"เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อนมินกยูนี่มันหน้าโรงเรีย- อั่ก!"
ทันซะที่ไหนล่ะ ซูนยองคงผิดเองที่มาหาที่โรงเรียน คิดว่ามายืนแอบข้างประตูด้านนอกจะปลอดภัยแล้วเชียว แต่กระโดดกอดขนาดนี้จะไม่ให้คนอื่นๆ หันมามองได้ยังไงกัน ยิ่งคนกระโดดกอดไม่ใช่เด็กปรระถมตัวเล็กๆ แต่เป็นเด็กม. 6 ที่กำลังเรียนจบด้วยเนี่ย ซูนยองยกมือขึ้นดันอกน้องชายอย่างรุนแรงพลางหันมองรอบข้าง มีคนมองอยู่สี่ห้าคน
"มินกยู ปล่อย นี่ มินกยู! นี่มันหน้าโรงเรียนนะ!"
"ทำไมอะะ แค่กอดเองง ไม่ได้เหรอ? ก็ผมดีใจนี่นาาา มาหาถึงที่นี่เลยย"
"ไม่ได้ ปล่อยนะ! คนมองหมดแล้ว!"
"งืออ ก็ได้ๆ เชอะ"
มินกยูเสียใจนิดหน่อย ก็เครียดมาทั้งอาทิตย์นี่นา พอสอบเสร็จก็โล่งใจ แถมพี่ชายมาหาถึงที่ก็อยากกอดอยากหอมสักหน่อยแต่โดนยันซะแขนแทบขาด เอาเถอะ เขาก็เข้าใจอยู่นั่นแหละว่าทำไมซูนยองถึงทำแบบนี้ คนก็มองเยอะจริงๆ แหละ ไม่สนก็ต้องสน
"แล้วว เราจะไปไหนกันดีอะซูนน"
"ตามใจนายเลย แต่แน่ใจนะว่าไม่อยากไปเที่ยวกับเพื่อนน่ะ จบม.6 แล้วอาจจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้วนะ ไม่อยากไปฉลองสอบเสร็จด้วยกันเหรอ?"
"ไม่อะ ก็เดี๋ยวว่าจะนัดไปเที่ยวกันวันอื่น วันนี้ผมอยากอยู่กับซูนที่สุดเลย น้าา"
"อืม โอเค ตอนนี้บ่ายสองกว่าละ เราทำอะไรดี นายอยากทำอะไร?"
"ดูหนังงงง! ไม่ค่อยได้ดูหนังในโรงกับซูนเลยอะ! ไปกันๆ"
"ได้สิ ดูเรื่องอะไรนายเลือกเลยนะ งั้นไปห้างก่อนดีกว่า เนอะ"
"อื้อ! เอ้อ แต่ซูนน กินข้าวก่อนได้ปะ"
"อ่าว ทำไมจะกินตอนนี้ล่ะ? เที่ยงไม่ได้กินข้าวเหรอ?"
"ก็กิน แต่ก็ อยากกินอีกอะ อยากกินข้าวกับซูน"
"เอ้า โอเคก็ได้ เลือกร้านเลย"
"วันนี้ซูนตามใจผมจัง รักตายเลย มาหอมที-"
"หยุด!!"
"เชอะะ"
ระหว่างเดินไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ มินกยูเล่านู่นเล่านี่ให้พี่ชายฟังเหมือนเคย บางทีก็ออกท่าออกทางจนซูนยองต้องคว้ามือไว้เพราะจะไปฟาดหน้าคนอื่นทั้งๆ ที่ก็แค่เล่าเรื่องข้อสอบให้ฟังไม่รู้ทำไมท่ามาก คว้าไปคว้ามามินกยูก็ดึงมือพี่ชายมาจับแล้วยิ้มแก้มตุ่ย ซูนยองจะสะบัดมือทิ้งก็กลัวน้องเสียใจแต่จะให้จับต่อก็ไม่ได้ ตั้งแต่คุณแม่ยอมรับความสัมพันธ์ของทั้งสอง มินกยูก็เริ่มทำตัวเปิดเผยมากขึ้นเรื่อยๆ ซูนยองก็ดีใจที่เห็นน้องชายมีความสุข แต่ก็กังวลอยู่มากเพราะดูเหมือนมินกยูไม่ค่อยรู้ขอบเขตเท่าไหร่
"นี่มินกยู ปล่อยมือเถอะนะ"
"ซูนอ่า"
"ผู้ชายโตๆ แล้วสองคนจับมือกัน มัน เอ่อ มันแปลกๆ นะ"
มินกยูหน้าสลดไปเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ปล่อยมือพี่ชาย ซูนยองไม่อยากพูดก็เพราะแบบนี้ เตือนเข้าทีก็ซึมแต่ไม่เตือนก็ไม่ได้ มินกยูชักจะเลยเถิดเกินไปหน่อยแล้ว ถึงเพื่อนๆ ทีมว่ายน้ำจะยอมรับได้ คุณแม่จะโอเค ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเปิดเผยได้ขนาดนี้ เขายังต้องระวังอีกมาก คงต้องคุยให้รู้เรื่องหน่อยแล้ว ไม่อย่างนั้นจะอึดอัดไปอีกนาน เพราะอย่างนั้นที่ร้านอาหารซูนยองเลยเลือกโต๊ะที่อยู่ในมุม พอสั่งอาหารเสร็จเห็นมินกยูก็นั่งหน้ามุ่ยซูนยองเลยเอื้อมมือไปลูบแก้มเบาๆ
"อย่าทำหน้าแบบนี้สิ เพิ่งสอบเสร็จไม่ดีใจเหรอ?"
"ก็ดีใจ แต่ใครไม่รู้กอดก็ไม่ยอมให้กอด จับมือก็ไม่ยอมให้จับ"
งอนระดับสิบ
"มินกยู ฉันเคยอธิบายไปหมดแล้วนี่นา นายลืมแล้วเหรอ?"
"..."
พูดอย่างเดียวมินกยูอาจจะไม่ฟัง ปกติพองอนแล้วดื้ออย่างกับอะไรดีซูนยองเลยหันซ้ายหันขวาแล้วเอื้อมมือไปลูบแก้มน้องชายเบาๆ ถือว่าได้ผลนิดหน่อยเพราะหน้ามุ่ยๆ ค่อยคลายลงแล้วเอนแก้มมาซบฝ่ามืออ้อนๆ
"เข้าใจนะ? ที่บ้านฉันจะให้กอดให้จูบได้เลย แต่อย่าทำในที่สาธารณะเลย นะ"
"ผมก็เข้าใจ.. แต่ก็ เสียใจนิดหน่อย"
"ฉันรักนายนะ"
"อื้ออ รักเหมือนกัน"
"แล้วฉันก็ไม่อยากจะคอยดันนายออกเหมือนวันนี้ ฉันไม่อยากให้นายเสียใจ รู้มั้ย?"
"งือออ"
"โอเค งั้นเดี๋ยวไปดูหนังกันเนอะ เลือกรึยังว่าอยากดูเรื่องอะไร?"
"ยังไม่ได้เช็คเลยอะ เดี๋ยวขึ้นไปดูที่โรงละกัน ถ้ารอบมันไกลก็กินขนมรอ อ๊าาอยากกินป๊อปคอร์นชีสอะะ! เอาถังใหญ่ๆ เลยนะซูน"
"เอาสิ วันนี้ฉันจะตามใจนายหมดเลย เอามั้ย?"
"ดีๆๆๆ งั้นเดี๋ยวดู Fifty shade of gray กัน"
"เห้ย! จะบ้าเหรอ! ทำไมจะดูเรื่องนั้น!"
"แหมซูนน ผมก็อายุถึงแล้วนา ไม่ได้ดูหนังกับซูนในโรงตั้งนานอะ มาดูอะไรสยิวกิ้วกันหน่อย-"
"ไม่!"
"ไหนบอกจะตามใจไง!!"
"ไม่เอา! ไม่ดู! นี่ทำไมเดี๋ยวนี้เอะอะดูหนังโป๊ เอะอะดูหนังเรท!?"
"ง่าา ไม่เห็นเป็นไรเลยอ่าา ก็เรื่องปกติปะะ"
ก่อนจะได้เถียงกันใหญ่โตไปกว่านั้นอาหารก็มาพอดี ซูนยองมองน้องชายเคี้ยวหมูทอดตุ้ยๆ แล้วก็ถอนหายใจออกมา น่ารักก็น่ารักอยู่หรอก แต่หลายครั้งก็ดื้อ ก็พูดยากเหลือเกิน แล้วก็ไม่รู้ทำไมเดี๋ยวนี้พิเรนทร์ขึ้นเรื่อยๆ กินอาหารกันเสร็จทั้งสองก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้นโรงหนัง ซูนยองกวาดตาดูแล้วคิดว่ามินกยูน่าจะเลือกหนังแอคชั่น หรือไม่ก็หนังซุปเปอร์ฮีโร่แน่นอนซึ่งซูนยองก็โอเคกับทั้งสองเรื่อง ยังไงก็โตมาด้วยกันก็เลยชอบดูอะไรคล้ายๆ กันอยู่แล้ว ดูรอบหนังอยู่ครู่หนึ่งมินกยูก็ตัดสินใจได้
"ซูน ดูหนังผีกัน"
"ห๊ะ? ทำไมอยู่ๆ จะดูหนังผีล่ะเนี่ย? ไม่กลัวเหรอ?"
"แหม ก็ ไม่ได้ดูหนังโรงกับซูนตั้งนานอะ ดูทั้งทีจะดูธรรมดาๆ ได้ไงอะเนอะ"
"ทะทำไมจะต้องให้มันไม่ธรรมดาแบบนี้ด้วยเล่า! ฉันกับนายก็กลัวผีทั้งคู่ยังจะ-"
"ไม่เห็นเป็นไรเลย! กลับบ้านก็กลับด้วยกัน อยู่บ้านก็อยู่ด้วยกัน นอนก็นอนเตียงเดียวกัน เดี๋ยวอาบน้ำด้วยกันด้วยเลยก็ได้จะได้ไม่ต้องกลัว"
"มันใช่เรื่องมั้ยเนี่ย!"
"น้าาาา น้าๆๆ ไหนบอกวันนี้จะตามใจผมไงอ่าา น้าๆ ตามใจหน่อยน้า"
"ฮึ่ย! ถ้าตอนกลางคืนตื่นมาร้องไห้เพราะฝันร้ายฉันจะไม่ปลอบนะ!"
แต่ซูนยองก็ไม่แน่ใจหรอกว่าใครกันแน่จะตื่นมาร้องไห้กลางดึกเพราะฝันร้าย เรื่องกลัวผีเขากับมินกยูก็สูสีกันอยู่ อย่างตอนเด็กๆ ที่ดูโคนันตอนฆาตกรผ้าพันแผลยังต้องอาบน้ำด้วยกันไปหลายวัน นอนกอดกันกลมดิ๊กไปหลายคืน พอเห็นน้องชายยิ้มตื่นเต้นตอนซื้อบัตรแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มินกยูกล้าดูหนังผีแบบนี้ คนเราพอโตขึ้นก็ต้องมีนิสัยเปลี่ยนกันบ้างซูนยองก็เข้าใจ แต่ก็อยู่ด้วยกันมาตลอด จู่ๆ จะเปลี่ยนจากไหนกัน หลังจากซื้อตั๋วเสร็จก็มีเวลาอีกยี่สิบกว่านาที มินกยูลากซูนยองไปซื้อป๊อปคอร์นชีสถังใหญ่สุด ถึงจะเพิ่งกินข้าวแกงกะหรี่หมูทอดมาก็ไม่หวั่น สองพี่น้องมีกระเพาะมหึมาอยู่แล้ว
"อีกสิบนาที เข้าโรงเลยมั้ย?"
"ไปสิๆ อยากเข้าโรงจะแย่แล้วเนี่ยย"
"ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น นี่ไม่ได้มาดูหนังกับเพื่อนเลยเหรอ?"
"มาบ้างนะ แต่กับซูนอะ ไม่ได้มาดูด้วยกันนานแล้วไง เลยตื่นเต้น~"
แปลก
พอก้าวเข้ามาในโรงหนังปุ๊ป ซูนยองก็ถูกคว้ามือไปจับปั๊ป ทีแรกก็ตกใจจะสะบัดออก แต่ในโรงหนังมืดมาก ถ้าไม่ได้ตั้งใจมองมาก็คงมองไม่เห็นเขาเลยเดินจับมือกับมินกยูไปถึงที่นั่งซึ่งมินกยูจองแบบที่นั่งคู่ที่แยกออกจากแถว แพงนิดหน่อยแต่อยากได้ความเป็นส่วนตัวก็เลยเลือกโรงนี้แต่แรก มินกยูดันให้ซูนยองเข้าไปนั่งด้านในส่วนตัวเองนั่งติดริมทางเดิน หนังยังไม่ทันเริ่มมินกยูก็เคี้ยวป๊อปคอร์นกร้วมๆ ไปครึ่งถังจนซูนยองต้องดึงมือห้ามไว้
"ค่อยๆ กิน เดี๋ยวท้องอืด"
"ไม่อืดหรอกน่า~ อ่ะ ผมป้อน"
"มินกยู ฉันกินเอง-"
"ไม่มีใครเห็นสักหน่อย นะฮะ ให้ผมป้อนนะ อ้าปากหน่อย อ้าม~"
ขัดได้ที่ไหนกัน ซูนยองอ้าปากรับป๊อปคอร์นชีสแล้วก็ต้องหยิกแก้มน้องชายด้วยความหมั่นไส้ เล่นขยุกขยิกขยับตัวไปมาจนเก้าอี้สั่น ไม่รู้ทำไมต้องตื่นเต้นดี๊ด๊าขนาดนี้ด้วย ซูนยองแอบมองน้องชายที่ยิ้มแป้นอยู่ตลอดเวลาแล้วก็ยิ้มตาม นานแล้วจริงๆ ที่ไม่ได้มาดูหนังด้วยกันแบบนี้ ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นลูบหัวฟูๆ เพราะถูไปกับพนักเก้าอี้ของน้องชาย แต่ดี๊ด๊ากันอยู่ได้ไม่นานก็ต้องตัวเกร็งทั้งคู่เมื่อหนังเริ่มฉาย เอาจริงๆ มินกยูเองก็ยังกลัวผีอยู่มากนั่นแหละ
"ทะทำไมจะต้องเลือกเรื่องนี้ด้วยไอ้เด็กบ้า-ว้ากกกกก!"
"กะ ก็ ผมอยากจะดูอะไรแปลกๆ กับซูน- แว้กกกกก"
ยังไงล่ะ ซูนยองกับมินกยูผลัดกันสะดุ้งผลัดกันร้อง ยังดีที่คนในโรงเองก็กลัวกันเหมือนกันเลยร้องรวมๆ ไปกับคนอื่นได้ไม่ต้องโชว์เด๋อ ป๊อปคอร์นชีสหมดแล้วเรียบร้อย ถังถูกวางไว้ข้างเก้าอี้ สองมือสองแขนกอดกันกลม คนพี่ซุกหน้ากับอกคนน้องบ้าง คนน้องซุกหน้ากับไหล่คนพี่บ้าง ปกติแล้วหนังผีจะมีน่ากลัวสองแบบ น่ากลัวแบบตกใจ สะดุ้ง กับน่ากลัวแบบหลอน ทำให้นอนไม่หลับไปหลายคืน และเรื่องที่มินกยูคนเก่งเลือกนั้นก็น่ากลัวทั้งสองแบบ ซูนยองตกใจจะเหนื่อย แทบอยากจะเตะน้องชายตัวเองสักทีแต่พอเห็นเจ้าตัวเองก็กลัวอยู่เลยไม่ได้ลงไม้ลงมือ
"คราวหลังไม่เอาแบบนี้นะ เข้าใจมั้ย!"
"ฮือ ไม่เอาแล้วคราวหลังไม่เอาแล้ว เดินออกกันมั้ยซูน กลัวอ่า"
"เสียดายเงิน! ที่หนึ่งตั้งแพง ดันจะเลือกดูโรงนี้ด้วย-ว้ากกกกก"
จริงสิ ที่นั่งตั้งแพง จงใจเลือกแบบที่นั่งคู่ด้วย ทำไมมินกยูถึงลืมไปได้นะ จุดประสงค์ของการดูหนังแบบนี้แต่แรก ว่าแล้วมินกยูก็ละสายตาจากหน้าจอแล้วหันมามองพี่ชาย ซูนยองเหลือบๆ มองหน้าจอสลับกับซุกหน้าเข้ากับไหล่เขา สภาพน่ารักแบบที่อดยิ้มไม่ได้ มินกยูขยับแขนลงโอบรอบเอวพี่ชายแล้วดึงให้ขึ้นมานั่งเกยตักทำให้ซูนยองที่กำลังจดจ่อกับหนังสะดุ้งแล้วหันมามอง ถึงโรงหนังจะมืด แต่แสงจากหน้าจอก็พอทำให้เขาเห็นแววตาไม่น่าไว้ใจของน้องชาย เอาล่ะสิ คิดจะทำอะไร แรงดึงอีกครั้งทำให้ซูนยองขึ้นไปนั่งบนตักทั้งตัว พี่ชายตกใจรีบยกแขนขึ้นดันอกไว้แล้วพยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอด
"มินกยูทำอะไร ปล่อยนะ! นี่มันในโรงหนังนะ!"
"ก็ใช่ไงครับ ในโรงหนัง มืดขนาดนี้แถมยังเป็นหนังผี ไม่มีใครมานั่งมองเราหรอกครับ"
"นี่! แต่มันก็ไม่จำเป็นมั้ย? จะให้ฉันนั่งตักนายทำไม?"
"ก็ อยากนั่งแบบนี้นี่นา ไม่ได้เหรอครับ ซูนก็หันมาซบผมไงเวลาตกใจอะ ผมก็ซบไหล่ซูนได้พอดีเลย เวลาผมกลัวจะได้ขอกอดด้วยไง นะนะ ไม่เห็นเป็นไรเลย"
"มินกยู ไม่เอาแบบนี้สิ ปล่อยฉันลงเถอะนะ ฉันกลัวคนอื่นเห็น"
"ซูนอะ จะมีใครเห็น มืดขนาดนี้ หรือซูนก็แค่ไม่อยากนั่งตักผม ใช่มั้ย?"
ไม่ใช่ ซูนยองถอนหายใจแล้วซบหน้าลงกับอกน้องชาย ทำไมต้องทำให้เหนื่อยแบบนี้ด้วยนะ แค่นี้ซูนยองก็ต้องสู้กับจิตใจตัวเองทุกวันอยู่แล้ว มินกยูยังพยายามขยับความสัมพันธ์ให้ไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ทำไมต้องเร่งแบบนี้ ทำไมต้องรุกแรงแบบนี้ บางทีซูนยองก็สงสัยเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่อยากจะปฏิเสธมินกยูบ่อยๆ อยากให้เสียใจที่ไหนกัน พอมองไปรอบๆ แล้วค่อนข้างแน่ใจว่าไม่มีใครมองมาซูนยองก็ปล่อยเลยตามเลย นั่งตักน้องชายแต่โดยดี มินกยูยิ้มแป้นแล้วหอมแก้มพี่ชายเบาๆ
"ผมก็แค่อยากจู๋จี๋บ้าง แค่นั้นเอง ไม่โกรธผมนะ?"
"อืม ไม่โกรธ แต่ก็ อย่าให้บ่อยนักแล้วกัน ฉันไม่ค่อยสบายใจนายก็รู้"
"ครับ"
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ดูหนังต่อกันเงียบๆ สะดุ้งบ้าง ร้องบ้าง แต่ซูนยองก็ไม่ได้จดจ่อกับหนังเหมือนเดิม มินกยูลูบหลังเขาบ้าง เอาจมูกมาคลอเคลียแถวหน้าผากบ้าง จริงๆ แล้วเวลาอยู่ที่บ้านเรื่องพวกนี้น่ะปกติจนเขาไม่เคยรู้สึกตัวด้วยซ้ำ แต่พอมาอยู่ในที่สาธารณะแบบนี้ความคิดในหัวก็ตีกันยุ่งไปหมด จนรู้สึกทุกๆ อย่างกระทั่งสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยได้ใส่ใจมาก่อน มินกยูเองก็รู้ว่าซูนยองอึดอัด เล่นนั่งตัวเกร็งบนตักเขาแบบนี้ทำไมจะไม่รู้สึก เขาก็แค่อยากให้พี่ชายผ่อนคลายบ้างเท่านั้นเอง อยากจะแสดงความรักต่อกันมากขึ้น เพราะตัวเขาเองไม่อยากจะจำกัดอยู่แค่ที่บ้าน อุตส่าห์เริ่มที่โรงหนังเพราะมันมืดและไม่น่ามีใครสนใจ แต่ถ้ามันทำให้พี่ชายอึดอัดแบบนี้เขาก็ไม่อยากทำแล้ว มินกยูค่อยๆ ดันตัวพี่ชายให้ลงนั่งบนเก้าอี้ของตัวเองดีๆ คนพี่หันมองหน้าทันที พอเห็นสีหน้าซึมๆ ก็ยกมือขึ้นลูบหัวแล้วโน้มหน้าเข้าไปหา
"ขอโทษ อย่าน้อยใจฉันเลยนะ"
"ไม่ๆ ผมไม่ได้น้อยใจหรอก ก็แค่ ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แค่นั้นแหละ ผมก็ไม่ได้อยากทำให้ซูนอึดอัดอะ ถ้าทำไปแล้วซูนไม่ได้ชอบ ไม่ได้สบายใจด้วยผมก็.."
"ขอโทษ ขอโทษนะ ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้"
"ไม่เป็นไรหรอกฮะ ช่วยไม่ได้นี่นา"
ซูนยองดูหนังไม่รู้เรื่องแล้ว มินกยูเองก็คงเหมือนกันเพราะขนาดผีโผล่มาหลายรอบก็ยังทำหน้าซึมๆ อยู่เลย ซูนยองไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย เขาคิดมากเกินไปก็อาจจะใช่ แต่ที่คิดมากก็เพราะห่วงทั้งนั้น ยังไงก็ตาม ถ้าคอยตามห่วงตามดูแลแล้วมินกยูไม่มีความสุขมันก็ไม่ถูกแล้ว ซูนยองหันมองรอบข้างพอให้แน่ใจว่าไม่มีคนมองก่อนจะเขยิบตัวไปหาน้องชาย จับท้ายทอยอีกคนไว้แล้วดึงมาจูบเบาๆ จูบที่เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาที และไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าริมฝีปากทีแตะกันแต่ทำให้มินกยูตาโตแล้วหันมาหาพี่ชายด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที ทั้งตกใจ ดีใจ แล้วก็เขิน แค่นั้นก็ทำให้ซูนยองยิ้มออกแล้ว
"อารมณ์ดีขึ้นแล้วนะ?"
"ฮื้ออ ซูนอ่าาา"
"มา ดูหนังต่อ อุตส่าห์ดูหนังผีต้องเอาให้กลัวนะรู้มั้ย ไม่งั้นเสียเงิน"
"อื้ออ~"
สองมือกุมกันบนตัก ซูนยองเอนหัวพิงไหล่น้องชายแล้วจูบเบาๆ อย่างรักใคร่ ยังไงความสุขของมินกยูก็สำคัญอันดับหนึ่งอยู่แล้วสำหรับเขา มินกยูยิ้มจนปวดแก้มไปหมด ถึงจะไม่ได้หวือหวาแบบที่วางแผนไว้ แต่ไอ้นั่งจับมือ ซบไหล่ ดูหนังด้วยกันเนี่ย มันก็คนเป็นแฟนกันเขาทำทั้งนั้นเลยนี่นะ
"ซูนน ผมจะสระผม จับแขนผมไว้หน่อยนะ"
"ฉันจับแขนนายไว้แล้วนายจะสระผมยังไง?!"
"ก็ ก็ลำบากนิดหน่อย แต่ก็กลัวนี่นา กลัวว่าถ้าลืมตามาแล้วผีมันจะ-"
"หยุดพูดๆ ยิ่งพูดยิ่งกลัวไปใหญ่เลย เดี๋ยวฉันจับแก้มไว้ละกัน ดีมั้ย?"
"อื้อๆ แบบนั้นดีกว่า จะ จะหลับตาแล้วนะอย่าปล่อยนะ"
"รู้แล้วน่า! บอกว่าอย่าดูๆ ไม่เชื่อกันเลย! ดูสิต้องมาอัดกันอยู่ในห้องน้ำแบบนี้ เมื่อไหร่จะอาบเสร็จเนี่ย"
"ซูน แค่ก เมื่อกี๊พูดว่าไรนะ?"
"เปล่าๆ รีบๆ ล้างฟองออกเร็วๆ เดี๋ยวเข้าตา! ล้างดีๆ สิ ปัดโถ่ มานี่เดี๋ยวล้างให้"
"ซูนนน!! ทำไมปล่อยแก้มอะ อยู่ไหนเนี่ย ซูนนน!"
"เห้ย อย่าลืมตาสิ!! เดี๋ยวฟองเข้าตาหมดด!"
"โอ๊ยยย แส๊บบบบ ซู๊นนนนนนน"
หนังผีทำพิษขั้นรุนแรง สองพี่น้องทั้งกลัวทั้งหลอนจนตัวติดกันยิ่งกว่าเก่า ไม่มีแยกกันแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ โดยเฉพาะเวลาสระผมหรือล้างหน้าที่ต้องหลับตา มือต้องคอยจับอีกคนไว้เพราะกลัวว่าพอลืมตาขึ้นมาจะเจออะไรที่ไม่คาดคิด กว่าจะอาบน้ำกันเสร็จมินกยูก็ตาแดงแจ๋เพราะแชมพูเข้าตา วุ่นกันไปหมดจนต้องหาการ์ตูนตลกๆ มานั่งดูก่อนนอนเพราะกลัวจะนอนไม่หลับ หรือกลัวจะฝันร้าย แต่สุดท้ายพอถึงเวลานอนก็ยังต้องกอดกันกลมดิ๊กอยู่ดี
"ซูน หลับยัง?"
"ยัง"
"ขอกอดแน่นกว่านี้นิดหนึ่งได้ปะ?"
"จะแน่นกว่านี้อีกทำไมแค่นี้ก็จะหายใจไม่ออกแล้ว"
"ซูน เร่งแอร์มั้ย"
"ร้อนเหรอ?"
"นิดหนึ่ง"
"ดึงผ้าห่มลงสิ"
"ไม่เอา กลัว"
"เห้อ คราวหลังไม่เอาแล้วนะ"
"อือ ไม่เอาแล้ว เข็ดแล้วครับ"
"อืม นอนซะ"
"นอนไม่หลับ"
"ฉันก็เหมือนกัน"
"ลุกขึ้นไปดูการ์ตูนต่อมั้ย"
"ดึกแล้ว"
"แต่-"
"หลับตาซะ เดี๋ยวก็หลับเอง"
"แต่ แต่หลับตาแล้วมันน่ากลัวนี่นา"
"ฉันอยู่นี่แล้วไง กอดกันอยู่แบบนี้ ยังกลัวอะไรอีกเหรอ"
"ซูน"
"หืม?"
"เขิน"
"หึๆ"
"ซูน"
"ว่าไง"
"ขอบคุณนะครับ ที่ยอมผมขนาดนี้ เมื่อตอนบ่ายผมคงทำให้อึดอัดมากเลย ขอโทษนะครับ"
"ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันเข้าใจ ฉันเต็มใจทำ รักนายนะ"
"อื้อ~ แต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับ~"
"อื้ม"
"ซูน"
"อะไรอีก จะไม่ยอมนอนใช่มั้ย?"
"ปวดฉี่ ไปฉี่ด้วยกันหน่อย"
"เห้อ.."
อยากให้ซูนยองปล่อยตัวปล่อยใจบ้างแต่แบบ โรงหนังมืดก็จริงแต่จู๋จี๋มันก็ประเจิดประเจ้ออยู่ดีนะเว้ยยยย
ReplyDelete