“ชาน
พี่พูดจริงๆ นะ"
“พะ
พี่ซูนยอง"
“ชาน
จะยอมดีๆ หรือจะต้องให้เจ็บตัวก่อน?”
“ตะแต่ว่า
ก็"
“อี
ชาน!!”
“ฮืออ"
ซูนยองขมวดคิ้วยุ่ง
ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้น้องเล็กของวงเพื่อคว้าเอาของจากในมืออีกฝ่ายมา
แต่ดูเหมือนชานจะไม่ยอมง่ายๆ
สักที ถึงจะเด็กที่สุด
แต่ก็ดื้อไม่เบา
ชานยกของหนีแล้วซุกหน้าเข้ากับผนังมุมห้อง
ปกติซูนยองจะรักและเอ็นดูชานมาก
แต่สถานการณ์แบบนี้มันไม่ใช่แล้ว
ตอนนี้เขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ
จะใกล้จุดระเบิดเต็มที
“อีชาน"
“ฮือ
ใครก็ได้..”
“อีชาน!
จะส่งมาดีๆ
หรือจะให้พี่ต้องลงไม้ลงมือกับเรา!”
“ใครก็ได้ช่วยผมที
ฮือ ใครก็ได้ช่วยที!”
“มีอะไรกัน?”
“พะ
พี่จองฮัน!!”
เหมือนสวรรค์จะยังเมตตาชานอยู่บ้าง
พี่ชายที่มีอำนาจแทบจะมากที่สุดในหอเข้ามาช่วยเหลือเขาได้ทันเวลาพอดี
ชานรีบหันกลับมาส่งสายตาอ้อนวอนใส่
ทีแรกจองฮันก็งงๆ
แต่ดูจากสถานที่และตัวคนที่มีปัญหาด้วย
เขาก็พอจะเข้าใจในทันที
ว่านี่มันเรื่องอะไร
จองฮันถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปลูบหลังชานเบาๆ
แล้วหันมาหาซูนยองที่ยืนกัดฟันอยู่
“ซูนยอง
น้องทำถูกแล้ว อย่าดุน้องสิ"
“ตะ
แต่ว่า พี่จองฮัน-”
“ไม่ได้
นายก็รู้เหตุผลนี่นา ใช่มั้ย?”
“แต่ว่า..”
“ซูนยอง
อย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่สอง"
ซูนยองจวนเจียนจะเป็นบ้าตายแล้ว
แต่ก็สะกดอารมณ์ตัวเองไว้ได้แล้วหมุนตัวออกจากครัวไป
เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่สมาชิกคนอื่นๆ
นอนเอกเขนกดูโทรทัศน์เสียงดังกันอยู่
เสียงดังจนคงจะไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นสินะ
ซูนยองเดินเข้าห้องนอนไปอย่างเงียบเชียบโดยที่ไม่น่าจะมีใครสังเกตเห็น
เมื่อกี๊พลาดไปหน่อย
แต่ก็ไม่เป็นไร
ถึงจะได้ของที่ให้ค่าน้อยลงหน่อย
แต่ก็ยังถือว่าพอทดแทนกันได้
เขาคุกเข่าลงหน้าราวแขวนเสื้อผ้าแล้วมุดเข้าไปข้างใต้
มือควานไปมาสักครู่ก็ต้องยิ้มกว้างแล้วถึงของที่ต้องการออกมาถือไว้
เท่านี้ก็-
“ซูน
ทำอะไร"
ปัดโถ่ว้อย!
“ไม่มีอะไรวอนู"
“แล้วนั่นถืออะไรอยู่"
“เปล่า"
เขามัวแต่หน้ามืดตามัว
จนไม่ทันมองว่าเพื่อนสนิทมานอนเล่นบนเตียงเขา
เห็นทั้งหมดเลยสินะ แย่ล่ะสิ
แบบนี้ที่ซ่อนตรงนี้ก็ใช้ไม่ได้แล้วสิ
ซูนยองกวาดสายตามองไปรอบๆ
ก็ยังดี อย่างน้อยก็มีแค่วอนอูคนเดียว
น่าจะพอจัดการ ก็คงไม่ยากนักหรอกใช่มั้ยนะ?
ปกติแล้ววอนอูเป็นคนไม่ค่อยบ่น
ไม่ค่อยว่าเท่าไหร่ บางที
วอนอูอาจจะไม่ว่าที่เขา-
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็
ฉันว่าพวกเราคุยกันเข้าใจแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ไม่นะ
“ส่งของมานี่เถอะ
เพื่อตัวนายเองนะ"
ไม่
เขาจะไม่ยอมเสียไปเด็ดขาด
วอนอูถอนหายใจเบาๆ
แล้วลุกจากเตียงเดินมาหา
ซูนยองไม่คิด
ไม่คิดเลยว่าวอนอูจะยอมลุกจากเตียงมาแบบนี้
ก็เลยไม่ทันตั้งตัวเมื่ออีกฝ่ายลงคุกเข้าด้านหลังแล้วเอื้อมมือมาหยิบของออกจากมือเขาไป
โดยไม่ลืมกอดเขาหนึ่งที
วอนอูรู้ดีว่าตนเองกำลังทำให้ซูนยองเสียใจ
และรู้ว่าสภาพของซูนยองตอนนี้เป็นยังไง
แต่ก็อย่างที่พูด นี่เพื่อตัวซูนยองเอง
“วอนู
ฉันไม่คิดเลยว่า แม้แต่นาย
ก็ไม่เข้าใจฉัน"
“ซูน
ฉัน-”
ปัง!
ซูนยองเดินหนีออกมาแล้ว
ใจร้าย ใจร้ายกันทุกคนเลย
เสียงประตูปิดค่อนข้างดังทำให้คนอื่นๆ
ในห้องนั่งเล่นมองซูนยองเป็นตาเดียวขณะที่ซูนยองที่เริ่มคลั่งจนควบคุมไม่อยู่วิ่งไปที่จุดหมายอย่างไร้สติ
ใช้เวลาไม่นานทุกคนก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
วอนอูวิ่งตามออกมาติดๆ
แล้วร้องตะโกนให้ทุกคนมาช่วยกัน
จุนกับหมิงฮ่าวเป็นสองคนแรกที่ลุกพรวดพราดวิ่งตามมา
ในขณะที่มินกยูและซอกมินตามมาติดๆ
เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นในครัว
“เห้ย!!
ไอ้ซูน
หยุด!!”
“ไม่!!
ฉันจะไม่ฟังใครอีกแล้ว!
ไม่ฟัง!!”
“พี่!
หยุดเถอะ
พี่!!
ผมขอร้องล่ะ!!”
สถานการณ์เริ่มไปกันใหญ่
ซึงชอลและจีซูมาถึงเป็นคนท้ายๆ
ในขณะที่ซูนยองกำลังดิ้นเร่าไปมา
ของถูกแย่งไปจากมือแล้ว
มินกยูกอดร่างพี่ชายที่กำลังคลุ้มคลั่งไว้แน่น
วอนอูจับมือทั้งสองข้างของเพื่อนสนิทไว้
พยายามจะให้อีกฝ่ายใจเย็นลงแต่เหมือนจะไม่เป็นผล
ในที่สุดจุนต้องพยักหน้าให้หมิงฮ่าวนิดๆ
ก่อนที่หมิงฮ่าวจะฟาดสันมือลงบนท้ายทอยของคนขาดสติอย่างไม่เต็มใจนัก
และทุกอย่างก็สงบลง
ซูนยองตื่นขึ้นอีกครั้งตอนกลางดึก
เขารู้สึกแย่กว่าเมื่อตอนเย็นหลายเท่า
และเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีก
สองแขนยกขึ้นกอดตนเองไว้แล้วซุกหน้าลงกับผ้าห่ม
ก่อนจะรู้สึกถึงฝ่ามือที่บีบช่วงไหล่เบาๆ
ซูนยองหันกลับมามอง ซอกมินนั่นเอง
น้องชายคนดีของเขามีสีหน้าเป็นห่วงชัดเจน
มืออุ่นๆ เลื่อนมาลูบที่แก้มเขาเบาๆ
“เป็นยังไงบ้างครับ
พี่?”
“ไม่ดี
ไม่ดีเลยซอกมิน"
“ทนหน่อยนะครับ
เดี๋ยวก็จะชินไปเอง นะครับ"
“ซอกมิน
พี่ทนไม่ไหว ทนไม่ไหวแล้วซอกมิน
ขอร้องล่ะ"
“มัน
มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะตัดสินใจได้
ผมขอโทษครับ"
ซูนยองไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว
ได้แต่นอนจ้องหน้าซอกมินเงียบๆ
สักครู่หมิงฮ่าวก็เดินเข้ามาในห้องแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงกับซอกมิน
มือข้างหนึ่งยื่นมาจับมือซูนยองไว้
สายตาของน้องทั้งสองคนทำให้ซูนยองทั้งรู้สึกอุ่นใจ
ทั้งรู้สึกแย่ไปพร้อมๆ กัน
เขายันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วแล้วรีบก้าวออกจากห้องนอนทั้งๆ
ที่หัวเริ่มจะมึน
ซอกมินและหมิงฮ่าวรีบลุกตามออกมาทันที
ซูนยองไม่ได้พยายามจะไปหยิบของอีก
แต่เป็นขวดน้ำขวดใหญ่
เจ้าตัวกระดกดื่มจนแทบหมด
ดื่มจนเหมือนจะให้ท้องแตก
ให้อ้วกกันไปข้างหนึ่ง
ซอกมินยืนมองด้วยสีหน้าลำบากใจในขณะที่หมิงฮ่าวแย่งขวดมาแล้วดึงพี่ชายมากอด
“พี่
พี่อยากเป็นแบบหมิงฮ่าว
อยากเป็นแบบหมิงฮ่าว"
“ไม่เป็นไรนะครับ
ไม่เป็นไรนะ"
คืนนั้นซอกมินมานอนเป็นเพื่อนซูนยอง
พยายามกอดร่างที่สั่นเทาไว้ให้แน่นที่สุด
และหวังว่าซูนยองจะหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนี้เสียที
ซูนยองตื่นมาในอ้อมกอดของวอนอู
เพื่อนสนิทที่ย้ายเตียงมานอนกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
จีฮุนมาดูอาการเขาในตอนสายๆ
พร้อมนมแก้วหนึ่งที่ซูนยองดื่มหมดในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที
เมื่อนอนอยู่บนเตียงๆ นิ่งๆ
ซบอิงบนไหล่ของวอนอูที่นอนหนุนหมอนอ่านหนังสือ
ซูนยองก็รู้สึกสบายขึ้นเล็กน้อย
จนกระทั่งถึงตอนเที่ยง
“ซูน
จะไปไหน"
“ปล่อยเราเถอะ
วอนู"
“ไม่ได้
นายก็รู้"
“ไม่เอานะ
ขอร้องล่ะ ปล่อยเรา"
“ซูน!
เห้ย!
ใครก็ได้จับไว้ที!!
อย่าให้ซูนไปถึงได้นะ!!”
เท่านั้นล่ะ
หอก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาอีกครั้ง
ซูนยองดันตัวชานที่เป็นด่านแรกออกไปโดยระวังไม่ให้น้องชนกำแพง
และสามารถวิ่งลอดแขนจีซูและจองฮันได้อย่างเฉียดฉิว
ซึงกวานพยายามจับตัวไว้
แต่ซูนยองก็หมุนตัวหนีได้อย่างพริ้วสมเป็นลีดเดอร์ทีมเพอร์ฟอร์มานซ์
และหลบหลีกเวอร์น่อนได้อย่างสวยงามโดยการสไลด์ผ่านระหว่างขาไปจนเจ้าตัวร้อง
โว่ว!
พร้อมตบมือเสียงดัง
ซอกมินเองก็ไม่สามารถจับไว้ได้เมื่อซูนยองสับขาหลอกและมูนวอล์คผ่านไปได้อย่างลื่นไหล
หมิงฮ่าวกับจุนยืนตั้งท่ารับพร้อม
แต่ซูนยองก็อัดพื้นผ่านไปได้อย่างยั่วยวน
เป้าหมายอยู่ตรงหน้าแล้ว
ซูนยองเอื้อมมือไปด้านหน้าอย่างโหยหา
โดยที่ลืมไปว่า
ไพ่ตายของวงยังไม่ถูกนำออกมาใช้
เปิดไพ่มินกยูสารพัดประโยชน์!!
“อ่ะ!
มินกยู
ปล่อยนะ ปล่อยพี่!!”
“ไม่ครับ!
พี่ซึงชอลล
พี่ซึงชอลอยู่ไหน?”
“พะพี่ซึงชอลไปบริษัทอะพี่"
“ปัดโถ่เว้ย!
ไม่เป็นไร
ทุกคน เข้ามาช่วยกันที
เดี๋ยวฉันกอดพี่ซูนยองไว้อย่างนี้ก่อน"
“ไม่!!
ปล่อยพี่!!
พี่จะ
พี่จะ-”
มินกยูไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
นอกจากเขาจะตัวสูงแล้ว
ยังรู้จักใช้ร่างกาย
และแข็งแรงมาก
มินกยูอุ้มซูนยองออกมาอย่างง่ายดายแล้ววิ่งกลับเข้าไปในห้องนอนโดยที่คนอื่นๆ
วิ่งตามมาให้กำลังใจ
มินกยูทุ่มซูนยองลงบนเตียงและทุกคนก็วิ่งเข้ามาจับกันคนละไม้ละมือ
จนคนถูกรุมร้องลั่น
“ปล่อยนะ!
ปล่อยฉัน!!
พวกนายทุกคนทำไมทำแบบนี้
ปล่อย ปล่อยยยย!!”
“เอะอะอะไร
ควอนซูนยอง!!”
เหมือนฟ้าผ่า
เมื่อเสียงทุ้มดุตวาดลั่นห้องมาจากทางหน้าประตู
ชเวซึงชอลกลับมาแล้ว น้องๆ
ทุกคนกรูกันไปยืนติดริมผนัง
เหลือแต่วอนอูที่ยังกอดเพื่อนสนิทไว้แน่น
และจองฮันจีซูที่เดินเข้าไปพูดคุยกับซึงชอลเสียงเบาแต่ก็ถูกยกมือขึ้นห้าม
ยิ่งซึงชอลก้าวเข้าไปใกล้เตียงเท่าไหร่
วอนอูก็ยิ่งกอดซูนยองแน่นขึ้นเท่านั้น
“ไหน
โวยวายอะไร ตอบมาซิ"
“ก็
ก็..”
“นายไม่เข้าใจสิ่งที่เราตกลงกันอย่างนั้นเหรอ?
นายจะไม่ยอมรับ?
จะกลับคำที่ให้ไว้กับบริษัท?”
“คะคือ
คือผม"
“นายมีความรับผิดชอบบ้างมั้ย
ควอนซูนยอง ตอบฉันสิ?
มีมั้ย?
นายได้ให้สัญญาไว้แล้ว
ทำไมนายถึงผิดคำพูดของตัวเอง?
ความตั้งใจของนายอยู่ที่ไหน
ห๊ะ?
ตอบฉันสิ!!”
“พี่
ใจเย็นพี่"
ซอกมินเอ่ยขึ้นเสียงเบาก่อนที่มินกยูจะวิ่งมากอดซูนยองบ้าง
ใช่ว่าซึงชอลจะดุแบบนี้บ่อยๆ
แต่ทุกครั้งที่ซึงชอลต้องดุ
ก็เพราะเขาเห็นว่าไม่มีทางอื่นแล้ว
ทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่ได้ชอบทำแบบนี้เลย
แต่ใจของคนเป็นพี่ก็กระตุกวูบพร้อมกับคนทั้งห้องต้องตกใจเมื่อซูนยองกัดริมฝีปากแน่นแล้วตัวสั่นเป็นลูกนก
ก่อนที่น้ำตาจะหยดลงบนแก้ม
หยดแล้ว หยดเล่า
มินกยูรีบร้อนดึงเสื้อตัวเองขึ้นมาซับน้ำตาให้อย่างแผ่วเบาในขณะที่วอนอูกุมมืออีกฝ่ายไว้
จองฮันที่ปกติก็ดุไม่แพ้กันเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาเลยเดินไปลูบหัวซูนยองเบาๆ
แล้วปลอบว่าไม่ต้องร้อง
ในขณะที่ซึงชอลยังยืนตัวแข็งอยู่อย่างตกใจ
แต่ดูจากสีหน้าก็รู้แล้วว่าพี่ใหญ่รู้สึกผิดแค่ไหน
จีฮุนลูบแขนพี่ใหญ่เบาๆ
ก่อนที่ซูนยองจะลุกจากเตียงแล้วเดินไปกอดเอวไว้
พร้อมซุกหน้าลงกับอกอุ่นๆ
ซึงชอลกอดตอบแล้วจูบหน้าผากปลอบ
“โอ๋
ไม่ร้อง พี่ขอโทษ"
“ฮึก
ฮือ ผมรู้ว่า ฮึก ว่าผมทำผิด
แต่ว่า อย่าดุ อย่าดุผมฮึก
อย่าดุผม"
จะว่ารู้สึกผิดก็ใช่
สงสารก็ใช่
แต่ก็เอ็นดูเวลาน้องพูดไปสะอื้นไปเหมือนกัน
“ผม
ฮึก ทรมานผมอยู่ ฮึกไม่ไหวแล้วพี่ซึงชอล
ขอร้องล่ะ"
“เอ่อ..”
“นะครับ
นะ ฮึก ผมไม่ไหวแล้ว ขอร้องนะครับ"
“ซูนยอง..”
“นะ
นะครับ แค่วันนี้ก็ได้
แค่วันนี้เท่านั้น ฮือ
ขอร้องล่ะ"
“เห้อ..”
“ก็ได้
แค่วันนี้นะ เด็กดี"
“ฮืออ
ผมหิว หิวข้าวววว ผมหิวว
ฮือออ"
ซูนยองจำไม่ได้แล้วว่าช่วงนั้นรู้สึกยังไง
จำได้แต่ว่ามันแย่ แย่มากๆ
เลย แต่ผลลัพธ์มันก็ออกมาดีอย่างที่ต้องการ
ต้องขอบคุณสมาชิกคนอื่นๆ
ที่ไม่ใจอ่อนกับเขาง่ายๆ
และช่วยให้เขาคุมตัวเองได้มาก
พอนึกย้อนกลับไปก็รู้สึกอายอยู่เหมือนกัน
ก็ช่วงนั้นอย่างกับเป็นหมาบ้าคลุ้มคลั่งเลยนี่นา
แต่ตอนนี้เหรอ?
“ยิ้มแก้มปริเลยนะพี่"
“อื้อ
ก็มันอร่อยนี่นา"
ซูนยองยัดฮอทด็อกเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างมีความสุข
ทั้งพาสต้า ทั้งฮอตด็อก
อร่อยไปหมดเลย
นึกถึงตอนที่พยายามจะแย่งไก่ทอดจากชานในครัว
หรือตอนโดนวอนอูจับได้ว่าซ่อนรามยอนไว้ใต้ราวเสื้อผ้าแล้วก็ตลกตัวเองชะมัด
แต่เขาก็ยังรู้สึกผิดต่อชานอยู่บ้าง
ช่วงนั้นเขาทำให้ชานลำบากใจมากอยู่เหมือนกัน
ก็เลยหันไปหอมแก้มน้องเบาๆ
แต่กลับได้เสียงงอแงกลับมา
“อ๊าา
พี่ซูนยองง มาหอมผมทำไมม
แก้มเลอะซอสหมดเลยอ่าา"
“เลอะเหรอ?
มาๆ
เดี๋ยวพี่จะเลียออกให้หมดเลยคนดี"
“ไม่ได้!!/อย่า!!/ไม่!!”
สามเสียงดังขึ้นพร้อมกันพร้อมสามแขนยื่นทิชชู่ออกมากลางวง
ซูนยองยิ้มแก้มตุ่ยแล้วหยิบทิชชู่จากมือซอกมินซึ่งอยู่ใกล้ตัวที่สุดมาเช็ดปากตัวเอง
ชานหยิบทิชชู่จากมือวอนอูมาเช็ดแก้มตัวเอง
ในขณะที่มินกยูเปลี่ยนเป็นใช้ทิชชู่เก็บเศษอาหารบนโต๊ะเนียนๆ
ซูนยองหันมองหน้าทุกคนบนโต๊ะแล้วก็ต้องยิ้มออกมา
เขาชอบที่สุดเลย เวลาอยู่ด้วยกันแบบนี้
ยิ่งเวลาได้กินอาหารอร่อยๆ
ด้วยยิ่งดีเลย เรื่องไดเอทน่ะ
ครั้งหนึ่งในชีวิตก็อาจจะเกินพอแล้วล่ะ
ตอนนี้เขาเริ่มออกกำลังกาย
ฟิตหุ่นแทนที่จะลดน้ำหนักอย่างเดียว
และมันก็ดีกว่าการที่กินอะไรไม่ได้เลยเยอะ
ถึงจะต้องสู้กับความขี้เกียจของตนเองก็เถอะ
ในอนาคตก็อาจจะต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบากอีก
เขาคงจะผ่านมันไปได้ถ้าได้อยู่กับทุกคนแบบนี้
ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม
แต่เรื่องนั้นน่ะเอาไว้ก่อน
ตอนนี้ขอกินก่อนล่ะ
ว่าแล้วก็ยัดฮอตด็อกเข้าปากอีกคำ
“กินเยอะจังนะพี่
ดูซิ แก้มบวมหมดแล้ว"
“เรื่องของพี่!
เจ้าเด็กหมา!”
“น้องมันพูดถูก
ลองยัดเข้าปากไปอีกสักคำสิ
แก้มแตกแน่ๆ"
“ลองมั้ยล่ะวอนู?”
“อย่าเลยพี่
ผมกลัว"
“ซอกมิน!”
“พี่ซูนยองง
หยิบพาสต้าให้ผมหน่อย"
“มาๆ
เดี๋ยวพี่ป้อนนะมักเน่ยา~”
กินอาหารกับทุกๆ คนแบบนี้น่ะ มีความสุขที่สุดเล้ย~
No comments:
Post a Comment