Wednesday, 5 October 2016

Adolescent #minsoon


ซูนยองยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ หลังจากเรียนติดต่อกันมาสี่ชั่วโมง ตอนนี้สมองของเขาเริ่มไม่ทำงาน แถมกล้ามเนื้อคอ กล้ามเนื้อไหล่ยังปวดไปหมด เหลือบมองเวลาในโทรศัพท์ก็ต้องถอนหายใจ อีกเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่พอคิดถึงระยะทางจากมหาวิทยาลัยกลับบ้านก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว กลับบ้านเหมือนเดิมทุกวัน แต่เขาในวันนี้ล้าไปหมดจนไม่อยากลุกจากโต๊ะด้วยซ้ำ


“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน ชีทสำหรับคราวหน้าไปเอาที่ร้านถ่ายเอกสารได้เลยวันนี้ แล้วใครที่ยังไม่ได้เอางานคืนขึ้นไปเอาที่ห้องอาจารย์ด้วยนะ"


จะใครล่ะ ก็ซูนยองนั่นแหละที่ยังไม่ได้ไปเอา


อยากกลับบ้านใจจะขาดแต่ก็ต้องจำใจขึ้นลิฟต์ไปเอาที่ห้องอาจารย์อยู่ดี ดังนั้นแทนที่จะรีบเดินออกจากห้องเพื่อกลับบ้าน ซูนยองเลือกที่จะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ พักสายตาเติมพลังไว้ให้พอ ไม่ให้สลบก่อนถึงบ้าน อีกอย่างก็คือรอให้คนอื่นๆ ออกไปให้หมดก่อน เขาล่ะปวดหัวไม่อยากจะไปเบียดออกประตูกับใครตอนนี้ ผ่านไปซักพักทุกอย่างก็เงียบลง ซูนยองถึงค่อยๆ เงยหน้าแล้วหยิบกระเป๋าเดินลากเท้าออกจากห้องมา ทางเดินค่อนข้างโล่ง เพราะคนอื่นคงลงไปกันหมดแล้ว มีแค่ผู้หญิงสองสามกลุ่มยืนคุยกันอยู่ แล้วก็มีผู้ชายคนนึงนั่งกินขนมเอาเป็นเอาตายอยู่


ซูนยองขมวดคิ้วน้อยๆ มันไปตายอดตายอยากมาจากไหน ไม่รู้รึไงว่ามีกฎห้ามกินขนมบนตึกเรียน


แต่ซูนยองจะไม่ยุ่งอะไรหรอก เพราะเขาไม่ใช่คนคุมกฎ ไม่ใช่เรื่อง แล้วเขาก็ไม่ได้ถูกระเบียบไปซะทุกอย่าง


จะไม่ยุ่งเลย ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้ดูคุ้นตาขนาดนี้


ซูนยองยกมือขึ้นขยี้ตาแรงๆ ให้หายมัวจากการจ้องสไลด์มาหลายชั่วโมง


ผมสีดำสนิท ผิวสีแทน เสื้อยืดสีฟ้าลายก้อนเมฆหน้าตาคุ้นมาก ไทยากิถุงใหญ่กับท่ากินที่มูมมาม ที่สำคัญ หน้าตาคุ้นสุดๆ


“นั่นมัน.. มินกยู!!???”


เผลอตัวเรียกเสียงดัง ดังจนทุกคนหันมามองกันหมด รวมถึงน้องชายตัวโตด้วย แน่นอน นั่นมันคิมมินกยูนั่นแหละ คนโดนเรียกชื่อพอเห็นซูนยองก็ยิ้มแก้มปริ ยกมือขึ้นโบกไปมาแล้วรีบวิ่งมาหาทันที ซูนยองแทบจะเป็นบ้าตายเมื่อเห็นว่าขนมไม่ได้มีแค่ถุงเดียว ทีแรกเขามองไม่เห็นเพราะน้องชายวางไว้บนเก้าอี้อีกตัว แต่ตอนนี้เห็นเต็มตาว่ามีสามถุง สามถุงใหญ่ๆ ด้วย


“อูนนนนนนน!!”


มินกยูเรียกเสียงสดใสทั้งๆ ที่ยังกินไม่หมดปาก ซูนยองดุว่าให้กินให้หมดปากก่อนแล้วค่อยพูด ซึ่งโชคดีที่มินกยูทำตาม เลยยืนยิ้มแก้มตุ่ยพร้อมเคี้ยวหงับๆ ไปด้วย ซูนยองส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจแล้วเอื้อมมือไปเช็ดเศษขนมที่ระบุไม่ได้ว่ามาจากถุงไหนออกจากรอบๆ มุมปากจนลามไปถึงแก้มของมินกยู เจ้าตัวนอกจากจะไม่รู้สึกผิดแล้วยังยิ้มแป้นจนเศษขนมหล่นเพิ่มมาอีกหน่อยด้วย


“นายมาได้ยังไงเนี่ย ทำไมมาอยู่ตรงนี้?”


“ก็ แค่กๆ ก็พอดีคุณแม่ให้มาซื้อถุงมืออบขนมอะ ผมก็เลยเลยมาหาซูน มารับซูนกลับบ้านด้วยกัน"


“มารับฉัน?- แล้วมาซื้อถุงมืออบขนมแล้วทำไมมีแต่ขนม?”


มินกยูทำหน้าตื่นเล็กน้อยก่อนจะยกถุงพลาสติกขึ้นมาพลิกไปมา ซูนยองยิ่งมองยิ่งปวดหัวจนยกมือขึ้นมานวดขมับอีกครั้ง จะว่าไปแล้ว แถวนี้มีร้านไหนขายถุงมืออบขนมด้วยรึไงกันนะ ทำไมถึงเลยมารับได้ แล้วไอ้คำว่ามารับกลับบ้านนี่มันยังไงกัน รถก็ไม่มี มาพากันเดินจูงมือกลับบ้านเหมือนตอนเขาไปรับเจ้าตัวจากโรงเรียนอนุบาลรึไงกัน?


“อ้า! นี่ไง เจอแล้ว!”


ถุงมืออบขนมสีชมพูคู่นึง สีเขียวอ่อนอีกคู่แบนแต๊ดแต๋อยู่ด้านล่างมันเผาถุงใหญ่ ซูนยองพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะรู้สึกถึงสายตาจากคนรอบข้างเป็นครั้งแรก พวกผู้หญิงสองสามกลุ่มเดิมยังยืนอยู่ แต่เหมือนจะมีมาเพิ่มจากไหนไม่รู้อีกสองกลุ่ม รวมกันประมาณสิบกว่าคน แล้วก็จ้องมาทางนี้กันทุกคนเลยด้วย ซูนยองไม่ได้โง่ถึงขนาดจะไม่รู้ว่าพวกเธอมองอะไรกัน


ก็มินกยูที่ยืนยิ้มแป้นกระดิกหางอยู่นี่แหละ น่ารักน้อยซะที่ไหนกันล่ะ


รีบกลับดีกว่าแฮะ


“เอ้อ มินกยู เดี๋ยวฉันขึ้นไปเอางานก่อนนะ-”


“ไปด้วย!”


“ไม่ได้! นายรออยู่ตรงนี้ไปเลย เดี๋ยวฉันรีบมา"


“ทำไมไม่ให้ไปด้วย"


“นายถือขนมมาซะเยอะขนาดนี้ได้โดนด่าตายสิ บนตึกเรียนเขาห้ามกินขนม!”


“อ่า.. มหาวิทยาลัยก็มีกฎแบบนี้ด้วยเหรอ แย่อะ"


“อืม นั่งรอไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันมา"


“เอากระเป๋ามาฝากไว้ก่อนมั้ย ดูหนักจัง"


“อืม ก็ได้ นั่งอยู่นี่นะ อย่าไปไหนนะ"


“รู้แล้วว รีบมานะ นั่งคนเดียวตั้งสองชั่วโมงแล้ว เหงา!”


สองชั่วโมงแล้วงั้นเหรอ? เด็กนี่ออกมาตั้งแต่กี่โมงเนี่ย!


ซูนยองรีบเดินไปกดลิฟต์อย่างรวดเร็ว ระหว่างรอหันกลับไปมองก็เจอมินกยูนั่งตาแป๋วมองอยู่ก่อนแล้ว แล้วอยู่ๆ ก็ทำท่าเหมือนคิดอะไรได้ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งมาหา ซูนยองจะอ้าปากถามก็ไม่ทันเมื่อสองแขนที่เต็มไปด้วยถุงขนมอ้ากว้างแล้วดึงทั้งร่างเข้าไปกอดแน่น แน่นจนรู้สึกถึงหน้าท้องที่เริ่มมีพุงนิ่มๆ ของน้องชาย กินขนมอะไรเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย? อยากจะประท้วงแต่เหนื่อยจนไม่มีแรงแล้ว ซูนยองได้แต่ถอนหายใจเบาๆ แล้วซบหน้าลงกับไหล่ที่มีแต่กลิ่นเหมือนนม


กินโมจินมท่าไหนให้มาหกได้สูงถึงไหล่ได้กันเนี่ย


“อะไรหืม?”


“ก็ เห็นซูนเหนื่อยๆ อะ ผมก็เลยกอด กอดเพิ่มพลังไง"


“..อืม"


“ดีขึ้นมั้ยล่ะ?”


“...”


“...”


“...อืม"


ลิฟต์มามินกยูก็ปล่อย ว่าง่าย น่ารัก ซูนยองชี้ๆ ให้น้องชายกลับไปนั่งที่เดิมซึ่งก็ทำตามแต่โดยดี ซูนยองเดินลากเท้าเข้าไปยืนพิงผนังในลิฟต์ แต่ก่อนประตูจะปิดก็มีผู้หญิงอีกสามสี่คนกรูกันเข้ามา รวดเร็วและคุกคามจนซูนยองตาสว่างแล้วรีบถอยไปยืนที่มุม


“นี่ ซูนยอง คนเมื่อกี๊อะ ใครเหรอ?”


“หา?”


“ผู้ชายคนเมื่อกี๊ไง ที่กอดนายอะ"


ลืมไปเลยว่ามีผู้หญิงอีกสิบกว่าคนยืนอยู่แถวนั้น ดันทำตัวพี่น้องกลมเกลียวประถมหนูตะเภาอนุบาลหมาน้อยกับมินกยูซะได้


“เอ่อ น้องชายฉันเอง"


“เห้ยยย น้องแท้ๆ เลยเหรอ?”


“เอ่อเปล่า น้องที่สนิทกันน่ะ พวกเธอมีอะไรรึเปล่า?”


“เปล่า แต่น่ารักอะ มีแฟนรึยัง?”


“หา??”


“มีแฟนรึยัง? ชอบใครอยู่มั้ย? คือฉันชอบอะ"


“เห้ยย! ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอเธอ"


ซูนยองอยากจะบ้าตาย เขาไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิงเท่าไหร่ มาเจอแบบนี้เลยตกใจเหมือนกัน อีกอย่างผู้หญิงกลุ่มนี้ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันนักหนา เคยคุยบ้างเท่านั้นเอง แต่พอโดนรุกถามแบบนี้ก็รู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงแปลกๆ ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนจะโดนจีบเองแท้ๆ


“ว่าไงล่ะซูนยอง? น้องมีแฟนรึยัง?”


“เอ่อ ยัง ก็น้องยังเด็กอยู่เลยนะ"


“เด็ก? อายุเท่าไหร่เหรอ?”


“เอ่อ ปีนี้สิบแปด"


“ซูนยอง!! เด็กบ้าอะไร!! สิบแปดแล้ว!! เข้าผับกินเหล้าได้แล้วนะ!”


เข้าผับ? กินเหล้า? ซูนยองนึกภาพมินกยูทำอะไรแบบนั้นไม่ออกเลย แต่พอมาคิดดีๆ เลย 18 นี่ก็เรียกได้ว่าโตแล้วเหมือนกันนะ ทำไมมินกยูยังดูเหมือนจะกินนมนอนได้ตลอดเวลาเลยก็ไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะปกติก็เห็นแต่อ่านการ์ตูน เล่นเกมส์ วิ่งเล่นบ้าบอล่ะมั้ง ทำให้ซูนยองชินกับการที่น้องชายยังไม่โตซักที หยุดอายุไว้ที่ประถมต้นตลอด


ติ๊ง


ลิฟต์ถึงชั้นแล้ว แต่ไม่รอด พวกเธอก็ยังเดินตามลงมา ช่วยหยิบงานให้ซูนยอง แถมยังกดลิฟต์ให้แล้วตามลงมาด้วยกันอีกตังหาก พูดกันฉอดๆๆ จนซูนยองหัวหมุนไปหมด ทำไมผู้หญิงพวกนี้ถึงจริงจังกันขนาดนี้ซูนยองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน


“นี่ ซูนยองขอไลน์น้องหน่อยสิ ได้มั้ย?”


“เห้ย ไม่ดีมั้ง ไม่เร็วไปหน่อยเหรอ พึ่งเจอกันเองนะ?”


“โอ๊ย ซูนยอง! ฉันโสดมายี่สิบเอ็ดปีแล้ว! จุดนี้ฉันขอไม่มีจริตอะไรทั้งนั้น จะนกไม่นกไม่รู้แต่ขอให้ฉันได้ลองจีบน้องนายดูหน่อยเถอะ!! ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว!!”


“..เอ่อ เธอ ใจเย็นๆ ก่อนนะ ขอโทษ"


อยู่ๆ ก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขึ้นมาซะอย่างงั้นเล่นเอาซูนยองไปไม่เป็นเหมือนกัน กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบทิชชู่ส่งให้ก็จำได้ว่าตัวเองไม่พกทิชชู่ ถ้ามากับมินกยูถึงจะมี ลิฟต์ลงมาถึงชั้นเรียนพอดี พอประตูเปิดซูนยองยื่นหน้าออกมาแล้วกวักมือให้มินกยูทันที โชคดีที่น้องชายนั่งจ้องมองประตูลิฟต์ตาวาวอยู่ก่อนแล้ว เลยรีบลุกแล้ววิ่งเข้าลิฟต์มาอย่างรวดเร็ว ซูนยองนึกขอบคุณมินกยูในใจที่ระหว่างอยู่ในลิฟต์ไม่พูดจาอนุบาลป.1 ออกมาให้ตัวเองได้อับอายซักคำ แต่บรรยากาศในลิฟต์ก็อึดอัดจนซูนยองเอนหัวไปพิงผนัง ภาวนาให้ประตูลิฟต์เปิดแล้วถึงบ้านได้เลย พอลงมาถึงข้างล่าง ออกจากลิฟต์มาปุ๊ป มินกยูก็หันมาหาซูนยองด้วยสีหน้ากังวล


“ซูน ซูนเป็นอะไรรึเปล่า?”


“หืม?”


“วันนี้ซูนดูเหนื่อยๆ น่ะ เมื่อกี๊เอาหัวพิงลิฟต์ด้วย ไหวมั้ยฮะ? โทรเรียกคุณแม่ขับรถมารับดีมั้ย?”


“อ่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องหรอก ..เอ่อ"


ซูนยองเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนเดิมกับเพื่อนของเธอยืนอยู่หลังมินกยู ทำมือทำไม้เหมือนจะบอกอะไรซักอย่าง แต่ซูนยองที่หัวตื้อไปหมดไม่เข้าใจซักอย่าง นั่นทำให้เธอเลิกแล้วค่อยๆ เดินเข้ามาสะกิดแขนมินกยูเอง ซูนยองถอนหายใจหนักๆ อย่างเหนื่อยใจ ถ้ารุกจีบได้เอง อยากจะทำอะไรก็ทำไปก็แล้วกัน


“สวัสดีจ้ะ น้องชายซูนยองใช่มั้ย?”


“เอ่อ ครับ"


“ชื่ออะไรเหรอ?”


“มินกยูฮะ พี่สาวมีอะไรรึเปล่าฮะ?”


“น้องมินกยู พี่ขอไลน์หน่อยได้มั้ย?”


“?? จะเอาไปทำไมเหรอครับ?”


“พี่อยากรู้จักน้องน่ะ"


"หะ หา?.. เอ่อ..”


"ไว้คุยเล่นก็ได้ นะะ"


“เอ่อ.. ซะ ซูนน"


เอาแล้วไง คิม มินกยูที่เรียนโรงเรียนชายล้วนมาโดยตลอด ไม่เคยไปเรียนพิเศษที่ไหน ไม่เคยมีปฎิสัมพันธ์กับผู้หญิงในเชิงชู้สาวหันมาหาพี่ชายด้วยใบหน้าตื่นกลัวสุดขีด ซูนยองอยากจะรีบกลับบ้านเต็มทน แต่ก็ไม่อยากรีบตัดบทเพื่อนผู้หญิงที่ยืนทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่ด้านหลัง


“ก็ นายอยากจะคุยกับเธอมั้ย ถ้าโอเค ไม่ได้อึดอัดอะไรก็..”


“เอ่อ มะ ไม่รู้อะ แต่..”


“แต่?”


“...”


“น้องมินกยู?”


“..อยะ อยากกลับบ้านแล้ว ซูน กลับบ้าน"


นั่นไง ผู้หญิงสามคนด้านหลังทำหน้าช็อคสุดขีด ซูนยองถอนหายใจเฮือกแล้วหันไปก้มหัวขอโทษก่อนจะดึงมือน้องชายเดินออกมา ท่าทางเขาจะไม่ได้คิดไปเองหรอกว่าน้องชายเด็ก คิมมินกยูมันเด็กจริงๆ นั่นแหละ หรือว่าเขาจะโอ๋น้องเกินไป มั่นใจว่าเวลาอยู่ที่โรงเรียนกับเพื่อนไม่ใช่แบบนี้แน่ๆ ซูนยองพาน้องชายเดินกลับบ้านอย่างเชื่องช้า อยากจะเดินเร็วๆ อยู่เหมือนกัน แต่ปวดหัวไปหมด


“นี่ มินกยู"


“หื้ม?”


อ่าว ปกติแล้วเหรอ?


“นายไม่เคยมีใครมาจีบบ้างเลยเหรอ?”


“หืม? ทำไมเหรอ?”


“ก็ ท่าทางนายเมื่อกี๊น่ะสิ ตลกเป็นบ้าเลย"


“..โถ่ มีสิ ผมออกจะหล่อซะขนาดนี้"


“...อ๋อเหรออ"


“จริงๆ นะ! มีคนมาจีบผมเยอะด้วย! เวลางานโรงเรียนเงี้ย พวกผู้หญิงจะมาเดินเที่ยวใช่มั้ยล่ะ? ปีที่ผ่านมาผมคุมเกมส์ เกมส์ช้อนปลาน่ะจำได้มั้ย"


“จำได้ นายยังนั่งดัดลวดกับติดทิชชู่เป็นที่ช้อนอยู่ตั้งหลายชั่วโมง"


“อื้อ แต่ซูนไม่ได้มาเพราะติดสอบ เชอะ นั่นแหละ แต่ว่าปรากฏว่าวันนั้นนะ ซุ้มช้อนปลานี่แทบแตกเลย!”


“เพราะปลาสวย?”


“เพราะผมหล่อ!! ผู้หญิงนะมาจีบผมเต็มเลย! เพื่อนผมอิจฉ๊าา อิจฉาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อะ ฮ่าๆๆๆ"


“...เหรอ แล้วโดนจีบยังไงบ้างล่ะ?”


“อืมม ก็ประมาณว่า ขอที่ช้อนสามอันค่ะ หรือว่า ขออีกอันแถมได้มั้ยคะ-”


“นั่นเขาไม่ได้จีบมั้ง เขาจะโกงนาย"


“ไม่ใชชช่!! ฟังให้จบก่อนสิ!”


“เอ้า ขอโทษๆ แล้วไงต่อ"


“ก็ พอผมให้ไป เขาก็แอบจับมือผมด้วยอะ หลบตาผมบ้าง แล้วก็ เล่นกันหลายรอบมากๆ เลย จับไปได้คนละสามสี่ถุง แล้วมากันตั้งหลายกลุ่ม จนไม่กี่ชั่วโมงนะปลาหมดเลย ที่สำคัญคือตรงนี้ พอปลาหมดผมจะปิดซุ้มนะ พวกเธอก็เอาปลามาคืนหมดเลยแล้วบอกว่าขอเล่นต่อ!! เนี่ยแหละ ตรงเนี้ยที่จีบผมเห็นป่าว!!”


“..มันแปลกน่ะแปลก แต่มัน จีบยังไงอะ?”


“ก็ซุ้มวันนั้นเพื่อนผมมันผลัดกันเฝ้าไง คนละสองชั่วโมงใช่มะ พอผมจะผลัดนะ พวกผู้หญิงเขาไม่ยอมเลย!! จะเล่นกับผมคนเดียวเลย! จนวันนั้นนะผมต้องเฝ้าทั้งวันเลยเหนื่อยมาก"


“อ๋ออออ เพราะอย่างงี้เองเหรอนายถึงบ่นปวดหลังวันนั้น?”


“ก็ใช่น่ะสิ ก้มๆ เงยๆ สอนช้อนปลา เทปลาใส่ถุง ฉีดออกซิเจนอยู่ทั้งวันเลย"


“..เอ้อ เนอะ"


“วันนั้นอยากเล่าจะตายไป แต่ซูนก็อ่านหนังสือสอบอยู่ แถมผมก็เหนื่อยมากด้วย หลังจากนั้นจะเลยลืมเล่าละน่ะสิ- อ๊ะ ถึงบ้านแล้ววว"


ถึงแล้วจริงๆ ด้วย ซูนยองไขกุญแจประตูบ้านอย่างรวดเร็ว พอเข้ามาก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันที รู้สึกหัวแทบจะระเบิด แถมยังหนักไปหมดทั้งตัว ได้ยินเสียงมินกยูคุยกับแม่จ๋อยๆ เรื่องถุงมือทำขนม แล้วก็เรื่องขนมเป็นสิบถุงนี่ด้วย โม้ให้แม่ฟังว่ารู้ตารางเรียนซูนยองเพราะแอบถ่ายรูปที่ซูนยองจดไว้ในสมุด แถมยังซื้อขนมเจ้าดังแถบมหาวิทยาลัยซะหมด ฟังแล้วซูนยองก็ยิ้มบางๆ อย่างอ่อนใจ


“-ด้วยนะฮะ ใช่มั้ยซูน ใช่มั้ย?”


“..ใช่อะไร?”


“มีคนมาจีบผมมม"


“..อืมม"


ได้ยินเสียงคุยโม้โอ้อวดจากในครัวอีกพักหนึ่งแล้วอยู่ๆ ก็มีอะไรหนักๆ ที่ไม่น่าสงสัยลงมาทับทั้งตัวจนซูนยองแทบจมไปกับโซฟา แต่วันนี้ซูนยองเหนื่อยเกินจะสู้รบแล้ว มินกยูเลยได้นอนกอดพี่ชายอย่างมีความสุข สองแขนแซะเข้าใต้ท้องซูนยองที่นอนคว่ำอยู่แล้วกระชับกอดให้แน่นขึ้นไปอีก ได้ยินเสียงฮึมฮัมอย่างพึงพอใจจากน้องชายที่กำลังออเซาะพี่ชายเต็มที่


“ซูนน เหนื่อยใช่ป่าว? งั้นเรามานอนกันจนกว่าจะถึงเวลากินข้าวเลยเนอะ"



มินกยูเนี่ย เด็กไม่โตจริงๆ นั่นแหละ 

No comments:

Post a Comment