“อยู่ห่างๆ
ไอ้พี่จองฮันไว้ ผมไม่ไว้ใจพี่มัน!”
นั่นล่ะที่มินกยูบอกเขา
ซูนยองรู้หรอก แต่มันทำยากนี่
ยังไงมินกยูก็ต้องพึ่งจองฮัน
และดูจากทักษะมินกยูในตอนนี้
บวกกับระยะเวลากว่าจะมีอาชีพที่มั่นคง
ก็คงต้องยุ่งเกี่ยวกันไปอีกนาน
นั่นทำให้ซูนยองก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงเหมือนกัน
เอาตรงๆ ก็คือ
เขาไม่รู้จะรับมือยังไงเลยมากกว่า
เขาพยายามเลี่ยงแล้วนะ
ถ้าจองฮันหยุดแค่นั้นก็คงดี
แต่ก็ไม่ อีกคนตามเขา ตื๊อเขา
เกาะติดจนเขาไม่รู้จะปฏิเสธ
จะปลีกตัวยังไง
เขาขอแล้วว่าให้อย่ามายุ่งกัน
แต่อีกคนก็ไม่ฟัง
เขาเดินหนีก็แล้วแต่อีกคนก็ตาม
ต้องให้ด่ารึไง
แต่ถ้าทำแบบนั้น จะมองหน้ากันติดได้ยังไง
แล้วมินกยูล่ะจะทำยังไง
ถ้าเขา
เป็นคนตัดโอกาสมินกยูล่ะ
จะทำยังไง
“ซูน
ไม่ลงมาเล่นน้ำด้วยกันเหรอ"
“ไม่อะ
เข่าฉันเป็นแผลอยู่"
“ก็บอกจะเอาพลาสติกแร๊พให้ไง
ฮ่าๆๆ ไม่เอาเหรออ"
“ปัญญาอ่อน
ไม่เอา ไอ้เด็กโง่"
“อ้าว
ว่าผมทำไมอ่า ซูนนน~
อั่ก!
แค่กๆๆๆ
ไอ้ แค่ก ไอ้จุนฮเว!!!”
“สมน้ำหน้า
ออดอ้อนอยู่ได้รำคาญ"
“อย่าอยู่เลย!!!”
ตอนบ่าย
มินกยูกับเพื่อนๆ ก็กลับลงไปเล่นน้ำต่อ
เรียกได้ว่าเล่นจนคุ้มเลย
เพราะทีมว่ายน้ำนัดกันมาเที่ยวแค่สองวันหนึ่งคืน
เหตุผลก็คือเด็กๆ
ต้องกลับไปอ่านหนังสือสอบต่อ
จะมีก็แต่มินกยูนี่แหละที่ยังว่าง
พอคิดแบบนี้แล้วก็รู้สึกหวิวๆ
อยู่เหมือนกัน
ช่วงเวลานี้เมื่อสี่ปีที่แล้วซูนยองเองก็นั่งหลังขดหลังแข็งอ่านหนังสือทั้งวันอยู่
และคิดว่าคนอื่นๆ
ก็ต้องผ่านอะไรเหมือนๆ กัน
แต่น้องชายของเขากลับต่างออกไป
ยิ่งคิด ยิ่งห่วง
ยิ่งไม่แน่ใจว่าเขาทำถูกแล้วแน่เหรอที่-
“ซู๊นนนน
ช่วยด้วยยยยย"
“ไม่ต้องร้องเรียกแฟนเลย
จมน้ำไปซะไอ้มินก๋อย!”
“ซู๊นนนนน"
ซูนยองเกือบลุกไปช่วยแล้ว
แต่พอเห็นสถานการณ์ว่าไม่ได้รุนแรงอะไรก็กลับลงมานั่งเหมือนเดิม
ก็แค่จุนฮเวถีบขาสาดน้ำใส่หน้ามินกยูอยู่เท่านั้น
อีกอย่าง ซูนยองจะช่วยยังไง
ให้ไปสู้กับเด็กหน้าโหดนั่นเหรอ
ไม่เอาด้วยหรอก
เขาขอนั่งรับลมทะเลแบบนี้ดีกว่า
ซูนยองไม่ได้มาเที่ยวทะเลบ่อยนักเพราะคุณแม่ก็ยุ่งทุกวัน
ไม่ค่อยมีเวลา ก่อนนี้มินกยูก็ยังเด็ก
จะพากันมาเที่ยวสองคนก็ไม่กล้า
พอได้มานั่งริมทะเลแบบนี้ก็รู้สึกแปลกๆ
เหมือนกัน จะว่าดีก็ดี
ผ่อนคลายก็ผ่อนคลาย
แต่ก็ไม่ค่อยชิน เขามองไปรอบๆ
แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมา
เหมือนว่าจองฮันจะกลับขึ้นห้องไปก่อน
ไม่ก็ไปเดินเล่นที่อื่น
ค่อยหายใจโล่งขึ้นมาหน่อย
เขาก็เหนื่อยจะหลบแล้วเหมือนกัน
ได้หายใจหายคอ-
“คุณพี่ชาย
มองหาใครอยู่"
“เห้ย!”
อีกแล้ว
อีกแล้ว อีกแล้ว!!
ซูนยองแทบอยากจะมุดทรายหนีไป
แต่ข้อศอกก็ถูกจับไว้อีกครั้ง
จองฮันลงมานั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ซูนยองหันมองไปทางมินกยู
แต่น้องชายกำลังเปิดศึกกับเพื่อนๆ
อยู่เลยไม่ได้หันมาทางนี้
เขาควรทำยังไงดี?
ลุกหนี?
กลับห้อง?
ลงน้ำให้แผลติดเชื้อ?
ต่อย?
เตะ?
“ทำหน้าน่ากลัวจังนะ"
“ผมบอกให้คุณเลิกยุ่งกับผม
ไม่เข้าใจรึไง"
“เรายังต้องยุ่งกันอีกนานน่าคุณพี่ชาย
อย่าเพิ่งรีบตัดขาดกันเลย"
“คุณไม่จำเป็นต้องยุ่งกับผมก็ได้!
ยุ่งกับมินกยูก็พอ-
ไม่สิ
ไม่ต้องยุ่งกับมินกยูมากก็ได้!
ผมด้วย!”
“อ้าวๆ
สรุปว่าไม่ต้องยุ่งกับใครเลยเหรอ?”
“ก็-
ฮึ่ย!
ผมว่าคุณเข้าใจว่าผมหมายความว่ายังไงนะ!
คุณเป็นแมวมอง
สนใจน้องผม จะพาน้องผมเข้าวงการ
แค่นั้น ช่วยทำตัวเป็นมืออาชีพหน่อย
แล้วปล่อยผมได้แล้ว!”
“ไอ้ที่นายพูดมามันก็ใช่
ในฐานะนายแบบรุ่นพี่
ในฐานะแมวมองก็คงแค่นั้น
แต่กับนาย ฉันไม่ได้มายุ่งด้วยเรื่องงานสักหน่อย"
“ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็ไม่ต้องยุ่งหรอกครับ"
“พูดจาแบบนี้กับคนทุกคนที่มาจีบเลยรึเปล่า"
ซูนยองควรจะแปลกใจ
แต่ก็ไม่ เขาไม่ใช่คนโง่
เขารู้ว่าอีกคนเข้าหาเพราะต้องการอะไร
“สำหรับคนที่ผมไม่สนใจล่ะก็คงใช่ครับ"
“ใจร้ายจังนะ
พูดจาแบบนี้กับผม
ไม่ห่วงอนาคตน้องเลยรึไง"
แต่อันนี้
ซูนยองคาดไม่ถึง
ซูนยองตาโตหันไปมองอีกฝ่ายทันที
จองฮันยิ้มอยู่
รอยยิ้มแบบที่เขาเกลียดนั่นแหละ
เขาเดาไม่ออกว่าอีกคนพูดเล่นหรือพูดจริง
แต่มันเป็นสิ่งที่เขานึกไม่ถึง
เขาคิดว่าเพื่อน้องก็ควรจะเกรงใจเอาไว้บ้างน่ะใช่
แต่ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะพูดออกมาเองแบบนี้
ซูนยองดึงแขนหนีแล้วเขยิบตัวห่างออกมาเล็กน้อยซึ่งจองฮันก็ไม่ได้เขยิบตามมา
ซูนยองใช้เวลาอยู่สักพักกว่าจะเริ่มพูดต่อได้
“นี่คุณ
จะขู่ผมรึไง"
“เปล่านี่"
“คุณสนใจมินกยูเพราะบอกว่าน้องผมมีแวว
จะไปได้ไกลไม่ใช่รึไง
ที่อยากจะช่วยเขาก็เพราะแบบนั้นไม่ใช่รึไง"
“ก็ใช่
แต่ถ้ามันได้อะไรดีๆ
อย่างอื่นด้วย ก็คุ้มไม่ใช่เหรอ"
“จะบ้ารึไงวะ!!?”
ซูนยองผุดลุกขึ้นยืนแล้วตวาดเสียงดัง
โมโหจนตัวสั่น จองฮันเลิกคิ้วเล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ซูนยองพยายามสงบสติอารมณ์
นับหนึ่งถึงสิบ
แต่จนถึงสามสิบแล้วก็ยังไม่เย็นลง
ไม่ได้ เขาจะระเบิดอารมณ์ไม่ได้เด็ดขาด
ซูนยองตัดใจก้าวหนีออกมาเร็วๆ
เขาตัดสินใจกลับห้องพักไปอาบน้ำให้อารมณ์เย็นลง
แต่คำพูดของจองฮันยังก้องอยู่ในหัว
ทุเรศ
ทุเรศที่สุด
เป็นคนแบบนี้เองงั้นเหรอ
แล้วคนแบบนี้น่ะเหรอ
ที่เขาจะฝากให้ดูแลน้อง?
แต่ถ้าไม่ใช่คนคนนี้แล้วจะเป็นใคร?
มินกยูจะไปเริ่มต้นตรงไหน
หนังสือสอบก็ไม่ได้อ่านเหมือนคนอื่นเขาจะกลับไปสอบตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
หรือจะไปทางอื่น น้องชอบอะไรบ้างนะ
ทำอาหาร นวด นายแบบ ให้ตายสิ
จะไหวมั้ยนะ นี่เขา
ตัดสินใจพลาดรึเปล่านะ?
“ซูน?
อาบน้ำเหรอ?”
น้องมาแล้ว
ใจเย็นๆ ก่อน สงบสติอารมณ์ไว้
“ซูน?
เป็นไรอะ
ดูแปลกๆ นะ เมื่อกี๊ไอ้พี่จองฮันมันทำอะไรซูนรึเปล่า"
ตอบน้องสิ
แต่ มันพูดไม่ออกเลย
จะให้พูดอะไรดี จะให้โกหกอีกเหรอ
“ซูน?”
มินกยูไม่ได้ถามอะไรต่อ
เขาพอจะรู้ว่าตอนนี้ซูนยองอารมณ์ไม่ปกติอยู่
ตั้งแต่กลับมาห้องพักโดยไม่บอกเขาก่อนแล้ว
แถมยังอาบน้ำกลางวันแสกๆ
ซูนยองเป็นคนค่อนข้างรักสะอาดก็จริง
แต่ก็ไม่ขนาดนี้ แถมยังถามแล้วไม่ตอบอีก
ที่สำคัญ เก้าอี้ซูนยองนั่ง
พอหันกลับไปก็เห็นจองฮันนั่งอยู่
ไอ้บ้านั่น ถ้าไม่ใช่เพราะซูนยองขอไว้
เขาอยากจะซัดลงไปคลุกทรายสักที
มินกยูยืนรออยู่สักพักซูนยองก็ไม่ตอบ
ไม่หันมาด้วย จะว่าเสียงน้ำดังไปก็คงไม่ใช่
น้องชายตัดสินใจถอดเสื้อออกแล้วเดินไปยืนซ้อนหลัง
สองแขนโอบเอวพี่ชายแน่น
ซูนยองสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขยับหนีไปไหน
“เป็นอะไรครับ?
มีอะไรบอกผมได้นะ
บอกผมได้ทุกเรื่องเลย"
“...”
“อย่าเก็บไว้คนเดียวเลยนะ
เชื่อใจผม แล้วเล่าให้ผมฟังนะ"
“..ไม่มี
ไม่มีอะไร"
“ซูน..”
ปากหนัก
คิดมาก คิดเยอะ แล้วก็ชอบเก็บไว้คนเดียว
ปากแข็งเหลือเกิน ถ้าจะให้พูดจริงๆ
มินกยูเองก็อึดอัดอยู่หลายครั้งเวลาซูนยองเป็นแบบนี้
แต่พอนึกถึงเหตุผลแล้วก็โกรธไม่ลง
ก็เพราะซูนยองห่วงเขา
ห่วงความรู้สึกเขาถึงได้ไม่พูด
ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้
แบกทุกอย่างไว้กับตัวเองคนเดียว
เพราะงั้นมินกยูก็เลยได้แต่คอยอยู่ข้างๆ
จนกว่าซูนยองจะคิดตกได้เอง
เมื่อก่อนเป็นแบบนั้นน่ะใช่
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน
“ซูน
ผมโตแล้ว จริงๆ นะ"
“อื้ม..”
“แล้วเราก็
รักกันไม่ใช่เหรอ?
ซูนอย่าปกป้องผมฝ่ายเดียวเลย
ให้ผมได้ช่วยซูนบ้างเถอะ
นะฮะ"
ซูนยองพลิกตัวหันกลับมาหาเขาอย่างรวดเร็วแล้วยกแขนขึ้นกอดตอบ
มินกยูตกใจพอสมควร
แต่ก็รีบตั้งสติแล้วยกมือขึ้นลูบหลังพี่ชายเบาๆ
ซูนยองไม่ได้พูดอะไร
แค่ซบหน้าลงกับไหล่เขาเงียบๆ
มินกยูก็ไม่อยากถามย้ำอะไรอีก
ซูนยองไม่เคยเป็นแบบนี้
ปกติพี่ชายของเขาจะเข้มแข็ง
จะบอกกับเขาเสมอว่าไม่มีอะไร
ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วก็พยายามยิ้ม
หัวเราะกลบเกลื่อน
หมายความว่าครั้งนี้คงจะหนักมากจริงๆ
มินกยูยืนกอดพี่ชายอยู่อย่างนั้น
ให้เวลากับซูนยองนานเท่าที่เขาต้องการ
“มินกยู
ฉันขอโทษ"
“ห๊ะ?
อะไรครับ?”
“ฉัน
ไม่รู้ว่าฉันกำลังจะพานายไปทางไหนเหมือนกัน"
พูดตามตรง
มินกยูไม่ค่อยเข้าใจหรอก
ไม่รู้พี่ชายเขาพูดเรื่องอะไร
แต่ก็พอเดาได้ลางๆ
น้องชายตัวโตกระชับกอดแน่นขึ้นแล้วจูบที่ไหล่พี่ชายเบาๆ
“ซูน
ซูนไม่ต้องพาผมไปทางไหนทั้งนั้นแหละ"
“..แล้วนายจะหยุดอยู่กับที่แบบนี้เหรอ"
“เปล่าครับ
ความหมายผมคือ
ซูนไม่ต้องนำผมไปไหนทั้งนั้นแหละ
ผมบอกหลายทีแล้วนะว่าผมโตแล้ว
ซูนอาจจะเลี้ยงผมมาจนชิน
แต่จริงๆ ผมก็จะยี่สิบแล้วนะ
ผมโตพอจะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองได้แล้ว
เพราะงั้น ซูนไม่ต้องคิดมากแทนผมหรอก
ไม่ต้องพยายามปูทางอะไรให้ผมด้วย
แทนที่ซูนจะเป็นคนนำ
เรามาเดินจับมือไปด้วยกันดีกว่า
ดีมั้ยครับ?”
“..เอางั้นเหรอ?”
“เชื่อผมสิ
เชื่อผมสิซูน อย่าแบกอะไรไว้คนเดียวเลยนะ
มีอะไร เรามาช่วยกันคิด
ช่วยกันหาทางออกนะครับ
เลิกคิดมากนะ"
“..อือ"
“จริงนะ?”
“จะพยายาม"
“เครียดเรื่องอนาคตผมเหรอ?”
“อื้อ"
“เครียดจนมายืนตัวเปียกเอ็มวีแบบนี้น่ะเหรอ?”
“ไม่ได้เอ็มวี"
“เอวี?”
“ไม่ใช่!
ไอ้เด็กบ้า!”
“อ้าว
ใครจะรู้ ตอนนี้เราก็ไม่ใส่เสื้อผ้าทั้งคู่เลยนะ
อาจจะเอวีก็ได้"
ซูนยองตัวแข็งทันทีที่มินกยูพูดจบประโยค
เขาเพิ่งรู้สึกตัว
ว่าตอนนี้เขาทั้งสองคนยืนกอดกันอยู่ในห้องน้ำ
โดยที่ไม่ใส่อะไรเลย
มีแค่มินกยูที่ใส่กางเกงว่ายน้ำอยู่
แต่มันก็ไม่ค่อยต่างอะไรกันเท่าไหร่หรอก
จะขยับหนี ก็ไม่รู้จะหนีไปตรงไหน
ห้องน้ำก็ไม่ได้ใหญ่
มินกยูเหลือบมองหน้าตื่นๆ
ของพี่ชายแล้วก็แอบขำอยู่ในใจ
ตอนนี้คงกำลังคิดหาทางหนีอยู่
แต่เขาไม่ปล่อยให้หนีไปไหนง่ายๆ
หรอก มาถึงขนาดนี้แล้ว
“ซูนน~
เครียดอยู่ใช่ปะ"
“เปล่า
ไม่เครียดแล้ว"
“ไม่ๆ
เมื่อกี๊เครียดมากเลยอะ
ยืนแช่น้ำตั้งนานแน่ะ"
“ไม่ๆ
ไม่มีๆ เลยไม่มี"
“ไม่อ่า
เครียดแน่ๆ เลย มา
เดี๋ยวผมคลายเครียดให้น้า"
“ไม่ต้องงงง!!
ว้ากก"
ซูนยองเสียววูบที่ท้องน้อยเมื่อรู้สึกถึงมือของน้องชายแถวบั้นเอว
อันตราย สถานการณ์ตอนนี้อันตรายสุดๆ
ทางออกมีแค่ทางเดียวคือประตูห้องน้ำ
แต่มินกยูยืนบังอยู่เต็มๆ
อาวุธมีแค่อย่างเดียวที่พอใช้ได้คือฝักบัว
แต่ก่อนที่เขาจะเอื้อมถึง
มินกยูน่าจะคว้าไว้ได้ก่อน
พื้นห้องน้ำก็ลื่น ถ้าจะวิ่งหนี
มินกยูที่วิ่งตามอาจจะลื่นลมได้
จะให้สไลด์ตัวลอดใต้ขามันก็จะเสียวไส้เกินไปหน่อย
คำตอบที่ได้คือ ทางรอดเป็นศูนย์
ซูนยองได้แต่ยกมือขึ้นปัดป้องไปตามเรื่องเท่านั้น
แต่ตอนนี้มือยกไม่ขึ้นเลย
พอเห็นพี่ชายยืนนิ่งมินกยูก็ยิ่งได้ใจ
รั้งตัวพี่เข้ามากอดแล้วเริ่มจูบไล่ตั้งแต่กกหูลงมาแถวหัวไหล่
มืออีกข้างลูบขึ้นๆ ลงๆ
ช่วงแผ่นหลัง ยิ่งพี่ชายหายใจติดๆ
ขัดๆ ยิ่งลูบหนักขึ้นอีก
“ซูนเนี่ย
ตัวนิ่มจังเนอะ"
“ฮื่ออ
ตัวนิ่มอะไรเล่า-
นี่!
เดี๋ยวจะออกไปเดินตลาดหาของมาทำอาหารเย็นไม่ใช่เหรอ
อะเอ้ย!
พอแล้ว!”
มือมินกยูชักรุ่มร่ามเกินไปแล้ว
ลูบขึ้นลูบลงไปไกลขึ้นเรื่อยๆ
ซูนยองจะดันตัวน้องชายออกก็รู้ว่าไม่ได้ผล
ดันออกไปเท่าไหร่
ก็ดีดกลับมาเท่านั้นแหละ
ห้องน้ำก็เล็กแค่นี้
จะหนีไปไหนพ้น
ลำพังแค่จะหันหน้าหนีริมฝีปากน้องก็ยากพอแล้ว
มินกยูยื่นหน้ามาจูบเขา
หนีไปทางไหนก็ตามได้หมด
จนในที่สุดก็จูบสะเปะสะปะมาโดนคิ้วบ้าง
แก้มบ้าง พอลงมาโดนปากเท่านั้นก็แช่ค้างไว้
ซูนยองจะเอนหัวหนี
ก็รู้สึกถึงผนังเย็นๆ
ของห้องน้ำแล้ว มินกยูกดใบหน้าตามมา
สองมือจับมือของเขาแนบกับฝาหนัง
นิ้วที่ประสานเข้าหากันทำให้ซูนยองตัวสั่น
มากเกินไปแล้ว
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป แย่แน่
“พอก่อนเนอะ
ซูนตัวเปียกนานๆ เดี๋ยวไม่สบาย"
หืม?
มินกยูผละออกไปพร้อมรอยยิ้มบางก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวมาคลุมไหล่เขาไว้
แปลก นี่น่าจะเป็นครั้งแรกเลย
ที่มินกยูทำอะไรที่เขาไม่คาดคิดแบบนี้
จนออกมาเดินตลาดแล้วซูนยองก็ยังไม่หายงง
มินกยูเดินจับมือเขาดูปูดูปลา
ยิ้มแย้มแจ่มใสตามปกติ แปลก
แปลกมาก เปล่า
ซูนยองไม่ได้หวังอะไรให้เกิดต่อจากนั้น
แต่มันก็แค่แปลก
แปลกที่มินกยูไม่ได้ทำอะไรต่อ
จะว่าจูบปลอบใจก็คงใช่
จะว่าแกล้งให้เขาสบายใจขึ้นก็ถูก
แต่ เรื่องของอารมณ์มันไม่ได้หยุดกันง่ายๆ
แบบนั้น
แล้วมินกยูก็ไม่ใช่คนที่จะระงับอารมณ์อะไรเก่งด้วย
ถึงได้ว่าแปลกไง
“ซูนนน
อยากกินอะไรดีเย็นนี้
แต่ปลาหมึกที่นี่อร่อยเนอะ"
“เอ่อ
อื้ม อร่อย"
แปลก
แปลกมากเลย
แต่มินกยูก็ทำตัวปกติทุกอย่าง
จนซูนยองที่คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วเลิกสงสัยไปเอง
ตอนเย็นพวกเขาก็ย่างอาหารทะเลกินกันหมือนเดิม
เหตุผลก็เพราะมันทำง่ายที่สุด
แค่ซื้อน้ำจิ้มอร่อยๆ
มาก็ใช้ได้แล้ว และแน่นอนว่ามีเหล้าด้วย
สำหรับกลุ่มเด็กผู้ชายที่มาเที่ยวฉลองเรียนจบก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ซูนยองไม่ได้คัดค้านอะไร
หวังแค่ว่าจะไม่มีเรื่องก็พอ
มินกยูรีบหันมายืนยันกับเขาว่าจะดื่มเหล้าอย่างระวัง
แถมชิงหอมแก้มไปทีหนึ่ง
ซูนยองก็หมดคำพูด ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ
แล้วเสียบปลาหมึกใส่ไม้ต่อ
“โอเค
กินข้าวกันอิ่มแล้ว
เรามานั่งล้อมวงเล่นเกมส์กัน"
ที่กลัวก็ตรงนี้แหละ
ซูนยองมองซึงชอลที่กวักมือเรียกทุกคนมานั่งรวมตัวกัน
มินกยูดึงมือซูนยองลงนั่งข้างๆ
ชานอูกับจุนฮเว
ดูท่าก็รู้ว่าตั้งใจไม่ให้อีกฝั่งหนึ่งของซูนยองเป็นจองฮัน
จริงๆ แล้วซูนยองก็หวาดๆ
อยู่เหมือนกัน
แค่ซึงชอลคนเดียวก็น่ากังวลพอแล้ว
นี่ยังมีจองฮันมาอีกคน
กลางวงเหล้าที่เล่นเกมส์กัน
ถ้าขาดสติขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้
หวังว่าจะรู้เรื่องมากพอที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนเกินไปก็แล้วกัน
“เกมส์ง่ายๆ
เราจะไล่จากฉันไปทางขวา
พูดในสิ่งที่ตัวเองเคยทำ
ถ้าใครที่เคยทำเหมือนกันก็ไม่ต้องดื่ม
แต่ถ้าใครไม่เคย ก็ต้องดื่มหนึ่งช็อต
ถ้าทุกคนเคยทำหมด
คนพูดก็ต้องดื่มสองช็อต
เข้าใจนะ?”
“เข้าใจพี่ๆ"
“ฉันเคยกระทืบคนจนเข้าโรงพยาบาล"
บ้าเอ๊ย
ซึงชอลยิ้มกว้างเมื่อทุกคนในวงกระดกเหล้าเข้าปาก
นอกจากซูนยองที่นั่งอยู่ด้านนอก
เขาบอกกับซึงชอลก่อนแล้วว่าเขาคอไม่แข็งเท่าไหร่
แล้วก็ไม่ได้อยากดื่ม
ถือว่ารอดตัวไป
แต่มินกยูที่เป็นลูกทีมว่ายน้ำ
ยังไงก็ต้องเล่นกับเพื่อนๆ
พี่ชายมองน้องที่หน้าเริ่มแดง
ก็แหงอยู่แล้ว ระหว่างกินข้าวก็ดื่มมาเรื่อยๆ
นี่ยังมาเจอเกมส์บ้านี่อีก
อย่างจุนฮเวนี่ก็แดงยันคอแล้ว
เกมส์นี่คงดำเนินไปได้ไม่นานหรอก
“ฉันเคยโกงข้อสอบ"
“ปัดโถ่
ใครๆ ก็เคย ดื่มเลยไอ้มุนบ๋อย"
ซูนยองตาโตเมื่อมินกยูผสมโรงกับจุนฮเว
นี่น้องชายเขาเคยโกงข้อสอบงั้นเหรอ
มินกยูหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเมื่อเพื่อนกระดกเหล้าลงคอติดต่อกันสองช็อตแล้วเริ่มหัวเอนซ้ายทีขวาที
พอหันมาเจอซูนยองทำหน้ายักษ์ใส่ก็สะอึกแล้วรีบหันหน้าหนีทันที
เกมส์ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
โดยทุกคนผลัดกันดื่ม
หัวเราะเอิ๊กอ๊ากบ้าง
โวยวายใส่กันบ้าง พอมาถึงตามินกยู
น้องชายตัวโตของเขาก็เริ่มพูดเว้นวรรคแปลกๆ
แบบที่พี่ชายรู้ว่าเริ่มเมาแล้ว
“ฉันเคย
เคยกินขนมตก ตกพื้น"
“ไอ้เวร
ใครไม่เคยวะ มึงอยากแดกเหล้ามากใช่มั้ยมึงแดกเลย
ไอ้มินก๋อย"
“ฮ่าๆๆๆ
เหรอๆ ฮ่าๆ"
ซูนยองส่ายหน้าอย่างอ่อนใจเมื่อน้องชายกระดกเหล้าเข้าปากไปสองช็อต
ท่าทางจะไม่มีสติแล้วจริงๆ
ถึงได้พูดอะไรมึนๆ แบบนั้นออกมาได้
โชคยังดีที่เด็กทีมว่ายน้ำอีกสองสามคนที่เหลือก็คงเมาได้ที่เหมือนกันถึงพูดอะไรแปลกๆ
ออกมาทำให้มินกยูไม่ต้องดื่ม
ดูจากสภาพของแต่ละคนก็รู้ว่าครบวงแล้วก็คงได้เวลากลับห้อง
ซูนยองเลื่อนสายตาไปมองคนสุดท้ายที่นั่งอยู่ซ้ายมือของซึงชอลแล้วก็ต้องรู้สึกกังวลขึ้นมาอีกครั้ง
“เอ้าๆ
คนสุดท้ายแล้ว แล้วก็กลับห้องกันไปได้แล้ว
กูไม่แบกใครนะเว่ย!
ดูแลตัวเองกันด้วย!”
“ตาฉันสินะ"
อย่าทำอะไรให้ลำบากใจไปมากกว่านี้เลย
ขอล่ะ
“ของฉัน
ค่อนข้างจะพิเศษหน่อย
ถ้าใครที่ต้องดื่ม
ก็ดื่มสามช็อตไปเลยแล้วกันนะ"
จะมาไม้ไหนอีก
“ฉัน
ชอบ ผู้ ชาย"
ทั้งวงเงียบลงทันที
ในขณะที่จองฮันมองมาทางสองพี่น้อง
ซูนยองกำมือแน่น จะเอาอะไร?
ต้องการอะไรอีก?
เขาเดาใจคนคนนี้ไม่ถูกเลย
ไม่รู้จะทำแบบนี้ไปทำไม
จะเข้ามาป่วน เข้ามากวนแบบนี้ให้ได้อะไรขึ้นมา
จองฮันชอบผู้ชาย เรื่องนี้เขารู้อยู่แล้ว
เด็กทีมว่ายน้ำหลายคนเองก็คงดูออก
ที่ไม่เข้าใจคือจะพูดขึ้นมากลางวงให้มันได้อะไรขึ้นมา
จุนฮเวเริ่มส่งเสียงเชียร์อ้อแอ้ๆ
ขึ้นมาก่อนให้มินกยูดื่มและเพื่อนๆ
ในทีมก็เริ่มเฮขึ้นตาม
แต่มินกยูกลับยิ้มแล้วดันแก้วออกห่างตัว
ก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัด
“ฉันไม่จำเป็นต้องดื่ม
เพราะฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย
ฉันแค่รักซูน"
ซูนยองหันไปมองหน้าจองฮัน
และเห็นว่าอีกคนยังคงยิ้มเย็นๆ
เหมือนปกติอยู่
ต้องการอะไรกันแน่นะ
ซูนยองเดินจูงมือมินกยูกลับห้อง
น้องชายเดินเซนิดหน่อย
แต่ก็ไม่ได้ถึงกับทรงตัวไม่ได้
จะไล่ไปอาบน้ำก็ไม่ยอมบอกว่าจะอาบพรุ่งนี้เช้า
ซึ่งซูนยองก็ค้านอะไรไม่ได้เพราะน้องบอกว่าถ้าจะให้อาบต้องมาอาบให้ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง
อย่างน้อยก็ยังดีที่ตอนบ่ายๆ
เข้ามายืนแช่น้ำด้วยกันจนล้างคราบเกลือออกไปแล้ว
และก็ไม่ได้กินเหล้าเละเทะจนตัวเหม็น
มินกยูดึงซูนยองลงมานอนด้วยกันแล้วซุกหน้าลงกับซอกคออย่างที่ชอบทำ
ซูนยองลูบผมน้องเบาๆ
แล้วจูบหน้าผากอย่างมันเขี้ยว
“เมื่อกี๊
ตอบเก่งนะ เอาตัวรอดได้ดี"
“เอาตัวรอดอะไรกัน
ผมก็แค่พูดความจริง
ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย หรือผู้หญิง
ผมก็แค่รักซูน รักซูนแค่คนเดียว"
“หึ น่ารัก"
“น่ารักก็รักผมให้มากๆ
น้าา"
“รักมากจะตายอยู่แล้ว"
“เหมือนกัน"
“อื้อ~”
“ซูนน
ไอ้พี่จองฮันอะ
ถ้ามันมายุ่งอะไรกับซูนอีกนะ
บอกผม อย่าไปสู้กับมันคนเดียว
เรามาช่วยกันสู้ดีกว่า!
สองคนดีกว่าคนเดียวอยู่แล้ว
อย่าไปยอมแพ้!
มันกวนตีน!”
“ไม่ต้องไปยุ่ง
ไม่ต้องไปมีเรื่องกับเขาดีกว่าน่ามินกยู
ไม่เอา"
“ทำไมต้องไปยอมมันด้วยอะ!”
“ที่ฉันทำ
ไม่ใช่ยอมนะมินกยู
ฉันแค่ไม่อยากมีปัญหาถ้าไม่จำเป็น"
“แบบนี้เราก็แพ้มันสิ!
จะแพ้ได้ไงไม่เอาไม่แพ้!”
“มินกยู
ฟังฉันนะ การที่เราไม่ตอบโต้ไม่ได้หมายความว่าเราแพ้
แค่เราไม่มีเรื่อง
ไม่สร้างศัตรูก็พอแล้ว"
“หื่อ..”
“โดยเฉพาะคนคนนี้
นายอยากเป็นนายแบบอยู่มั้ย?”
“งือ"
“ถ้ายังอยากเป็น
ก็อย่ามีเรื่องกับเขา
เขาเป็นนายแบบดัง
เส้นสายจะมีแค่ไหนก็ไม่รู้
จริงมั้ย"
“หงื่ออ"
“ มินกยู
ฟังฉันนะ อย่ามีเรื่องถ้าไม่จำเป็น
เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนที่เราไปมีเรื่องด้วยจะทำอะไรได้บ้าง
ถ้าเขามาเอาคืนเราขึ้นมา
คนที่จะลำบากคือตัวเราเอง
เราอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงเลยดีกว่า
เข้าใจมั้ย?”
“..เชอะ"
“ความสะใจชั่วครั้งชั่วคราว
ถ้าต้องแลกกับความหวาดระแวง
ความอึดอัด ลำบากใจที่อาจจะตามมา
มันไม่คุ้มกันหรอกนะ"
“งือ..”
“ไม่เอา
ไม่พูดเรื่องนี้แล้วดีกว่า
มาเที่ยวครั้งนี้เป็นยังไง
สนุกมั้ย?”
“อื้อ
สนุก ไม่ได้มาทะเลบ่อยๆ
มาทีก็ช๊อบชอบ ไว้เรามากันอีกบ่อยๆ
เนอะ"
“อือ
เสียดาย พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว
มีเวลาแค่นิดเดียวเอง"
“งือ~”
“เอาล่ะ
นอนซะ ดึกแล้ว ฝันดีนะ"
“ซูนนน
จูบก่อนนน จูบบบ”
“เอ้า
ได้ๆ มาๆ"
เวลาสำหรับอยู่กับทีมว่ายน้ำน่ะมันสั้น
ก็พวกเขาต้องกลับไปอ่านหนังสือสอบนี่นะ
แต่มินกยู
ไม่ต้องสักหน่อย
No comments:
Post a Comment