Thursday, 20 October 2016
Physical #minsoon
“ไหนเล่ามาดีๆ อีกรอบซิ มันเกิดอะไรขึ้น?”
ซูนยองถามเสียงเรียบนิ่ง ทำเอามินกยูที่นั่งตัวห่ออยู่แล้วหกเล็กลงไปอีกสองสามนิ้ว ในมือกำปากกากับแผ่นกระดาษที่มีตารางถี่ไว้แน่น ก้มหน้าต่ำไม่กล้าสู้หน้าพี่ชาย แต่เพราะเวลาที่เหลือไม่มากกับภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จทำให้มินกยูเริ่มอธิบายใหม่อีกครั้ง
“ก็ คือว่าที่โรงเรียนทุกๆ เทอมจะมีวัดสมรรถภาพทางร่างกายฮะ ก็มีพวกซิทอัพ วิดพื้น วัดความยืดหยุ่น วิ่งเก็บของอะไรแบบนี้ เอ่อ แล้วพอดีวันนั้นผมขาด-”
“ทำไมขาดนะ?”
“...เอ่อ คือ..”
“ว่าไง? ทำไมถึงขาดเรียน?”
“เอ่อ ซะ ซูนอย่าโกรธนะ สัญญาจะไม่ทำอีกแล้ว"
“...”
“คือโดดนอนเล่นอยู่ในห้อง- โอ๊ย!!”
โดนฟาดหัวเข้าไปเต็มๆ หนึ่งที มินกยูไม่ใช่เด็กเกเรอะไร แต่เรื่องไร้สาระน่ะที่หนึ่ง แล้วหลายครั้งที่ความไร้สาระเกินเลยจนทำให้เสียงานเสียการ เหมือนครั้งนี้ไง ซูนยองพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้ตบหัวน้องชายอีกรอบ ขาดทดสอบสมรรถภาพประจำเทอมเพราะอยากนอนเล่นในห้อง เหลือเชื่อจริงๆ
“อุตส่าห์ไปโรงเรียนแล้วแท้ๆ แค่ไปโรงยิมพร้อมๆ คนอื่นมันยากนักหรือไง? ง่วงมากเหรอวันนั้นน่ะ?”
“...อย่าให้ผมเล่าเลยซูนจะโกรธกว่านี้อีก"
“ไม่ ฉันอยากรู้ ไหนเล่ามาซิทำอะไรอยู่บนห้อง"
“..ก็ เอ่อ จะฟังจริงๆ เหรอ?”
“เล่ามาเดี๋ยวนี้"
“คือ.. ก็.. ก็คาบก่อนหน้านั้นมันน่าเบื่ออะ ผมก็เลยใส่หูฟังแล้วก็นอน ทีนี้ไม่รู้ยังไงตื่นมาอีกทีไม่เหลือใครเลย"
มินกยูรีบยกมือขึ้นป้องหัวไว้ แต่ก็ไม่ยักโดนตบ ซูนยองแค่ทำหน้าเหนื่อยใจแล้วส่ายหน้าช้าๆ แทน ถึงจะได้รับสีหน้าผิดหวังจากพี่ชายซึ่งมินกยูไม่ต้องการ แต่ก็ยังดีกว่าเจ็บตัว มินกยูรีบหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาชูให้พี่ชายดูแล้วอธิบายต่อทันที
“คุณครูเขามาเช็คกับห้องเรียน แล้วก็รู้ว่าวันนั้นผมไปโรงเรียน แค่ไม่ได้เข้าคาบ แต่พอฟังเหตุผลแล้วเขาก็ไม่ได้โมโหอะไร แต่บอกว่าเหนื่อยใจแทน เอ่อ ช่างเถอะ ยังไงก็ตาม ครูเขาบอกว่าเขาไม่มีทางเสียเวลาเพื่อทดสอบผมคนเดียวแน่ๆ ก็เลยบอกให้ผมให้ใครซักคนช่วยเอาแทนก็แล้วกัน แล้วก็ให้ใบนี่มา"
“...ใครซักคนที่จะช่วยคือฉันงั้นสิ"
“อื้อ!”
ซูนยองซบหน้าลงกับฝ่ามือ ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ยังดีที่วันนี้เขาไม่ได้มีงานอะไรต้องทำ แต่เขาก็กะจะพักซักหน่อยเพราะนั่งติดโต๊ะมาหลายวันทำให้ขามันปวดๆ ยังไงแปลกๆ ก็ไม่คิดว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ พอเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้งเห็นใบหน้าหงอยๆ ของน้องชายแล้วก็ใจอ่อน มินกยูเองก็คงลำบากใจเหมือนกันที่จะต้องมาขอให้เขาวุ่นวายอะไรแบบนี้ด้วย ..ถึงแม้ว่าปกติก็สร้างเรื่องให้เขาปวดหัวเป็นประจำอยู่แล้วก็เถอะ ซูนยองเอื้อมมือไปลูบหัวน้องชายเบาๆ ซึ่งได้รอยยิ้มแป้นกลับมาทันที
“เอาเถอะ ยังไงเรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว แต่หลังจากนี้อย่าให้มีอย่างงี้อีกนะ เข้าใจมั้ย?”
“อื้อๆๆ! จะไม่ให้มีอีกแล้ว! ซูนอย่าโกรธน้าา อย่าโกรธน้าาา ผมขอโทษน้าาา"
“อืมม รู้แล้ว ไหนเอามาดูซิต้องทำอะไรบ้าง?”
“ก็ วิ่งสั้น วิ่งยาว บีบมือ ยืดตัว วิ่งเก็บของ กระโดดไกล ซิทอัพ วิดพื้น โหนราว"
“จะเอาราวที่ไหนให้นายโหนเนี่ย?”
“ราวตากผ้าก็ได้นี่"
“จะบ้าเหรอ!! ตัวอย่างกับช้างแบบนี้ ราวพังหมดสิ!!”
“ซูนใจร้าย!!!! ว่าผมอ้วนเหรอ!!!!!”
จากหลายๆ กิจกรรมที่ต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างกว้างทำให้ซูนยองตัดสินใจพามินกยูไปสนามเด็กเล่นใกล้บ้าน ซึ่งมินกยูก็เห็นด้วย แถมยังระริกระรี้มีความสุขที่จะได้ไปสถานที่ที่มีความหลังอีกต่างหาก ใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึง ซูนยองรีบคว้าข้อมือน้องชายไว้ก่อนจะวิ่งไปรำลึกความหลังที่ไหนซะก่อน
“เอาล่ะ งั้นเริ่มจากอะไรก่อนดี วิ่งมั้ย?”
“...ไอ้วิ่งสั้น วิ่งยาวเนี่ย มั่วๆ ไปได้มั้ยอะซูน ผมขี้เกียจอะ"
“...นายจะวิ่งดีๆ หรือจะให้ฉันเอาไม้ไล่ตีก่อน?”
“วิ่งแล้วครับวิ่งแล้ว เอ่อ แต่ว่า จะรู้ได้ยังไงว่าตรงไหน 50 เมตร?”
“ฉันเอาตลับเมตรมา"
“ห๊า!!!???”
มินกยูยืนเป็นไก่ตาแตกขณะที่ซูนยองส่งกระดาษให้ถือก่อนจะจัดการวัดบริเวณเรียบร้อย แล้วยังมีชอล์คมาจากไหนไม่รู้มามาร์คจุดเริ่มต้นจุดสิ้นสุดอีกด้วย ถึงจะตกใจแต่มินกยูก็ซาบซึ้งที่พี่ชายเอาจริงเอาจังกับการทดสอบสมรรถภาพของเขาขนาดนี้ถึงจะเริ่มกลัวความจริงจังเกินขั้นหน่อยๆ แล้วก็ตาม
“เอาล่ะ นึง ส่อง ซั่ม!”
มินกยูตัดสินใจแต่แรกแล้วว่าจะวิ่งยังไง ซูนยองยืนเป็นเส้นชัยแบบนั้น ให้วิ่งผ่านไปคงใช้ไม่ได้ กี่วินาทีไม่สน แต่พอเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของซูนยองตอนที่เขาวิ่งอ้าแขนกว้างมาก็กลั้นขำไม่อยู่ สุดท้ายได้กอดพี่ชายจมอก ซูนยองโวยวายเสียงดังพยายามผลักมินกยูออกอย่างรุนแรงจนนกพิราบบินหนีไปหลายตัว
“นี่!! ไอ้เด็กบ้า ปล่อยนะ!! เจ็บบ! คิดยังไงถลาลมมากอดแบบนี้ โอ๊ย!!”
และอีกมากมาย กว่ามินกยูจะยอมปล่อยซูนยองก็ทรุดลงนั่งบนชิงช้าหอบแฮ่กๆ ซูนยองทุบๆ ต้นขาตัวเองเบาๆ เพราะเหมือนจะเริ่มปวดขึ้นมาอีก ก่อนจะเงยหน้ามองน้องชาย วันนี้มินกยูดูจะคึกกว่าทุกที ปกติเดี๋ยวนี้จะอยู่กับบ้านมากกว่า ไม่ค่อยได้ออกมาเล่นข้างนอกเหมือนเมื่อก่อน คงเพราะได้กลับมาที่เดิมๆ มินกยูก็เลยเป็นแบบนี้ ซูนยองรีบจดเวลาลงกระดาษระหว่างที่มินกยูกำลังแกว่งชิงช้าอยู่อย่างมีความสุข ถ้าปล่อยนานกว่านี้คงไม่ได้ทดสอบสมรรถภาพแน่ๆ แต่เป็นเล่นไม้ลื่นแทน
“เอ้าๆ ต่อๆ หยุดเล่นก่อน มานี่มินกยู"
“ขี้เกียจจัง ต่อไปอะไรเหรอ?”
“ยืดตัวแล้วกัน ไปนั่งตรงโต๊ะเด็กนู่นเอา เดี๋ยวใช้ตลับเมตรวัด"
โชคดีที่มีสนามเด็กเล่นอยู่ใกล้บ้านแบบนี้ ดูเหมือนอุปกรณ์ทุกอย่างจะมีพร้อม โต๊ะเด็กขนาดเตี้ยตั้งอยู่กับพื้นก็อยู่ในความสูงที่กำลังพอเหมาะพอดีเมื่อกันเก้าอี้ตัวเล็กออก มินกยูนั่งลงคลุกเศษใบไม้อย่างว่าง่าย ซูนยองเอาตลับเมตรทาบลงบนโต๊ะแล้วพยักหน้าให้น้องชายเริ่มได้ แต่มินกยูกลับแค่ชูแขนขึ้นสูงแล้วนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นจนซูนยองหันมองด้วยความงุนงง
“นิ่งอยู่ทำไม ยืดตัวสิ ยืด"
“..ก็นี่ยืดแล้ว"
“นี่ยืดแล้ว?? เด็กหรือไม้กระดานเนี่ยทำไมแข็งแบบนี้ มาทำเป็นยืดเส้นให้ฉัน จริงๆ ก็ยึดเหมือนกันนั่นแหละ"
“ซูน! ผมจะยึดไม่ยึดมันเกี่ยวตรงไหน! ผมยืดให้ซูนเพราะเป็นห่วงยังมาว่าผมอีก! ใจร้าย!”
มินกยูทำปากยื่นแล้วกอดอกหันหน้าหนีทันที คดีพลิกแบบนี้ซูนยองได้แต่ถอนหายใจแล้วดึงหัวน้องชายมากอดไว้เท่านั้น จริงๆ ก็รู้ตัวว่าที่น้องพูดมาน่ะถูก อีกอย่างคืออยากให้เสร็จเร็วๆ เลยใช้มือช่วยกดหลังพอให้ปลายนิ้วไปแตะตัวเลขซักตัว แต่กลายเป็นติดลบซะนี่เพราะไม่เลยปลายเท้า มินกยูลุกพรวดพราดบอกว่าจะไม่ทำแล้วซึ่งซูนยองก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรเพราะกลัวน้องชายจะตะคริวกินซะก่อน ซูนยองเห็นน้องชายเริ่มทำว่อกแว่กมากขึ้น จะเดินไปเล่นกระดานหกบ้างล่ะ ปีนตาข่ายบ้างล่ะ เลยรีบให้ทำให้เสร็จๆ ไปทั้งกระโดดไกลที่ลื่นล้มก้นกระแทก กับวิ่งเก็บของที่เป็นวิ่งตบเสาจนเสาสั่นแทน มาถึงซิทอัพกับวิดพื้นที่ซูนยองเริ่มจะสนใจขึ้นมาบ้าง
“ซิทอัพที่บ้านได้มั้ยอะ" "
“ไม่ต้องหรอกที่นี่แหละ"
ใบไม้เต็มพื้นเลย"
“บนเครื่องเล่นตรงนั้นก็ได้ ป่ะ"
“ซูนอ่า ยังไม่อยากทำ"
“มินกยู"
“ปวดท้อง ปวดหัวแล้ว ปวดขา-”
“มินกยู! อย่าดื้อ มาเดี๋ยวนี้!"
ซูนยองคว้าข้อมือน้องชายดึงให้เดินตามขึ้นบันไดปราสาทของเล่นจะได้ไม่มีข้ออ้างเรื่องใบไม้ มินกยูอิดออดจะลื่นสไลดเดอร์หนีจนซูนยองเริ่มหงุดหงิดแล้วกดน้องชายนอนลงก่อนจะนั่งทับเท้าอย่างรุนแรงเพื่อไม่ให้ขยับไปไหนได้ ในที่สุดมินกยูก็ต้องทำตามจนได้ แต่ซูนยองก็ต้องแปลกใจเพราะมินกยูไม่ได้มีท่าทีทรมานอะไรเลย คิดว่าที่อิดออดไม่ยอมทำเพราะทำไม่ได้ซะอีก แต่กลับซิทอัพสบายๆ ไปได้สี่สิบกว่ารอบแล้วถึงนอนแอ้งแม้งบอกว่าเหนื่อย ต้องตีก้นไปหลายครั้งกว่าจะยอมวิดพื้น ซึ่งก็เหมือนเดิมคือทำได้อย่างสบายๆ จนซูนยองลองขึ้นไปนั่งบนหลังเท่านั้นแหละถึงระเนระนาดหมด
“ซูน!! ทำอะไร หนักนะ!!”
“นายจะได้รู้ไงว่าทุกคืนฉันต้องเจอกับอะไร"
“ผมแค่นอนหนุนช่วงอกเอง! ไม่ได้นั่งทับแบบนี้ ลุกก"
“แต่ร่างกายแข็งแรงกว่าที่คิดแฮะ ฉันเห็นนายนั่งๆ นอนๆ ทุกวันไม่คิดว่าจะฟิตขนาดนี้นะเนี่ย"
“ไม่ฟิตได้ไงผมว่ายน้ำทุกวัน"
“หา? เอาตอนไหนไปว่าย?”
“หลังเลิกเรียนไง บางทีก็โดดเรียนไปว่าย- โอ๊ย ขอโทษครับ"
“มิน่าล่ะเกรดดิ่งเอาๆ แถมหลังๆ มานี้ยังกลับบ้านสายด้วย แล้วทำไมไม่บอกฉัน? เสาร์อาทิตย์พาไปว่ายสระที่พึ่งเปิดใหม่ใกล้บ้านนายก็ได้นี่"
“ก็.. ผมยังไม่บอกหรอก ไม่บอก!! มาต่อกันดีกว่า บีบมือใช่ปะ?”
“เอ้า เออๆ ก็ได้ แต่บีบมือเนี่ยแหละที่มีปัญหา ไอ้เครื่องวัดแบบนั้นไม่มีหรอก"
“ง่ายเลยแบบนี้ มั่วเลยครับ"
ซูนยองอยากจะดุน้องชายรักสบายซักหน่อย แต่ก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วมั่วเอาเพราะตัวเองก็ไม่รู้จะวัดยังไงเหมือนกัน มันผิดตั้งแต่ที่มินกยูหลับไม่รู้เรื่องจนไม่ได้ไปวัดตั้งแต่แรกแล้ว แต่พอเห็นมินกยูลื่นสไลดเดอร์หายลงไปด้านล่างพร้อมเสียง วู้ว ก็อดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้ ขืนดังมากจะได้ใจเอาน่ะสิ
“ต่อไปโหนราว มานี่เร็วมา"
ภายในไม่กี่ชั่วโมงซูนยองกวักมือเรียกจนเริ่มปวดข้อมือ ขาก็เริ่มล้าๆ แล้วเพราะต้องไล่จับน้องชายจอมซน ในที่สุดมินกยูก็ลุกขึ้นจากกองทรายที่กำลังปั้นขยำก้อนอะไรกลมๆ อยู่แล้วเดินขาลากมาหา สังเกตที่ปากที่เริ่มเบ้ไปมาก็รู้ว่ากำลังจะงอแงอีกแล้ว ซูนยองรีบยกมือห้ามแล้วไล่ให้ไปโหนราวทันที
“ยกตัวขึ้นคางเลยราวฉันถึงจะนับเป็นหนึ่งครั้งนะ-”
“โหยซูนน ใครจะไปทำได้!”
“..แค่นายยืนเฉยๆ คางก็เลยราวแล้วนี่มันสนามเด็กเล่นนะ อย่าสักแต่จะบ่น"
มินกยูทำตาโตแล้วลองเข้าไปยืนดูก็ปรากฏว่าสูงเลยราวขึ้นมาจริงๆ เพราะอย่างนั้นถึงได้โหนไปได้หลายครั้งอยู่ ซูนยองจ้องต้นแขนกับช่วงอกของน้องชายตาไม่กะพริบ พอมินกยูลงมายืนก็เดินเข้าไปจับๆ ดูให้หายสงสัยจนมินกยูถอยกรูดไปชิดปราสาทของเล่นอย่างรวดเร็ว
“ทำอะไร! ใครก็ได้ช่วยด้วย!! ลามก!”
“ไอ้เด็กบ้า มานี่ ฉันแค่สงสัยเฉยๆ ว่าทำไมเดี๋ยวนี้แข็งแรงจังเลยจะจับดู"
“อ๋อ ก็ผมว่ายน้ำเยอะอย่างที่บอกอะ เป็นไงล่ะ นี่แหละร่างกายสมชายชาตรี! รุ่นน้องถึงยกผมเป็นไอดอลยังไงล่ะ! ฮ่าๆๆ!”
ซูนยองเบ้ปากมองน้องชายยืนท้าวเอวเชิดหน้าหัวเราะเหมือนตัวการ์ตูน มินกยูโตขึ้นเยอะน่ะซูนยองรู้ แต่คงเพราะอยู่ด้วยกันตลอดก็เลยไม่ได้สังเกต ว่าโตขึ้นมากแค่ไหน กลับมาที่สนามเด็กเล่นนี้ทำให้ไปซ้อนทับกับภาพเก่าๆ ในความทรงจำแล้วก็อดตกใจไม่ได้ เด็กตัวเล็กๆ ที่เขารู้สึกว่าต้องปกป้องดูแล ตอนนี้ตัวใหญ่กว่าเขาไปเยอะแล้ว ซูนยองภูมิใจ แล้วก็ดีใจที่น้องชายที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ เติบโตอย่างแข็งแรง แต่ก็ รู้สึกโหวงๆ อยู่นิดนึง
“ว่าแต่ เสร็จแล้วใช่ปะ? ซูนเราไปเล่นอุโมงค์กันดีกว่า เหมือนตอน-”
“เดี๋ยวๆ ยังไม่เสร็จ เหลือวิ่งระยะยาว หนึ่งพันเมตร!”
“โหยยย อะไรยาวแบบนั้น ไม่เอาอะซูน ไม่เอานะ มั่วเวลาไปเถอะนะ นะๆ"
“ไม่ได้หรอก อันที่ไม่มีอุปกรณ์ฉันจะยอมให้ แต่ที่ทำได้ นายก็ต้องทำ จะมางอแงเหมือนเด็กๆ แบบนี้ไม่ได้นะมินกยู"
“ซูนอ่าา นะนะน้า ขอครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ต่อไปจะไม่หลับในห้องเรียนแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะนะ"
“มินกยู"
“น้าาาาา นะนะนะน้าา"
ซูนยองถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะที่น้องชายวิ่งเข้ามากอดเอวแล้วโยกตัวไปมา พันเมตรก็คงเหนื่อยจริงๆ นั่นแหละ โดยเฉพาะหลังจากทำอะไรมาตั้งหลายอย่าง รวมเล่นไร้สาระด้วย ซูนยองไม่อยากหย่อนกับน้องชายมากเกินไปเลยกำลังจะดันออกแต่พอเห็นสีหน้าออดอ้อนแล้วก็ต้องหันหน้าหนี เพราะซูนยองกำลังจะแพ้อีกครั้ง
“นะนะซูนนะ ซูนปวดขาอยู่นี่นาใช่มั้ย งั้นเอางี้นะ เดี๋ยวผมแบกซูนกลับบ้านดีกว่า ถือเป็นการวิ่งพันเมตร ดีมั้ย? จับเวลาจากการเดินกลับบ้านโดยที่แบกซูนไปด้วยละกันเนอะ"
“มันได้ที่ไหน- เห้ยๆ มินกยู!”
ไม่รอคำตอบ มินกยูย่อตัวลงเหมือนจะให้ซูนยองขึ้นหลังแต่รู้ว่ายังไงก็ไม่ขึ้นเลยเอื้อมมือมาดึงขาซูนยองแล้วบังคับให้หน้าคว่ำลงบนหลังตัวเอง จะลุกก็ไม่ทันแล้วเพราะมินกยูยืนขึ้นแล้วแถมยังโดนจับต้นขาไว้อีก ขืนขยับตัวมากได้ร่วงพอดี ซูนยองเลยต้องยอมเลยตามเลย ถึงจะไม่ค่อยพอใจก็เถอะ
“ซูนน สบายมั้ย?”
“ก็ อืม ว่าแต่นายรู้ได้ยังไงว่าฉันปวดขา ฉันเองพึ่งรู้สึกเมื่อเช้านี้เอง"
“ก็ ผมเห็นซูนถีบๆ ขาอะ เหมือนมันปวด แล้วก็เดินแปลกๆ ด้วย"
“อ่า วันนี้ฉันเดินแปลกเหรอ"
“ก็ไม่มากหรอก แต่คนอยู่ด้วยกันมานานดูกันออกน่ะ"
ซูนยองดีใจที่อยู่บนหลังแบบนี้ เพราะถ้าเดินอยู่ด้วยกันมินกยูคงจะเห็นว่าเขายิ้ม และจะต้องล้อแน่ๆ ซูนยองกอดคอแล้ววางคางลงบนไหล่ขวาของมินกยู เหลือบมองแล้วก็เห็นน้องชายยิ้มอยู่เหมือนกัน ยิ้มจนเขี้ยวโผล่ออกมาอย่างน่ามันเขี้ยว
“ยิ้มอะไร"
“ก็ยิ้มเพราะได้อุ้มซูนไง เมื่อก่อนตรงทางเดินเนี้ย ซูนต้องเป็นคนอุ้มผม เดินจูงมือผมอยู่เลย เวลาผ่านไปเร็วจังเลยเนอะ"
“อื้ม เวลาผ่านไปเร็วมาก"
“ซูน"
“หืม?”
“ตอนเด็กๆ ผมอ่อนแอมากเลย ต้องคอยให้ซูนช่วยตลอดเวลา แต่ตอนนี้ผมไม่เหมือนเดิมแล้วนะ"
“...”
“ต่อไปนี้ ให้ผมได้เป็นคนดูแลซูนบ้างนะ"
“..อื้ม"
ซูนยองไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกยังไงในตอนนั้น มันผสมปนเปจนแยกไม่ออก แต่ที่แน่ๆ คือซูนยองรู้สึกนิดหน่อย ว่าอยากร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้ร้องออกมา ได้แต่เอื้อมมือไปลูบผมมินกยูเบาๆ ซึ่งได้รอยยิ้มแป้นๆ กลับมา
“เพราะงั้น"
“...”
“ถ้ามีอันธพาลที่ไหนมารังแกซูนเรียกผมได้เลย เดี๋ยวจะบินไปช่วย เพราะผมคือยอดมนุษย์มินกยูแมน!!! ย๊ากกกก!!”
ซูนยองขอถอนคำพูด คิมมินกยูไม่ได้เปลี่ยนไปเลยซักนิด
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment