะ!”

แล้วมินกยูก็เริ่มเข้าโหมดงอน ตั้งแต่เดินเชิดปากลงบันไดตามมาช้าๆ เชิดหน้าไม่ยอมมองซึงชอลที่ตอนแรกยืนประหม่าจนเริ่มอยากต่อยเสยคางรุ่นน้องที่ทำตัวน่าหมั่นไส้ ไปจนถึงการนั่งคอเกร็งคอเคล็ดหันมองออกนอกหน้าต่าง ไม่ยอมตอบคำถาม ไม่ยอมคุยกับซึงชอลที่อยู่เบาะหน้าเลยแม้แต่น้อย ซูนยองยิ่งเครียดกว่าเดิม เพราะจริงๆ คนที่ควรจะมีปัญหา ควรอึดอัดกับซึงชอลคือเขา แต่พอน้องชายเล่นดื้อเงียบแบบนี้ เขาก็เลยต้องเป็นคนตอบคำถามอีกฝ่ายแทนน่ะสิ หมั่นไส้น้องชายที่ทำคอแข็งปากยื่นจนหยิกแขนไปแรงๆ หนึ่งที

“โอ้ย! ซูน! เจ็บนะ!”

“สมน้ำหน้า!”

“อะ อ้าวๆ อย่าเพิ่งตีกันสิข้างหลัง"

“เชอะ!!”

“เอ้าไอ้นี่ ชักจะมากไปแล้วนะไอ้เด็กเวร! กูเป็นพี่มึงนะเว่ย!”

“อายุมากกว่าแต่ทำตัวไม่น่าเคารพไม่เห็นต้องเกรงใจ"

“ไอ้มินกยู!!”

“มินกยู! ขอโทษแทนมินกยูด้วยนะครับพี่ซึงชอล แล้วนี่ รถตู้นี่นั่งได้ห้าหกคน พอเหรอครับ?”

“อืม เดี๋ยวมีไปรถอีกคันน่ะ พวกนายไม่ต้องเบียดอะไรมากหรอก มีคนมาคันนี้อีกแค่สองคน จุนฮเวกับชานอูน่ะ"

“อ่า ครับ"

จุนฮเว ทีแรกเขาจำไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าคนไหน แต่เปิดประตูขึ้นรถมาเท่านั้นแหละ จำได้เลย เสียงแหบๆ แผดลั่นตามด้วยฝ่าเท้าหนักๆ กระทืบพื้นรถ กระเป๋าใบใหญ่เหวี่ยงมาแทบจะกระแทกหน้าเขา ดีที่มินกยูปัดให้ก่อนพร้อมสบถเสียงดัง จุนฮเวถึงเพิ่งรู้ว่ามีคนอื่นอยู่ในรถก่อนแล้วและหยุดบ่นที่ซึงชอลมารับสาย ชานอูตีหลังเพื่อนไม่เบานักแล้วก้มหัวให้ซูนยองเล็กน้อยก่อนทั้งสองคนจะนั่งลงที่เก้าอี้แถวหน้าแล้วเริ่มเปิดห่อขนมกินทันที

“เออ แล้วนี่พี่มาด้วยเหรอ ห่างกันไม่ได้เลยเนอะ"

เจ็บนิดหน่อยแฮะ

“ปากดีนะมึง แดกๆ ลงไปเลยขนมเนี่ยไม่ต้องมายุ่ง!”

มินกยูหยาบซะแล้ว

“เอ้าไอ้ห่ามินกยู กูก็แค่ถาม! แล้วขนมเนี่ยไม่ต้องห่วงแดกแน่นอนไม่เผื่อมึงด้วย!”

“เออ! ดี!! ไปลงทะเลจะได้ท้องอืดจมหายไปเลย!”

“เห้ย กูก็ทีมว่ายน้ำมั้ยวะ!? จมน้งจมน้ำห่าไรล่ะ! มึงเนี่ยอาจจะเดินเหยียบเปลือกหอยตีนแหกเพราะมัวแต่หลงแฟน! ถุ้ย!”

ฟังดูโง่แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้

“อ้าวไอ้จุนฮเว!”

“ว่าไงไอ้มินกยู!”

“หยุด!! หุบปากทั้งคู่นั่นแหละ! ถ้ามึงสองคนไม่หุบปากกูจะเอาขวดเบียร์ให้อมคนละขวด! ดีมั้ย!?”

ซูนยองรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย ทั้งซึงชอลที่ขับรถกระโชกกระชาก ทั้งเสียงถุงขนมกรอบแกรบ ทั้งเสียงจุนฮเวกับมินกยูตีกัน พอแอบเหลือบมองชานอูว่ารับมือยังไง ก็เห็นว่าเด็กตาโตใส่หูฟังนอนหลับคอพับไปแล้ว สถานการณ์แบบนี้หลับได้ยังไงกัน ซูนยองยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ กว่าจะถึงทะเลก็คงสามสี่ชั่วโมง หวังว่าเขาจะไม่บ้าตายไปซะก่อนแค่นั้นเอง มินกยูกว่าจะหันมาสังเกตว่าพี่ชายเริ่มทำหน้าพะอืดพะอมซูนยองก็แทบอยากจะกลับบ้านแล้ว

“เห้ยย ซูน เป็นไรอะทำไมทำหน้าแบบนั้น ไหวปะเนี่ย"

“ไหวสิไหว ไม่เป็นไรหรอก"

“โห แต่หน้าพี่เน่ามากอะ เหมือนคนกำลังจะอ้วก"

“เน่าอะไร ไอ้จุนหอย หุบปากไปเลย! ซูน อยากกินน้ำหวานมั้ยอะ? พี่ซึงชอล! มีปั๊มมั้ย? แวะก่อนได้เปล่า?”

“จุนหอยอะไรไอ้มินก๋อย!!”

“เออ ได้ๆ อีกไม่ถึงโลก็จะถึงปั๊มแล้ว ทนหน่อยนะซูนยอง"

“คือผมไม่-”

“ซูนน อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย มาๆ มาซบผมดีกว่า"

“ถุ้ย แหวะ! ดูแลกันดีเข้าไป เอาใจใส่กันเข้าไป! กูจะอ้วก! ถุ้ย! ไม่ได้ว่าพี่นะพี่ซูนยอง ว่าไอ้มินก๋อยมัน! ถุ้ย!”

ว่าใครไม่รู้แต่ถุ้ยไปสามรอบแล้ว ซูนยองพยายามจะบอกทุกคนว่าไม่ต้องแวะปั๊มก็ได้ แค่ขับรถให้ดีๆ หยุดโหวกเหวก หยุดทะเลาะกัน แค่นั้นเขาก็คงดีขึ้นเยอะแล้ว แต่ดูท่าว่าพูดไปก็คงไม่มีใครฟังอยู่ดี เลยเอนซบตามที่น้องชายบังคับล็อคคอแทน พอหัวได้พิงอะไรหน่อย ไม่โยกไปเยกมาก็รู้สึกดีขึ้น แถมกลิ่นสบู่หอมๆ จากตัวมินกยูก็ทำให้อาการพะอืดพะอมลดน้อยลง มินกยูพอเห็นพี่ชายมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นก็ยิ้มแป้นแล้วจูบหน้าผากไปทีหนึ่งแรงๆ ทำให้จุนฮเวที่เหลือบมองอยู่พ่นขนมใส่หน้าชานอูที่หลับไม่รู้เรื่อง

“อี๋! สกปรกชิบบบ ไอ้จุนหอยยย คนหรือเครื่องพ่นขยะะ"

“แค่กๆ ก็เพราะใครล่ะวะ เห้ย กูขอนะ นี่มาเที่ยวกับเพื่อน อย่าหวานมากได้มั้ยกูจะอ้วก"

“ไอ้จุนฮเว!!! มึงพ่นขนมใส่หน้ากูทำไมไอ้@*(%@^&%#)”


เมื่อไหร่จะถึงทะเล ใครก็ได้ช่วยซูนยองด้วย


หลังจากผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ เสียงในรถก็ค่อยๆ เงียบลง ทั้งเสียงถุงขนม ทั้งเสียงเคี้ยว และเสียงตะโกนก่นด่า กลายเป็นเสียงกรนเบาๆ ของจุนฮเว และเสียงงึมงำจากมินกยูแทน ซูนยองดึงตัวน้องชายให้มาซบที่อกดีๆ แล้วกระชับกอดแน่นเพราะรถก็เขย่าไปเขย่ามา กลัวน้องจะปวดคอเอา พอจัดท่าได้เข้าที่ก็มาก้มมองใบหน้าของน้องในอ้อมกอด เห็นช่วงแก้มตุ่ยๆ แถวมุมปากแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ โดยเฉพาะตอนที่มันสั่นนิดๆ เวลาถนนขรุขระ น่ารักจนซูนยองจูบไปสองสามที แทนที่จะรำคาญที่ถูกรบกวนการนอนมินกยูกลับหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ แล้วถูหน้ากับอกพี่ชายตอบ บางทีซูนยองก็คิดจริงๆ ว่าตัวเองหลงน้องมากเกินไปแล้ว ยังไม่ทันได้หอมซ้ำ ซึงชอลก็กระแอมไอออกมาเบาๆ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าซึงชอลมองจากกระจกคนขับมาอยู่ก่อนแล้ว สัญชาติญาณแรกของซูนยองคือ เขยิบออกห่าง แต่พอลองคิดดีๆ จริงๆ กับซึงชอลก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังแล้ว เขาเลยก้มหน้ามาหอมหน้าผากน้องแทน

คงไม่ต้องเกรงใจอะไรกันแล้วล่ะมั้ง

“รักกันมากสิ ฉันเห็นแบบนี้แล้วก็อิจฉาแฮะ"

“ครับ รัก รักมาก"

“แปลก ปกตินายน่าจะต้องพูดติดๆ ขัดๆ แล้วก็เปลี่ยนเรื่อง วันนี้ดูมั่นใจดีจังนะ"

“ก็ กับพี่ผมคงไม่ต้องปิดอะไรแล้วมั้ง เรื่องที่ผมรักมินกยูพี่ก็คงรู้อยู่แล้ว"

“อืม ก็ใช่"

“แล้วก็ รู้แบบนี้แล้ว ไปทะเลคงไม่ต้องหาเรื่องมอมเหล้าผมอีกนะครับ"

“..ยังโกรธอยู่ใช่มั้ยเนี่ย ฉันยอมรับ วันนั้นฉันผิดจริง ขอโทษ"

“ไม่ได้โกรธครับ แต่อยากบอกเฉยๆ ครั้งหน้าไม่เอาแล้วนะครับ"

“ฉันเข้าใจ"

“ครับ"

“แล้ว เอ่อ คืนนั้น ฉันทำให้นาย เอ่อ ลำบากอะไรรึเปล่า?”

“ไม่มีครับ"

“อ่า ก็ดี"

ซูนยองเป็นคนขี้เกรงใจ แล้วก็ค่อนข้างหัวอ่อน ส่วนใหญ่นะ แต่ในบางเรื่อง บางสถานการณ์ เขาก็แข็งเอาเรื่องเหมือนกัน เขาคิดว่าอาการพูดติดๆ ขัดๆ ชอบหลบตา แล้วก็ทำตัวลีบๆ เพราะความประหม่าเนี่ย คงทำให้หลายคนคิดว่าจะทำยังไงกับเขาก็ได้ เพราะงั้นครั้งนี้เขาเลยจงใจพูดจาแปลกไป ไม่ได้ดูขี้กลัวเหมือนแต่ก่อน หวังว่าพอทำแบบนี้แล้วซึงชอลจะไม่กล้าแกล้งอะไรเขาอีก ซูนยองเหลือบตามองซึงชอลผ่านกระจกมองหลังเล็กน้อย ซึงชอลเองจ้องอยู่ก่อนแล้ว พอสบตาไม่กี่วินาทีคนพี่ก็หลบสายตาหนีไปจ้องถนนต่อ มินกยูขยับตัวขยุกขยิกเล็กน้อยพร้อมส่งเสียงงึมงำไม่เป็นภาษา แต่เหมือนจับใจความได้ว่าเมื่อย ซูนยองส่ายหัวเล็กน้อยแล้วเขยิบตัวไปนั่งเก้าอี้ริมซ้ายเพื่อจะให้น้องชายเอนลงนอนหนุนตัก พอได้ท่าสบายมินกยูก็เงียบแล้วหลับไปอีกรอบพร้อมรอยยิ้มบาง

น่ารักเกินไปแล้ว

เกือบสี่ชั่วโมงที่ผลัดกันหลับผลัดกันตื่นยกเว้นซึงชอลที่ขับรถ ในที่สุดก็มาถึงที่หมายจนได้ ซึงชอลกระโดดลงจากรถคนแรกไปยืดเส้นยืดสาย ถีบขาไปมาแล้วบ่นว่าปวดว่าเมื่อย ซูนยองเขี่ยแก้มน้องชายเบาๆ หวังจะปลุกอย่างนุ่มนวลที่สุดแต่ก็ไม่ทันจุนฮเวที่โยนกล่องคุกกี้ใส่หน้าน้องชายจนเจ้าตัวกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้วร้องเสียงดัง จุนฮเวมินกยูลงจากรถด้วยความรวดเร็วคือการกระโดดตามกันออกไปแล้ววิ่งไล่กันจนลงไปถึงชายหาด ซูนยองเขย่าตัวชานอูที่หลับลึกจนน่ากลัวให้ตื่นแล้วลงจากรถเป็นคนสุดท้าย พอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ที่อึดอัด ที่มึนหัวก็ค่อยเบาลง อากาศริมทะเลสดชื่น และเย็นสบาย เพิ่งจะรู้สึกว่ามาเที่ยวจริงๆ ก็ตอนนี้ ซึงชอลตะโกนด่าจุนฮเวกับมินกยูอยู่พักหนึ่ง บอกให้รีบไปเช็คอินโรงแรมก่อน แต่เด็กตัวโย่งสองคนก็ไม่ฟังจนในที่สุดโค้ชทีมว่ายน้ำก็ต้องวิ่งลงไปไล่กวดเอง ทำเอาลูกทีมทั้งสองร้องโวยวายจับมือวิ่งหนีไปด้วยกัน ซูนยองมองแล้วก็ต้องส่ายหน้าเบาๆ สรุปแล้วก็ยังเด็กไม่โตทั้งสามคนนั่นแหละ กำลังมองชายหาดเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงรถมาจอดอยู่ข้างๆ กัน คงเป็นรถอีกคนของเด็กทีมว่ายน้ำได้ เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านหลัง ตามด้วยเสียงแกะถุงขนม ทำให้เขาได้แต่สงสัยว่าเด็กทีมว่ายน้ำนี่เสียงดังแล้วก็ชอบกินขนมเหมือนกันทุกคนเลยรึเปล่า เขาตัดสินใจเดินหนีลงชายหาดตามมินกยูไป แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกจับไหล่ไว้ซะก่อน

“คุณพี่ชาย ขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย"

อะไรกัน มาได้ยังไง

ซูนยองเบิกตากว้าง สะบัดมืออีกคนออกจากไหล่แล้วถอยหนีอย่างรวดเร็ว จองฮันดูแปลกไปจากที่จำได้ สีหน้าของเขาไม่เหมือนเดิม ไม่ได้มีความมั่นใจ ไม่ได้มีรอยยิ้มร้ายๆ ที่ดูน่ากลัวเหมือนทุกที แต่ดูเหมือนกำลังอึดอัด หรือลำบากใจ สายตาของซูนยองไปหยุดลงที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ และเหตุการณ์คืนนั้นก็ไหลกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งนั่นทำให้เขาก้าวถอยหลังไปอีกสองสามก้าว จนลืมไปว่าด้านหลังเป็นบันไดลงไปที่หาด รู้ตัวอีกทีภาพตรงหน้าก็กลายเป็นท้องฟ้า พร้อมกับข้อศอกถูกฉุดอย่างรุนแรงจนหน้าหงายกลับขึ้นมา แต่ขาก็ยังทรงตัวไม่ได้จนเข่าครูดไปกับบันไดปูน ลำแขนแข็งรั้งเอวของเขาไว้จนกลับขึ้นมายืนจนได้ ซูนยองใจเต้นถี่รัวด้วยความหวาดกลัว และพอเงยหน้ามาสบตากับจองฮันระยะประชิดก็ยิ่งตกใจไปกันใหญ่ สองแขนดันอกอีกฝ่ายออกอย่างแรง แต่จองฮันก็ไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยผม!”

“จะปล่อยได้ยังไง! นี่นายอยู่บน-”

“ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง!!”

“อยากตกบันไดตายรึไง! อยู่นิ่งๆ!”

“เห้ยๆ พี่ มีอะไรกันอะ ใจเย็นพี่ ใจเย็น"

เด็กๆ ทีมว่ายน้ำเข้ามาแยกตัวจองฮันกับซูนยองออกจากกัน เด็กสองคนที่ซูนยองจำชื่อไม่ได้ดึงแขนจองฮันไว้ในขณะที่ชานอูมาช่วยประคองซูนยองให้ขึ้นมายืนดีๆ ไม่นานนักซึงชอลก็ลากคอมินกยูกับจุนฮเวกลับขึ้นมาที่ลานจอดรถ ตอนนั้นซูนยองหายตกใจแล้ว ถึงจะยังขาสั่นๆ อยู่บ้างก็เถอะ ซึงชอลทำหน้าเหรอหราก่อนจะเดินไปหาจองฮันที่ปลีกตัวไปยืนสูบบุหรี่อยู่ มินกยูร้องเสียงดังแล้ววิ่งเข้ามาหาซูนยองที่นั่งอยู่บนขอบบันได

“ซูนนนน!! เกิดอะไรขึ้นอะ!! ทำไมเข่าเลือดออกแบบนี้อะ ฮือออ ผมไม่อยู่แป๊ปเดียวเองเกิดอะไรขึ้น!”

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ลื่นล้มหน่อยเดียวเอง"

“งือ ต้องทำแผลนะ พี่ซึง- เห้ย ไอ้พี่จองฮัน! มาได้ไงอะ!!? เดี๋ยวนะ ที่เข่าซูนเป็นแบบนี้เพราะพี่มันใช่มั้ย? ซูนไม่ใช่คนซุ่มซ่ามที่จะหกล้มง่ายๆ ซักหน่อยอะ! ใช่มั้ย!? มันทำอะไรซูนอะ!?”

ปวดหัว ซูนยองส่ายหน้าน้อยๆ แล้วดึงน้องชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเข้ามากอด มินกยูนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นกอดตอบแล้วลูบหลังพี่ชายเบาๆ อยู่ด้วยกันมาตั้งกี่ปี เขารู้หรอกว่าตอนนี้อารมณ์ซูนยองไม่ปกติ แผลที่เข่าไม่ใช่การหกล้มธรรมดาแน่ๆ อยากจะโวยวายแทบตายแต่ก็ต้องเงียบไว้ก่อน ตอนนี้ที่สำคัญคือความรู้สึกของซูนยองต่างหาก น้องชายตัวโตกอดปลอบพี่ชายอยู่สักพักก็ลุกไปหาซึงชอลกับจองฮันที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ พยายามย้ำกับตัวเองให้ข่มอารมณ์ไว้ให้ดี อย่าโมโห อย่าอาละวาด

“พี่ ผมไปเช็คอินก่อนนะ ผมจะพาซูนไปพัก"

“เออๆ แค่ไปบอกชื่อกูแล้วเดี๋ยวเขาก็จะให้คีย์การ์ดมา พอดีกูรู้จักกับเจ้าของโรงแรม”

“ครับ งั้นผมไปก่อน"

“ซูนยองเป็นอะไรมากมั้ย?”

“ไม่หรอกครับ มันคง เป็นแค่อุบัติเหตุ"

มินกยูเหลือบตามองจองฮันเล็กน้อย อีกคนก็หันมามองเขาอยู่เหมือนกัน มินกยูต้องห้ามตัวเองไม่ให้ทำอะไรโง่ๆ เมื่อเห็นรอยเลือดเปื้อนที่ขากางเกงยีนส์สีซีดนั่น เกี่ยวจริงๆ สินะ

“ไหวมั้ยเนี่ย แล้วจะเล่นน้ำได้เหรอ?”

"ไม่ต้องห่วงผมจะดูแลซูนเอง"

"..เออ"


"ต่อจากนี้คงไม่มีอะไรแบบนี้อีก"

No comments:

Post a Comment