ซูนยองกำลังเครียด
กำลังเครียดมากๆ เลยด้วยมินกยูสัมผัสได้
ปกติซูนยองเป็นคนตั้งใจเรียนอยู่แล้ว
มากที่สุดเคยไม่ยอมคุยกับเขายี่สิบแปดชั่วโมงเพราะต้องอ่านหนังสือสอบ
แต่มินกยูก็ทนมาได้
และซูนยองก็ผ่านมาได้ด้วยเหมือนกัน
แต่ครั้งนี้เหมือนจะมากกว่าครั้งนั้นซะอีก
ครั้งที่แล้วถึงจะไม่ยอมคุยกับมินกยู
แต่ก็ออกมากินข้าวกินน้ำบ้าง
แต่ครั้งนี้ซูนยองไม่ออกมาจากห้องนอนเกือบสิบชั่วโมงแล้ว
เกือบสิบชั่วโมงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน
คิ้วขมวด มือกำแน่น
ท่าทางเนื้อหาครั้งนี้จะยากมากจริงๆ
นั่นแหละ บรรยากาศตึงเครียด
และมาคุแปลกๆ จนมินกยูไม่กล้าไปรบกวนด้วยซ้ำ
แต่ครั้งหนึ่งที่โผล่หน้าเข้าไปแอบดู
ซูนยองเอนหลังพิงพนัก ยืดขา
ซบหัวลงกับที่รองคอ
แล้วก็เอามือก่ายหน้าผากด้วย
นั่นแหละเป็นสัญญาณที่บอกมินกยูว่า
ไม่ได้ ไม่ได้แล้ว
คิมมินกยูจะต้องเข้าไปช่วยเหลือซะแล้ว!
คิดอยู่นานเหมือนกันว่าจะทำยังไง
ปกติเข้าไปพันแข้งพันขาเฉยๆ
ซูนยองก็จะหายเครียดแล้ว
จากเครียดเป็นโมโหแล้วหันมาทุบตีมินกยูแทนแต่นั่นก็ถือว่ายังโอเค
อย่างน้อยก็ไม่ใช่เซื่องซึมหมดอาลัยตายอยากแบบนี้
คราวนี้ดูจะอาการหนัก
เข้าไปกวนเฉยๆ
ไม่น่าจะหายก็เลยต้องหาวิธีอื่นแทน
จะพยายามซึ้งเข้าไปนวดเอาขนมเอาน้ำเข้าไปให้กินก็กลัวจะยิ่งอึมครึมกว่าเดิม
จะเข้าไปแกล้งก็กลัวจะได้ตายคาห้องมากกว่าบาดเจ็บสาหัสเหมือนทุกที
คิดไปคิดมา
มินกยูก็ตัดสินใจดึงสเน่ห์ที่ทำให้ซูนยองหลงรักเขาหัวปักหัวปำตั้งแต่ตอนเดินเตาะแตะออกมาใช้อีกครั้ง
ความน่ารักไงจะอะไรล่ะ
มินกยูตัดสินใจหยิบหมวกสีเหลืองใบเล็กของตอนเรียนอนุบาลที่คุณแม่ยังอุตส่าห์เก็บไว้ให้มาวางแปะบนหัวเพราะยัดยังไงก็ยัดไม่ลง
แต่วางไว้เฉยๆ ก็ได้อารมณ์เหมือนกัน
แล้วก็หาเสื้อสีฟ้าตัวใหญ่ๆ
กับกางเกงขาสั้นสีขาว
ที่ขาดไม่ได้เลยคือเป้
ถึงเป้จะถึกไปหน่อยเพราะเป็นเป้ไปปีนเขาแต่ก็พอใช้ได้อยู่
สุดท้ายเพื่อความน่ารักที่สุดเลยหยิบกระติกน้ำลายปลาสีฟ้าเข้าไปด้วยเผื่อเอาน้ำไปให้ซูนดื่ม
ยืนเตรียมตัวอยู่หน้าห้องครู่หนึ่งก็ผลักประตูเข้าไปอย่างรุนแรงหวังจะเปิดตัวอย่างน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด
“ซู๊นนนนนน
ผมแต่งตัวเป็นเด็กอนุบาลแหละะะ
เหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรกเลยย
น่ารักมั้ยยยยยย?”
เสียงเล็กเสียงน้อยเบอร์แรงที่สุด
พร้อมรอยยิ้มกว้างสว่างสไวไกลถึงเมืองข้างๆ
หยีตาเพื่อเพิ่มความอาโนเนะจนมองทางไม่เห็น
พร้อมชูขวดน้ำลายอนุบาลไปข้างหน้าเพื่อการโพสท่าที่สวยงาม
สว่างสไวสวรรค์รำไรขนาดนี้ต้องส่งไปถึงซูนยองบ้างแหละ
มินกยูมาแจกความสดใสถึงที่แล้วครับ!
“..น่ารัก"
หา?
มินกยูรีบเปิดตาอย่างรวดเร็ว
เสียงเนิบๆ
ที่ตอบมาว่าน่ารักอย่างง่ายดายแบบนี้ไม่ใช่อะไรที่คิดไว้เลย
มินกยูจ้องมองซูนยองที่นั่งหันข้างมาหาอยู่อย่างแปลกใจ
แก้มออกจะแดงนิดๆ และในมือมี..
อทนกบหทอนบกหทอาบกห
“ซูนน!
ซูนกินเบียร์เหรอ?”
“อืม นิดหน่อย"
มินกยูไล่สายตามองกระป๋องเบียร์ที่อยู่ในถังขยะ
หนึ่ง สอง สาม ในมือซูนยองเป็นสี่
บนโต๊ะอีก ห้า หก เจ็ด
ซูนจะกินเบียร์เจ็ดกระป๋องเลยเหรอ!?
ไม่ได้นะ!
มินกยูพับแผนทั้งหมดลงกระเป๋าแล้วรีบก้าวเร็วๆ
ไปหาพี่ชายที่นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน
ฉวยเอากระป๋องเบียร์มาถือไว้แล้วยัดกระติกน้ำให้ซูนยองถือแทน
“กินเบียร์ไม่ดีเลยนะฮะ
ไม่สงสารตับเหรอ?
ซูนยังเคยบอกผมว่า-”
“หมวก"
“..ครับ?”
มินกยูทำหน้าเด๋อด๋าเมื่อซูนยองพูดขัดขึ้นมา
มัวแต่เทศน์อยู่เลยฟังไม่ค่อยจะชัดว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไร
แต่ซูนยองก็ค่อยๆ
ลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือมาจับหมวกเขาเบาๆ
..แถมยัง
ยื่นหน้าเข้ามาซะใกล้จนมินกยูแทบหายใจไม่ออก
“หมวกตอนอนุบาลสินะ"
“เอ่อ ครับ"
“น่ารัก จังเลย"
ว่าอะไรนะะะะะะ!!??
มินกยูค่อนข้างมั่นใจแล้ว
99%
ว่าซูนยองเมาแน่นอน
อีก 1%
ที่เหลือจะยืนยันทันทีถ้าซูนยองเข้ามาใกล้กว่านี้-
ยืนยันแล้วววว!!
“ซูน เอ่อ
ซูนเมาแล้วมั้งฮะ ไม่สิ
เมาแน่ๆ เลย"
ซูนยองไม่ตอบ
แต่ลูบผมมินกยูเบาๆ
โดยที่อีกมือโอบเอวน้องชายไว้
กอดไปด้วย ลูบหัวไปด้วย
ปกติมินกยูก็คงจะฟินอยู่
แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกกลัวซูนยองแปลกๆ
มินกยูรักซูนยอง
ซูนยองก็รักมินกยูอันนี้ทั้งคู่ก็รู้อยู่
แต่ปกติมินกยูจะเป็นคนแสดงออกมากกว่า
แทบจะเรียกได้ว่าซูนยองไม่แสดงออกเลย
พอสลับกันแบบนี้แล้วมินกยูเลยรู้สึกเหมือน..
โดนคุกคามยังไงไม่รู้
“ซูนน เอ่อ
เดี๋ยวผมเอาเบียร์ไปเก็บ-”
“เมื่อกี๊ถามฉันใช่มั้ย?
ว่านายน่ารักมั้ย?”
“..เอ่อ
ชะใช่ฮะ แต่เดี๋ยวค่อยตอบก็ได้เดี๋ยวผมเอาเบียร์-”
“น่ารักสิ
มินกยูน่ารักที่สุดนั่นแหละ
รู้มั้ย?”
“ระระรู้ครับรู้แล้ว"
ลมหายใจอุ่นๆ
ที่เป่ารดแก้มซ้ายทำให้มินกยูเริ่มรู้สึกตาลาย
วิงเวียนศีรษะเหมือนจะเป็นลม
รู้สึกถึงมือของซูนยองที่หลังช่วงล่างตัวเองแล้วก็ขนลุกซู่ๆ
แปลกๆ ถึงจะเล่นถึงเนื้อถึงตัวกันบ่อย
แต่ปกติมินกยูเป็นคนเริ่ม
กลับตาลปัตรแบบนี้ทำให้มินกยูเริ่มเข้าใจซูนยองขึ้นมาบ้าง
มันน่ากลัวแบบนี้เอง-
อ๊าก!
“ซะซูนทำไร"
ถามเสียงสั่นเมื่อรู้สึกถึงมือของซูนยองที่ลูบอยู่ที่ท้ายทอยเบาๆ
ก่อนจะจับล็อคแน่นแล้วโน้มหน้าเข้ามาหอมแรงๆ
เข้าที่แก้มซ้ายจนมินกยูเบิกตากว้าง
แบบนี้มันอันตรายเกินไปแล้วววว!!!
“น่ารักที่สุดเลย
ตัวเล็กของพี่"
เริ่มย้อนอดีตกันเลยทีเดียว
เมื่อก่อนมินกยูตัวเล็กนิดเดียว
ไม่ใช่แค่เล็กว่าซูนยอง
แต่เล็กกว่าเด็กรุ่นเดียวกันแทบทุกคน
ถึงจะสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี
แต่อาจจะเป็นเพราะเลือกกินก็เลยแกร็นกว่าคนอื่นเขาจนโดนล้อ
โดนแกล้งอยู่บ้าง
ชื่อที่โดนเรียกบ่อยมากคือ
ไอ้เตี้ย ไอ้เปี๊ยก
แบบดูถูกเยาะเย้ยจนมินกยูต้องกัดผ้าเช็ดหน้าร้องไห้
แต่ซูนยองก็มาเปลี่ยนความรู้สึกของมินกยูกับความสูงตัวเอง
ด้วยคำเรียกน่ารักนี้
ตัวเล็กของพี่
ฟังทีไรก็ยังเขิน
“เอาล่ะ ซูน
ซูนท่าทางจะเมาแล้วนะฮะ
เดี๋ยวผมจะเอาเบียร์ไปเก็บ
ซูนไปอาบน้ำนอนได้แล้วนะฮะ"
ไม่มีการเว้นช่องไฟเพิ่มความเสี่ยงภัยใดใดทั้งนั้น
มินกยูพูดจบก็ขืนตัวออกจากอ้อมกอดพี่ชาย
รีบกวาดๆ
เบียร์ลงถังขยะทั้งหมดแล้วเดินตัวปลิวออกมาทันที
เดินผ่านกระจกแล้วก็อยากขว้างหมวกทิ้ง
แผนทำให้ซูนอารมณ์ดีงั้นเหรอ
แผนเพิ่มความเสี่ยงภัยจากพี่ชายสุดที่รักให้ตัวเองซะมากกว่า
มินกยูรีบกวาดๆ
กระป๋องเบียร์ทิ้งลงถังขยะใบใหญ่
แล้วคิดอีกที
เพื่อความมั่นใจก็เดินเอาออกไปทิ้งถังขยะหน้าปากซอยด้วยเลย
ซูนยองคงไม่ไปคุ้ยไกลขนาดนั้นหรอกว่ามั้ย?
“อ้าว
ทำไมยังไม่อาบน้ำอีกล่ะครับ?”
มินกยูเริ่มปวดหัวตื้อๆ
เมื่อเดินกลับมาแล้วยังเห็นพี่ชายนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้
หัวพิงพนักเอนมาหาเขานิดๆ
ตานี่เชื่อมเลย
แต่นอกนั้นก็ดูท่าทางค่อนข้างปกติ
ถึงรังสีที่แผ่มาจะดูแปลกๆ
ก็เถอะ พี่ชายที่วันนี้ดูค่อนข้างอันตรายค่อยๆ
ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเข้ามาหามินกยูก่อนจะเอาหัวชนอกดังอั่ก
“ขี้เกียจอาบ
อาบให้หน่อยสิตัวเล็ก"
“หะ หา?
ให้ผมอาบให้เหรอ?
อะอีกอย่าง
ไม่ใช่ตัวเล็กแล้ว-”
“ทำไมล่ะ
เมื่อก่อนตัวเล็กยังชอบอ้อนให้พี่อาบให้อยู่เลย
พี่ให้ตัวเล็กอาบให้บ้างไม่ได้เหรอ?”
โอ้โห
มาครบแล้วทีนี้
ทั้งสรรพนามบุรุษที่สองตัวเล็ก
บุรุษที่หนึ่งเป็นพี่
ทำให้มินกยูที่ถึงจะยังกลัวอยู่อดคิดถึงสมัยก่อนไม่ได้
ช่วงแรกๆ ที่รู้จักกันซูนยองรักและเอ็นดูมินกยูหนักมาก
อาจเป็นเพราะว่าซูนยองเป็นลูกคนเดียว
พอมีน้องชายมาให้ดูแลก็เลยเห่อก็เลยหลงมาก
ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่มินกยูมีความสุขที่สุด
และมันก็ดีแบบนั้นมาตลอด
จนหลังๆ
นี้ที่ซูนยองเข้ามหาวิทยาลัยจนห่างกันไปหน่อยนี่แหละ
“หืม?
ตัวเล็ก
อาบให้พี่หน่อยสิ"
“..ซูนน
อย่าทำแบบนี้เลยนะ ไปอาบน้ำดีๆ
นะครับ นะ ถือว่าผมขอร้อง"
“...หึ"
“..?”
“เข้าใจล่ะ
พอพี่โตแล้ว
ตัวเล็กก็ไม่อยากอยู่กับพี่แล้วล่ะสิ"
เดี๋ยวนะ
“พี่ไม่ใช่พี่ชายแสนดีแบบเมื่อก่อนแล้วนี่
ตอนนี้ตัวเล็กคงมีเพื่อนๆ
เยอะแยะ ไม่เกาะติดพี่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว"
ไอ้ประโยคแบบนี้มันคุ้นๆ
“ตัวเล็กไม่รักพี่แล้วใช่มั้ยล่ะ?”
“ซูนอย่าดราม่า"
ใช่เลย
ฟอร์แมทเดียวกันเป๊ะ
ลอกมาทั้งดุ้นเลย โอเค
มินกยูยอมรับแล้ว
ดราม่าที่ตัวเองชอบก่อบ่อยๆ
พอมาฟังเองมันน่าตบใช้ได้
ยืนอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว
ซูนยองก็ไม่ได้ตัวเล็กๆ
เล่นเอาหัวปักอกแล้วทิ้งลงมาทั้งตัวแบบนี้
มินกยูรู้สึกว่าน่องตัวเองกำลังจะขึ้นกล้ามเลยรีบดันตัวพี่ชายออกแล้วจับไหล่เขย่าไปมา
“ซูนนนนน
ตั้งสติหน่อยสิ!
ไม่รู้ว่าเครียดอะไรมานะแต่เบียร์ไม่ใช่ทางออก!
ตอนนี้รีบไปอาบน้ำได้แล้ว
แล้วเดี๋ยวมานอน!”
“..ไม่อาบให้จริงๆ
เหรอ?
พี่ขี้เกียจจริงๆ
นะ"
“.......”
“นะตัวเล็ก
นะ"
“โง่ย!
ก็ได้ๆ
เดี๋ยวเข้าไปอาบด้วยก็ได้
แต่ซูนห้ามทำลามกใส่ผมนะ!”
สัญญาด้วยเกียรติมินกยูน้องซูนยองเลยว่า
ต่อไปนี้จะไม่ทำตัวงี่เง่าดราม่างอแงออเซาะอีกต่อไปแล้ว
พึ่งรู้ว่าเป็นยังไงก็ตอนนี้
มินกยูถูหลังให้ซูนยองไปพลางถอนหายใจไปพลาง
กว่าจะจับซูนยองถอดเสื้อผ้ามานั่งในอ่างดีๆ
โดนที่อีกฝ่ายไม่พยายามถอดกางเกงเขาด้วยได้ก็ปาเข้าไปเกือบชั่วโมง
“คิดถึงตอนเด็กๆ
เหมือนกันเนอะ"
“..ครับ"
“เมื่อก่อน
พี่พาตัวเล็กออกไปเล่น-”
“ผมตัวไม่เล็กแล้วนะซูน..”
“แล้วตัวสกปรกกันกลับมา
จะมาอาบน้ำด้วยกันตลอดเลย
จำได้มั้ย?”
“จำได้สิ
ตอนนั้นเล่นฟองสบู่กันสนุกเลย"
“อืมม..”
“...”
“ตอนนั้นตัวเล็ก
ตัวเล๊กกเล็ก"
“อื้อ"
“น่ารักมากเลย"
โดนชมบ่อยๆ
เริ่มเขินแล้วเหมือนกัน
อาบน้ำเสร็จมินกยูก็พาซูนยองออกไปนั่งบนเตียงแล้วตัวเองรีบอาบน้ำให้เสร็จก่อนจะตามออกไป
เพราะแน่ใจว่า-
นั่นไง
ซูนยองไหลลงไปนอนบนเตียงแล้ว
ผมก็ยังไม่ได้เช็ด
เห็นว่านั่งเหงื่อแตกเครียดอยู่กับการอ่านหนังสือมินกยูก็เลยจัดการสระผมให้
แต่เจ้าตัวไม่ได้สนใจหยดน้ำที่เปียกเต็มเตียงนี่เอาซะเลย
มินกยูจับซูนยองนั่งหันหลังแล้วตัวเองนั่งซ้อน
แบบนี้ถึงจะเช็ดผมสะดวก
“ตัวเล็กก"
“คร้าบบบ
ตัวเล็กก็ตัวเล็ก"
“...”
“อ้าว
เรียกมีอะไรคร้าบบบ"
“...”
“เมาหลับแล้วเหรอ..
เห้อ จริงๆ
เลยซูน"
“...ตัวเล็กเบื่อพี่มั้ย?”
“หา?
ว่าไงนะซูน?”
“ตัวเล็กเบื่อมั้ย
อยู่กับพี่มาตั้งหลายปีแล้ว
เบื่อรึเปล่า?”
“ทำไมพูดงั้นอะ?”
“ก็
พี่ไม่ได้พาไปวิ่งเล่น
ไปก่อทราย ไปเล่นโคลนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว..
เดี๋ยวนี้ก็
มีแต่ งานงานงานตลอดเลย
แต่ตัวเล็กก็ยังอยู่กับพี่ทุกวัน
ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรทำ ตัวเล็ก
ไม่เบื่อบ้างเหรอ?”
ซูนเริ่มน่ารักละ
มินกยูยิ้มแก้มแทบปริเมื่อซูนยองหงายศรีษะมาพิงอกตัวเองแล้วเหลือบตามองหน้าเขาทั้งๆ
ที่ยังกลับหัว
มินกยูหัวเราะจนตาปิดแล้วก้มลงจูบหน้าผากพี่ชายเบาๆ
วางผ้าขนหนูไว้ข้างตัวแล้วยกสองแขนขึ้นโอบกอดซูนยองไว้
“ไม่เบื่อหรอก
ผมไม่มีวันเบื่อซูนหรอก
ก็ผมรักซูนนี่นา
เพราะงั้นแค่ได้อยู่ด้วยกันผมก็มีความสุขแล้วล่ะ"
“จริงเหรอ?”
“อื้ออ"
“มีความสุขง่ายจังเลยเนอะ"
“จะว่างั้นก็ได้ครับ
ฮ่าๆๆ"
แล้วมินกยูก็จับให้ซูนยองลงนอนดีๆ
ตบหมอน ดึงผ้าห่มให้เรียบร้อย
พอจะลุกเอาผ้าขนหนูไปเก็บก็รู้สึกถึงแรงดึงที่ชายเสื้อ
หันกลับไปแทบกรีดร้องกับภาพตรงหน้า
ซูนยองที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม
โผล่หน้ามาแค่ครึ่งบน
เห็นดวงตาสองขีดกับผมฟูๆ
กำลังจ้องมองมาที่เขา
“จะไปไหน?
ไม่นอนกับพี่เหรอตัวเล็ก?”
“นอนสิคร้าบบ
เอาผ้าขนหนูไปเก็บเฉยๆ"
“..เหรอ"
“อื้อ"
“เร็วๆ นะ"
จริงๆ เลย
“คร้าบบบบ"
ซูนยองตอนเมาน่ะ
มินกยูชัดๆ
“ซูนคร้าบบบบ
ตัวเล็กมาแล้วว ตัวเล็กของซูนมาแล้ววว!”
“เงียบเดี๋ยวนี้นะมินกยู!!”
ซูนยองอยากจะบ้าตาย
ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อคืนเครียดเรื่องเรียนหนักมากจริงๆ
ล่ะก็ เขาคงไม่ดื่มไปตั้งสี่กระป๋องแบบนั้นหรอก
แล้วก็คงไม่กรึ่มจนพูดอะไรบ้าๆ
แบบนั้นด้วย ไม่ได้เมาหรอก
ซูนยองรู้สึกตัวดีทุกอย่าง
แต่ห้ามปากไม่ได้ พูดไปซะหมด
ตื่นเช้ามามินกยูไม่ต้องทวนความทรงจำอะไรให้ทั้งนั้น
จำได้เองหมดเลย เขินน่ะเขิน
แต่มันกลายเป็นความอับอายตอนที่เด็กนั่นตื่นขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มสดใสจนน่าหมั่นไส้ แล้วก็แทนตัวเองว่า 'ตัวเล็ก'ๆ
ไม่หยุดไม่หย่อนแบบนี้มากกว่า
“ทำไมอ่าา
ซูนน
ไม่คิดถึงตัวเล็กเหรอตัวเล็กออกไปซื้อไอติมตั้งสิบนาทีแน่ะ!
โอ๊ะ!
ไม่ใช่ว่าไปสิบนาทีแล้วซูนงอนตัวเล็กคิดว่าตัวเล็กเบื่อซูนหรอกใช่ม้าา?”
“หึ่ย!!”
“โอ๋~~~~
ซูนนนน
ตัวเล็กรักซูนนะตัวเล็กไม่เบื่อหรอกอย่าน้อยใจน้-
แอ่ก!!”
“เงียบปากซะเดี๋ยวนี้!!
ไอ้เด็กบ้า!!”
ควอนซูนยองขอสาบาน
จะไม่มีวันที่ซูนยองจะปล่อยตัวเองให้ขาดสติแบบเมื่อคืนอีก
โดยเฉพาะเมื่อมีมินกยูอยู่ใกล้ๆ
ซึ่งคงหมายความว่าชาตินี้ไม่ได้เมาแน่นอน
เหนียวติดเป็นตังเมขนาดนี้!
คิมมินกยู!!
“ซูนนเตะตัวเล็กทำไมตัวเล็กเจ็บนะ!
อ๊ะอ๊ะอ๊ะอ๊าวว
เจ๊บเจ็บ!~~”
No comments:
Post a Comment